นาซาแถลงพบ 7 ดาวเคราะห์ใหม่คล้ายโลก อาจมีน้ำ-สิ่งมีชีวิต

นาซาแถลงพบ 7 ดาวเคราะห์ใหม่คล้ายโลก อาจมีน้ำ-สิ่งมีชีวิต

16807286_1256818421076869_1373037479001384165_n-1

นาซาพบกลุ่มดาวใหม่ 7 ดวง ขนาดเท่าโลก ห่างออกไป 39 ปีแสง อาจมีสิ่งมีชีวิต และน้ำ เตรียมการสำรวจเพิ่มเติม

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซา) ได้มีการเปิดเผยผลสำรวจของนักดาราศาสตร์ ว่านักบินอวกาศพบดวงดาวที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก จำนวน 7 ดวง โคจรอยู่ในกาแลกซี่ทางช้างเผือก ห่างจากโลกราว 39 ปีแสง และมีสิ่งบ่งชี้ว่าอาจจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอาศัยอยู่ หรือรวมถึงอาจจะมีแหล่งน้ำบนพื้นดินด้วย

สำหรับการการค้นพบดาวกลุ่มดาว ทั้ง 7 นี้ มีคุณสมบัติหลายอย่างใกล้เคียงกับโลก โดยดาวทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน โดยนักวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าดวงดาว 3 ดวงในกลุ่มดาวนี้มีเงื่อนไขที่ตรงกับความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิต ขณะที่ขั้นตอนการสำรวจขั้นต่อไปจะมุ่งเน้นไปที่การหาก๊าซต่างๆ อาทิ ออกซิเจนและมีเทน บนพื้นผิวของดวงดาวซึ่งจะเป็นหลักฐานที่สามารถบ่งชี้ได้มากขึ้นว่า มีอะไรเกิดขึ้นที่พื้นผิวของดาวเหล่านี้บ้าง

สำหรับระบบดาวเคราะห์ที่ค้นพบครั้งนี้มีชื่อว่า แทรพพิสต์-1 (TRAPPIST-1) มาจากชื่อของกล้องโทรทัศน์ในประเทศชิลีที่พบระบบดาวเคราะห์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2559 โดยในเวลานั้นพบดาวเคราะห์ 3 ดวง จากนั้นก็ทยอยค้นพบดาวเคราะห์เพิ่มขึ้นจนได้ข้อสรุปว่ามีดาวเคราะห์รวม 7 ดวง โคจรรอบดาวฤกษ์ 1 ดวง คล้ายกับระบบสุริยะ แต่การที่ดวงเคราะห์ไม่ได้หมุนรอบตัวเองทำให้มีสภาพอากาศแตกต่างจากโลก คือมีฝั่งที่เป็นเวลากลางวันกับกลางคืนตลอดเวลา

 

ที่มา : sanook

ช็อคทั้งประเทศ! ดาราสาวอินเดียถูกลักพาตัว-ข่มขืนในรถตัวเอง

ช็อคทั้งประเทศ! ดาราสาวอินเดียถูกลักพาตัว-ข่มขืนในรถตัวเอง

ภาพจาก มติชนออนไลน์

ภาพจาก มติชนออนไลน์

เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐเกรละของอินเดียจับกุมชาย 3 คนในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวและข่มขืนดาราสาวยอดนิยมของอินเดีย โดยดาราสาวรายนี้ระบุว่าเธอถูกข่มขืนในรถของตัวเองโดยชาย 3 คนซึ่งขับรถชนท้ายรถออดีของเธอเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่เธอกำลังเดินทางไปพากย์เสียงภาพยนตร์

จากนั้นคนรถได้หยุดรถและทำทีเหมือนลงไปเจรจากับคู่กรณี ก่อนที่ชาย 2 คนจะขึ้นมาบนรถ และบอกให้คนรถซึ่งกลับมาประจำที่นั่งคนขับอีกครั้งขับรถไปเรื่อยๆ ขณะที่ชายทั้งคู่ลงมือข่มขืนดาราสาว และแวะรับชายอีกคนระหว่างทาง

ดาราสาวซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในทางตอนใต้ของอินเดียระบุว่าการลักพาตัวและข่มขืนกินเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ขณะที่สื่ออินเดียบางแห่งระบุว่าเหตุการณ์ทั้งหมดกินเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง โดยเธอยังโดนข่มขู่ว่าจะถูกปล่อยภาพเปลือยที่คนร้ายถ่ายไว้ไปตามโซเชียลมีเดียหากแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมคนขับรถรวมถึงควบคุมผู้ต้องสงสัยอีก 2 รายได้เมื่อคืนวันที่ 19 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ดีผู้ต้องหาหลักซึ่งถูกระบุว่าเป็นอดีตคนขับรถของดาราสาวรายนี้ยังคงหลบหนีไปได้ ทั้งนี้ตำรวจยังควาญหาตัวผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 3 ราย ขณะที่ผู้ที่ถูกควบคุมตัวแล้วถูกตั้งข้อหาข่มขืน ลักพาตัว สมคบคิดกันก่ออาชญากรรม และปราศจากความยับยั้งชั่งใจ

ตำรวจเผยว่าพบข้อมูลว่าคนขับรถของดาราสาวได้โทรศัพท์ติดต่อกับคนร้ายรายหนึ่งถึง 40 ครั้ง และยังมีการส่งข้อความหากันหลายหนขณะขับรถไปรับดาราสาว ขณะที่ผลพิสูจน์ทางแพทย์ยืนยันว่าดาราสาวถูกข่มขืนจริง

ข่าวดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจลุกลามไปทั่วอินเดีย ขณะที่สมาชิกของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทางตอนใต้ของอินเดียส่วนใหญ่ออกมายอมรับว่ารู้สึกช็อกและไม่อยากจะเชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น บางรายระบุว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องยุติการจุดเทียนเพื่อแสดงความเสียใจ แต่ต้องกลับมาทำให้กฏหมายเข้มแข็งเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครที่จะกล้าลงมือทำเรื่องเช่นนี้อีก

 

 

แซงทำไม! สาวตบหัวแฟนหลังขับ จยย. แซงรถกู้ชีพ

แซงทำไม! สาวตบหัวแฟนหลังขับ จยย. แซงรถกู้ชีพ

แซงทำไม! สาวตบหัวแฟนหลังขับ จยย. แซงรถกู้ชีพ

แซงทำไม! สาวตบหัวแฟนหลังขับ จยย. แซงรถกู้ชีพ

เฟซบุ๊ก Phatcharachai Na Songkhla โพสต์คลิปเหตุการณ์รถกู้ชีพออกไปรับผู้บาดเจ็บ ขณะที่ออกจากโรงพยาบาลไปได้เล็กน้อยถูก จยย.แซงขวาจะตัดหน้า แต่สาวที่ซ้อนท้าย จยย.คันดังกล่าวตบเข้าไปที่หมวกกันน็อกของคนขี่อย่างแรง ก่อนหนุ่มจะนำรถจอดชิดซ้ายและให้สัญญาณมือให้รถพยาบาลแซงขึ้นไปก่อน

13653093725 untitled-1 16807348_1256819811076730_8871746869146624025_n

ที่มา : http://www.msn.com

กรุงเทพแชมป์สองปีติดจราจรแออัดชั่วโมงเร่งด่วน

กรุงเทพแชมป์สองปีติดจราจรแออัดชั่วโมงเร่งด่วน

 

กรุงเทพฯ ติดอันดับหนึ่งสองปีซ้อน เมืองรถติดสุดในชั่วโมงเร่งด่วนหลังเลิกงาน การจราจรติดขัดที่สุดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเย็น  ชี้เป็นหนึ่งในเมืองเหยื่อความสำเร็จทางเศรษฐกิจ

ภาพจาก  Kom Chad Luek

ภาพจาก Kom Chad Luek

ทอมทอม (TomTom) ผู้ผลิตอุปกรณ์จีพีเอสชั้นนำของโลก เผยผลจัดอันดับเมืองที่เผชิญการจราจรติดขัดที่สุดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเย็น ประจำปี 2560 ปรากฏว่ากรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย ติดอันดับหนึ่งเป็นปีที่สองติดต่อกัน จากการรวบรวมข้อมูลสภาพการจราจรในเมืองหลวงและมหานคร 390 แห่งใน 48 ประเทศทั่วโลก

นิค คอห์น ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการจราจรของทอมทอม กล่าวว่า ประเทศไทยและอีกหลายเมืองใหญ่แถวบนของตารางจัดอันดับจราจรติดขัด กลายเป็นเหยื่อความสำเร็จของตัวเอง เศรษฐกิจเติบโต และประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น นำมาสู่ความคับคั่งของยวดยานและผู้ใช้รถใช้ถนน เป็นปัญหาท้าทายของผู้บริหารเมืองในการแก้ปัญหาความคล่องตัว ทั้งชี้ว่า เมื่อผู้คนย้ายมายังชานเมืองที่ประชากรแออัดต่ำมากขึ้น การจราจรจะยิ่งเลวร้ายลง

16807097_1450033871682360_1593501404648546978_n

ส่วนเม็กซิโกซิตี้ อยู่ในอันดับสองของตารางเมืองจราจรอัมพาตในชั่วโมงเร่งด่วนเย็น แต่เมืองหลวงเม็กซิโกเป็นเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นที่สุดตลอดวัน ผู้เชี่ยวชาญของทอมทอม กล่าวว่า เม็กซิโกซิตี้มีระบบรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้ขยายครอบคลุมพื้นที่มีการเติบโตของประชากรทั้งหมด

ในมอสโก ซึ่งประชาชนไม่มีทางเลือกมากนักในการเดินทาง ติดอันดับ 5 เมืองรถติดในชั่วโมงเร่งด่วนหลังเลิกงาน สูงขึ้นจากอันดับปีก่อน แต่การจราจรบรรเทาลงเล็กน้อย นับจากมีการบังคับใช้ระเบียบจอดรถใหม่ ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของคนได้

ปัญหาจราจรในนครอิสตันบูลของตุรกี อาจจะยังสาหัสอยู่มาก แต่ก็ผ่อนคลายเล็กน้อย เนื่องจากทางการได้จัดทำระบบให้ข้อมูลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์แก่ผู้ขับขี่ ช่วยให้ประชาชนวางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดได้

เมืองในสหรัฐแห่งเดียวที่ติด 1 ใน 15 คือ ลอสแองเจลิส การจราจรยังคงติดขัดหนัก แต่อันดับลดลงในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีเมืองอื่นๆ เผชิญปัญหาหนักหนากว่าขึ้นมาแทน

ที่มา : http://www.msn.com/

“อุ๋ย บุดดาเบลส”จวกยับ “ธรรมกาย” บิดเบือนคำสอน

“อุ๋ย บุดดาเบลส”จวกยับ “ธรรมกาย”บิดเบือนคำสอน

ยังคงต้องจับตามองสถานการณ์ของวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง หลังจากเจ้าที่ดีเอสไอ เข้าตรวจค้น เพื่อนำตัวพระธัมมชโยมาตามหมายจับ โดยบรรดาศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกาย ยังคงอยู่ในพื้นที่ของวัด โดยมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันคนบันเทิงอย่าง “อุ๋ย-นที เอกวิจิตร” หรือ อุ๋ย บุดดาเบลส ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกายอย่างดุเดือด

ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก Oui Buddhabless

“วัดธรรมกายบิดเบือนคำสอนพระพุทธศาสนาชัดเจนมานานแล้ว สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่แล้วก็มีพระลิขิตให้อาบัติปราชิกพ้นจากความเป็นพระแต่มหาเถระสมาคมไม่ทำอะไร เพราะมีการให้ผลประโยชน์กันใช่หรือไม่ คนโกนหัวห่มผ้าเหลืองก็ใช่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ทุกคน เรื่องธรรมกายนี่มันผิดเพี้ยนเยอะจนขี้เกียจพิมพ์ว่ามีอะไรบ้าง ทำผิดทางโลกบุกรุกป่า ก็ว่าไปตามกฎหมาย ดันต่อสู้ขัดขืน หนีหมาย เกณฑ์คนมาปะทะ แล้วจะมาเรียกร้องความเป็นธรรมอะไร เรื่องนี้พิมพ์ไม่ไหวยาวจัด ไว้จะมาliveก็แล้วกัน สาวกหรือบรรดาพระเณรที่เป็นสาวกธรรมกาย ถ้าข้องใจ เจอหน้าผมเข้ามาคุยมาแย้งได้เลย รายการทีวีช่องไหนอยากให้ไปดีเบต พร้อมเสมอ พระพุทธศาสนา อยู่ได้ด้วย ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา มีสงฆ์อย่างเดียวก็อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้น อุบาสก อุบาสิกา มีสิทธิมีส่วนร่วมในการวิจารณ์ตักเตือน พระสงฆ์ที่ทำผิด พระสงฆ์บวชเพื่อมาละ ตั้งแต่ของภายนอก จนถึงจุดสูงสุดคือการละตัวตน ถ้าถือตัวอวดดีมีอัตตาสูงก็ไม่ใช่วิถีทางของพระแล้ว”

16807097_1450033871682360_1593501404648546978_n

ดราม่า 135 บาทช่วยน้ำท่วม นายกฯ บ้านกรูดยัน ประเมินจากที่พบเสียหายจริง

ดราม่า 135 บาทช่วยน้ำท่วม นายกฯ บ้านกรูดยัน ประเมินจากที่พบเสียหายจริง

นายกเทศมนตรีบ้านกรูด ยืนยันย้ำประเมินค่าซ่อมบ้านน้ำท่วมตามหลักฐานภาพถ่าย จ่าย 135 บาท ค่ากระเบื้องมุงหลังคา ไม่รวมการช่วยเหลือด้านอื่น ยอมรับช่างโยธามีคนเดียว ต้องขอความช่วยเหลือจากเทศบาลอื่น และมีพยายามจะให้เกิดความขัดแย้ง…

จากกรณี มีการสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลตำบลบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และมีบ้านบางหลังหนึ่งได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินเพียง 135 บาท จนนายอำเภอบางสะพาน ต้องออกมาชี้แจงว่า เป็นการสำรวจเพื่อช่วยเหลือในส่วนที่เสียหายจริง กรีณดังกล่าวเป็นค่ากระเบื้องมุงหลังคา 3 แผ่น ยังไม่รวมความเสียหายอื่นๆ ()

ต่อมา วันที่ 22 ก.พ. นางสาวแอนนา คงดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านปากคลอง ต. ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว มีชาวบ้านประมาณ 200 คน จากหมู่ 2, 3, 4, 5, 6 เดินทางไปสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านกรูด เพื่อทวงถามการส่งเอกสารการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ถึงหน่วยงานในระดับอำเภอ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำหรับหมู่ 2 ก่อนหน้านี้มีการสำรวจและส่งรายชื่อให้เทศบาลประเมินความเสียหาย 258 ราย แต่พบว่ามีการเสนอรายชื่อผู้ประสบภัยถึงอำเภอเพียง 37 คน ซึ่งผู้ที่ไม่มีรายชื่อ ก็จะไม่ได้รับเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของทางราชการ และขอยืนยันว่าไม่มีการแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อขอความช่วยเหลือ พร้อมให้ทุกฝ่ายตรวจสอบ โดยในวันที่ 26 ก.พ.นี้ จะเชิญชาวบ้านประชุมเพื่อชี้แจงครั้งสุดท้าย ก่อนที่เทศบาลตำบลบ้านกรูด จะสรุปข้อมูลผู้เสียหายจากน้ำท่วมส่งคณะกรรมการระดับอำเภอในวันที่ 27 ก.พ.

ภาพประกอบข่าว © ไทยรัฐออนไลน์ ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว
© ไทยรัฐออนไลน์ ภาพประกอบข่าว

ด้านนายธงชัย เพชรสกุลทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด กล่าวว่า เนื่องจากเทศบาลฯ มีนายช่างโยธาปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานเพียงคนเดียว ทำให้การประเมินบ้านที่เสียหายบางส่วนให้กับชาวบ้าน 530 หลังคาเรือน ล่าช้าไปมาก ที่ผ่านมาจึงขอความช่วยเหลือจากกองช่าง เทศบาลตำบลหนองพลับ ให้ช่วยประเมิน และยอมรับว่ากรณีการประเมินความเสียตามแบบ ปร.4 และ ปร.5 ของเจ้าหน้าที่กองช่าง เทศบาลตำบลหนองพลับ ได้ระบุจำนวนเงิน 135 บาท เป็นตัวเลขประเมินความเสียหายในส่วนของค่าซ่อมแซมกระเบื้องมุงหลังคา 3 แผ่น ช่วยเหลือครอบครัว นางเพ็ญนภา เซลเลอซ์ อายุ 40 ปี ชาวหมู่ 3 บ้านปากคลองนั้น ทำให้ภาพลักษณ์ของเทศบาลได้รับความเสียหายพอสมควร เนื่องจากมีบางฝ่ายพยายามใช้เรื่องนี้ เพื่อทำให้มีความขัดแย้งทางการเมือง

“ยืนยันว่าการประเมินเป็นไปตามความเสียหาย ที่ปรากฏจากหลักฐานภาพถ่าย นอกจากนั้น เทศบาลจะต้องมีการช่วยเหลือเยียวยาในด้านอื่นเพิ่มเติม และในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ จะส่งรายชื่อให้อำเภอพิจารณาครบทุกรายแน่นอน โดยมีผู้ประสบภัยบ้านพังทั้งหลัง 6 ราย และบ้านเสียหายบางส่วน 530 ราย” เทศบาลตำบลบ้านกรูด กล่าว.

 

ที่มา : http://www.msn.com

 

เปิดพินัยกรรมหลวงพ่อคูณ “กู…ไม่อยากให้ใครหาประโยชน์จากตัวกู”

เปิดพินัยกรรมหลวงพ่อคูณ “กู…ไม่อยากให้ใครหาประโยชน์จากตัวกู”

หลังจาก”พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ)” เจ้าของฉายา “เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด” ได้ละสังขารไปเมื่อ 16 พฤษภาคม 2558 และถึงตอนนี้ มีข่าวแย่งสรีระระหว่างญาติกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เปิดพินัยกรรมหลวงพ่อคูณ "กู...ไม่อยากให้ใครหาประโยชน์จากตัวกู"

เปิดพินัยกรรมหลวงพ่อคูณ “กู…ไม่อยากให้ใครหาประโยชน์จากตัวกู”

ขอนำ “พินัยกรรม” ที่หลวงพ่อคุณทำไว้ล่วงหน้า 2 ฉบับ โดยฉบับแรกทำไว้เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2536 ส่วนฉบับที่สอง ทำไว้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543 ซึ่งหลวงพ่อคูณ ที่พูดผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ถึงการทำพินับกรรมว่า “กูเองไม่อยากเป็นภาระกับคนอื่น เมื่อตายไปแล้วก็อยากให้ทุกคนได้ดำเนินการทุกอย่างตามที่ได้ระบุเอาไว้ในพินัยกรรม โดยกูเองก็ได้ให้ลูกศิษย์ทั้งสี่คนเป็นผู้ดูแลทุกอย่าง หลังที่กูตายไปแล้ว ส่วนเหตุผลที่กูให้เผาศพกู ก็เพราะกูไม่อยากให้เป็นภาระ ไม่อยากให้เกิดการแสวงหาประโยชน์ใดๆ จากตัวกู กูไม่ต้องการให้ศิษยานุศิษย์เดือดร้อน หรือเกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อยามที่ล่วงลับไปแล้ว และเพื่อไม่ต้องการให้เกิดเป็นปัญหาระหว่างลูกศิษย์ด้วยกัน อย่างน้อยก็เป็นการลดภาระลงไปได้ เพราะเมื่อได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นมาลูกศิษย์จะได้ไม่ต้องเกิดความขัดแย้งกันเอง”

โดยพินัยกรรมที่ทำขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543 ซึ่งมีพยานรับรอง 4 คน คือ 1.รศ.สุขชาติ เกิดผล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2.นายประทีป วงษ์กาญจนรัตน์ 3.นายธวัช เรืองหร่าย ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ และ 4.นายเนาวรัตน์ สังการกำแหง นิติกร 8 (ชำนาญการ) มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีข้อความว่า

อาตมาหลวงพ่อคูณ อายุ 77 ปี ถิ่นพำนักวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ขอทำพินัยกรรมกำหนดการ เผื่อถึงการมรณภาพ เกี่ยวกับเรื่องการจัดงานศพของอาตมา ภายหลังที่อาตมาถึงมรณภาพลง

1.ศพของอาตมา ให้มอบแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากมรณภาพลง เพื่อให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นมอบให้ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปศึกษาค้นคว้าตามวัตถุประสงค์ของภาคต่อไป

2.พิธีกรรมศาสนา การสวดอภิธรรมศพ ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพที่คณะแพทยศาสตร์ 7 วัน ตั้งแต่ถึงวันมรณภาพลง

3.การจัดทำพิธีบำเพ็ญกุศลเมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพาะ

โดยให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กระทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผา ณ ฌาปนสถานวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือวัดอื่นใดที่คณะแพทยศาสตร์เห็นสมควรและเหมาะสม โดยทำพิธีเผาให้เสร็จสิ้นที่จ.ขอนแก่น

4.เมื่อดำเนินตามข้อ 3 เสร็จสิ้นแล้ว อัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

5.ค่าใช้จ่ายและเงินอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามนัย ข้อ 2, 3 และ 4 ให้ดำเนินการ ดังนี้

5.1 ค่าใช้จ่ายในการจัดงานและบำเพ็ญกุศลศพทั้งหมด ให้นำเงินที่อาตมาบริจาคให้แก่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อปี 2536 เป็นเงินเริ่มต้นในการดำเนินการจัดงานศพ ถ้าไม่เพียงพอให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทดรองจ่ายไปก่อน

5.2 ในการจัดการและบำเพ็ญกุศลศพ ตามนัยข้อ 5.1 หากมีเงินเหลือหรือมีผู้บริจาคสมทบ ให้คืนเงินที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทดรองจ่ายไปก่อนให้เสร็จสิ้น

5.3 หากมีเงินเหลืออยู่อีกหลังจากดำเนินการตามนัย ข้อ 5.1 และข้อ 5.2 แล้ว ให้มอบแก่กองทุนพระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฎ์ (หลวงปู่เทสก์) เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมช่วยเหลือพระสงฆ์ที่อาพาธประจำหอผู้ป่วยหอสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือให้ดำเนินการอย่างอื่นตามที่อาตมา หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เห็นสมควร โดยอาตมาจะแสดงความประสงค์ให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมแนบไว้ให้ทราบต่อไป หากไม่ดำเนินการให้ถือตามความในตอนต้นเท่านั้น

6.ให้นายอำเภอด่านขุนทด ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทด และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกันเป็นผู้จัดการศพ มีอำนาจดำเนินการให้เป็นไปตามพินัยกรรมนี้

7.ให้ยกเลิกพินัยกรรม ฉบับวันที่ 15 กันยายน 2536 หรือฉบับอื่นใดที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ และให้ยึดถือพินัยกรรมฉบับนี้แทน

8.พินัยกรรมฉบับนี้ ต้นฉบับเก็บรักษาไว้ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้มีการทำสำเนาไว้อีก 3 ชุด เก็บรักษาไว้ที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาย อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทด และนายอำเภอด่านขุนทด แห่งละ 1 ฉบับ

ลงวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543

เปิดโฉม”อัครสาวก”ธรรมกาย อู้ฟู่ในระดับ”มหาเศรษฐี”

เปิดโฉม”อัครสาวก”ธรรมกาย อู้ฟู่ในระดับ”มหาเศรษฐี”

จากสถานการณ์การบุกค้นวัดพระธรรมกาย ตามหมายค้นและตามคำสั่งคสช. มาตรา 44 เพื่อตามหาพระธัมมชโย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยังคงดำเนินและยืดเยื้อต่อไป และยังไม่รู้ว่าบทสรุปสุดท้ายจะออกมาแนวไหน แต่ที่น่าจับตาและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์นั่นคือ ผลแห่งพลังเงินต่อพลังบุญของบรรดาลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่สร้างความยิ่งใหญ่อลังการ สร้างความร่ำรวยให้แก่วัดมหาศาล ที่สำคัญมี “อัครมหาสาวก” ระดับเศรษฐีเมืองไทย ที่รวยระดับหมื่นล้าน-พันล้าน ใจป้ำทุ่มทุนบริจาคให้กับวัดพระธรรมาย ซึ่งหากเอ่ยชื่อคงค้นหน้าคุณตากันเป็นอย่างดี

ในเรื่องนี้ ดร.มโน เลาหวณิช รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะอดีตศิษย์วัดพระธรรมกาย อธิบายข้อมูลให้ “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า รายชื่อของผู้ที่เป็นเจ้าภาพกิตติมศักดิ์พิเศษ ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ตนได้รวบรวมเอาไว้หมด ซึ่งมีตระกูลดังหลายตระกูล ได้แก่

1.อนันต์ อัศวโภคิน

2.บุญชัย-สมชาย-วิชัย เบญจรงคกุล และครอบครัว

3.ดร.ประกอบ-วรรณา จิรกิติ

4.กาญจนา อินอิว และครอบครัว

5.จันทนี มหัศนีศิรินุกูล-ปัทมา-สราวุฒ วิวิธธนกุล

6.ชูชัย เจียมทับทักษิณ-ดาเรศ สุเพียร ครอบครัว ญาติมิตร และทีมงาน

7.ดร.กฤษฎา-ทัศนีย์ จ่างใจมนต์ และเครือข่ายเนเจอร์กิฟทั่วโลก

8.ดร.วรพจน์ กันตพิพัฒน์ และครอบครัว

9.ดิฐพงศ์-พราวนรินทร์-เศรษฐิกิจ เรืองฤทธิเดช

10.ศรีศุภร จาตุรงควนิชย์

11.ธีรวัฒน์-คำนวณ ฐานะโชติพันธ์ และครอบครัว

12.นพ.พรชัย พิญญพงษ์ ประธานองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ย.พ.ส.ล.)

13.บรรณพจน์-บุษบา-พลภูมิ ดามาพงศ์

14.ประชา เทศพานิชย์

15.ประสงค์ สุวิวัฒน์ธนชัย

16.ปิยะพงศ์-วิชุดา-วิชชาพงศ์-บุญอนันต์ จ่างใจมนต์

17.สมชาย-ขวัญใจ-จงสวัสดิ์-ธนธร-ณรงค์สวัสดิ์-ชาญสวัสดิ์-ปิติภา จงวัฒน์ผล

18.สมชาย-นิภาพรรณ จิวัจฉรานุกูล-ญาติมิตร.บจก.รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977)

19.สัณห์จุฑา-วรพันทธ์-สิริญา วิชชาวุธ

20.สุจิตรา จ่างใจมนต์

21.วัฒิพันธ์-ด.ช.ธีรวุฒิ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ และญาติมิตร

22.สุภศิษฏ์-มโนทิพย์-รัฐธาร พัชร จักรวาลธรรม

23.สุรพล-กนิษฐา-ด.ช.สุรกานต์-ด.ญ.สุรกานต์ แซ่เจิ้น

24.สุริยะ-สุริสา-ศาตนนันท์ จึงรุุ่งเรืองกิจ

25.สุรีย์-วิชัย-รุ่งธรรม-เรืองธรรม เจียมพิทยานุวัฒน์

26.หนึ่ง สุขประเสริฐ

27.จันทอน พุดทะวงค์ และครอบครัว

28.หยด-สมควร-น้ำทิพย์ สุวรีย์- Mr.Tam Sun และญาติมิตร

29.อำนวย-ทวี พงษ์ประภาพันธ์ และครอบครัว

30.อุทัย-เทวิกา-อานนท์-อนุรุทธ-อัญญา ทวีโชติ

31.นางเฮงลิ้ม-สุวรรณา แซ่ตั้ง

32.ทพญ.สุภร-พรอารีย์-เพชรรัตน์ ตันตินิรามัย

33.ประกอบ-ศรีจันทรา ใต้ธงชัย บจก.เซเว่นสตาร์อินเตอร์ โฮลดิ้ง ตระกูลลิ่มทอง

34.นพ.พรฤทธิ์-ทพญ.นฤมล-ด.ช.วชิรวิทย์ พิสุทธิมาน บริษัท ควีนโปรดักส์

35.บรรพต-พิสมัย-วาสนา เรืองรักษ์ลิขิต บริษัทเคออนเนอร์ กรุ๊ป

36.เกียรติชัย-เพ็ญจันทร์-ชวิน ล้อจักรชัย

37.สอง วัชรศรีโรจน์ หรือ เสี่ยสอง

38.ศุภชัย ศรีศุภอักษร

39.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.ศึกษาฯและอดีตรมช.คลัง

40.ศศินา วิมุตตานนท์ ผู้ประกาศข่าวช่อง 7

41.อุรารัตน์ ไชยรังษี

ทั้งนี้ หากส่องประวัติบรรดาลูกศิษย์ของวัดพระธรรมกาย แต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา เพราะมีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักในวงสังคมระดับท็อปเทนของประเทศทีเดียว โดยจะขอยกตัวอย่างบางคน….อาทิ

1.นายอนันต์ อัศวโภคิน เป็นนักธุรกิจชาวไทยเจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เคยได้รับรางวัล Best CEO of The Year และเคยได้ตำแหน่งเศรษฐีหุ้นที่มีมูลค่าสูงที่สุดในไทยหลายปีซ้อน นายอนันต์มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26,000 ล้านบาท) และได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บให้เป็น มหาเศรษฐีของไทยลำดับที่ 18 (ประจำปี พ.ศ. 2555)

2.นายบุญชัย เบญจรงคกุล อดีตผู้บริหารกลุ่มยูคอมและดีแทค และเป็นนักธุรกิจใหญ่ติดอันดับฟอร์บสของเมืองไทย หรือรวยอันดับ 13 ของเมืองไทย

3.ดร.ประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตรสมรสกับ “วรรณา จิรกิติ” (สกุลเดิม เบญจรงคกุล) น้องสาวของบุญชัย เบญจรงคกุล อดีตผู้บริหารกลุ่มยูคอมและดีแทค และเป็นพี่สาวของสมชาย เบญจรงคกุล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
4.บรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยาของนายทักษิณ ชินวัต อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเป็นบุตรบุญธรรมของครอบครัว พล.ต.ท.เสมอ ดามาพงศ์ และคุณหญิงพจนีย์ ณ ป้อมเพ็ชร์

5.สอง วัชรศรีโรจน์หรือ “เสี่ยสอง” นักเล่นหุ้นชื่อดัง ที่เคยทำให้วงการหุ้นสั่นสะเทือนมาแล้วเมื่อปี 2532-2536 ซึ่งในสมัยนั้นได้เข้าไปซื้อหุ้นของธนาคารกรุงเทพฯพาณิชยการ (บีบีซี) 34 ล้านหุ้น และถูกแจ้งจับในข้อหาปั่นหุ้นเมื่อปี 2535 โดยเป็นพี่ชายของพระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ หนึ่งเป็นคีย์แมนพระระดับแกนนำของวัดพระธรรมกาย

6.ศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และถูกคดีฐานยักยอกทรัพย์กว่า 27.4 ล้านบาทจากสหกรณ์ฯ คลองจั่น ขณะที่ดำรงตำแหน่งประธานฯ ตอนนี้ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ

7.สุชาติ ธาดาธำรงเวชอดีตรมว.ศึกษาธิการ อดีตรมช.คลัง และเคยสนับสนุนโครงการปฏิบัติธรรมที่วัดสระเกศ-ธรรมกาย

8.ศศินา วิมุตตานนท์ อดีตนางงาม ผู้ประกาศข่าวช่อง 7 ภรรยาของนายสุวิทย์ วิมุตตานนท์ นักธุรกิจเจ้าของบริษัทธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น เวิลด์ คลาส ไลฟ์

9.สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจอดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงในสมัยรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร และเคยเป็นเลขาธิการพรรคไทยรักไทย

 

ที่มาข่าว Dailynews Web

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ระบาย!! แม่เฒ่าเมืองคอนแค้นใจ หลังถูกปรับ 200 ข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อก (มีคลิป)

แชร์สนั่น !! แม่เฒ่าเมืองคอนขอระบาย แค้นใจหนักมากหลังถูกปรับ 200 ข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อก (มีคลิป)

 

hqdefault-1

 

วันที่ 18 ก.พ.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลได้มีการเผยแพร่คลิปของแม่เฒ่าคนหนึ่งที่อัดคลิประบายความคับแค้นใจเป็นภาษาใต้ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับปรับเป็นเงิน 200 บาท ในข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อก

โดยคลิปดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่ในผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ “สาธิต นุ่นพันธ์” คลิปมีความยาว 1.48 นาที เป็นคลิปผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่ง อายุประมาณ 65 – 70 ปี สวมเสื้อคอกระเช้าลายดอก นั่งพูดระบายอารมณ์ถึงความคับแค้นใจเป็นภาษาใต้ชนิดแบบไม่หยุดหายใจ นอกจากนี้ ผู้ใช้เฟสบุ๊กยังโพสต์ข้อความ “ป้าแกคงแค้นตำรวจมาก ระบายอารมณ์แบบไม่หยุดหายใจเลย อิอิ…”

 

 

โดยเนื้อหาในคลิปจับใจความได้ว่า ป้ากำลังนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อกลับบ้านหลังจากไปจ่ายตลาด แต่ระหว่างทางถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจ และจับปรับในข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อก ทั้งที่ป้าได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่า คนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างไม่มีหมวกกันน็อกให้ป้าใส่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสมควรจะจับปรับคนขี่รถจักรยานยนต์มากกว่าจับปรับกับป้า อย่างไรก็ตาม ป้าก็ยอมจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 200 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

hqdefault-1

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ในโลกซเชียล ได้มีชาวโลกโซเชียลในเฟสบุ๊กเข้าชมคลิปเป็นจำนวน 2 แสนกว่าครั้ง พร้อมกับแชร์คลิปเกือบหมื่นครั้ง และแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานาเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นถึงท่าทางการพูดระบายอารมณ์ของป้าชนิดแบบไม่หยุดหายใจ นอกจากนี้ ยังแสดงความคิดเห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับป้า พร้อมกับมีการตั้งคำถามว่ากรณีที่ป้าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจและจับปรับในข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อก ทั้งที่ป้าบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่า ตนนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง แต่คนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างไม่มีหมวกกันน็อกให้ตนซึ่งเป็นลูกค้าใส่ ในทางกฎหมายใครน่าจะมีความผิด ระหว่าง ป้า กับ คนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการสอบถามผู้ใช้เฟสบุ๊ก “สาธิต นุ่นพันธ์ “ ที่โพสต์คลิปดังกล่าว ได้เล่าให้ฟังว่า คลิปดังกล่าวตนเป็นผู้บันทึกและโพสต์ลงเฟสบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 16 ก.พ.60 ที่ผ่านมา ผู้หญิงในคลิปชื่อว่า ป้าวันดี  อายุ 69 ปี เป็นชาวบ้านตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร โดยป้าวันดีได้ขอให้ตนอัดคลิปและโพสต์ลงในเฟสบุ๊ก เพื่อระบายความคับแค้นใจที่ป้านั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างกลับจากตลาด และไม่ได้สวมหมวกกันน็อก จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจและจับปรับเป็นเงิน 200 บาท ทั้งที่ป้าวันดีได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ฟังเหตุผลตน สุดท้ายตนจึงต้องยอมจ่ายค่าปรับข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อกให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวป้าบอกว่า เกิดที่บริเวณสี่แยกบางไร่ ตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร ซึ่่งหลังจากโพสต์คลิป ป้าวันดีไม่คิดว่าจะมีผู้ใช้เฟสบุ๊กเข้ามาชมเป็นแสนคน และแชร์คลิปตนอีกหลายหมื่นคน

 

ขอบคุณคลิป FB: สาธิต นุ่นพันธ์

ข่าวจาก สำนักข่าวเวิร์คพอยท์

คดีพลิกแท็กซี่ดราม่าแม่ตาย-ลูกป่วย ที่แท้กุเรื่องหลอกเงินผู้โดยสาร กรมการขนส่งฯสั่งฟันปรับ1พัน

คดีพลิกแท็กซี่ดราม่าแม่ตาย-ลูกป่วย ที่แท้กุเรื่องหลอกเงินผู้โดยสาร กรมการขนส่งฯสั่งฟันปรับ1พัน

hqdefault-1

คดีพลิกอีกแล้ว งานนี้มีเงิบทั้งโซเชียล จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ค ชื่อ Khun Yoo Yoksawat ได้โพสต์เรื่องราวว่า คนขับแท็กซี่ที่แม่ของตนสียด้วยโรคมะเร็งเมื่อคืน ที่โรงพยาบาลทหารเรือ พร้อมร้องไห้กับโชคชะตาชีวิต พร้อมเล่าให้ผู้โดยสารว่า ตนเองขับแท็กซี่ทั้งคืนเพื่อนำเงินไปเคลื่อนศพแม่ไปราชบุรี แต่เงินยังไม่พอ จึงได้แต่ร้องไห้ ผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย สงสารจึงกดเงินสมทบทุนช่วยเหลือแท็กซี่รายนี้

นวนมา ทำให้มีคนหนึ่งได้เข้ามาคอมเม้นต์แฉพฤติกรรมของลุงที่ขับรถแท็กซี่รายนี้ว่า แท้จริงแล้วลุงแท็กซี่อาจเป็นมิจฉาชีพ!? เล่นละครทำตัวให้น่าสงสารเพื่อหลอกผู้โดยสาร โดยเขาคอมเม้นต์ว่า..ไม่ใช่แหละคุณโดนหลอกแล้วนี่มันมิจาฉาชีพแม่เราก็โดนเหมือนกันรับโทรศัพท์แล้วบอกว่าแม่เสียเป็นมะเร็งศพอยุ่ รพ.ทหารเรือยังไม่ได้นำศพออกจาก รพ. 4 วันแล้วเพราะยังขาดเงินอีก 1, 500 บาท เรียก Taxi แถวพระราม 2 วันที่ 12 ก.พ. 60 ทำมาแล้วกี่คนไม่รู้ภายในรถก็ไม่มีป้ายทะเบียนฝากเตือนเพื่อนๆทุกคนด้วยเอาความดีของคนอื่นมาเป็นเครื่องมือแย่มาก
ขณะเดียวกันหลังจากมีคนออกมาแฉพฤติกรรมแท็กซี่ลวงโลก ล่าสุดเจ้าของเรื่องราวที่โพสท์ ก็ได้ออกมาโพสท์ว่า แม้จะตกเป็นเหยื่อแท็กซี่ ไม่ย่อท้อในการทำความดีแน่นอน ยังยืนยันจะช่วยเหลือคนที่ลำบากต่อไป โดยโพสท์ระบุว่า

“หลังจากผมลงเรื่องราว ที่ผมไปช่วยเหลือพี่แท๊กซี่ ทย.6075 ไว้เมื่อวาน
ก็มีคนเอาไปแชร์ต่อกันมากมาย จนหลายเพจก็เอาไปลงแชร์กันล้นหลาม
และแน่นอนว่าเมื่อมันเป็นประเด็นที่คนสนใจ เป็นกระแสสังคมไปแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ วันนี้มีข้อความอินบ๊อกซ์มาหาผมหลายข้อความมาก

แบ่งเป็น กลุ่มคนที่เห็นใจกับสิ่งที่เกิด และอยากยื่นมือช่วยเหลือ
ซึ่งผมก็ได้ตอบกับทุกคนว่า ผมไม่มีข้อมูลติดต่อแกเลย นอกจากทะเบียนรถ

และอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เข้ามาบอกว่า นี่คือกลโกงของมิจฉาชีพ ทั้งคนที่ประสบกับตัว หรือเพื่อนฝูงญาติสนิท แทบทุกข้อความมีรายละเอียด หลักฐานที่ค่อนข้างตรงกันมาก ทั้งข้อมูลเนื้อหา คำพูด รูปพรรณ ซึ่งทำให้ผมค่อนข้างเชื่อได้
ว่า ผมน่าจะตกเป็นเหยื่อ
แต่ผมก็ตอบกลับทุกข้อความไปว่า

“หลังจากเรื่องนี้แพร่ออกไป ก็มีคนอินบ๊อกส์มาบอกผมหลายคน แต่สถานการณ์ตอนนั้นผมเลือกที่จะให้ เพราะถ้าเขาเป็นมิจฉาชีพ เต็มที่ผมก็แค่เสียความรู้สึกที่เขาใช้ความมีน้ำใจเป็นเครื่องมือ แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ผมคนรู้สึกบาปมากที่ไม่ยอมช่วย และเมื่อมันเป็นกระแสสังคมไปแล้ว สังคมก็จะตรวจสอบเขา และกรรมจะทำหน้าที่ครับ ผมว่าผมสบายใจที่ทำ และที่สำคัญทำไปแล้วครับ
คิดเข้าข้างตัวเองว่า เด็กนั่นคงมีข้าวกินอีกหลายมื้อครับ
ที่ไม่อยากออกมาแก้ต่าง เพราะกลัวคนในสังคมหวาดกลัวการมีน้ำใจครับ
ผมไม่ได้ลำบากอะไรมากมายครับ”

ซึ่งผมก็หมายความตามนั้นจริงๆ

เรื่องนี้เราได้เรียนรู้สองสิ่งครับ

คือ การได้ช่วยเหลือผู้ที่กำลังลำบาก คือสิ่งที่เราสามารถทำได้ ทำแล้วมีความสุขใจ ขนาดคนที่เข้ามาอ่าน เข้ามาแชร์ ยังรู้สึกดี กับสิ่งที่มันเกิดขึ้นเลยครับ

และในขณะเดียวกัน ก็มีคนใช้สิ่งข้างต้น มาเป็นเครื่องมือในการเบียดเบียน เอาความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ มาสร้างประโยชน์ให้ตน ก็คงต้องปล่อยให้กรรมทำหน้าที่ เป็นเรื่องของเขา
เป็นอุธาหรณ์ เป็นกรณีศึกษาที่ดีครับ

ผมมิได้ทำผิด โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ผมว่าผมได้ทำในสิ่งที่ถูก ในเวลาที่ควร
เพราะฉะนั้น ทำไมผมจะต้องอาย ทำไมผมจะต้องท้อ ที่จะทำมันอีก”

ตำถาดหลบไป! ไอเดียใหม่ “กะเพราถาด” ราคาแค่ 40-60 เติมข้าวฟรีไม่อั้น ถูกใจผู้ใช้แรงงาน

ตำถาดหลบไป! ไอเดียใหม่ “กะเพราถาด” ราคาแค่ 40-60 เติมข้าวฟรีไม่อั้น ถูกใจผู้ใช้แรงงาน

560000001770501

ร้านอาหารตามสั่งย่าน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ผุดไอเดียข้าวกะเพราถาดจานยักษ์ ราคาเท่ากับอาหารตามสั่งทั่วไป 40-60 บาท ข้าวไม่พอขอเติมได้อีก ลูกค้าผู้ใช้แรงงานตรึมขายได้ 200 ถาดต่อวัน ถูกแชร์ในโซเชียลอีกเพียบ

เฟซบุ๊ก “เครือสหพัฒน์-แหลมฉบัง” ที่นำเสนอเรื่องราวข่าวสารในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ และท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้นำเสนอร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่ง ในซอยประปาไร่กล้วย อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ใช้ถาดเป็นภาชนะใส่อาหาร ในราคาเท่ากับอาหารตามสั่งทั่วไป ถาดละ 40-60 บาท เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนกว่าของจะหมด ประมาณ 15.30 น.

ร้านดังกล่าวมี น.ส.สุพิศ เทาศิริ วัย 28 ปี เป็นเจ้าของ ระบุว่า เปิดร้านอาหารตามสั่งมาได้ 4 เดือน ช่วงแรกขายไม่ดี จึงเกิดไอเดียเพิ่มยอดขายให้ร้าน โดยการเปลี่ยนจากจานมาเป็นถาดใส่อาหารมากว่า 1 เดือน และการให้ปริมาณอาหารที่เยอะมาก พบว่ามียอดขายมากกว่า 200 ถาดต่อวัน นอกจากลูกค้านิยมถ่ายรูปลงโซเชียลถึงความแปลกใหม่แล้ว ยังลดปัญหาเศษอาหารตกอยู่บนโต๊ะเมื่อเทียบกับจากที่เคยใส่จานอีกด้วย

สำหรับลูกค้าที่มาอุดหนุน ส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานบริษัท หรือโรงงานในพื้นที่ อ.ศรีราชา มักจะนิยมสั่งข้าวผัดกะเพราถาด โดยมีเคล็ดลับคือการใช้พริกแห้งจินดาที่มีความหอมเป็นส่วนประกอบสำคัญ สนนราคาหากเป็นกะเพราหมู หรือ กะเพราหมูกรอบราดข้าว ถาดละ 40 บาท กะเพราทะเลและกะเพราเนื้อวัว ถาดละ 50 บาท หากต้องการไข่ดาวเพิ่มฟองละ 10 บาท ไม่อิ่มเพิ่มข้าวสวยได้ฟรี (เฉพาะรับประทานในร้านเท่านั้น)

การเดินทาง : จากถนนสุขุมวิท เข้าเขต อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อถึงแยกอัสสัมชัญ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอัสสัมชัญ (สุขุมวิท 7) ถึงโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา เลยมาเล็กน้อยจะเจอสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายไปทางบ้านไร่กล้วย ข้ามทางรถไฟสายตะวันออกแล้วจะเจอป้ายบอกทางไปสำนักงานประปาศรีราชา เลี้ยวขวาหน้าเซเว่นอีเลฟเว่น ตรงไปเล็กน้อยจะเจอตลาดทางซ้ายมือ คือ ตลาดนัดบิ๊กฟู๊ด ร้านดังกล่าวก็จะอยู่ตรงข้ามตลาด โทรศัพท์ติดต่อ 06-2981-6938

 

00

‘ไส้กรอก’ ติดคอเด็ก มหันตภัยที่พ่อแม่คิดไม่ถึง

ถึงตาย! ‘ไส้กรอก’ ติดคอเด็ก มหันตภัยที่พ่อแม่คิดไม่ถึง

560000000229303

เฟซบุ๊กเพจ เรื่องเล่าหมอ x exclusive ได้เผยแพร่เรื่องราวอันน่าสลดจากเหตุที่ผู้ปกครองพาเด็กวัย 3 ขวบ มาโรงพยาบาลด้วยอาการหมดสติ โดยถูกระบุอาการว่า จู่ๆ เด็กก็นอนลงไปดิ้นทุรนทุราย ปากเขียว จึงรีบพามาโรงพยาบาลโดยไม่ได้ปฐมพยาบาลก่อน

“พอถึงห้อง ฉุกเฉิน แพทย์เวรที่ห้องฉุกเฉินได้ทำการช่วยเหลือกู้ชีพ รวมถึงการใส่ท่อช่วยหายใจ เพราะน้องอยู่ในสภาวะระบบหายใจล้มเหลว ทันใดนั้นเอง!!!! ระหว่างใส่ท่อช่วยหายใจ ไส้กรอกชิ้นนึงขนาดพอคำ ก็หลุดออกมาจากหลอดลม ……..

“ทุกอย่างกระจ่าง สอบถามผู้ปกครอง ได้ความว่า เด็กน้อยถือไส้กรอกกินตามลำพัง แต่อะไรก็ไม่สำคัญไปกว่า การช่วยฟื้นคืนชีพครั้งนี้ทำไม่สำเร็จ เด็กน้อยมาถึง รพ ช้าไป …….” เพจ เรื่องเล่าหมอ x exclusive ระบุ และว่าจริงๆ หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองและคนใกล้ชิดต้องปฐมพยาบาลหลอดลมอุดตันในเด็กเสียก่อน เพราะระยะทางและระยะเวลาในการเดินทางมายังสถานพยาบาลนั้นอาจนานเกินไปที่จะช่วยชีวิตเด็กได้ทัน

“การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กที่ภาวะหลอดลมอุดตันจากสิ่งแปลกปลอม การเรียนรู้วิธีช่วยเหลือเบื้องต้นจำเป็นสำหรับทุกๆคนครับ”

 

ชายในคลิปสงสัยขโมยรถ โร่แจ้ง ที่แท้ไขรถผิด

ชายในคลิปสงสัยขโมยรถ โร่แจ้ง ที่แท้ไขรถผิด

 

ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอจากเฟซบุ๊กผู้ใช้รายหนึ่ง โดยผู้โพตส์ระบุว่าขณะที่เพื่อนของเขานั้นได้จอดรถเอาไว้ และนั่งอยู่ในรถ แล้วมีผู้ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาบริเวณที่รถจอดอยู่ ทำทีมองสำรวจรถก่อนจะใช้กุญแจไขประตูรถแต่ไขยังไงก็เปิดไม่ได้

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%a7-fb

พร้อมมองไปรอบๆ เป็นระยะเหมือนระแวงว่าจะมีคนผ่านมาเห็น จนในที่สุดเจ้าของรถทนไม่ไหวจึงได้เปิดประตูออกไป ชายคนดังกล่าวจึงรีบขอโทษพร้อมบอกว่าสงสัยตนนั้นไขรถผิดคัน

ทั้งนี้ เจ้าของโพสต์ดังกล่าว บรรยายข้อความประกอบคลิปวิดีโอว่า “มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบจะได้ระมัดระวังตัวและระมัดระวังรถของเพื่อน ๆ ครับ คือว่ามีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งไปทำธุระแถว ๆ ตลาดสี่มุมเมือง และไปจอดรถในปั้มน้ำมันแถว ๆ นั้น โดยที่ยังนั่งอยู่ในรถและดับเครื่อง (รถติดฟิล์มประมาณ 80% คนภายนอกจึงมองเข้ามาไม่เห็นภายใน)

แต่มีชายคนหนึ่งพยายามจะไขรถของเขาโดยเดินไขเกือบทุกประตูรอบรถเลย (ดูคลิปประกอบ) เพื่อนจึงถ่ายคลิปเอาไว้ดังที่เห็น ลองคิดดูว่าหากเขาไขประตูรถเข้ามาได้ และไม่มีใครอยู่ในรถอะไรจะเกิดขึ้น

เพื่อนบอกว่าพอเขาเปิดประตูรถออกไป ชายคนนั้นตกใจ และบอกว่าขอโทษไขรถผิด แต่ดูจากคลิปมันไม่น่าใช่น่ะครับ ฝากเพื่อน ๆ ให้ระวังกันด้วยนะครับ #เห็นหน้าชัดเลย #ใครเคยเห็นบ้าง #ใครเคยโดนลักษณะเดียวกันบ้าง”

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (10 ก.พ.) เมื่อเวลา 13.50 น. นายชัยพร อายุ 53 ปี ทำงานที่กรมสรรพาวุธทหารบก ตำแหน่ง ลูกจ้างประจำ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมทั้งลงบันทึกประจำวัน และให้ข้อมูล ที่ สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ว่าเป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อนิสัน ซันนี นีโอ สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน ภล- 9264 กทม. ซึ่งเมื่อวันที่ 7 ก.พ.2560 เวลาประมาณ 18.00 น. ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสัน ซันนี นีโอ สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน ภล- 9264 กทม. แวะมามาจอดในปั้มน้ำมัน สาขาเมืองเอก ถนน พหลโยธิน เพื่อเข้าห้องน้ำก่อน จะไปซื้อของในเมืองเอก

และเมื่อเสร็จธุระแล้วตนเองจึงกลับมาจะขึ้นรถที่ตนจอดไว้ แต่เมื่อเดินมาถึงรถได้เห็นว่ารถมีร่องรอยขีดขวนที่ประตูรถข้างขวา จึงได้เดินวนดูรอบคัน จากนั้นได้นำกุญแจรถมาไขประตูฝั่งคนขับ แต่ก็ไขไม่ออก และเดินวนไปที่ประตูฝั่งซ้ายเพื่อไขอีกครั้ง แต่ก็ไขไม่ออกเช่นกัน

โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองไขรถผิดคัน คิดว่าเป็นรถยนต์ของตนเอง กระทั่งเจ้าของรถคันที่ตนเองเดินวนดูได้เปิดประตูรถออกมาและแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของรถ พูดโวยวายต่อกว่า จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งต่อว่า กล่าวหาว่าเป็นขโมย ซึ่งตนเองได้พยายามอธิบายว่าไม่มีเจตนาเช่นนั้น แค่จำรถผิดจริง ๆ

นายชัยพร กล่าวต่ออีกว่า หลังจากนั้นตนเองได้มองหารถของตัวเอง และพบว่าจอดถัดไปจากรถคันที่ตนเองไขกุญแจผิด จึงพยายามชี้แจงกับทางเจ้าของรถให้เข้าใจ และเดินมาที่รถของตัวเอง จากนั้นได้มาพูดขอโทษพร้อมทั้งยกมือไหว้เจ้าของรถและตนเองก็ได้ขึ้นรถขับออกไป

กระทั่งวันนี้มาทราบจากเพื่อนที่ทำงานว่า ได้มีคลิปภาพออกในโลกโซเชียลต่อว่าตนเองกล่าวหาว่าตนเองเป็นขโมยรถ พร้อมทั้งมีการแชร์กันไปต่าง ๆ นานา ซึ่งตนเองรู้สึกตกใจมาก เพราะไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น จึงเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าตนเองเป็นคนที่อยู่ในคลิป

และให้ติดตามเจ้าของรถที่มีการโพสต์คลิปดังกล่าว พร้อมกับต้องการพบ ผู้ที่ถ่ายคลิป และผู้ที่นำคลิปไปลง เพื่อจะได้มาเจรจากัน เพื่อไม่ให้ตกเป็นจำเลยสังคม เพราะตนเองก็รับราชการเป็นลูกจ้างประจำกรมสรรพวุฒิมา 22 ปี ไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมายมาเลย แต่ตนเองมาเจอเหตุการณ์นี้ถึงกลับตกใจ วอนสังคมเห็นใจและเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

กระทั่ง เมื่อเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน นาย วรานนท์ คนการ อายุ 45 ปี ชาวอ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เจ้าของรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นซันนี่ นีโอ สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน ภอ-5831กทม. ได้ขับรถมาพบกับพนักงานสอบสวน สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมทั้งแจ้งว่า เป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งฯ คันที่อยู่ในคลิปที่แพร่ทางโลกโซเชียล และเมื่อนำรถทั้งสองคันมาจอดเทียบกับก็พบว่ามีเป็นรุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน

ด้าน นายวรานนท์ อายุ 45 ปี ชาว อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เจ้าของรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นซันนี่ นีโอ สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน ภอ-5831กทม. ให้การว่า วันนั้นตนเอง เป็นคนถ่ายคลิปเอง เพราะตนเองก็ไม่ทราบว่าเป็นคนดี หรือเป็นคนร้ายจึงตัดสินใจถ่ายเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะส่ง ให้เพื่อนๆ ในบริษัทดู แบบเตือนภัยเพราะที่ทำงานมีพนักงานเป็นผู้หญิงเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ทราบว่าทางเพื่อนได้มีการลงไปในโลกออน์ไลน์เพื่อช่วยเตือนภัย

ขณะที่ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรววจ ได้เรียกตัวเจ้าของรถทั้งสองคัน มาพูดคุยเจรจากัน จึงทราบว่า มีความเข้าใจผิดกันโดยทางด้านนายชัยพรฯ เข้าใจว่าเป็นรถของตนเองแต่พบว่ามีรอยขีดขวนที่ข้างรถจึงเดินดูเพื่อตรวจสอบโดยรอบของตัวรถ

โดยที่ไม่ได้ดูที่ป้ายทะเบียน คิดว่ามีใครมาขวนรถ จึงใช้กุญแจไขรถโดยที่ไม่ใช่รถตัวเอง แต่ทางด้านเจ้าของรถซึ่งอยู่ภายในรถได้ถ่ายบันทึกด้วยโทรศัพท์ไว้และนำไปให้เพื่อนดู จนกระทั่งมาสู่การนำคลิปไปแพร่ภาพทางอินเตอร์เน็ต

อย่างไรก็ดี ทางด้านนายวรานนท์ ก็ได้กล่าวขอโทษ นายชัยพร พร้อมกับยกมือไหว้ และจับมือ และพร้อมที่จะแก้ไขข่าวในโลกสังคมออน์ไลน์ให้ พร้อมทั้งวอนขอให้สังคมในโลกโซเซียลได้เข้าใจข้อเท็จจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหยุดแชร์ในลักษณะเตือนภัยโดยกล่าวหาว่าเป็นคนผิด

แฉครูหื่นลวนลามนร.ป.6 ขอชดใช้ค่าเสียหายยุติคดี

แฉครูหื่นลวนลามนร.ป.6 ขอชดใช้ค่าเสียหายยุติคดี

001

ผู้ปกครองแฉครูหื่นลวนลามนักเรียนป.6ขอเคลียร์ชดใช้ค่าเสียหายเพื่อยุติคดี ยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ไปทำกับนักเรียนคนอื่นอีก

จากกรณีที่มารดาได้พาลูกสาว ด.ญ.ขวัญ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนชื่อดังในตัวเมืองชัยนาท เข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.เมืองชัยนาท เพื่อให้เอาผิดกับ นายหมี (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ครูประจำชั้น ป.6 โรงเรียนเดียวกันโดยระบุว่า ได้กระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์มานานหลายเดือน และนับครั้งไม่ถ้วนด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดชัยนาทกับครูคนดังกล่าวไปแล้วนั้น จนถึงขณะนี้ครูคนก่อเหตุยังไม่ได้มีการขอเข้ามอบตัวแต่อย่างไร และขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวครูคนดังกล่าว

01

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่ถูกกระทำอนาจาร รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ครูคนดังกล่าวได้สนทนาทางไลน์ พยายามที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้เพื่อยุติเรื่อง แต่ผู้ปกครองเด็กนักเรียนนั้นไม่ยอมรับการชดใช้ค่าเสียหาย เพราะความผิดครั้งนี้เกินที่จะให้อภัยได้ และต้องการเห็นครูคนที่กระทำอนาจารคนดังกล่าวนั้นถูกลงโทษให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ครูรายนี้ไปกระทำกับเด็กนักเรียนหญิงคนอื่นได้อีก ซึ่งขณะที่มีครูภายในโรงเรียนได้ส่งข้อความหาเด็กนักเรียนหญิงรายหนึ่งเพื่อขอร้องเด็กนักเรียนว่าอย่าให้ผู้ปกครองไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติมอีก โดยมีการแจ้งความ 4 คนก็ขอให้พอแล้ว ล่าสุดในขณะนี้ยังไม่มีผู้ปกครองและนักเรียนเข้ามาแจ้งความว่าถูกกระทำอนาจารเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%a7-fb

จากรณีฉาว’ครูหื่น’บีบหน้าอก-จับอวัยวะเพศ ป.6เป็นเหยื่อนับ10
พ่อพิมพ์ของชาติฉาวอีก คราวนี้เกิดที่ในโรงเรียนดังชัยนาท แม่ลูกลูกสาววัย 12 แจ้งจับ ครูชายสุดหื่น หลอกเด็กว่าเมื่อยให้ช่วยนวด พอเผลอดึงร่างมากอด บีบหน้าอก-ล้วงอวัยวะเพศ ตะลึง ลูกศิษย์ตกเป็นเหยื่อถึง 10 คน

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ผู้เป็นมารดาได้พาลูกสาว ด.ญ.ขวัญ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนชื่อดังในตัวเมืองชัยนาท เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ฉลองชัย บางจั่น รอง สว (สอบสวน) สภ.เมืองชัยนาท เพื่อให้เอาผิดกับ นายหมี (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ครูประจำชั้น ป.6 โรงเรียนเดียวกัน เพราะอ้างว่า ได้กระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์มานานหลายเดือน และนับครั้งไม่ถ้วนด้วย

ผู้เป็นมารดา ให้การอ้างว่า 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา ลูกสาวมีอาการซึมเศร้ามากและไม่ค่อยอยากจะไปโรงเรียน กระทั่งเมื่อเย็นวานนี้ (9 ก.พ.) ลูกสาวได้วิ่งหน้าตาตื่นกลับมาที่บ้าน พอถามก็เล่าว่าโดนครูคนนี้ล่วงละเมิดทางเพศที่ห้องสังคม แต่ไม่ยอมและวิ่งหนีหลุดรอดออกมาได้ ซึ่งเพื่อนๆก็โดนทำแบบเดียวกันมาหลายครั้ง

ด้าน ด.ญ.ขวัญ เล่าว่า ตนเป็นหนึ่งในเหยื่อที่โดนกระทำ เริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค.59 ครูหื่นคนนี้ได้เรียกไปพบที่ห้องสังคมเพียงลำพัง อ้างว่าขอแรงให้ช่วยนวด เพราะปวดเมื่อย แต่พอชะล่าใจเขากลับดึงร่างไปกอด จากนั้นก็จับถอดเสื้อชุดนักเรียน ก่อนจะล้วงเข้าไปบีบหน้าอกและจับอวัยวะเพศ บางครั้งหื่นมาก็บังคับให้จับอวัยวะเพศของเขา แล้วสั่งให้สำเร็จความใคร่ให้ พร้อมทั้งข่มขู่ว่าห้ามบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะสอบตกวิชาที่เขาสอนแน่นอน นอกจากตนแล้วเพื่อนหญิงอีกกว่า 10 คน ก็เจอทำแบบเดียวกัน ทั้งช่วงพักเที่ยงและช่วงเลิกเรียน

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ไปที่โรงเรียนดังกล่าวเพื่อพบกับผู้บริหารฯ แต่ผู้บริหารกลับปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล อ้างว่า ผอ.โรงเรียนอยู่ระหว่างลากิจ ให้ข้อมูลไม่ได้ อย่างไรก็ตามทันทีที่ทางคณะผู้บริหารทราบว่ามีการแจ้งความแล้ว จึงเรียกนักเรียนหญิง 70 คน มาสอบถาม ปรากฏว่ามีถึง 10 คน ที่โดนครูหื่นล่วงละเมิด จึงเตรียมสั่งพักงานครูคนดังกล่าวแล้ว….

 

คลิปสงฆ์จีนวิวาท นึกว่าจะกังฟูเส้าหลิน นี่มันมวยวัดชัดๆ

คลิปสงฆ์จีนวิวาท นึกว่าจะกังฟูเส้าหลิน นี่มันมวยวัดชัดๆ

 

คลิปสงฆ์จีนวิวาท ชาวเน็ตแซวกันสนุกไม่เห็นเหมือนในหนัง นึกว่าจะมีการใช้กำลังภายใน เหาะเหินต่อสู้กันกลางอากาศ ที่ไหนได้มวยวัดชัดๆ

คงไม่ผิดนักหากจะพูดว่าผู้ถือศีลเมื่อยังตัดกิเลสตัณหาไม่ได้ ก็ไม่ต่างจากฆราวาส มักมีความขัดแย้งทะเลาะวิวาท ตบตีกันให้เห็นอยู่บ่อยๆ คราวนี้มาดูคลิปสงฆ์จีนบ้าง แม้จะไม่ทราบต้นสายปลายเหตุที่แน่ชัด แต่นั่นหาใช่สารสำคัญเพราะวงการสงฆ์บ้านเราก็มี

ช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงชาวเน็ตกดไลค์พันอัพ พร้อมตั้งชื่อให้ศึกชิงเจ้าอาวาส แซวกันสนุกไม่เห็นเหมือนในหนัง นึกว่าจะมีการใช้กำลังภายใน เหาะเหินต่อสู้กันกลางอากาศ ที่ไหนได้มวยวัดชัดๆ

คลิปสงฆ์จีนวิวาท นึกว่าจะกังฟูเส้าหลิน นี่มันมวยวัดชัดๆ

คลิปสงฆ์จีนวิวาท นึกว่าจะกังฟูเส้าหลิน นี่มันมวยวัดชัดๆ

มาดูความน่ารัก ของอาหมวยและอาตี๋ บ้าน 4 ออ กัน

มาดูความน่ารัก ของอาหมวยและอาตี๋ บ้าน 4 ออ กัน ตรุษจีนบ้านนี้ 4 ออ สนุกสนานกันสุดๆ

ตรุษจีนปีนี้ ใครๆ ก็อิจฉาบ้านศิลาชัย มีลูกสี่คน แสนอบอุ่น สนุกสนาน ไปชมความน่ารักของอาหมวยและอาตี๋ สุดแสบ 4 ออ 4 ออ , ตี๋ออก้า , หมวยใหญ่ ออกัส , ตี๋เล็ก ออกู๊ด และอาหมวยออเกรซ กันได้ที่เฟสแม่จูนเลยนาจา ดูแล้วอบอุ๊นน อบอุ่นค่าาา

0001

แห่ชื่นชมแม่ค้าแตงโม เก็บเงินหมื่นส่งคืนเจ้าของ

แห่ชื่นชมแม่ค้าแตงโม เก็บเงินหมื่นส่งคืนเจ้าของ

แห่ชื่นชมแม่ค้าแตงโม เก็บเงินหมื่นส่งคืนเจ้าของ

แห่ชื่นชมแม่ค้าแตงโม เก็บเงินหมื่นส่งคืนเจ้าของ

จากที่ชาวเน็ตแชร์ในโซเชียลว่า ป้าขายแตงโมเก็บเงินหมื่นบาทและโทรศัพท์มือถือนำไปส่งตำรวจ จนตามหาเจ้าของจนพบสร้างความประทับใจผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.อำพล อมรลักษณ์ปรีชา ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ว่า ภายหลังจากที่ได้มีการส่งภาพกันในกลุ่มไลน์ของตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และมีการส่งต่อไปยังกลุ่มไลน์และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ กรณีป้าขายแตงโมเก็บเงินและนำมาส่งให้ตำรวจหาเจ้าของ ทราบชื่อคือ นางกัญญา โพธิ์พิจิตร หรือป้าอี๊ด อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48-50 ถนนเลียบทางรถไฟไปคลองวาฬ ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้นำกระเป๋าสตางค์ภายในมีเงินสด 1 หมื่นบาท และโทรศัพท์มือถือซัมซุง นำมาที่สถานีตำรวจเพื่อให้ช่วยตามหาเจ้าของ โดยมี ด.ต.ชูเกียรติ พรหมรักษ์ เสมียนเวรประจำวันรับเรื่องไว้ จากนั้นได้ติดตามหาเจ้าของมารับคืน คือ น.ส.ธิดารัตน์วงษ์สวัสดิ์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ซอยข้างโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามนางกัญญา โพธิ์พิจิตร หรือป้าอี๊ด ขณะนั่งขายแตงโมอยู่ตลาดนัดริมทางรถไฟ ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ช่วงเที่ยงเดินทางกลับบ้านโดยเข้าทางซอยสระโยคีข้างหมู่บ้านเตชินี ก่อนถึงบ้านเห็นกระเป๋าเงินตกบนถนนหมู่บ้าน เมื่อเปิดออกเห็นว่ามีเงินอยู่ภายในกระเป๋าจำนวนมาก จึงไปโรงพักเพื่อให้ตำรวจตามหาเจ้าของ

“สาเหตุที่ไม่เก็บไว้เองเพราะสงสารเจ้าของกระเป๋า คิดว่าทุกคนมีความจำเป็นต้องใช้เงินและกลัวบาป เมื่อมอบคืนให้เจ้าของแล้วสบายใจและภูมิใจที่ได้ทำความดี ถึงแม้จะมีอาชีพขายผลไม้ไม่ได้ร่ำรวยแต่ไม่คิดจะเอาของคนอื่นมาเป็นของตัวเองและยังทราบว่าเจ้าของเป็นช่างเสริมสวยเตรียมนำเงินจำนวนนี้ไปใช้หนี้อีกด้วย ถือว่าเคราะห์ดีที่ได้กระเป๋าและทรัพย์สินคืนทั้งหมด แต่หากป้าอี๊ดกลับบ้านเส้นทางอื่นก็จะไม่เจอกระเป๋าใบนี้อาจมีคนอื่นเก็บก็เป็นได้” ป้าอี๊ดเล่าด้วยสีหน้าภูมิใจ ชาวเน็ตหลังทราบเรื่องจึงช่วยกันไปอุดหนุนซื้อแตงโมที่แผงตลาดนัดริมทางรถไฟให้ป้าอี๊ดมีรายได้ดีขึ้น.

 

ที่มาข่าว : ไทยรัฐออนไลน์

เปิด “คัมภีร์ปีระกา 2560” ดวงดี-ปีชงพร้อมวิธีแก้เคล็ด

เปิด “คัมภีร์ปีระกา 2560” ดวงดี-ปีชงพร้อมวิธีแก้เคล็ด

เมื่อครั้งที่ผ่านมา “ไทยรัฐออนไลน์” ได้นำเสนออินโฟกราฟิกประเด็น เปิด “คัมภีร์ปีระกา 2560” คำทำนายตามคัมภีร์ปีระกา 2560 ตำราโหราศาสตร์จีนหลายพันปี ไล่เรียงตามปีนักษัตร 6 นักษัตรแรกไปแล้ว ดังนั้น ครั้งนี้ เราจะขอนำเสนอคำทำนายไล่เรียงตามปีนักษัตร 6 นักษัตรหลังจนครบ มาดูกันว่า ราศีไหนดวงดี ปีชง พร้อมวิธีแก้เคล็ด โดยสามารถนำไปทำตามได้ไม่ยาก เพื่อให้ตัวเองได้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ตั้งแต่ต้นปีใหม่นี้ เป็นต้นไป.

เปิด “คัมภีร์ปีระกา 2560” ดวงดี-ปีชงพร้อมวิธีแก้เคล็ดxwxt25g9f37udbrgfqyctejubpezgy2fygacm3yr

ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก ไทยรัฐออนไลน์

“ปากโป้ง” เปิดโผราศี “ดวงดี” ปี 2560 “หมอช้าง” แนะวิธีรับมือ “ปีไก่ไฟ”

“ปากโป้ง” เปิดโผราศี “ดวงดี” ปี 2560 “หมอช้าง” แนะวิธีรับมือ “ปีไก่ไฟ”

“ปากโป้ง” เปิดโผราศี “ดวงดี” ปี 2560 “หมอช้าง” แนะวิธีรับมือ “ปีไก่ไฟ”

“ปากโป้ง” เปิดโผราศี “ดวงดี” ปี 2560 “หมอช้าง” แนะวิธีรับมือ “ปีไก่ไฟ”

วางแผนชีวิตดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง รายการ “ปากโป้ง” ทาง “ช่อง 8” เข้มทุกเรื่องราว สุดทุกอารมณ์ จึงส่งเทียบเชิญ “อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา” มาประเดิมปีใหม่ด้วยการ “ดูดวง” ในแต่ละราศี ราศีไหนดี ราศีไหนมีเคราะห์ เตือนกันไว้จะได้รู้วิธีรับมือ

“ปากโป้ง” เปิดโผราศี “ดวงดี” ปี 2560 “หมอช้าง” แนะวิธีรับมือ “ปีไก่ไฟ”

“ปากโป้ง” เปิดโผราศี “ดวงดี” ปี 2560 “หมอช้าง” แนะวิธีรับมือ “ปีไก่ไฟ”

ปีไก่ไฟหลายคนกังวลอาจจะดวงไม่ดี ?
“ปี 2560 นี้มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน ดาวพฤหัสย้ายแน่นอน ย้ายทุกปีอยู่แล้ว พระราหูปกติปีครึ่งจะย้ายทีหนึ่ง นี่ก็จะมาครบกำหนดย้ายช่วงกลางๆ ปี ซึ่งดาวพฤหัสก็จะย้ายในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน ผมถึงได้บอกว่าจุดเปลี่ยนดวงเมืองมันจะอยู่ในช่วงครึ่งปีหลังซะมากกว่า ครึ่งปีแรกก็จะยังคล้ายๆ กับปี 2559 อยู่ แล้วเด็ดสุดก็คือธันวาคมเกือบสิ้นปีพระเสาร์ย้ายอีก ดาวใหญ่ๆ ย้ายหมดมันเลยเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับดวงชะตาเยอะ พอดาวย้ายบ่อยๆ ชีวิตมันไม่แน่นอน แต่ที่ผมบอกว่าเป็นข่าวดีเพราะว่าพอเข้าปี 2561 มันไม่เหลือดาวให้ย้ายแล้ว”
ภัยธรรมชาติมีไหม ?
“ความแรงของภัยธรรมชาติ เรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในโลกของเราเนี่ยยังเยอะขึ้นอยู่ โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ ม.ค. ก.พ. 2 เดือนนี้ต้องระวัง เพราะการเข้าสู่ “ปีไก่ไฟ” มันต้องมีภัยธรรมชาติใหญ่ๆ คนเสียชีวิตเยอะๆ อันนี้ต้องระวังและบางทีมันอาจจะไม่ได้เกิดไกลตัวกับเรามากนัก ไม่ได้ไกลจากเมืองไทย ก็ต้องเดือนเพราะบางทีดาวพวกนี้มันแรงมาก”
วิธีแก้ปีไก่ไฟ ?
“ก็เริ่มด้วยการทำบุญ การทำบุญมีหลายรูปแบบมาก ก่อนที่คุณจะไปทำบุญอย่างอื่น อยากให้เริ่มทำบุญในบ้านเราก่อน บางคนไปไหว้พระ 9 วัด ไปโน้นไปนี่แต่ในบ้านไม่เคยทำบุญเลย ไม่เคยให้ความช่วยเหลือ ไม่เคยให้เวลา ไม่เคยให้ความรัก ซึ่งพวกนี้อาจจะไม่ต้องไม่ใช้เงินเยอะมาก ถ้าเราเริ่มทำบุญภายในลบ้างของเรา คุณพ่อ คุณแม่ ครอบครัว เริ่มจากตรงนั้นก่อน และเป็นพรที่ดีที่สุดที่เราจะได้รับในช่วงปีใหม่นี้”
ราศีที่ดวงกลางๆ ?
“มีอยู่ 4 ราศีที่เรียกว่าไม่ได้ดีมาก แต่ก็ไม่ได้มีเคราะห์ “ราศีธนู” มีโชค “ราศีเมถุน” นี่อาจจะเสียตังก์เยอะหน่อย “ราศีพฤษภ” เป็นการบุกเบิกเริ่มต้นงานใหม่ เริ่มต้นธุรกิจใหม่เหนื่อย แต่ว่าคุ้ม “ราศีมีน” ครึ่งปีแรกดีแต่ครึ่งปีหลังจะมีปัญหา ถ้าคุณอยู่ใน 4 ราศีมั่นใจในฝีมือ ความสามารถ ก็จะผ่านพ้นปี 2560 นี้ไปได้อย่างแน่นอน”
ราศีที่ดีมะอะไรบ้าง ?
“ดีต่อเนื่องก็คือ “ราศีกันย์” ในตำราบอกว่าจะรวยขึ้น การเงินจะมั่นคงมากกขึ้น แต่นั่งๆ นอนๆ ไม่มีใครรวยนะครับ ถ้าคุณขยันมากขึ้นผลตอบแทนในปีใหม่นี้จะมากขึ้น “ราศีสิงห์” เป็นราศีที่พ้นเคราะห์เพราะราหูออก ใครอยู่ราศีนี้ชีวิตจะพบความจริงสัจธรรม หลายคนเลิกกับแฟนไปเยอะมากในปีที่ผ่านมา เพราะพระราหูเข้า ปีนี้พ้นเคราะห์จะมีโชค งานที่เป็นการค้าขาย ธุรกิจจะดีมากขอให้มั่นใจและมีกำลังใจ “ราศีเมษ” ถือว่าเป็นราศีที่ดวงดีมาก โดยเฉพาะเรื่องคู่ครอง เรื่องความรัก ถึงแม้จะมฤตยูเข้าแต่เป็นการเข้าที่มีดวงดาวที่ดีเข้ามา อย่ากังวล ผู้หลักผู้ใหญ่เมตตา เจ้านายชื่นชม ผมให้เป็นราศีที่ดีอันดับ 2 “ราศีกุมภ์” จะเน้นเรื่องงานเป็นหลัก การเลื่อนขั้นเลื่นตำแหน่ง เงินเดิอน กุมภ์ในปีที่แล้วเจอราหู เสียเงินเยอะ เป็นหนี้ แต่ในปี 2560 เรียกว่าพลิกชีวิตไปในทางที่ดี “ราศีตุล” ดีที่สุด ผมย้ำนะครับคนที่ดวงดีที่สุดไม่ใช่คนที่มีเงินที่สุด คุณอาจจะตังก์น้อยกว่าคนที่ดวงไม่ดีก็ได้ ดวงดีไม่ได้หมายถึงความมั่งคั่งร่ำรวยนั่นเป็นเรื่องภายนอก แต่คนดวงดีหมายถึงจิตใจ และความราบรื่นของชีวิต คุณอาจะมีความสุขในแบบพอเพียง เรื่องวุ่นวายในชีวิตจะน้อยลง ตุลเป็นราศีที่ดาวพฤหัสจะย้ายเข้ามาอยู่ อยู่นาน 8-9 เดือน ทุกอย่างใหม่หมดเลย ชีวิตใหม่ งานใหม่ ทุกอย่างที่คิดและตั้งใจจะมีสภาพแวดล้อมใหม่ๆ เกิดขึ้น”

กลุ่มราศีที่ต้องระมัดระวัง ?
“มีอยู่ 3 ราศีราศีมังกรและราศีกรกฏเอา 2 อันนี้ก่อน คู่นี่จะมาอยู่คู่กันเพราะพระราหูจะเข้าช่วงกลางปี แต่ประเด็นคือว่า “ราศีมังกร” เนี่ยราหูเข้าก็จริง แต่เขาไม่ค่อยกลังราหูเท่าไหร่เพราะดาวประจำราศีมังกรเป็นดาวเสาร์เจอกันแล้วอาจจะรวยขึ้นแต่มันเป็นเหมือนทุขลาภต้องระวังได้เงินมาแต่ต้องมีเหตุที่ต้องแลกเปลี่ยน อันนี้ต้องระวัง ส่วน “ราศีกรกฏ” เนี่ยเป็นราศีแห่งความอออ่อนไหว ราหูเข้าก็ต้องระวังหน่อย อย่างมันกรเขาลุยๆ ไงไม่เป็นไร แต่กรกฏต้องระวัง ราหูเข้าดาวมันแรง “ราศีพิจิก” ฝากเตือนหน่อยครึ่งปีแรกยังดีอยู่นะ บางคนบอกไม่เห็นแม่นเลยไม่มีไรเกิดขึ้นเลย นั่นมันครึ่งปีกแรก รอครึ่งปีหลังก่อน กรกฏาคมเป็นต้นไป บางคนเห็นผลเร็วหลังสงกรานต์ก็รู้เรื่องแล้ว มีเรื่องเสียเงินเยอะมาก ปัญหากับผู้ใหญ่ ปัญหาภายในครอบครัว การเจ็บป่วยภายในบ้าน แนะนำว่าปีใหม่เนี่ยทำบุญบ้านซะหน่อย ให้เหมือนกับว่ามีงานมงคล แต่ว่าไม่ต้องกลัวนะครับไม่ต้องกังวล ทุกอย่างที่มาพูดเนี่ยเพราะว่าอยากให้เตรียมตัว หลายเรื่องเกิดขึ้นจากวันนี้ พอทำวันนี้ให้เต็มที่พรุ่งนี้ก็จะดีตามมา”

ผวาทะเบียนรถเบนซ์ไฟคลอก 5 ศพ ตรงกับทะเบียนรถตู้มรณะ ชน 2 ครั้ง ตายสยอง 30 ศพ!

ผวาทะเบียนรถเบนซ์ไฟคลอก 5 ศพ ตรงกับทะเบียนรถตู้มรณะ ชน 2 ครั้ง ตายสยอง 30 ศพ!

01

วันที่ 4 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลตั้งข้อสังเกต กรณีเหตุโศกนาฏกรรมรถตู้กทม.-จันทบุรี ชนกับปิกอัพ ที่อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ไฟลุกท่วมทั้ง 2 คัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากถึง 25 ราย เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา เลขทะเบียนรถตู้ 15-1352 ตรงกับทะเบียนรถเบนซ์ ที่ตกร่องกลางถนน และเกิดเพลิงลุกไหม้ บริเวณใกล้จุดกลับรถวัดโพธิ์ใหญ่ ถนนฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย เมื่อเช้าวันที่ 3 ม.ค. โดยทะเบียนรถเบนซ์คันเกิดเหตุคือ 1กน 352 สร้างความแตกตื่นในหมู่ชาวเน็ตว่ารถมรณะทั้ง 2 คัน มีเลขทะเบียนตรงกัน แต่หลายคนก็เห็นว่าเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น

สำหรับอุบัติเหตุรถเบนซ์ตกร่องกลางถนนไฟลุกท่วม เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.บุญเลิศ มุกดาสนิท ร้อยเวร สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งตกร่องกลางถนนและเกิดเพลิงลุกไหม้ บริเวณใกล้จุดกลับรถวัดโพธิ์ใหญ่ ถนนฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม (สาย 304) ขาเข้าฉะเชิงเทรา หมู่ 4 ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม พร้อมกู้ภัยพนมสารคามและรถดับเพลิงเทศบาลตำบลพนมสารคาม เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถเบนซ์ เอส 280 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กน 352 กรุงเทพมหานคร กำลังเกิดเพลิงลุกไหม้อยู่ร่องกลางถนนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เข้าไปช่วยเหลือคนเจ็บภายในรถจำนวน 5 คน แต่พบว่ามีผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย มีนางสรินญพร รัชตะชัยอนันต์ อายุ 65 ปี นายอมรฤทธิ์ ถาวรสถิตย์ อายุ 63 ปี และนางยวนใจ ถาวรสถิตย์ อายุ 85 ปี ส่วนนายพิฑูรย์ ถาวรสถิตย์ อายุ 57 ปี และนายประเสริฐ ไม่ทราบนามสกุล ถูกนำตัวส่ง รพ.ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งนี้ นายอมรฤทธิ์และนายพิฑูรย์ เป็นพี่ชายและน้องชายของนายกำธร ถาวรสถิตย์ อดีตผู้ว่าราชการจ.ขอนแก่น ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการ

 

 

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์

สยองจลาจลคุกบราซิล ฆ่ากัน 60 ชีวิต หลายศพหัวขาด

สยองจลาจลคุกบราซิล ฆ่ากัน 60 ชีวิต หลายศพหัวขาด

ญาติมารอฟังข่าวหน้าคุก (Edmar Barros/Futura Press via AP) NAO PUBLICAR NO BRASIL

ญาติมารอฟังข่าวหน้าคุก (Edmar Barros/Futura Press via AP) NAO PUBLICAR NO BRASIL

เมื่อ 3 ม.ค. เอพีรายงานว่า เกิดเหตุจลาจลในเรือนจำของบราซิล มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย และเป็นที่น่าสยดสยองว่า หลายศพอยู่ในสภาพถูกตัดศีรษะและถูกชำแหละ นับเป็นเหตุสังหารในเรือนจำครั้งใหญ่ที่สุดนับจากปี 2535

เหตุเกิดที่เรือนจำเมืองมาเนาส์ รัฐอะมาซอนาส ทางเหนือของประเทศ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เผยว่าเป็นการปะทะกันของแก๊งอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด 2 แก๊งที่คุมเรือนจำและเส้นทางค้ายาเสพติดทางภาคเหนือ ช่วงเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เรือนจำถูกควบคุมตัวไว้ 12 นาย แต่ไม่มีใครทำอะไร ระหว่างที่สองแก๊งตีกัน ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ จนมาจบในเช้าวันจันทร์ เมื่อผู้พิพากษาเข้าไปเจรจาไกล่เกลี่ย

“ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต ศพทั้งหมดและเลือดนองขนาดนั้น” หลุยส์ คาร์ลอส วาลัวส์ ผู้พิพากษาที่เข้าไปเจรจากล่าว หลังจากเห็นศพในสภาพน่าสยดสยอง

นอกจากนี้ในช่วงชุลมุนวุ่นวาย มีนักโทษบางรายหนีออกไปได้ แต่เจ้าหน้าที่จับกุมกลับมาได้ 40 ราย

ก่อนหน้านี้ ในปี 2535 เคยเกิดเหตุนักโทษก่อจลาจลในเรือนจำเซาเปาโล ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสังหารถึง 111 ราย เป็นจำนวนที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์

 

ที่มา : ข่าวสด

 

สะเทือนใจ! หลานมาอวยพรปีใหม่ พบปู่กลายเป็นศพ พร้อมจดหมายถวายร่างให้เซียน

หลานสาวสุดช็อก เดินทางมาอวยพรปีใหม่ กลับพบปู่กลายเป็นศพ เหลือแต่โครงกระดูก พร้อมจดหมายสั่งเสีย ถวายร่างให้เซียน ห้ามลูกยุ่งเกี่ยว

 สะเทือนใจ! หลานมาอวยพรปีใหม่ พบปู่กลายเป็นศพ พร้อมจดหมายถวายร่างให้เซียน

สะเทือนใจ! หลานมาอวยพรปีใหม่ พบปู่กลายเป็นศพ พร้อมจดหมายถวายร่างให้เซียน

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 มกราคม 2560 ร.ต.อ.จักรพล ใจเชื่อม ร้อยเวรสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งมีเหตุผู้เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 77 หมู่ที่ 2 บ้านหนองระเนตร ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

หลังจากรับแจ้งจึงได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูจุดศรีมหาโพธิ เมื่อเดินทางไปถึงพบศพนายวิจิตร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 76 ปี เจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างบ้านพัก สภาพศพเน่าเปื่อยโดยเฉพาะศีรษะและแขนเหลือแต่โครงกระดูก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์

หลังจากตรวจสภาพศพได้มอบให้หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลศรีมหาโพธิ เพื่อให้แพทย์พิสูจน์การเสียชีวิต ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภายในบ้านพักซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง พบจดหมายของผู้เสียชีวิตเขียนไว้อยู่ภายในห้องพักมีข้อความว่า

“จะขอบอกทุกท่าน ถ้าข้าพเจ้าเสียชีวิตไป ข้าพเจ้าขอให้เซียนมาเอาร่างของข้าพเจ้าไปจัดงาน ห้ามมิให้ผู้ใดเอามาจัดงานที่วัดเป็นอันขาด ข้าพเจ้าขอถวายร่างให้เซียน ถ้าผู้ใดเอาร่างกายของผมมาจัดงานที่วัด ขอให้มันจงฉิบหาย ถ้าไม่เชื่อฟังกู จะขอจองเวรจองกรรมมันไปทุกชาติ เจ็บป่วยไม่มีใครมาดูแลผมเลย

ห้ามมิให้ลูกคนใดเอาไปจัดงานที่วัดเป็นอันขาด กลางคืนลงจากบ้านขอให้งูกัดมันตาย ขับรถไปบนถนนถูกผลักใส่รถให้มันตาย ฝนตกลงมาขอให้ฟ้าผ่ามันตาย เงินประกันชีวิต ธกส. ขอให้ถวายวัดให้หมด ห้ามเอาไปใช้แม้แต่บาทเดียว ถ้าไม่ฟังขอให้มันฉิบหายทุกชาติไป”

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่ภายในคนเดียว โดยไม่มีชาวบ้านเข้ามาหาหรือยุ่งเกี่ยว จนกระทั่งหลานสาว วัย 22 ปี ได้เดินทางมาเพื่ออวยพรปีใหม่ปู่ที่บ้าน พยายามเรียกปู่ที่รั้วบ้านก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงตัดสินใจปีนรั้วบ้านเข้ามา ได้ยินเสียงทีวีในบ้านเปิดอยู่ก็จะเดินขึ้นไปบนบ้าน แต่ก็มีกลิ่นเน่าเหม็นโชยมา เมื่อหันไปมองรอบบ้านก็พบว่าปู่นอนเสียชีวิตที่บริเวณพื้นดินข้างบ้านไปแล้ว

สวนสาเหตุการณ์เสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากโรคประจำตัวที่เป็นอยู่จนเสียชีวิต เนื่องจากอายุมากแล้ว ส่วนสาเหตุที่แน่ชัดต้องรอผลการพิสูจน์ของแพทย์ต่อไป

 

ที่มา : sanook

หามพ่อแม่เหยื่อรถกระบะ 11 ศพ ช็อกส่ง รพ.ปรางค์กู่

หามพ่อแม่เหยื่อรถกระบะ 11 ศพ ช็อกส่ง รพ.ปรางค์กู่

หามพ่อแม่เหยื่อรถกระบะ 11 ศพ ช็อก ส่ง รพ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ขณะเตรียมสถานที่รับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน

จากกรณีที่เกิดเหตุรถตู้ชนกับรถกระบะบนถนนสาย 344 บ้านบึง-แกลง หมู่ 1 ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 25 ศพ โดยผู้โดยสารในรถปิคอัพ จำนวน 12 คน เสียชีวิต 11 คน ทั้งหมดเป็นชาวบ้านหว้า ม.2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ที่ไปทำงานที่กรุงเทพและในช่วงปีใหม่ได้ไปทำบุญไหว้พระที่วัดหลวงพ่อโสธร และขากลับไปส่งน้องชายที่ทำงานที่ระยองแต่ประสบอุบัติเหตุก่อนที่ชลบุรี

ด้านพ่อแม่และพี่สาวของครอบครัวที่เสียชีวิตเมื่อทราบข่าวลูกสาวเสียชีวิตก็มีอาการช็อคจนต้องหามส่ง รพ.ปรางค์กู่ ทั้งนี้ครอบครัวดังกล่าวต้องสูญเสีย นายน้อย หาญเสมอ คนขับรถ อายุ 38 ปี นางนอง หาญเสมอ อายุ 39 ปีและลูกชายลูกสาวคือ ด.ช.วีระศักดิ์ อายุ 13 ปี และ ด.ญ.การ์ตูน อายุ 1 ปี 1 เดือน จากอุบัติเหตุดังกล่าว

ด้าน นายแอด สิงขรณ์ อายุ 64 ปี พ่อของ นางนอง หาญเสมอ ที่เสียชีวิต กล่าวว่า เมื่อตนทราบข่าวว่าลูกสาวที่เป็นกำลังหลักในหาเลี้ยงครอบครัวได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ได้ทำให้ตนช็อคหมดสติไป เพราะไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ตนรักลูกสาวคนนี้มาก และจะนำศพของลูกสาว ลูกเขยรวมทั้งหลานทั้ง 2 คน ไปตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านหว้า โดยจะไม่เก็บศพไว้นานเนื่องจากว่า เป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไม่ใช่ป่วยไข้เสียชีวิต โดยจะนำทั้ง 4 ศพ กลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านในวันที่ 4 ม.ค. 60 นี้

 

ที่มา : sanook

โอละแม่! สาวมะกันแฉไทยขายข้าวปลอม พี่ไทยสวนกลับ “หุงผิดวิธี”

โอละแม่! สาวมะกันแฉไทยขายข้าวปลอม พี่ไทยสวนกลับ “หุงผิดวิธี”

โอละแม่! สาวมะกันแฉไทยขายข้าวปลอม พี่ไทยสวนกลับ "หุงผิดวิธี"

โอละแม่! สาวมะกันแฉไทยขายข้าวปลอม พี่ไทยสวนกลับ “หุงผิดวิธี”

หญิงสาวชาวสหรัฐอเมริการายหนึ่ง โพสต์คลิปนำข้าวหอมมะลิไทย ไปคั่วจนไหม้ พร้อมระบุเป็นข้าวปลอม ทำจากพลาสติก ชาวเน็ตไทยสวนกลับทันควัน ระบุ หุงข้าวผิดวิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสปั่นป่วนเกี่ยวกับคุณภาพของข้าวไทย บนโลกออนไลน์ หลังหญิงสาวชาวสหรัฐอเมริการายหนึ่ง โพสต์ภาพและคลิปข้าวหอมมะลิไทยที่มีสภาพไหม้ บนเฟซบุ๊กชื่อ Felicity Prak พร้อมระบุว่า ได้รับข้าวหอมมะลิไทยมาจากพี่สาวเป็นของขวัญ แต่เมื่อเปิดถุงดูกลับมีความสงสัยว่าเป็นข้าวผสมกับพลาสติกหรือไม่

โดยภายในคลิปจะเห็นว่า สาวมะกันรายนี้ เธอใช้วิธีนำข้าวไปคั่วและผัดในกระทะ จนทำให้ข้าวเกิดไฟลุกไหม้ จากนั้นเธอก็ระบุว่า ข้าวหอมมะลิจากไทยเป็นข้าวปลอมผสมพลาสติก

หลังภาพและคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปบนโลกออนไลน์ ชาวไทยทนไม่ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นต่างๆนานา หลายคนตั้งข้อสังเกตุว่า สาวอเมริการายนี้ไม่รู้วิธีหุงข้าวจริงๆหรือเปล่า ขณะที่หลายคนก็แนะนำวิธีหุงข้าวที่ถูกต้องให้กับเธอคนนี้

ล่าสุด เฟซบุ๊กแฟนเพจ Drama-addict ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเช่นกัน โดยยืนยันว่า ในภาพที่ปรากฏบนโลกออนไลน์นั้นไม่ใช่ข้าวจากพลาสติกแน่นอน เพราะพลาสติก มีต้นทุนที่แพงกว่าข้าว และหากพลาสติกโดนความร้อนจะละลายไม่ใช่ไหม้ ส่วนกระแสข่าวข้าวพลาสติก เป็นข่าวปลอม

 

ข้าวปลอม,ฝรั่งหุงข้าว,ข่าววันนี้,ข่าวด่วน

ที่มา : sanook

จับแล้ว มอมไฮโซสาว ทายาทบริษัทดัง พาเข้าม่านรูด

 จับแล้ว มอมไฮโซสาว ทายาทบริษัทดัง พาเข้าม่านรูด

 จับแล้ว มอมไฮโซสาว ทายาทบริษัทดัง พาเข้าม่านรูด

จับแล้ว มอมไฮโซสาว ทายาทบริษัทดัง พาเข้าม่านรูด

ไฮโซสาวทายาทผู้บริหารบริษัทยาและแป้งใหญ่ ไปเที่ยวปีใหม่ย่านอาร์ซีเอ ถูกจิ้งจอกสังคมเข้ามาตีสนิทมอมยาพาเข้าโรงแรมม่านรูด พอเช้าเปิดตูดหนีผิดขับรถกลับออกมาคนเดียว แม่บ้านไปเคาะห้องเหยื่อสาวยังสะลึมสะลือไม่รู้ว่ามานอนอยู่ในโรงแรมได้ยังไง ชุดสืบสวน สน.มักกะสัน ทำงานเยี่ยม แกะรอยจากทะเบียนรถตามลากคอถึงบ้านย่านพหลโยธิน อ้างยังไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ หลังถอดเสื้อผ้าเหยื่อเกิดอาเจียนจนหมดอารมณ์ เบื้องต้นแจ้งข้อหาอนาจารและกักขังหน่วงเหนี่ยว รอผลตรวจร่างกายเหยื่อแล้วแจ้งข้อหาเพิ่มต่อไป

 

สาวไฮโซทายาทผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ ถูกมอมยาพาเข้าม่านรูดรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 3 ม.ค. ประธานกรรมการบริหารบริษัทยาและแป้งยักษ์ใหญ่รายหนึ่ง เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.เจริญ สุขมาก รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน แจ้งความให้ช่วยติดตามหาหลานสาว น.ส.แนน (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ลูกสาวของน้องชายที่เป็นผู้บริหารบริษัทเดียวกัน ที่หายตัวไปโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ ให้รายละเอียดว่า ก่อนหายตัวไปหลานสาวออกจากบ้านย่านคลองตัน บอกว่าจะไปเที่ยวที่สถานบันเทิงย่านอาร์ซีเอ ถนนพระราม 9 เพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่ ที่ผ่านมาหลานสาวไม่เคยกลับบ้านผิดเวลาและปิดโทรศัพท์มือถือ จึงอยากให้ตำรวจช่วยติดตามหาอย่างเร่งด่วนเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตราย

หลังจากพนักงานสอบสวนรับแจ้งความแล้ว รีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน นำกำลังออกตรวจสอบตามสถานบันเทิงต่างๆย่านอาร์ซีเอ ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. จนได้เบาะแสว่า น.ส.แนนไปเที่ยวที่สถานบันเทิงชื่อออนิกซ์ (Onyx) จึงเข้าประสานพนักงานของร้านขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า น.ส.แนน ถูกชายไม่ทราบชื่อและนามสกุล ประคองร่างพาไปขึ้นรถยนต์มิตซูบิชิ สเปซวากอน สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกจากสถานบันเทิงไปช่วงเวลา 02.30 น. ของวันที่ 3 ม.ค.

หลังได้เบาะแสชุดสืบสวน สน.มักกะสัน เร่งประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง และตำรวจท้องที่ใกล้เคียง ช่วยตรวจสอบตามโรงแรมละแวกใกล้เคียงสถานบันเทิงอาร์ซีเอ จนทราบว่า ชายที่ขับรถมิตซูบิชิ สเปซวากอน พาทายาทสาวตระกูลดังไปเปิดห้องหมายเลข 4 ที่โรงแรมปี๊บอินน์ ซอยเทียมร่วมมิตร ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. จึงนำกำลังไปตรวจสอบ แม่บ้านของโรงแรมให้รายละเอียดว่า ชายหนุ่มที่ขับรถคันดังกล่าวพาหญิงสาวมาเปิดห้องเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ต่อมาช่วงเวลาก่อน 07.00 น. ฝ่ายชายขับรถออกไปเพียงคนเดียวทิ้งฝ่ายหญิงไว้ในห้อง จึงไปเคาะประตูเพื่อขอทำความสะอาด กระทั่งมีผู้หญิงมาเปิดประตูท่าทางสะลึมสะลือไม่ค่อยมีสติ

สอบถามเบื้องต้นหญิงสาวคนดังกล่าวไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่โรงแรมได้อย่างไร แถมยังถามกลับด้วยว่า ที่นี่ที่ไหน พอแม่บ้านตอบกลับไปว่าโรงแรม หญิงสาวคนดังกล่าวมีท่าทีตกใจ เล่าให้ฟังสั้นๆว่า ก่อนถูกพามาโรงแรมไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในอาร์ซีเอ พบชายคนหนึ่งมาตีสนิทและชวนดื่มกิน หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีก มารู้สึกตัวอีกทีนอนอยู่ในโรงแรมม่านรูดแล้ว จากนั้นเหยื่อสาวเรียกรถแท็กซี่กลับออกจากโรงแรมไป

ชุดสืบสวนจึงเข้าไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมจนทราบว่า คนร้ายขับรถมิตซูบิชิสเปซวากอน สีขาว ทะเบียน ญณ 8229 กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบทราบชื่อผู้ครอบครองรถคือนายรุ่งโรจน์ อัครเรืองกุล อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/1 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กทม. จึงตามไปเชิญตัวมาสอบสวน นายรุ่งโรจน์ให้การว่า พบ น.ส.แนนที่ร้านออนิกซ์ เข้าไปตีสนิท หลังจากนั้นพาเข้าโรงแรมจริง แต่อ้างว่าไม่ได้มอมยาและยังไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ เนื่องจากหลังถอดเสื้อผ้าฝ่ายหญิงแล้วมีอาการเมามากจนอาเจียนออกมาทำให้หมดอารมณ์ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและอนาจารไว้ก่อน รอผลตรวจร่างกายเหยื่อผู้เสียหายที่ส่งไปตรวจร่างกายหาร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศและสารพิษแล้วที่ รพ.ตำรวจ เมื่อได้ผลกลับมาจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

 

 

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

พี่ชายวัย2ขวบ หาทางช่วยน้องชายฝาแฝด ตู้ล้มทับปลอดภัย

พี่ชายวัย2ขวบหาทางช่วยน้องชายฝาแฝดจากอุบัติเหตุตู้ล้มทับปลอดภัยพ่อแม่โพสต์ลงสื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์

พี่ชายวัย2ขวบหาทางช่วยน้องชายฝาแฝดจากอุบัติเหตุตู้ล้มทับปลอดภัยพ่อแม่โพสต์ลงสื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์

พี่ชายวัย2ขวบหาทางช่วยน้องชายฝาแฝดจากอุบัติเหตุตู้ล้มทับปลอดภัยพ่อแม่โพสต์ลงสื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์

หนูน้อย บร็อค ช็อฟฟ วัย2ขวบ เป็นหนี้ชีวิตโบวดี้ พี่ชายฝาแฝดของเขา ซึ่งใช้เวลาพักใหญ่เพื่อช่วยเหลือเขาออกจากใต้ตู้ หลังทั้ง2 เล่นปีนป่าย ตู้วางของ ในบ้าน รัฐ ยูทาห์ ประเทศสหรัฐฯอเมริกา เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยกล้องวิดิโอเพื่อความปลอดภัยในบ้าน แสดงให้เห็นช่วงที่โบวดี้ กำลังใช้ความพยายามเกือบ2นาที เพื่อช่วยเหลือน้องชายออกจากใต้ตู้ จนกระทั่งประสบความสำเร็จ ทั้งนี้พ่อแม่ของเด็กน้อยทั้ง2 โฑสต์วิดิโอดังกล่าวลงโซเชียลมีเดียเพื่อมุ่งเน้นไปที่การให้ความสำคัญของการเลือกใช้เฟอร์นเจอร์ในบ้าน เพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็กๆ

ขอบคุณคลิปจาก Sky News

ข่าวต่างประเทศ, ข่าวเด่น, ตู้ล้มทับเด็ก , ฝาแฝด , ช่วยตู้ล้มทับ

ที่มา innnews

เทรนด์ฮิต! ยิงปืนขึ้นฟ้าโผล่อีกราย “สาวคึกคะนอง” คราวนี้ล่อเอ็ม 16 ฉลองปีใหม่ 2560

 เทรนด์ฮิต! ยิงปืนขึ้นฟ้าโผล่อีกราย “สาวคึกคะนอง” คราวนี้ล่อเอ็ม 16 ฉลองปีใหม่ 2560

เทรนด์ฮิต! ยิงปืนขึ้นฟ้าโผล่อีกราย "สาวคึกคะนอง" คราวนี้ล่อเอ็ม 16 ฉลองปีใหม่ 2560

เทรนด์ฮิต! ยิงปืนขึ้นฟ้าโผล่อีกราย “สาวคึกคะนอง” คราวนี้ล่อเอ็ม 16 ฉลองปีใหม่ 2560

สาวคึกคะนองมาอีก คราวนี้ล่ออาวุธสงครามคล้ายเอ็ม 16 ระบุ “ไล่ความซวยด้วยเสียงดังๆ” ฉลองปีใหม่ 2560 ชาวเน็ตจี้ตำรวจดำเนินการ

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ในโซเชียลมีเดียได้เผยแพร่วิดีโอคลิปความยาว 7 วินาที สุภาพสตรีรายหนึ่ง ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าจากหน้าต่าง 5 นัด ก่อนยิ้มด้วยความภูมิใจ พร้อมกับอธิบายข้อความในคลิป ว่า “หนวกหูซักนัดไหม แฮปปี้นิวเยียร์” ซึ่งทำเอาคนในโลกโซเชียลถึงกับไม่พอใจเป็นวงกว้าง กระทั่ง น.ส.สุดารัตน์ สุขแสงจันทร์ อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านรังสิต ซึ่งเป็นหญิงสาวที่ปรากฏในคลิป มารับทราบข้อกล่าวหายิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ที่ สน.สายไหม

ล่าสุด ในโซเชียลมีเดียได้พบหญิงสาวอีกรายหนึ่ง ที่ใช้เฟซบุ๊กนามว่า Orasa Orasa (อรสา) ได้โพสต์วีดีโอคลิประหว่างที่หญิงสาวรายหนึ่ง ถืออาวุธคล้ายกับอาวุธสงคราม ยิงขึ้นฟ้า 2 นัด ต่อด้วยผู้ชายสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ ยิงขึ้นฟ้าอีก 3 นัด นอกจากนี้ยังมีเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มต่างยิงขึ้นฟ้าอีกหลายนัดอีกด้วย โดยเจ้าของคลิปโพสต์ข้อความว่า “ส่งท้ายปีเก่า เคาน์ดาวน์ ไล่ความซวยของปีเก่าด้วยเสียงดังๆ” อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าตัวจะลบโพสต์และคลิปไปแล้ว แต่ก็มีคนวิจารณ์จำนวนมาก และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ

ที่มาข่าว : ผู้จัดการออนไลน์