เมียคนไข้บุกตบหมอ หึงบังอาจจับ’เจ้าโลก’สามีตรวจ

พิษรักแรงหึงภรรยาคนไข้ชายบุกตบแพทย์หญิงกลางโรงพยาบาล ยัวะหนักบังอาจจับอวัยวะเพศสามีตรวจ อ้างฝ่ายชายรู้สึกไม่ดีและกระทบความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา

เว็บไซต์ข่าวจีน “ซินา”รายงานจากเมืองหนานจิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุภรรยาของคนไข้ชายบุกโรงพยาบาลในเมืองหนานจิง เมืองเอกของมณฑลเจียงซู ทำร้ายตบตีแพทย์หญิงรายหนึ่ง ที่เป็นผู้ตรวจเช็คอวัยวะเพศให้กับชายผู้เป็นสามี หลังเขาและภรรยาเดินทางมาที่โรงพยาบาลนี้ในเวลาเช้าราว 10.00 น. เพราะได้รับบาดเจ็บที่อวัยวะดังกล่าว

เมียคนไข้บุกตบหมอ หึงบังอาจจับ'เจ้าโลก'สามีตรวจ

สองสามีภรรยาได้เรียกร้องกับทางโรงพยาบาลขอให้แพทย์ที่เป็นผู้ชายเป็นผู้มาตรวจ แต่ในขณะนั้นไม่มีแพทย์ผู้ชายเข้าเวรเลยสักคน เจ้าหน้าที่จึงส่งแพทย์ที่เป็นผู้หญิงมาแทน ผู้เป็นสามีจึงจำใจให้แพทย์สาวเป็นผู้ตรวจอาการผิดปกติ ผลปรากฏว่า อวัยวะเพศของเขาปกติดี จึงได้กลับบ้านอย่างรวดเร็ว

แต่หลังจากที่ทั้งสองออกจากโรงพยาบาลไปเพียง 30 นาที ผู้เป็นภรรยาก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง และบุกขึ้นโรงพยาบาลควานหาแพทย์หญิงที่เป็นคนตรวจร่างกายของสามีตนเอง เมื่อพบแล้วจึงตะโกนด่าทอ เพราะการที่สามีได้รับการตรวจอวัยวะเพศจากแพทย์ที่เป็นผู้หญิงทำให้เขารู้สึกไม่ดี นอกจากนี้ยังกระทบความสัมพันธ์ของสองสามีภรรยาอีกด้วย

ผู้เป็นภรรยาซึ่งทำอาชีพเป็นครูสอนเทควันโดจึงตรงเข้าทำร้าย ตบเข้าที่ใบหน้าแพทย์หลายครั้ง พร้อมทั้งดึงผม และเหวี่ยงเธอลงกับพื้น จากนั้นจึงเข้าต่อยใบหน้าอีกที ขณะที่แพทย์สาวพยายามหลบหนีจากการทำร้ายร่างกาย เมื่อการต่อสู้จบลง แพทย์รายนี้ได้รับบาดเจ็บโดยเฉพาะบริเวณใบหน้าจนมีอาการบวมและที่แขนมีรอยกัดอยู่หลายแห่ง อย่างไรก็ตามมีผู้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ตำรวจทราบ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางมาที่โรงพยาบาลและเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุนำตัวไปดำเนินคดีต่อไป. ขอบคุณภาพจาก m.v4.cc คลิปประกอบจาก Bb Yang

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

สุดทึ่ง! คลิปหนูน้อยวัย 6 เดือนโชว์ทักษะทรงตัวเล่นสกีน้ำแบบมืออาชีพ

เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปหนูน้อยไซลา เซนต์ออนจ์ วัย 6 เดือนโชว์ทักษะเล่นสกีน้ำได้อย่างน่าทึ่งสุดๆ ทั้งที่ยังเดินไม่ได้ โดยหนูน้อยยืนเท้าเปล่าบนสกีดัดแปลงมีที่จับ ก่อนถูกลากให้ทรงตัวแล่นไปกลางทะเลสาบในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา

คลิปดังกล่าวเผยแพร่โดยศูนย์ฝึกสกีน้ำด้วยเท้าเปล่าชั้นนำของโลกในรัฐฟลอริดา และมีผู้ข้ามาชมความสามารถที่น่าทึ่งและน่ารักของหนูน้อยไซลาจำนวนมาก แต่หลายคนก็แสดงความกังวลว่าการฝึกให้เด็กเล่นสกีในวัยเพียง 6 เดือนทั้งๆที่ยังคลานและเดินไม่ได้จะเป็นอันตราย เสี่ยงต่อชีวิตจองหนูน้อยเกินไปหรือไม่

คลิปหนูน้อยวัย 6 เดือนโชว์ทักษะทรงตัวเล่นสกีน้ำแบบมืออาชีพ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ คีธ และลอเรน คุณพ่อ-คุณแม่ของหนูน้อยไซลา กล่าวว่า ก่อนลูกสาวจะมาเล่นสกีเท้าเปล่าที่ทะเลสาป ได้ฝึกที่บ้านมาหลายสัปดาห์ และทั้งคู่ก็เป็นนักสกีดีกรีระดับแชมป์ ขณะที่ไซลาเล่นสกีก็มีอยู่ภายใต้ความดูแลอย่างใกล้ชิดและการเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยอย่างดี

คลิปหนูน้อยวัย 6 เดือนโชว์ทักษะทรงตัวเล่นสกีน้ำแบบมืออาชีพ

คีธ และลอเรนเผยอีกว่า ลูกสาวตัวน้อยชอบและเพลิดเพลินกับการยืนอยู่บนสกีบอร์ดมาก สามารถแล่นไปได้จนถึงริมทะเลสาบอย่างสบายๆ จนต้องเข้าหยุดไว้ก่อน

คลิปหนูน้อยวัย 6 เดือนโชว์ทักษะทรงตัวเล่นสกีน้ำแบบมืออาชีพ คลิปหนูน้อยวัย 6 เดือนโชว์ทักษะทรงตัวเล่นสกีน้ำแบบมืออาชีพ คลิปหนูน้อยวัย 6 เดือนโชว์ทักษะทรงตัวเล่นสกีน้ำแบบมืออาชีพ คลิปหนูน้อยวัย 6 เดือนโชว์ทักษะทรงตัวเล่นสกีน้ำแบบมืออาชีพ

ที่มา Daily Mail, คลิปจาก World Barefoot Center

ที่มา khaosod

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

“เอไอเอส”คว้าใบอนุญาต!! ประมูล 4 จีรอบใหม่ 75,654ล.

เอไอเอส เคาะ 4 จีใช้เวลา 35 นาที คว้าใบอนุญาตราคาเริ่มต้นการประมูล 75,654 ล้านบาท ด้านกทค.จ่อประชุมรับรองผลบ่ายนี้

คลิปประมูล 4 จี คลื่น900

เอไอเอส ประมูล 4 จี

วันนี้ (27 พ.ค) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงาน กสทช.จัดการประมูลใบอนุญาต4จี คลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิร์ตซรอบใหม่ จำนวน 1 ใบอนุญาต ใบละ 10 เมกะเฮิร์ตซ ราคาเริ่มต้นการประมูลที่ 75,654 ล้านบาท อายุใบอนุญาต 15 ปี ซึ่งทางบริษัท บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ เอไอเอสเข้าประมูลเพียงรายเดียวโดยการเคาะราคาเริ่มต้นเวลา 9.30 น.สิ้นสุดที่เวลา 10. 05 น. ซึ่งทางเอไอเอสได้เคาะยืนยันราคา เริ่มต้น 75,654 ล้านบาทดำเนินการเคาะจำนวน 2 รอบ โดยรอบแรกเป็นการยืนยันเคาะราคา รอบที่ 2 ไม่เคาะเพิ่มราคา โดยยืนยันราคาเดิมใช้ระยะเวลา ประมูลทั้งสิ้น 35 นาที โดยรายได้จากการประมูลทั้งหมดกสทช.จะส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

นายฐากร ตัณฑธสิทธิ์เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ทั้งนี้หากผู้ชนะนำเงินมาชำระจะสามารถออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ภายใน 2 วัน ซึ่งคาดว่าเอไอเอสจะจ่ายไม่เกินวันที่ 30 มิ.ย. 59 และหากผู้ชนะการประมูลไม่ดำเนินการชำระเงินตามเงื่อนไขภายใน 90 วันนับจากวันที่ได้รับใบอนุญาต จะถูกริบเงินประกันการประมูลจำนวน 3,783 ล้านบาท พร้อมทั้งชำระค่าเสียหายเพิ่มไม่น้อยกว่า 11,348 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้ที่กระทำผิดเงื่อนไขหรือมีความเกี่ยวโยงกันจะไม่สามารถยื่นขอรับใบอนุญาตเพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมได้

ปัจจุบันมีผู้ใช้งานโทรศัพท์ในประเทศไทยจำนวน 102.9 ล้านเลขหมาย ใช้งานทั้งในระบบ 2 จี 3 จี และ 4 จี โดย กสทช.ได้จัดสรรเลขหมายให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือไปแล้วจำนวน 170 ล้านเลขหมาย ซึ่งในขณะนี้ กสทช.เหลือเลขหมายจำนวน 21 ล้านเลขหมาย ดังนั้นจึงเข้มงวดในการจัดสรรให้เพิ่มเติม ในขณะเดียวกันเชื่อว่าผู้ประกอบการโทรศัพท์จะมีการลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้าน

นอกจากนี้ กสทช.ยังออกประกาศอัตราค่าบริการให้เป็นอัตราเดียวจะมีผลบังคับใช้กำหนดคลื่น 1800 เมกะะเฮิร์ตซ และ 900เมกะเฮิร์ตซค่าบริการด้านเสียงต้องต่ำกว่า 69 สตางค์ต่อนาที บริการข้อมูล(ดาต้า) ต้องต่ำกว่า 26 สตางค์ต่อMbps ส่วนคลื่น 2100MHz จากแต่ก่อนที่กำหนดค่าบริการไว้ในใบอนุญาตแนบท้ายให้คิดค่าบริการลดลงจากบริการ 2Gเดิม 15%เป็นการกำหนดค่าบริการทางเสียงไม่เกิน 82 สตางค์ต่อนาที บริการข้อมูล หรือ ดาต้า 28 สตางค์ต่อMbps

เอไอเอส 4 G

สำหรับบรรยากาศในการประมูลรอบใหม่นี้นั้นมีผู้เข้าร่วมค่อนข้างบางตาเมื่อเทียบกับการประมูลคลื่น900 เมกะเฮิร์ตซเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากมีบริษัทเข้าร่วมประมูลเพียงรายเดียว ซึ่ง บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ได้มีผู้บริหารเข้าห้องเคาะประมูลชั้น 3 อาคารอำนวยการ จำนวน 6 คนประกอบด้วย นายมาร์ค ชอง ชิน ก๊อกตัวแทนผู้ถือหุ้น บริษัท สิงคโปร์ เทเลคอม (สิงเทล) , นายฟิลิป เชียงชอง แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) , นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส , นายปรัธนาลีลพนังรองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาดเอไอเอส, นายสุทธิชัย ชื่นชูศิลป์ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนาเอไอเอส และนายอุทัย เพ็ญรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานกฏหมาย

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์
ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

มือปราบอินดี้ ตามรวบแล้ว หนุ่มพิจิตร เอาครกทุบหัว-บุหรี่จี้ตัวแฟนสาวเจ็บสาหัส

อุด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. (สืบสวนคอมมานโด) ตำรวจเจ้าของฉายา มือปราบอินดี้ ประสานตำรวจ สภ.บางมูลนาก จ.พิจิตร จับกุมหนุ่มเมืองชาละวันก่อเหตุทำร้ายร่างกายเอาครกทุบหัวผู้หญิง เอาบุหรี่จี้ตามตัว กักขังได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังหนีไปกบดานที่บ้านเกิด

มือปราบอินดี้ ตามรวบแล้ว หนุ่มพิจิตร เอาครกทุบหัว-บุหรี่จี้ตัวแฟนสาวเจ็บสาหัส

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. (สืบสวนคอมมานโด) ตำรวจเจ้าของฉายา มือปราบอินดี้ ได้นำหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานีที่ 124/2559 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2559 เดินทางไปประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางมูลนาก จ.พิจิตร จับกุมนายอิทธิพล หมู่ทอง (หรือหนุ่ย) อายุ34 ปี ชาว ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตรได้ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลสหเวช ถ.ศรีมาลา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนางสาวเวียงไพร เครือทอง อายุ 38 ปี แฟนสาวโดยเอาครกทุบหัว เอาบุหรี่จี้ตามตัว กักขัง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ หอพักวันศิริ เลขที่ 262 หมู่ที่ 16 ต.ไร่น้อย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2559 หลังเกิดเหตุ ได้หลบหนีไปกบดานที่บ้านเกิด อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่านายอิทธิพล หมู่ทอง (หรือหนุ่ย) อายุ34 ปีหลังก่อเหตุได้ทำร่างกายแล้วได้หลบหนีไปกบดานที่บ้านเลขที่ 26/3 หมู่ที่ 5 ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่จึงได้นำหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานีที่ 124/2559 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2559 เดินทางไปประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางมูลนาก จ.พิจิตร สืบสวนหาข่าวจนทราบว่านายอิทธิพล เดินทางหนีมากบดานที่บ้านดังกล่าวจริงพร้อมทราบว่าได้เดินทางไปโดรงพยาบาลสหเวช ถ.ศรีมาลา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร จึงเข้าทำการจับกุมได้ที่ บริเวณหน้าโรงพยาบาล สหเวช

จากการสอบสวนเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าสาเหตุที่ทำร้ายร่างกายแฟนสาวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเกิดเหตุได้เกิดมีปากเสียง ทะเลาะกันกับแฟนสาวสาเหตุเนื่องจากหึงหวงระแวงว่าจะไปมีผู้ชายคนอื่น จึงเกิดบันดาลโทษะ เอาครกทุบหัว เอาบุหรี่จี้ตามตัว กักขังไว้ในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสหน่วงเหนี่ยวกักขัง ผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย นำตัวมาส่ง พ.ต.ต.โสภณ ประดา สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองอุบลฯ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา มติชนออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

เบื้องหลังนาที ดีล “ธัมมชโย” มอบตัว ดีเอสไอ สุดท้าย…ไม่มา

26 พ.ค. ครบกำหนดมอบตัว พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามหนังสือนัดหมายของดีเอสไอ โดยก่อนหน้านี้(18พ.ค.) ศาลอาญา ได้อนุมัติหมายจับ 3 ข้อหา ประกอบด้วยข้อหาสมคบกันฟอกเงินข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และข้อหาร่วมกันรับของโจร

“ธัมมชโย” มอบตัว ดีเอสไอ สุดท้าย…ไม่มา

กรณีรับเงินบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯกว่า 2,000 ล้านบาท

สื่อมวลชน หลายสำนัก ต่างเฝ้าติดตามสถานการณ์ ทั้งที่วัดพระธรรมกาย และดีเอสไอ ว่า พระธัมมชโย

จะเดินทางเข้ามอบตัว ตามกำหนด นัดหมายหรือไม่ ? และแล้ว “กระบวนการดีล” ก็เริ่มต้นตั้งแต่เวลาราชการ

08.30 น. พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้รับการประสานทางโทรศัพท์ จากนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความรับมอบอำนาจ พระธัมมชโย ประสานเรื่องติตต่อขอมอบตัว ที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

08.47 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ ประสาน พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีเอสไอ ให้ติดต่อทนายสัมพันธ์

08.49 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ ติดต่อ ทนายสัมพันธ์ โดย ทนายสัมพันธ์ บอกให้ พ.ต.ท.สมบูรณ์ และ พนักงานสอบสวนออกมาได้เลยช่วง 12.00 น. ที่ สภ.คลองหลวง แต่ พ.ต.ท.สมบูณ์ ปฏิเสธ เพราะยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ

12.00 น. นายขจรศักด์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 เดินทางมาถึงดีเอสไอ

13.00 น. ประชุมคณะพนักงานสอบสวน

13.13 น. หนังสือ เรื่องขอความอนุเคราะห์ให้มาแจ้งข้อกล่าวหาที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เวลา 14.30 น. ที่ทนายสัมพันธ์ ให้บุคคลอื่นนำมายื่นให้ดีเอสไอ

13.20 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ โทรศัพท์สอบถาม พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่าหนังสือฉบับดังกล่าวเป็นจริง และยืนยันหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า จริง ยืนยันตามนั้น

13.44 น. หนังสือฉบับดังกล่าว ถูกส่งไปยังสำนักงานอธิบดีดีเอสไอ จากนั้นอธิบดี ดีเอสไอลงนามมอบหมาย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ ดำเนินการ

14.00 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ อัยการขจรศักดิ์ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ พร้อมทีมพนักงานสอบสวน ประมาณ 6 คน นั่งรถตู้ออกจากดีเอสไอ เพื่อไปสภ.คลองหลวง

14.30 น. รถตู้คณะพนักงานสอบสวนกำลังจะถึง สภ.คลองหลวง ทนายสัมพันธ์ โทรศัพท์
มาบอก พ.ต.ท.สมบูรณ์ ว่า พระธัมมชโย ออกมาไม่ได้ มีอาการบ้านหมุน พ.ต.ท.สมบูรณ์ บอกทนายสัมพันธ์ ให้มาคุยที่ สภ.คลองหลวง

14.50 น. ทนายสัมพันธ์ มาพร้อมกับ นายประกัน และร.ท.นพ.ชูชัย พรพัฒนาพันธุ์ แพทย์ผู้รักษาพระธัมมชโย เพื่อพบคณะพนักงานสอบสวน ที่สภ.คลองหลวง พร้อมชี้แจงอาการ

ซึ่งนายแพพย์จากโรงพยาบาลตำรวจ3คน ที่ไปกับคณะดีเอสไอ ได้สอบถามอาการ จากแพทย์ของพระธัมมชโย

และมีความเห็นเบื้องต้น น่าจะออกมาได้ และให้ดูอาการอีก 30นาที หากต้องเข้ารับการรักษาตัวด่วนให้นำส่งรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พนักงานสอบสวนจะไปรับมอบตัวและแจ้งข้อหาที่รพ.ก็ได้

15.20 น. จากนั้น ทนายสัมพันธ์พร้อมแพทย์ กลับไปที่วัดธรรมกาย

15.30 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ และคณะแถลงข่าวรอบแรก ว่ามาสภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพราะมีหนังสือให้ไปแจ้งข้อกล่าวหาที่นี่

15.50 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ ประสานทางโทรศัพท์ ไปยังทนายสมพันธ์ อีกรอบ ได้รับยืนยันว่า พระธัมมชโย ไม่เดินทางมาที่สภ.คลองหลวง หรือไป รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

16.00 น แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนรอบ 2 ว่า พระธัมมชโยไม่เดินทางมา และดีเอสไอจะไม่เข้าในวัดพระธรรมกาย

16.30 น. เดินทางกลับดีเอสไอ

สิ้นสุดการดีล…ตามเวลาราชการเช่นกัน

ที่มา มติชนออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

สภาผู้ส่งออกฯ ช็อก! คาดไม่ถึงส่งออกหดตัวรุนแรง ชี้ ภาวะเศรษฐกิจโลกอึมครึม

วันนี้ (26 พ.ค.) นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) กล่าวว่า เห็นตัวเลขการส่งออกเดือนเมษายนที่ผ่านมาหดตัว 8% แล้วตกใจมาก คิดว่าจะไม่หด ตัวมากขนาดนี้ ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกในไตรมาส1 ที่ไม่ขยายตัวเป็นไปตามคาด ทำให้ผู้ประกอบการส่งออกอยู่ในภาวะช็อก ส่งออกจึงหดตัวรุนแรง ประกอบกับธนาคารสหรัฐฯ ยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และเศรษฐกิจจีน สหภาพยุโรป(อียู) ยังมีปัญหา เศรษฐกิจญี่ปุ่นก็ยังไม่ฟื้นตามเป้าอาจจะมีมาตรการผ่อนคลายทางการเงินอีกรอบ อังกฤษก็จะถอนตัวจากอียู การก่อการร้ายที่กระทบท่องเที่ยว ส่งผลภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังอึมครึม

สภาผู้ส่งออกฯ ช็อก! คาดไม่ถึงส่งออกหดตัวรุนแรง ชี้ ภาวะเศรษฐกิจโลกอึมครึม

“การส่งออกเมษายนที่ ติดลบ 8% นั้น ส่งออกได้มูลค่า 15,545 ล้านเหรียญสหรัฐ ต้องรอดูในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนนี้ว่าสถานการณ์ส่งออกและเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างไร หากกลับมาส่งออกได้เพิ่มเป็นเดือนละ 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้ส่งออกมีทิศทางดีขึ้น และทำให้การส่งออกไตรมาส 2 นี้ ขยายตัวได้ ติดลบ 1ถึง 1% และหากส่งออกดีขึ้นทั้งปีนี้น่าจะขยายตัวได้ 0 ถึง2%” นายนพพรกล่าว

ที่มา มติชนออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ปธน.อินโดฯใช้ยาแรง ประกาศกฏหมายประหารพวกข่มขืนเด็ก-จับทำหมัน!

วันที่ 26 พ.ค. เอเอฟพีรายงานว่า นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย รับรองกฎหมายใหม่ที่ตราเป็นพระราชกำหนดเพิ่มโทษอาชญากรที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ที่รวมไปถึงโทษสูงสุดคือการประหารชีวิตและการทำหมันด้วยสารเคมี ขณะที่ผู้ลงมือข่มขืนที่ถูกพิพากษาว่ามีความผิดจะถูกบังคับให้ใส่อุปกรณ์ติดตามตัวตลอดเวลาเมื่อถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ

ปธน.อินโดฯใช้ยาแรง ประกาศกฏหมายประหารพวกข่มขืนเด็ก-จับทำหมัน!

“กฎหมายใหม่มีขึ้นเพื่อเอาชนะวิกฤตความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นกับเด็ก อาชญากรรมทางเพศต่อเด็กเป็นอาชญากรรมร้ายแรง เพราะเป็นการคุกคามชีวิตของเด็ก” นายวิโดโดแถลง ทั้งนี้ผู้นำอินโดนีเซียประกาศกฎหมายนี้เป็นพระราชกำหนดซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที แม้ว่ารัฐสภาอาจระงับกฏหมายนี้ได้ในภายหลัง

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของนายวิโดโดมีขึ้นหลัง หลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายรุมโทรมและฆาตกรรมนักเรียนหญิงอายุ 14 ปี ที่เกาะสุมาตรา เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่จับคนร้ายเป็นวัยรุ่น 7 คน อายุระหว่าง 16-17 ปี เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศในสังคมอินโดนีเซียอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ ที่ผ่านมา โทษของคดีข่มขืนในประเทศอินโดนีเซียคือจำคุก 14 ปี

สำหรับการทำหมันด้วยสารเคมี นอกจากประเทศอินโดนีเซียที่เพิ่งมีการประกาศเป็นกฎหมายแล้ว ยังมีประเทศโปแลนด์และบางรัฐในสหรัฐอเมริกาที่ใช้วิธีการลงโทษเช่นนี้ ส่วนประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศแรกในเอเชียที่ใชเการลงโทษด้วยการทำหมันในปี 2544

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

เปิดนาที ​สิบล้อชนวินาศสันตะโร ดับ 4 สาหัส 2 ลำเลียง ขึ้น ฮ เข้ากรุงเทพด่วน

จากกรณี เมื่อเวลาวันที่ 26 พ.ค. 59 ร.ต.ท.ศักดิ์รินทร์ เกิดผล ร้อยเวรสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมกบินทร์บุรี ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันจำนวนหลายคันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายราย เหตุเกิดบริเวณจุดกลับรถบ้านหนองป่าตอง บนถนนสายสุวรรณศร 33 กบินทร์บุรี-สระแก้ว หลักกิโลเมตรที่. 186 หมู่. 15 ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหยื่อรถ 10 ล้อ สาหัสจำนวน 2 ราย ที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ไปก่อนหน้านั้น คือ .ร.ต.อ.หญิง ภัทรรักษ์ จารุวัตร์ อายุ 31 ปี ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ 1 ช่วยงานราชการปราจีนบุรี มีบาดแผลแขนหักทั้ง 2 ข้าง และยังรู้สึกตัวดี ส่วน ดต.สิทธิประภาส ผจญ อายุ 47 ปี ผบ.หมู่พิสูจน์หลักฐาน อาการสาหัสสมองได้รับการกระทบกระทือนอย่างหนักต้องใช้เครื่องหายช่วยตลอด

เปิดนาที สิบล้อชนวินาศสันตะโร ดับ 4 สาหัส 2 ลำเลียง ขึ้น ฮ เข้ากรุงเทพด่วน

เมื่อดึกวานนี้ (26 พ.ค.) ที่สนามบินเครือสหพัฒน์กบินทร์บุรี เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพร้อมด้วยแพทย์ได้นำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 คนที่ได้รับบาดเจ็บ มายังสนามบินเพื่อส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจกรุงเทพฯเพราะมีการอาการสาหัส หลังจากจากฮอลิคอปเตอร์ลงจอดการลำเลียงคนเจ็บค่อนข้างจะอยากลำบากเพราะผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 2 คน จึงทำให้การจัดสถานที่บนเครื่องเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางต้องเวลาชั่วโมงเศษก่อนที่จะนำเจ็บออกจากสนามบิน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาส่งเป็นจำนวนมาก

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ตะลึงเมื่อพญานาคตามความเชื่อของไทย หรือปลาออร์ปลาทะเลน้ำลึกตายเกลื่อนชายหาด

ตะลึงเมื่อพญานาคตามความเชื่อของไทย หรือปลาออร์ปลาทะเลน้ำลึกตายเกลื่อนชายหาด นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างหรือไม่

3_001

กลายเป็นเรื่องที่สร้างความื่นตระหนกให้กับผู้คนที่อยู่อาศัยบริเวณชายทะเลหรือ นักท่องเที่ยว เมื่อสัตว์น้ำลึกที่เเทบไม่ค่อยปรากฎตัวให้มนุษย์เห็น อย่างงปลาออร์จำนวนมาก พากันเกยตื้นตายเกลื่อนชายหาดเต็มไปหมด ซึ่งนี่อาจเป็นสัญาณเตือนจากธรรมชาติถึงภัยภิบัติหรือเหตุทางธรรมชาติหรือไม่

3_002

ปลาออร์ หรือ ปลาริบบิ้น เป็นปลากระดูกแข็งชนิดหนึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับพญานาคตามความเชื่อของไทย หรือมังกรทะเลในความเชื่อในยุคกลางของชาวตะวันตก โดยมีความยาวได้สูงสุดยาวถึง 9 เมตร และหนัก 300 กิโลกรัม แต่ก็มีบันทึกไว้ในกินเนสส์ บุ๊ก ออฟ เวิร์ลด์ เรคคอร์ดด้วยว่า ปลาชนิดนี้เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ยาวที่สุดในโลก โดยอาจยาวได้ถึง 11 เมตร

ในขณะที่รายงานไม่ยืนยันอีกบางกระแสระบุว่าอาจยาวถึง 15 เมตร หรือกว่านั้น มีส่วนหัวที่ใหญ่ ลำตัวแบนสีเงิน มีจุดสีฟ้าและดำประปราย มีครีบหลังสีชมพูแดง บนหัวที่อวัยวะแลดูคล้ายหงอนเป็นจุดเด่น

เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลลึกระหว่าง 50-250 เมตร จึงพบเห็นได้ยากมาก แต่มีผู้พบเห็นกันเป็นระยะ ๆ ในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของออสเตรเลีย เรื่อยไปจนถึงทะเลนอกชายฝั่งเม็กซิโก และแถบหมู่เกาะเบอร์มิวดา ส่วนใหญ่มักถูกคลื่นซัดออกมาเกยหาด หรือไม่ก็เกิดอาการผิดปกติขึ้นกับปลา เช่น ป่วย หรือใกล้ตาย น้อยครั้งที่จะมีการพบเห็นขณะมีชีวิตอยู่

ขอบคุณที่มา thaiarcheep / khaozaza.com

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

แซ่ด’ดราม่าปลาดิบ’ย้อมสี สับสน2ผู้เชี่ยวชาญ’ใครถูก’

ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ดราม่าปลาดิบ” แบ่งเป็นฝักฝ่าย “หมอหนิ่ง” โพสต์เตือน “เนื้อปลาดิบร้านญี่ปุ่นดัง” ย้อมสีแดงชมพู ขณะที่ “อ.เจษฎา” โพสต์แย้ง “แค่โปรตีนมายโอโกลบิน” นักชิมสับสน ข้อมูลใครถูกต้อง-เชื่อถือได้กันแน่

แซ่ด'ดราม่าปลาดิบ'ย้อมสี สับสน2ผู้เชี่ยวชาญ'ใครถูก'

เมื่อวันที่ 26พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกโซเชี่ยลสำหรับกรณีที่ รศ.สพญ.ดร.นันทริกาชันซื่อ หรือ “หมอหนิ่ง”ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำภาควิชาอายุรศาสตร์คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้โพสต์ไว้ในเฟซฯ @Dr.Nantarika Chansue จนเป็นประเด็นขึ้นมาว่า

” วันนี้ไปกินอาหารญี่ปุ่นร้านยอดนิยมที่มีสาขามากมายทุกศูนย์การค้า …. สั่งอาหารชุดที่มีปลาดิบเป็นปลาโอ 2 ชิ้นแซลมอน 2 ชิ้น … ด้วยความเป็นหมอปลา … เห็นสีและลักษณะเนื้อปลาโอแล้ว … ไม่กล้ากินเพราะแดงชมพูสวยเกิน … เลยจัดการเก็บมาเข้าแลปที่ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำจุฬา … ส่วนที่เพาะเชื้อต้องรอผลอีก 2-3 วันแต่ที่น่าตกใจคือ …. เอาเนื้อปลาไปแช่น้ำไม่กี่นาที … สีละลายออกมาชัดเจน … เนื้อที่แช่เพียง 5 นาทีกลายเป็นซีดขาว !…. ทำไมต้องย้อมสีกันด้วยเป็นอันตรายเปล่าๆจะมะเร็งหรือแค่ตับไตพังหนอ …. ช่วยกันระวังช่วยตรวจสอบด้วยนะคะเราไม่ได้ตรวจว่าสารอะไรเพราะไม่ใช่โครงการวิจัย … แต่ส่งมาดูกันเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของทุกคน ….”

จากนั้น “หมอหนิ่ง”ก็โพสต์ข้อความเพิ่มเติมอีกว่า

” กราบขอบพระคุณคุณหมอวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกทม . ได้กรุณารับเรื่องปลาดิบไปดูแลแล้วค่ะ … ขอบคุณท่านรองปลัดกทม . รับช่วยดูแลเรื่องปลาดิบต่อไปแล้วค่ะท่านก็เคยตรวจพบสิ่งต่างๆเหล่านี้แล้วกำลังพยายามดำเนินการต่อไปค่ะเรื่องนี้มิได้ตั้งใจจะสร้างประเด็นขึ้นมาเพื่อเหตุผลอื่นนอกจากความห่วงใยเพื่อนๆ ”

ซึ่งข้อความที่ถูกโพสต์นั้นมีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมากทั้งเชื่อและไม่เชื่อรวมทั้งยังสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก่อนจะแชร์ส่งต่อไปอย่างแพร่หลายกระทั่ง ผศ.ดร.เจษฎาเด่นดวงบริพันธ์ หรือ อ.เจษฎาอาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยาคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้รับทราบเรื่องราวก็แสดงความคิดเห็นที่ต่างออกไปและโพสต์ลงในเฟซฯ @JessadaDenduangboripant ระบุหัวเรื่องว่า

” ทูน่าน้ำแดง .. น่าจะเป็นแค่ มายโอโกลบิน “ก่อนอธิบายว่า

” ทำงานเขียนบทความเสร็จเปิดเฟซบุ๊กเข้ามาเจอคำถามเต็มอินบ็อกซ์กรณีที่อาจารย์หมอไปทานข้าวร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งเจอเนื้อปลาโอ ( ปลาทูน่า ) สีแดงเข้มจนแปลกใจแล้วเก็บตัวอย่างกลับไปตรวจที่แล็บ … เพียงแค่เอาแช่น้ำไม่กี่นาทีสีแดงก็ละลายออกมาในน้ำเนื้อปลาก็สีจางลงจนออกขาวจนอาจารย์ท่านตกใจคิดว่ามีการย้อมสีเนื้อปลาหรือเปล่าจะอันตรายหรือเปล่า … ระหว่างที่รอทางร้านมาแถลงแก้ข่าวผมเชื่อว่ามันคงไม่ใช่สีย้อมอะไรหรอกครับแต่เป็นสารโปรตีนตามธรรมชาติในเนื้อปลาที่ชื่อว่า มายโอโกลบิน myoglobin ละลายออกมา แค่นั้นเอง ”

” โปรตีนมายโอโกลบินนี้จะอยู่ตามกล้ามเนื้อของสัตว์ต่างๆและมีหน้าที่เก็บออกซิเจนไว้เป็นพลังงานกับกล้ามเนื้อปลาโอหรือปลาทูน่านั้นเป็นปลาที่ว่ายน้ำเก่งมากเร็วและอึดทำให้มันต้องใช้ออกซิเจนสูงมากให้กับกล้ามเนื้อของมันมันจึงมีมายโอโกลบินสะสมในกล้ามเนื้ออยู่เป็นปริมาณมาก … มายโอโกลบินนั้นยังมีฮีม heme ซึ่งเป็นสารที่จับกับออกซิเจนและเป็นวัถตุที่มีสีแดงจึงทำให้กล้ามเนื้อของสัตว์บกหลายชนิดที่ต้องเดินและวิ่งมากๆดังเช่น พวกเนื้อวัว เนื้อหมูรวมถึงปลาทะเลลึก อย่างปลาทูน่าปลาดาบ ปลาฉลาม ที่ต้องว่ายน้ำมากๆมีกล้ามเนื้อที่ค่อนข้างแข็งและเป็นสีแดงไปด้วย ( สังเกตว่าที่นิยมกินพุงปลาทูน่ากันหรือที่เรียกว่าโอโทโร่นั้นก็เพราะว่ามันนิ่มกว่าส่วนอื่นและสีก็จางกว่าส่วนอื่น )”

” ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เนื้อปลาทูน่าจะมีสีแดงเข้มโดยเฉพาะส่วนด้านข้างลำตัวที่เนื้อค่อนข้างแข็งและไม่นิยมกินกันนักก็จะยิ่งแดงเข้มเข้าไปอีก … ประเด็นสำคัญคือ มายโอโกลบินเป็นโปรตีนที่ละลายน้ำได้ดีมากจึงไม่แปลกที่ถ้าเอาเนื้อปลาแดงๆมาแช่น้ำ มายโอโกลบินจะละลายออกมาในน้ำทำให้เนื้อเหลืองแต่สีขาวๆได้ … อันนี้ก็คล้ายๆกับเวลาที่เราย่างเนื้อวัวเนื้อหมู แล้วได้น้ำสีแดงๆออกมา ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าเป็นเลือดแต่จริงๆ เป็นน้ำผสมมายโอโกลบินนี้แถมว่า มีวิธีการแกล้งทำให้เนื้อปลานั้นสีแดงขึ้นด้วยการอัดแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปด้วยซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามในบางประเทศเพราะพ่อค้าหัวใสเอาไปใช้ในการเปลี่ยนเนื้อปลาที่เก่าเป็นสีน้ำตาลแล้วให้กลายเป็นสีแดงสดใหม่ … แต่ไม่มั่นใจว่าใช่ในกรณีของเรานี้หรือเปล่า ( ปล . ส่วนปลาแซลมอนซึ่งส่วนใหญ่ที่กินกันไม่แพงนั้นเป็นปลาเลี้ยงในฟาร์มเปิดกลางทะเลสีของเนื้อปลามักจะแดงส้มสวยงามตามอาหารที่ให้ปลากินเพราะในอาหารมีรงควัตถุพวกแคโรทีนอยด์อยู่ด้วย )”

ต่อมามีคนที่คิดเห็นแบบเดียวกันนำข้อความของ อ.เจษฎาไปแชร์เผยแพร่ต่อจนประชาชนที่ได้รับรู้ข้อมูลต่างสับสนว่าข้อมูลจากใครเป็นข้อมูลที่ถูกต้องกันแน่ไม่นาน “หมอหนิ่ง”ก็ได้รับทราบถึงข้อถกเถียงที่ชักจะบานปลายจึงโพสต์เฟซฯอีกครั้งว่า

” ทำงานกับปลามา 27 ปีสามารถบอกความแตกต่างของสีแดงธรรมชาติจาก myoglobin และสีย้อมได้บ้างค่ะแต่ไม่ได้บอกว่าทุกร้านเป็นแบบนี้นะคะอย่าตระหนกเกินไป ดูเป็นรายๆไปนี่ยังมีเรื่องสุขศาสตร์อื่นๆที่ต้องระวังด้วย … เฮ้อ ! อยากให้มาช่วยกันดูแลสวัสดิภาพเพื่อนๆเราในการบริโภคอาหารมากกว่าการตั้งแง่โดยใช้การคาดเดาโดยไม่ได้เห็นของจริงใช้ทฤษฎีมาอธิบายสิ่งที่ไม่ได้รู้เห็นไม่ได้สัมผัสจริง ทำงานกับปลาและ seafood safety มา 27 ปี … เห็นเนื้อปลาหลายแบบหลายระยะ ตั้งแต่สด จนเน่าคิดว่าสามารถบอกได้ค่ะว่าอะไรที่ไม่ปกติ ”

” ดิฉันได้รับข้อมูลมากมายที่แสดงให้เห็นจากผู้มีประสบการณ์จริงว่าสิ่งที่พบไม่ใช่ของใหม่ทำมานานแล้ว ถ้าโชคดีก็เป็นสีผสมอาหารแต่มิใช่ว่าเป็นทุกแห่งร้านดีๆก็มี ดิฉันคิดว่าทุกร้านต้องมี supplier ซึ่งอาจต้องช่วยกันดูแลคุณภาพวัตถุดิบด้วยอย่าทะเลาะกันเลยค่ะมาช่วยกันตรวจสอบและพัฒนาดีกว่าเราชอบกินและไม่อยากเลิกกินเหมือนกันทุกคนทำอย่างไรถึงจะปลอดภัยแค่นั้นเองร้านท่ีดีอยู่แล้วก็ขอให้มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองร้านที่ยังใส่ใจไม่พอก็ขอให้ปรับปรุงเป็นการทำบุญให้เพื่อนมนุษย์ค่ะขณะนี้ท่านผู้รับผิดชอบได้ยื่นมือเข้ามาเต็มท่ีแล้วดิฉันขอช่วยให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์กับท่านและท่านจะดำเนินการต่อไปรวมทั้งความปลอดภัยในการปบริโภคแง่มุมอื่นๆด้วยค่ะขอบคุณจริงๆ ”

โดยทั้งหมดทั้งมวลที่เป็นประเด็นถกเถียงและเอาทฤษฎีวิชาการมาเผยแพร่ให้ข้อมุลนั้นกลายเป็นเหตุการณ์ดราม่าในโลกออนไลน์อย่างมากแต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญท่านใดถูกต้องเชื่อถือได้ อีกทั้งส่วนใหญ่ต้องการทราบว่าจำเป็นต้องเฝ้าระวังในเรื่องกินเนื้อปลาดิบจากร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังหรือไม่

ขอบคุณภาพจากเฟซฯ @Dr.Nantarika Chansu / @JessadaDenduangboripant

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

ล่มต่อหน้าต่อตา เรือผู้อพยพคว่ำกลางทะเล อิตาลีช่วยไว้ 550 ชีวิต

เอเอฟพีรายงานวันที่ 25 พ.ค. ว่า เรือลาดตระเวนเบตติกาของกองทัพเรืออิตาลี รุดเข้าช่วยชีวิตผู้อพยพในนาทีเรือคว่ำต่อหน้าต่อตา เนื่องจากบรรทุกผู้โดยสารมาเกินน้ำหนักเรือจะแบกรับไหว ในจำนวนนี้ 550 คนรอดชีวิตจากความช่วยเหลือของอิตาลี ส่วนผู้เคราะห์ร้ายที่จมทะเลพบศพแล้วอย่างน้อย 7 ราย แต่เกรงว่า ยอดจะสูงกว่านี้

เรือผู้อพยพคว่ำกลางทะเล อิตาลีช่วยไว้ 550 ชีวิต

เรือผู้อพยพคว่ำกลางทะเล อิตาลีช่วยไว้ 550 ชีวิต เรือผู้อพยพคว่ำกลางทะเล อิตาลีช่วยไว้ 550 ชีวิต

“เรือลำดังกล่าวโคลงไปโคลงมาอยู่พักหนึ่งบริเวณทะเลชายฝั่งประเทศลิเบีย ก่อนจะพลิกคว่ำเนื่องจากมีผู้อพยพจำนวนมากเกินไป จังหวะนั้นเรือเบตติกาอยู่ใกล้ จึงรุดเข้าไปช่วยด้วยการโยนเสื้อชูชีพลงไปให้ ส่วนเรือของกองทัพอีกลำที่อยู่ใกล้ๆ ส่งเฮลิคอปเตอร์และเรือกู้ภัยเข้าไปช่วย” แถลงการณ์ของกองทัพเรืออิตาลีระบุ

เรือผู้อพยพคว่ำกลางทะเล อิตาลีช่วยไว้ 550 ชีวิต

เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำถึงสถานการณ์ที่มีผู้อพยพจำนวนมากที่ได้รับความช่วยเหลือกลางทะเลแบบนี้ถูกส่งไปยังอิตาลี จากตัวเลขของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอชซีอาร์ ในปีนี้มีผู้อพยพส่วนนี้สูงถึง 40,000 คนแล้ว และนับตั้งแต่วันจันทร์มานี้สูงถึง 6,000 คน ผู้อพยพส่วนใหญ่ที่เข้าไปในอิตาลีนั้นส่วนใหญ่มาจากแอฟริกา โดยใช้เส้นทางผ่านจากลิเบียข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าอิตาลี

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

หนุ่มใหญ่จ่อยิงหัว เมียนอภ. ก่อนฆ่าตัว2ศพ คาห้องในแมนชั่นที่อุบล ขณะฝ่ายหญิงนอนหลับ

หนุ่มใหญ่พาเมียนายอำเภอเปิด แมนชั่น ก่อนจ่อยิงดับแล้วฆ่าตัวตายตามหนีผิด สยองกลางเมืองอุบลราชธานี แม่บ้านมาทำความสะอาดเห็นห้องล็อกเปิดไม่ได้ เลยปีนหน้าต่างดูเจอ เป็นศพทั้งคู่ ตรวจสอบพบฝ่ายหญิงนอนบนเตียง-โดนปืน .38 ยิงเข้าขมับ ส่วนฝ่ายชายนอนจมกองเลือดข้างเตียง-โดนยิงเข้าขมับเช่นกัน ใกล้กันเจอปืนลูกโม่-ปลอกกระสุนตกอยู่ สอบคนดูแลแมนชั่นเผยทั้งคู่ขับรถมาเปิดห้องด้วยกันกลางดึก ก่อนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด แต่ไม่เอะใจ กระทั่งแม่บ้านมาเจอศพ สอบพบฝ่ายชายเป็นเพื่อนกับเมียนายอำเภอ ทั้งคู่อาจมาเปิดห้องเคลียร์ปัญหาความสัมพันธ์ ก่อนฝ่ายชายอาศัยช่วงฝ่ายหญิงหลับจ่อยิงขมับแล้วฆ่าตัวตายตาม

1_001

เมื่อ เวลา 12.30 น. วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายภายในห้องพักเลขที่ 103 แมนชั่นแห่งหนึ่ง ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ แสงจันทร์ ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี พ.ต.ต.บวรศักดิ์ คำรังสี สว.สส.สภ.เมืองอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย คุณธรรม 1669

ที่เกิดเหตุภายในห้องพักเลขที่ 103 ซึ่งอยู่ชั้นล่าง พบศพหญิงอยู่บนเตียงนอน ทราบชื่อนางศรีอรุณ อายุ 53 ปี สวมเสื้อผ้าเรียบร้อย มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.38 เข้าที่บริเวณขมับ 1 นัด ใกล้กันพบศพชายนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้นห้องข้างเตียงนอน ทราบชื่อนายคงสิทธิ์ อายุ 65 ปี อดีตข้าราชการ สวมกางเกงในตัวเดียว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกัน เข้าที่บริเวณขมับขวาทะลุขมับซ้าย ส่วนบริเวณปลายเท้าพบปืนพกสั้นลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่ โดยมีปลอกกระสุนยิงไปแล้ว 2 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จาก การสอบสวนพนักงานแมนชั่นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อกลางดึกวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายทั้ง 2 คนได้เดินทางมาด้วยกัน โดยขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ มาเปิดห้อง 103 ต่อมาได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจากในห้อง 2 นัด ซึ่งตอนแรกไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งในช่วงเที่ยงของวันที่ 25 พ.ค. แม่บ้านจะเข้าไปทำความสะอาดห้องพัก แต่พบว่าห้องของ ผู้ตายถูกล็อกประตูจากด้านใน เลยปีนดูทางหน้าต่าง ถึงพบว่าทั้งสองได้เสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ

จาก การสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นางศรีอรุณเป็นภรรยาของนายอำเภอคนหนึ่ง ส่วนนายคงสิทธิ์เป็นเพื่อนของนางศรีอรุณ เบื้องต้นสงสัยว่าทั้งคู่อาจมาเปิดห้องพักด้วยกัน แล้วน่าจะมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ จนเป็นเหตุให้นายคงสิทธิ์ฉวยโอกาสที่นางศรีอรุณหลับอยู่ จ่อยิงเข้าที่ขมับจนเสียชีวิตแล้วยิงตัวเองตายตามหนีความผิด

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ไร้แวว’บอส’มาพบอัยการ ขู่ขีดเส้นตายแค่4โมงเย็น

ยังไร้แวว “บอส-วรยุทธ” ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง อัยการ รอถึง 4 โมงวันนี้เท่านั้น ขีดเส้นตายนัดหน้า หากเบี้ยวไม่แจ้งเหตุเจอหมายจับ ระบุ ฟ้องคดีอาญาต้องมีตัวผู้ต้องหามาแสดงต่อศาล

4_001

ที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง 53 เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายสุทธิ กิตติศุภพร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ กล่าวถึงการนัดส่งตัว นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา อายุ 31 ปี ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ผู้ต้องหาคดีขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผบ.หมู่ป. สน.ทองหล่อ เสียชีวิต บริเวณถ.สุขุมวิท เมื่อปี 2555 ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้แจ้งให้นายวรยุทธ มาพบอัยการวันนี้ว่า จนถึงขณะนี้ นายวรยุทธ หรือทนายความ ยังไม่ได้ติดต่อกับอัยการว่าจะขอเลื่อนการเข้าพบ หรือจะมาพบในเวลาใด อย่างไรก็ดีการเข้าพบอัยการต้องไม่เกินเวลาทำการในเวลา 16.00 น.

นายสุทธิ กล่าวอีกว่า หากวันนี้ นายวรยุทธ ไม่เดินทางมาพบอัยการตามนัดโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องใดๆ อัยการจะประสานไปยังพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่ออีกครั้ง เพื่อสอบถามถึงมูลเหตุที่ยังไม่สามารถติดตามตัวนายวรยุทธมาได้ และจะให้พนักงานสอบสวนแจ้งนัดการส่งตัวกับนายวรยุทธ ให้มาพบอัยการอีกครั้ง แต่ถ้ายังไม่เดินทางเข้าพบและไม่มีการแจ้งเหตุขัดขัดข้องอีก ลักษณะดังกล่าวจะเข้าข่ายประวิงเวลา ทำให้การส่งฟ้องล่าช้าออกไปโดยไม่มีเหตุจำเป็นที่สมควร อัยการจะประสานให้พนักงานสอบ ขอศาลออกหมายจับนายวรยุทธ ผู้ต้องหา เพื่อให้ได้ตัวมาฟ้อง โดยอัยการจะไม่ปล่อยเวลาให้ต้องเลื่อนคดีไป จนทำให้คดีขาดอายุความ ซึ่งอายุความสูงสุด 15 ปี

อย่างไรก็ดี หากระหว่างนี้ ทนายความของนายวรยุทธจะเดินทางมาขอเลื่อนการส่งตัวฟ้อง ก็สามารถทำได้แต่ต้องมีเหตุอันควรจำเป็นและสุดวิสัยจริงๆ เช่น การผ่าตัดกระทันหันอย่างไส้ติ่ง หรือ การเจ็บป่วยร้ายแรงอย่างมะเร็ง แต่ก็ต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลที่เชื่อถือได้มายืนยัน

นายสุทธิ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาญาติของผู้เสียชีวิต ได้ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด ขอให้พิจารณาดูว่ามีข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์อีกหรือไม่ โดยตนเพิ่งได้รับหนังสือเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตนกำลังพิจารณา แต่เพื่อไม่ให้เป็นการล่าช้า อัยการยังยืนยันที่จะยื่นฟ้องตามคำสั่งเดิมใน 2 ข้อหาไปก่อน คือ กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงความตาย และไม่หยุดรถช่วยเหลือ

หากเป็นเช่นนี้ญาติผู้ตายสามารถยื่นคำร้องเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้หรือไม่ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาฯ กล่าวว่า อาจจะทำไม่ได้ เพราะปรากฎข้อเท็จจริงว่าญาติผู้ตายได้เซ็นสัญญายอมความต่อหน้าพนักงานสอบสวนไปแล้ว เมื่อครั้งที่มีการเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย“

เมื่อถามว่า อัยการจะให้เวลาพนักงานสอบสวนอีกเท่าไหร่ในการแจ้งนัดให้นายวรยุทธมาพบอัยการอีกครั้งที่ 2 นายสุทธิ กล่าวว่า ในทางปฏิบัติจะให้เวลาพนักงานสอบสวน 15-20 วัน แต่พนักงานสอบสวนก็ต้องให้ฝ่ายผู้ต้องหาเตรียมตัวด้วย ซึ่งระยะเวลาทั้งหมดจะไม่เกิน 30 วัน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับเหตุจำเป็นด้วย อย่างไรก็ดี ถ้าผู้ต้องหาไม่มาโดยไม่แจ้งเหตุอีก อัยการคงมองเป็นเหตุอื่นไม่ได้นอกจากการประวิงเวลา ซึ่งต้องออกหมายจับ เพราะขณะนี้ตัวผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ในการควบคุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการฟ้องคดีอาญา ตามหลักเกณฑ์ถ้าผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ในการควบคุมหรือถูกขังอยู่ในเรือนจำต้องมีตัวผู้ต้องหามาแสดงในวันที่ฟ้องด้วย

อ่านต่อที่ : เดลินิวส์ออนไลน์

 

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

พ้นโทษแล้ว!!ตำนานคดีดังปล้นแบงค์ยิงตร.ตาย ติดคุกแค่ 13 ปี

ถ้าย้อนกลับไปที่ปี 2545 นายเชอเรมนิกค์ ฟิลิกซ์ (หัวหน้าแก๊งค์ชาวรัสเซีย) ร่วมกับพวกก่อเหตุปล้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาพัทยาใต้ ได้เงินสด 2.4 ล้านบาท และยิงตำรวจพัทยาเสียชีวิต ถูกศาลพิพากษาลงโทษประหาร สุดท้ายได้รับอภัยโทษ 6 ครั้ง เหลือติดคุกจริงเพียง 13 ปี (พ้นโทษ 11 พ.ค.59) ส่วนครอบครัวดาบตำรวจต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

3_002
ช่วงสายของวันที่ 30 ส.ค.2545 เหตุระทึกขวัญที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อจู่ ๆ ได้มีคนร้าย 4 คน ร่างกายกำยำ แต่ละคนสูงไม่ต่ำกว่า 180 เซนติเมตร แต่งกายรัดกุมชุดดำ อาวุธครบมือ สวมหน้ากากยางรูปปิศาจ อำพรางใบหน้าเอาไว้ บุกเข้าไปปล้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาพัทยาใต้

ขณะนั้น ด.ต.ทรงกิตติ มณีโชติ เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการ สภ.เมืองพัทยา เดินเข้ามาใช้บริการธนาคาร เพื่อจะชำระเงินกู้ที่ต้องจ่ายทุกสิ้นเดือนเห็นเหตุการณ์ ทำให้ 1 ใน 4 คนร้ายแสดงความโหดเหี้ยมใช้ปืนยิง ทำให้เกิดการต่อสู้ ด.ต.ทรงกิตติ พลาดท่าถูกยิงเสียชีวิต คนร้ายจึงเดินเข้าไปหยิบอาวุธปืนพก.38 ของเหยื่อมายิงข่มขวัญอีก 2 นัดซ้อน จากนั้นต้อนให้ทุกคนมารวมตัวอยู่ห้องด้านใน พร้อมยังใช้ปืนตบพนักงานหนุ่มบังคับให้นำกุญแจนิรภัยไปเปิดตู้เซฟ คว้าเงินสด 2.4 ล้านบาทยัดใส่กระเป๋าแล้วพากันวิ่งไปขึ้นรถปิกอัพอีซูซุ 4 ประตูสีบรอนซ์เงินขับหลบหนีไป ใช้เวลาลงมือแค่ 10 นาที

ภายหลังเกิดเหตุ นายจเด็จ อินสว่าง ผวจ.ชลบุรี (ตำแหน่งขณะนั้น) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปกรณ์ สรรพกิจ ผบช.ภ.2 สั่งระดมกำลังตำรวจเกือบทั้งจังหวัดกระจายกำลังไล่ล่า จนพบเบาะแสว่าคนร้ายนำรถไปจอดซุกซ่อนอยู่ในป่าละเมาะ ภายในซอยวัดบุญกาญจนาราม ต.หนองปรือ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 15 กม. โดยมีชาวบ้านเห็นคนร้ายพากันขึ้นรถเก๋ง หลบหนีอีกทอด คราวนี้จึงต้องเสริมกำลังทั้งทางภาคอากาศ นำเฮลิคอปเตอร์บินขึ้น พร้อมประสานกองเรือภาค 1 กองเรือยุทธการสนธิกำลังนำเรือตรวจการณ์ (ต.)215 ออกลาดตระเวนน่านน้ำทะเล อ.สัตหีบ และใกล้เคียง นอกจากนี้ยังตรวจเข้มที่สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ป้องกันคนร้ายหลบหนี

การพลิกแผ่นดินไล่ล่า ทั้งภาคพื้นดิน อากาศและทะเล เริ่มเป็นผล เมื่อพบรถเก๋งที่คนร้ายขับไปจอดบริเวณเต็นท์รถเช่า พบหลักฐานสำคัญ อุปกรณ์ที่ใช้ลงมือก่อเหตุหลงเหลือมากมาย ที่สำคัญยังพบร่องรอยคราบเลือด ตรวจสอบข้อมูลจากเจ้าของเต็นท์ทราบว่า นายเชอเรมนิกค์ ฟิลิกซ์ อายุ 31 ปี ชาวรัสเซีย อดีตทหารในกองทัพรัสเซีย ประวัติเดินทางเข้า-ออกเมืองไทยเป็นประจำมาติดต่อเช่า ล่าสุดยังนำเงินสดกว่า 5 แสนบาทมาซื้อเรือเร็วชื่อ “โฟล์วีล” ขนาด 19 ฟุตครึ่ง เครื่องยนต์ 125 แรงม้า ขับเรือออกจากแหลมบาลีฮาย จ.ชลบุรี หลังเกิดเหตุปล้นธนาคารไม่นานเท่าไรนัก

คดีนี้โชคไม่เข้าข้างคนร้าย หลังจากวางแผนปล้นแล้วซื้อเรือเร็วหวังขับข้ามอ่าวไทยมุ่งหน้าไปทางภาคใต้ คาดว่าปลายทางอาจจะเป็นเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แต่เตรียมน้ำมันมาไม่พอจึงหมดกลางทะเล ลอยเคว้งอยู่หลังเกาะไผ่ ปากน้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจน้ำรับแจ้งเหตุจึงไปตรวจสอบช่วงเช้าวันที่ 31 ส.ค. ภายในเรือไม่มีใครอยู่จึงตระเวนค้นหาตามเรือประมงในอาณาบริเวณใกล้เคียง จึงพบชาวรัสเซีย 3 คนอยู่ในเรือประมงที่กำลังวิ่งเข้าฝั่งปากน้ำปราณบุรี คือ นายเชอเรมนิกค์ ฟิลิกซ์ หัวหน้าแก๊งได้รับบาดเจ็บถูกยิงโคนขาขวา นายมิลิคีฟ มาทัส อายุ 32 ปี และ นายอูลาลอฟ รีนาส อายุ 32 ปี พร้อมของกลางเงินสดที่เหลือจากการปล้น 9.8 แสนบาท แผนที่ประเทศไทย หนังสือเดินทาง ส่วนอาวุธปืนอ้างว่าโยนทิ้งทะเลไปแล้ว โดยตำรวจเชื่อว่า ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 คนที่หลบหนีไปได้

ตอนแรกทั้งหมดให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตามจากการเค้นสอบสวนอย่างหนัก นายเชอเรมนิกค์ ยอมเปิดปากรับสารภาพ สุดท้ายภายหลังมีการนำตัวทั้งสามส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา พิพากษาลงโทษประหารชีวิตนายเชอเรมนิกค์และนายอูลาลอฟ แต่นายเชอร์เรมนิกค์ รับสารภาพในชั้นสอบสวนลดโทษกึ่งหนึ่งคงเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายอูลาลอฟ ให้การปฏิเสธตลอดจึงไม่มีการลดโทษ ขณะที่นายมิลิคีฟ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน ถือเป็นการปิดฉากคดีอาชญากรข้ามชาติ แม้จะวางแผนแยบยล แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นเงื้อมมือตำรวจไทย

ล่าสุดทางเพจ Thailand Police Story ได้มีการลงรายละเอียดบันทึกเป็นเอกสารโดยระบุว่า เรือนจำกลางคลองเปรมขอเรียนว่า นายเชอเรมนิกค์ ฟิลิกซ์ จะมีการพ้นโทษจากการปล่อยตัวลดวันต้องโทษจำคุกวันที่ 11 พ.ค. 2559

3_001
ที่มา postjung.com

ขอบคุณที่มา >> Facebook >> Thailand Police Story

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

‘สงสารผมเถอะ…’ เปิดใจ ‘แทนทอง ธรรมวัฒนะ’ อาถรรพณ์มรดก?

กลายเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง หลัง นายแทนทอง ลูกชายนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีต ส.ส.ผู้ล่วงลับ ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้อาแท้ๆ 2 คน คืนหุ้นในบริษัทในเครือเกือบล้านหุ้น มูลค่ากว่าพันล้านบาทของนายห้างทองผู้เป็นพ่อให้กับตน
แทนทอง ธรรมวัฒนะ

อ่านเพิ่ม :‘แทนทอง ธรรมวัฒนะ’ ยื่นศาลแพ่งจ่อฟ้อง 2 อาแท้ๆ คืนหุ้นพันล้านของบิดา

ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสพูดคุยถึงเบื้องลึกเบื้องหลังกับการลุกขึ้นมาฟ้องอาแท้ๆ ในมุมของเขาว่าเกิดอะไร ต้องการอะไร ทำอย่างไรเรื่องนี้ถึงจะจบ แล้ว แทนทอง ธรรมวัฒนะ ลูกชายของ นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทายาทตลาดยิ่งเจริญ เขาเชื่อเรื่องอาถรรพณ์แบบที่คนพูดกันไหม?

Q : มูลเหตุจูงใจในการเดินมาฟ้องร้องคุณอาตัวเอง มุมของคุณมันเริ่มต้นจากอะไร

มันเริ่มต้นเมื่อปี 2557 เราได้มีการตกลงซื้อหุ้นทั้งหมดของคุณอา ปริญญา ธรรมวัฒนะ โดยขายหุ้นทั้งหมดใหม่ หลังจากศาลไกลเกลี่ยสำเร็จเมื่อไม่นานมานี้ ในหุ้นทั้งหมดนี้ที่ซื้อกลับก็มีหุ้นของคุณพ่อผมด้วย (ลูกชายนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทายาทตลาดยิ่งเจริญ) ซึ่งหุ้นนี้ถูกขายไปเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2549 โดยคุณแม่เป็นคนทำธุรกรรมขายให้คุณอาปริญญา กว่า 7 แสนหุ้นในตอนนั้น

ประเด็นเกิดขึ้นตอนขอซื้อหุ้นกลับมา เราคุยกับคุณอาทั้ง 2 (ณฤมล ธรรมวัฒนะ และนางสาวคณึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ) ว่าอยากได้หุ้นของคุณพ่อคืนทั้งหมดนะ จึงอยากให้ 2 ท่านเป็นตัวแทนซื้อหุ้นคืนมาให้ โดยทั้งสองคนก็คุยกันด้วยว่าจะซื้อหุ้นของคุณอาปริญญาเอามาเป็นของส่วนตัวเองด้วย

หลังจากที่ซื้อเสร็จพอเราจ่ายเงินให้อาปริญญาเสร็จ คุณอาทั้ง 2 ก็จดตัวเองเข้าเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท หลังจากเข้าไปบริหารระยะหนึ่ง ผมเข้าไปสอบถามถึงหุ้นของพ่อผมที่สัญญาว่าจะโอนให้

คุณอาคณึงนิตย์ ทำเอกสารจะโอนให้ผมแน่นอน ติดตรงที่ คุณอาณฤมล ไม่คืนให้ ซึ่งหุ้นในส่วนของคุณอาคณึงนิตย์สามารถโอนให้ผมได้เลย แต่ติดที่ คุณอาณฤมล ไม่ยอมเซ็นให้ เนื่องจากเอกสารมอบหุ้นคืนต้องมีลายเซ็นทั้งคู่ จนที่สุดผมก็ต้องพึ่งศาลสถิตยุติธรรม

Q : คุณใช้เวลาคุยกันนานไหมเรื่องนี้

คุยกันเป็นปีแล้ว มันใช้ระยะเวลานานพอสมควรครับ เราพูดคุยกันมาตลอด แต่ระยะหลังๆ ไม่ได้คุยกันแล้ว เพราะคุยอย่างไรก็ไม่รู้เรื่อง

Q : ยืนยันว่าคุณได้ทำทุกวิถีทางในการพูดคุยกันในฐานะคนในครอบครัวแล้ว จุดแตกหักอยู่ตรงไหน

จุดแตกหักอยู่ตรงที่ผมส่งหนังสือไปถาม เขาก็ตอบกลับมาว่า เขาไม่ได้เป็นตัวแทนนะ พร้อมกับบอกว่า คุณอาคณึงนิตย์ ไม่ใช่ตัวแทนด้วย เป็นคุณจะรู้สึกอย่างไร คุณอาคณึงนิตย์เห็นจดหมายก็ตกใจพร้อมทั้งส่งจดหมายกลับไปยืนยันว่าเราทั้ง 2 คนเป็นตัวแทนชัดเจน แม้แต่คุณอาณฤมลก็เป็นตัวแทนด้วย ตอนนี้ 2 คนทำงาน
ก็คุยกันนะ แต่คุยกันเรื่องหุ้นผมก็จะทะเลาะกันตลอด ผมทำทุกทางแล้ว ผมไม่มีที่พึ่ง ผมไม่มีเจตนาที่จะทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่อง แต่ผมไม่มีที่พึ่งจริงๆ

3_004

Q : ข้อเสนอของคุณชัดๆ คือ?

ขอแค่หุ้นของผมและพ่อคืนครับ แค่ 7 แสนกว่าหุ้น แล้วก็หุ้นอีกบริษัทหนึ่ง 3000 หุ้นเท่านั้นเอง

Q : ไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่านั้น

ใช่ครับ หุ้นของผมเป็นหุ้นที่เล็กมากเมื่อเทียบกับเขา เป็นหุ้นเล็กๆ จริงๆ

Q : วิเคราะห์ไหมทำไมเรื่องราวทำนองนี้เกิดขึ้นมาตลอด

เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่ค่อยอยู่เมืองไทย เพราะผมเบื่อมาก

Q : ทำไมคุยไม่รู้เรื่อง ทั้งๆ ที่เป็นญาติ พี่ อา หลานกันแท้ๆ

ผมก็ไม่ทราบ

Q : ที่พูดมานี่มีหลักฐานทั้งหมด 

มีหลักฐานหมดครับ เอกสารที่ใช้โต้ตอบผมเก็บไว้ทั้งหมด ส่วนเรื่องสัญญาตัวแทนมีการเซ็นกันไหม ไม่ได้เซ็นครับ แต่ถามว่ามีหลักฐานอย่างอื่นไหม มีหมดครับ มีพร้อมพยานและหลักฐาน เพราะผมก็มีการเอาที่ดินของผมไปกู้ด้วย ซึ่งก่อนที่เราจะกู้เงินจากธนาคาร เราไปกู้นอกระบบมาจ่ายคุณปริญญากันก่อน กู้บุคคล กู้นอกระบบ ผมก็เอาที่ดินผมไปค้ำด้วย ทำทุกอย่างเพราะว่าเราไม่มีเงิน พยานฝั่งผมมีทั้งบ้านเลย

Q : หลังจากนี้ด้านคดีความจะเป็นอย่างไร 

เป็นการสืบพยานครับ แต่เขาไม่มา ขอเลื่อนไปก่อน และจะยื่นคำให้การ วันที่ 7 มิ.ย. ศาลนัดพร้อมอีกครั้งหนึ่งคือวันที่ 4 ก.ค. นี้

Q : อยากจะพูดอะไรกับคุณอาแล้วไม่ได้พูดไหม

อย่างที่ผมบอก ผมแค่ต้องการให้คืนหุ้นให้ผม เป็นข้อเสนอที่เล็กน้อยมาก สงสารผมเถอะครับ (เสียงสั่น) เพราะว่าผมไม่มีพ่อแล้ว ผมมีแต่อาที่พอจะเป็นที่พึ่งให้ผมได้ ผมขอแค่หุ้นของผมคืน ไม่ได้ขออย่างอื่น ขอแค่นี้พอแล้ว ขอแค่หุ้นส่วนของพ่อผมคืนแค่นี้เองครับ

Q : ได้คืนก็จะไม่มีการฟ้องร้องกลับ

ไม่มีครับ จบแล้วจบเลย ผมไม่มีเจตนาแบบนี้เลย แต่ขอความเห็นใจผมเถอะ สงสารผมเถอะ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกกับเขา ซึ่งหลายเดือนแล้วที่ไม่ได้เจอกันเลย เพราะว่าหลังจากที่มีการยื่นฟ้องกับศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 เพื่อขอคืนหุ้นในตลาดยิ่งเจริญ ผมก็ยังกลับไปทำงานอยู่นะ แต่ผมก็โดนปลดออกจากการเป็นกรรม การ 6 บริษัท เมื่อวันที่ 27 เมษายน โดยให้เหตุผลว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อประธานบริษัท ซึ่งเรื่องนี้ผมว่ามันเป็นเรื่องตลก เป็นเรื่องส่วนตัวแล้วก็เอามาพัวพันกับงาน

Q : คุณเชื่อเรื่องอาถรรพณ์มรดกที่เขาว่ากันว่าไหม

ส่วนตัวก็ไม่อยากจะเชื่อเรื่องแบบนี้ แต่มันก็ไม่รู้ พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะว่ามันพิสูจน์ไม่ได้ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน และไม่อยากจะเรียกแบบนั้นเต็มร้อย ผมเป็นหุ้นเล็กๆ เป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร แต่ที่ต้องฟ้องศาลเพราะว่าผมไม่มีทางเลือก และผมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บรรยากาศครอบครัวมัวหมอง แต่ผมหมดที่พึ่งจริงๆ

3_002

3_003

**ประวัติ**

แทนทอง ชื่อเล่นว่า เดียร์ เป็นบุตรชายคนเล็กของ นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ และ นางอัญชลี จันทร์เจริญสุข เป็นหลานชายของ คุณสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ

จบประถม-มัธยมต้น: โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Secondary School:  The Southport Scool (Goldcoast, Australia), Dulwich International College (Phuket)

Bachelor’s Degree : Swinburne University, Bachelor of Design (Communication-Design)

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์
ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

เผยภาพระทึก เกิดหลุมยุบในจีน กลืนรถยนต์ 4 คันลงหลุม (คลิป)

สำนักข่าวซีซีทีวีนิวส์ เผยภาพเหตุการณ์ขณะเกิดหลุมยุบบนถนนและทางเท้าแห่งหนึ่งในเมืองรุ่ยจิน มณฑลเจียงซี ทางตะวันออกของจีน หลุมยุบมีขนาด 30 ตารางเมตร ลึกราว 3 เมตร ส่งผลให้รถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าวถูกกลืนลงไปในหลุม 4 คัน และอีกคันค้างอยู่ตรงปากหลุม

หลังเกิดเหตุมีผู้โทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัย มาช่วยเหลือนำรถที่ตกลงไปใต้ดินขึ้นมาทีละคัน โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุหลุมยุบอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
ด้านชาวจีนที่ได้ชมคลิปจำนวนมากลงความเห็นว่า น่าจะเกิดจากวิธีการสร้างถนนที่แย่ หรือจากกรรมที่ก่อไว้

เผยภาพระทึก เกิดหลุมยุบในจีน กลืนรถยนต์ 4 คันลงหลุม (คลิป)

 

ที่มา เผยภาพระทึก เกิดหลุมยุบในจีน กลืนรถยนต์ 4 คันลงหลุม / CCTV News
ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

โลกตะลึง! อินเดียร้อนจัด 51 องศา ขนาดยางมะตอยบนถนนละลาย มีตายแล้วนับร้อย(คลิป)

เว็บไซต์ อินดิเพนเดนต์ ของอังกฤษรายงานว่า คลื่นความร้อนในอินเดีย ซึ่งทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ยางมะตอยบนผิวถนนบางส่วนในเมืองใหญ่ของประเทศถึงขั้นละลาย

ชาวบ้านในเขตวาลสาท รัฐคุชราต จำเป็นต้องเดินข้ามถนนที่ยางมะตอยละลายร้อนจัดถึง 36 องศาเซลเซียส สถานีโทรทัศน์นิวเดลีของอินเดียแพร่ภาพของชาวบ้านขณะติดแหง็กบนผิวถนน เพราะว่ารองเท้าจมกับยางมะตอย ซึ่งเกลื่อนกลาดไปทั่ว และเห็นภาพสตรีล้มลงไปขณะแบกสัมภาระชิ้นหนัก

1_001

จากสถิติที่บันทึกมา อุณหภูมิในส่วนของอินเดียตะวันตกเมื่อวันที่ 20 พ.ค. สูงกว่า 50 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 51 องศาเซลเซียส ในเมืองผโลที ทางตะวันตกของรัฐราชสถาน ส่วนในปี 2499 ในเมืองอัลวาร์ ในรัฐเดียวกัน อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 50.60 องศาเซลเซียส

1_002
กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดียเตือนว่า คลื่นความร้อนที่ถาโถมเข้ามาจนกระทั่งอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างมากจะทำให้ประชาชนเกิดอาการขาดน้ำและเป็นลมแดด ประชาชนหลายร้อยคนเสียชีวิต เพราะว่าพืชเพาะปลูกตายมากกว่า 13 รัฐทั่วอินเดีย ชาวนาหลายหมื่นชีวิตต้องจึงต้องทิ้งบ้านเกิดและย้ายไปเมืองอื่น บางส่วนเลือกฆ่าตัวตายมากกว่าการไปอยู่ในเมืองอัดแออัด

1_003

แม่น้ำ ทะเลสาป และเขื่อน ในภาคตะวันตกของรัฐราชสถาน มหาราษฏระ และคุชราต แห้งเหือดนับไม่ถ้วน จนกระทั่งชาวบ้านกว่า 330 ล้านคน ตกอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำ

1_004

ทั้งนี้ อินเดียเกิดคลื่นความร้อนมากเป็นสองเท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาถึงปี 2553

ที่มา logo_01
ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

พ่อสารภาพข่มขืนลูก 8 ขวบ เหตุเสพยาบ้าแล้วเมาหื่น

ผบช. ภ.9 แถลงจับกุมพ่อเด็ก 8 ขวบ รับสารภาพแล้วหลังลงมือข่มขืนลูกสาวในไส้ เหตุเสพยาบ้าจนมึนเมา เห็นลูกนอนอยู่จนเกิดอารมณ์เพศ ด้านตำรวจรอผลตรวจดีเอ็นเอเชื่อมโยงผู้ต้องหาอีกราย

 

พ่อสารภาพข่มขืนลูก8ขวบ เหตุเสพยาบ้าแล้วเมาหื่น

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.ภ.จว.ตรัง พร้อมนายตำรวจในสังกัดร่วมกันแถลงจับกุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาก่อเหตุกรอกน้ำต้มกระท่อมผสมยาบ้าให้ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 8 ขวบบุตรสาวตัวเองดื่มจนมึนเมา ก่อนลงมือข่มขืนอย่างทารุณจนภายหลังไปเสียชีวิตที่ รพ. โดยตำรวจนำสารคัดหลั่งในช่องคลอดของเด็กไปตรวจสอบเพื่อตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอทางวิทยาศาสตร์เพื่อดูว่าจะเชื่อมโยงกับคนร้ายรายได้บ้าง ซึ่งเบื้องต้นทางตำรวจออกหมายจับนายเฟิร์ส (นามสมมติ) อายุ 20 ปี เพื่อนบ้านซึ่งคาดว่าจะร่วมก่อเหตุ หลังจากผู้ตายบอกว่าเป็นฝีมือของนายเฟิร์ส แต่นายเฟิร์สให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือก่อเหตุแต่อย่างใด

ต่อมาตำรวจพบเบาะแสว่า นายเอ บิดาของผู้ตาย น่าจะก่อเหตุด้วยจึงคุมตัวมาสอบสวน กระทั่งให้การรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจนมึนเมาจริง พอกลับมาห้องเห็นลูกสาวนอนหลับอยู่จึงเกิดอารมณ์เพศ ก่อเหตุลงมือข่มขืนดังกล่าว จึงแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตน โดยเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม โดยใช้กำลังประทุษร้ายเป็นเหตุให้เด็กหญิงนั้นถึงแก่ความตาย อย่างไรก็ตามนายเอเกิดอาการเครียดจัดก่อเหตุฆ่าตัวตาย แต่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเอาไว้ได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภ.9 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เก็บในพื้นที่ไม่เกี่ยวกับผลดีเอ็นเอของแพทย์ รพ.มอ. และนำไปสู่การออกหมายจับในครั้งนี้ ส่วนผลของแพทย์ที่ทราบแล้วคือเด็ก 8 ขวบ ได้รับสารเสพติดชนิดแอมเฟตามีนเกินกว่าร่างกายจะได้รับได้หรือเกินขนาด สรุปคือตอนนี้มีผู้ต้องหา 2 คน ส่วนกรณีนายเฟิร์สที่จับกุมก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังมีเวลาสอบสวนในกรอบของกฎหมายว่าเชื่อมโยงอย่างไรกับคดีนี้ รอเพียงผลดีเอ็นเอและคำให้การของนายเอที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งต้องรอเวลาให้ ผู้ต้องหามีภาวะจิตใจที่พร้อมก่อน

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พ่อสารภาพข่มขืนลูก 8 ขวบ เหตุเสพยาบ้าแล้วเมาหื่น พ่อสารภาพข่มขืนลูก 8 ขวบ เหตุเสพยาบ้าแล้วเมาหื่น

แม่จุดธูปบอกลูกสาวไม่เผาผี จนกว่าได้หลักฐานมัดคนร้าย แม่จุดธูปบอกลูกสาวไม่เผาผี จนกว่าได้หลักฐานมัดคนร้าย

รวบหนุ่มวัย 20 บังคับด.ญ. 8 ขวบ ดื่มน้ำอัดลมผสมยาบ้า ข่มขืน ช็อกดับ ยังให้การปฏิเสธ (คลิป) รวบหนุ่มวัย 20 บังคับด.ญ. 8 ขวบ ดื่มน้ำอัดลมผสมยาบ้า ข่มขืน ช็อกดับ ยังให้การปฏิเสธ (คลิป)

สุดสลด!! คนข้างบ้าน บังคับ ด.ญ. 8 ขวบ ผสมยาบ้าดื่มก่อนข่มขืน สุดท้ายช็อกตาย สุดสลด!! คนข้างบ้าน บังคับ ด.ญ. 8 ขวบ ผสมยาบ้าดื่มก่อนข่มขืน สุดท้ายช็อกตาย

 

ตะลึงภาพหนุ่ม หัวขาด-ขับจยย. “อจ.ดัง”ชี้สาเหตุ แค่มือถือขัดข้อง

ตะลึงหนุ่มเจ้าของร้านชำถ่ายรูป หน้าร้านตัวเองที่สุราษฎร์ ธานี เปิดรูปมาเจอชายหัวขาด ขี่จยย.อยู่ช็อกสุดๆ ต้องพาครอบครัวไปทำบุญ เผยจะถ่ายรูปน้ำท่วมไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ดันได้รูปสุดประหลาดนี้ มา เจ้าตัวยืนยันไม่ได้ตัดต่ออะไร ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญ อย่าง อ.เจษฎา คนดัง ระบุน่าเป็นความผิดพลาดจากแอพพลิเคชั่น พาโนราม่า ที่ถ่ายรูปหลายช็อตเอามาต่อกันจนผิดพลาด ส่วนช่างภาพหลายคนก็ระบุว่าน่าจะเป็นข้อขัดข้องของโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่ถ่ายติดวิญญาณแต่อย่างใด

ตะลึงภาพหนุ่ม หัวขาด-ขับจยย. "อจ.ดัง"ชี้สาเหตุ แค่มือถือขัดข้อง

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. จากกรณีที่มีผู้แชร์รูปชายหัวขาดกำลังขี่จักรยานยนต์ไปตามถนน โดยเจ้าของภาพเองก็ยืนยันว่าไม่ได้ตัดต่อ จนเป็นเรื่องฮือฮากันไปทั่ว ผู้สื่อข่าวข่าวสด ตรวจสอบพบว่าผู้ที่ถ่ายรูปดังกล่าวอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี จึงเดินทางไปสอบถามนาย วราวุธ เอกประยูร อายุ 37 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยว่า ภาพดังกล่าวใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายบริเวณหน้าร้านขายของชำของตนเอง เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อนำภาพน้ำท่วมขังบริเวณหน้าร้านเป็นเวลานาน ไปร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ถ่ายนั้น พยายามรอจังหวะที่ไม่มีรถวิ่งผ่าน เพื่อให้ได้ภาพที่มีแต่น้ำท่วม

แต่ เมื่อนำภาพมาดูก็ต้องตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อถ่ายติดภาพชายขับรถจักรยานยนต์ สีดำ ทะเบียน ขยธ 527 สุราษฎร์ธานี ซึ่งชายในภาพไม่มีศีรษะ และในมือด้านซ้ายถือมีด แต่ไม่กล้าเผยแพร่ภาพดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นภาพไม่ดี ถ้าหากว่าบุคคลที่ขับรถยังมีตัวตน

นาย วราวุธยืนยันว่า ภาพดังกล่าวไม่ได้มีการตัดต่อ หรือแต่งภาพแต่อย่างใด และหลังจากนี้จะนำภาพไปให้ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบอีกครั้งว่าเกิดจากอะไรกัน แน่ ซึ่งหลังจากถ่ายรูปได้ก็พยายามตรวจสอบ จนพบว่ารถจักรยานยนต์ทะเบียนดังกล่าวมีเจ้าของเป็น ผู้หญิง และไม่ได้มีการแจ้งหายแต่อย่างใด ซึ่งจากนั้นก็ไม่ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมอีก แต่หลังจากถ่ายรูปแล้วก็ไปทำบุญให้

นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ เฟซบุ๊กถึงกรณีภาพถ่ายชายหัวขาดกำลังขี่รถจักรยานยนต์ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ว่า น่าจะมาจากความผิดพลาดของโปรแกรมพาโนราม่า ในกล้องมือถือ เบื้องต้นควรไปติดตามรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นมาก่อน ตามป้ายทะเบียนรถว่าคนขับเป็นใคร ขี่ผ่านไปวันนั้นหรือไม่ ทั้งนี้เมื่อดูภาพถ่าย ก็เห็นแนวพิรุธหลายจุด ตามเสา ตามอาคาร ซึ่งภาพเกิดการเหลื่อมกันเป็นแนวระนาบยาว ซึ่งน่าจะเป็นการใช้โปรแกรมถ่ายภาพแบบพาโนราม่าหรือไม่ เพราะเคยมีกรณีแปลกๆ อย่างนี้หลายครั้งแล้ว

นายเจษฎาระบุว่า การถ่ายภาพแบบ พาโนราม่านั้น กล้องจะทำการถ่ายหลายๆ รูประหว่างที่เราเคลื่อนกล้องจากซ้ายไปขวาหรือกลับกัน แล้วเอาภาพมาประกอบรวมกัน เป็นไปได้ว่าวัตถุที่เคลื่อนผ่านไปด้วยความเร็วสูง ก็จะถูกบันทึกภาพไว้ไม่ครบถ้วนหรือผิดตำแหน่งไป เวลาแอพพลิเคชั่นเอาภาพมาเชื่อมต่อกันก็อาจจะเกิดปัญหาได้ ทั้งนี้วิธีพิสูจน์ที่ดีที่สุด คือตามหาคนที่ขับมอเตอร์ ไซค์คนนั้นมาถาม แต่ถ้าเป็นผลจากแอพ พาโนราม่าจริงๆ คนถ่ายก็น่าจะเห็นมอเตอร์ ไซค์ที่ผ่านไป ทำไมบอกว่าไม่เห็นล่ะ แปลกจริง มีคนสงสัยเรื่องหัวที่พื้นว่าไม่มีหัวเหมือนกัน ตนคิดว่าจริงๆ ก็ยังเห็นเงาของหัวอยู่บนหลังคนขับนะ ส่วนที่พื้นที่ไม่มีเงาหัว น่าจะเป็นผลจากแอพฯ เหมือนกันนะ คนขับคงไม่ได้มองตรงทางตามปกติ ภาพตรงหัวและเงาหัวเลยไม่นิ่งพอที่จะทำให้แอพฯ มาเก็บมาใส่ไว้ให้ครบถ้วน มันก็เลยหายไป

นายวินัย ดิษฐจร ช่างภาพข่าวและสารคดีสากล กล่าวว่า ควรได้ไฟล์ต้นฉบับจริงๆ มาตรวจสอบดู ตนอยากรู้ว่าตอนถ่ายนั้นเขาใช้โหมดการถ่ายรูปในมือถืออะไรเป็นพิเศษ หรือแค่ถ่ายแบบธรรมดา ที่กดแบบเฟรมเดียวหรือไม่ เพื่อจะทราบว่าสภาพแสงเวลานั้นเป็นแสงจ้าแรงหรือแสงน้อย หรือว่าเป็นความผิดปกติของกล้องในโทรศัพท์ ตนสงสัยว่าคนถ่ายเปิดแอพฯ อะไรที่เป็นการสร้างภาพแบบพิเศษที่มีอยู่ในมือถือหรือไม่ หรือว่าลืมไม่ได้ตั้งใจ เพราะว่าแอพฯ พาโนราม่าจะรวม ภาพหลายๆ เฟรม แล้วทำให้ช่วงรอยต่อมันมีอะไรแปลกผิดธรรมชาติ

นายวินัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การถ่ายภาพที่เกิดผิดสัดส่วน เหลื่อมซ้อนกันไม่เป็นธรรมชาติเกิดขึ้นปกติ เนื่องจากกล้องดิจิตอลทั่วไปมักมีโปรแกรมพาโนราม่า แต่ปกติคนที่ถ่ายพาโนราม่าจะถ่ายแบบแล้วขยับแพนกล้องไปเรื่อยๆ แล้วเอามาเรียงในโปรแกรมพาโนราม่าเพื่อให้ได้งานประณีต ซึ่งมักเป็น ผู้นิยมถ่ายแนวแลนด์สเคป หากใช้แอพ พาโนราม่าถ่ายคน รถ หรืออะไรที่เคลื่อนไหว มักจะเกิดรอยต่อของภาพทำให้ดูผิดปกติ

นาย ธวัชชัย พัฒนาภรณ์ ช่างภาพและเจ้าของร้านล้างอัดภาพ ปาตานีสตูดิโอ กล่าวว่า ในภาพดังกล่าวดูรอยต่อตรงคอไม่ชัด เงาก็แปลกๆ ดูคมชัดกว่าตัวรถจักรยานยนต์ไปหน่อย แต่ตนไม่เชื่อว่าถ่ายติดผี แล้วซี่ล้อรถจักรยานยนต์ก็ชัดเกินไป ไม่แน่ใจว่ากล้องถ่ายรูปใช้ความเร็วเท่าไหร่ แต่ต้องเร็วมากที่จะจับซี่ล้อได้ชัดขนาดนั้น ซึ่งจริงๆ ซี่ล้อรถต้องหมุนด้วยความเร็วสูงระดับหนึ่งขณะวิ่ง ถ้าถ่ายด้วยกล้องมือถือที่ความเร็วชัตเตอร์จะหยุดล้อหมุนได้ก็ต้องเป็นสปี ดที่ค่อนข้างสูง แต่กล้องมือถือเช็กข้อมูลไม่ได้ แต่ดูเฉพาะภาพพบว่ามีรอยต่อด้านบนกับล่างจริง ซึ่งคงเกิดขึ้นเพราะโปรแกรมในกล้องมือถือ อะไรก็เกิดขึ้นได้

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตะลึง! ภาพชายหัวขาดขี่จยย. ขนาดคนถ่ายยังช็อก-ยืนยันไม่ได้ตัดต่อ(คลิป)
ตะลึง! ภาพชายหัวขาดขี่จยย. ขนาดคนถ่ายยังช็อก-ยืนยันไม่ได้ตัดต่อ(คลิป)

ช่วยแชร์ด่วน!! เปิดรับบริจาค รร.พิทักษ์เกียรติวิทยา หลังไฟไหม้มีนร.เสียชีวิต 17ราย

จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์สลดและสะเทือนใจกับเหตุการณ์ ไฟไหม้หอพักของนักเรียน รร.พิทักษ์เกียรติวิทยา เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มี เด็ก นร.เสียชีวิต จำนวน 17 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สถานีตำรวจภูธร เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ได้ส่ง หมายเลขบัญชี เพื่อขอรับบริจาค มา 2 บัญชี หลังจากเกิดเหตุการไฟไหม้ ย้ำมีเพียง 2 บัญชี เท่านั้น (ตามที่ ตร. ประสานกับทาง โรงเรียน)

เปิดรับบริจาค รร.พิทักษ์เกียรติวิทยา หลังไฟไหม้มีนร.เสียชีวิต 17ราย

1.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เลขที่บัญชี 020072480782 ชื่อบัญชี ช่วยเหลือน้องผู้ประสบภัย โรงเรียนพิทักาเกียรติ อำเภอเวียงป่าเป้า ชื่อสาขา เวียงป่าเป้า

2. ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 012-3-98314-9 ชื่อบัญชี ช่วยเหลือเด็กเสียชีวิตจากเพลิงไหม้ เวียงป่าเป้า โดย นางกัญญริชา ทรงวัฒนา ชื่อสาขา ถนนท่าแพ เชียงใหม่

(หากท่านใดมีจิตเมตตาอยากจะร่วมบริจาคสามารถโทรสอบถามเพื่อความแน่ใจก่อนได้ที่เบอร์ สถานี หรือ หากเป็นสิ่งของ สามารถส่งผ่าน สถานีตำรวจภูธรเวียงป่าเป้า 207 หมู่ที่6 ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57170 เบอร์สถานี 053-781466 ( ให้ใส่ชื่อ ให้ ชุดชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ สภ.เวียงป่าเป้า )

และล่าสุดในเฟซบุ๊คสถานีตำรวจภูธร เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ก็ได้มีการโพสต์รายงานถึงยอดเงินบริจาคโดยระบุว่า..

“ยอดบริจาค ณ เวลานี้ ประมาณ 193,310 บาทโดยการบูรณาการร่วมตำรวจฝ่ายทางเทศบาลและฝ่ายปกครอง จึงขอสรุป 2ขอสรุปบัญชีธนาคารที่ขออัพให้เป็นปัจจุบัน รายละเอียดเลขบัญชีธนาคารจำนวน2 บัญชีเพิ่มเติมจากการประชุมแนวทางล่าสุดเพื่อเป็นแนวทางเดียวกันร่วมกันโดยมี พ.ต.อ.ประหยัด สิงสิน ผกก.สภ.เวียงป่าเป้าและนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ นายอำเภอเวียงป่าเป้าและสถานศึกษาเทศบาลภาคส่วนต่างๆร่วมประชุมชี้แจงร่วมกัน ส่วนอีก2 บัญชีก่อนหน้าขอยกเลิกเพื่อความชัดเจนของฝ่ายบริหาร แต่ส่วนที่โอนมาได้รับตามจำนวนที่ส่งมาไม่สูญหายแต่อย่างใดและสถานศึกษาจะตัดโอนและมอบให้ในโอกาศต่อไปครับและขอใช้บัญชีธนาคาร2 บัญชีนี้ครับ”

เปิดรับบริจาค รร.พิทักษ์เกียรติวิทยา หลังไฟไหม้มีนร.เสียชีวิต 17ราย เปิดรับบริจาค รร.พิทักษ์เกียรติวิทยา หลังไฟไหม้มีนร.เสียชีวิต 17ราย เปิดรับบริจาค รร.พิทักษ์เกียรติวิทยา หลังไฟไหม้มีนร.เสียชีวิต 17ราย เปิดรับบริจาค รร.พิทักษ์เกียรติวิทยา หลังไฟไหม้มีนร.เสียชีวิต 17ราย เปิดรับบริจาค รร.พิทักษ์เกียรติวิทยา หลังไฟไหม้มีนร.เสียชีวิต 17ราย เปิดรับบริจาค รร.พิทักษ์เกียรติวิทยา หลังไฟไหม้มีนร.เสียชีวิต 17ราย

ที่มา teenee.com

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดประเด็นตาย!! รู้แล้วปมย่างสด 17 ศพ นร.เชียงราย ที่แท้อาจเป็นเพราะสาเหตุนี้??
เปิดประเด็นตาย!! รู้แล้วปมย่างสด 17 ศพ นร.เชียงราย ที่แท้อาจเป็นเพราะสาเหตุนี้??