5 เกมโกงตาย คัมแบ็คคว้าชัย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

5 เกมโกงตาย คัมแบ็คคว้าชัย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

61

กม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนนี้ เป็นเกมที่ บาร์เซโลน่า เปิดบ้านพลิกนรก เอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปได้ 6-1 โดยสองนัดสกอร์รวม 6-5 สามารถคัมแบ็คเข้ารอบได้อย่างสุดมันส์ ท่ามกลางความปลื้มปิติยินดีของแฟนบอลทั่วโลก รวมไปถึงนักเตะทีมงานและสต๊าฟฟ์โค้ช

วันนี้ทางทีมงานได้รวบรวมเอา 5 เกมโกงตาย คัมแบ็คคว้าชัย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่อาจจะเคยติดตราตรึงใจใครต่อใครหลายคน มีย้อนรอยกัน มีดังนี้

5. เชลซี VS นาโปลี (ปี 2012/13 รอบ 16 ทีมสุดท้าย)

การเจอกันของทีมจากเกาะอังกฤษ และ ทีมจากแดนมักกะโรนี ในนัดแรก นาโปลี เปิดสนาม สตาดิโอซานเปาโล รับการมาเยือนของ เชลซี และเป็นเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายได้เปรียบเอาชนะไปได้ 3-1 โดยในนัดที่สอง กลับมาเล่นกันที่ สแตนฟอร์มบริดจ์ โดย เชลซี มีการเปลี่ยนผู้จัดการทีมในระหว่างนั้น เป็นทางด้าน โรเบร์โต้ ดิ มัตเตโอ เข้ามาทำหน้าที่แทนทางด้าน อังเดร วิลลาส-โบลาส กุนซือจอมนั่งยอง และในนัดที่สอง เชลซี สามารถตีเสมอได้ในเวลา ต่อมาเป็นการ ต่อเวลาพิเศษ เชลซีทำได้ สามารถเอาชนะไปในเกมนั้น 4-1 สกอร์รวม 2 นัด เชลซี 5-4 นาโปลี

4. บาร์เซโลน่า VS เอซี มิลาน (ปี 2012/13 รอบ 16 ทีมสุดท้าย)

เป็นการพบกันของทีมยักษ์ใหญ่ของสเปน และ อิตาลี โดย มิลาน เปิดสนามซานซีโร รับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า ซึ่งก็เป็นทีมเจ้าบ้านที่สามารถเอาชนะไปได้ก่อน 2-0 โดยในนัดที่สอง บาร์ซ่า จะต้องยิงให้ได้อย่างน้อย 3-0 ถึงจะได้เข้ารอบต่อไป และในนัดที่สองที่ คัมป์นู บาร์เซโลน่า ก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง พวกเขาสามารถพลิกกลับมาเอาชนะ มิลาน ไปได้ 4-0 สกอร์รวม 2 นัด บาร์เซโลน่า 4-2 เอซี มิลาน

3. เชลซี VS ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (ปี 2013/14 รอบ 8 ทีมสุดท้าย)

เกมระหว่างทีมเงินถุงเงินถังของทั้ง 2 ประเทศ โดยเกมแรก ปารีส เปิดสนามรับการมาเยือนของ เชลซี ในเกมนี้ เป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นที่ชิงความได้เปรียบไปก่อนโดยชนะไปได้ 3-1 แต่ทว่า ในนัดที่สอง เชลซี จะต้องชนะอย่างน้อย 2-0 จึงจะได้เข้ารอบ เพราะมีประตูทีมเยือนไว้ในมือแล้ว และในเกมนี้ได้ อังเดร ชูเล กับ เดม บาบา ผนึกกำลังช่วยกันยิง ส่งให้ทีมเข้ารอบต่อไป ด้วยความสะใจของแฟนบอลสิงห์บูล สกอร์รวม 2 นัด เชลซี เสมอ 3-3 แต่ได้ประตูอเวย์โกล ผ่านเข้ารอบได้

2. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS บาเยิร์น มิวนิค (ปี 1999 นัดชิงชนะเลิศ)

สำหรับในนัดนี้ย้อนอดีตกันไปยาวๆ แต่ทว่าแมตช์นี้ยังคงตรึงตาตรึงใจสำหรับสาวกปีศาจแดง อย่างแน่นอน โดยในนัดชิงชนะเลิศนี้ เป็นบาเยิร์น มิวนิค ที่ออกนำไปได้ก่อนในช่วงแรกของเกม จนกระทั่งมาถึงช่วงท้ายเกม เท็ดดี้ เชอร์ริ่งแฮม พังประตูตีเสมอ กู้ชีพให้ผี และหลังจากนั้นก่อนหมดเวลา ในช่วงนาทีสุดท้าย เดวิด เบ็คแฮม เปิดลูกเตะมุมเข้าไป เชอร์ริ่งแฮม โหม่งเช็ด แล้ว โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ สังหารปิดบัญชี แมนยู เอาชนะไปได้ 2-1 ได้แชมป์ไปครอง

1. เอซี มิลาน VS ลิเวอร์พูล (ปี 2005 นัดชิงชนะเลิศ)

เกมนี้เป็นเกมที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอดู โดยเฉพาะแฟนๆหงส์แดง ถึงกับต้องยอมลงทุนตื่นมาดูกลางดึก เพื่อลุ้นถ้วยใบนี้ แต่ทว่าในครึ่งแรก สถานการณ์มันไม่เป็นใจ เมื่อ มิลาน ขึ้นนำไปก่อน 3-0 จึงทำให้เกิดวลีต่างๆ มากมายอาทิ ปิดไฟนอน,เสียเวลาดู แต่ในความมืดมนก็ยังมีศรัทธา สำหรับคนที่เชียร์กันต่อเมื่อ เมื่อช่วงครึ่งหลัง หงส์แดง สามารถสร้างความมหัศจรรย์พลิกนรก คัมแบ็คกลับมาตีเสมอ ยิงได้ 3 ลูก จนเกมต้องยืดไปถึงการต่อเวลาและยิงจุดโทษ และเป็น ลิเวอร์พูล ที่สามารถยิงแม่นกว่า เอาชนะ 3-2 ได้แชมป์ไปครอง

ที่มา : sport.trueid

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

 

Share on Facebook0Tweet about this on TwitterGoogle+0
- 2017-03-10 3:01:55 คนอ่าน 79 คน