ซีพีเอฟ เสียใจอุบัติเหตุตกบ่อบำบัดน้ำเสีย เยียวยาศพละ 3 ล้าน

ซีพีเอฟ เสียใจอุบัติเหตุตกบ่อบำบัดน้ำเสีย เยียวยาศพละ 3 ล้าน

 

ซีพีเอฟ แสดงความเสียใจอุบัติเหตุคนตกบ่อบำบัดน้ำเสียในโรงงาน เยียวยาศพละ 3 ล้าน – ส่งลูกผู้ตายเรียนจนจบ

+

จากอุบัติเหตุที่โรงงานแปรรูปเป็ดบางนา ถ.บางนา-ตราด จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 5 คนนั้น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมแสดงความรับผิดชอบเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตคนละ 3 ล้านบาท และหากผู้สูญเสียเป็นหัวหน้าครอบครัว ที่ยังมีลูกเล็กบริษัทก็พร้อมให้ทุนการศึกษาจนถึงระดับปริญญาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัว

นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) กล่าวว่า ในนามผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต เหตุการณครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของบริษัท ซึ่งจะดำเนินการรับผิดชอบเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มกำลัง เบื้องต้นได้ประสานกับทุกครอบครัวเรียบร้อยแล้วและจะส่งมอบเงินช่วยเหลือทุกครอบครัวๆ ละ 3 ล้านบาท

หากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวที่มีบุตรธิดาที่ยังศึกษาอยู่ บริษัทจะขอมอบทุนการศึกษาให้จนถึงระดับปริญญาตรี ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัว ขณะเดียวกันบริษัทจะเข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพกับผู้สูญเสียทุกครอบครัว ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความเศร้าสลดในหัวใจของผู้บริหารและพนักงานทุกคน และยืนยันว่าบริษัทจะดูแลทุกอย่างอย่างดีที่สุด

 

ที่มา sanook

ครอบครัวรับศพ “น้องโจ” นักเรียนไทยสละชีวิต ช่วยเพื่อนที่อเมริกา

ครอบครัวรับศพ “น้องโจ” นักเรียนไทยสละชีวิต ช่วยเพื่อนที่อเมริกา

ครอบครัวน้องโจ นักเรียนแลกเปลี่ยนโรตารี รับศพมาบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดพิษณุโลกหลังจาก เสียสละชีวิตช่วยเพื่อนจมน้ำ จนตัวเองต้องเสียชีวิตที่สหรัฐอเมริกา

ครอบครัวรับศพ "น้องโจ" นักเรียนไทยสละชีวิต ช่วยเพื่อนที่อเมริกา

ครอบครัวรับศพ “น้องโจ” นักเรียนไทยสละชีวิต ช่วยเพื่อนที่อเมริกา

(23 มิ.ย.) เมื่อเวลา 17.00 น ที่วัดธรรมจักร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เดินทางมาร่วมพิธีและให้กำลังใจแก่ นายเจษฏา และนางวรวิจิตร จันทบุรานันท์ พ่อและแม่ของนายสิรวิชญ์ จันทบุรานันท์ หรือโจ อายุ 17 ปี เด็กนักเรียนโครงการแลกเปลี่ยนสโมสรโรตารี ที่เสียชีวิตหลังจากช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังจะจมน้ำ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2560

จากนั้นเวลา 17.15 น. ขบวนเคลื่อนย้ายศพน้องโจที่เดินทางมาสนามบินสุวรรณภูมิ ได้เดินทางมาถึงจังหวัดพิษณุโลก พ่อแม่ของน้องโจ พร้อมด้วยญาติ และเพื่อนๆ จากโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม และสโมสรโรตารี 3360 พุทธชินราช พิษณุโลก ได้จัดขบวนรอต้อนรับศพของโจอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจถึงการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของน้องโจ ซึ่งเกิดจากความเสียสละที่ต้องการช่วยเหลือเพื่อนไม่ให้จมน้ำ แต่ตนเองกลับไม่สามารถขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย

 

ที่มา sanook

โอ้โห! ส่องกระเป๋า ครูอ้อย-ศิษย์ แสนอู้ฟู่ใบละเป็นล้าน

โอ้โห! ส่องกระเป๋า ครูอ้อย-ศิษย์ แสนอู้ฟู่ใบละเป็นล้าน

กระแสดรามา เข็มทิศชีวิต “ครูอ้อย” ฐิตินาถ ณ พัทลุง ยังไม่ซา ผู้คนตามติดชีวิตที่แสนหรูหรา โดยเฉพาะกระเป๋าที่ถือว่ากันว่าแต่ละใบราคาเหยียบล้านทุกใบ

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

จากที่ตามติดชีวิตแสนหรูหราจากที่เห็นในรูปในอินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า “ddnard” พบว่า แบรนด์กระเป๋าที่ “ครูอ้อย” ฐิตินาถ ณ พัทลุง และลูกศิษย์ ใช้บ่อยจนชินตา อย่าง Hermè กระเป๋าในตำนานสุดหรูของคนมีเงิน แต่ละใบราคาสูงเกินล้านบาทไทย โดยทุกใบที่ถือโชว์บ่อยๆ ของครูอ้อย ชื่อรุ่น Birkin ทำจากหนังจระเข้ ต่างกันที่สีสัน ซึ่งมีเกือบทุกสีให้เห็น อาทิ สีเขียวขี้ม้า สีฟ้า สีน้ำตาล สีดำ สีแดง สีส้ม เป็นต้น ซึ่งจากราคาในเว็บไซต์อยู่ที่ 1,400,000 บาท และมีผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสีที่แพงสุดในบรรดาหลายๆ ใบ คือ กระเป๋า Hermè ใบสีชมพู รุ่น Birkin ทำจากหนังจระเข้เหมือนกันโดยมีราคาเกือบเหยียบ 2 ล้านบาทไทย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวเชื่อว่า การที่ว่าครูอ้อยถือกระเป๋าราคาแพงขนาดนี้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและให้ดูเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอีกด้วย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

ส่องกระเป๋า ครูอ้อย

รวบหนุ่มก่อสร้างพาตัว ด.ญ.11 ปีหายจากโรงเรียน ญาติหวั่นเป็นศพ

รวบหนุ่มก่อสร้างพาตัว ด.ญ.11 ปีหายจากโรงเรียน ญาติหวั่นเป็นศพ

รวบหนุ่มก่อสร้างพาตัว ด.ญ.11 ปีหายจากโรงเรียน ญาติหวั่นเป็นศพ

รวบหนุ่มก่อสร้างพาตัว ด.ญ.11 ปีหายจากโรงเรียน ญาติหวั่นเป็นศพ

จากกรณีที่น้องพิมพ์ อายุ 11 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนในพื้นที่ ม.1 ต.ปลวกแดง ถูกชายต้องสงสัยในภาพวงจรปิดขับจักรยานยนต์มารับตัวจากโรงเรียน เมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานที่ (20 มิ.ย.) แล้วหายตัวไป โดยพ่อแม่ของเด็กหญิง ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ดนัย ถือดียิ่ง รอง สว.สส.สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง หลังตามหาตามสถานที่ต่างๆ แล้วไม่พบตัวลูก

ล่าสุดวันนี้ (21 มิ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ชุดสืบสวน สภ.ปลวกแดงลงพื้นที่ติดตามชายต้องสงสัยในภาพวงจรปิด และได้นำตัว นายชัย (นามสมมติ) พร้อมรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีแดงดำ ตามภาพในกล้องวงจรปิด มาสอบสวนขยายผลที่โรงพัก

นางจันทร์เพ็ญ อายุ 50 ปี มารดาของเด็ก ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องสงสัย ในกล้องวงจรปิดที่มารับลูกสาวตนไป ซึ่งผู้ต้องสงสัยนั้นเป็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน พักอยุ่ในแคมป์คนงานก่อสร้าง โดยผู้ต้องสงสัยยอมรับว่า ได้รับ น้องพิมพ์ ไปจากโรงเรียนจริง แล้วนำไปปล่อยลงข้างบ่อน้ำแห่งหนึ่งแล้วก็แยกกันไป แต่ผุ้ต้องหาก็ยังให้การวกวน
และเมื่อประมาณ 16.00 น ทางชาวบ้าน และ บรรดาครูโรงเรียนที่น้องพิมพ์เรียนอยู่ ได้ร้องขอให้นักประดาน้ำของมูลนิธิกู้ภัยปลวกแดงมาทำการงมในสระน้ำขนาดใหญ่ ในสวนสุขภาพข้างวัดคลองกร่ำ ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง ระยอง ซึ่งนักประดาน้ำได้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่อาสา และชุดประดาน้ำกว่า 100 นายปูพรมค้นหาในบ่อน้ำที่ทางญาติสงสัย ขนาดลึกประมาณ 5 เมตรความยาวประมาณ 200 เมตรคาดว่าจะค้นหาจนถึง 24.00 น.

ทั้งนี้ในโลกของโซเซี่ยลได้มีข่าวลือไปต่างๆนานา แต่ข้อเท็จจริง ตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ และการค้นหาในบ่อน้ำก็ยังคงดำเนินต่อไป

ที่มา sanook

ไฮไลท์ ช้างศึกยุคราเยวัช ประเดิมอุ่นแข้งพ่ายอุซเบฯ 0-2

ไฮไลท์ ช้างศึกยุคราเยวัช ประเดิมอุ่นแข้งพ่ายอุซเบฯ 0-2 | 06-06-60

ทัพช้างศึก ทีมชาติไทยยุค มิโลวาน ราเยวัช เสียท่านัดประเดิมสนามเจอทีเด็ดของสองตัวสำรองของ อุซเบกิสถาน ก่อนจะบุกไปพ่าย 0-2 ในศึกนัดกระชับมิตรตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์…..

มาถึงนาทีที่ 20 ทีมชาติไทย ได้โอกาสยิงหนแรก ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลางจากเชียงรายลองส่องไกลแต่ อเล็กซานเดอร์ โลบานอฟ นายด่านเจ้าถิ่นรับเข้าซองไม่มีปัญหา

โอกาสทองของทีมชาติไทย นาทีที่ 24 จากจังหวะตัดเกมกลางสนาม ฐิติพันธ์ จ่ายให้ สิโรจน์ ก่อนไหลให้ บดินทร์ กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้ากลางแต่ นูรูล จิ้มบอลไม่ถึงบอลผ่านหน้าประตูไปแบบหวุดหวิด

ไฮไลท์ ช้างศึกยุคราเยวัช ประเดิมอุ่นแข้งพ่ายอุซเบฯ 0-2

ไฮไลท์ ช้างศึกยุคราเยวัช ประเดิมอุ่นแข้งพ่ายอุซเบฯ 0-2

อีกสามนาทีต่อมาไทยได้โอกาสทองอีกครั้ง บดินทร์ จ่ายให้กับ นูรูล ก่อนถวายพานให้กับ สิโรจน์ ฉัตรทอง หลุดเดี่ยวแต่ยิงเบาไปบอลเข้าซอง โลบานอฟ อย่างน่าเสียดาย

เกมเริ่มเปิดนาทีที่ 28 อุซเบกิสถาน สวนกลับ มารัต บิคมาเยฟ ลากมาเองก่อนกดด้วยซ้ายแต่ สินทวีชัย ล้มตัวปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 38 เป็นโอกาสลุ้นประตูของเจ้าบ้านอีกครั้ง อซิสเบ็ก คายดารอฟ กดไกลด้วยซ้ายแต่ สินทวีชัย เซฟไว้ได้

อีก 5 นาทีต่อมา เจ้าบ้านเกือบได้ประตูขึ้นนำ จากลูกเตะมุม เซร์เวร์ เยปารอฟ เปิดเตะมุมเข้ากลาง สินทวีชัย ออกไปตัดแต่ไม่โดนบอล อิกอร์ เซอร์เจเยฟ เทคตัวโขกบอลข้ามคานนิดเดียวเท่านั้น

นาทีสุดท้าย ไทยไม่ได้ประตูขึ้นนำเหลือเชื่อ จากลูกเตะมุมสั้น นูรูล เล่นับ สรรวัชญ์ ก่อนที่ นูรูล จะบรรจงเปิดให้กับ ฐิติพันธ์ โขกโล่งๆแต่บอลหลุดกรอบออกไปแบบเหลือเชื่อ

ไฮไลท์ ช้างศึกยุคราเยวัช ประเดิมอุ่นแข้งพ่ายอุซเบฯ 0-2

ไฮไลท์ ช้างศึกยุคราเยวัช ประเดิมอุ่นแข้งพ่ายอุซเบฯ 0-2

จบครึ่งแรก ทีมชาติไทย สู้กับอุซเบกิสถาน ได้อย่างสนุก เสมอกันอยู่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง ทีมชาติไทยยังไม่มีการเปลี่ยนตัว ส่วนเจ้าบ้านเปลี่ยนหนึ่งตำแหน่ง เอลดอร์ โชมูรูดอฟ ลงมาลากเลื้อยแทน ยาโลลิดดิน มาชาริปอฟ

นาทีที่ 67 ทีมชาติไทยเปลี่ยนตัวสองคน “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย, ชุติพนธ์ ทองแท้ ลงมาแทน สรรวัชญ์ เดชมิตร และ นูรูล ศรียานเก็ม

กระทั่งนาทีที่ 69 อุซเบกิสถาน เจ้าบ้าน มาได้ประตูออกนำ 1-0 จากการประสานงานของสองตัวสำรอง เอลดอร์ โชมูโดดอฟ ปาดให้กับ เทมูร์คูจา อับดูโคลิคอฟ ตัวสำรองโฉบชาร์จโล่งๆเข้าไป

อีกสามนาทีต่อมา มิโลวาน ราเยวัช เปลี่ยนตัวเป็นคนที่สามเอา พุทธินันท์ วรรณศรี ลงมาแทน นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

ไทย เริ่มเปิดหน้าลุยหนัก นาทีที่ 74 ได้ลุ้นประตูตีเสมอ ชุติพนธ์ ทองแท้ ปั่นฟรีคิกบอลไปเข้าซอง อเล็กซานเดอร์ โลบานอฟ รับเข้าซอง

อีก 5 นาทีต่อมา ไทยเปลี่ยนคนที่ 4 เอา พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี กองกลางจากพัทยา ยูไนเต็ด ลงมาแทน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

นาทีที่ 81 ทีมชาติไทย พลาดโอกาสทอง ชุติพนธ์ ทองแท้ จ่ายให้กับ ลีซอ กระชากมาก่อนเปิดแบบถวายพาน สิโรจน์ โขกไม่โดน บอลเลยมาถึง บดินทร์ โขกผิดเหลี่ยมอีกบอลกระเด้งออกมาเข้าทาง ชุติพนธ์ ยิงแถวสองบอลติดบล็อกออกหลัง

จังหวะต่อมา ทีมชาติไทย เปลี่ยนตัวอีกครั้ง เป็นคนที่ 5 เอา รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก ลงมาแทน บดินทร์ ผาลา

อุซเบกิสถาน เกือบได้ประตูที่สอง อเล็กซานเดอร์ เกนริค ซัดไกลแต่ สินทวีชัย ยังเซฟไว้ได้

ทีมชาติไทย เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายเอา ชัยวัฒน์ บุราณ ลงมาแทน สิโรจน์ ฉัตรทอง สุดท้ายตีเสมอไม่ได้แถมมาโดนเจ้าถิ่นซัดเพิ่ม 2-0 ในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ซาร์ดอร์ ราชิดอฟ กดด้วยซ้ายบอลเสียบเสาสอง สินทวีชัย ได้แต่ยืนมอง

จบเกมการแข่งขัน ทีมชาติไทย บุกไปพ่าย อุซเบกิสถาน 0-2 ประเดิมความพ่ายแพ้นัดแรกของ ราเยวัช

รายชื่อ 11 ตัวจริงที่ลงสนาม

ทีมชาติอุซเบกิสถาน : อเล็กซานเดอร์ โลบานอฟ (GK), อันดรีฟ สตานิสลาฟ, โอตาเบ็ก ชูคูรอฟ , อีกอร์ คริเม็ตส์, , อซิสเบ็ก เคย์ดารอฟ, เซร์เวร์ เยปารอฟ, อัคมาล โชรัคมีดอฟ, มารัต บิคมาเยฟ, อิกอร์ เซอร์เกเยฟ, วาดิม อโฟนิน, ยาโลลิดดิน มาชาริปอฟ

ทีมชาติไทย : 4-2-3-1 : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล(GK) : นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, พรรษา เหมวิบูลย์, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, เควิน ดีรมรัมย์, : ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, บดินทร์ ผาลา, นูรูล ศรียานเก็ม : สิโรจน์ ฉัตรทอง

 

ขอบคุณข่าวจาก
thairath

ดู ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ทีมชาติไทย & ทีมชาติอุซเบกิสถาน 6 มิ.ย. 60

ดู ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ทีมชาติไทย & ทีมชาติอุซเบกิสถาน 6 มิ.ย. 60

รอสัญญาณ…

NjpUs24nCQKx5e1BabwdTeJo1inTAD7s3fwebFqozD7

ฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง Fifa Day International Friendly Match ดูผลฟุตบอลสด ทีมชาติไทย (Thailand) vs อุซเบกิสถาน (Uzbekistan) วันนี้ 6 มิถุนายน 2560 เวลา 22.00น. ฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง ผลบอล ย้อนหลังเมื่อคืนนี้ 6/6/60 ช่องไทยรัฐทีวีถ่ายทอดสด

นัดแรกของ กุนซือใหม่ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวเซอร์เบีย เป็นนัดที่ชาวไทยจับตาดูว่าผลงานจะเป็นอย่างไร การแข่งขันนัดนี้จะมีการคิดคะแนนสะสมผลการแข่งขันเพื่อนำมาจัดอันดับของฟุตบอลชุดใหญ่ของทีมชาติไทยอีกด้วย

นัดนี้จากรายชื่อ 22 ผู้เล่น ไร้ชื่อผู้เล่นของทีมเมืองทองยูไนเต็ดถึง 9 ราย เนื่องจากเหตุผลของโค้ชราเยวัช มองว่าผู้เล่นเมืองทองมีอาการล้าจากการเล่น 2 นัดล่าสุด

นักเตะ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม:
ประตู: สินทวีชัย (กัปตันทีม)
กอลหงลัง: พุทธินันท์, พรรษา, นัสตพล, นฤบดินทร์
กลาง: แอนโทนี่, ธนบูรณ์, ฐิติพันธ์
ศูนย์หน้า: ธีรเทพ, สิโรจน์, นูรูล

การพบกันนัดล่าสุด ในถ้วยคิงส์คัพ ปี 2015 ทีมไทยแพ้ 2 ประตูต่อ 5 สถิติที่น่าสนใจ ทีมฟุตบอลอุซเบกิสถาน ลงเล่นในบ้าน 4 นัดล่าสุดยังไม่แพ้ใคร และตอนนี้กำลังมีลุ้นเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกทวีปเอเชีย อุซเบกิสถานตามอันดับ 1 เกาหลีใต้ในกลุ่ม A อยู่เพียงคะแนนเดียว

อุ่นเครื่อง ทีมชาติไทย & ทีมชาติอุซเบกิสถาน 6 มิ.ย. 60

อุ่นเครื่อง ทีมชาติไทย & ทีมชาติอุซเบกิสถาน 6 มิ.ย. 60

อันดับของทั้ง 2 ทีม ในปัจจุบัน
ทีมฟุตบอลไทย อันดับ 19 ของเอเชีย อันดับ 129 ของโลก
ทีมชาติอุซเบกิสถาน อันดับ 6 เอเชีย อันดับ 62 ของโลก

 

รายชื่อนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยจำนวน 22 คน มีดังนี้

ผู้รักษาประตู
1.นาย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล สุโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี
2.นาย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
กองหลัง
3.นาย พุทธินันท์ วรรณศรี สโมสร แบงค็อก ยูไนเต็ด
4.นาย พรรษา เหมวิบูลย์ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
5.นาย เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
6.นาย นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
7.นาย มิก้า ชูนวลศรี สโมสร แบงค็อก ยูไนเต็ด
8.นาย เควิน ดีรมรัมย์ สโมสร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี
9. นาย นัสตพล มาลาพันธ์ สโมสร ชลบุรี เอฟซี
กองกลาง
10.นาย สรรวัชญ์ เดชมิตร สโมสร แบงค็อก ยูไนเต็ด
11.นาย แอนโทนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์ สโมสร แบงค็อก ยูไนเต็ด
12.นาย ชุติพนธ์ ทองแท้ สโมสร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี
13.นาย นูรูล ศรียานเก็ม สโมสร ชลบุรี เอฟซี
14.นาย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ สโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด
15.นาย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ สโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด
16.นาย รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก สโมสร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี
17.นาย ปกเกล้า อนันต์ สโมสร แบงค็อก ยูไนเต็ด
18.นาย พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี สโมสร พัทยา ยูไนเต็ด
19.นาย ชัยวัฒน์ บุราณ สโมสร พัทยา ยูไนเต็ด
20.นาย บดินทร์ ผาลา สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
กองหน้า
21.นาย ธีรเทพ วิโนทัย สโมสร แบงค็อก ยูไนเต็ด
22.นาย สิโรจน์ ฉัตรทอง สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

อุ่นเครื่อง ทีมชาติไทย & ทีมชาติอุซเบกิสถาน 6 มิ.ย. 60

อุ่นเครื่อง ทีมชาติไทย & ทีมชาติอุซเบกิสถาน 6 มิ.ย. 60

เฟซบุ๊กลงดาบ “Drama-addict” ไม่แสดงผลโพสต์ในฟีด 7 วัน

เฟซบุ๊กลงดาบ “Drama-addict” ไม่แสดงผลโพสต์ในฟีด 7 วัน

เฟซบุ๊ก Drama-addict ของอดีตแพทย์ชื่อดัง ถูกจำกัดการเผยแพร่ 7 วัน คาดกิจกรรมจากเพจไม่เป็นไปตามนโยบาย เจ้าตัวแนะลูกเพจกด See First ไปก่อน

เฟซบุ๊กลงดาบ “DRAMA-ADDICT” ไม่แสดงผลโพสต์ในฟีด 7 วัน

เฟซบุ๊กลงดาบ “DRAMA-ADDICT” ไม่แสดงผลโพสต์ในฟีด 7 วัน

วันนี้ (5 มิ.ย.) นพ.วิทวัส ศิริประชัย อดีตแพทย์ประจำโรงพยาบาลเกาะลันตา จ.กระบี่ เจ้าของนามแฝงบนโลกอินเทอร์เน็ตว่า “จ่าพิชิต ขจัดพาลชน” สมัยเป็นสมาชิกพันทิป และแอดมินเฟซบุ๊กเพจ Drama-addict บุคคลผู้ทรงอิทธิพลบนโซเชียลมีเดีย (Influencer) มีผู้ติดตามกว่า 1.64 ล้านไลก์ ได้เปิดเผยว่า เฟซบุ๊กของตนถูกจำกัดการเผยแพร่ โดยจะไม่ปรากฏในฟีดข่าว ซึ่งทางเฟซบุ๊กระบุว่าอาจเป็นไปได้ว่ากิจกรรมจากเพจไม่เป็นไปตามนโยบายของเฟซบุ๊ก ซึ่งขีดจำกัดนี้เป็นขีดจำกัดชั่วคราวซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 11 มิ.ย. เวลา 12.56 น.

18835882_10155521616753291_1505634206643232795_n

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุสาเหตุที่ทำให้เฟซบุ๊กเพจ Drama-addict ถูกเฟซบุ๊กจำกัดการเผยแพร่ดังกล่าว ขณะที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของ นพ.วิทวัส ระบุว่า หลังจากเฟซบุ๊กเพจถูกจำกัดฟีด ตนก็คว้าสมุดขึ้นมาร่างสตอรีบอร์ดหนังสือเล่มใหม่ที่ค้างมาเป็นเดือน เพราะไอเดียยังไม่ลงตัว ตอนนี้แล้วเสร็จไป 20 หน้า

560000005908602

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นพ.วิทวัส ปัจจุบันอายุ 34 ปี ลาออกจากการเป็นแพทย์โรงพยาบาลเกาะลันตาเมื่อช่วงต้นปี 2559 เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ เป็นโรคเบาหวาน ไม่มีเวลาพักผ่อนและออกกำลังกาย ต้องเข้าเวรโรงพยาบาลชุมชนมากว่า 10 ปี ปัจจุบันเขาหันมาเอาดีกับการเขียนหนังสือพ็อกเกตบุ๊กไปพร้อมกับหารายได้จากโฆษณาในเพจ Drama-addict ไปด้วย

 

ที่มาข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

เฮทั้งประเทศ!! “โปรเม” ทะยานขึ้นมือ 1 โลก

เฮทั้งประเทศ!! “โปรเม” ทะยานขึ้นมือ 1 โลก

เอรียา จุฑานุกาล โปรมือ 2 โลกขวัญใจชาวไทย ผงาดขึ้นครองตำแหน่งนักกอล์ฟหญิงมืออันดับ 1 ของโลกเป็นที่เรียบร้อย หลังคู่แข่งอย่าง เรียวโซยอน จากเกาหลีใต้ ไม่ผ่านการตัดตัวในศึกกอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการช็อปไรท์ แอลพีจีเอ คลาสสิก ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

94B54E586F3B45B48BE6B65790D176DC

โปรจากแดนโสมขาว ฟอร์มหลุดแบบกู่ไม่กลับจบรอบสองด้วยสกอร์รวม 6 โอเวอร์พาร์ 148 รั้งอันดับ 94 ร่วม ไม่ผ่านการตัดตัวไปเล่น 2 วันสุดท้าย และทำให้ไม่สามารถเก็บคะแนนสะสมเพิ่มได้ ขณะที่ ลิเดีย โค มือ 1 โลกชาวนิวซีแลนด์ ที่ไม่ได้ลงแข่งรายการนี้จะหล่นจากตำแหน่งแน่นอนหลังจากที่ผลงานไม่สู้ดีไม่มีแชมป์ติดมือมานานกว่า  10 เดือน อีกทั้งยังถอนตัวมา 2 รายการติดต่อกัน

ทำให้ “โปรเม” ในฐานะมือ 2 โลก ที่แม้จะไม่ได้ลงแข่งรายการนี้แต่ทำผลงานประคองตัวมาโดยตลอดจะก้าวแซงขึ้นเป็นมืออันดับ 1 โลกแทนในสัปดาห์หน้า โดยจะมีการประกาศอันดับล่าสุดอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ ซึ่งนับเป็นนักกีฬาไทยที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดบนเวทีดวลวงสวิง และเป็นนักกีฬาไทยคนที่ 3 ที่ก้าวขึ้นตำแหน่งมือ 1 โลกในประเภทกีฬาของตัวเองต่อจาก “เมย์” รัชนก อินทนนท์ (นักแบดมินตัน) และ “ณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร (นักยิงเป้าบิน)

ด้าน “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล เก็บเพิ่ม 1 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 135 รั้งอันดับ 3 ร่วม ตามหลังผู้นำร่วม 2 คน คือ พอลลา ครีมเมอร์ (สหรัฐ) และ คิมอินคยอง (เกาหลีใต้) ที่มีสกอร์เท่ากัน 9 อันเดอร์พาร์ 133 เพียง 2 สโตรก,

สำหรับผลงานโปรสาวไทยรายอื่นที่ผ่านการตัดตัว ประกอบด้วย อันดับ 19 ร่วม “โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ 3 อันเดอร์พาร์ 139 / อันดับ 33 ร่วม “โปรแชมเปญ” เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์, “โปรเนท” นนทยา ศรีสว่าง 1 อันเดอร์พาร์ 141 / อันดับ 68 ร่วม “โปรแจน” วิชาณี มีชัย 3 โอเวอร์พาร์ 145

ภาพ เอเอฟพี

ขอบคุณข่าวจาก โพสต์ทูเดย์

เปิดคลิปไม่กี่นาทีก่อนโดนจับ! เปรี้ยว เอิญ แจ้ เตรียมเผ่น (คลิป)

เปิดคลิปไม่กี่นาทีก่อนโดนจับ! เปรี้ยว เอิญ แจ้ เตรียมเผ่น (คลิป)

 

เปิดคลิป เปรี้ยว เอิญ แจ้ 3 สาวฆ่าหั่นศพ ขณะเดินอยู่ที่ร้านขายเสื้อผ้าฝั่งท่าขี้เหล็ก ก่อน เปรี้ยว จะรีบวิ่งมาเอากระเป๋าคาดน่าจะรู้ตัวว่าจะโดนจับ กะรีบหนี

NjpUs24nCQKx5e1BabrlScphpAAm4Si7KfCqbZHHXjd

หลังจากจับตัว 3 สาวมือฆ่าหั่นศพ น้องแอ้ม อย่าง เปรี้ยว เอิญ แจ้ ได้แล้วเมื่อช่วง 21.00 ของคืนวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมาล่าได้มีการเปิดคลิปของทั้ง 3 คน ซึ่งดูจาก วัน เวลา ที่กล้องซึ่งเป็นวันที่ 3 เดือน 6 ปี 2017 เวลา 19.48 น. คาดว่าคลิปดังกล่าวน่าจะเป็นช่วงก่อนโดนจับกุม

โดยเปรี้ยว เอิญ แจ้ เดินอยู่ในบริเวณร้านค้าที่น่าจะเป็นร้านขายเสื้อผ้าที่ฝั่งท่าขี้เหล็กก่อนโดนจับ และถ้าสังเกตให้ดีช่วงท้ายคลิปเปรี้ยวรีบวิ่งมาเอากระเป๋า คงจะรีบหนีก่อนจะโดนจับ

เปรี้ยว มือฆ่า หั่นศพ

เปรี้ยว มือฆ่า หั่นศพ

เปรี้ยว มือฆ่า หั่นศพ

เปรี้ยว มือฆ่า หั่นศพ

 

 

ขอบคุณข่าวจาก
thairath

ด่วน! จับได้แล้ว มือหั่นศฑพ “เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้” คุมตัวสอบสวนที่ ตม.แม่สาย!

ด่วน! จับได้แล้ว มือหั่นศฑพ “เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้” คุมตัวสอบสวนที่ ตม.แม่สาย!

จับแล้ว 3 สาว เปรี้ยว เอิน แจ้ ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพยัดถังฝังดิน”น้องแอ๋ม” คาด่านเมียนมา กำลังคุมตัวมาด่านแม่สายจนท.เร่งนำตัวกลับไทย สอบเครียด

NjpUs24nCQKx5e1BabrlSQuJXs0w1eHbgs0axryjItv

วันที่ 3 มิ.ย. เมื่อเวลาประมาณ 21.37 น. พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส. ภ.4 ยืนยัน ว่า จนท.สามารถจับ  “เปรี้ยว” นางสาว ปรียานุช โนนวังชัย, “เอิญ” นางสาว กวิตา ราชดา และ “แจ้” นางสาว อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต ผู้ต้องฆ่าหั่นศพ “น้องแอ๋ม” หรือ นางสาว วริศรา กลิ่นจุ้ย ที่เป็นข่าวเกรียวกราวในสังคมกว่า 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้แล้ว โดย จนท.เมียนมาร์ ได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง3 ราย ให้กับจนท.ฝ่ายไทยแล้ว และกำลังนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ข้ามมาฝั่งไทย เพื่อจะได้นำตัวไปสอบสวน ต่อไป

ขณะที่ ผบช.ภาค 4 เปิดเผยว่า หลังจับ น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิญ และน.ส.แจ้ ได้แล้ว ก็จะเตรียมส่งตัวผู้ต้องหากลับพื้นที่เกิดเหตุ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ต่อไป ส่วนการจับกุมผู้ต้องหาได้ในครั้งนี้ เป็นเพราะความร่วมมือ ทีบีซี ไทย-พม่า หลังทราบว่าทั้ง 3 คน ทำงานอยู่ที่ร้านโอโซนคาราโอเกะ จากนั้นจึงพยายามเคลื่อนไหวออกนอกพื้นที่ ก่อนที่จนท.วางแผนใช้เวลาปิดล้อม 2 วัน ย่านท่าขี้เหล็ก จนสามารถจับได้  โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะเป็นผู้แถลงข่าวเอง ช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้

อย่างไรก็ตาม ในโซเชียลมีเดีย เริ่มมีภาพถ่าย ผู้ต้องทั้ง 3 ราย ถ่ายกับเจ้าหน้าที่เป็นหลักฐาน โดยในภาพถ่าย ทั้ง 3 สาว ผู้ต้องหานั่งคุกเข่า และมีเจ้าหน้าที่ยืนถ่ายภาพเป็นหลักฐาน ยืนยันว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังนำตัวผู้ต้องหา เดินทางมาที่ ตม.เชียงราย

–จับแล้ว แก๊งสวยหั่นศพ เปรี้ยว เอิร์น แจ้ ตม.ข้ามรับตัว จากเมียนมาร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. รายงานข่าวแจ้งว่า
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปยังฝั่งเมียนมาร์ เพื่อควบคุมตัว
น.ส.กวิตา ราชดา หรือ “เอิร์น” อายุ 25 ปี
น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ “เปรี้ยว” อายุ 24 ปี
และน.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ อายุ 28 ปี
ผู้ต้องหาตามหมายจับคดี ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลอบฝัง ซ่อนเร้น
ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์ และรับของโจร

จับเปรี้ยวได้แล้ว

จับเปรี้ยวได้แล้ว

NjpUs24nCQKx5e1BabrlSQuJXs0w1eAxxZEhq0y6Zq3

ด่วน! จับได้แล้ว มือหั่นศฑพ "เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้" คุมตัวสอบสวนที่ ตม.แม่สาย!

ด่วน! จับได้แล้ว มือหั่นศฑพ “เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้” คุมตัวสอบสวนที่ ตม.แม่สาย!

hqdefault (4)

แห่ส่งกำลังใจพยาบาลสาว ‘โคม่า’โจรทมิฬปล้นโหด!!

แห่ส่งกำลังใจพยาบาลสาว ‘โคม่า’โจรทมิฬปล้นโหด!!

 

ชาวเน็ตแห่ส่งกำลังใจให้พยาบาลสวย หลังโจรทมิฬชิงทรัพย์โหด ถีบจยย.ล้มคว่ำขณะขี่ไปทำงาน หัวฟาดพื้นโคม่าสมองบวม แม่เผยผ่าตัด 2 รอบ วอนตร.เร่งจับคนผิดหวั่นก่อเหตุซ้ำ

แห่ส่งกำลังใจพยาบาลสาว 'โคม่า'โจรทมิฬปล้นโหด!!

แห่ส่งกำลังใจพยาบาลสาว ‘โคม่า’โจรทมิฬปล้นโหด!!

กรณีโลกออนไลน์ แฟนเพจ “คนกรุ๊ปเลือดหายาก (O Rh-, O negative, AB)” ได้โพสต์ข้อความว่า “ด่วนมาก!!! ผู้ป่วยพยาบาลประสบเหตุ ต้องผ่าตัดหลายครั้ง ใช้เลือดกรุ๊ป O ที่รพ.ชลบุรี ตึกเฉลิมราชสมบัติ ชั้น 3” “น.ส.นันทพร บุญประสพ” หรือ “กุ้ง” อายุ 21 ปี พยาบาลวิชาชีพปฎิบัติการ แผนกวิสัญญี รพ.มะเร็งชลบุรี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะเธอขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนนมนตะเสวี ใกล้กับโรงงานบำบัดน้ำเสีย ก่อนจะถึงรพ.มะเร็งเพียง 500 เมตร คนร้ายใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ กระชากกระเป๋า ศีรษะฟาดขอบถนน เลือดคั่งในสมอง มีอาการสมองบวม

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางชวน บุญประสพ ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า ลูกสาวเป็นพยาบาลช่วยเหลือประชาชนมาตลอด ถูกคนร้ายนำกระเป๋าภายในมีเงินสด โทรศัพท์ไอโฟน 6 จำนวน 1 เครื่อง และยังถอดแหวนในนิ้วมือหนัก 1 สลึงหลบหนีไป โชคดีที่พลเมืองดีนำส่งรพ.ชลบุรี หลังจากเกิดเหตุตนเดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เสม็ด และต้องรอตรวจสอบกล้องวงจรปิด

เนื่องจากผู้รับผิดชอบเรื่องกล้องวงจรปิด เดินทางไปต่างประเทศ ทั้งนี้ตนเป็นห่วง หากล่าช้าโจรอาจจะไปทำร้ายคนอื่นอีก ขณะที่อาการลูกสาวเข้าผ่าตัด 2 รอบ และต้องการเลือดและเกร็ดเลือดกรุ๊ปโอ อย่างไรก็ตามวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ขณะที่บนโลกออนไลน์ ภายหลังที่ชาวเน็ตทราบเรื่องดังกล่าว จึงพากันแชร์และส่งต่อหวังช่วยกันบริจาคเลือดให้แก่พยาบาลสาวรายนี้ พร้อมกับส่งกำลังใจให้เป็นจำนวนมาก และมีผู้ใจบุญโพสต์รูปภาพ มาบริจาคเลือดให้ น.ส.นันทพร บุญประสพ ได้ที่รพ.ชลบุรี ตึกเฉลิมราชสมบัติ ชั้น 3 เพียงระบุชื่อแจ้งว่าบริจาคให้พยาบาลสาวคนดังกล่าว

 

 

ที่มาข่าวจาก
เดลินิวส์

เจ้าถิ่นกร่าง เขม่นโจ๋ ยกพวกรุมมีดปักคอหอยสาหัส เสียบท้องอีกคนเจ็บ

เจ้าถิ่นกร่าง เขม่นโจ๋ ยกพวกรุมมีดปักคอหอยสาหัส เสียบท้องอีกคนเจ็บ

วัยรุ่นเจ้าถิ่นกร่างมากันเป็นฝูง ชักมีดแทงโจ๋ 17 ปักคาคอหอยเจ็บสาหัส เพื่อนโดนเสียบที่ท้อง อีกคนหนีตายไม่คิดชีวิตจึงรอด ขณะชวนกันมาเที่ยวตลาดนัดอินดี้ ย่านสุขสวัสดิ์…

เจ้าถิ่นกร่าง เขม่นโจ๋ ยกพวกรุมมีดปักคอหอยสาหัส เสียบท้องอีกคนเจ็บ

เจ้าถิ่นกร่าง เขม่นโจ๋ ยกพวกรุมมีดปักคอหอยสาหัส เสียบท้องอีกคนเจ็บ

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ร.ต.ท.ธนัทสักก์ ชยเกียรตินนท์ รอง สว.สอบสวน สน.บางมด ได้รับแจ้งเหตุคนถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณปากซอยปลั่งอนุสรณ์ หรือซอยสุขสวัสดิ์ 2 แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่หน้าร้านทุกอย่าง 20 บาท พบนายจีระวัฒ หรือเอ็ม เมรัตน์ อายุ 22 ปี ไม่มีอาชีพ สวมเสื้อโปโลคอปก สีฟ้า กางเกงสามส่วน รองเท้าเตะ ถูกแทงด้วยอาวุธมีดไม่ทราบขนาดเข้าที่หน้าท้อง ได้รับบาดเจ็บนำส่ง รพ.ตากสิน ห่างกันเล็กน้อยพบวัยรุ่นชาย อายุ 17 ปี ไม่มีอาชีพ ถูกอาวุธปลายแหลมแทงที่หลังและถูกอาวุธมีดพับแทงคาอยู่ที่คอหอย สภาพสวมเสื้อยึดคอกลม สีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น รองเท้าเตะ เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ

จากการสอบถามวัยรุ่นชาย อายุ 17 ปี เพื่อนผู้บาดเจ็บซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ให้การว่า ตนพร้อมด้วยผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ได้ซ้อนจักรยานยนต์ ออกจากบ้านพักย่านจอมทอง ซอย 14 เพื่อไปเที่ยวตลาดอินดี้ โดยเวลาประมาณ 23.30 น. วันที่ 1 มิ.ย. ได้จอดรถไว้บริเวณหน้าร้านทุกอย่าง 20 บาท ริมถนนสุขสวัสดิ์ 2 กระทั่งขากลับเวลา ประมาณ 01.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. กำลังจะกลับที่พัก มีชายฉกรรจ์ประมาณ 7-8 คน ได้เข้ามาล้อมรถแล้วชกเข้าที่ใบหน้านายเอ็ม โดยไม่พูดจาใดๆ จากนั้นนายเอ็มจะต่อยคืนกลับถูกกลุ่มดังกล่าวใช้อาวุธมีดแทงเข้าบริเวณท้อง เมื่อเห็นเช่นนั้นตนกับเพื่อน จึงรีบวิ่งแยกย้ายไปคนละทิศละทาง โดยที่ตนวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อตั้งสติได้จึงย้อนกลับมาพบว่าเพื่อนถูกแทงด้วยมีดปักคาอยู่ที่คอหอย

ทั้งนี้ตนจำได้ว่ากลุ่มก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีแดง ไม่ทราบทะเบียน และรถจักรยานยต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ขับขี่หลบหนีไป และก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ตนกับเพื่อนรวม 3 คน ได้ไปเที่ยวตลาดอินดี้ ได้มีกลุ่มดังกล่าวเข้ามาท้าทายเหมือนจะหาเรื่อง พูดจาประมาณว่า ท่าทางการเดินคงจะเก๋า เอ็งเป็นใคร เป็นต้น ซึ่งวันนั้นไม่มีเรื่องใดๆ และแยกย้ายกันไป จนกระทั่งคืนนี้เกิดเรื่องขึ้นตนไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าโกรธแค้นอะไรกันมา ซึ่งยืนยันว่าตนและเพื่อน ไม่มีอริหรือเคยทะเลาะและยกพวกตีกับกลุ่มดังกล่าวมาก่อนอย่างแน่นอน

ร.ต.ท.ธนัทสักก์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ติดต่อไปยังญาติผู้ได้รับบาดเจ็บทราบว่านายเอ็ม อาการปลอดภัย ส่วนอีกคนอาการยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยต้องรอสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อสรุปหาสาเหตุและปัจจัยการก่อเหตุ พร้อมประสานให้ฝ่ายสืบสวนเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาเส้นทางการหลบหนีของกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุ ก่อนจะติดตามตัวมาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.

 

 

ขอบคุณข่าวจาก
thairath

3นักเที่ยวไทยซื้อตัวแก๊งเปรี้ยว พาออกจากคาราโอเกะ พบ1คน ผู้ต้องหาคดียา

3นักเที่ยวไทยซื้อตัวแก๊งเปรี้ยว พาออกจากคาราโอเกะ พบ1คน ผู้ต้องหาคดียา

ตร.ภาค 4 เผย แนวทางการสอบพบ 3 นักเที่ยวไทยซื้อตัว ‘เปรี้ยว-เอิญ-แจ้’ ออกจากคาราโอเกะ ก่อนหายตัว ซึ่งหนึ่งใน 3 มีผู้ต้องหาคดียาเสพติดหนีชั้นศาลรวมอยู่ เชื่อไม่รู้จักก่อน แค่ถูกใจ ยันทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่

3นักเที่ยวไทยซื้อตัวแก๊งเปรี้ยว พาออกจากคาราโอเกะ พบ1คน ผู้ต้องหาคดียา

3นักเที่ยวไทยซื้อตัวแก๊งเปรี้ยว พาออกจากคาราโอเกะ พบ1คน ผู้ต้องหาคดียา

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2560 ที่ห้องประชุม สำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภาค 4 พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบก.สส.ภาค 4 พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภาค 4 พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าว ความคืบหน้าการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา ที่ร่วมกันฆ่าหั่นศพ น้องแอ๋ม อีก 3 คน รวมทั้งการที่ พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 แต่งตั้งคณะทำงานทั้งคณะสืบสวน และคณะสอบสวน

3นักเที่ยวไทยซื้อตัวแก๊งเปรี้ยว พาออกจากคาราโอเกะ พบ1คน ผู้ต้องหาคดียา

3นักเที่ยวไทยซื้อตัวแก๊งเปรี้ยว พาออกจากคาราโอเกะ พบ1คน ผู้ต้องหาคดียา

พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนภาค 4 เผยถึงการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาอีก 3 คนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังประเทศเมียนมา และทราบแล้วว่า ผู้ต้องหา 3 คนนั้น เข้ามาทำงานที่ร้านคาราโอเกะที่ จ.ท่าขี้เหล็ก เมื่อวันที่ 25 พ.ค. และในคืนวันเดียวกัน ก็มีนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นชายไทย 3 คน เข้าไปเที่ยวที่ร้านคาราโอเกะ แล้วซื้อตัวทั้ง 3 คนออกไปจากร้าน แล้วก็หายตัวไป

การสืบสวนทราบว่า 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวที่เป็นชายไทยนั้น เป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ซึ่งถูกจับในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และจังหวัด จ.ศรีสะเกษ ในปี 2560 แล้วหลบหนีในชั้นศาล และมีภรรยาอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ ส่วนชายอีก 2 คนกำลังตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ว่าเป็นใคร และมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติหรือไม่ แต่ในส่วนของ น.ส.เปรี้ยว มีส่วนพัวพันกับยาเสพติดชัดเจนคือ เรื่องเสพ แต่ความเกี่ยวพันกับขบวนการค้ารายใหญ่นั้น เจ้าหน้าที่สืบสวนภาค 4 ไม่พบประวัติในส่วนนี้

อีกทั้ง สามี ของ น.ส.เปรี้ยว ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น จับกุมในคดียาเสพติดก็เป็นเพียงการจับกุมในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งการสืบสวนในขณะนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ชาย 3 คน ที่ไปซื้อตัว 3 คนจากร้านคาราโอเกะนั้น ไม่รู้จักกันมาก่อน เป็นเพียงนักเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวแล้วเกิดความพึงพอใจในตัว 3 สาว จึงซื้อตัวไป ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสัมพันธ์ต่างๆ หรือการเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดกับใคร ฝ่ายใดนั้นต้องได้ตัว น.ส.เปรี้ยว มาก่อนจึงจะชัดเจน

ในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนั้น ขณะนี้พบความเคลื่อนไหวจากทาง น.ส.เปรี้ยว ที่ติดต่อมาหาญาติผ่านเฟซบุ๊กว่า ยังปลอดภัยทั้ง 3 คน จึงเชื่อได้ว่ามีที่อยู่ที่พักพิง และยังปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามติดต่อผ่านญาติให้เข้ามอบตัว เพื่อความปลอดภัยของทั้ง 3 คน และให้เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนการประสานงานกับทางประเทศเมียนมานั้น มีการประสานทางการทูตและประสานส่วนตัวกับกลุ่มต่างๆ ทั้ง ว้า มูเซอและไทใหญ่ เชื่อว่าจะได้ตัวมาในเร็วๆ นี้

ขณะที่ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ. 4 ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนภาค 4 กล่าวถึงการสอบสวนว่า คดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชน และเป็นการก่อเหตุอาชญากรรมที่รุนแรง เกี่ยวพันกับคนหลายคน เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนให้กระจ่าง จำเป็นต้องมีทีมสอบสวนหลายคน ช่วยกันสอบสวน และการสอบสวนนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนมีการสอบสวนบุคคลที่ใกล้ชิดคนตาย และคนใกล้ชิดกับบุคคลทั้ง 5 คน ที่ถูกออกหมายจับ

หากการสอบสวนใครเอ่ยถึงบุคคลใดก็จะเชิญตัวมาสอบสวนทั้งหมด ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบและสอบสวนที่มาที่ไปของทรัพย์สินและเงินในบัญชีของ น.ส.เปรี้ยว รวมทั้งคนใกล้ชิดด้วยว่า เป็นเงินที่ได้มาอย่างไร จะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่

 

ขอบคุณข่าวจาก
thairath

นึกว่าอูเบอร์! แท็กซี่เชียงใหม่ไปล้อมรถสาวคอนโด แถมขนส่งฯ หนุนอ้าง “ล้อมกันหนี”

นึกว่าอูเบอร์! แท็กซี่เชียงใหม่ไปล้อมรถสาวคอนโด แถมขนส่งฯ หนุนอ้าง “ล้อมกันหนี”

 

ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีล่าอูเบอร์ แท็กซี่เชียงใหม่นับสิบ ล้อมรถเจ้าของห้องคอนโด เพราะเข้าใจว่าเป็นอูเบอร์ พบหยิบโทรศัพท์นักท่องเที่ยวผู้เช่า ต่อสายคุยเองเหมือนล่อซื้อ ถาม “เป็นอูเบอร์หรือไม่” แถมเจ้าหน้าที่ขนส่งยังรู้เห็นเป็นใจ อ้าง “ล้อมกันหนี” แถมไม่มีใครขอโทษสักคำ

560000005818201 (1)

เว็บไซต์ CM108.com จ.เชียงใหม่ ระบุว่า มีผู้ให้เช่าห้องคอนโดมิเนียมรายหนึ่ง เป็นสุภาพสตรี ร้องเรียนว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 08.30 น. ลูกค้าที่เช่าห้องคอนโดมิเนียมชาวจีน รอให้ตนมารับที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงใหม่ อาเขต ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ ต.วัดเกต อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ เนื่องจากกระเป๋าเดินทางมีเยอะ จึงแนะให้ไปนั่งรอรับประทานอาหารที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาโครงการสตาร์ อเวนิว ซึ่งอยู่ด้านข้างสถานีขนส่งฯ ไปก่อน กระทั่งขณะขับรถออกจากบ้าน มีโทรศัพท์จากลูกค้าเข้ามา แต่พบว่าปลายสายพูดภาษาไทยได้ ซึ่งไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นโชเฟอร์แท็กซี่ เรียกให้ไปรับที่หน้ารถสหกรณ์แท็กซี่ พร้อมกับถามว่า เป็นคนขับอูเบอร์หรือไม่ จึงได้ปฏิเสธ ระบุว่าเป็นลูกค้ามาเช่าคอนโด ที่มารับเพราะเขาไม่รู้สถานที่ ปลายสายจึงตอบกลับไปว่า ถ้าไม่ใช่อูเบอร์ก็มาเลย

ภาพจาก http://www.cm108.com

ภาพจาก http://www.cm108.com

เมื่อมาถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงใหม่ อาเขต ดับเครื่อง แล้วลงไปทักลูกค้าที่จะมาเช่าคอนโด แต่พบว่ามีโชเฟอร์รายหนึ่งตะโกนออกมาว่า “มันมาแล้วอูเบอร์ มาล้อมมันไว้เร็ว” กลุ่มโชเฟอร์แท็กซี่เชียงใหม่นับสิบคนจึงเข้าไปล้อม รู้สึกตกใจ เพราะบอกตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่ และคงไม่มีใครกล้าขับรถมาให้เขาล้อมจับ จึงถามลูกค้าชาวจีนว่า เรียกอูเบอร์เหรอ ลูกค้าก็ปฏิเสธ จึงให้ลูกค้าเปิดมือถือ พบว่าไม่มีรายการเรียกรถใดๆ กลุ่มโชเฟอร์แท็กซี่เชียงใหม่กล่าวว่า ให้รอเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่เข้ามา

เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่มาถึง ก็ถามว่า ที่กลุ่มโชเฟอร์แท็กซี่เชียงใหม่มาล้อมผู้หญิงคนเดียวแบบนี้คืออะไร เจ้าหน้าที่อ้างว่า “ล้อมกันหนี” เมื่อถามว่าตนไม่ใช่อูเบอร์ ทำยังไง เจ้าหน้าที่ตอบว่า “เข้าใจผิด” จึงถามกลับว่า “จะเข้าใจผิดยังไง บอกตั้งแต่โทรมาว่า มารับลูกค้าคอนโด คนมันไม่รู้ที่ ไม่เคยมา จะให้มันไปเองเหรอ ที่ต้องมาเพราะอำนวยความสะดวกเขา หรือเดียวนี้คนธรรมดาเข้ามารับเพื่อน รับใครไม่ได้ ต้องไปกับแท็กซี่เท่านั้นเหรอ แล้วราคานักท่องเที่ยวก็แพงมากด้วย ยิ่งไม่รู้ทิศรู้ทาง อย่าเถียงนะว่าถูก” ซึ่งไม่มีแม้แต่คำว่าขอโทษจากปากพวกแท็กซี่ที่มาล้อมรถ

“ยอมรับว่าอาย โมโห โกรธมาก นึกว่าเจอคนดีมีน้ำใจช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พอลูกค้าขึ้นรถ เราสอบถามว่า ทำไมเขาถึงคิดว่าเธอรออูเบอร์ ลูกค้าบอก ไม่รู้ ไปถามทางแต่ผู้หญิงคนนี้บอกจะช่วย ให้รอตรงนี้ ไม่ต้องไปไหน ลองคิดตามนะ ถ้าเป็นอูเบอร์จะขับรถไปรับถึงที่ขนาดนั้นเหรอ อธิบายให้ฟังไม่มีใครสนใจฟัง วิ่งมาถ่ายรูป กรูกันมาเป็นสิบ พอรู้ว่าไม่ใช่ ทุกคนเฉยๆ และไม่ขอโทษสักคำ เดียวนี้จะล้อมใครก็ได้ว่างั้น ทุกวันนี้ใครไปรับใคร โปรดระวังนะ มาเฟียมีจริงๆ โดนมาละ” ผู้ร้องเรียน ระบุ

ที่มาข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

สะพัด “นิยายขายเพจ” แห่ถามหาความสัมพันธ์กับ “เอียน ไรท์” หลังแจ้งลบกระทู้เกลี้ยง

สะพัด “นิยายขายเพจ” แห่ถามหาความสัมพันธ์กับ “เอียน ไรท์” หลังแจ้งลบกระทู้เกลี้ยง

จากกระทู้ขายเพจ 40 ล้านไลก์ มาถึงอ้างว่าเป็นหลาน “เอียน ไรท์” อดีตดาวยิงอาร์เซนอล ชาวพันทิปจับไต๋ อาจจะเป็นเรื่องแต่ง เหตุเพราะเลี่ยงที่จะเอาหลักฐานมาโชว์ตลอด แถมลบกระทู้จนเกลี้ยง

 สะพัด "นิยายขายเพจ" แห่ถามหาความสัมพันธ์กับ "เอียน ไรท์" หลังแจ้งลบกระทู้เกลี้ยง


สะพัด “นิยายขายเพจ” แห่ถามหาความสัมพันธ์กับ “เอียน ไรท์” หลังแจ้งลบกระทู้เกลี้ยง

จากกรณีที่มีสมาชิกเว็บไซต์พันทิป มาตั้งกระทู้ถามว่า “มีเพจยอดไลก์ 40 ล้านคน มีคนมาขอซื้อเพื่อไปบริหารต่อโดยไม่เปลี่ยนชื่อเพจ ควรขายเท่าไหร่คะ” ซึ่งภายหลังเจ้าของกระทู้มาอัปเดตว่าขายไปแล้วในราคาประมาณ 21 ล้านบาท ชาวเน็ตได้คาดเดากันและสรุปได้ว่าเพจดังกล่าว คือ เพจของบาเยิร์น มิวนิก ประเทศเยอรมนี แต่บางคนก็ไม่เชื่อว่าเจ้าของกระทู้พูดความจริง น่าจะแต่งเรื่องขึ้น จนเกิดการคาดคั้นจะเอาหลักฐานให้ได้ แต่เจ้าตัวชี้แจงเผยแพร่ไม่ได้เพราะเป็นความลับทางการค้า

หลังจากนั้น

สะพัด “นิยายขายเพจ” แห่ถามหาความสัมพันธ์กับ “เอียน ไรท์” หลังแจ้งลบกระทู้เกลี้ยง

ขึ้นเพื่อหาผลประโยชน์จากคนในพันทิป เร็วๆ นี้ จะให้ลุงเป็นคนอัดคลิปแนะนำตัวเจ้าของกระทู้ให้แทน ซึ่งลุงเป็นคนที่คนไทยหลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เขาแนะนำตัวเองว่า ชื่ออิง Evie Maya Wright เป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษ อาศัยอยู่ที่ลอนดอน ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ มาได้เกือบ 5 เดือนแล้ว และอ้างว่าลุงเป็นนักเตะสโมสรอาร์เซนอล ซึ่งชาวเน็ตเดากันว่า ลุงของเจ้าของกระทู้ ก็คือ เอียน ไรท์ อดีตกองหน้าทีมอาร์เซนอล และ ทีมชาติอังกฤษ

02

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ใช้นามแฝง สมาชิกหมายเลข 3017393 ตั้งกระทู้หัวข้อ “นิยายขายเพจ จบแล้วนะครับ” ซึ่งเชื่อว่าไม่ได้ดูคลิปลุงที่ชื่อ เอียน ไรท์ มาเล่าอะไรให้ฟังเป็นแน่แท้ หลังเจ้าของกระทู้ดังกล่าวลบกระทู้ออกไปจนหมด ทำเอาสมาชิกพันทิปหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า การถามหาขายเพจ 40 ล้านไลก์ แล้วมีคนมาซื้อต่อ หรือการอ้างชื่อนักฟุตบอลชื่อดังว่าเป็นลุง อาจเป็นเรื่องโกหก เช่น

ความเห็นของ NAJ ระบุว่า “จริงๆ กระทู้แรกสุดนี่เชื่อนะ เพราะดูมีหลักการ มีเหตุมีผล ไม่หนี ไม่เหวี่ยง ถึงจะยังไม่ปักใจ ขอรอดูหลักฐานอะไรก่อน ก็ยังเชื่อว่าเค้าน่าจะเอาหลักฐานมาลงจริงๆ

แต่มากระทู้แนะนำตัวที่อ้างความสัมพันธ์กับนักบอลชื่อดังนี่ กลายเป็นไม่เชื่อเรื่องทั้งหมดไปเลย เพราะเหตุผลเรื่องนามสกุล เข้ามหาวิทยาลัยอะไรนี่อ่อนมาก แสดงถึงความไม่รู้ในวัฒนธรรมประเทศที่อ้างถึง แล้วพอโดนจี้เรื่อง Ian Wright มากๆเข้าก็เริ่มปล่อยเสต็ปพ่อห้าม และอ้างทนาย อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ลบกระทู้ทั้งหมดหายเกลี้ยงเลยซะงั้น เราว่าชัดแล้วนะว่าอะไรเป็นอะไร”

ความเห็นของ poopup ระบุว่า “จขกท. (เจ้าของกระทู้) ลบกระทู้อีกแล้วเหรอเนี่ย รู้สึกแหม่งๆ ตั้งแต่แรกที่ตามอ่าน จขกท. พยายามจะเลี่ยงคำถามที่เจาะจงโดยเฉพาะแหม่งๆ สุดคือมีคนถามว่าตัวโฆษณาของฟีฟ่า จขกท. ดันบอกว่ามันเป็นกิจกรรมของสโมสร ทั้งๆ ที่มันเป็นโฆษณาของเกมสงสัยลืมดูตัววิดีโอทั้งหมด

เลี่ยงที่จะเอาหลักฐานมาโชว์ตลอด ทั้งๆ ที่มีวิธีแสดงตนว่าเปิดเพจจริงๆ ตั้งเยอะแยะ ซึ่งถ้าเป็นคนที่มีหลักฐานที่แสดงว่าเกี่ยวข้องกับการทำเพจจริงๆ คงไม่มานั่งเถียงกับล็อกอินคนอื่นไปมาจนตัวเองต้องหงุดหงิดหรอก

ที่ขำสุดก็เรื่องที่บอกว่าเข้ามหาวิทยาลัยลัยเพราะมีนามสกุล Wright ซึ่งนามสกุลนี้มันมีเยอะมาก จะสังเกตว่าพอมีคำถามที่ จขกท. ตอบไม่ได้ขึ้นมาก็เหมือนจะบ่ายเบี่ยงหาทางออกตลอด ถ้าหนักมากๆ ก็ลบแล้วตั้งกระทู้ใหม่แล้วพาออกนอกประเด็นมาเล่าเรื่องประวัติตัวเองแทน ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องเล่าเลย แถมให้ไปคุยกันหลังไมค์อีก แปลกสุดๆ ขั้นสุดท้ายน่าจะเป็นลบกระทู้แล้วหายไปเลย”

ความเห็นของ DUSTY ROSE * ระบุว่า “เราก็เป็นคนหนึ่งที่ไปถามเขาในกระทู้แนะนำตัวเหมือนกันค่ะ พอดีก็เรียนที่อังกฤษเหมือนกัน สังคมคนไทยที่นู่นมันก็พอจะสืบหากันได้ ยิ่งถ้าเคลมว่าตัวเองเป็นคนมีชื่อเสียงด้วย ก็แอบหวังลึกๆ นะให้เป็นเรื่องจริง แต่เข้ามาดูอีกทีกลายเป็นลบกระทู้ไปแล้ว งงเลย”

ความเห็นของ “ลูกหมาตกน้ำ” ระบุว่า “อันที่จริงกระทู้แรกที่มาถามเรื่องขายเพจ เป็นกระทู้แรงบันดาลใจที่ดีนะจะว่าไป แต่แอบงง ว่าทำไม ตอนจะขายเพจไม่ปรึกษาคุณพ่อ ทั้งที่ดูท่านออกจะมีพาวเวอร์และประสบการณ์ แต่เลือกปรึกษาพันทิป พอมีดราม่าถึงค่อยไปปรึกษาและคุณพ่อแนะนำไม่ให้เปิดเผย

มาอยู่ไทยไม่ถึง 5 เดือนแต่เลือกที่จะปรึกษาพันทิป แทนที่จะปรึกษาเพื่อนๆ หรือคอมมูนิตี้ที่อังกฤษที่ตัวเองอยู่มาตลอดชีวิต เงินที่ขายเพจได้บอกจะเอาไปบริจาค เพราะไม่จำเป็นต้องใช้ งี้ยิ่งไม่ต้องมาถามใหญ่เลย ขายเท่าไหร่ก็ขายไปเถอะ ไม่ได้จะใช้เงิน มีเพจในมือที่สร้างรายได้กว่า 50 เพจ แสดงว่าเพจต้อง active ถึงมีสปอนเซอร์จนทำเงินได้ ไม่ใช่ปล่อยทิ้งร้าง แถมยังมีเวลาเหลือไปรับจ๊อบโปรแกรมมิ่งอีก เค้าบริหารเวลายังไงนะ น่าทึ่งจริงๆ”

ความเห็นของ พัด-ทะ-ยา ระบุว่า “กระทู้แรกทีได้อ่าน ผมไม่เชื่อ ตกลงขาย 4 แสนกว่าปอนด์ (จำไม่ค่อยได้ว่าขายเท่าไร่) ที่ไม่เชื่อเพราะว่า ที่อังกฤษเอาเงินไปฝากเกิน 3,000 ปอนด์ ก็โดนเรืยกสัมภาษณ์ ถ้าเอาเงินเข้าตามจำนวนที่ขาย รัฐบาล คงเชิญไปชี้แจงยาว ยังเล่าให้แฟนฟังว่า ทำไมคนเราเชื่ออะไรง่ายๆ จากการเขียนหรือแต่งขึ้นมา”

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า สมาชิกพันทิปคนดังกล่าวตอบคำถามทางเฟซบุ๊กระบุว่า เตรียมที่จะฟ้องดำเนินคดีกับคอมเมนท์ที่กล่าวหาตน และยังอ้างว่ามีโทรทัศน์มาสัมภาษณ์ตนแล้ว 2 ช่อง คือ นาวทีวี และ วอยซ์ทีวี ซึ่งฝ่ายที่จะถูกฟ้องร้องยืนยันว่า ตนรู้จักนายต่อเติมพงศ์ วิเศษสมบัติ ผู้จัดการฝ่าย New Media วอยซ์ทีวี ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย และในวันนี้ (2 มิ.ย.) จะไปสอบถามว่ามีการสัมภาษณ์จริงหรือไม่

 

 

ที่มาข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

เศร้า! ยามวัย 65 วูบ หัวกระแทกอิฐตัวหนอน ถึงกะโหลกยุบตาย

เศร้า! ยามวัย 65 วูบ หัวกระแทกอิฐตัวหนอน ถึงกะโหลกยุบตาย

สุดเศร้า! เมื่อยาม วัย 65 ปี เดินตรวจตราพื้นที่ดูแลแล้วเกิดอาการวูบ ทำให้ล้มศีรษะกระแทกกับกองอิฐตัวหนอนที่อยู่ข้างกำแพง จนกะโหลกยุบเสียชีวิต กว่ายามผลัดเช้าจะเดินตามหาแล้วมาพบตัว

เศร้า! ยามวัย 65 วูบ หัวกระแทกอิฐตัวหนอน ถึงกะโหลกยุบตาย

เศร้า! ยามวัย 65 วูบ หัวกระแทกอิฐตัวหนอน ถึงกะโหลกยุบตาย

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. 2560 ร.ต.อ.มานิตย์ บุญแต่ง รองสว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ตรวจสอบเหตุผู้เสียชีวิต ข้างบริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด หมู่ 8 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง พบร่าง นายสมเกียรติ พุ่มพวง อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 147/1 หมู่10 ต.บางปะกง อ.บางปะกง นอนเสียชีวิตอยู่ข้างกองอิฐตัวหนอน โดยพบว่า ขมับซ้ายมีเลือดออกแล้วกะโหลกยุบ เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง โดยมีเลือดเปื้อนก้อนอิฐตัวหนอนที่กองอยู่ข้างศพ เจ้าหน้าที่จึงนำศพชันสูตรเบื้องต้นที่โรงพยาบาลบางปะกง ต่อไป

สอบสวน นายอภิชาต โพธิ์ศรี อายุ 26 ปี เพื่อนร่วมงานให้การว่า นายสมเกียรตินั้นอยู่เวรกลางคืน ตนจะต้องมาเลี่ยนผลัดช่วง 06.00 น. พอตนมาถึงก็พบว่า ไฟที่อาคารยังไม่ปิด ก็เลยแปลกใจทั้งตะโกนเรียกนายสมเกียรติ ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงออกเดินตามหาจนมาพบศพนอนอยู่จึงรีบโทรแจ้งตำรวจ โดยนายสมเกียรติ นั้น มีอาการวูบอยู่บ่อยครั้ง ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากอาการวูบทำให้ล้มศีรษะกระแทกกับกองอิฐตัวหนอนที่อยู่ข้างกำแพงจนกะโหลกยุบเสียชีวิต

เศร้า! ยามวัย 65 วูบ หัวกระแทกอิฐตัวหนอน ถึงกะโหลกยุบตาย

 

 

 

 

ขอบคุณข่าวจาก
thairath

วู้ดดี้ ประกาศปิดรายการตื่นมาคุย สิ้นเดือนมิถุนายน 60 นี้

วู้ดดี้ ประกาศปิดรายการตื่นมาคุย สิ้นเดือนมิถุนายน 60 นี้

“วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา” เจ้าของรายการตื่นมาคุย และยังเป็นพิธีกรรายการตื่นมาคุยนั้น ได้ประกาศอย่างชัดเจนเมื่อเช้านี้ว่า “รายการตื่นมาคุยถึงวาระที่ต้องอำลา พร้อมปิดรายการสิ้นเดือนมิถุนายนนี้แน่นอน”

 

งานนี้ “วู้ดดี้” ยังกล่าวอีกว่า สาเหตุที่ปิดนั้น เพราะงานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา ถ้าไม่ได้ปิดวันนี้ วันหน้าหรือสักวันก็ต้องปิดรายการตื่นมาคุยอยู่ดี เลยขอปิดในวันที่มีความสุขที่สุดดีกว่า และขอขอบคุณช่อง 9 อสมท. ที่ให้การสนับสนุนและให้โอกาส “วู้ดดี้” ในการผลิตรายการดีๆ ไม่ว่าจะเป็น “วู้ดดี้เกิดมาคุย” ที่มีอายุกว่า 9 ปี และปิดตัวลงไปเมื่อต้นปี และตื่นมาคุยที่กำลังจะปิดตัวลง ที่ขาดไม่ได้ต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยทุกท่านที่ให้การสนับสนุนดูรายการตื่นมาคุยมาตลอด การปิดครั้งนี้ ไม่ใช่การปิดตัวลงแบบเศร้า หรือปิดทั้งน้ำตา แต่มันคือการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ 1 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันนี้ ถึงสิ้นเดือนจะเป็นการฉลองแบบสนุกสนาน อยากให้แฟนๆรายการติดตามดูให้ดี ว่าในแต่ละเช้า 8 .00 น. นั้นแขกรับเชิญที่มาร่วมฉลองกับเราคือใครบ้าง ไม่ว่าจะแขกที่เคยมาสร้างสีสันในตื่นมาคุย พิธีกรรุ่นเก่าที่ทุกคนยังคิดถึง หรือทีมงานเก่าจะมาร่วมส่งท้ายรายการ เติมความสนุกสนาน ความคิดถึงให้เต็มอิ่ม รับรองเซอร์ไพรส์แน่นอน

วู้ดดี้ ประกาศปิดรายการตื่นมาคุย สิ้นเดือนมิถุนายน 60 นี้

วู้ดดี้ ประกาศปิดรายการตื่นมาคุย สิ้นเดือนมิถุนายน 60 นี้

คลิปสรุปคดีฆ่าหั่นศพเขาสวนกวาง จากเพจอีจัน

คลิปสรุปคดีฆ่าหั่นศพเขาสวนกวาง จากเพจอีจัน

นับเป็นเรื่องราวที่สะเทือนขวัญผู้คนเป็นอย่างมาก สำหรับ คดีฆ่าหั่นศพ “น้องแอ๋ม” หรือ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย สาวคาราโอเกะ คดีดังกล่าวตกเป็นข่าวดังทันที เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2560 ชาวบ้านในพื้นที่ บ.โนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พบศพสาวถูกฆ่าหั่นแยกออกเป็น 2 ท่อน จากนั้นมือฆ่าได้นำศพฝังดิน ขณะนั้นยังไม่มีใครทราบว่าผู้ตายคือใคร

02

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวน ก่อนจะทราบว่า ผู้ตายคือ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม อายุ 23 ปี เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาดี ทำงานอยู่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เบื้องต้นหลังพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมในการสังหารไว้คือ ขัดแย้งส่วนตัว เรื่องชู้สาว รวมไปถึงลวงฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ ทางเจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้าย และเมื่อทำการตรวจกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้มีการกดเงินออกจากบัญชี โดยมีสาวทอมชื่อน้ำฝน ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายเป็นคนไปส่ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวน้ำฝนเข้าให้ปากคำ น้ำฝนให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนพาน้องแอ๋มไปกดเงินที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง เมื่อเวลาประมาณตี 4 ของวันที่ 23 พ.ค.60 จากนั้นได้พาน้องแอ๋มไปส่งที่หน้าปากซอยหอ ส่วนตนก็กลับหอพักตัวเอง และเมื่อตนถึงห้องก็วิดีโอคอลคุยกับผู้ตาย ขณะวิดีโอคุยกันนั้น น้องแอ๋มอยู่ด้านล่างหอพัก และขาดการติดต่อนับแต่นั้น ตนมาทราบข่าวว่าน้องแอ๋มเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยมีน้องชายทักแชทเฟซบุ๊กมาบอก สำหรับการคบหากับแอ๋มนั้น น้ำฝนระบุว่า รู้จักกันประมาณ 1 อาทิตย์เท่านั้น โดยเป็นการรู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก พบกันประมาณ 3-4 ครั้ง

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เรียกตัวป๊อปปี้ ทอมเพื่อนสนิทอีกคนของน้องแอ๋มมาสอบปากคำ เนื่องจากเธอเป็นบุคคลที่น้องแอ๋มสนิทด้วย อีกทั้งทั้งคู่ยังพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ป๊อปปี้ระบุว่า ตนติดต่อน้องแอ๋มได้ครั้งสุดท้าย เมื่อเวลา 06.22 วันที่ 23 พ.ค.โดยผู้ตายบอกว่ายังอยู่กับเพื่อน จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย สำหรับป๊อปปี้นั้นเคยคบหากับผู้ตายมาประมาณ 3 ปี จนกระทั่งผู้ตายไปแต่งงานกับ นายศักดิ์ชัย อายุ 35 ปี ชาว จ.หนองคาย โดยช่วงที่ผู้ตายไปแต่งงานก็ได้เลิกคบกันไป แต่ก็มีการโทรพูดคุยกันบ้างตามประสาคนรู้จัก แต่เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ติดต่อมาว่าจะมาทำงานที่ จ.ขอนแก่น และสุดท้ายผู้ตายก็เดินทางมาทำงาน จึงตัดสินใจเช่าอพาร์ทเมนท์และพักอาศัยอยู่ด้วยกัน

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายถูกเรียกตัวมาสอบปากคำทั้งหมด รวมไปถึง นายศักดิ์ชัย สามีของน้องแอ๋ม เย็นวันที่ 26 พ.ค.นายศักดิ์ชัย สามีของผู้ตายได้เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาสวนกวาง พร้อมยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุสยองนี้อย่างแน่นอน

สำหรับความสัมพันธ์กับผู้ตายนั้น นายศักดิ์ชัย เผยว่า ตนแต่งงานอยู่กินกับผู้ตายมาตั้งแต่ต้นปี ก่อนจะย้ายไปทำงานด้วยกันที่ กทม. ส่วนตัวทราบดีว่าผู้ตายเคยคบหาสาวหล่อมาก่อน ซึ่งตนทราบว่าชื่อ ป๊อปปี้ หลังแต่งงานตนต้องออกต่างจังหวัดบ่อย ๆ เพราะทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แฟนสาวจึงไปอยู่กับญาติที่ จ.ชัยนาท จากนั้น แฟนสาวก็ไป ๆ มา ๆ ระหว่าง กทม. กับ จ.ชัยนาท จนกระทั่งแฟนสาวขอมาอยู่กับญาติที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งตนก็ไม่ว่าอะไร เพราะห้ามแล้วไม่ฟัง และทราบดีว่าแฟนสาวมาอยู่กับสาวทอมชื่อ ป๊อปปี้ แต่ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร และยังติดต่อกันอยู่เสมอ โดยครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันคือวันที่ 22 พ.ค.เวลา 23.47 น. ก่อนที่จะติดต่อไม่ได้อีกเลย

*** หลังจากทั้ง 3 คนถูกเรียกตัวมาสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า ไม่พบพิรุธหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ ขณะที่แนวทางการสืบสวนพบรถต้องสงสัยที่ผู้ตายขึ้นไปก่อนพบกลายเป็นศพ แต่ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ

คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้คน ในส่วนของโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าใครคือฆาตกรฆ่าหั่นศพน้องแอ๋มกันแน่ และช่วงเช้าของวันที่ 29 พ.ค. ดูเหมือนอะไร ๆ ค่อย ๆ คลี่คลายลง เมื่อมีตัวละครใหม่เพิ่มขึ้น ศาลจังหวัดขอนแก่นได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ โดยผู้ถูกกล่าวหาเป็นชาย 1 คน หญิง 3 คน ประกอบด้วย นายวศิน อายุ 22 ปี , น.ส.จิดารัตน์อายุ 21 ปี , น.ส.ปรียานุช อายุ 24 ปี และ น.ส.กวิตา อายุ 25 ปี

และช่วงเย็นของวันที่ 29 พ.ค. นายวศิน 1 ในผู้ต้องหา ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับตำรวจ ที่ กองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ในช่วงเที่ยงวัน แต่แล้วเมื่อถึงเวลานัดหมายก็ไม่มีการเข้ามอบตัว จนกระทั่งวันที่ 30 พ.ค. เจ้าหน้าที่ บก.สส.ภาค 4 สามารถทำการจับกุมตัว นายวศิน ที่เกสต์เฮาส์ ใกล้มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
จากการสอบสวนนายวศินให้การเบื้องต้นว่ารู้เห็นกับการฆาตกรรมจริง โดยซัดทอด น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว เป็นผู้ลงมือฆ่าและทำลายศพ โดยก่อนเกิดเหตุไปเช่ารถซีอาร์วีมาให้ตนเป็นคนขับ จากนั้นได้ลักพาตัวน้องแอ๋ม โดยระหว่างทาง น.ส.เปรี้ยวได้ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวน้องแอ๋มแล้วซ้อม ซึ่งน้องแอ๋มก็พูดออกมาว่า ซ้อมเลย ถ้ารอดไปได้จะมาเอาคืน ปรากฏว่า น.ส.เปรี้ยวซ้อมและบีบคอน้องแอ๋มจนขาดใจตายบนรถ

นายวศินระบุ เปรี้ยวบอกให้พาไปยังที่ดินของตนเองใน อ.เขาสวนกวาง เพื่อนำศพน้องแอ๋มไปทิ้ง ระหว่างทางได้ซื้ออุปกรณ์พวก เลื่อย ใบมีด ถุงพลาสติก ปูนซีเมนต์ และเสียม ตามร้านขายวัสดุก่อสร้าง ส่วนผู้ที่ลงมือหั่นศพคือ น.ส.เปรี้ยว ตนเองไม่ได้ทำ เพียงแค่มีหน้าที่ขับรถให้เท่านั้น

ก่อนจะขับรถไปที่รีสอร์ต ในพื้นที่บ้านโนนทัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น แล้วลงมือหั่นศพแอ๋มด้วยตัวเอง ส่วนสาเหตุมาจาก น.ส.เปรี้ยวมีความแค้นส่วนตัวกับน้องแอ๋ม โดย น.ส.เปรี้ยวอ้างว่าน้องแอ๋มเป็นสายชี้เป้ากับตำรวจให้จับกุม เปรี้ยวในคดียาเสพติด เมื่อมีโอกาสจึงคิดแก้แค้น

ทั้งนี้คำให้การดังกล่าวตรงกับพี่สาวของ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว ที่ได้เผยกับตำรวจไปก่อนหน้านี้ว่า น้องสาวเป็นผู้ลงมือฆ่าและหั่นศพน้องแอ๋มด้วยตนเอง โดยพี่สาวของเปรี้ยวระบุ มีการติดต่อพูดคุยทางโปรแกรมแชทเมื่อช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ของวันที่ 29 พ.ค.

พี่สาวของเปรี้ยวเผยว่า น้องสาวโทรศัพท์มาเล่าว่าพลั้งมือฆ่าน้องแอ๋ม เพราะแค้นที่ถูกหักหลังเรื่องยาเสพติด โดยก่อนจะลงมือนั้นได้ออกอุบายให้ผู้ตายออกมาหา ตอนแรกแค่ต้องการสั่งสอนให้หายแค้น เพราะผู้ตายพาตำรวจไปจับแฟนหนุ่มที่ค้ายา และยังถูกขยายผลไปบ้านแม่
มีกระแสข่าวออกมามากมายว่าเปรี้ยวและเพื่อนของเธอ ติดต่อขอมอบตัว แต่แล้วสุดท้ายก็ไม่มีใครเข้ามอบตัว อีกทั้งยังพบว่า ผู้ต้องหาต่างพากันแยกย้ายหลบหนี มีข่าวออกมาแม้กระทั่งว่า น.ส.กวิตา หรือเอิร์น และ เปรี้ยว ถูกจับกุมได้ที่ฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แต่สุดท้ายมันก็เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน แต่มีเบาะแสเพิ่มขึ้น เมื่อกล้องวงจรปิดด่านแม่สายสามารถจับภาพรถต้องสงสัยคันหนึ่งได้

จากการตรวจสอบกล้องจงปิดพบว่า วันที่ 25 พ.ค. 3 สาวได้หนีไปประเทศเมียนมา โดยมีรถมารับไป และเมื่อทำการตรวจสอบทำให้ทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถที่มารับพวกเธอไปทำงานที่ร้านอาหาร โดยร้านอาหารดังกล่าวนั้นอยู่ทางฝั่งเมียนมา ทางเจ้าของร้านอาหาร เปิดเผยว่า ตนได้รับการติดต่อจากกลุ่มผู้ต้องหาว่า พวกเธอสนใจที่จะเข้าทำงานที่ร้านอาหารของตน โดยได้รับการติดต่อตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. และวันที่ 25 พ.ค. กลุ่มผู้ต้องหาก็เดินทางมาที่แม่สาย ซึ่งตนอยู่ต่างจังหวัดจึงให้ผู้จัดการร้านไปรับ และปกติทางร้านจะส่งคนไปรับพนักงานอยู่แล้ว

ทั้งนี้ทางผู้จัดการร้านแจ้งว่า กลุ่มผู้ต้องหามากันทั้งหมด 3 คน คือ เปรี้ยว เอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ หรือแจ้ ซึ่งวันที่ 25 พ.ค.ผู้จัดการร้านได้พาทั้ง 3 ข้ามด่านแม่สาย และไปพักที่ อ.ท่าขี้เหล็ก จากนั้นทั้ง 3 สาวก็หายไปกับลูกค้า สำหรับการเดินทางข้ามประเทศของทั้ง 3 สาวนั้น มีการขอหนังสือผ่านแดนชั่วคราว ที่ อ.แม่สาย และ ตม.ก็สแตมป์ออกให้ตามปกติ
และเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัว น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนซ์ 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับได้ หลังหนีกลบดานในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี หลังถูกสอบสวนผู้ต้องหารายนี้ให้การว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการฆ่าและหั่นศพน้องแอ๋ม เพราะในวันเกิดเหตุอาศัยอยู่กรุงเทพฯ แต่ยอมรับว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาหาจริง โดยเบนซ์นั้นเป็นแฟนสาวของวศิน แม้เธอไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์การฆาตกรรมน้องแอ๋ม แต่เธอคือบุคคลที่นำทรัพย์สินของผู้ตายไปขาย

สำหรับแจ้ หรือ น.ส.อภิวันทน์ คนร้ายคนที่ 5 เธอคือบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ลงมือฆ่าน้องแอ๋มทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวบพยานหลักฐานยื่นต่อศาล จ.ขอนแก่น เพื่อขออนุมัติหมายจับ คาดว่าใน1-2 วันนี้ น่าจะมีการอนุมัติหมายจับออกมา สำหรับ น.ส.ปรียานุช หรือ น.ส.เปรี้ยว และ น.ส.กวิตา หรือ เอิร์น จากข้อมูลล่าสุด ยังกลบซ่อนตัวอยู่ในในประเทศเมียนมา ซึ่งขณะนี้ได้เร่งประสานการจับกุมผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่หลบหนีแล้ว

 

ทั้งนี้ พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.3 บก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ทำการควบคุมตัว นายวศิน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย และ สปป.ลาว จับกุมตัวได้ เมื่อวานนี้ที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการทำแผนประมาณ 10 นาที โดยเริ่มจากจุดทีนายวศินขับรถมาจอด การช่วยกันนำร่างของผู้ตายลงจากรถ การช่วยกันขุดหลุมและนำศพลงไปฝังดิน ก่อนนำตัวกลับไปทำการควบคุมตัวของทางเจ้าหน้าที่

 

พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุทั้งหมด มี 5 คน โดยคนสุดท้ายขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการอนุมัติหมายจับ คือ น.ส.อภิวันท์ ซึ่งข้อมูลล่าสุดพบว่าหลบหนีไปกับผู้ต้องหา 2 คนก่อนหน้านี้ที่ประเทศเมียนมาแล้ว และอยู่ในขั้นตอนของการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อติดตามจับกุมตัว

ถูกหวย 70 งวดติด! เปิด 5 ข้อสูตรป้าอ้วน รับโชคหลักล้าน การันตีเลขเด็ดเข้าทุกงวด

ถูกหวย 70 งวดติด! เปิด 5 ข้อสูตรป้าอ้วน รับโชคหลักล้าน การันตีเลขเด็ดเข้าทุกงวด

เปิด 5 เทคนิคป้าอ้วน ถูกหวย 70 งวดติด เผยถูกงวดละประมาณ 3-4 ล้าน เตือนสติคอหวย คุณต้องคิดว่า ถ้าไม่ถูก จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายเขา…

ป้าอ้วน

ป้าอ้วน

นางศิวณัฐ รัชตดำรงค์รัตน์ หรือ ป้าอ้วน อายุ 62 ปี เปิดใจกับไทยรัฐออนไลน์ ถึงเทคนิคการซื้อลอตเตอรี่ของตนในแต่ละงวดว่า 1.ตนจะคิดเลขขึ้นมาด้วยตัวเอง 2.นำเลขจากบ้านเลขที่, ทะเบียนรถ, พ.ศ.เกิดของตนเอง, คนใกล้ชิด หรือบุคคลที่เคารพนับถือมาซื้อ 3.ตีเลขจากความฝัน ซึ่งตนจะฝันทุกๆ งวดอยู่แล้ว จากนั้นตนก็จะนำเรื่องราวในฝันมาตีเป็นเลข 4.กราบไหว้ขอพร และเสี่ยงเซียมซีองค์หลวงพ่อทันใจ ซึ่งวิธีนี้จะขึ้นอยู่กับดวงใครดวงมัน และ 5.ห้ามนำเลขที่ซื้อไปบอกใคร เพราะถ้านำเลขไปบอกผู้อื่น ดวงจะเปลี่ยนทันที เพราะของแบบนี้ขึ้นอยู่กับดวงใครดวงมัน กรรมใครกรรมมัน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามป้าอ้วนถึงประเด็นที่ว่า ในแต่ละงวดซื้อหวยเยอะหรือไม่นั้น ป้าอ้วนตอบข้อซักถามนี้ว่า “เยอะค่ะ งวดหนึ่งก็ประมาณ 1-2 แสนบาท ฉันถูกติดกันมา 70 กว่างวดแล้ว และในแต่ละงวดฉันจะถูกหวยประมาณ 3-4 ล้านบาท ไม่ได้ๆ เลยก็จะอยู่ที่ประมาณ 6 แสนกว่าบาท”

ป้าอ้วน

ป้าอ้วน

สุดท้าย ป้าอ้วนได้เตือนสติคอหวยทั้งหลายไว้ว่า “หลายต่อหลายคนพยายามที่จะมาถามฉันว่า ขอเลขหน่อยๆ ขอเลขแก้จนหน่อย ฉันก็จะตอบเขาไปว่า ระวังจะจนกว่าเดิม ของแบบนี้อยู่ที่บุญใครบุญมัน บางคนยกมือ 10 นิ้วขออย่างเดียวแต่ไม่เคยทำบุญ ซึ่งการเล่นหวยนั้น เราต้องซื้อแต่พอตัว ไม่ใช่เป็นหนี้เป็นสินแล้วยังจะทุ่มซื้อ อย่าหวังจะได้อย่างเดียว คุณต้องคิดด้วยว่า ถ้าไม่ถูกหวย คุณจะไปเอาเงินที่ไหนจ่ายเขา อย่างฉันซื้อ ฉันจะมีขอบเขตว่า งวดนี้ฉันจะซื้อเท่าไหร่ ไม่ใช่สักแต่จะซื้อ โดยที่ไม่ดูกำลังเงินตัวเอง”

ป้าอ้วน

ป้าอ้วน

ดีเอสไอ บุกอายัดทรัพย์ 10 ล้าน แก๊งแชร์ลูกโซ่ ลงทุนเหมืองทอง

ดีเอสไอ บุกอายัดทรัพย์ 10 ล้าน แก๊งแชร์ลูกโซ่ ลงทุนเหมืองทอง

 

จนท.ดีเอสไอ บุกอายัดที่ดินและทรัพย์สิน มูลค่ารวม 10 ล้านบาท แก๊งแชร์ลูกโซ่ ลงทุนเหมืองทองที่นราธิวาส

ดีเอสไอ บุกอายัดทรัพย์ 10 ล้าน แก๊งแชร์ลูกโซ่ ลงทุนเหมืองทอง

ดีเอสไอ บุกอายัดทรัพย์ 10 ล้าน แก๊งแชร์ลูกโซ่ ลงทุนเหมืองทอง

วันที่ 1 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ นำโดย พันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ DSI ทหารนาวิกโยธิน ไปตรวจสอบบ้านปลูกสร้างใหม่ ทรงโมเดล 2 ชั้น สีส้ม ซึ่งเป็นบ้านของ นายอับดุลรอแม มะอีลา ประธานบริษัทฯ ซึ่งกรณีดังกล่าวสงสัยว่า เป็นการร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน แชร์ลูกโซ่ เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนและมีหลักฐานมากขึ้นและแน่นหนา บ้านที่กำลังก่อสร้างใหม่หลังดังกล่าว สร้างใกล้เสร็จแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ บนเนื้อที่ 1 ไร่ ราคาประมาณ 5-7 ล้านบาท ตั้งอยู่ริมถนนสายนราธิวาส ยี่งอ บ้านปูตะ ม.9 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ทรัพย์สินที่ทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้อายัดที่ดินและทรัพย์สิน รวม 6 แปลง และทรัพย์อื่นๆ รวมมูลค่าเบื้องต้นกว่า 10 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลติดตามทรัพย์สินที่คาดว่า ผู้บริหารบริษัท หรือแชร์ลูกโซ่ดังกล่าว นำเงินที่ได้มาจากฉ้อโกงประชาชน หรือลักษณะการฟอกเงิน มาตรวจสอบอีกหลายรายการ หากพบการกระทำผิดเพิ่มเติม จะมีการยึดอายัดอีก ทั้งนี้ เพื่อนำมาคืนให้กับผู้เสียหาย คดีนี้อาจมีผู้ต้องหาไม่น้อย 2 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุด เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป.

ดีเอสไอ บุกอายัดทรัพย์ 10 ล้าน แก๊งแชร์ลูกโซ่ ลงทุนเหมืองทอง

ดีเอสไอ บุกอายัดทรัพย์ 10 ล้าน แก๊งแชร์ลูกโซ่ ลงทุนเหมืองทอง

 

 

ขอบคุณข่าวจาก
thairath

กระทืบจนน่วม! หนุ่มชุมพรหื่นปีนหอพัก จะขืนใจ 2 นร.สาว ชาวบ้านช่วยทัน

กระทืบจนน่วม! หนุ่มชุมพรหื่นปีนหอพัก จะขืนใจ 2 นร.สาว ชาวบ้านช่วยทัน

หนุ่มเมียท้องใกล้คลอดเสพยาบ้าซดเหล้าเมาได้ที่ เกิดอารมณ์หื่น ปีนหอพักเมืองชุมพร บุกเข้าห้องข่มขู่ลวนลาม 2 นร.หญิง กำลังลากเข้าห้องน้ำหมายข่มขืน อีกคนฉวยโอกาสวิ่งหนีตะโกนให้คนช่วย ชาวบ้านล้อมจับตัวส่งตำรวจ…

กระทืบจนน่วม! หนุ่มชุมพรหื่นปีนหอพัก จะขืนใจ 2 นร.สาว ชาวบ้านช่วยทัน

กระทืบจนน่วม! หนุ่มชุมพรหื่นปีนหอพัก จะขืนใจ 2 นร.สาว ชาวบ้านช่วยทัน

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 1 มิถุนายน 60 ร.ต.อ.สมบูรณ์ พุฒคง รอง สวป.สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า จับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุปีนหอพักเข้าไปลวนลามนักเรียนหญิง จึงไปพร้อม ร.ต.อ.คงฤทธิ์ จันทรมูล รอง สวป.สภ.เมืองชุมพร นำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นหอพักแห่งหนึ่งอยู่ถนนศาลาแดง ตำบลท่าตะเภา เขตเทศบาลเมืองชุมพร พบกับ นายกวีเอก รัตน์แก้ว อายุ 24 ปี ชาวบ้าน ตำบลชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร พร้อมเพื่อนชายวัยฉกรรจ์อีก 3 คน ยืนคุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุปีนหอพักเข้าไปลวนลามนักเรียนหญิงหมายข่มขืน ทราบชื่อคือ นายอดิศร เหมือนพิมพ์ อายุ 32 ปี ชาวบ้าน ตำบลท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร อยู่ในสภาพนุ่งกางเกงขายาวสีครีมเพียงตัวเดียว หน้าตามีบาดแผลฟกช้ำเลือดไหล และตามร่างกายเป็นแผลถลอกหลายแห่ง โดยมีนักเรียนหญิง 2 คน เป็นผู้เสียหาย ทราบชื่อคือ น.ส.นิด (นามสมมติ) อายุ 17 ปี บ้านอยู่ตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และ น.ส.หน่อย (นามสมมติ) อายุ 15 ปี บ้านอยู่ตำบลเดียวกัน ยืนร้องไห้ด้วยอาการตกใจยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เจ้าหน้าที่สอบสวน น.ส.นิด กล่าวว่า ตนกับ น.ส.หน่อย เป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกัน หลังจากที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่อำเภอท่าแซะ ได้มาเข้าเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองชุมพร แล้วได้มาเช่าหอพักดังกล่าวอยู่ชั้น 3 อยู่ด้วยกัน ก่อนเกิดเหตุตนและ น.ส.หน่อยน้องสาว ได้นอนหลับอยู่ จนมารู้สึกตัวอีกทีเหมือนมีคนเอามือมาจับหน้าอกและลูบคลำตามร่างกาย อีกทั้งยังหอมแก้ม ครั้งแรกนึกว่าน้องสาวละเมอ พอลืมตาดูจึงรู้ว่าเป็นผู้ชายตัวใหญ่มาก แล้วถูกคนร้ายขู่ให้อยู่นิ่งๆอย่าส่งเสียง มิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย ด้วยความกลัวจึงนอนนิ่งตามคำขู่ ส่วนน้องสาวก็รู้สึกตัว แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเช่นกัน

 

 

 

ขอบคุณข่าวจาก
thairath

 

 

คลิปทำได้ไง หนุ่มน้อยตกปลาจากท่อ โดยใช้แค่ขวดกับเชือก

คลิปทำได้ไง หนุ่มน้อยตกปลาจากท่อ โดยใช้แค่ขวดกับเชือก

คลิปทำได้ไง หนุ่มน้อยตกปลาจากท่อ โดยใช้แค่ขวดกับเชือก ฉาวเน็ตให้ฉายา มือพิฆาต ปลาสลิดบางท่อ (บางท่อก็ปลาดุก)

Untitled-3

t1

เด็กช่างโชว์พลังยึดรถเมล์ร้องเพลงดังลั่น!

เด็กช่างโชว์พลังยึดรถเมล์ร้องเพลงดังลั่น!

กลุ่มเด็กช่างยึดรถเมล์แล้วร้องเพลงเสียงดัง ปรบมือเสียงดังลั่นเต้นกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งมีการร้องเพลงประชดประชันสถานบันอื่น

วันนี้ (1 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจเจ้าพ่อคลิปเด็ดแชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อวัน อาทิตย์ เป็นคลิปที่เด็กช่างของสถาบันแห่งหนึ่งจำนวนมากยึดรถเมล์แล้วร้องเพลงเสียงดัง ปรบมือเสียงดังลั่น และเต้นกันอย่างสนุกสนาน มีการร้องเพลงประชดประชันสถานบันอื่น หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์ทำให้ชาวเน็ตต่างบอกว่าไม่เหมาะสมที่จะทำแบบนั้นเป็นปัญหาสังคม

Untitled-3

ข่าวจาก PPTV

ป.ป.ส.-คอมมานโด บุกค้นแหล่งยาเสพติดทั่วกรุง 19 จุด

ป.ป.ส.-คอมมานโด บุกค้นแหล่งยาเสพติดทั่วกรุง 19 จุด

ป.ป.ส.-คอมมานโด บุกค้นแหล่งยาเสพติดทั่วกรุง 19 จุด

ป.ป.ส.-คอมมานโด บุกค้นแหล่งยาเสพติดทั่วกรุง 19 จุด

เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. พร้อมด้วยหน่วยคอมมานโดกองปราบปราม ใช้อำนาจตามมาตรา 44 นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในชุมชน ภายใต้ชื่อ”ยุทธการฟ้าสางที่กลางกรุง” ในพื้นที่ชุมชนประชาอุทิศ 76 หลังตรวจสอบพบว่าชุมชนแห่งนี้เป็นหนึ่งใน 19 จุด จาก 9 เขต ที่เป็นศูนย์กลางกระจายยาเสพติด โดยเจ้าหน้าที่ค้นบ้านต้องสงสัย 3 หลัง พบผู้ต้องหาประมาณ 5-6 คน และภายในบ้านพบอุปกรณ์เสพยาเสพติด และยาเคตามีนจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อไป
นายบัณฑิต ลีลาพตะ ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ส. เปิดเผยว่าการเข้าตรวจพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการตรวจค้นเพื่อสกัดกั้นยาเสพติดที่ขยายตัวสู่ชุมชน เพราะกรุงเทพเป็นปลายทางที่จะขยายผลส่งสินค้าไปยังประชาชน เนื่องจากร้อยละ 80 ของแหล่งซุกซ่อนยาเสพติดเป็นบ่อเกิดของเหตุอาชญากรรม พร้อมยอมรับว่าการตรวจค้นอาจมีอุปสรรคบางอย่างที่ทำให้ผู้ต้องหาซึ่งเป็นขบวนการใหญ่ไหวตัวทัน

ป.ป.ส.-คอมมานโด บุกค้นแหล่งยาเสพติดทั่วกรุง 19 จุด

ป.ป.ส.-คอมมานโด บุกค้นแหล่งยาเสพติดทั่วกรุง 19 จุด

ป.ป.ส.-คอมมานโด บุกค้นแหล่งยาเสพติดทั่วกรุง 19 จุด

ป.ป.ส.-คอมมานโด บุกค้นแหล่งยาเสพติดทั่วกรุง 19 จุด

ส่วนในพื้นที่เป้าหมายอีก 18 จุดที่เหลือได้แก่ เขตธัญบุรี เขตบางพลัด เขตหนองแขม เขตคลองสาน เขตตลิ่งชัน เขตทุ่งครุ เขตราชบูรณะ เขตบางกอกน้อย และเขตบางขุนเทียน จากการตรวจค้นเบื้องต้นพบผู้ต้องหาที่มีสารเสพติดภายในร่างกายและมีอุปกรณ์เสพยาเช่นกัน โดยทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานก่อนสรุปผลปฏิบัติการต่อไป

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก  PPTV

มิ.ย.นี้ คนไทยได้ชม 3 ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า

เผย มิ.ย.นี้ คนไทยได้ชม 3 ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า

มิ.ย.นี้ คนไทยได้ชม 3 ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า

มิ.ย.นี้ คนไทยได้ชม 3 ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า

รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผย มิ.ย.นี้ คนไทยได้ชม 3 ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า “ไมโครมูน-ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุด-กลางวันนานที่สุด”

มิ.ย.นี้ คนไทยได้ชม 3 ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า

มิ.ย.นี้ คนไทยได้ชม 3 ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า

วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 นายศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) เปิดเผยว่า ช่วงเดือนมิถุนายน 2560 มีปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าสนใจ ได้แก่ ถึง 3 ปรากฏการณ์ด้วยกัน นั่นคือ

วันที่ 9 มิถุนายน เป็นวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงและโคจรอยู่ห่างจากโลกที่สุดในรอบปี ที่ระยะห่างประมาณ 406,402 กิโลเมตร ในเวลาประมาณ 20.11 น. ตามเวลาในประเทศไทย ทำให้คืนดังกล่าวดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏเล็กที่สุดในรอบปี เรียกว่า “ไมโครมูน” ขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงจันทร์ปกติ ประมาณ 14% และมีความสว่างน้อยกว่าถึง 30% จากนั้นช่วงกลางเดือน

ไมโครมูน

ไมโครมูน

วันที่ 15 มิถุนายน ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ เป็นผลให้ดาวเสาร์อยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ที่ระยะห่างประมาณ 1,353 ล้านกิโลเมตร ช่วงดังกล่าวจะสามารถสังเกตดาวเสาร์ได้ยาวนานตลอดคืนตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกดินจนถึงรุ่งเช้าวันของถัดไป และมีความสว่างมาก ปรากฏทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สังเกตได้ด้วยตาเปล่า หรือหากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาที่มีกำลังขยายตั้งแต่ 30 เท่าขึ้นไป จะเห็นวงแหวนดาวเสาร์ได้ชัดเจน

062016-Summer-solstice_1

pyramids summer-Solstice-sunset-at-Stonehenge-585854

“น้องบูม”สิ้นลม หลังรักษาตัว 10 วัน แม่เศร้ารับศพลูกกลับบ้าน ด้านตำรวจตั้งข้อหา 2 โจ๋เพิ่ม

“น้องบูม”สิ้นลม หลังรักษาตัว 10 วัน แม่เศร้ารับศพลูกกลับบ้าน ด้านตำรวจตั้งข้อหา 2 โจ๋เพิ่ม

“น้องบูม”สิ้นลม หลังรักษาตัว 10 วัน แม่เศร้ารับศพลูกกลับบ้าน ด้านตำรวจตั้งข้อหา 2 โจ๋เพิ่ม

“น้องบูม”สิ้นลม หลังรักษาตัว 10 วัน แม่เศร้ารับศพลูกกลับบ้าน ด้านตำรวจตั้งข้อหา 2 โจ๋เพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการน้องบูม นายพงษ์รัตน์ ปิ่นทอง ผู้ป่วยจิตเวช ที่ถูกนายกิตตินันท์ พงพันธ์พินิจ อายุ 19 ปี และนายเขต อายุ 17 ปี รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่หน้าร้านขายยาแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองตราด คืนวันที่ 21 พฤษภาคม 2560 โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราด ได้นำตัวนายพงษ์รัตน์ ปิ่นทอง ส่งโรงพยาบาลตราดรักษาอาการบาดเจ็บทันทีในคืนนั้น แต่อาการไม่ดีขึ้น เนื่องจากมีเลือดออกในสมอง หรือเลือดคลั่งในสมอง และเวลา 18.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม โรงพยาบาลตราดต้องตัดสินส่งตัวนายพงษ์รัตน์ ปิ่นทอง โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี เพื่อผ่าตัดสมองในคืนนั้น โดยมีนางสุดใจ ชื่นจำปา อายุ 50 ปี ผู้เป็นแม่เฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน ซึ่งหลังจากผ่าตัดสมองครั้งแล้ว อาการนายพงษ์รัตน์ ยังไม่ดีขึ้นยังมีเลือดออกในสมอง แพทย์จึงทำลงความเห็นให้มีการผ่าตัดเป็นครั้งที่ 2 ก่อนจะส่งนายพงษ์รัตน์ กลับมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตราดในวันที่ 24 พฤษภาคม แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จนกระทั่งเวลา 02.44 น. วันที่ 1 มิถุนายน นายพงษ์รัตน์ ปิ่นทอง เสียชีวิต

 

และเช้าวันนี้ นางสุดใจ ชื่นจำปา แม่น้องบูม ได้เดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลตราด ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ มีทั้งญาติ เพื่อน ร่วมเดินทางรับศพพร้อมกับให้กำลังใจนางสุดใจ จากนั้นรถกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือได้นำศพนายพงษ์รัตน์ ปิ่นทอง ไปยังวัดโคก ต.หนองเสม็ด อ.เมือง จ.ตราด เพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป โดยจะตั้งศพสวดอภิธรรมทั้งหมด 3 วัน
ด้านร.ต.อ.นิจสันติ์ พั่วพันศรี ร้อยเวรสภ.เมืองตราด กล่าวว่า ทราบเรื่องการเสียชีวิตของน้องบูมแล้ว และได้เข้าชันสูตรศพเบื้องต้นหลังจากเสียชีวิต พร้อมทั้งได้ตั้งข้อหาเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา คือ ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย กับนายกิตตินันท์ พงพันธ์พินิจ อายุ 19 ปี และนายเขต อายุ 17 ปี ที่ยังเป็นเยาวชน

 

ทำคนไร้ทางสู้! คาดเหตุหมั่นไส้ 2โจ๋รุมทำร้ายผู้ป่วยจิตเวช แม่ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

ทำคนไร้ทางสู้! คาดเหตุหมั่นไส้ 2โจ๋รุมทำร้ายผู้ป่วยจิตเวช แม่ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

รวบแล้ว 1 โจ่ รุมยำชายป่วยจิตเวช รับจำผิดคน ถูกมองหน้า ตร.เร่งจับอีกคนกบดาน เกาะช้าง

รวบแล้ว 1 โจ่ รุมยำชายป่วยจิตเวช รับจำผิดคน ถูกมองหน้า ตร.เร่งจับอีกคนกบดาน เกาะช้าง

รวบแล้ว! 2 โจ๋ตราด รุมกระทืบ ผู้ป่วยจิตเวช รับจำผิดคน ด้านชาวบ้านรอรุมประชาทัณฑ์

รวบแล้ว! 2 โจ๋ตราด รุมกระทืบ ผู้ป่วยจิตเวช รับจำผิดคน ด้านชาวบ้านรอรุมประชาทัณฑ์

 

ฮือฮา วาฬหัวทุยสัตว์ทะเลหายาก ลอยติดหาดภูเก็ต

ฮือฮา วาฬหัวทุยสัตว์ทะเลหายาก ลอยติดหาดภูเก็ต

 

ได้เห็นแต่ซาก ในไทยยังไม่มีใครเคยเห็นตัวจริง วาฬหัวทุยสัตว์ทะเลใหญ่ที่สุดในโลก นิยมล่าหมึกยักษ์ในน้ำลึกเป็นอาหาร ลอยมาติดหาดสุรินทร์ เกาะภูเก็ต

ฮือฮา วาฬหัวทุยสัตว์ทะเลหายาก ลอยติดหาดภูเก็ต

ฮือฮา วาฬหัวทุยสัตว์ทะเลหายาก ลอยติดหาดภูเก็ต

ซากวาฬหัวทุย หรือ วาฬสเปิร์ม โมบี้ดิ๊กในตำนาน ลอยมาติดหาดสุรินทร์ เกาะภูเก็ต หน่วยสัตว์ทะเลหายาก ทช. พิสูจน์พบว่า เป็นวาฬวัยรุ่น ยาว 12.4 เมตร ที่เร้าใจคือ มีรอยกัดของฉลาม แต่อย่าเพิ่งตกใจว่าฉลามอะไรใหญ่ขนาดกินวาฬ คาดว่า เป็นรอยกัดหลังตายแล้วฮะ สำหรับสาเหตุตายที่แท้จริงไม่ทราบ เพราะซากเน่ามากแล้ว ให้อาจารย์ธรณ์จินตนาการ คงเป็นเพราะโดนหมึกกล้วยยักษ์เอาหนวดรัดไว้แล้วดึงจนจมน้ำตาย

วาฬหัวทุยสัตว์ทะเลหายาก ลอยติดหาดภูเก็ต

วาฬหัวทุยสัตว์ทะเลหายาก ลอยติดหาดภูเก็ต


วาฬหัวทุยถือเป็นสัตว์กินเนื้อแบบมีเขี้ยวใหญ่ที่สุดในโลก (วาฬใหญ่กว่านี้กรองน้ำด้วยบาลีน) นิยมดำน้ำลงไปลึกมากเพื่อล่าหมึกกล้วยยักษ์ที่อาศัยอยู่ในที่ลึกหลายร้อยเมตรเป็นอาหาร

ในอดีตมีรายงานวาฬชนิดนี้เกยตื้นในไทยหลายครั้ง ทั้งหมดในอันดามัน โดยเฉพาะเกาะภูเก็ตกับพังงา (ฝั่งทะเลเปิด) เท่าที่ทราบยังไม่มีใครเคยเห็นตัวจริงในไทย อยากเห็นไปไคคัวร่า นิวซีแลนด์ ได้เจอแน่ครับ

วาฬหัวทุยสัตว์ทะเลหายาก ลอยติดหาดภูเก็ต

วาฬหัวทุยสัตว์ทะเลหายาก ลอยติดหาดภูเก็ต

560000005769604