สาวสุดทน ถูก 2 แม่ลูกแซงคิวซื้อชา ขับรถไล่เหยียบกะเอาตาย

อย่าคิดจะแซงคิว ไม่เช่นนั้นอาจเจอเหตุการณ์ระทึกอย่าง 2 แม่ลูกรายนี้ ที่แซงคิวซื้อชานม จนถูกคนมาก่อนฉุนจัด เดินไปขับรถมาไล่ชน วุ่นไปทั้งเมือง

สาวสุดทน ถูก 2 แม่ลูกแซงคิวซื้อชา ขับรถไล่เหยียบกะเอาตาย

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2558 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุหญิงรายหนึ่งพยายามคนขับรถไล่ชน 2 แม่ลูก ในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู ประเทศจีน สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้รายงานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น หญิงผู้ก่อเหตุกำลังต่อแถวซื้อชานมอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่ง แต่แล้วได้มีผู้หญิงอีกคนซึ่งอุ้มลูกอยู่ในมือ เดินแซงคิวลูกค้าทุกคนไปอย่างหน้าตาเฉย แม้ถูกต่อว่าก็ไม่สนใจ ทำให้หญิงผู้ก่อเหตุตัดสินใจเดินออกจากแถวไปโดยไม่พูดอะไร แต่กลับขึ้นไปนั่งบนรถยี่ห้อออดี้ของเธอ แล้วตัดสินใจเหยียบคันเร่งหวังจะพุ่งชนสองแม่ลูกที่เพิ่งซื้อชานม ทันที

อย่างไรก็ตามเมื่อหญิงผู้เป็นแม่เห็นว่ามีรถพยายามพุ่งชนเธอ เธอก็รีบวิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ในร้านเครื่องสำอางใกล้ ๆ แต่หญิงที่ขับรถออดี้ก็ยังไม่ลดละ ยังขับรถตามมาขวางหน้าประตูร้าน กระทั่งประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ตื่นตกใจ รีบเข้ามาช่วยสกัด จนสามารถปรามเหตุวุ่นวายเอาไว้ได้

ภายหลังได้มีผู้แจ้งความ และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงก็ได้ควบคุมตัวหญิงผู้ก่อเหตุเอาไว้ ก่อนนำตัวไปสอบสวนต่อไป

สาวจีนยัวะถูกคู่แม่ลูกแซงคิวซื้อชานม ขึ้นรถขับออกปรี่เข้าไล่เหยียบเอาถึงตาย

ภาพจาก hdrich.com, jschina.com.cn

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

ช่างกล้า! หนุ่มลวนลามเด็กหญิงวัย 4 ขวบ แต่อ้างว่าเด็กเป็นฝ่ายยั่วตัวเองก่อน!

ช่างกล้า! หนุ่มลวนลามเด็กหญิงวัย 4 ขวบ แต่อ้างว่าเด็กเป็นฝ่ายยั่วตัวเองก่อน!
Stephen Nelson หนุ่มวัย 19 ปี จากรัฐแอริโซน่า สหรัฐฯ ถูกจับกุมข้อหาทำอนาจารเด็กหญิงวัย 4 ขวบ สิ่งที่เขาทำก็ว่าผิดมากพอดูอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขากล่าวอ้างนี่สิ น่ารังเกียจกว่าเป็นกอง!

หนุ่มลวนลามเด็กหญิงวัย 4 ขวบ แต่อ้างว่าเด็กเป็นฝ่ายยั่วตัวเองก่อน!

หนุ่มรายนี้บอกกับตำรวจว่า เด็กหญิงเป็นฝ่าย “ปิ๊ง” เขาก่อน และเธอได้จับมือของเขาไจับตรงของสงวนของตัวเอง

ขณะที่พ่อของเหยื่อวัย 4 ขวบ บอกว่า ตนเดินเข้าไปในห้องของลูกสาวและพบหนุ่มรายนี้อยู่ในห้อง ขณะที่กางเกงของเด็กหญิงลงมากองอยู่ที่ข้อเท้า เขาจึงรีบแยกตัวลูกออกมาและถามว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กหญิงกล่าวว่า ชายรายนี้พยายามล่วงเกินเธอ และจะถ่ายรูปของลับของเธอด้วย

และในที่สุด Stephen Nelson ก็ถูกจับกุมข้อหากระทำอนาจารเด็ก

แปลและเรียบเรียงจาก nydailynews

ที่มา: http://news.boxza.com/view/27935

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

10 พ่อแม่รังแกฉัน ที่เลี้ยงลูกได้เลวร้ายที่สุด

10 พ่อแม่รังแกฉัน ที่เลี้ยงลูกได้เลวร้ายที่สุด ในความคิดของคุณ พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกไม่ดี ก็คือพ่อแม่ที่ไม่ดูแลเอาใจใส่ลูก ชอบทำร้าย ทุบตีลูก แต่การเป็นพ่อแม่แย่ๆ ก็มีอีกหลายแบบที่คุณคาดไม่ถึง มาลองดูการเลี้ยงลูกแย่ๆ ของแพ่แม่เหล่านี้กัน แล้วคุณจะต้องอึ้งแน่นอน

แม่ให้ลูกทำ ศัลยกรรมหน้าอก  อายุ 16

1. ซาราห์ เบิร์ก คุณแม่ผู้ให้ของขวัญวันเกิดลูกสาววัย 7 ขวบของเธอ เป็นบัตรเงินสดมูลค่า 320,000 บาท เพื่อไปศัลยกรรมหน้าอก โดยถ้าเธออายุ 16 เมื่อไหร่ เธอจะสามารถนำเงินนี้ไปเสริมหน้าอกอย่างที่เธอต้องการเป็นเหมือนแม่เธอได้ทันที แต่ถ้าถึงตอนนั้น หน้าอกเธอใหญ่พอแล้ว เธอก็สามารถนำเงินก้อนนี้ไปทำอย่างอื่นได้อีกด้วย

2. ทอร์รี่ แฮนเซน แม่บุญธรรมวัย 33 ปี จากเทนเนสซี่ ส่งเด็กชายชาวรัสเซียวัย 7 ขวบที่เพิ่งรับไปเลี้ยง นั่งเครื่องกลับมายังรัสเซียตามลำพัง พร้อมกระดาษโน๊ตที่บอกว่า เด็กคนนี้หัวรุนแรงและมีปัญหาทางจิต ซึ่งเป็นผลให้รัสเซียขู่ว่า จะระงับการรับเด็กเป็นลูกบุญธรรมจากครอบครัวในอเมริกาทั้งหมด

ส่งเด็กรัสเซียนั่งเครื่องกลับตามลำพัง พร้อมโน๊ตที่บอกว่า เด็กคนนี้หัวรุนแรงและมีปัญหาทางจิต

3. พ่อแม่คู่หนึ่งในเกาหลีใต้ ปล่อยลูกสาววัย 3 เดือนเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน หลังจากพวกเขาทั้งคู่ติดเกมออนไลน์ และมักจะออกมาใช้ชีวิตตามร้านอินเทอร์เน็ตมากกว่าจะอยู่ดูแลลูกที่บ้าน

 ปล่อยลูกสาววัย 3 เดือนเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน หลังจากพวกเขาทั้งคู่ติดเกมออนไลน์

4. ซานดร้า มิแรนด้า คุณแม่ จากฟลอริด้า จัดให้ลูกสาวตัวเองตบกับเพื่อนร่วมชั้น โดยมีคลิปวิดีโอได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานเอาไว้ทั้งหมด และถูกโพสต์บนเฟสบุ๊คอีกด้วย โดยตลอดเวลาเธอตะโกนให้ลูกสาวตัวเอง ตีเพื่อนให้แรงๆ และบอกให้เธอกัดคู่ต่อสู้อีกด้วย

ให้ลูกสาวตัวเองตบกับเพื่อนร่วมชั้น

5. เคอร์รี่ แคมป์เบลล์ คุณแม่ชาวอังกฤษวัย 34 ปี ผู้รักสวยรักงาม ฉีดโบท็อกให้ บริทนีย์ ลูกสาวตัวเองวัย 8 ขวบ เพื่อไม่ต้องการให้เธอมีริ้วรอยบนใบหน้า และยังคงความอ่อนเยาว์เอาไว้ตลอด โดยครั้งแรกหนูน้อยถึงกับร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด (ต่อมาเธอออกมาอ้างว่า เรื่องทั้งหมดเธอแต่งขึ้นเพื่อเป็นการหลอกลวง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงเท็จอย่างไร)

ฉีดโบท็อกให้ ลูกสาว

6. เจมส์ และ แซนดร้า เดวิส คู่แต่งงานชาวจอร์เจียพยายามบังคับให้ลูกสาวของเธอวัย 14 ปี มีเพศสัมพันธ์กับชายคนหนึ่ง เพื่อที่พวกเธอจะได้ไม่ต้องชำระเงินค่าผ่อนรถมินิแวนมือสองของพวกเขาประมาณ 9,000 บาท สุดท้ายพวกเขาถูกตัดสินจำคุก 10 ปี และคุมประพฤติอีก 10 ปี

บังคับให้ลูกสาวของเธอวัย มีเพศสัมพันธ์กับชายคนหนึ่ง

7. บิลลี่ โจ แมดเดน พ่อขี้เมาจากมิสซิสซิปปี้ บังคับให้ลูกชายวัย 8 ขวบขับรถของเขา เพื่อที่เขาจะได้หลับ โดยที่มีลูกน้อยอีกคนวัย 4 ขวบนั่งอยู่ที่เบาะหลังโดยไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย

บังคับให้ลูก ขับรถของเขา เพื่อที่เขาจะได้หลับ

8. เฟรมอน เซย์ พ่อลูกติดจากซีแอตเติ้ล ลงโทษลูกสาวตนเองที่หนีไปงานเลี้ยงโดยไม่ได้รับอนุญาต เขาให้เธอใส่ชุดเกราะเหมือนในยุคกลาง และให้ต่อสู้กับเขาด้วยดาบไม้เป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ตำรวจกล่าวว่า เขาชกและตีเธอด้วยกิ่งไม้ก่อนที่จะต่อสู้อีกด้วย

 ลงโทษลูกสาวตนเองที่หนีไปงานเลี้ยง

9. พ่อแม่คู่หนึ่งทะเลาะกัน ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ดันลืมลูกน้อยวัย 8 เดือนไว้ในลานจอดรถ เพราะต่างฝ่ายต่างคิดว่า อีกฝั่งเอาลูกไปด้วย จนกระทั่งมีคนมาพบเด็กน้อยนอนตากแดดอยู่ในรถเข็นเด็ก ในอากาศที่ร้อนจัด จนเขาอยู่ในสภาวะขาดน้ำ แต่ก็โชคดีที่รอดมาได้

พ่อแม่คู่หนึ่งทะเลาะกัน ลืมลูกไว้ในลานจอดรถ

10. รอนด้า โอลเดอร์ ผิดหวังกับผลการเรียนของลูกชายวัย 15 ของเธอเป็นอย่างมากที่ได้เกรดเฉลี่ยต่ำ เธอจึงลงโทษเขาด้วยการให้เขาห้อยป้ายประจานตัวเองอยู่บนถนนแถวแทมปาเบย์ ฟลอริด้า ซึ่งเป็นแถวบ้านของพวกเขาเอง

ผิดหวังกับผลการเรียนของลูก ได้เกรดเฉลี่ยต่ำ ลงโทษ ให้เขาห้อยป้ายประจานตัวเอง

ที่มา:http://www.patjaa.com/10-พ่อแม่รังแกฉัน-ที่เลี้/

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

ดังทั่วเน็ต! โจ๋คนดังต่อยแฟนแบบไม่ยั้ง แต่กลับไปโพสต์เฟซบุ๊คอย่างหล่อ

วันนี้บนโลกโซเชี่ยลได้มีการร์คลิปเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ เมื่อมีชายคนหนึ่งได้กำลังซ้อมผู้หญิง คาดว่าเป็นแฟนแท้ๆของเขาเอง บันดาลโทสะ ทำร้ายร่างกายผู้หญิงแบบรุนแรง

โดยไม่มีการยั้งมือ ทั้งๆที่มีเพื่อนคอยพูดห้าม แต่ก็เหมือนว่ายิ่มห้ามยิ่งยุ ทำร้ายร่างกายจนผู้หญิงได้ล้มลงหมดแรงสู้ไป โดยคลิปดังกล่าวถูกถ่ายไว้โดยเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์

พ่อเป็นตำรวจแล้วไง! ต่อยผู้หญิงแบบไม่ยั้งนี่ขอให้บอก แต่ไม่กลัวผมลูกตำรวจทำไรไม่ผิด

และได้นำมาแชร์ต่อ ด้วยข้อความดังนี้

แหลมสิง หล่มสัก ‪#‎แชร์กันหน่อยสงสารผู้หญิง‬
ต่อยผู้หญิงนี่ขอให้บอกผมผมลูกตำรวจทำไรไม่ผิด แหลมสิงลูกตำรวจ เมายาช้อมเมียเหมือนกระสอบทราย

โจ๋คนดังต่อยแฟนแบบไม่ยั้ง แต่กลับไปโพสต์เฟซบุ๊คอย่างหล่อ โจ๋คนดังต่อยแฟนแบบไม่ยั้ง แต่กลับไปโพสต์เฟซบุ๊คอย่างหล่อ

ที่มา postjung.com

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ชาวบ้านพบพระพิฆเนศอายุ 700 ปี ชาวบ้านแห่มากราบไหว้และตีเป็นเลขเด็ดเลขดัง

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.58 เวลาประมาณ 12.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายธนิก มาสีพิทักษ์ อดีตส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย แจ้งว่า มีชาวบ้านบ้านหนองปิง ม.18 ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น มานิมนต์พระอาจารย์สุวิทย์ ชินวโร หรือ “ครูบาไก่” พระลูกวัดวัดป่าบ้านขุมดิน ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น มาทำพิธีนั่งสมาธิดูพื้นที่นาของ นางนิตยา นารี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82 ม.18 ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังมีผู้พบแสงประหลาดเกิดขึ้นหลายครั้งตอนกลางคืน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

เลขเด็ด, เลขดัง, พระพิฆเนศ, พระพิฆเนศอายุ 700 ปี ,ความเชื่อ

พบว่าที่นาดังกล่าวอยู่ใกล้กับโรงเรียนบ้านหนองปิง พบชาวบ้านจำนวนมากมาร่วมพิธีจุดธูปเทียนเพื่อขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ ประกอบพิธีตามความเชื่อของคนในชุมชน โดยมีพระอาจารย์สุวิทย์ เป็นผู้ประกอบพิธีดังกล่าว โดยชาวบ้านบอกว่ามีชาวบ้าน 1 คนที่พบแสงประหลาดได้เสียชีวิตแล้ว ไปเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เลขเด็ด, เลขดัง, พระพิฆเนศ, พระพิฆเนศอายุ 700 ปี ,ความเชื่อ

นางนิตยา นารี เจ้าของที่นา กล่าวว่า ตนได้พบเห็นแสงประหลาดขึ้นคล้ายกับพระจันทน์ลอยขึ้นจากที่นาของตน ขึ้นไปบนฟ้าอย่างช้าๆ จึงได้ทักไปว่าแสงอะไรเกิดขึ้นในที่นาของตนเอง ซึ่งก็พบว่าแสงดังกล่าวนั้นกระพริบตอบ จึงได้ไปบอกคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันมาดู ก็พบว่าแสงดังกล่าวค่อยๆ ลอยขึ้นไปบนฟ้าก่อนที่จะหายไป

ด้านนายฤทธิชัย นารี กล่าวว่า ตนเองและพ่อ ได้พบเห็นแสงไฟประหลาด ซึ่งมีขนาดเท่ากำปั้นลอยขึ้นไปบนฟ้าและค้างนานอยู่หลายนาที ซึ่งคุณพ่อก็บอกว่าจะไปกลัวอะไรแค่แสงไฟ ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ 3 นัด พอรุ่งเช้าคุณพ่อก็ประสบอุบัติเหตุรถชนได้รับบาดเจ็บ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ก่อนกลับมาพักฟื้นที่บ้านพัก จากนั้นไม่นานได้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ขณะกำลังร่วมทำบุญกับชุมชนภายในวัด จึงเชื่อว่าจะเป็นการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในที่นาดังกล่าวก็อาจที่จะเป็นไปได้

เลขเด็ด, เลขดัง, พระพิฆเนศ, พระพิฆเนศอายุ 700 ปี ,ความเชื่อ

พระอาจารย์สุวิทย์ กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวมีพระพิฆเนศถูกฝังอยู่ใต้ดิน ซึ่งถึงเวลาที่ท่านฯต้องการที่จะขึ้นมาปกปักรักษาลูกหลาน จึงได้ประกอบพิธีเพื่อนำขึ้นมา โดยพาทีมข่าวและชาวบ้านร่วมพิสูจน์ ด้วยการเดินไปชี้จุดที่พระพิฆเนศถูกฝังอยู่ ก่อนใช้ด้ายสายสิญจน์ขึงเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมเพื่อกันห้ามคนเข้าออก พร้อมกับให้ชาวบ้านในหมู่บ้านช่วยกันขุด ลึกลงไปกว่า 2 เมตร แต่พื้นที่ขุดเป็นดินลูกรังสลับกับดินแข็งทำให้ต้องใช้เวลาในการขุดนานกว่า 4 ชม.ก็ยังคงไม่พบ พระอาจารย์สุวิทย์ จึงได้ประกอบพิธีขอขมาและให้เจ้าของที่ดินมาร่วมพิธีด้วยเนื่องจาก องค์พระพิฆเนศไม่พอใจเนื่องจากมีชาวบ้านยิงปืนเข้าใส่และลบหลู่ต่างต่างนานา จึงได้ให้เจ้าของที่ดินและเพื่อนบ้านรวมไปถึงคนที่ยิงปืนเข้าใส่ลำแสงดังกล่าวมาประกอบพิธีขอขมา

เลขเด็ด, เลขดัง, พระพิฆเนศ, พระพิฆเนศอายุ 700 ปี ,ความเชื่อ

ปรากฏว่า อากาศที่ร้อนอบอ้าวอยู่ๆ ก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก หลังประกอบพิธีเสร็จ พระอาจารย์สุวิทย์ จึงได้ทำการลงมือขุดด้วยตนเอง ประมาณ 20 นาที พร้อมทั้งบริกรรมคาถา ปรากฎว่าเสียมได้ไปขุดโดนวัตถุคล้ายกับของแข็งจึงค่อยๆ ขุดลงไปก็พบองค์พระพิฆเนศปางประทานพร และมีด้ามจับความยาวประมาณ 50 ซม.เนื้อทองสัมฤทธิ์ คราดว่าอายุประมาณกว่า 700 ปี ถูกฝังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ จมลึกอยู่ในชั้นดินของที่นาดังกล่าว ลักษณะตรงตามที่วาดลงในกระดาษ ก่อนที่จะทำการขุด สร้างความประหลาดใจและความเลื่อมใสศรัทธาให้กับชาวบ้านที่พากันมาติดตามการประกอบพิธีดักล่าวกว่า 200 คน

ก่อนนำองค์พระพิฆเนศดังกล่าวใส่พานที่ใช้ในการบริกรรมคาถาและนำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดบูรพาทิศ ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านได้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ขณะที่มีชาวบ้านที่ทราบข่าวทั้งจากในหมู่บ้านเดียวกันและจากหมู่บ้านข้างเคียงต่างพากันมากราบไหว้และตีเป็นเลขเด็ดเลขดังตามความเชื่อต่างๆอย่างมากมาย

นายธนิก กล่าวว่า ที่ผ่านมา ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างเชื่อว่าพระอาจารย์สุวิทย์ มีวิชาอาคม เนื่องจากร่ำเรียนวิชากับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และสกลนคร ตั้งแต่บวชเป็นสามเณร เป็นลูกศิษย์สายอาจารย์ฝั้น ปัจจุบันจำวัดอยู่ที่วัดป่าขุมดิน ซึ่งการรับนิมนต์จากชาวบ้านสาวะถี นั้นมีทั้งคนเชื่อและคนไม่เชื่อ ซึ่งเป็นความคิดส่วนบุคคลและต้องใช้วิจารณญาณ ในการติดตามการบริกรรมคาถาหรือเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งหมดส่วนตัวเองนั้นมีความเชื่อถือและนับถือในเรื่องดังกล่าวอย่างมาก และติดตามการรับกิจนิมนต์ของพระอาจารย์สุวิทย์ หลายครั้ง ครั้งนี้ตนได้ร่วมลงมือขุดด้วย พบว่าดินมีความแข็งมาก และไม่มีร่องรอยที่จะทำให้เชื่อว่ามีคนนำไปฝังไว้ เพราะขณะเดินไปชี้จุดที่พบองค์พระพิฆเนศนั้น หน้าดินมีความเรียบเสมอกันทั้งหมด มีหญ้าขึ้น ตามธรรมชาติ

ทั้งนี้ องค์พระพิฆเนศที่ค้นพบนั้น หลังจากให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ทำการกราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลตามศาสตร์ขององค์ท่านฯแล้ว จะนำกลับไปที่วัดป่าบ้านขุมดิน อ.มัญจาคีรี เพื่อนำไปเก็บรวบรวมไว้ที่เดียวกัน เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด เพราะเป็นศูนย์รวมพระพุทธรูป รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้โบราณที่ พระอาจารย์สุวิทย์ ได้ทำการนั่งนิมิตและค้นพบมาอย่างต่อเนื่องรวมกว่า 200 องค์ ซึ่งแต่ละองค์ไม่ทราบถึงที่มาขององค์พระและไม่ทราบว่ามีความเก่าแก่เพียงใด

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

—————————————–

เลขเด็ดงวดนี้

ตรวจหวย หวย ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขเด็ด

เฉลยแล้ว ว่าใครเป็นคนทำ ปิดตำนานบ้านไฟไหม้ 200 ครั้ง

 เฉลยแล้ว ลูกสะใภ้เป็นคนกุเรื่องและจุดไฟเอง ในขณะตำรวจเชิญคนในบ้านไปโรงพัก ปรากฏว่า “ไม่เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นอีก”

ปิดตำนานบ้านไฟไหม้ 200 ครั้ง
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดผ่านไปกว่า 30 ชม. ผ่าน ไร้ไฟปริศนา ด้านตร.ขู่วางเพลิงโทษหนัก


รายงาน…ภาพจากกล้อง…บอกพฤติกรรม #‎ข่าวช่อง8‬

เพิ่มเติม คลิปเต็มๆ จากกล้อง เห็นชัดๆ เจ้าของบ้านเป็นคนจุดเอง ประมวลคลิปของทีมข่าวช่อง 8 เป็นคลิปที่กล้องบันทึกได้ถ่ายเอาไว้ได้ ปรากฏคลิปหญิง (ลูกสะใภ้เจ้าของบ้าน) คนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ทุกครั­้งที่เกิดไฟไหม้ของในบ้าน ‪#‎จากเหตุไฟไหม้บ้านที่พัทลุง‬

บรรยากาศที่บ้านของนายล้อม เลขที่ 144 บ้านโละจังกระ หมู่ 6 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง มีเพื่อนบ้านเข้าเยี่ยมให้กำลังใจตลอดทั้งวัน โดยชาวบ้านส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นการกระทำของคนในบ้าน ในขณะที่อีกส่วนเชื่อว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ในขณะที่นายล้อมและคนในบ้านมีสีหน้า เคร่งเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงเช้าเกิดไฟปริศนาลุกไหม้ขึ้น 2 ครั้ง คือในเวลา 07.00 น. ไฟไหม้เทียนไข และเวลา 07.30 น. มีไฟไหม้เสื้อผ้าในห้องนอน แต่ภายหลังจากที่นายล้อม พร้อมลูกชายและลูกสะใภ้ ถูกตำรวจเรียกสอบปากคำ ปรากฏว่าไม่เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นอีกเลย จากเหตุกรณีเกิดไฟปริศนาลุกไหม้ขึ้นตามจุดต่างๆภายในบ้านของนายล้อม ศักดิ์หวาน อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 บ้านโละจังกระ หมู่ 6 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง โดยไม่ทราบสาเหตุร่วม 200 ครั้ง ในรอบ 1 เดือน สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กันไปต่างๆนานา

กระทั่งนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสื่อมวลชนเข้าไปพิสูจน์ ความจริง โดยเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ทีวีดิจิตอลช่อง 8 ได้นำคลิปวีดิโอออกมาเผยแพร่ โดยระบุว่าเป็นคลิปที่ผู้สื่อข่าวและทีมงานแอบถ่ายไว้ภายในบ้านเกิดเหตุ เป็นภาพหญิงคนหนึ่งทราบต่อมาคือนางวันทนา สิงห์เรือง อายุ 35 ปี ลูกสะใภ้ของเจ้าของบ้าน ซึ่งนั่งอยู่ริมฝาผนังภายในบ้าน นำกองเศษผ้ามาวางบนพื้น มือซุกอยู่ใต้กองผ้า พร้อมหันซ้ายหันขวาด้วยท่าทางมีพิรุธคล้ายสำรวจว่ามีใครหันมามองหรือไม่ ก่อนจะลุกเข้าไปในห้องแล้วเรียกเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ออกมาชี้จุดไฟไหม้บริเวณกองผ้า เพื่อเรียกให้คนในบ้านมาช่วยดับ

ต่อมานายวีรชัย พุทธวงศ์ ประธานหลักสูตรนิติวิทยาศาสตร์ และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แถลงถึงไฟปริศนาที่เกิดขึ้นว่ามั่นใจว่าเกิดจากฝีมือของมนุษย์ ไม่ใช่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ การเกิดเพลิงไหม้ต้องมี 3 องค์ประกอบคือเชื้อเพลิง อากาศ และพลังงานความร้อน แต่ภายในบ้านหลังดังกล่าวไม่มีต้นกำเนิดความร้อน อีกทั้งวัสดุที่ติดไฟเป็นวัสดุติดไฟที่อุณหภูมิสูง เช่น ไนลอน

ส่วนวัสดุติดไฟที่อุณหภูมิต่ำกลับไม่ติดไฟ พร้อมระบุด้วยว่าการตั้งกล้องบันทึกภาพที่หน่วยงานต่างๆลงไปติดตั้งจะช่วย ให้คำตอบได้ ถ้าอยากให้ชัดเจนอาจจัดอาสาสมัครประกบสำรวจพฤติกรรมสมาชิกในบ้าน เชื่อว่าถ้าทดลองสำรวจแนวทางนี้จะไม่พบไฟลุกในบ้านโดยที่ไม่สามารถหาสาเหตุ ได้อีก และยังเปิดเผยอีกว่ามีหลักฐานเด็ดที่จะเปิดเผยเบื้องหลังที่แท้จริงของ เหตุการณ์ไฟปริศนาที่เกิดขึ้นด้วย

ในขณะที่นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์คลิปดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Jessada Denduangboripant” พร้อมกับระบุว่า “คลิปเฉลยปริศนาไฟไหม้เป็นร้อยครั้งที่พัทลุงจากกล้องที่ซ่อนไว้ของนักข่าว เห็นว่ามีผู้หญิงแอบจุดไฟที่กองผ้า ก่อนจะไปตามเด็กมาชี้ไฟ และคนทั้งบ้านมาช่วยกันดับ หมดหน้าที่นักวิทยาศาสตร์แล้ว ต่อไปก็เรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจัดการต่อแล้วครับ”

นอกจากนี้ ในตอนสายวันเดียวกัน นายเปลื้อง สุวรรณมณี ผอ.สถาบันปฏิบัติการชุมชนเพื่อการศึกษาแบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลา นำคณะนักวิทยาศาสตร์ 20 คน เข้าไปติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งภายในบ้านและบริเวณรอบบ้านของนายล้อม รวม 11 จุด ยกเว้นห้องน้ำ เพื่อเฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกล้องจะจับภาพเหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในบ้านเด็ดขาด ส่วนคนในบ้านยังอาศัยอยู่ตามปกติ โดยนายเปลื้องกล่าวว่า การติดตั้งกล้องวงจรปิดในครั้งนี้ จะปฏิบัติงานควบคู่ไปกับการตรวจสอบพิสูจน์ทราบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

กระบวนการทางฟิสิกส์ และกระบวนการทางเคมี จะใช้ระยะเวลาดำเนินงานประมาณ 2-3 วัน คาดว่าน่าจะได้คำตอบ ที่เป็นเหตุเป็นผล ตามกระบวนการพุทธศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ สามารถตอบข้อสงสัยของประชาชนได้ ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.เจริญ พุ่มนวล พนักงานสอบสวน สภ.ตะโหมด จ.พัทลุง ได้เชิญตัวนายล้อม เจ้าของบ้านพร้อมนายกิตติยา ศักดิ์หวาน อายุ 32 ปี และนางวันทนา สิงห์เรือง อายุ 35 ปี ลูกชายและลูกสะใภ้มาสอบปากคำ โดยนายกิตติยาเผยภายหลังเข้าให้ปากคำตำรวจ ว่าตำรวจเรียกมาสอบเพิ่มเติมหลังมีคลิปข่าว

แต่ตนเชื่อว่าไม่มีใครในบ้านเป็นคนเผา หากเผาตามที่สื่อเสนอจะเผาเพื่ออะไร ส่วนเหตุการณ์ตามคลิปนั้น ตนเป็นคนสั่งให้ภรรยาแยกเสื้อผ้าที่กองไว้ เพราะหากกองรวมกันหวั่นจะเกิดไฟลุกไหม้จนได้รับความเสียหาย และขณะที่นั่งแยกผ้าอยู่นั้น ลูกสาวตื่นนอน ภรรยาจึงลุกขึ้นไปหาลูก ใช้เวลานานกว่า 7 นาที ก่อนที่จะออกมาจากห้อง และเกิดไฟลุกไหม้ ตนจะหารือทนายความเตรียมฟ้องทีวีและนักวิชาการคนดังกล่าวแล้ว “ผมยอมเอาหัวเป็นประกัน หากคนในบ้านเป็นคนลงมือเผาเอง” นายกิตติยากล่าวย้ำอย่างมั่นใจ

พ.ต.อ.เคียงศักดิ์ วรรณบูลย์ ผกก.สภ.ตะโหมด จ.พัทลุง กล่าวว่า หลังจากทีวีดิจิตอลช่อง 8 เผยแพร่คลิปวีดิโอภาพเหตุการณ์ไฟปริศนาในบ้านหลังดังกล่าว และต่อมานายวีรชัย พุทธวงศ์ นักวิชาการนิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาระบุว่าเพลิงปริศนาเป็นฝีมือของมนุษย์ มิใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นที่กล่าวขานของประชาชน ตนได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนเชิญนายล้อม เจ้าของบ้าน ลูกชายและลูกสะใภ้มาสอบปากคำเกี่ยวกับรายละเอียดที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใด

นอกจากนี้จะได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุยถึงปัญหา เพื่อสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่าย เพราะมองว่าหากปัญหายังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนอาจจะเกิดเรื่องบานปลายได้ พร้อมกำชับให้ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง เผยในเรื่องเดียวกันว่า หลังข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป หากเป็นการกระทำด้วยฝีมือตัวบุคคล โดยมิใช่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นตามปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ การกระทำของบุคคลที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดการไฟไหม้ขึ้นมา ก็จะเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับตนเอง

ส่วนบรรยากาศที่บ้านของนายล้อม เลขที่ 144 บ้านโละจังกระ หมู่ 6 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง มีเพื่อนบ้านเข้าเยี่ยมให้กำลังใจตลอดทั้งวัน โดยชาวบ้านส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นการกระทำของคนในบ้าน ในขณะที่อีกส่วนเชื่อว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ในขณะที่นายล้อมและคนในบ้านมีสีหน้า เคร่งเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงเช้าเกิดไฟปริศนาลุกไหม้ขึ้น 2 ครั้ง คือในเวลา 07.00 น. ไฟไหม้เทียนไข และเวลา 07.30 น. มีไฟไหม้เสื้อผ้าในห้องนอน แต่ภายหลังจากที่นายล้อม พร้อมลูกชายและลูกสะใภ้ ถูกตำรวจเรียกสอบปากคำ ปรากฏว่าไม่เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นอีกเลย

บรรยากาศบ้านเกิดเหตุไฟปริศนาไหม้สิ่งของเงียบเหงา ไม่มีชาวบ้านมาสังเกตการณ์ เผยผ่านมาแล้วกว่า 10 ชม. ไร้เปลวเพลิงปริศนา ด้านตำรวจยังไม่ตั้งข้อหาใครเหตุต้องรอหลักฐาน เผยหากพบว่ามีคนจุดไฟจริง จะดำเนินคดีข้อหาวางเพลิง โทษหนัก จำคุก 6 เดือนถึง 7 ปี

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบ้าน นายล้อม ศักดิ์หวาน อายุ 63 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 144 บ้านโละจังกระ หมู่ที่ 6 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง บ้านที่เกิดเหตุไฟไหม้สิ่งของอย่างปริศนา ว่า วันนี้บ้านหลังดังกล่าวเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงตำรวจ ฝ่ายปกครอง จนท.มหาวิทยาลัยทักษิณ และสมาชิกในครอบครัวดังกล่าวเท่านั้นที่อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ส่วนชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ไม่ได้เดินทางเข้ามาสังเกตการณ์เหมือนก่อน หน้านี้ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เหล่านี้น่าจะเห็นด้วยกับการเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์ ช่องหนึ่ง และนักวิชาการคนหนึ่งของ ม.เกษตรศาสตร์ ที่ออกมาฟันธงว่าเหตุที่เกิดขึ้นในบ้านหลังดังกล่าวเป็นการกระทำของคน มิใช่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

อย่างไรก็ดี หลังจาก ดร.เปลื้อง สุวรรณมณี ผู้อำนวยการสถาบันชุมชนเพื่อการศึกษาแบบบูรณาการมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา ได้นำเจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ประมาณ 20 คน ติดกล้องวงจรปิดรอบบ้าน 11 ตัว พร้อมกับนั่งเฝ้าดู ซึ่งถึงตอนนี้รวมกว่า 30 ชม. ก็ไม่พบความผิดปกติ หรือเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ ซึ่งทำให้สมาชิกในบ้าน โดยเฉพาะนายล้อม มีสีหน้าที่สดชื่นขึ้น

ทางด้าน ดร.เปลื้อง กล่าวว่า ระหว่างปฏิบัติการของกล้องวงจรปิดตั้งแต่เมื่อวานนี้จนถึงวันนี้ยังไม่เกิด ปรากฏการณ์ไฟปริศนาเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งวันนี้ตนจะประชุมคณะทีมงานนักวิทยาศาสตร์ นักเคมี นักฟิสิกส์ และทีมงานปฏิบัติการ เพื่อประมวลผลการปฏิบัติงานการตรวจสอบเหตุการณ์ในบ้านหลังดังกล่าวเป็นระยะๆ จนได้ข้อยุติ หลังจากนั้นก็จะมีการประชุมบูรณาการร่วมกัน ระหว่างนักวิชาการเคมี ฟิสิกส์ ตัวแทนชุมชนในพื้นที่หมู่ที่ 6 และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งเจ้าของบ้านด้วย ทั้งนี้ เพื่อสรุปเหตุการณ์จากการติดตั้งกล้องวงจรปิดรวมทั้งการตรวจสอบด้านอื่นๆ ที่ดำเนินการควบคู่กันไปด้วย จากนั้นก็จะจัดให้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป

ที่มา https://www.facebook.com / boxza.com

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ศึกนี้หนักแน่!! “หมอซัน กามาสุตรา” บอก อดีตนางงามชื่อดัง “เป็นหญิงกาลกิณี!!! ” แรงส์ได้ใจ

งานนี้มีตบ!!! หมอซัน ด่า น้ำเพชร เป็นผู้หญิงกาลกิณี ปากไม่ค่อยอยู่สุข

1_006

….สำหรับหมอดูแก้ผ้า ชื่อดัง อาจารย์ซัน หรือ หมอซัน กามาสุตรา ล่าสุดออกมาป่าวประกาศก้องโลกว่า อดีตนางงามชื่อดัง น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ มีลักษณะเป็นผู้หญิง กาลกิณี ต๊าย..ตาย อยู่ดีๆไม่ว่าดี วอนหาเรื่องใส่ตัวจริงนะค่ะ คุณหมอซัน

“จริงๆที่ อาจารย์ ออกมาพูดถึงน้องเขา ไม่ได้ว่าให้เสียหายนะครับ แค่อยากจะกล่าวเตือน เพราะลักษณะของผู้หญิงกาลกิณีเช่น ชอบทำเสียงเล็กเสียงน้อยกับผู้ชาย ทรวงอกแฟบเหมือนอกชาย พูดคำด่าคำปากคอเราะร้าย พูดไม่เงยหน้าสบตา หลายอย่างมันตรงกับ น้ำเพชร เลยอยากเตือนให้เขา จะได้มีชีวิตดีขึ้น” หมอซัน กล่าว
อ๋อ….สรุปคือหวังดี ชิมิค่ะ  “ใช่ คือเราไม่ได้ว่าร้าย น้ำเพชร นะ ผมอยากบอกตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแล้วว่าเขามีลักษณะเป็นผู้หญิงกาลกิณี แต่กลัวน้องเขาโกรธ แต่พอเริ่มได้รู้จักกันมากขึ้นเลยกล้าท้วงติง คือถ้าแก้ไขได้ จะมีผลกับดวง อย่างที่ได้แนะนำ น้ำเพชร ให้ไปออกเสียงในตุ่มหรือในห้องน้ำที่มันมีเสียงเอคโค่ เพื่อทำให้เสียงรอดคอแบบออกมาจากท้อง จะช่วยได้ เป็นการแก้ไขเพราะถ้ามีลักษณะกาลกิณี ทำงานทำการอะไรก็ไม่รุ่ง

1_006_1

ทางด้าน น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ เปิดใจ เป็นเรื่องจริงที่หมอซัน แนะนำมาว่าเธอมีลักษณะเป็นผู้หญิงกาลกิณี และไม่ได้ถือโทษโกรธที่โดนทักแรงๆแบบนั้น กลับรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำที่หมอซันแนะนำเรื่องราวดีๆให้


เปลือยนางงามนำ้เพชรหมอซัน

ที่มา: ที่มา : https://m.facebook.com/thaihothit/posts/1056181774410659

ข่าวดาราบันเทิงข่าวดาราวันนี้,  ข่าวดาราล่าสุดข่าวดารา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
7 ลักษณะของ ผู้หญิงกาลกิณี แบบไหน!! คบแล้วชีวิตจะตกต่ำ
7 ลักษณะของ ผู้หญิงกาลกิณี แบบไหน!! คบแล้วชีวิตจะตกต่ำ

ศาลตัดสินประหารชีวิต “หมอสุพัฒน์-ลูกชาย” ฆ่าแรงงานพม่า

ศาลเพชรบุรี มีคำสั่งประหารชีวิต หมอสุพัฒน์ และลูกชาย หลังหลักฐานชี้ชัด คดีฆ่าแรงงานพม่า

ศาลตัดสินประหารชีวิต “หมอสุพัฒน์-ลูกชาย” ฆ่าแรงงานพม่า

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 พ.ค. ที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี นายเอก และนายอัคร เลาหะวัฒนะ พร้อมด้วยคณะ เดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาล โดยไม่มี พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ บิดา เข้ามาฟังด้วย โดยศาลจังหวัดเพชรบุรี อ่านคำพิพากษาประมาณ 1 ชั่วโมงสรุปคือ ศาลพิพากษาประหารชีวิต พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ รพ.ตำรวจ และนายเอก เลาหะวัฒนะ บุตรชาย ข้อหาร่วมกันฆ่าแรงงานชาวพม่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันฝัง ปิดบัง ซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตายและการกระทำใดๆ แก่ศพก่อนมีการชันสูตรพลิกศพเพื่อการอำพรางคดี เหตุเกิดที่ไร่ของจำเลยใน ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2552
ส่วนนายอัคร เลาหะวัฒนะ ที่ร่วมก่อคดีถูกพิพากษาลงโทษจำคุก 25 ปี 3 เดือน หลังจากก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี ในคดีลักทรัพย์ (รถยนต์) ของนายสามารถ นุ่มจุ้ย และ น.ส.อุษา เกิดทรัพย์ ส่วนน.ส.วิลสา จันทรบัญชร ภรรยาคนที่ 3 ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ที่สมรู้ร่วมคิดถูกจำคุก 3 ปี 4 เดือน

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

รู้ตัวแล้ว!! จอมขมังเวทย์ซื้อศพป้าบุญ ยัดซากทารกในหุ่นลูกกรอก ยังโชว์ทำพิธีท้าทายตร.

จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 นำโดย พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกตรวจสอบ เหล่าจอมขมังเวทย์ ที่นำชิ้นส่วนศพมาเคี่ยวทำน้ำมันพราย และพวกไสยศาตร์ต่างๆ โดยเป้าหมายได้เข้าตรวจสอบ สำนักฤาษีของนายอินคำ ที่ อ.แม่แตงเชียงใหม่ ที่ลงภาพโพสต์การเคี่ยวอวัยวะเพศของชายหญิง และชิ้นส่วนต่างๆ ในหม้อ เพื่อทำน้ำมันพราย ซึ่งการตรวจสอบของตำรวจ นายอิ่นคำ ได้ยอมให้ตรวจสอบ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย เป็นการทำไสยศาสตร์ ที่ใช้วัตถุทั่วไปไม่มีส่วนชิ้นส่วนศพมาเกี่ยวข้อง และปฏิเสธไม่ได้รู้จักกับ ป้าบุญ ภรรยาสัปเหร่อสุสานหายยา อ.เมืองเชียงใหม่ และบอกว่าเคยบวชเป็นพระมาก่อนที่ จ.เชียงราย และได้สึกมาสร้างสำนักฤาษี ทำพิธีไสยศาสตร์ ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

จอมขมังเวทย์ซื้อศพ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ได้นำกำลังเข้าสังเกตสำนักเหล่าจอมขมังเวทย์แต่ละจุดทั้งที่ อ.ดอยหล่อ ของ จอมขมังเวทย์ ติ้ง ดอยหล่อ , นายหนานขุนคำ อ.หางดง รวมทั้งที่ อ.สารภี เชียงใหม่ รวมทั้งจุดตั้งสำนักของเหล่าจอมขมังเวทย์รายเล็กๆ ตามเป้าหมาย พบว่าสำนักเหล่าจอมขมังเวทย์ที่ขึ้นเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ประกาศสรรพคุณและโฆษณาวัตถุมงคล และโชว์การทำพิธีล้ำลึกพิสดาร ต่างพากันปิดตัวและลบเว็บไซต์ เฟซบุ๊กที่เคยโฆษณาไว้หลายสำนัก

จอมขมังเวทย์ซื้อศพ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ยังได้เข้าไปยัง วัดปู่ฮ่อ ต.บ้านแหวน อ.หางดงเชียงใหม่ ซึ่งมี พระครูสังฆรักษ์ หรือ ครูบาพร อ้ายกาศ เจ้าอาวาสวัดปู่ฮ่อ ได้ออกมาต้อนรับ โดยวัดแห่งนี้ทางตำรวจภาค 5 เคยเข้ามาตรวจสอบตรวจค้นแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนหน้านี้ ซึ่งทางเจ้าอาวาสวัดยังยืนยันว่าไม่ได้เอาชิ้นส่วนของมนุษย์มาประกอบพิธีแต่อย่างใด ยังยืนยันและให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบได้ทุกเมื่อ รวมทั้งการผลิตน้ำมันพราย ทางเจ้าอาวาสวัดยืนยันว่าได้ใช้น้ำมันหมูมาผลิต ไม่ได้เอาชิ้นส่วนศพมาเคี่ยวทำน้ำมันแต่อย่างใด

จอมขมังเวทย์ซื้อศพ

ด้าน พล.ต.ต.ปชา เปิดเผยว่า ตอนนี้การดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์บางรูป รวมทั้งฆราวาสบางคน ที่ดำเนินการเรื่องไสยเวทย์หรือทำพิธีที่นำชิ้นส่วนศพมาประกอบพิธีนั้น ทางตำรวจภาค 5 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลายจุด ทั้งวัดและสำนักเจ้าพิธีต่างๆ ซึ่งถือเป็นการปราบ การกระทำของพวกเหล่านี้ให้หยุดนำวัตถุที่เข้าข่ายผิดกฎหมายมาประกอบพิธี ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง ตอนนี้สำนักเจ้าพิธีต่างๆ พากันปิดตัวและปิดเว็บไซต์ ที่เคยโพสต์ภาพตอนทำพิธีแบบพิสดาร ออกไปบ้างแล้ว

ทางตำรวจภาค 5 ยังคงส่งชุดสืบสวนออกสืบสวนหาข่าว หาเป้าหมาย แหล่งสำนักต่างๆ และได้ส่งข้อมุลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางสำนักพระพุทธศาสนาเชียงใหม่ , รวมทั้งหน่วยงานคุ้มครองผุ้บริโภค , สาธารณสุขจังหวัด เทศบาลแต่ละแห่ง เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบสอดส่องดูแลในแต่ละพื้นที่แล้ว เพราะหน่วยงานดังกล่าวนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่มีกฎบัญญัติ และมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถดำเนินการเข้าตรวจสอบและเอาผิดกับการกระทำผิดที่ผิดกฏหมายได้ทันที โดยประสานกับทางตำรวจอีกครั้ง หากพบการกระทำผิด หรือควบคุมนำของกลางส่งพนักงานสอบสวนในท้องที่นั้นได้เลย

จากเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 ได้นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นบ้าน ในหมู่บ้านภูดิน ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ของนายอิ่นคำ ปัญญาเรือง อายุ 59 ปี ซึ่งเปิดเป็นสำนักฤาษีอิ่นคำ หรือร่างทรงฤาษีนารายณ์ รับสักยนต์ ทำพิธีทางไสยศาสตร์ด้านเมตตามหานิยม

พบว่าในสำนักมีเครื่องรางของขลังที่ผ่านการปลุกเสกจำนวนมาก ทั้งรัก-ยม ลูกกรอก อีเป๋อ กุมารทอง มักกะลีผล หุ่น และหุ่นพยนต์ที่ทำจากเศษไม้ รวมทั้งของขลังด้านเมตตามหานิยมอื่นๆ อีกจำนวนมาก แต่ไม่พบอวัยวะมนุษย์ที่ใช้ในการทำเครื่องรางหรือสิ่งผิดกฎหมาย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอิ่นคำ มาสอบปากคำแล้ว นายอิ่นคำ ให้การว่า ไม่ได้นำชิ้นส่วนอวัยวะเพศของผู้หญิงและชายมาดำเนินการเคี่ยว แต่อย่างใด

ส่วนภาพที่ปรากฏในเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ทำพิธีนั้น ลูกศิษย์นำไปเผยแพร่เอง และยืนยันว่าตนจะเป็นตัวกลาง โดยจะมีผู้มาว่าจ้างให้ทำพิธีโดยนำชิ้นส่วนหรือมวลสาร มาให้ตนทำพิธี ตนก็ทำให้และนำบรรจุลงภาชนะหรือหลอดแก้ว และก็จะส่งให้กับบุคคลที่มาว่าจ้างให้ดำเนินการ โดยไม่ได้รู้ว่าเขาจะนำไปจำหน่ายต่ออย่างไร หรือไปขายอย่างไร และไม่เคยรู้จักป้าบุญ และไม่เคยไปซื้อซากชิ้นส่วนศพจากป่าช้าหรือสุสานใด
พล.ต.ต.ปชา เปิดเผยว่า จากแนวทางการสืบสวนของตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ทราบว่า ถุงชิ้นส่วนศพที่เจ้าหน้าที่ไปพบใต้เมรุสุสานหายยา จำนวน 16 ถุงดำ นั้น มีจอมขมังเวทย์ คนหนึ่งในเขต อ.แม่แตงเชียงใหม่ ได้ติดต่อกับ ป้าบุญ เพื่อขอซื้อทั้งหมด โดยทางสัปเหร่อของสุสานดังกล่าวได้นำไปซุกซ่อนไว้ใต้ถุนเมรุดังกล่าว รอการมารับของ แต่ปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 ได้เข้าตรวจสอบและเจอก่อน จอมขมังเวทย์ ที่สั่งของไว้จึงไม่กล้ามารับ

บุคคลจอมขมังเวทย์ดังกล่าวนั้นเรารู้ตัวแล้วว่าเป็นใคร และจะได้ทำเรื่องขอหมายค้นเข้าตรวจค้นอีกครั้ง ตอนนี้พบว่า จอมขมังเวทย์ดังกล่าว ยังคงโพสต์ภาพพิธีการต่างๆ ลงทางเว็บไซต์อยู่ แต่ภาพสยองเคี่ยวศีรษะในหม้อดินทำน้ำมันพรายนั้นได้ลบไปแล้ว เหลือแต่ภาพทำพิธีทั่วไป ทางตำรวจภาค 5 ก็จับตาดูพฤติกรรมอยู่ในขณะนี้ หากพบการกระทำผิดหรือโฆษณาในเว็บไซต์ ในรูปภาพที่พิสดาร ก็คงต้องมีการขอหมายค้นเข้าตรวจสอบกันต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บนั้นได้มีจอมขมังเวทย์ ที่ชื่อ ‘ทรัพย์’ อยู่พื้นที่ อ.แม่แตงเชียงใหม่ ได้โพส์ตรูปในการทำพิธีต่างๆ อยู่ แต่ภาพเคี่ยวศีรษะมนุษย์ทำน้ำมันพราย ถูกลบออกไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 ได้สืบสวนติดตามดูพฤติกรรมของจอมขมังเวทย์รายนี้ ทราบว่า จอมขมังเวทย์ ชื่อ ทรัพย์ รายนี้ เป็นบุคคลที่ติดต่อรับซื้อซากศพจากสุสานต่างๆ รวมทั้งของป้าบุญด้วย โดยทางตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 จะได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบในครั้งต่อไป ครั้งนี้คาดว่า นายทรัพย์ คงเก็บสิ่งที่ผิดกฎหมายซุกซ่อนไว้แล้ว

โดยภาพที่นายทรัพย์ ได้โพสต์ลงเว็บและเฟซบุ๊กนั้น เป็นภาพการทำพิธีเคี่ยวบางสิ่งจนเป็นสีแดงคล้ายเลือด และการแกะสลักทำปั้นเหน่ง และนายทรัพย์ ยังได้โชว์ หุ่นลูกกรอกที่ทำจากปูนพลาสเตอร์ แล้วนำซากศพเด็กทารกยัดเข้าไปในหุ่นลูกกรอกปูนพลาสเตอร์ดังกล่าว และใส่โหลแก้วไว้ โดยได้ทำให้กับชาวต่างประเทศในราคา 1 แสนบาท โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมาสั่งทำ ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายของนายทรัพย์ เลยทีเดียว และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในเรื่องการทำวัตถุมงคลต่างๆ ที่คนต่างชาตินิยมมาสั่งทำและมาซื้อสินค้าจากนายทรัพย์ ถือว่าเป็นจอมขมังเวทย์ อันดับ 1 ของภาคเหนือเลยทีเดียวที่ผลิตวัตถุมงคลแบบพิสดาร

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

แม่หัวใจสลาย ลูกหายไป และไปพบที่นี่!

ในสังคมทุกวันนี้ เรื่องที่โหดร้ายมีตั้งมากมายในชีวิตของเรา มีผู้หญิงชาวมาเลเซียคนหนึ่งพาครอบครัวของเธอไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ที่ฮ่องกง เมื่อผู้หญิงคนนี้พาลูกชายหกขวบและลูกสาวห้าขวบไปเข้าห้องน้ำ เธอพบว่าลูกชายของเธอไม่ได้ตามเข้ามา เธอก็เลยรีบตามหาลูกชาย เนื่องจากในเวลานั้นสามีของเธอไม่ได้อยู่กับเธอ ไม่มีใครช่วยเธอ เธอต้องร้องเรียกชื่อของลูกชายตลอด และแล้วก็มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอยากจะช่วยเธออุ้มลูกสาว ด้วยความร้อนรนเกินไปจนไม่ได้คิดอะไรเธอก็เอาลูกสาวให้คนนั้นช่วยอุ้ม

1_003

เธอเกือบจะเป็นบ้า รีบไปแจ้งตำรวจแต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีข่าวใด ๆ เธอต้องกลับไปรอข่าวที่มาเลเซียด้วยผิดหวังอย่างแรง หลังจากนั้นครึ่งปีต่อมา เมื่อเธอกำลังจะยอมรับความจริงที่ว่าคงหาลูกสาวไม่เจออีกแล้ว เพื่อนสนิทของเธอไปเที่ยงฮ่องกง เมื่อเพื่อนของเธอกำลังเดินผ่านตลาด จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยกำลังเรียกเธอจากข้างถนนว่า“ป้า เป็นหนูนะ หนูอยู่นี่” เธอหันไปมองเด็กที่กำลังเรียกเธอแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ

1_003_1

เธอก็รู้ทันทีว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของเพื่อนที่หายไปเมื่อครึ่งปีที่แล้ว ใบหน้าของเด็กมีรอยแผลเต็มเลย เกือบจะดูไม่ออกว่าเธอเป็นใคร

ที่โหดร้ายที่สุดก็คือเท้าของเธอถูกตัดไปทั้งคู่

1_003_2

เมื่อเธอเห็นอย่างนั้นจึงรีบเข้าไปอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาแล้วพาเธอออกจากที่นั้นทันที หลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานการท่องเที่ยว สุดท้ายก็พาเด็กกลับไปยังประเทศมาเลเซียได้

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ข่าวใหม่ในประเทศมาเลเซีย เคยมีเด็กที่หายไปสุดท้ายได้พบในประเทศไทย เด็กคนนั้นก็เหมือนกัน ถูกตัดทั้งมือและเท้าไปแล้วถูกบังคับไปขอทานในข้างถนน

ที่มา: http://variety.teenee.com/foodforbrain/67924.html

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

“เสี่ยวเฟิ่ง”หนูน้อย 4 ขวบใจนักสู้ ได้ใส่ขาเทียมแล้ว

เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ของจีนรายงานว่า หลังมีคลิปเด็กชายวัย 4 ขวบ ซึ่งสูญเสียขาทั้ง 2 ข้างไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ออกมาเต้นบนเตียงนอนในโรงพยาบาลจนเป็นกระแสและสร้างความประทับใจไปทั่วโลกออนไลน์ของจีนเมื่อเร็วๆนี้นั้น ล่าสุดเด็กน้อยจากมณฑลหูเป่ย์รายนี้สามารถยืนได้อีกครั้งจากขาเทียมจำลองที่แพทย์ติดตั้งให้ใหม่

"เสี่ยวเฟิ่ง"หนูน้อย 4 ขวบใจนักสู้ ได้ใส่ขาเทียมแล้ว

เด็กชายวัย 4 ขวบคนนี้มีชื่อว่า เสี่ยวเฟิ่ง เข้าพักที่ศูนย์ฟื้นฟูผู้พิการมณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ตั้งแต่เมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมติดขาเทียม

"เสี่ยวเฟิ่ง"หนูน้อย 4 ขวบใจนักสู้ ได้ใส่ขาเทียมแล้ว

โดยแพทย์เปิดเผยว่าเด็กชายเสี่ยวเฟิ่งมีอาการผ่อนคลายมากขึ้นแต่ยังตื่นเต้นที่จะได้ใส่ขาใหม่ โดยก่อนที่จะใส่ขาเทียมของจริงนั้น แพทย์จะต้องให้เสี่ยวเฟิ่งยืนบนขาเทียมที่ทำมาจากซิลิโคนเสียก่อน เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้เกิดความคุ้นชิน

"เสี่ยวเฟิ่ง"หนูน้อย 4 ขวบใจนักสู้ ได้ใส่ขาเทียมแล้ว

จนเมื่อวันที่ 18 เม.ย. แพทย์ได้ติดตั้งขาเทียมจำลองให้และเด็กชายสามารถเริ่มเดินได้ภายหลังการฝึกเพียง 3 วันเท่านั้นโดยต้องจับราวไว้ตลอด ขั้นตอนต่อไปแพทย์จะได้ติดลูกบอลยางเพื่อฝึกการโค้งของข้อพับ

"เสี่ยวเฟิ่ง"หนูน้อย 4 ขวบใจนักสู้ ได้ใส่ขาเทียมแล้ว

อย่างไรก็ตาม เด็กชายยังบอกว่ารู้สึกเจ็บขณะตอนกำลังเปลี่ยนขาเทียม แต่ความเจ็บปวดก็ไม่ได้ทำให้เสี่ยวเฟิ่งย่อท้อจากการทำกายภาพบำบัดที่ทำอยู่เป็นประจำทุกวัน

"เสี่ยวเฟิ่ง"หนูน้อย 4 ขวบใจนักสู้ ได้ใส่ขาเทียมแล้ว

เรื่องราวของเสี่ยวเฟิ่งได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนจำนวนมากที่ได้อ่านเรื่องราวนี้ในโลกออนไลน์ ในความอดทนและไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาของเด็กชายที่มีอายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น

ที่มา มติชนออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

ติดกล้องวงจรปิด 11 จุดบ้านไฟปริศนาพัทลุง ผ่านไป 14 ชั่วโมง ยังไร้เหตุไฟลุก!

 ตั้งกล้องวงจรปิด 11 จุด บ้านไฟลุกไหม้ปริศนาเมืองพัทลุง เฝ้าดูผ่านมอนิเตอร์ ผ่านไปกว่า 14 ชั่วโมง ยังไม่มีเหตุไฟลุกติดเอง ขณะภาควิชาธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เร่งเก็บตัวอย่างดินมาวิเคราะห์ทางฟิสิกส์ เบื้องต้นยังไม่มีข้อสรุป


ติดกล้องวงจรปิด 11 จุดบ้านไฟปริศนาพัทลุง ผ่านไป 14 ชั่วโมง ยังไรเหตุไฟลุก


คลิปพิสูจน์ ไฟไหม้บ้านพัทลุง / 24ชม. หาต้นเหตุ เพลิงไหม้ปริศนา

วันนี้ (30 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า ที่บ้านลุงล้อม ศักดิ์หวาน บ้านที่เกิดไฟลุกไหม้ปริศนา ทางเจ้าหน้าที่นักวิชาการคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา ยังคงเร่งเก็บข้อมูล ติดตามดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทำการติดตั้งไว้เมื่อวานนี้ จำนวน 11 จุด โดยการเฝ้าดูมอนิเตอร์ เฝ้าสังเกตการณ์เพื่อดูตามจุดต่างๆ ที่ติดตั้งกล้องไว้ว่า จะเกิดไฟลุกไหม้เวลาใด แต่จากการติดตั้ง และเฝ้าสังเกตการผ่านไป 14 ชั่วโมง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีไฟลุกไหม้แต่อย่างใด

นอกจากนี้ คณะภาควิชาธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ยังเก็บตัวอย่างดินมาวิเคราะห์ชั้นดินเพื่อหาส่วนผสมของดินบริเวณรอบบ้านเพื่อนำมาทำผลวิเคราะห์ทางฟิสิกส์ ซึ่งในช่วงบ่ายของวันนี้ คณะอาจารย์ที่ลงพื้นที่จะได้ประชุมหารือร่วมกันถึงแนวทางการศึกษาหาข้อสรุป

ขณะที่บรรยากาศที่บ้านลุงล้อม ทางญาติยังเดินทางมาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง และยังเชื่อว่าไฟไหม้ที่เกิดขึ้นยังเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเช่นเดิม และจนถึงขณะนี้ไฟยังไม่มีการลุกไหม้แต่อย่างใด รวมตลอดเวลา 1 เดือน กับ 10 วัน ไฟได้ลุกไหม้แล้วจำนวน 221 ครั้ง

ส่วนในเวลา 10.00 น.วันนี้ สำนักทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม จังหวัดพัทลุง ได้นำเจ้าหน้าที่กรมมลพิษจากส่วนกลางลงพื้นที่เก็บวัดค่ามลพิษทางอากาศเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อีกครั้ง

บ้านไฟปริศนาพัทลุง

ด้าน นายทศพล สวัสดิสุข นายอำเภอตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ขณะที่ทุกอย่างยังไม่มีข้อสรุป นักวิชาการยังคงเร่งทำงาน จึงอยากให้ทุกคนอย่าด่วนสรุปว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของคนในบ้าน เพราะไม่มีใครที่จะสามารถเผาบ้านตัวเองได้ถึง 221 ครั้ง โดยไม่มีหลักฐาน

ส่วนทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ส่งนักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอมเทค) ภายใต้สำนักงานงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นักวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) และนักวิจัยจากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ลงพื้นที่เพื่อตรวจหาสาเหตุเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา

โดยนักวิจัยได้นำเครื่องวัดอุณหภูมิ และเครื่องตรวจวัดแก๊สระดับภาคสนามเพื่อดูองค์ประกอบทางฟิสิกส์ ตลอดจนคุณสมบัติของสะสารของวัสดุแต่ละชนิด รวมทั้งได้เก็บตัวอย่างวัสดุที่เกิดการเผาไหม้ ทั้งพลาสติก ผ้า ดิน และวัสดุอื่นๆ มาวิเคราะห์ทดสอบ โดยขณะนี้กำลังวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากในเบื้องต้น พบสารเคมีหลายชนิดคือ มีเทน ไฮโดรเจน และก๊าซไข่เน่า แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสาเหตุของการติดไฟหรือไม่ โดยยืนยันการทำงานยึดหลักเหตุผลทางวิทยาศาสตร์

ที่มา http://manager.co.th/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดกล้องแล้ว 11 ตัวทั่วบ้านไฟปริศนา ! รอดูกันว่า จะเกิดอะไรขึ้น
ติดกล้องแล้ว 11 ตัวทั่วบ้านไฟปริศนา ! รอดูกันว่า จะเกิดอะไรขึ้น

ลุงล้อม เผยลองเอาคนออกจากบ้านหมด แต่ยังมีไฟลุก-เล็งฟ้องช่อง 8 ทำคลิปแฉ
ลุงล้อม เผยลองเอาคนออกจากบ้านหมด แต่ยังมีไฟลุก-เล็งฟ้องช่อง 8 ทำคลิปแฉ

เฉลยแล้ว! ไฟลุกปริศนาพัทลุง คลิปแฉคนในบ้านแอบจุดเฉลยแล้ว! ไฟลุกปริศนาพัทลุง คลิปแฉคนในบ้านแอบจุด

เผยแล้ว! คลิปแอบถ่ายจากบ้าน ที่ไฟไหม้ 140 ครั้ง ขณะไฟไหม้ เกิดอะไรขึ้นเผยแล้ว! คลิปแอบถ่ายจากบ้าน ที่ไฟไหม้ 140 ครั้ง ขณะไฟไหม้

นิมนต์พระสงฆ์ปัดรังควานบ้านไฟลุกปริศนา กว่า 200 ครั้ง นิมนต์พระสงฆ์ปัดรังควานบ้านไฟลุกปริศนา กว่า 200 ครั้ง

ที่มา kapook

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

อยู่กินกันมาตั้งนาน พอถึงงานเลี้ยงส่ง ปลดประจำการทหารเรือเท่านั้นแหละ รู้หมดเลยว่าใครเป็นใคร!!

เหล่าชายชาตรีที่คัดเลือกเกณฑ์ทหารเข้าไปประจำเหล่าทหารเรือในปี2556 และครบกำหนดปลดแล้ว ก็มีการจัดงานเลี้ยงส่งกันอย่างสนุกสนาน


งานเลี้ยงส่งปลดประจำการทหารเรือ ทำเอารู้เลยว่าใครเป็นใคร

ปลดประจำการทหารเรือ

แหม…ทำเป็นตกใจไปได้ สาวๆในร่างชายก็เต็มใจรับใช้ชาติได้ ไม่เห็นจะแปลก ไหนๆเลี้ยงส่งทั้งทีอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ก็ขอปลดปล่อยพลังที่อัดอั้นมานานให้พวกหนุ่มๆได้เชยชมเป็นขวัญตาหน่อยละกัน บอกไว้เลยนะว่า #อย่าลืมฉัน เจอกันข้างนอกอย่าลืมทักด้วย!!

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

พ่อแม่ใจสลาย หลังลูกชายวัย 9 ขวบ หายไปจากบ้านไปนานครึ่งปี

พ่อแม่ใจสลาย หลังลูกชายวัย 9 ขวบ หายไปจากบ้านไปนานครึ่งปี เมื่อพวกเขาพบในสภาพนี้ ถึงกับทำใจไม่ได้

30_001_1

พ่อแม่จีนใจสลายลูกชายวัย 9 ขวบ หายออกจากบ้านนานกว่าครึ่งปี ก่อนอ่านข่าวเจอว่าลูกชายเสียชีวิต ทั้งๆที่มีการเจอตัวตั้งวันแรกที่หาย แต่เด็กมีอาการบกพร่องทางสติปัญญา จึงหาครอบครัวเด็กไม่ได้ สุดท้ายเด็กชายป่วยหนักในศูนย์พักพิงผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ด้านครอบครัวเด็กจ่อฟ้องผู้เกี่ยวข้อง ฐานละเลยหาที่มาของเด็กชายอย่างจริงจัง

shanghaiist รายงานว่า เกิดเหตุสลดขึ้นในเมือง Xinyang มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน หลังชายรายหนึ่ง นามว่า หวัง ได้อ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น พบข่าวเด็กชายรายหนึ่งเสียชีวิตลง ซึ่งรายละเอียดของเด็กไปตรงกับลูกชายวัย 9 ขวบ ของเขา ซึ่งมีอาการบกพร่องทางสติปัญญา ได้หายออกจากบ้านไป ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2014 แม้ว่าเขาจะทำการแจ้งตำรวจ รวมไปถึงตามหาลูกชายของเขานานครึ่งปี ก็ยังไม่เจอตัว จนเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2015 เขาจึงอ่านข่าวเจอตามรายงานข้างต้น เขาและครอบครัวจึงรีบรุดไปยังศูนย์กู้ภัยในเมืองXinyang ก่อนจะพบภาพที่ทำให้เขาและครอบครัวถึงกับเข่าอ่อน

30_001

นั้นคือร่างไร้วิญญาณของลูกชายวัย 9 ขวบของเขา ในสภาพที่เหลือแต่ผิวหนังหุ้มกระดูก นายหวังกล่าวทั้งน้ำตาว่า “ตอนเขาหายออกจากบ้าน เขามีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม แต่ตอนนี้ลูกของผมหนักเพียง 15 ก.ก. เท่านั้น ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา”

โดยแหล่งข่าวระบุว่า เด็กชายได้ถูกพบเดินอยู่บนถนนแห่งหนึ่งในเมือง ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2014 ก่อนถูกนำไปส่งยังศูนย์พักพิงผู้ไร้ที่อยู่อาศัย แต่ไม่มีใครสามารถสอบถามที่อยู่ของเด็กชายคนดังกล่าวได้ เขา(เด็กชาย) จึงถูกนำตัวไว้ยังสถานที่ดังกล่าว ก่อนที่ช่วงปลายเดือนมีนาคม เขาจะล้มป่วยลง จากอาการขาดสารอาหารและการทำงานของอวัยวะภายในล้มเหลว จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตในที่สุด เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ด้านครอบครัวของเด็กชายรายดังกล่าว เตรียมยื่นฟ้องร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฐานละเลยที่จะตามหาครอบครัวของเด็กชายอย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้คดีกำลังอยู่ขั้นในตอนการดำเนินการ

ที่มา shanghaiist / boxza.com

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

โย ยศวดี โพสต์แจงเศร้าใจกรณีเนปาล ขออ่านให้ดีก่อนด่า

‘โย ยศวดี’ โพสต์อีกรอบขอชี้แจง หลังโพสต์แผ่นดินไหวที่เนปาล เป็นกรรม

โย ยศวดี โพสต์แจงเศร้าใจกรณีเนปาล ขออ่านให้ดีก่อนด่า

 yo5

 

โย ยศวดีโพสต์เนปาลแผ่นดินไหวเพราะบาปกรรม - ชาวเน็ตรุมจวกไม่ช่วยยังจะซ้ำเติม!

558000004980404

558000004980403

งานเข้าเลยทีเดียวสำหรับสาวโย ยศวดี ที่ได้ออกมาพูดถึงเรื่องราวการเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่เนปาลครั้งรุนแรง แนวที่ว่า เป็นเพราะพิธีกรรมฆ่าสัตว์บูชายัญของเนปาล ทำให้เกิดเป็นบาปกรรม ผู้คนของประเทศเนปาลเลยต้องเสียชีวิตไปมากจากภัยพิบัติ เพราะพระเจ้าเป็นคนกำหนด ชาวเน็ตรุมจวกใช่เรื่องจะมาโยงกันไหม-มาทำเป็นรักสัตว์ทำไมตอนนี้!?

11055680_366978193502243_240226245_n.jpg

โดย โย ยศวดีได้โพสต์ข้อความและรูปภาพบางส่วนลงในเฟสบุ๊คเอาไว้ว่า

“I totally agree!! เมื่อไม่กี่เดือนที่ได้โพสและพูดถึงพิธีกรรมที่คนเนปาลมีความเชื่อในเรื่องฆ่าสัตว์บูชายัญมากๆ ตัดคอวัวควายปีละแสนๆหัวเซ่นไหว้แผ่นดิน อาบนองด้วยเลือดน่าสยดสยองเป็นที่กล่าวขวัญถึงคนทั่วโลก มาวันนี้ภาพกลับมาเป็นแบบเดิมแต่เซ่นด้วยชีวิตคนต่อภัยพิบัติจากพระเจ้ากำหนดอีกเช่นกัน เราจะทำยังไง คนมีความเชื่อในเรื่องบาปมั้ยคะ!แต่ที่รู้คือเกืดการสูญเสียมากมายจริงๆในระยะเวลาสั้นๆนี้ เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะที่บังเอิญคิดตรงกันกับคุณ Patarin Phadungpisuth จริงๆUnchalee Hassadeevichit ดูสิที่เล่าให้ฟังเมื่อวานไง”

ซึ่งหลังจากสาว โย ยศวดี โพสต์ไปไม่นาน เพจดังอย่าง Drama Addict ก็ได้เซฟภาพและข้อความลงเพจ รวมทั้งโต้แย้งแนวความคิดของโย ยศวดี โดยเพจ Drama Addict ได้ลงข้อความเอาไว้ว่า

“โย ยศวดี เจ๊แกแสดงความเห็นเกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่เนปาลไว้ดังนี้ ความเห็นส่วนตัว มันไม่ใช่เริ่องบาปกรรมหรอกเจ๊ เจ๊ลองคิดดูนะ คนที่ประสบภัยเนี่ยมีทั้งลูกเด็กเล็กแดง ผู้หญิงคนเจ็บคนชรา โดนกันหมดถ้วนหน้า คนไทยที่ประสบภัยก็ยังมี ถามว่าคนพวกนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพิธีบูชายัญนั้นหรือ ถ้าบอกว่าเรื่องนี้เป็นกรรมสนอง ระบบกฏแห่งกรรมนี่มันคงมั่วซั่วสิ้นดี คนทำกลุ่มนึงไปพาลลงกับอีกกลุ่มนึงหน้าตาเฉย พาลมั่วซั่วชัดๆ

เวลาแบบนี้อย่าไปโยงเรื่องนู้นเรื่องนี้ว่าเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติ เพราะมันคือภัยธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารป้องกันได้ แต่ควรจะช่วยกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยคนละไม้คนละมือนะ เผื่อวันหน้าเราประสับภัยเขาจะได้มาช่วยเหลือเราเหมือนสมัยสึนามิถล่มไทย”

ซึ่งก็มีชาวเน็ตเห็นด้วยและรุมจวกสาวโย ยศวดียับเลยทีเดียว หลายคนเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า โย ยศวดีไม่น่าจะโพสต์ข้อความอะไรแบบนี้ มันเหมือนเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบภัยพิบัติโดยที่ตัวเองไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย แล้วยังมาพูดเรื่องบาปกรรมที่ไม่สมควรแก่ในเวลาตอนนี้

ข้อความที่ชาวเน็ตแสดงความคิดเห็น ต่อข้อความของโย ยศวดี

27_004_2 27_004_3

ถือว่าเป็นดราม่าร้อนๆ ที่การแสดงความคิดเห็นเรื่องบาปกรรมของสาวโย นั้นออกมาผิดที่ ผิดเวลาไปสักหน่อย ก็ต้องดูกันต่อไปล่ะค่ะ ว่างานนี้สาวโย จะออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่าอย่างไรกันต่อ แต่เรื่องแผ่นดินไหวที่เนปาล ทาง Dodeden.com ก็เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องภัยพิบัติที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี่อีกครั้งค่ะ

โย ยศวดี หัสดีวิจิตร

โย ยศวดี แจง ไม่คิดสาปแช่งใคร วอนชาวเน็ตอ่านให้ดีก่อนด่า

yo

 

ข่าวที่มา: http://www.dodeden.com/92694.html, Sanook

ข่าวดาราบันเทิงข่าวดาราวันนี้,  ข่าวดาราล่าสุดข่าวดารา

โหดไปหรือเปล่า!พ่อแม่จีนจับลูกแขวนเสาเฆี่ยนไม่หยุด…เด็กคนนี้ทำอะไรผิด ไปดูกัน

รักวัวให้ผูกรักลูกให้เฆี่ยน พ่อแม่จีน เฆี่ยนลูกหน้าบ้านเหตุขโมยเงินไปเล่นเกมส์

โหดไปหรือเปล่า!พ่อแม่จีนจับลูกแขวนเสาเฆี่ยนไม่หยุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว พ่อแม่จีน กำลังลงโทษลูกชาย เพราะลูกดันขโมยเงินที่ใช้สำหรับค่าเช่าบ้านไปเล่นเกมส์จนหมด จำนวน 300 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทย 1,287 บาท ทำเอาพ่อแม่จีนโมโหหนัก ถึงขั้นจับลูกชายมัดแขนขา ผูกกับเชือก ร้อยเสาสูง 2 เมตร บริเวณหน้าบ้านของตน และพ่อเป็นฝ่ายเฆี่ยนลูกชายแบบไม่ยั้งมือ ส่วนลูกชายร้องขอและสัญญาว่าจะไม่ขโมยเงินอีก แต่ไม่เป็นผล พ่อยังตีลูกรายนี้ไม่หยุดแบบไม่ผ่อนมือ

ด้านชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างเข้ามาห้ามปราม แต่ไม่เป็นผล ผู้เป็นพ่อชี้หน้าว่าอย่าเข้ามายุ่ง กำลังสั่งสอนลูกชายอยู่ ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง จนตำรวจเข้ามาห้าม ผู้เป็นพ่อถึงหยุดตี จากเหตุดังกล่าว จนท.ตำรวจไม่ได้จับกุมพ่อ และแม่จีน เพื่อดำเนินคดีแต่อย่างใด ได้แต่เพียงตักเตือน และตำหนิถึงการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุเท่านั้น ส่วนเด็กที่โดนพ่อฟาด มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า และร่างกายบอบช้ำไปทั้งตัว

ที่มา: http://news.boxza.com/view/27551
ขอบคุณภาพและข้อมูล telegraph

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

แผ่นดินไหวเนปาล ยอดตายพุ่ง 2,400 ศพ ผวาอาฟเตอร์ช็อก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด ครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 81 ปีของประเทศเนปาล ยังคงสร้างความเป็นกังวลของผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ กรุงกาฐมาณฑุ ที่ได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ท่ามกลางตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

จากรายงานของรัฐบาลเนปาล เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ พุ่งทะลุ 2,400 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 6,000 คน ซึ่งตัวเลขยังคงพุ่งไม่หยุด หลังจากที่ทางการได้ลงพื้นที่ขุดค้นซากปรักหักพังและเริ่มพบผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากดังกล่าวเพิ่มขึ้น

ขณะที่สถานการณ์ทั่วไปยังคงเกิดเหตุอาฟเตอร์ช็อกและแรงสั่นสะเทือนซ้ำรอยอีกหลายครั้ง ศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ในวันนี้ (26 เม.ย.) พบอาฟเตอร์ช็อกขนาด 6.7 แมกนิจูด บริเวณใกล้กับยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ทำให้สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นไปอีก รวมทั้งยังมีรายงานเกิดเหตุหิมะถล่มอีกครั้ง บริเวณเทือกเขาหิมาลัย เป็นอุปสรรคต่อก็เข้าช่วยเหลือนักปีนเขาที่ประสบเหตุด้วย
แผ่นดินไหว เนปาล อาฟเตอร์ช็อก

แผ่นดินไหว เนปาล อาฟเตอร์ช็อก

ที่มา: http://news.sanook.com/1786446/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

อาฟเตอร์ช็อกเนปาลอีก ขนาด 6.7 หวั่นหิมะทลายซ้ำ
อาฟเตอร์ช็อกเนปาลอีก ขนาด 6.7 หวั่นหิมะทลายซ้ำ

แดน เฟรดินเบิร์ก ผู้บริหาร Google เสียชีวิตขณะปีนเขาเอเวอเรสต์
แดน เฟรดินเบิร์ก ผู้บริหาร Google เสียชีวิตขณะปีนเขาเอเวอเรสต์

ผัวหึงโหด ! เมียแชท”เฟซบุ๊ก”ชายอื่น ผัวหึงสากกะเบือทุบหัวดับ

ผัวหึงโหด ! คว้าสากกะเบือตีหัวเมียดับอนาถ สารภาพโมโหแชทคุยเฟซบุ๊กกับชายอื่น แรงหึงขึ้นหน้าทนไม่ไหวก่อเหตุสลด หลังก่อเหตุพยายามฆ่าตัวตาย แต่ไม่สำเร็จพ่อโทรฯห้ามไว้ทัน

ผัวหึงโหด ! เมียแชท"เฟซบุ๊ก"ชายอื่น ผัวหึงสากกะเบือทุบหัวดับ
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ร.ต.ท.ฟ้าคำรณ หรีหร่อง ร้อยเวร สน.โคกคราม รับแจ้งเหตุผู้หญิงถูกทำร้ายเสียชีวิต ภายในห้องพักแห่งหนึ่งพื้นที่ เขตบึงกุ่ม กทม. รีบไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.กิตติเชษฐ์ ศักยภาพวิชานนท์ ผกก. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสามูลนิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 4 ชั้น ที่ห้อง 203 ชั้น 2 พบศพ น.ส.วิไลพร รังกลาง อายุ 34 ปี ชาวจ.ยโสธร นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีฟ้า ใบหน้าและศีรษะมีร่องรอยถูกทุบด้วยของแข็งจนเป็นแผลฉีกขาดเลือดไหลเปรอะเต็มที่นอน โดยมีนายทินกร ศรีชนะ อายุ 35 ปี ชาว จ.ยโสธร สามีของผู้ตายยืนถือสากกะเบือรอมอบตัวกับตำรวจอยู่

จากสอบสวนนายทินกร ให้การรับสารภาพว่า ทำงานแผนกฝ่ายบัญชี บริษัทเครื่องไฟฟ้าแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง ขณะที่ น.ส.วิไลพร ผู้ตายทำงานโรงงานผลิตกล่องใส่เครื่องประดับย่านนวมินทร์ อยู่กินกันมานานหลายปีจนมีลูกด้วยกัน 1 คน ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 สัปดาห์ ตนสมัครเล่นเฟซบุ๊กแล้วพบว่าผู้ตาย ไปคุยอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง โดยมีความใกล้ชิดสนิทสนมจนเกินไป ทำให้ตนเกิดหึงหวง และมีปากเสียงกัน จากนั้นผู้ตายก็รับปากว่าจะไม่ติดต่อกับผู้ชายคนดังกล่าวอีก จนเมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) ตนจับได้อีกว่าผู้ตายยังไม่เลิกแชทคุยกับชายคนดังกล่าว จึงมีปากเสียงกันอีกครั้ง

กระทั่งกลางดึกที่ผ่านมา เกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรงถึงขั้นลงไม่ลงมือกัน ตนระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ด้วยความโมโหจึงคว้าสากกะเบือที่อยู่ภายในห้องทุบตีเข้าที่ศีรษะ และใบหน้าเมียรักเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต เมื่อได้สติรู้สึกเสียใจอย่างมาก จึงตัดสินใจใช้สายไฟฟ้าผูกคอภายในห้องพักหวังจะฆ่าตัวเองตายตาม แต่สายไฟฟ้ารับน้ำหนักไม่ไหวขาดร่วงลงมา จากนั้นจึงขึ้นไปที่ดาดฟ้าเพื่อกระโดดตึกฆ่าตัวตาย โดยระหว่างนั้นโทรศัพท์ไปลาตายกับพ่อ แต่พ่อพูดเตือนสติจนตนกลับใจขอเข้ามอบตัวชดใช้กรรมกับสิ่งที่เกิดขึ้น เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ทีมา เดลินิวส์ออนไลน์
ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

สาวผู้ดีฆ่าคู่ขาฐานทำช้ำหนักระหว่างมีเซ็กส์ครั้งแรก

สาวอังกฤษโหดก่อเหตุสังหารหนุ่มคู่ขาที่พบกันทางออนไลน์ ฐานมีอวัยวะเพศใหญ่เกินไปทำให้มดลูกเธอได้รับบาดเจ็บจนไม่อาจมีลูกได้ หลังการเพศสัมพันธ์กันครั้งแรก

สาวผู้ดีฆ่าคู่ขาฐานทำช้ำหนักระหว่างมีเซ็กส์ครั้งแรก

เว็บไซต์ข่าวไนจีเรีย “พัลซ์” รายงานจากประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ว่า “เจสสิกา เลวิส”ชาวอังกฤษ วัย 34 ปี ถูกตำรวจเข้าจับกุม ฐานก่อเหตุฆาตกรรมนายมาร์ทีซี วิลเลียมส์ วัย 25 ปี หนุ่มที่พบกันบนเครือข่ายสังคมออนไลน์แห่งหนึ่ง ทั้งคู่นัดออกมาพบปะกันแล้วจบลงด้วยการมีเพศสัมพันธ์ แต่ผลหลังจากนั้นปรากฏว่า นางสาวเจสสิกา ได้รับบาดเจ็บหนักบริเวณปากมดลูก เธอจึงได้เดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลท้องถิ่น จนพบว่า อาการบาดเจ็บดังกล่าวค่อนข้างหนักจนถึงขั้นทำให้เธอไม่สามารถมีบุตรได้อีกเลย

เธอจึงส่งข้อความไปบอกนายมาร์ทีซีว่า อวัยวะเพศของเขามีขนาดใหญ่เกินไป ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บจากการมีเพศสัมพันธ์และไม่สามารถมีลูกได้อีกเลย เธอต่อว่าเขาพร้อมกับต้องการให้นายมาร์ทีซีจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เธอ แต่เขาปฏิเสธทันที

นางสาวเจสสิกา จึงเดินทางไปที่บ้านของนายมาร์ทีซี แล้วใช้ปืนจ่อยิงเขาจำนวน 3 นัด จนเสียชีวิตคาที่ จากนั้นเธอจึงกลับมาบ้าน เมื่อตำรวจทราบเรื่องเข้าจึงดำเนินการสืบสวนจนทราบว่า นางสาวเจสสิกาเป็นคนลงมือ หนึ่งในหลักฐานที่ปรากฎออกมาก็คือบรรดาข้อความที่ทั้งสองส่งหากัน

นางสาวเจสสิกา ถูกตำรวจเข้าจับกุมและถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมระดับที่หนึ่งตามกฎหมาย และจะมีการไต่สวนโดยไม่ให้ประกันตัว

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว

นร.ทั้งห้องถึงกับช็อก! คลิปแฉนาทีครูหนุ่มทั้งตบทั้งตีนร.หญิงกลางห้องเรียน

เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์เผยแพร่คลิปวีดีโอสุดช็อกที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกออนไลน์ เมื่ออาหลุน (นามสมมุติ) อาจารย์ชายชาวจีนคนหนึ่งที่โรงเรียนในมณฑลเหอหนาน ก่อเหตุทำร้ายร่างกายอาจือ (นามสมมุติ) นักเรียนหญิงชั้นประถม อายุราว 10 กว่าขวบในห้องเรียน ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ

จากในคลิปจะเห็นได้ว่าอาจือส่งเสียงดังแปลกๆออกมาก่อนขณะที่อาหลุนกำลังสอนอยู่ ทำให้อาหลุนโมโห จึงเดินปรี่เข้าไปหาอาจือ และตบศีรษะอย่างแรง ด้านอาจือเองก็ทนไม่ไหว มีใช้กำลังต่อสู้กลับบ้าง
คลิปแฉนาทีครูหนุ่มทั้งตบทั้งตีนร.หญิงกลางห้องเรียน

จุดที่น่าตกใจที่สุดคือหลังจากนั้น อาหลุนคว้ามืออาจือไว้ จากนั้นก็ทุ่มเธอลงพื้น ทำให้ชั้นเรียนเริ่มปั่นป่วนจลาจล เพราะนักเรียนคนอื่นๆกลัวกันมากจนส่งเสียงอื้ออึงไปหมด บางคนถึงขั้นร้องไห้ และบางคนก็พยายามเข้าไปห้ามเอาไว้

เหตุการณ์ใช้กำลังกันภายในโรงเรียนระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ เห็นทีจะไม่ใช่ครั้งแรก ตัวอย่างเช่นในมณฑลกวางตุ้งเมื่อสัปดาห์ก่อน เด็กนักเรียนชั้นป.4 ชกต่อยครูสาวจนบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนโรงพยาบาล ด้วยเหตุผลเพียงเพราะโกรธที่โดนทวงการบ้านเท่านั้น

ข่าวเด่น , ข่าวต่างประเทศ , คลิปข่าว