น้ำตาแสงใต้ ร้องแบบไหนเพราะ ?

ฟังเพลง น้ำตาแสงใต้ นี้แล้ว จะรู้ว่าดนตรี ควรเป็นเช่นไร จาก 4 คน 4 ดนตรี 4 แนว ของมือาชีพ

น้ำตาแสงใต้ เพลงน้ำตาแสงใต้
พืช ภาคิน -The Voice Thailand

YouTube Preview Image

เบน ชลาทิศ น้ำตาแสงใต้ - คุณพระสำแดงสด

YouTube Preview Image

กัน นภัทร น้ำตาแสงใต้ OST.เรือนแพ

YouTube Preview Image

น้ำตาแสงไต้ – เก่ง ธชย

YouTube Preview Image

น้ำตาแสงไต้ – ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ต้นฉบับ

YouTube Preview Image YouTube Preview Image

เพลงน้ำตาแสงไต้ เป็นเพลงประกอบละครเรื่อง ” ที่จัดแสดงที่ศาลาเฉลิมไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗ โดยคณะศิวารมณ์ ประพันธ์ทำนองโดยสง่า อารัมภีร โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงเขมรไทรโยค และเพลงลาวครวญ ผู้ขับร้อง คนแรกคือ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์

คำร้อง: มารุต – เนรมิตร
ทำนอง: สง่า อารัมภีร

นวลเจ้าพี่เอย คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ
ถ้อยคำเหมือนจะชวน ใจพี่หวนครวญคร่ำอาลัย
น้ำตาอาบแก้ม เพียงแซมเพชรไสว
แวววับจับหัวใจ เคล้าแสงไต้ งามจับตา
นวลแสงเพชร เกล็ดแก้วอันล้ำค่า
ยามเมื่อแสงไฟส่องมา แวววาวชวนชื่นชม
น้ำตาแสงไต้ ดื่มใจพี่ร้าวระบม
ไม่อยากพรากขวัญภิรมย์ จำใจข่มใจไปจากนวล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง>>>

 

เผยคลิป พืช The Voice ขอปรับคีย์เองเผยคลิป พืช The Voice ขอปรับคีย์เอง

มาฟังความจริงจาก โค้ชแสตมป์ ทำไม พีช เดอะวอยซ์’ถึงตกรอบ(ชมคลิป)มาฟังความจริงจาก โค้ชแสตมป์ ทำไม พีช เดอะวอยซ์’ถึงตกรอบ(ชมคลิป)

พืช The Voice Thailand S.3 เดอะวอยซ์ไทยแลนด์3 ย้อนหลัง 23 พ.ย. 2557 รอบ KnockOut พืช The Voice Thailand S.3 เดอะวอยซ์ไทยแลนด์3 ย้อนหลัง 23 พ.ย. 2557 รอบ KnockOut

จิมมี่ The Voice Thailand S.3 เดอะวอยซ์ไทยแลนด์3 ย้อนหลัง 23 พ.ย. 2557 รอบ KnockOut  จิมมี่ The Voice Thailand S.3 เดอะวอยซ์ไทยแลนด์3 ย้อนหลัง 23 พ.ย. 2557 รอบ KnockOut

เจนนิเฟอร์ คิ้ม ปรี๊ดแตก โพสต์ IG ฉะชาวเน็ต บอกนี่คือรายการบันเทิงเจนนิเฟอร์ คิ้ม ปรี๊ดแตก โพสต์ IG ฉะชาวเน็ต บอกนี่คือรายการบันเทิง

Music Director โพสต์ แจงปม พืช The Voice บอก ไม่ได้เลือกเพลงเองMusic Director โพสต์ แจงปม พืช The Voice บอก ไม่ได้เลือกเพลงเอง

ที่มา   :   postjung

ข่าวดาราบันเทิงข่าวดาราวันนี้,  ข่าวดาราล่าสุดข่าวดารา

ทีมชาติไทย 3-2 มาเลเซีย : แข้งไทยแซงคว้าชัยสุดมัน (คลิป)

ทีมชาติไทย 3-2 มาเลเซีย : แข้งไทยแซงคว้าชัยสุดมัน ขุนพลนักเตะทีมชาติไทยแสดงหัวจิตหัวใจสุดยอด ไล่ตาม 2 ครั้ง สุดท้ายแซงเอาชนะ มาเลเซีย 3-2
“อดิศักดิ์” เหมาสองไทยเฉือนมาเลย์ ผ่านเข้ารอบรองฯ – ซิโก้ชูธนบูรณ์ แมนออฟเดอแมตช์

YouTube Preview Image

คลิปไฮไลท์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ทีมชาติไทย 3-2 มาเลเซีย 

26_004

ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014” รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดที่สอง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่นัดแรกเฉือนชนะ สิงคโปร์ เจ้าภาพ 2-1 ลงสนามที่จาลัน เบซาร์ สเตเดี้ยม พบ “เสือเหลือง” มาเลเซีย ที่นัดแรกเสมอ พม่า 0-0 “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ปรับทัพจากเกมแรกเล็กน้อยด้วยการส่ง นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา และ ศราวุธ มาสุข ลงเป็นตัวจริง ส่วนรายอื่นจากเกมแรกยังอยู่ครบไม่ว่าจะเป็น กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, อดิศร พรหมรักษ์, สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ กีรติ เขียวสมบัติ

26_004_1

เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรกทัพช้างศึกเป็นฝ่ายครองบอลบุกแต่นาที 28 มาเลเซีย ได้โอกาสทำเกมบุก โมฮัด อัมรี ได้ยิงนอกกรอบเขตโทษบอลพุ่งเสียบโคนเสาให้ทัพเสือเหลืองขึ้นนำก่อน 1-0 นาที 41 ไทยปรับทัพทันทีด้วยการส่ง อดิศักดิ์ ไกรษร ลงสนามแทน กีรติ เขียวสมบัติ ถัดมาแค่นาทีเดียว ชาริล ชัปปุยส์ จ่ายทะลุให้อดิศักดิ์ วิ่งเข้าจิ้มเร็วด้วยซ้ายผ่านมือผู้รักษาประตูตุงตาข่ายให้ไทยตามตีเสมอ 1-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังแค่นาทีเดียวไทยเกือบได้ประตูขึ้นนำ ชัปปุยส์ เปิดฟรีคิกให้ อดิศักดิ์ พักอกต่อให้ศราวุธ มาสุข วิ่งเข้ายิงด้วยขวาแต่บอลเหินข้ามคานออกหลัง นาที 55 “ซิโก้” ปรับทัพอีกครั้งด้วยการถอด ศราวุธ มาสุข ที่โชว์ฟอร์มไม่ออกแล้วส่ง ชัยณรงค์ ทาทอง ลงสนามแทน นาที 61 มาเลเซีย ทำเกมบุกได้ดี ซาฟิก บิน ราฮิม โชว์ทักษะกระชากจากริมเส้นด้านซ้ายเข้าไปกลางประตูก่อนยิงเล่นทางเสียบโคนเสาให้เสือเหลืองขึ้นนำอีกครั้ง 2-1

นาที 73 ชนาธิป ได้บอลในกรอบแล้วจ่ายให้ชาริล ชัปปุยส์ ตะบันเต็มข้อตีเสมอสำเร็จ 2-2

นาที 90 ไทยทำเกมบุกประกิต ดีพร้อม จ่ายเข้ากลางให้ อดิศักดิ์ ยิงในกรอบให้ไทยพลิกกลับมาชนะสุดมัน 3-2 เก็บ 6 แต้มผ่านเข้ารอบรองฯ เรียบร้อยแล้ว โดย เกมนัดท้ายจะพบกับพม่า วันที่ 29 พ.ย. ที่จาลัน เบซาร์ สเตเดี้ยม เวลา 19.00 น. ตามเวลาไทย

หลังเกม โค้ชเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเกมที่ตื่นเต้น เร้าใจมาก เกมนี้เป็นหนแรกที่ตนคุมทีมไทยแล้วโดนนำ แต่กลับมาชนะ ขอชื่นชมนักเตะไทยที่สู้ด้วยหัวจิตหัวใจ ไม่มีท้อแท้ แม้โดนนำ ขณะที่ เสือเหลือง จากการสร้างทีมของ ซาลเลห์ ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม จนไทยเจองานหนัก ตอนนี้เข้ารอบรองชนะเลิศแล้ว ด่านต่อไปคือทำอย่างไรให้เข้ารอบชิงชนะเลิศ นัดหน้ากับ เมียนมาร์ เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี จะให้ความสำคัญเหมือนเดิม ส่วนเรื่องการส่ง กีรติ ลงไปเล่นกองหน้าก่อน เป็นแท็คติกเพื่อทำลายเกมคู่แข่ง จากนั้นจึงส่ง อดิศักดิ์ ลงไป ส่วนแผงหลังยอมรับว่า เกมแรกมีปัญหา จึงส่ง “เจ้าตั้ม” ธนบูรณ์ ลงเป็นแผงแบ็คโฟร์ที่ลงให้ บีอีซี เทโรศาสน ในฤดูกาลที่ผ่านมา ตนยกให้ ธนบูรณ์ เป็นแมนออฟเดอะแมตช์ด้วยซ้ำ

ส่วน ซาลเลห์ กุนซือมาเลเซีย กล่าวว่า นักเตะเล่นดีแล้ว ถ้าเล่นแบบนี้ ก็มีโอกาสชนะ สิงคโปร์ ได้ ด้านสื่อมวลชนถามว่าคิดอย่างไรกับ ชนาธิป ที่ได้ฉายาว่า “เมสซี่” โดย ซาลเลห์ ตอบว่า ชนาธิป ไม่ใช่ เมสซี แต่เป็น อันเดรส อิเนียสตา ตัวรุกทีมชาติสเปน ของบาร์เซโลนา

ข่าวกีฬาวันนี้  ข่าวกีฬาล่าสุด
เกมส์กีฬา | เกมส์ฟุตบอล

สุดสลด! พ่อข่มขืนลูกสาวพิการ นานกว่า 4 ปี แม่ไม่กล้าช่วย

วันที่ 26 พ.ย. ร.ต.ท.ศรัญญู ต๊ะปัน ร้อยเวรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจาก น.ส.หมู (นามสมมติ) บ้านอยู่ใน อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า พ่อบังเกิดเกล้าได้ข่มขืนกระทำชำเรา นางสาวอั้ม (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวทั้งที่ป่วยพิการทางร่างกาย จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ สำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดประจวบฯ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมกันสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พ่อข่มขืนลูกสาวพิการ

ทราบว่า เมื่อประมาณต้นปี 2553 ในเวลากลางคืน นายทอด (นามสมมติ) ซึ่งเป็นพ่อบังเกิดเกล้า ของนางสาวอั๊ม ได้ดื่มสุราแล้วเมาเข้าไปข่มขืนนางสาวอั้ม ขณะที่กำลังนอนพักผ่อน ในบ้านพักอาศัย ซึ่งอยู่บ้านเดียวกัน โดยบังคับข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ โดยนางสาวอั้ม ซึ่งมีความพิการทางร่างกายไม่สามารถขัดขืนได้ โดยได้ร้องให้นางเหลือง (นามสมมติ) มารดา เข้าช่วยเหลือ แต่นางเหลืองไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากเกรงกลัวนายทอด

ต่อมา นางเหลือง ได้พา น.ส.อั้ม ไปฉีดยาคุมกำเนิด เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมชนจึงได้สอบถามรายละเอียดจนทราบว่า ถูกนายทอดข่มขืนมาโดยตลอด จึงได้ร่วมกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย กับนายทอด พ่อบังเกิดเกล้า ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา

โดยได้ขออนุญาตจากศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ตลาดเหมืองแร่ จึงได้นำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่ อบต.นาหูกวาง และได้ประสานเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ เข้ามาให้การช่วยเหลือ และผู้เสียหายได้กล่าวว่า ผู้เป็นบิดา ได้ข่มขืนกระทำชำเรามาโดยตลอด และครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา ผู้เป็นบิดายังได้บังคับข่มขืนอีกด้วย

ต่อมา พ.ต.อ.พิศุทธิ์ ศุกระศร ผกก.สภ.ทับสะแก พ.ต.ท.บุรินทร์ สมจิตต์ รอง ผกก.ป.สภ.ทับสะแก พ.ต.ท.เชิดศักดิ์ ศรีจันจรา รอง ผกก.สส.สภ.ทับสะแก พ.ต.ท. ทัศจักร ลีลาโรจนกุลเลิศ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ พ.ต.ท.รณรงค์ ชื่นจิตร สว.สส.สภ.ทับสะแก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทับสะแก ได้นำหมายศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าทำการจับกุมตัว นายทอด ในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้สืบสันดาน โดยใช้กำลังประทุษร้าย และผู้อื่นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ มาทำการสอบสวนที่ สภ.ทับสะแก

โดยนายทอดให้การอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ตั้งแต่ครั้งแรกที่ข่มขืนลูกสาวตัวเอง เพราะดื่มเหล้าขาว เมามาทุกๆ ครั้ง จากนั้นจะเข้าข่มขืนลูก ทุกๆ เดือน มาประมาณ 4 ปี กว่าแล้ว โดยขอยอมรับผิดทุกข้อกล่าวหา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา นายทอด ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้สืบสันดาน โดยใช้กำลังประทุษร้าย และผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารภขัดขืนได้ มีความผิด ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 4 ปี – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000 – 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ผู้กระทำความผิดข้างต้น เป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษหนักกว่า ที่กฎหมายได้กำหนดไว้ 1 ใน 3 เท่า

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

เปิดขุมทรัพย์ อดีต ผบช.ก. สุดมหาศาล (คลิป)

ชมภาพชุด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. นำผู้สื่อข่าวดูของกลาง ขุมทรัพย์ของอดีต ผบช.ก. อึ้งทั้ง พระเก่า-เงินสด-ทองแท้-รถหรู สุดมหาศาล

YouTube Preview Image

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. แถลงข่าวพร้อมของกลางที่ยึดได้จากบ้านพัก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. อาทิ พระพุทธรูปโบราณ พระเครื่อง ทอง เครื่องประดับ และเงินสด มูลค่ามหาศาล ก่อนนำมาเก็บไว้รอตรวจสอบที่กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์.

ขุมทรัพย์ อดีต ผบช.ก.,  อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ,พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ขุมทรัพย์ อดีต ผบช.ก.,  อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ,พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ขุมทรัพย์ อดีต ผบช.ก.,  อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ,พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ขุมทรัพย์ อดีต ผบช.ก.,  อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ,พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ขุมทรัพย์ อดีต ผบช.ก.,  อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ,พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ขุมทรัพย์ อดีต ผบช.ก.,  อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ,พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ขุมทรัพย์ อดีต ผบช.ก.,  อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ,พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์

ขุมทรัพย์ อดีต ผบช.ก.,  อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ,พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์ / มติชนออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

เก๋งตกห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ (คลิป)

เปิดคลิปรถเก๋งตกชั้น 5 เดอะมอลล์บางกะปิขณะที่ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงแล้ว

YouTube Preview Image

เมื่อวันที่26พ.ย.57 ได้มีการเผยแพร่คลิปกรณีเหตุรถยนต์ตกจากห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 25พ.ย.57 ส่งผลให้มีผู้ชีวิต1ราย คือ น.ส.สุภาภรณ์ เวียงนาค อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด และตัวแทนประกันชีวิต บ. กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

เก๋งตกห้าง, เดอะมอลล์ บางกะปิ, คลิปรถเก๋งตกชั้น 5, รถเก๋งตกชั้น 5

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ ผกก.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า ได้เชิญช่างซ่อมรถคันที่เกิดเหตุ และญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว จากที่ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้สันนิษฐานเบื้องต้นว่า  ระบบรถอาจเกิดข้อผิดพลาด คันเร่งอาจค้าง ไม่สามารถหยุดรถได้  ทำให้เกิดอุบัติเหตุชนรถคันอื่นก่อนเสียหลักพุ่งชนผนังตกลงไปด้านล่าง.

ที่มา posttoday

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

แม่ปรี๊ดถูกหมอเขียนด่าในใบสั่งยา

แม่แฉ หมอโรงพยาบาลเอกชนดังคะยั้นคะยอ ให้ลูกแอดมิท เมื่อปฎิเสธ กลับถูกต่อว่า “กว่าจะมาพรุ่งนี้ก็ตายก่อน” แถมเขียนด่าในใบสั่งยา ด้าน ผู้บริหารออกโรงแจง ตักเตือนแล้ว แต่วอนขอความเป็นธรรมให้หมอด้วย ที่พูดไปด้วยความเป็นห่วง

หมอเขียนด่าในใบสั่งยา

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. มีผู้ร้องเรียนมากรณีพฤติกรรมการทำงานของแพทย์รายหนึ่งในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง โดยคุณหมอเขียนด่าตน จากเหตุวิวาทะเรื่องจะให้เด็กนอนดูอาการที่โรงพยาบาลหรือไม่ เมื่อปฏิเสธ คุณหมอกลับแจ้งว่า “กว่าจะมา พรุ่งนี้ก็ตายก่อน” โดยผู้ร้องเรียนเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนเองและญาติผู้หญิงอีก 2 คน ได้พาลูกสาวอายุ 7 ขวบไปหาหมอท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากลูกสาวมีอาการอาเจียน ไอ มีเสมหะ เจ็บคอ มีน้ำมูก มีไข้ 38 องศา จริงๆไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เรากังวลจึงพาไปหาหมอดีกว่า เพื่อความสบายใจ เมื่อตรวจเสร็จ คุณหมอแจ้งว่า เด็กจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการ ทางคุณแม่จึงแจ้งคุณหมอไปว่า วันนี้ยังไม่สะดวก อย่างไรจะขอพาลูกกลับไปดูอาการที่บ้าน เพราะเรามั่นใจว่าลูกไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกทั้งจะขอโทรปรึกษากับอาจารย์หมอที่เคยดูแลรักษาเป็นประจำที่นี่ก่อน เพียงแค่นั้น คุณหมอที่ตรวจวินิจฉัยได้แสดงอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด โดยการชักสีหน้ายกขาขึ้นนั่งไขว่ห้างทันที พร้อมกับพูดว่า “ก็ดีเหมือนกัน อยากรู้ว่าเด็กจะเป็นอย่างไร กว่าจะมาพรุ่งนี้เด็กก็ตายก่อนแล้ว”

ผู้ร้องเรียนรายนี้ กล่าวยอมรับว่า พอได้ยินก็ตกใจและโมโห จึงถามกลับไปว่า ทำไมคุณหมอพูดจาแบบนี้ คุณหมอก็แย้งว่า ไม่เห็นหรือไงว่า เด็กปากแห้งแสดงว่ามีอาการขาดน้ำ ตนเองจึงออกมารอรับยาข้างนอก แต่รู้สึกว่ารอนานผิดปกติและพยาบาลมีอาการผิดสังเกตุ จากนั้นเห็นพยาบาลถือใบสั่งยาด้วยอาการแปลกๆ พยายามเอามือปิด เราจึงไปขอดู เพราะอยากรู้ว่า หมอสั่งยาอะไรบ้าง ตอนนั้นในใจไม่ได้คิดว่าคุณหมอจะเขียนอะไรลงในกระดาษ แต่ปรากฎว่าเมื่อดูใบสั่งยาถึงกับตกใจ เพราะคุณหมอเขียนว่า “อย่าได้มาเจอกันอีกเด็ดขาด แม่เด็กนิสัยแย่มาก” เราจึงรีบถ่ายภาพเก็บไว้ ซึ่งพยาบาลที่เห็นต่างพากันกระซิบว่า “ทำยังไงดี คุณแม่เด็กเห็นแล้วถ่ายรูปไว้ด้วย” เราจึงเดินไปถามคุณหมอว่า เหตุใดคุณหมอจึงเขียนข้อความแบบนี้ คุณมีจรรยาบรรณหรือไม่ หมอท่านเดิมกลับโมโหเรา แถมขู่ว่า “ห้ามนำภาพไปแชร์ส่งต่อ หรือเผยแพร่เด็ดขาด ไม่งั้นจะฟ้องกลับ” แล้วหมอก็เดินไปจับกลุ่มคุยกับพยาบาลและเจ้าหน้าที่ เมื่อเราไปรับยา ปรากฎว่าที่หมอแจ้งว่าน้องอาการหนักต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้น แต่คุณหมอกลับจ่ายแค่ยาแก้อาเจียน แก้ไอ ยาลดน้ำมูก ไม่มียาลดไข้ ในใบรับรองพทย์ยังระบุว่า เป็นหวัดลงกระเพาะ แนะนำให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล จริง ๆ แล้วไม่ได้ต้องการอะไร แค่อยากได้ยินคำขอโทษจากหมอเท่านั้น

ต่อมา ได้มีการติดต่อสอบถามไปยังผู้บริหารโรงพยาบาลดังกล่าว ได้รับการอธิบายว่า ทางผู้บริหารได้เรียกคุณหมอท่านดังกล่าวมาพูดคุย จึงทราบข้อมูลว่า เด็กป่วยเป็นกระเพาะลำไส้อักเสบ มีการเสียน้ำในระดับกลาง ซึ่งในเด็ก 7 ขวบถือว่าค่อนข้างอันตราย ควรพักรักษาตัวและดูอาการที่โรงพยาบาลสักระยะ เนื่องจากหากอนุญาตให้เด็กกลับบ้าน แล้วเกิดมีอาการอาเจียน หรือถ่ายท้องเพิ่มเติม อาจทำให้เด็กเข้าสู่ภาวะขาดน้ำขั้นรุนแรง ซึ่งอาจทำให้เด็กเสียชีวิตในที่สุด

“ผมไม่แน่ใจว่าระหว่างที่ผู้ปกครองและหมอนั่งคุยกันนั้น เป็นอย่างไร แต่คุณหมอยอมรับว่า ได้บอกผู้ปกครองเด็กว่า “ถ้าพาลูกกลับอาจจะตายก่อน” จริง แต่พูดไปด้วยความเป็นห่วง ถือเป็นการปฏิบัติตามหลักการรักษาและถูกต้องตามหลักวิชาการแพทย์ ซึ่งเท่าที่ทราบคุณหมอท่านนี้ เป็นแพทย์ด้านกุมารเวช ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ มีประวัติที่ดีและมีมาตรฐานในการรักษาที่ได้ตามมาตรฐานของโรงพยาบาลเรา ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลได้ตักเตือนคุณหมอท่านนี้ไปแล้วว่า การเขียนข้อความระบายความรู้สึกลงในใบ OPD (ในจ่ายยา) เป็นการกระทำที่ไม่สมควรและไม่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลวอนขอความเป็นธรรมให้กับคุณหมอด้วยและที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น”ผู้อำนวยการคนดังกล่าวระบุ

ด้านนพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา ชี้แจงถึงประเด็นนี้เพิ่มเติมว่า บทสนทนาและข้อเท็จจริงในวันเกิดเหตุ ไม่มีใครทราบว่าเป็นอย่างไร แต่คาดว่าคุณหมอและแม่ของเด็ก น่าจะอารมณ์เสียและระเบิดอารมณ์ใส่กัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ปุถุชนทุกคน สามารถเกิดขึ้นได้ แต่เท่าที่ดูหลักฐานจากใบ OPD คุณหมอท่านนี้ ตรวจคนไข้ด้วยความละเอียดรอบคอบ ระมัดระวังวินิจฉัยและสั่งจ่ายยาด้วยความถี่ถ้วน ส่วนตัวเข้าใจว่าหมออาจจะพูดไปด้วยอารมณ์น้ำเสียง ไม่ค่อยสุภาพ คาดว่าคำพูดดังกล่าว หากได้พูดจริง ก็น่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ทั้งนี้หากทางโรงพยาบาลได้ทำการสอบสวนและเรียกคุณหมอท่านนี้มาตักเตือนแล้ว ก็ถือว่าเรื่องน่าจะจบลงด้วยดี ทางมารยาทอาจจะไม่เหมาะสมที่เขียนข้อความนั้น.

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

คลิปพี่เลี้ยงเด็กสุดโหดร้าย เหวี่ยงเด็กลงพื้น-กระทืบเกือบตาย ใจไม่แข็งห้ามดู

เผยคลิปสุดโหดเหี้ยมของพี่เลี้ยงเด็กในยูกันดา เหวี่ยงเด็กลงพื้นแล้วกระหน่ำตี กระทืบเด็กวัยขวบครึ่งจนเกือบตาย

YouTube Preview Image

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 สำนักข่าวบีบีซี เปิดเผยคลิปวิดีโอสุดช็อก พี่เลี้ยงเด็กชาวยูกันดากระหน่ำตี เตะ เหยียบ และกระทืบเด็กหญิงวัย 1 ขวบครึ่ง อย่างโหดร้าย จนเด็กหญิงมีร่องรอยบอบช้ำไปทั่วร่าง พ่อเด็กมาเห็นวิดีโอจากกล้องวงจรปิดแทบช็อก ปล่อยลูกให้อยู่ในความดูแลของปีศาจร้ายจนลูกเกือบตายซะแล้ว

คลิป พี่เลี้ยงเด็ก สุดโหดร้าย กระทืบเกือบตาย

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นายอีริค คามานซี คุณพ่อจากเมืองนากาวา ประเทศยูกันดา ได้สังเกตเห็นร่องรอยบอบช้ำตามตัวลูกสาววัย 1 ขวบครึ่ง แถมลูกยังเดินกระโผลกกระเผลก และยังพบเห็นว่ามีรอยช้ำใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ จึงตัดสินใจติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ภายในบ้านเพื่อดูว่าระหว่างที่เขาออกไปทำ งานและฝากหนูน้อยไว้กับ จอลลี่ ตูมูฮีร์เว พี่เลี้ยงเด็ก วัย 22 ปี นั้น เกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวตัวน้อยของตัวเองกันแน่

หลังจากที่กลับมาจากทำงานในวันนั้น อีริคก็ได้นำวิดีโอจากกล้องวงจรปิดมาเปิดดู และแทบช็อกเมื่อพบว่า หลังจากที่จอลลี่ป้อนข้าวเด็กนั้น จู่ ๆ เด็กก็อาเจียนออกมาเลอะพื้นและโซฟา แต่แทนที่จอลลี่จจะเข้ามาดูอาการของเด็ก เธอกลับโมโหอย่างมาก บันดาลโทสะเหวี่ยงเด็กลงบนพื้นจนเด็กร้องด้วยความเจ็บปวด แล้วกระหน่ำตีก้นเด็กอย่างแรงอยู่หลายครั้ง แต่นั่นยังไม่พอ เธอยังใช้เท้าเหยียบร่างของเด็ก ลงน้ำหนักทั้งตัวบนร่างน้อย ๆ นั้น ก่อนที่จะเตะเด็กแล้วกลับมากระทืบซ้ำ เห็นแล้วสลดใจเป็นอย่างยิ่ง

โดยไม่รอช้า อีริครีบนำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปแจ้งตำรวจเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นำมาซึ่งการจับกุมจอลลี่พร้อมตั้งข้อหาพยายามฆ่า เพราะสิ่งที่เธอทำต่อเด็กนั้นร้ายแรงจนอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมยูกันดาเป็นอย่างมาก ก่อนจะลามไปทั่วโลกในเวลาเพียงไม่กี่วัน ขณะที่ตำรวจก็ได้แนะนำบรรดาคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายว่า อย่าไว้ใจพี่เลี้ยงเด็กที่เราไม่รู้จักมักจี่มาก่อน หากจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กสักคนควรสืบประวัติจากทางเพื่อนบ้าน เพื่อน หรือจะไปตรวจสอบประวัติกับตำรวจท้องถิ่นก็ได้ และถ้าจะให้ดี ควรจะติดต่อไปพูดคุยกับผู้ที่เคยว่าจ้างพี่เลี้ยงเด็กด้วย เพื่อดูว่าพี่เลี้ยงเด็กนั้นเคยมีประวัติทำร้ายเด็กและเลี้ยงเด็กเป็นหรือ ไม่

คลิป พี่เลี้ยงเด็ก สุดโหดร้าย กระทืบเกือบตาย

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ nkojomensah สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

ที่มา: http://baby.kapook.com/view105382.html

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

ช็อก!! สัปเหร่อโดนจับยอมรับ มีเซ็กส์กับศพเกิน100ศพ

สัปเหร่ออายุ 60 ปี ชื่อว่านาย เคนเนธ ดักลาส(Kenneth Douglas) จากเคาน์ตี้แฮมิลตัน รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกจับพร้อมรับสารภาพ หลังทำงานสัปเหร่อกะดึกมา 16 ปี มีเซ็กส์กับศพไปแล้วมากกว่า 100ศพ

สัปเหร่อ มีเซ็กส์กับศพเกิน100ศพ

ขอบคุณเว็บไซต์ mirror.co.uk ที่รายงานข่าวนี้ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา หลังจากมีหลายครอบครัวผู้ตายได้ไปฟ้องร้องกับศาลเคาน์ตี้แฮมิลตันให้เอาเรื่องกับนายดักลาส หลังพบความผิดปกติกับร่างของคนในครอบครัวที่จากไป (ศพก่อนที่จะถูกฝังนั่นเอง)

ซึ่งเหยื่อของนายดักลาส นั้นเรียกได้ว่าก็ไม่ได้สวยหรือมีสภาพดีอะไรมากมายเลย บางรายคอเกือบขาดแกก็ยังทำได้ลง อย่างเช่น อพริล ฮิกส์ วัย 24 ปี เสียชีวิตจากการตกตึก 3 ชั้น, ชาร์ลี แอพลิ่ง วัย 23 ปี เสียชีวิตด้วยการถูกรัดคอขณะตั้งครรภ์ 6 เดือน และคาเรน เรนจ์ วัย 19 ปี เสียชีวิตในสภาพคอเกือบขาดเพราะถูกฆาตกรรม ซึ่งทั้ง 3 กรณีนี้เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2534-2535 โดยศพที่พบหลักฐานมัดตัวชัดเจนที่สุดนั้น คือร่างของคาเรน เรนจ์ ที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพระบุว่าพบคราบอสุจิในช่องคลอดของเธอ แต่นายดักลาส ยืนยันว่าไม่ได้ทำการข่มขืนศพ จนตรวจสอบพบว่ามีดีเอ็นเอตรงกับนายดักลาสจริง

และหลังจากที่รู้ตัวแล้วว่าต้องถูกจับกุมแน่นอน นายดักลาสเลยขอเลือกสารภาพเพื่อทำให้โทษนั้นเบาลงมาอีกนิด โดยลุงแกได้เปิดเผยว่า เขาก่อเหตุเช่นนี้มานานแล้วตั้งแต่ปี 2519 ซึ่งเริ่มทำงานเป็นสัปเหร่อกะดึก นับแล้วก็เกิน 100 ศพ สาเหตุเกิดจากดื่มเหล้าย้อมใจทั้งก่อนออกไปและระหว่างทำงานทุกครั้งจนเมามายขาดสติ แต่ที่ทำให้ อึ้งสุดๆก็คือ ทั้งภรรยาและเจ้านายของนายดักลาส ก็ต่างรู้เห็นพฤติกรรมของคุณลุงดักลาสนี้ แต่ต่างก็เพิกเฉย

ที่มา: http://www.flagfrog.com/undertaker-have-sex-with-body-100/

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

ครูมะกัน โดนสั่งพักงาน หลังลากนักเรียนหญิงลงสระในคาบเรียน

ครูพละอเมริกันถูกสั่งพักงาน เหตุใช้กำลังลากเด็กนักเรียนลงสระ ชี้เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ทั้ง ๆ ที่สมารถลงโทษเด็กด้วยวิธีอื่นได้

YouTube Preview Image

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 เว็บไซต์ยูเอสเอทูเดย์ มีรายงานว่า ครูพละรายหนึ่งในสหรัฐฯ ถูกสั่งพักงานเป็นเวลาร่วมเดือนและกำลังเผชิญกับข้อหาทำร้ายร่างกาย หลังปรากฏคลิปขณะที่เขาใช้กำลังลากเด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปีลงสระน้ำ ในวิชาของเขา

ครูพละ, ใช้กำลังลากเด็ก, ลากเด็กลงสระ

โดยรายงานระบุว่าเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เดนนี่ ปีเตอร์สัน ครูพละคนดังกล่าวได้ใช้กำลังลากนักเรียนหญิงวัย 14 ปีลงไปในสระน้ำ หลังจากที่เธอปฏิเสธไม่ยอมลงสระ เนื่องจากเพิ่งไปทำผมมาใหม่สำหรับกิจกรรมในช่วงค่ำ อย่างไรก็ตามแทนที่เขาจะทำโทษเธออย่างเช่นการหักคะแนน แต่เขากลับเลือกที่จะกำลังลากเธอลงน้ำ โดยไม่ฟังเสียงร้องของเด็กสาวเลย

หลังจากที่คลิปดังกล่าวซึ่งบันทึกภาพไว้ได้โดยนักเรียนคนอื่นถูกนำมาเผยแพร่ เดนนี่ก็ถูกทางโรงเรียนสั่งพักงานในทันทีเป็นเวลา 1 เดือน และแม้ว่าตอนนี้เขาจะกลับมาทำงานแล้ว แต่ทางผู้บริหารก็ตัดสินใจย้ายเขาไปสอนยังโรงเรียนแห่งอื่นที่อยู่ในเครือแทน

ทั้งนี้ กิลเบิร์ท โซเมรา ทนายของเด็กสาวและครอบครัว ได้ออกมาประณามการกระทำของครูพละรายนี้ว่า หากไม่มองถึงเรื่องการเรียน นับเป็นเรื่องน่ารังเกียจที่ผู้ชายคนนี้จะนำมือมาจับต้องร่างกายของเด็กสาววัย 14 ปี ทั้งที่อีกฝ่ายร้องบอกหลายครั้งว่าชุดกำลังจะหลุด

ที่มา kapook

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

นักศึกษาจีนสุดโหด แทงเพื่อนร่วมห้องยับ หลังไม่ยอมเอาขยะไปทิ้ง!!

เป็นเรื่องราวสุดโหดที่พบได้แทบจะรายวันจากแดนมังกรเลยล่ะ คราวนี้เป็นนักศึกษาจีน คู่หูห้องพักเดียวกันคู่หนึ่ง เขากำลังจะทานมื้อเย็นกันตามปกตินี้แหละ

22_05

เรื่องร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อเมตคนนึงบอกเพื่อนว่าให้เอาขยะไปทิ้งก่อนที่จะทานมื้อเย็น แต่ด้วยความขี้เกียจหนุ่มคนนั้นเลยบอกว่ารอกินก่อนดีกว่านะ ทำให้หนุ่มอีกรายไม่พอใจแทงไม่ยั้ง

โชคยังดีที่ไม่โดนจุดสำคัญอะไรมากนัก มีเพียงตับที่เสียหายเล็กน้อย ทว่าค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ถูกตามไปด้วยเลย เพราะมันสูงถึง 25,000 RMB( ราวๆ133,769 บาท)

ทว่าแทนที่ครอบครัวของผู้แทงจะเสนอเงินรับผิดชอบ กลับหายหัวไม่รู้ไปไหน ทิ้งไว้เพียงเสื้อ 1 ตัว เป็นของไถ่โทษที่ลูกชายอารมณ์ร้อนเกินเหตุ ด้านลูกขายถูกตำรวจจับไปตามระเบียบ…

ที่มา: http://www.catdumb.com/

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

นักมวยสาวหมัดน็อค3อันธพาล-แค้นคุกคามเมีย (คลิป)

กล้องวงจรปิดของบาร์แห่งหนึ่งจับภาพเหตุการณ์ที่ นิโคไล วลาเซนโก้ นักมวยอาชีพชาวรัสเซียวัย 29 ปี เล่นงานแก๊งอันธพาลที่พยายามคุมคามภรรยาของตัวเองอย่างอยู่หมัด

YouTube Preview Image

นักมวยสาวหมัดน็อค3อันธพาล-แค้นคุกคามเมีย

โดยนิโคไลโดนกลุ่มอันธพาลนับ 10 คนห้อมล้อม หลังเข้าไปห้ามปรามไม่ให้คุกคามภรรยาของตนเอง ก่อนนิโคไลจะใช้ทักษะนักมวยอาชีพ ปล่อยหมัดน็อกกลุ่มอันธพาลทีละคนจนล้มลงไปกองกับพื้น 2 คน อีกคนเซจนต้องมีคนเข้าไปประคอง ก่อนมีคนเข้ามาห้ามในที่สุด

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

แม่เครียดสามีทิ้ง จับลูก 3 คน กดน้ำตาย ก่อนโดดตึกพร้อมลูกในท้อง

แม่ท้องแก่จับลูกน้อย 3 คน กดน้ำในอ่างจนตาย เขียนข้อความบอกรักที่ร่างของลูก ก่อนกระโดดตึกตายพร้อมลูกในท้อง หลังถูกสามีทิ้ง

แม่เครียดสามีทิ้ง จับลูก 3 คน กดน้ำตาย ก่อนโดดตึกพร้อมลูกในท้อง

เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 ว่า เกิดเหตุสลดใจ เมื่อ ฟิโอน่า แอนเดอร์สัน (Fiona Anderson) คุณแม่ท้องแก่รายหนึ่งได้ก่อเหตุฆาตกรรมลูกน้อยทั้ง 3 ของเธอ คือ เลวิน่า (Levina) วัย 3 ขวบ แอดดี้ (Addy) วัย 2 ขวบ และ ไคเดน (Kyden) วัย 11 เดือน ด้วยการจับลูกกดน้ำ ก่อนเขียนข้อความ “I love you” บนตัวลูก และทิ้งรอยลิปสติก เป็นรอยจูบที่หน้าผากของพวกเขา จากนั้นเธอก็กระโดดตึกฆ่าตัวตายพร้อมลูกในท้อง

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปที่บ้านของฟิโอน่า หลังจากที่พบร่างของเธอที่ด้านล่างของลานจอดรถ จากนั้นจึงได้พบศพลูก ๆ ของเธออยู่บนเตียงพร้อมตุ๊กตา ที่ร่างพวกเขามีรอยลิปสติกเป็นรอยจูบที่หน้าผาก และมีข้อความเขียนไว้บนผนังด้วยว่า “ฉันรักพวกเขา และฉันจะทำให้พวกเขาปลอดภัย”

ทั้งนี้ ฟิโอน่า แอนเดอร์สัน คุณแม่วัย 23 ปี ได้ก่อเหตุฆาตกรรมลูก ๆ ทั้ง 3 ของเธอ ด้วยการจับกดน้ำในอ่าง หลังจากที่อดีตสามีซึ่งเป็นพ่อของเด็ก ๆ ได้บอกกับเธอว่า เขากำลังคบกับคนอื่นอยู่ และทิ้งเธอไป โดยเธอได้เขียนข้อความ “I love you x” และรูปหัวใจดวงเล็ก ๆ บนร่างของลูก อีกทั้งยังมีข้อความเขียนที่ผนังอีกว่า “ฉันวางพวกเขาไว้ที่เตียงกับตุ๊กตาหมี พวกเขารักมัน” นอกจากนี้เธอยังได้เขียนชื่อ อีฟ (Eve) ชื่อลูกสาวของเธอที่ไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกไว้บนร่างของตนเองด้วย

อนึ่งได้มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ฟิโอน่า แอนเดอร์สัน ได้มีปากเสียงกับ เครก แมคเคลเลน (Craig McClellan) พ่อของเด็ก หลังจากเขาบอกเธอว่าเขากำลังมีคนใหม่ โดยเธอบอกกับเขาว่า “บอกกู๊ดไนท์เด็ก ๆ ให้เหมือนว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้เห็นพวกเขา” ก่อนที่เธอจะก่อเหตุแทงอดีตสามี แต่เครก แมคเคลเลน ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกลับบอกตำรวจว่าเขาถูกคนแปลกหน้าทำร้าย ซึ่งคาดว่าเขาโกหกเพื่อปกป้องฟิโอน่า และเพื่อไม่ให้เด็ก ๆ ต้องถูกส่งไปดูแลที่อื่นนั่นเอง

ที่มา kapook

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

ฮือฮา ทัพวิศวกรญี่ปุ่น 1,200 คน ย้ายรางรถไฟลงใต้ดินในชั่วข้ามคืน

ชมคลิปสุดทึ่ง ญี่ปุ่นระดมวิศวกร 1,200 คน ปฏิบัติการปรับระดับรางรถไฟภายในชั่วข้ามคืน สุดยอดทีมงานที่มีการเตรียมการอย่างยอดเยี่ยม

YouTube Preview Image

22_01_1

วิศวกรญี่ปุ่น 1,200 คน ย้ายรางรถไฟลงใต้ดินในชั่วข้ามคืน

เรียกได้ว่าเป็นคลิปซึ่งกำลังเป็นที่ฮือฮาและแชร์ต่อกันในโลกไซเบอร์อย่างมากทีเดียว สำหรับคลิปโชว์ศักยภาพและการเตรียมงานอันยอดเยี่ยมในปฏิบัติการปรับระดับรางรถไฟของทีมวิศวกรชาวญี่ปุ่น ที่จะต้องปรับระดับรางรถไฟเพื่อเชื่อมต่อกับเส้นทางใหม่ อันเป็นงานช้างที่พวกเขาสามารถทำได้จนสำเร็จภายในชั่วข้ามคืนเท่านั้น

โดยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 เว็บไซต์ร็อคเก็ตนิวส์ 24 มีรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในค่ำคืนระหว่างวันที่ 15-16 มีนาคม 2556 เมื่อบริษัทรถไฟเอกชน โตเกียว เรียลเวย์ จะต้องทำการย้ายรางรถไฟสายโตเกียว ที่เชื่อมต่อระหว่างสถานีชิบุยะ-ไดกันยาม่า ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 2 ของสถานีชิบุยะ ลงไปยังใต้ดินชั้น 5

ขณะที่สถานีไดกันยาม่า ก็ต้องทำการปรับระดับรางรถไฟ เพื่อเชื่อมต่อกับรางรถไฟใหม่จาก สถานีชิบุยะ ด้วยเหตุนี้ปฏิบัติการ STRUM (Shifting Track Right Under Method) ซึ่งใช้วิศวกรมากถึง 1200 คน จึงเกิดขึ้นภายในเวลาชั่วข้ามคืน หลังจากรถไฟเที่ยวสุดท้ายออกจากสถานีตอนเวลาประมาณ 01.00 น. ให้ทันก่อนเวลาเดินรถเที่ยวแรกตอน 05.00 น. เรามาตามไปดูการทำงานอันน่าอัศจรรย์นี้พร้อม ๆ กันเลย

22_01_2_3

  - ผู้คนต่างมาร่วมอำลารางรถไฟบนดินของเดิม ซึ่งใช้งานมานานถึง 85 ปี และจะสิ้นสุดการใช้งานเที่ยวสุดท้ายลงในคืนวันที่ 15 มีนาคม 2556

22_01_2_4

 - เหตุการณ์ทั้งหมดในคลิปนี้ จะเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง ในระหว่างคืนวันที่ 15-16 มีนาคม 2556

22_01_2_5

 - ในยามค่ำคืน ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญทั้ง 1,200 คนได้มารวมตัวยังสถานี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

22_01_2_6

 - ภาพรางรถไฟเดิมก่อนที่จะมีการปรับระดับ รางรถไฟจากสถานีไดกันยาม่าเชื่อมต่อกับรางของสถานีชิบุยะ ซึ่งอยู่บนดิน ชั้น 2

22_01_2_7

 - รางที่อยู่ด้านบนจะถูกนำออกไปเพื่อลงมาเชื่อมต่อกับด้านล่า

22_01_2_8

  - ภาพหลังการปรับระดับ เมื่อรางรถไฟจากสถานีไดกันยาม่า เชื่อมต่อกับรางของสถานีชิบุยะ ที่ใต้ดินชั้น 5

22_01_2_9

  - ทีมวิศวกรมาเตรียมพร้อม เพื่อรอเวลาหลังจากที่รถไฟเที่ยวสุดท้ายมาถึงชานชาลา

22_01_2_10

    - ปฏิบัติการทั้งหมดเริ่มขึ้นหลังเวลา 01.00 น. เริ่มมีการขนย้ายรางรถไฟเดิมออกจากชานชาลา

22_01_2_11

   - ทีมวิศวกรเริ่มทำการปรับระดับราง เพื่อให้เชื่อมต่อกับรางรถไฟใหม่ของสถานีชิบุยะ

22_01_2_12

     - เริ่มเคลื่อนย้ายรางรถไฟ

22_01_2

 - ทดสอบการวิ่ง

22_01_2_14

 - ปฏิบัติการทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมง 25 นาที ก่อนที่รถไฟเที่ยวแรกของเช้าวันใหม่จะมาถึงชานชาลา

ที่มา kapook.com

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

แหม่มผู้ดี-ร่ำไห้ กอดแม่ พลัดพราก54ปี ไปเจออยู่ภูเก็ต

แหม่มผู้ดี-ร่ำไห้ กอดแม่ พลัดพราก54ปี มาไทยตามหา2เดือน ทั้ง”เกาะพะงัน-พังงา” ก่อนไปเจออยู่ภูเก็ต

YouTube Preview Image

แหม่มผู้ดี-ร่ำไห้ กอดแม่ พลัดพราก54ปี

สาวใหญ่ชาวอังกฤษวัย 54 ออกตามหาแม่ชาวไทยที่พลัดพรากกันนาน 54 ปี ก่อนตามเจอ-พบเป็นแม่ค้าอาหารตามสั่งที่ภูเก็ต เมื่อพบหน้าสองแม่ลูกโผเข้ากอดกันด้วยความตื้นตัน พร้อมถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แม่ชาวไทยเผยเป็นลูกที่เกิดกับผู้จัดการเรือขุดแร่ชาวออสเตรเลีย ก่อนมีครอบครัววิศวกรชาวต่างชาติขอไปเลี้ยงแต่เล็กแล้วไม่ได้พบกันอีกเลย ด้านลูกสาวระบุทราบมีแม่เป็นคนไทยเมื่อ 20 ปีก่อน จึงออกตามหาเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีพนักงานโรงแรมที่เกาะพะงันช่วยเหลือ กระทั่งได้พบหน้าแม่-รู้สึกดีใจมาก

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. นายเชิดชาย ปัทมยุตานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และนายวัย นุ้ยสง่า พานางคิมเบอร์ลี่ เฟอร์รีฟ อายุ 54 ปี พร้อมสามีชาวอังกฤษ ที่เดินทางมาประเทศไทย เพื่อตามหาแม่ชาวไทยที่พลัดพรากกัน 54 ปี มาพบกับนางยกเลื่อน จันทร์แก้ว อายุ 79 ปี แม่ของนางคิมเบอร์ลี่ ที่ร้านขายอาหารตามสั่ง ซอยหัชนา 2 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต

หลังพบหน้ากันนางคิมเบอร์ลี่และนางยกเลื่อนได้โผเข้ากอดด้วยความดีใจ ก่อนสอบถามถึงความเป็นอยู่ระหว่างกัน จากนั้นนางคิมเบอร์ลี่นำใบแจ้งเกิดให้นางยกเลื่อนดู โดยในใบแจ้งเกิดระบุชื่อ ด.ญ.ตุ๊กตา จันทร์แก้ว คลอดเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2503 ที่สถานีอนามัยตะกั่วป่า

จากนั้น นางยกเลื่อนกล่าวว่า นางคิมเบอร์ลี่เป็นลูกที่เกิดกับผู้จัดการเรือขุดแร่ชาวออสเตรเลีย หลังจากลูกอายุได้ 6 เดือน ภรรยาของวิศวกรคุมเรือขุดแร่ขอรับด.ญ.ตุ๊กตาไปเป็นลูก ตนคิดว่าตัวเองฐานะยากจน และสามีฝรั่งก็มีภรรยาอยู่แล้ว จึงตัดสินใจยกลูกให้ไป จากนั้นครอบครัวของวิศวกรคุมเรือขุดแร่ได้พาลูกสาวกลับประเทศไปและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย กระทั่งวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา รับแจ้งว่าลูกสาวจะมาหา ซึ่งไม่คิดว่าจะได้เจอลูกที่พลัดพรากกันไปถึง 54 ปีอีก

ด้านนางคิมเบอร์ลี่กล่าวว่า ทราบว่ามีแม่เป็นคนไทยตั้งแต่ 20-30 ปีก่อน จากนั้นก็คิดจะออกติดตามหาแม่มาโดยตลอด แต่ไม่รู้ว่าจะตามหาอย่างไร จนได้เดินทางมาประเทศ ไทยครั้งแรกเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา โดยตั้งใจจะมาตามหาแม่ ซึ่งตอนแรกเข้าใจว่า เกาะพะงันและพังงาเป็นที่เดียวกัน จึงเดินทางไปที่เกาะพะงัน แต่โชคดีที่น.ส.กิ่งแก้ว อยู่ภักดี พนักงานโรงแรมเกาะพะงัน ให้ความช่วยเหลือและให้ตนเดินทางมาที่จ.พังงา โดยประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ จึงโชคดีได้ตามหาแม่จนเจอและรู้สึกดีใจมากๆ

ขณะที่นายเชิดชายกล่าวว่า ได้รับการประสานจากเทศบาลและอำเภอตะกั่วป่าให้ช่วยตามหานางยกเลื่อน กระทั่งพบญาติของนางยกเลื่อนที่บ้านบางม่วง อ.ตะกั่วป่า จึงทราบว่านางยกเลื่อนย้ายมาอยู่ที่จ.ภูเก็ต โดยมีลูกชายเป็นไต๋เรือ และมีการประสานงานต่อกันมาเป็นทอดๆ กระทั่งแม่ลูกได้พบกันในครั้งนี้

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

จับพี่เลี้ยงเด็กก่อเรื่องฉาว มีเซ็กส์กับเด็กชายในความดูแล

หญิงวัย 25 ถูกแจ้งความฐานข่มขืน แอบมีเซ็กส์กับลูกชายเพื่อนวัย 10 ขวบ หลังถูกวานให้ช่วยเลี้ยงเด็ก

พี่เลี้ยงเด็กก่อเรื่องฉาว มีเซ็กส์กับเด็ก
เว็บไซต์มิเรอร์ รายงานข่าวอื้อฉาวนี้เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 ระบุว่า นางแอชลีย์ เอลเลียต แม่ของเด็กชายที่เป็นเหยื่อ เข้าแจ้งความต่อตำรวจเมืองวิลลิแมนทิค รัฐคอนเนคติกัต เมื่่อวันที่ 25 สิงหาคม หลังสังเกตเห็นรอยจูบที่คอของลูกชายวัย 10 ขวบ เมื่อสอบถามดูจึงได้ทราบว่า นางแมรี่เบธ ราเทค วัย 25 ปี เพื่อนที่เธอวานให้ช่วยมาดูแลลูกเป็นคนข่มขืนเขา โดยเหตุเกิดขึ้นอย่างน้อย 3 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 และ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา

จากการสอบถามเด็กชายผู้เป็นเหยื่อซึ่งไม่ถูกระบุชื่อ ยังได้ทราบว่า ในคืนหนึ่งที่เกิดเหตุนางราเทคแอบย่องเข้ามาให้ห้องนอนของเหยื่อ แล้วมามีเพศสัมพันธ์ด้วยถึงเตียง ทั้ง ๆ ที่น้องชายของเหยื่อกำลังนอนอยู่ข้าง ๆ โดยในคืนดังกล่าวมารดาของเด็กชายอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อคลอดบุตรอีกคน

อย่างไรก็ตามนางราเทค ซึ่งเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง ยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืนเด็กชายดังถูกกล่าวหา โดยชี้แจงว่าเด็กชายเป็นฝ่ายปีนขึ้นคร่อมตัวเธอเอง เธอยังพยายามบอกให้เขาหยุดและผลักตัวเขาออกด้วย และหลังเกิดเหตุแล้วก็ไม่กล้าบอกใครเนื่องจากอับอาย

ในเบื้องต้นนางราเทคถูกตั้ง 10 ข้อหา ตั้งแต่กระทำการให้เกิดความเสี่ยง จะเป็นอันตรายแก่ผู้เยาว์ ไปจนถึงการทารุณกรรมทางเพศระดับ 1 โดยศาลได้วางวงเงินประกันไว้ที่ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4,500,000 บาท) และมีกำหนดนัดไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้

ที่มา: kapook
ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

เศร้า หนุ่มจีนแต่งแฟนสาวมะเร็งระยะสุดท้าย – ร้องไห้กันทั้งงาน (คลิป)

เศร้า หนุ่มจีนแต่งแฟนสาวมะเร็งระยะสุดท้าย – ร้องไห้กันทั้งงาน

YouTube Preview Image

ความรักยังคงทำให้โลกงดงามเสมอ แม้ในบางครั้งมันจะมาพร้อมกับความเศร้าก็ตาม ดังเช่นกรณีที่เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ หยิบมาบอกเล่ากันฟังในรายงานเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 เรื่องราวของหนุ่มจีนวัย 24 ปี จากมณฑลเหอหนาน นามว่า หยู ไห่หนิง ผู้ทำตามความต้องการของหัวใจตนเองด้วยการจดทะเบียนและเข้าพิธีแต่งงานกับแฟนสาว ฟาน ฮุ่ยเฉียง วัย 25 ปี แม้ว่าเธอจะป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งต่อมชนิดแพร่กระจายระยะสุดท้ายแล้วก็ตาม

เศร้า หนุ่มจีนแต่งแฟนสาวมะเร็งระยะสุดท้าย

นายหยูและแฟนสาวคบหากันมายาวนาน 5 ปี ก่อนที่ฟ่านจะตรวจพบว่าเธอเป็นมะเร็งระยะร้ายแรง หยูตัดสินใจลาออกจากงานในที่มณฑลเหอหนาน แล้วย้ายมาอยู่ที่มณฑลซานตง เพื่อดูแลคนรักของเขาอย่างใกล้ชิด แม้จะเจ็บปวดกับคำวินิจฉันของแพทย์ที่ระบุว่า เธออาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น

เศร้า หนุ่มจีนแต่งแฟนสาวมะเร็งระยะสุดท้าย เศร้า หนุ่มจีนแต่งแฟนสาวมะเร็งระยะสุดท้าย

ที่มา kapook

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

เกย์แฟนทิ้ง! น้อยใจผูกคอตาย ชาติหน้าเกิดใหม่ ขอเป็นเนื้อคู่กัน

หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยเคลื่อนที่เร็วนิคมฯลำพูน รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ..เมืองลำพูน(ย่อยนิคมฯ) รับแจ้งจากศูนย์วิทยุจามเทวี 191 ว่า มีชายผูกคอตายที่หอพัก ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพสภาพผูกคอตาย พร้อมกับจดหมายลาตาย1ฉบับ ซึ่งผู้เสียชีวิตได้เขียนไว้ก่อนหน้านั้นถึงพ่อและแม่

ทั้งนี้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นาย ยุทธนา อายุ23ปี ที่อยู่21 ม.6ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง โดยทางชุดกู้ชีพ-กู้ภัยเคลื่อนที่เร็วนิคมฯได้นำศพผู้เสียชีวิตเก็บรักษาที่โรงพยาบาลลำพูนเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

เกย์แฟนทิ้ง, เกย์, เกย์ผูกคอตาย

ที่มา: http://news.bugaboo.tv/watch/154133?link=2

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

โรงหนังสกาล่า – ลิโด้ ถอด The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 ออกจากโปรแกรมการฉายทั้งหมดแล้ว

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงภาพยนตร์ สกาล่า และ ลิโด้ ได้สั่งยกเลิกการฉายภาพยนตร์เรื่อง “เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท วัน” รอบปฐมทัศน์ในวันพรุ่งนี้ และถอดภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวออกจากผังภาพยนตร์ทั้งหมดอีกด้วย

YouTube Preview Image

19_002

ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงภาพยนตร์สกาล่า ปฏิเสธที่จะให้เหตุผลว่าทำไมจึงยกเลิกการฉายเรื่อง เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ และปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า เป็นการตัดสินใจยกเลิกของทางโรงภาพยนตร์เองหรือมีการขอความร่วมมือจากทางการ โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ทางบริษัทเพิ่งตัดสินใจยกเลิกการฉายเรื่อง เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ ในวันนี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD) ได้เชิญชวนประชาชนให้ร่วมดูภาพยนตร์ เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ รอบปฐมทัศน์ในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ย.) โดยระบุว่าเป็นการแสดงออกต่อต้านรัฐประหาร

19_002_1

ธันย์ ฤทธิพันธ์ หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม LLTD ให้สัมภาษณ์ ว่า ทางกลุ่มได้เหมาตั๋วที่นั่งของสกาล่าสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้ และได้เจรจากับทางโรงภาพยนตร์เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมดังกล่าวมาตลอด จนกระทั่งวันนี้เพิ่งได้รับการติดต่อมาว่าโรงภาพยนตร์ได้ยกเลิกการฉายภาพยนตร์ เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ ทำให้ตนรู้สึกตกใจอย่างมาก สำหรับคำถามที่ว่าจะยังมีกิจกรรมต้านรัฐประหารในวันพรุ่งนี้หรือไม่ นายธันย์กล่าวว่าต้องขอประชุมกับสมาชิกกลุ่มคนอื่นๆ ก่อน

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นศ.โผล่ชู 3 นิ้วให้นายกฯ ขึ้นเวทีที่ขอนแก่น
นศ.โผล่ชู 3 นิ้วให้นายกฯ ขึ้นเวทีที่ขอนแก่น

จับแม่ม่ายญี่ปุ่นสงสัยวางยาฆ่าสามี ตะลึงพบมีสามีมาแล้ว 6 คนตายเรียบ

เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่า ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมนางชิซาโกะ คาเคฮิ วัย 67 ปี ในนครเกียวโต ฐานเป็นผู้ต้องสงสัยวางยาฆ่าสามีด้วยสารพิษไซยาไนด์ และจากการสอบสวนยังสร้างความตกตะลึงเมื่อพบว่า นางชิซาโกะมีคนรักมาแล้ว 6 คนและเสียชีวิตไปแล้วทั้งหมด โดยนางชิซาโกะได้เงินประกันชีวิตและทรัพย์สินต่างๆ จากการตายของชายทั้งเจ็ดรวมกัน 800 ล้านเยน หรือราว 224 ล้านบาทในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

จับแม่ม่ายญี่ปุ่นสงสัยวางยาฆ่าสามี ตะลึงพบมีสามีมาแล้ว 6 คนตายเรียบ

เรื่องดังกล่าวแดงขึ้นเมื่อผลชันสูตรศพนายอิซาโอะ คาเคฮิ วัย 75 ปี สามีคนที่ 4 แต่เป็นคนรักคนที่ 7 และคนล่าสุดพบสารไซยาไนด์อยู่ในเลือดปริมาณสูงมาก โดยนายคาเคฮิล้มป่วยกะทันหันที่บ้าน และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อเดือนธ.ค. ปีก่อน ขณะนั้นทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกันยังไม่ถึง 2 เดือน

ชีวิตรักมรณะของนางชิซาโกะเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2537 เมื่อสามีคนแรกเสียชีวิตขณะอายุได้ 52 ปี จากนั้นปี 2549 สามีคนที่ 2 เสียชีวิตในวัย 69 ปี ด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก และการแต่งงานครั้งที่ 3 ต้องจบลงในปี 2551 เมื่อสามีเสียชีวิตในวัย 75 ปี ปีต่อมาคนรักที่เชื่อว่าป่วยเป็นมะเร็งก็เสียชีวิตตามไปเป็นรายที่ 4 และปี 2555 คู่หมั้นคนใหม่ขับจักรยานยนต์ล้ม และเสียชีวิตไปอีกราย โดยมีการพบร่องรอยของไซยาไนด์ในศพของชายคนนี้ ส่วนคนที่ 6 อยู่ในฐานะคนรัก เสียชีวิตเมื่อเดือนก.ย. ปีก่อน หลังจากทั้งคู่ไปรับประทานอาหารด้วยกันที่ภัตตาคารและกลับมาล้มป่วยกะทันหัน

นางชิซาโกะถูกจับวันนี้ แต่นางปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการตายสามีคนล่าสุด โดยนางชิซาโกะซึ่งเป็นอดีตพนักงานธนาคารเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อต้นปียืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ ทั้งยังกล่าวว่า “ถ้าทุกคนสงสัยว่าเป็นฆาตกรรม ฉันกัดลิ้นตัวเองตายยังง่ายซะกว่า”

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเคยมีคดี “แม่หม้ายดำ” คล้ายกันนี้มาแล้วเมื่อปี 2555 ผู้ต้องหาชื่อ นางคานาเอะ คิจิมะถูกศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิตในข้อหาฆ่าสามีวัย 41, 53 และ 80 ปี รวม 3 คนที่พบผ่านเว็บไซต์หาคู่ โดยขณะนี้นางคิจิมะยังถูกจำคุกอยู่เพื่อรอฟังศาลอุทธรณ์ตัดสิน

ที่มา มติชนออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

เจ้าสาวปล่อย โฮ เจ้าบ่าวขอหย่าทันทีหลังเห็นหน้าในคืนแต่งงาน

เจ้าสาวชาวซาอุดิอาระเบียปล่อยโฮครั้งใหญ่ หลังเจ้าบ่าวขอหย่าขาดทันทีที่เห็นหน้าเธอ หลังเลิกผ้าคลุมหน้าขึ้นในคืนวันแต่งงาน ฝ่ายหลังเผย เธอไม่เป็นดังที่คาด ทำให้เขาผิดหวังสุดๆ

เจ้าบ่าวขอหย่าเจ้าสาว ทันทีหลังเห็นหน้าในคืนแต่งงาน

เว็บไซต์ข่าวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ “กัลฟ์ นิวส์” รายงานจากเมืองเมดินาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ว่า เจ้าบ่าวรายหนึ่งในเมืองเมดินาห์ของซาอุดิอาระเบีย ประกาศของหย่าขาดจากเจ้าสาวของตนเองทันทีในคืนวันแต่งงาน หลังเธอเลิกผ้าคลุมหน้าขึ้น ขณะที่ช่างภาพขอให้พวกเขาถ่ายรูปร่วมกัน โดยชายหนุ่มกล่าวกับเจ้าสาวผู้โชคร้ายว่า เธอไม่ใช่อย่างที่เขาจินตนาการไว้ เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วย เขาขอโทษแต่ก็ต้องขอหย่ากับเธอทันที

สื่อท้องถิ่นระบุว่า ทั้งสองคนไม่ยอมนัดมาพบปะกันก่อนแต่งงานทั้งที่ประเพณีก็อนุญาตให้ว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวสามารถพบปะกันได้ตามความเหมาะสมก่อนพิธีสมรส

หลังจากถูกขอหย่าในคืนวันแต่งงาน เจ้าสาวก็ร้องไห้ออกมาทันที ท่ามกลางแขกเหรื่อที่กรูกันเข้ามาปลอบ และพยายามทำความเข้าใจว่า เหตุใดคืนที่จะต้องเป็นคืนที่มีความสุขกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมของเจ้าสาวไปได้ ทั้งนี้ เมื่อเรื่องราวแพร่กระจายออกไป ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นเข้าข้างเจ้าสาวและโพสต์ว่า เจ้าบ่าวไม่มีความรับผิดชอบและไม่มีความรู้สึก ทั้งคู่ควรพบกันก่อนการแต่งงานสักครั้งก็ยังดี

กระทู้แนะนำ icon_hot_2>>

เพจหนุ่มหล่อ ไทย-ลาว รวมฮิตรูปผู้บ่าวที่ราบสูง ใสสไตล์บ้าน ๆ เพจหนุ่มหล่อ ไทย-ลาว รวมฮิตรูปผู้บ่าวที่ราบสูง ใสสไตล์บ้าน ๆ

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว