ชาวเน็ตแชร์ภาพประทับใจ น้องกร กราบ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20

น้องกร หรือ ด.ช.จิรกร ศรสงคราม ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ กับความน่ารัก ท่านั่งสัปหงกระหว่างทำสมาธิ และได้บวชเณรภาคฤดูร้อนเมื่อปีที่แล้ว ณ วัดป่ามณีกาญจน์ ซึ่งปัจจุบันแม้น้องกรจะสึกจากเณรแล้ว แต่ก็ยังมาทำหน้าที่เด็กวัดเหมือนเดิม โดยล่าสุดได้มีภาพน่าปลื้มใจเผยแพร่ออกมา เมื่อ “น้องกร” ได้เข้ากราบ “สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20” ในรัชกาลที่ 10 ด้วยความนอบน้อม สร้างความประทับใจแก่ชาวเน็ตกันมากมาย ต่างเข้ามาชื่นชมถึงความน่ารัก น่าเอ็นดูของน้องกร

ภาพประทับใจ น้องกร กราบ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20

 

สำหรับ น้องกร หรือ ด.ช.จิรกร ศรสงคราม ปัจจุบันอายุได้ 4 ขวบ แล้ว ซึ่งในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ น้องกร จะใช้เวลามาอยู่ที่วัดตลอดทั้งวัน นั่งข้างๆ พระอาจารย์อำนวย จิตตสังวโร เจ้าอาวาสวัดป่ามณีกาญจน์ จ.นนทบุรี ทำหน้าที่เป็นเด็กวัด คอยช่วยเหลือเมื่อมีผู้มาทำบุญ แต่สิ่งที่เรียกรอยยิ้มและสร้างความเอ็นดูให้แก่ผู้พบเห็น คือ การให้พรที่เป็นเอกลักษณ์ของเด็กชายใฝ่ธรรมะคนนี้ ความใกล้ชิดกับวัดมาตั้งแต่เด็ก และเพิ่งผ่านการบวชเณรเมื่อปีที่แล้ว ยังส่งผลให้การสวดมนต์ที่อาจจะดูเป็นเรื่องยากในเด็กวัยเดียวกัน กลับเป็นสิ่งที่น้องกรทำได้ด้วยตัวเอง

ภาพประทับใจ น้องกร กราบ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20

โดยเกือบกว่า 4 ปีที่ผ่านน้องกรคลุกคลีอยู่กับวัด ซึ่ง นางวริษฐา เสือแผ้ว ผู้เป็นแม่บอกว่า เห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกชายอย่างเห็นได้ชัด เพราะการใช้ธรรมะช่วยขัดเกลาจิตใจ ทำให้เป็นเด็กที่มีเหตุผลขึ้น แต่ความซุกซน สดใสตามประสาเด็กก็ยังมีให้เห็น

ภาพประทับใจ น้องกร กราบ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20

ที่มา มติชนออนไลน์

ส่อง “ยุวเรต” โพสต์รูปหวานทัวร์ญี่ปุ่นคู่ “สันต์” อัพให้ชมรัวๆ

หลัง “ยุวเรต ศรุตานนท์” ตกเป็นข่าวดังเพราะเป็นสาวใกล้ชิด พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. จนคุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์ ภริยา ต้องออกมาชี้แจงว่าคุณหญิงยังไม่ได้หย่ากับพล.ต.อ.สันต์ แต่อย่างใด กระแสสังคมที่ถล่มยุวเรต ทำให้เธอต้องเลิกโพสต์ภาพคู่กับ พล.ต.อ.สันต์ ไปช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้ยุวเรตกลับมาโพสต์รูปคู่ขณะไปเที่ยวกับ พล.ต.อ.สันต์ อีกครั้ง

 “ยุวเรต” โพสต์รูปหวานทัวร์ญี่ปุ่นคู่ “สันต์”

โดยล่าสุด พล.ต.อ.สันต์ และยุวเรต เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนกลับมาประเทศไทยและไปเที่ยวที่ปราสาทหินพนมรุ้งด้วยกันอีก

 “ยุวเรต” โพสต์รูปหวานทัวร์ญี่ปุ่นคู่ “สันต์”

 “ยุวเรต” โพสต์รูปหวานทัวร์ญี่ปุ่นคู่ “สันต์”

 “ยุวเรต” โพสต์รูปหวานทัวร์ญี่ปุ่นคู่ “สันต์”

 “ยุวเรต” โพสต์รูปหวานทัวร์ญี่ปุ่นคู่ “สันต์”

 “ยุวเรต” โพสต์รูปหวานทัวร์ญี่ปุ่นคู่ “สันต์”

 “ยุวเรต” โพสต์รูปหวานทัวร์ญี่ปุ่นคู่ “สันต์”

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม yuwared_sarutanond

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ครูหนุ่มอนาจารดญ. มอบตัวแล้ว ให้การปฏิเสธ-ยื่น 1.2 แสนประกันตัว

จากกรณีที่พ่อแม่ผู้ปกครองได้พาลูกสาวอายุ 12 ขวบ นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยนาท เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ให้ดำเนินคดีกับ นายอนุพันธ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ครูประจำชั้น ป.6 ที่กระทำอนาจารนักเรียนหญิง ภายในห้องสังคมเป็นเวลานานหลายเดือน ซึ่งมีนักเรียนหญิงที่ตกเป็นเหยื่อ จำนวน 11 คน

ครูหนุ่มอนาจารดญ. มอบตัวแล้ว ให้การปฏิเสธ

จากนั้นร.ต.อ.ฉลองชัย บางจั่น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท ได้เชิญผู้ปกครองและนักเรียนหญิงที่เข้าแจ้งความ มาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดี และได้มีการขออนุมัติศาลจังหวัดชัยนาทออกหมายจับกับครูคนดังกล่าว อีกทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนได้สั่งพักการสอนแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุพันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ จ9/2560 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ในข้อหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ที่ สภ.เมืองชัยนาทแล้วตั้งแต่ 09.00 น. โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้นำตัวยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดชัยนาท โดยญาติได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 120,000 บาทประกันตัวนายอนุพันธ์ออกไปสู้คดี

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

มันใหญ่มาก! สาวรัสเซียอวดหน้าอกสุดสะบึม ถึงขั้นเสื้อปริ-กระดุมหลุดยกแผง (คลิป)

 สาวรัสเซียอวดหน้าอกสุดสะบึม ถึงขั้นเสื้อปริ-กระดุมหลุดยกแผง

เว็บไซต์ไลฟ์ของรัสเซียรายงานว่า ซามันตา ลิลี เน็ตไอดอลสาว ชาวเซนปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เผยแพร่คลิปเปลื้องหน้าอกไซส์ตู้ม จนหนุ่มสาวโซเชี่ยลทั่วโลกต่างตื่นเต้นและชื่นชอบอย่างมาก

ลิลีเปิดเผยว่า หน้าอกโตจนใหญ่ยักษ์ตามธรรมชาติ ไม่ได้พึ่งพาศัลยกรรม พร้อมโชว์สวมเสื้อและใช้หน้าอกสองข้างดัน จนเสื้อถึงกับปริและกระดุมหลุดทั้งแผง

นอกจากนี้ ในเว็บไซต์ส่วนตัวของเธอมีคลิปอีกมากมาย ตัวอย่าง แมวสัตว์เลี้ยงแสนรักได้เหยียบนวดหน้าอกโตของเจ้าของ

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

บุ๋ม ปนัดดา แจ้งความหนุ่มโพสต์ขู่ฆ่า เผยไม่อยากยุ่งคนบ้า

บุ๋ม ปนัดดา แจ้งความหนุ่มโพสต์ขู่ฆ่า เผยไม่อยากยุ่งคนบ้าแต่ลามปามไม่หยุด แถมเย้ยกฎหมาย

บุ๋ม ปนัดดา โดนขู่ฆ่า

หลังจาก บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่มีสมาชิกเฟซบุ๊ก คนหนึ่งได้โพสต์ข้อความ ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวหาบุคคลต่างๆ อาทิ เบนซ์ เรซซิ่ง แพท ณปภา รวมถึง บุ๋ม ปนัดดา ทำให้เสียหาย พร้อมทั้งยังได้โพสต์ภาพปืนและและระบุข้อความข่มขู่ว่า จะไปตามล่าตัว วันที่ 11 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามถึงกรณีดังกล่าว

โดย บุ๋ม เปิดเผยว่า “ขอเล่าก่อนว่าบุ๋มเคยเจอเขาครั้งเดียวที่รายการ แรงชัดจัดเต็ม ที่บุ๋มเป็นพิธีกร ทางทีมงานเห็นใครมีประเด็นในโลกโซเชียลก็จะเชิญมาออกรายการ โดยที่ผู้ชายคนนี้สร้างกระแสข่าวในเฟสบุ๊กตัวเองว่าจะแจกบิ๊กไบก์ฟรี ทางทีมงานก็เลยเชิญเขามาออกรายการเพื่อถามว่าจริงหรือไม่จริง บุ๋ม มีหน้าที่เป็นพิธีกรถามเขาว่าจริงหรือไม่จริง ซึ่งปัจุบันเขาก็ไม่เคยแจก ขอยืนยันว่าในรายการที่พูดไปทั้งหมด บุ๋ม ไม่รู้จักเขามาก่อน และบุ๋ม ไม่ใช่เจ้าของรายการ ดังนั้น เขาจะพูดหรืออะไรมันเป็นหน้าที่ของทีมงานที่จะเชิญใครมา บุ๋ม มีหน้าที่สัมภาษณ์เท่านั้น เท่าที่จำได้จากการสัมภาษณ์มันไม่มีสาระประเด็นอะไรเลย และไม่ได้พูดถึงชื่อ “ไซซะนะ” อย่างที่เขาอ้าง เพราะว่าคำว่า ไซซะนะ บุ๋มก็เพิ่งมารู้จักจากข่าวเบนซ์ ดังนั้น กับผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดถึงเรื่องยาเสพติดในรายการนั้น พูดถึงแต่สรรพคุณตัวเขาเองเท่านั้นเอง จู่ๆพอมีข่าวของเบนซ์ เขาก็เกาะกระแสโดยการที่มาวิพากษ์วิจารณ์รวมถึงมาด่าบุ๋มว่า อีกะหรี่ เขาบอกว่ามาสัมภาษณ์ในรายการนี้แล้ว บุ๋ม ไปตัดเนื้อหาที่พูดถึงไซซะนะในรายการ ซึ่งไม่มีการพูดถึงเลยนะคะ”

“ขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอน ผู้ชายคนนี้มั่วมาก แล้วมาด่า บุ๋ม เป็นวรรคเป็นเวร ถามว่า ณ วันนั้นทำไมบุ๋มไม่ใส่ใจเพราะบุ๋มไม่อยากยุ่งกับคนบ้า แต่มันไม่หยุดไง มันได้ใจแล้วไม่หยุด หมิ่นเบื้องสูงก็แล้วเย้ยกับตำรวจด้วยว่าจับมันไม่ได้หรอก ล่าสุดมันคงหากระแสเพื่อให้มีใครสนใจมัน มันเลยถึงต้องมาเล่นงานดารา ตามขู่ฆ่าเขา บุ๋ม ก็ต้องโต้กลับเพราะบุ๋ม ไม่กลัวคนเลวอยู่แล้ว มาอยู่ในแผ่นดินไทยก็ต้องทำตามกฎหมายไทย จะมาขู่ฆ่าใครได้ยังไง บุ๋ม ก็ยังนึกไม่ออกว่าเขามาทำแบบนี้กับบุ๋ม ด้วยเหตุผลอะไร แต่เคยมาออกรายการเนี่ยนะ บุ๋ม ก็เลยสวนกลับเมื่อเขามาไม่ดี บุ๋มก็ไม่ดีกลับ และไม่กลัวด้วย วันที่บันทึกเทปรายการสัมภาษณ์ผู้ชายคนนั้นนานแล้ว ดังนั้น ถึงบอกว่าไม่มีการพูดถึงเรื่องไซซะนะที่มันอ้างว่าบุ๋มไปตัดออก คนแบบนี้ถ้าเข้าข่ายรุนแรงก็ไม่ควรเก็บไว้ เดี๋ยวนี้โลกโซเชียลมันเยอะ กรณีนี้ต้องไปบำบัด เขาอยากดัง ไม่มีอะไรมากหรอก แต่การอยากดังของคนทำดีก็ดังได้ ใครทำไม่ดีมันก็จะตกเร็ว บุ๋มก็ต้องการให้มันได้เห็นผลกรรมเร็วๆ”

ไปแจ้งความหรือยัง
“บุ๋มจะให้ทางรายการไปแจ้งความค่ะ บุ๋มต้องการให้เขาไปแจ้งความเพราะเขาเป็นคนเชิญแขกคนนี้มารายการ บุ๋มติดต่อไปที่รายการแล้วค่ะ รอดูเขาอยู่ว่าเขาจะดูแลบุ๋มยังไง อย่างเรื่องที่เชิญแขกมาออกรายการ บุ๋ม ก็บอกทีมงานแล้วว่าพวกไม่มีสาระแบบนี้อย่าเอามา ณ วันนั้นตอนที่ผู้ชายคนนี้มาออกรายการบุ๋มก็มองว่ามันไม่มีสาระประเด็นอะไรเลย แต่ในเมื่อมาแล้วบุ๋ม ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด หลังจากนั้นบุ๋ม ก็บอกทีมงานว่ากลั่นกรองแขกบ้างไม่ใช่ใครเป็นประเด็นก็เอามาหมด แต่ถ้าทางรายการยังนิ่ง ไม่ดำเนินการแจ้งความ บุ๋ม ก็ต้องคุยกับเขาว่ามีมาตรการอะไรดูแลบุ๋ม บ้าง ซึ่งบุ๋ม เชื่อว่าเขาไม่นิ่งหรอก เขากำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ไว้จัดการ เท่าที่ทราบตำรวจมีการขยับตัวแล้วนะคะ เพราะเขาหมิ่นเบื้องสูงด้วย ตำรวจควรจัดการอะไรบ้าง บุ๋มเป็นคนรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บุ๋มไม่ยอม”

นอกจากโพสต์ข่มขู่ในเฟสบุคแล้ว มีข่มขู่ในลักษณะอื่นไหม
“ยังค่ะ แค่นั้นก็พอแล้วนะ ชื่อก็ชัดเจนโพสต์ขนาดนั้นมีแฮชแท็กอีกต่างหาก มันบ้า คือสังคมไทยเราชอบเป็นแบบนี้ที่ไม่อยากไปยุ่งกับคนบ้า มันไม่ใช่นะ เราต้องช่วยกันดูแลคนในสังคม บุ๋มไม่ตกใจเลยค่ะ ไม่ใช่คนแรก บุ๋มเจอมาเยอะกว่านี้”

โพสต์โต้กลับไปรุนแรงแบบนั้น กลัวผลกระทบกลับมาหาเราไหม
“บุ๋มเป็นคนตรงๆ บุ๋มพยายามสร้างความแปลกใหม่ในสังคม ถ้ามัวกลัวหัวหดกับคนเลวๆ ก็จะมีแต่คนเลวๆครองบ้านครองเมืองแล้วจะมีอิทธิพลเหนือพวกเรา เราต้องไม่กลัวเขา เราต้องเกรงใจคนดีๆและไม่กลัวคนเลวๆ สังคมถึงจะดีขึ้น บุ๋มเป็นคนเน้นความถูกต้อง อะไรที่มันไม่ถูกต้อง บุ๋มไม่ชอบแค่นั้นแหละ”

เป็นครั้งแรกไหมที่โดนข่มขู่ในลักษณะนี้
“ไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิตที่โดนข่มขู่ เคยโดนหนักกว่านี้ ซึ่งบุ๋มเคยโดนคาร์บอมมาแล้ว บุ๋มถึงไม่กลัว นักเลงจริงๆต้องแบบนั้นไม่พูดทำเลย วางระเบิดเลย ถามว่ากลัวไหมก็ไม่กลัวเพราะตายเพื่อชาติ แต่พวกที่เอาแต่เห่าแบบนี้ บุ๋มไม่กลัวอยู่แล้ว คนทำจริงเขาไม่พูด”

บุ๋ม ปนัดดา โดนขู่ฆ่า

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ชาวกวางตุ้งตะลึง! พบรูปปั้น “เจ้าแม่กวนอิม” สีขาวลอยกลางแม่น้ำ

ชาวกวางตุ้งตะลึง! พบรูปปั้น “เจ้าแม่กวนอิม” สีขาวลอยกลางแม่น้ำ ตั้งตรงสง่างามไม่หมุนตามกระแสน้ำ (ชมภาพ)

พบรูปปั้น “เจ้าแม่กวนอิม” สีขาวลอยกลางแม่น้ำ

“เจ้าแม่กวนอิม” สีขาวลอยกลางแม่น้ำ ตั้งตรงสง่างามไม่หมุนตามกระแสน้ำ (ภาพเอเจนซี)

พบรูปปั้น “เจ้าแม่กวนอิม” สีขาวลอยกลางแม่น้ำ

หวั่งอี้ สื่อจีนรายงาน (8 ก.พ.) ชาวบ้านพบรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวลอยกลางแม่น้ำในก่วงตง

พบรูปปั้น “เจ้าแม่กวนอิม” สีขาวลอยกลางแม่น้ำ

เหตุเกิดวันพุธ (2 ก.พ.) ที่เมืองเจียหยัง มณฑลก่วงตง เมื่อชาวบ้านซึ่งอยู่ใกล้บริเวณแม่น้ำหรงเจียงได้บังเอิญพบรูปปั้น “เจ้าแม่กวนอิม” องค์สีขาวลอยอยู่กลางแม่น้ำ ในลักษณะตั้งตรง ไม่เอียงหรือหมุนไปมาตามกระแสน้ำ จึงได้นำเรือลงไปนำรูปปั้นดังกล่าวขึ้นมาบนฝั่ง

พบรูปปั้น “เจ้าแม่กวนอิม” สีขาวลอยกลางแม่น้ำ

จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมโดยรวมอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่มีใครทราบว่ารูปปั้นดังกล่าวมีที่มาจากที่ใด ชาวบ้านจึงอัญเชิญรูปปั้นดังกล่าวมาตั้งประดิษฐานอยู่บริเวณริมฝั่ง เพื่อให้ผู้คนได้เข้าสักการะ

พบรูปปั้น “เจ้าแม่กวนอิม” สีขาวลอยกลางแม่น้ำ

ชาวกวางตุ้งตะลึง! พบรูปปั้น “เจ้าแม่กวนอิม” สีขาวลอยกลางแม่น้ำ ตั้งตรงสง่างามไม่หมุนตามกระแสน้ำ (ชมภาพ)

พบรูปปั้น “เจ้าแม่กวนอิม” สีขาวลอยกลางแม่น้ำ พบรูปปั้น “เจ้าแม่กวนอิม” สีขาวลอยกลางแม่น้ำ
ชาวบ้านนำเรือลงไปนำรูปปั้นดังกล่าวขึ้นมาบนฝั่ง (ภาพเอเจนซี)

ที่มา manager.co.th

 

ประชาชนเนืองแน่นวัดพระแก้ว รอรับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-สมเด็จพระมหามุนีวงศ์

ประชาชนเนืองแน่นวัดพระแก้ว จับจองพื้นที่รอรับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-สมเด็จพระมหามุนีวงศ์

8-01

ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาจับจองพื้นที่โดยรอบพระอุโบสถ เพื่อเฝ้ารอรับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ในการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

8-02

วันนี้ (12 ก.พ.) รายงานบรรยากาศด้านในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาจับจองพื้นที่โดยรอบพระอุโบสถ เพื่อเฝ้ารอรับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยส่วนมากมารอตั้งแต่เวลา 08.30 น. หลังเจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของสำนักพระราชวังได้อำนวยความสะดวกด้วยการจัดเตรียมเสื่อเพื่อปูให้ประชาชนได้สำรองที่นั่งและรับเสด็จฯอย่างเป็นระเบียบ

ด้าน นางจิตตนันท์ อินทรวิเชียร อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลท่างิ้ว อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ตน และ เพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันกว่า 10 คน ได้เดินทางออกจากบ้านมาตั้งแต่ 05.00 น. และเดินทางมาถึงท้องสนามหลวง เวลา 08.00 น. โดยทุกคนที่เดินทางมาในวันนี้มีความตั้งใจเพื่อมาร่วมรับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

“ตนไม่เพียงมารับเสด็จฯเท่านั้น แต่ตนและเพื่อนบ้านอยากมาร่วมฟังเสียงย่ำระฆังที่เขาว่ากันว่าเป็นเสียงระฆังที่ไพเราะเสนาะหูมากที่สุด แม้ในวันนี้อากาศค่อนข้างร้อน แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อ ต่างวางสิ่งของที่มีอยู่ เช่น แผนที่ กระเป๋า ร่มพับ เพื่อรอชื่นชมพระบารมีของทั้งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ซึ่งตนคิดว่าอาจเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของตน และพร้อมนำเอาประสบการณ์เหล่านี้กลับไปบอกต่อลูกหลาน” นางจิตตินันท์ กล่าว

ด้าน นางธิระดา สุขสุทิตย์ อายุ 77 ปี จาก อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี เดินทางมาพร้อมลูกสาว นางมธุรส นาคเสน แม่บ้านวัย 57 ปี จากจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตนได้นั่งแท็กซี่จากบ้านมาตั้งแต่ 08.00 น. มาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ 09.00 น. ตอนนั้นเริ่มเห็นคนเดินทางมารอจับจองพื้นที่บ้างแล้ว โดยที่ตนเองตั้งใจมารอรับเสด็จฯ ทั้งวัน ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็พร้อมรอ ทั้งนี้ ได้เตรียมน้ำและเสบียงอาหารมื้อกลางวันมาด้วย

“ตนเคยรับเสด็จฯ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ และ สมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อนมาหลายครั้งแล้ว ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะได้รับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 พร้อมกันเป็นครั้งแรก ซึ่งอยากให้ลูกสาวได้เดินมารับเสด็จฯ ด้วย” นางธิระดา กล่าว

8-03

ด้าน นางมธุรส กล่าวว่า วันนี้รู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก ที่ได้มากับแม่เพื่อรับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากตัวเองยังไม่เคยมีประสบการณ์รับเสด็จฯมาก่อน เพราะตัวเองทำงานอยู่ต่างจังหวัด นานๆ จะลงมากรุงเทพฯ สักครั้ง วันนี้ถือเป็นจังหวะดีของชีวิตที่ได้อยู่กรุงเทพฯในวันสำคัญ เลยไม่ลังเลที่จะตามคุณแม่มานั่งรอรับเสด็จฯเลย

8-04

ที่มา manager.co.th

‘หมิว’กลับมาใช้นามสกุลเดิม แบ่งวันใช้สิทธิดูแลลูก2คน

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา..ยันข่าวไม่จริง “หมิว-ก้อง”เลิกกัน ขณะที่สายข่าวรายงานเบื้องต้นหย่าขาดกันแล้ว จบชีวิตคู่แต่งงาน 16 ปี ฝ่ายหญิงกลับไปใช้นามสกุลเดิม

'หมิว'กลับมาใช้นามสกุลเดิม แบ่งวันใช้สิทธิดูแลลูก2คน

จากกรณีข่าวลือความสัมพันธ์ความรักของนางเอกสาว “หมิว-ลลิตา ศศิรประภา” กับสามี “ก้อง-พ.ต.ท.นรบดี ศศิประภา” ที่ออกมาว่อนโลกออนไลน์ ระบุว่าได้หย่าขาดกันเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากมีปัญหาในการใช้ชีวิตคู่และไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน จบชีวิตคู่แต่งงาน 16 ปี

ความคืบหน้า วันที่ 6 ก.พ.พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และประธานสมาพันธ์กีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นพี่ชายของพล.อ.อัครเดช ศศิประภา หรือเสธ.แอ๊ว อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (อดีตรองผบ.สส.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่อง และยังไม่เห็นข่าว ที่ผ่านมายังไม่ได้เจอทั้งสองคน แต่เชื่อว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะตนเป็นญาติผู้ใหญ่ หากมีอะไรทั้งสองคนต้องมาบอกตน และเรื่องแบบนี้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นคนในครอบครัวต้องทราบก่อน

ขณะที่ญาติสนิทของ พ.ต.ท.นรบดี เปิดเผยว่า ตนก็ยังเห็นทั้งสองคนอาศัยอยู่บ้านพักบริเวณย่านรามอินทรา ด้วยกัน และยังพาบุตรชายทั้งสองคนไปไหนมาไหนด้วยกัน รวมถึงชอบพาไปเล่นกีฬา แม้ว่าพ.ต.ท.นรบดี จะทำหน้าที่รับราชการอยู่ที่ จ.นครปฐม แต่ก็เห็นว่าบางครั้งก็ขับรถกลับมาพักที่บ้านพักของตนเองเสมอ

ล่าสุดมีรายงานข่าวเบื้องต้นว่า หมิวได้หย่าขาดกับสามีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 59 ที่ผ่านมา ที่สำนักงานเขตดอนเมือง โดยมีข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินที่มีแต่เดิมเป็นของฝ่ายใดก็ให้เป็นเป็นของฝ่ายนั้น ส่วนการดูแลบุตรทั้ง 2 คนคือ “แพลงต้อน-ศศิเดช ศศิประภา” และ “อีตั้น-ด.ช. ศักดิเดช ศศิประภา” นั้น ในวันจันทร์-ศุกร์ ลูกอยู่ในการดูแลของฝ่ายหญิง ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ลูกจะอยู่กับฝ่ายชาย นอกจากนี้ดาราสาวยังกลับมาใช้นามสกุลเดิมคือ “โชติรส” ซึ่งเป็นนามสกุลบิดาแล้ว

ด้านคนสนิทของเสธ.แอ๊ว เปิดเผยว่า ตนยังไม่ทราบข่าวดังกล่าว แต่เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา เสธ.แอ๊วได้จัดงานฉลองเนื่องในวันคล้ายวันเกิด แต่ก็ไม่เห็นนางลลิตามาร่วมงาน มีเพียง พ.ต.ท.นรบดีมางานของบิดาเพียงคนเดียว.

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @mewlalita.fanpage
ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

แก๊งม.4อ่วมตร.แจ้งเอาผิด ทำร้ายจนท.ขณะคุมตัววิศวกร

แก๊งเด็ก ม.4 อ่วม หลังโดนลุงวิศวกรแจ้งความเอาผิด ล่าสุดทางรอง สวป.เอาเรื่องด้วย ข้อหาทำร้ายร่างกายจนท. พร้อมออกหมายเรียกทันที ไม่มาเจอหมายจับ ด้านคนขับรถตู้ไม่รอดโดนข้อหาเป็นผู้สนับสนุนฯ

แก๊งม.4อ่วมตร.แจ้งเอาผิด ทำร้ายจนท.ขณะคุมตัววิศวกร

หลังเมื่อช่วงสายวันที่ 12 ก.พ. ตำรวจ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ได้สอบปากคำ นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ หนุ่มใหญ่วิศวกรวัย 50 ปี ที่ก่อเหตุยิงวัยรุ่นเสียชีวิต บริเวณถนนสายอ่างศิลา-สุขุมวิท ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี ล่าสุด พ.ต.ท.ธีรวัฒน์  จันทร์ศรีเพชร  รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.แสนสุข กล่าวถึงคดีนี้ว่า นายสุเทพ พร้อมด้วยภรรยาและทนายความได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งแจ้งความดำเนินคดีกับวัยรุ่น 4 คน ที่ร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ

ขณะที่ ร.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ จิตต์อนงค์  รอง สวป.ช่วยงานจราจร  สภ.แสนสุข  ที่เข้าควบคุมตัวนายสุเทพผู้ต้องหาวันเกิดเหตุเข้าแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มวัยรุ่นเช่นกัน ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติการตามหน้าที่ เนื่องจากวันเกิดเหตุขณะควบคุมตัวนายสุเทพอยู่นั้น ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้ามาทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา ทำให้ตำรวจโดนลูกหลงถูกทำร้ายด้วย ขณะที่คนขับรถตู้ถูกแจ้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ทำร้ายร่างกาย และข้อหาขับรถซ้อนคันกีดขวางการจราจรตาม พ.ร.บ.การจราจร โดยตอนนี้ได้ออกหมายเรียก 4 วัยรุ่นมารับทราบข้อกล่าวหาในวันอังคารที่ 14 ก.พ.นี้  หากไม่มาก็จะทำการออกหมายจับต่อไป ส่วนนายสุเทพจะถูกส่งตัวไปตรวจร่างกายหาบาดแผลและอาการบาดเจ็บอีกครั้งที่โรงพยาบาลม.บูรพา เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้การชลบุรี สั่งสอบสวนคนขับรถตู้ ม.4 พฤติกรรมเข้าข่ายการสนับสนุนการก่อเหตุหรือไม่
ผู้การชลบุรี สั่งสอบสวนคนขับรถตู้ ม.4 พฤติกรรมเข้าข่ายการสนับสนุนการก่อเหตุหรือไม่

คลิปสุดท้ายเผยภาพนาที รถตู้ ม.4-วีออส ไล่บี้ตีคู่รถวิศวกร ก่อนโดนยิง – รุมกระทืบ
คลิปสุดท้ายเผยภาพนาที รถตู้ ม.4-วีออส ไล่บี้ตีคู่รถวิศวกร ก่อนโดนยิง – รุมกระทืบ

เปิดใจ “ลุงรปภ.สายแดนซ์” สู้ชีวิต! โดนกลั่นแกล้งเพราะไปขัดขาหัวหน้า

ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก หลังจากที่แฟนเพจ “คนเมืองเหนือ” ได้เล่าเรื่องราวชีวิตของ รปภ.ท่านหนึ่ง ที่มักจะเต้นรำไปด้วยเวลาโบกรถ ซึ่งสร้างสีสันให้แก่ผู้พบเห็น

ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก หลังจากที่แฟนเพจ “คนเมืองเหนือ” ได้เล่าเรื่องราวชีวิตของ รปภ.ท่านหนึ่ง ที่มักจะเต้นรำไปด้วยเวลาโบกรถ ซึ่งสร้างสีสันให้แก่ผู้พบเห็น แถมยังเป็นที่รักแก่ทุกคนจนหัวหน้าไว้วางใจไม่ยอมให้ไปประจำที่จุดอื่น

5-002

โดยแฟนเพจดังกล่าวระบุข้อความ ที่เล่าจากปากของรปภ.คนดังกล่าวว่า “ตอนแรกก็โบกธรรมดานี่แหละ…ผมเคยเป็นรปภ.บริษัทนึงอยู่ได้ 11 ปี แล้วเจอหัวหน้าคนใหม่เขามีนอกมีใน ผมเป็นคนไม่ชอบความไม่ถูกต้อง ผมขัดเขาอยู่เรื่อย เขาก็เลยกลั่นแกล้งผมต่างๆ นานา ผมรำคาญก็เลยลาออกซะเลย คิดซะว่าเป็นเวรกรรม คนทำแบบนี้มันไม่ได้ดีหรอก มาอยู่กับบริษัท G4S เพิ่งมาอยู่ตรงนี้ได้ 2 ปีกว่า ตอนแรกก็โบกธรรมดานี่แหละ แต่ผมไปเห็นตำรวจจราจรเขาทำท่าทำทางแล้วมันดูสวยดี มันน่าจะทำให้คนเขามีความสุขได้ ผมชอบทำให้คนอื่นเขามีความสุข ทำให้คนอื่นเขายิ้มเขาหัวเราะได้ มันเป็นความสุขอย่างนึงของผม ก็เลยลองเต้นดู คนผ่านไปผ่านมาเขาชอบ มีซื้อน้ำซื้อขนมมาให้ บางคนเขาถึงกับจอดรถปรบมือให้ บางทีก็ให้ตังค์บอก ‘ลุงเอาไว้ซื้อข้าวกินนะ’ ผมก็ชื่นใจ เขาให้ตังค์ผมมาผมก็ใช้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด ไม่ได้เอาไปซื้อเหล้าซื้อบุหรี่ พอหัวหน้าเขาเห็นลูกค้าชอบเขาก็เลยไม่ให้ผมไปไหน จุดอื่นเขาเปลี่ยนกัน ผมก็อยู่อย่างนี้แหละ เข้า 10 โมงเช้าเลิก 4 ทุ่ม”

5-002

“บางครั้งก็โดนดูถูกบ้างอะไรบ้าง บางคนอาจจะมองว่าต่ำ บางคนเรียกหมาเฝ้าบ้านบ้าง แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าเราทำงานสุจริต เราไม่ได้ไปลักขโมยใครกิน แค่นี้ก็ภูมิใจละ บางคนเขามีหน้าที่ตำแหน่งการงานสูงกว่าเรา เขายังไม่มีความสุขในการทำงานเลย ผมเป็นแค่ยามทั่วไปเนี่ย ยังทำงานให้มีความสุขได้ ไม่ต้องเมาก็เต้นได้ ผมคิดแบบนี้นะ ว่าถ้าเราเผลอไปโมโหกระแทกกระทั้นใส่ใครเข้า สิ่งดีๆ ที่เราทำมามันเสียหมดเลย เขาจะบอกว่า ‘รปภ.มันก็แค่นั้น’ แล้วทุกอย่างก็จบ”

5-001

“ชีวิตครอบครัวผมนี่แตกแยกไป 7-8 ปีละ เมียเขาแต่งงานใหม่ไปแล้ว ก็ถือว่าเราหมดเวรหมดกรรมต่อกัน ผมก็กลับไปเลี้ยงแม่ เลี้ยงแม่ได้ 5-6 ปีแม่ก็จากผมไป พ่อก็ไม่อยู่ละ เหลือตัวคนเดียว บางทีก็เก็บกดนะ แต่เลิกงานเสร็จก็ต้องโยนไว้นี่ กลับบ้านอาบน้ำอาบท่า อยากกินข้าวก็กิน ไม่อยากกินก็นอน ลูกก็ไม่อยู่ด้วย เมียก็ไม่อยู่ด้วย พี่สาวก็อยู่อีกบ้าน พี่ชายก็ติดเหล้าเมาอยู่อีกบ้าน ไม่รู้จะทำยังไง เมียทิ้งน่ะครับ บางครั้งก็เหนื่อยใจจะขาด ก็ต้องทน”

ทั้งนี้ หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้มีผู้คนเข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก พร้อมกับชื่นชมในความขยัน และอดทนของคุณลุงรปภ,คนดังกล่าว

ขอบคุณภาพ-ข้อมูลจาก คนเมืองเหนือ tvpoolonline.com

เจ้าของเเผงลอตเตอรี่เผย! เลขมงคลพระสังฆราช เกลี้ยงเเผง

แผงลอตเตอรี่เมืองลำปาง ผู้คนออกยังตระเวนตามหาซื้อเลขมงคลสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เลข 12 และ 20 เจ้าของแผงบอก ขายเกลี้ยงตั้งเเต่วันแรกๆ

ลอตเตอรี่,เลขมงคลพระสังฆราช,เลขมงคล, พระสังฆราช

ที่บริเวณแผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาล บ้านลอตเตอรี่ ภายในห้างบิ๊กซี ลำปาง นางพัชรี วิชัยอริยุทธ์ หรือ เจ้อี้ด อายุ 55 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลรายใหญ่เปิดเผยว่า ลอตเตอรี่งวดวันที่ 16กุมภาพันธ์ 2560 นั้น ขายดีมาก เเละจากการสำรวจ ผู้สื่อข่าวพบว่า สิ่งที่เจ้าของเเผงเกือบทุกแผงยืนยันและพูดเป็นเสียงเดียวกันก็คือ ช่วงนี้ผู้คนมักมาหาซื้อเลขที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ซึ่งจะมีพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 นี้  เเละปรากฏว่าเลขที่เกี่ยวข้องคือ 12 และ 20 หลายๆ เเผงถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยง

ลอตเตอรี่,เลขมงคลพระสังฆราช,เลขมงคล, พระสังฆราช

โดยนางพัชรีบอกอีกว่า เลขที่มีความต้องการ ทุกวันนี้ยัง,uลูกค้าเดินเข้ามาในร้านก็จะถามหาเลขดังกล่าวแทบจะทุกคน ซึ่งทุกแผงเป็นแบบนี้เหมือนกันหมด

ลอตเตอรี่,เลขมงคลพระสังฆราช,เลขมงคล, พระสังฆราช

ซึ่งหลายคนที่ไม่ได้เลขมงคลตามที่ตั้งใจไว้ ก็เลือกที่จะซื้อเลขใกล้เคียงไปแทน ทำให้เลขอื่นๆ ที่เป็นตัวเลขใกล้เคียงกัน เช่น 11 19  ขายดีตามไปด้วย

ที่มา workpointtv.com

เจนี่ โพสต์ระบาย “อะไรๆก็ตรู” หลังเจอดราม่าโดนด่า 2 วันติด….

เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ บ่นอุบลงไอจี “อะไรๆก็ตรู งงหนักมาก” หลังโดนแซวหุ่นพังตัวตัน-เหยียด น้ำตาล ชลิตา อีกหนึ่งดอก….

เจนี่ โพสต์ระบาย "อะไรๆก็ตรู" หลังเจอดราม่าโดนด่า 2 วันติด

พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริงๆสำหรับนางเอกสาวสุดฮอตอย่าง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ก่อนหน้านี้เพิ่งจะโดนแซวหนักมากเรื่องหุ่นที่ดูตัน ขาทำไมสั้นๆ หลังเดินแบบในงานครบ 5 ปี Hive Salon

ล่าสุด 10 ก.พ. แว่วมาว่าเธอจะโดนอีกประเด็นดราม่าซะแล้ว กรณีไปร่วมงานอีเว้นท์ที่มีสาว น้ำตาล ชลิตา แต่กลับเชิ่ดใส่เดินผ่านหน้ากล้องไปเฉยๆ

งานนี้เมื่อเจ้าตัวทราบเรื่องเม้าท์มอยหอยสังข์ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลฯ สาวเจนี่จึงโพสต์ข้อความผ่านสแนปอินสตาแกรม ระบุว่า …. “อะไรๆก็ตรู งงหนักมาก พักบ้างอะไรบ้างมั้ยค่ะ ไม่เบื่อบ้างหรอ”

คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด เป็นกำลังใจให้สาวเจนี่ผ่านพ้นดราม่าเหล่านี้นะคะ!!

เจนี่ โพสต์ระบาย "อะไรๆก็ตรู" หลังเจอดราม่าโดนด่า 2 วันติด เจนี่ โพสต์ระบาย "อะไรๆก็ตรู" หลังเจอดราม่าโดนด่า 2 วันติด เจนี่ โพสต์ระบาย "อะไรๆก็ตรู" หลังเจอดราม่าโดนด่า 2 วันติด เจนี่ โพสต์ระบาย "อะไรๆก็ตรู" หลังเจอดราม่าโดนด่า 2 วันติด

เหลือเชื่อ! คุณแม่เด็กสุดของโลกมีอายุเพียง 5 ขวบ

ลีนา เมดินา (Lina Medina) เป็นคุณแม่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การแพทย์และได้ถูกบันทึกลงกินเนสบุ๊ค ขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 5 ปี 7 เดือน 21 วัน เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ยากจะเชื่อ จึงไม่แปลกที่เธอจะถูกคนบางกลุ่มคิดว่าเธอกุเรื่องขึ้นมา

คุณแม่เด็กสุดของโลกมีอายุเพียง 5 ขวบ

ลีนาเกิดเมื่อปี 1933 ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเปรู ตอนที่อายุได้ 5 ขวบ เธอมีอาการปวดท้อง แม่ของเธอเห็นว่าท้องเธอบวม จึงรีบพาไปหาหมอ ณ ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเธอเป็นเนื้องอก แต่แพทย์ได้วินิจฉัยว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนแล้ว

คุณแม่เด็กสุดของโลกมีอายุเพียง 5 ขวบ

ต่อมาเธอได้คลอดบุตรชายในวันที่ 14 พฤษภาคม 1939 โดยการผ่าตัดคลอด ได้เด็กชายที่มีน้ำหนัก 2.7 กิโลกรัม ตั้งชื่อว่าเคราร์โด (Gerardo) หลังจากตรวจสอบประวัติทางกายของลีนา พบว่า เธอเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกในขณะอายุเพียง 8 เดือน เริ่มมีหน้าอกในขณะอายุ 4 ปี และกระดูกเชิงกรานพัฒนาจนเต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ขณะอายุ 5 ปี

คุณแม่เด็กสุดของโลกมีอายุเพียง 5 ขวบ

ลีนาไม่เคยออกมาเปิดเผยว่าพ่อของเด็กเป็นใคร แต่มีข้อสันนิษฐานว่า ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งคือบิดาของเมดินา เขาถูกจับกุมในข้อหาข่มขืน แต่ต่อมาก็ถูกปล่อยตัวเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ

คุณแม่เด็กสุดของโลกมีอายุเพียง 5 ขวบ

ในช่วงที่เคราร์โดเติบโตนั้น เขาคิดว่าลีนาคือพี่สาวของเขามาโดยตลอด จนกระทั่งเคราร์โดอายุได้ 10 ขวบ เขาถึงได้รู้ความจริงว่าลีนาคือแม่ของเขา เคราร์โดมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมาโดยตลอด จนในปี 1979 ก็เสียชีวิตลงด้วยโรคกระดูกในวัย 40 ปี

คุณแม่เด็กสุดของโลกมีอายุเพียง 5 ขวบ

อย่างไรก็ตาม ในปี 1970 ลีนาได้แต่งงานกับราอูล (Raul) และให้กำเนิดลูกคนที่ 2 ปัจจุบันเธอยังมีชีวิตอยู่ และมีอายุมากถึง 85 ปีเลยทีเดียว

คุณแม่เด็กสุดของโลกมีอายุเพียง 5 ขวบ

ขอบคุณที่มา: https://www.facebook.com/XinhuaNewsAgency.th/posts/1871363533079660

แถลงจับบ้านพักตากอากาศ 13 ไร่ รุกอุทยานทับลาน

แถลงจับบ้านพักตากอากาศ 13 ไร่ รุกอุทยานทับลาน
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการเผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ด้วยเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2560 เวลาประมาณ 15.30น. พ.ท.สิริรัฐ หนองแสง โดย ร.ต.จํารูญ ปาธิสุทธิ์ หัวหน้าชุดรักษาความสงบเรียบร้อย ประจํา อ.วังน้ําเขียว สังกัด กองพันทหารราบ มทบ.21 , นายเสกสรรค์ เที่ยงพลับ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ หัวหน้า เขตจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 2 (สวนห้อม) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ กองบังคับการปราบปราม กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ ตํารวจ สภ.วังน้ําเขียว ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศ เลขที่ 163 หมู่บ้าน สุขสมบูรณ์ หมู่ที่ 2 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ําเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งปลูกสร้างอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยมี นางติ๋ม อุทัศน์ อายุ 47 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 242 บ้านน้ําซับ หมู่ที่ 11 ต.วังน้ําเขียว อ.วังน้ําเขียว จ.นครราชสีมา รับจ้างดูแล

บ้านพักดังกล่าว ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบติดลํารางสาธารณะ มีรั้วรอบพื้นที่ มีทางเข้าติดกับถนน สาธารณะ ภายในมีสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารที่พักและอาคารอื่น ๆ จํานวน 6 หลัง นางติ๋ม ซึ่งรับจ้างทํางานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ระบุว่า เป็นของ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ได้ก่อสร้างเอาไว้เพื่อพักผ่อน และนาน ๆ จะมาพักครั้งหนึ่ง โดยที่ดินแปลงดังกล่าว พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร และ นางชญานิศฐ์ พิศิษฐวานิช (พรหมมิจิตร) เป็นผู้มอบให้ พล.ต.อ.จุมพล

จากการตรวจวัดพื้นที่ โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม (GPS) จํานวน 6 จุด พบว่าพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ 1 งาน 75 ตร.ว. และตั้งอยู่ในเขต “อุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อปี พ.ศ.2551 นางชญานิศฐ์ ปลัด อบต.ไทยสามัคคี เป็นผู้ครอบครองที่ดินแปลงเกิดเหตุ และเป็นผู้ใกล้ชิดกับกับ พ.ต.ท.พงษ์เดช รองผกก.หน.สภ.วังน้ําเขียว (ยศและตําแหน่งในขณะน้ัน) ในปีพ.ศ.2554 พ.ต.ท.พงษ์เดช และนางชญานิชฐ์ ร่วมกันขายที่ดินแปลงเกิดเหตุให้ พล.ต.อ.จุมพล ขณะเป็นผบช.ภาค3 จึงได้มอบหมายให้ นายผาด บัวบาน พนักงานพิทักษ์ป่า ระดับ ส. 2 ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังน้ําเขียว เพื่อให้ดําเนินคดีกับ พล.ต.อ.จุมพล , พล.ต.ต.พงษ์เดช และ นางชญานิศฐ์

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

10 ดาราชายมาโคตรไกลที่สุด ต้องดู !!

10 ดาราชายมาโคตรไกลที่สุด ต้องดู !!
10 ดาราชายมาโคตรไกลที่สุด ต้องดู !!

ว่าด้วยเรื่องของวงการบันเทิง ถ้าไม่เป๊ะจริงก็อยู่ไม่ได้ หนุ่มๆเหล่านี้จึงต้องหมั่นพัฒนาตัวเองให้หล่อเป๊ะอยู่ตลอดเวลา จะเรียกว่ามาไกลก็เห็นจะใช่ อิอิ ใครมาไกลมากไกลน้อย มาตัดสินกันโลด !!

ที่มา youtube

 

คลิปแฉต้นเหตุคดียิงโจ๋ ม.4 เผยลุงวิศวกรลั่น “เตรียมปืนไว้แล้ว ยิงกับแม่งเลย!”

จากกรณีเหตุการณ์วิศวกรวัย 50 ยิงเด็กหนุ่ม ม.4 วัย 17 ปี ที่บริเวณอ่างศิลา หลังจากมีปัญหาเรื่องการจอดรถกีดขวางทางกัน และทั้งสองฝ่ายให้การไม่ตรงกัน จนมีการเปิดกล้องหน้ารถของวิศวกรในช่วงที่มีการยิงกันจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันนั้น หลังจากนั้นยังมีการเรียกร้องให้เปิดคลิปตั้งแต่ต้นเรื่อง

เปิดอีกคลิปแฉต้นเหตุคดียิงโจ๋ ม.4 เผยลุงวิศวกรลั่น “เตรียมปืนไว้แล้ว ยิงกับแม่งเลย!”

ล่าสุด เฟซบุ๊ก Top News Th เปิดคลิปที่มาจากกล้องหน้ารถของวิศวกรเป็นเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนต้น จะเห็นรถของวิศวกรกำลังจะขับออกจากบริเวณริมฟุตปาธข้างร้านค้า แต่รถตู้ของกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาจอดขวางหน้า ทำให้รถของวิศวกรไม่สามารถออกได้ จนมีปากเสียงระหว่างสองฝ่าย ใช้คำด่าทอรุนแรง โดยช่วงท้ายภรรยาพูดกับวิศวกรว่า “พี่ๆ เอาปืนมา” และวิศวกรได้พูดกับภรรยาว่า “เตรียมไว้แล้ว ยิงกับแม่งเลย”

ขอบคุณที่มา Top News Th

อะไรจะเกิดก็เกิด! บิ๊กตู่ขอออกกำลังกายก่อน

อะไรจะเกิดก็เกิด! บิ๊กตู่ขอออกกำลังกายก่อน

อู้ย แซวๆ นะคะท่านนายกขาเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมกับข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ออกกำลังกายประจำสัปดาห์ในทุกวันพุธ เพื่อเป็นการกระตุ้นร่างกายในการทำงานช่วงเวลาที่เหลือของสัปดาห์

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเต้นแอโรบิค เพื่ออบอุ่นร่างกายในช่วงแรก โดยมีเจ้าหน้าที่จากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นำออกกำลัง เป็นเวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นได้ร่วมเล่นตะกร้อวง กับคณะทำงาน อาทิ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรรี ก่อนที่จะกลับขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนตึกไทยคู่ฟ้า

เครดิต : teenee.com

ช่วยชาติกันหน่อย!!?? มีลูกเพื่อชาติ!! หญิงไทยรับแจกฟรีวิตามินวิเศษ!!

ช่วยชาติกันหน่อย!!?? มีลูกเพื่อชาติ!! หญิงไทยรับแจกฟรีวิตามินวิเศษ!!

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่ากากระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาประชากรที่มีจำนวนน้อย ด้อยคุณภาพ คือ มีอัตราการเพิ่มของประชากรลดลงจากร้อยละ 2.7 ในปี 2543 เหลือเพียง ร้อยละ 0.4 ในปี 2558 หากไม่มีการดำเนินการสนับสนุนใด ๆ ภายใน 10 ปี อัตราการเกิดของประชากรจะไม่เพิ่มขึ้น หรืออยู่ในอัตรา 0.0 แต่ด้วยปัจจัยหลายประการอาจไม่สามารถเพิ่มอัตราเกิดให้เพียงพอต่อความต้องการที่ร้อยละ 2.1 ได้จึงต้องช่วยกันประคองอัตราเกิดให้คงที่ พร้อมกับเพิ่มคุณภาพเด็กที่จะเกิดใหม่ทุกคน ให้เป็นคนที่เกิดด้วยความตั้งใจ เกิดจากการเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อลดอัตราการพิการแต่กำเนิดชนิดรุนแรง ที่ปัจจุบันมีมากถึงร้อยละ 3 หรือราว 30,000 คนต่อปี จึงได้กำหนดให้มีนโยบายสาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ ด้วยวิตามินแสนวิเศษ โดยจะเริ่มให้กรดโฟลิก และธาตุเหล็ก เสริมแก่หญิงไทยวัยเจริญพันธุ์ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อการมีบุตรที่มีคุณภาพ นำร่องให้กลุ่มเป้าหมายแรก คือ กลุ่มหญิงที่พร้อมมีบุตรทันที คือ แต่งงานจดทะเบียน

โดยจะใช้วันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ (14 ก.พ.60) เป็นวันแรกของโครงการ เนื่องจากเป็นวันที่ประชาชนนิยมจดทะเบียนสมรส ประสานกระทรวงมหาดไทยให้นายทะเบียนช่วยมอบวิตามินวิเศษแก่คู่สมรสในวันดังกล่าว โดยองค์การเภสัชกรรม(อภ.) ได้สนับสนุนวิตามินมูลค่า 1 ล้านบาทเพื่อแจกในวันดังกล่าว จากนั้นจะมีการขยายความครอบคลุมต่อไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยเจริญพันธุ์ ที่เหมาะต่อการมีบุตร คือ อายุตั้งแต่ 20 – 34 ปี โดยผ่านระบบสุขภาพ ประชาชนรับวิตามินได้ที่สถานพยาบาลต่าง ๆ โดยเฉพาะในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

ด้าน นพ.กฤช ลี่ทองอิน ที่ปรึกษาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. ได้บรรจุการให้กรดโฟลิก และธาตุเหล็ก เป็นชุดสิทธิประโยชน์บัตรทองอยู่แล้ว ซึ่งประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงวิตามินดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมถึงเยาวชนอายุตั้งแต่ 13 – 45 ปี

ที่มา – tnews

คดีวิศวกรยิงเด็กดับ ชูวิทย์ ลั่นหากไม่เคยติดคุก คงไม่เข้าใจ! เพราะนี่มันเป็นกฎหมาย

จากรณีลุงวิศวกรยิงเด็กดับมีหลายฝ่ายออกมาเชียร์กันว่าถ้าเป็นตัวเองอาจจะยิงหมดแม็คไปแล้ว เพราะกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาล้อมรถของตนเองทำให้เป็นกังวลต่อคนในครอบครัวที่อยู่ในรถ

3-01

ล่าสุด ชูวิทย์ ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีดังกล่าวว่า “หากคุณไม่เคยติดคุก คุณคงไม่เข้าใจ ผู้คนสะใจ ที่วัยรุ่นเข้าไปรุมทำร้ายวิศวกร แล้วถูกยิงตาย เพราะวิศวกรต้องปกป้องตัวเองและครอบครัว ผมต้องการให้เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ หากพูดด้วยความสะใจก็อาจบอกได้ว่า “เป็นผมจะยิงให้หมดแม็ก” แต่ผมเคยผ่านคุกผ่านตะรางมา ถึงแม้ว่าอีกฝั่งหนึ่งจะมีดาบเป็นอาวุธ (ซึ่งจริงๆแล้วยังไม่มีอาวุธ) แต่หากคุณใช้ปืนยิง เมื่อไปที่ศาลคุณอาจถูกตัดสินว่า “ทำเกินกว่าเหตุ” ผมเคยพบเห็นคนทะเลาะกัน แล้วฝั่งตรงข้ามบุกเข้ามาในบ้านโดยถือดาบ เจ้าของบ้านใช้ปืนยิงสวนบาดเจ็บอยู่ที่ลานจอดรถภายในบ้าน ท้ายสุดถูกตัดสินว่าทำเกินกว่าเหตุ ถามว่าเห็นใจวิศวกรหรือไม่? ที่จำเป็นต้องปกป้อง แม่ และ ลูกเมีย แน่นอนว่าน่าเห็นใจ ทุกคนย่อมปกป้องครอบครัวของตัวเอง แต่เมื่อไปพิสูจน์ที่ศาล ก็จะมีคำถามว่า เมียและแม่ได้รับบาดเจ็บหรือยัง? ถูกทำร้ายหรือเปล่า? ในคอมเม้นต์อาจถามว่า “จะต้องรอให้พวกเขาบาดเจ็บก่อนใช่ไหม?”

ขอโทษนะครับ นี่มันเป็นกฎหมาย เราไม่ได้อยู่ในสมัยคาวบอยที่ใช้ปืนตัดสิน เมื่อมีคนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ เมื่อเขายิงคนตาย ก็ต้องถูกดำเนินคดี ยิ่งถ้าคุณยิงโดยเจตนาเอาปืนจ่อเพื่อเล็งเห็นผล ก็จะกลายเป็นเจตนาฆ่าโดยทันที วิศวกรจะต้องต่อสู้ว่า ไม่เจตนาจะยิงเพื่อจะเอาถึงชีวิต ตั้งใจยิงขู่ พอดีกระสุนปืนมันดันไปถูกเข้า ผมอธิบายให้สังคมฟังก็เพื่อให้เข้าใจว่า “การตัดสินทางกฎหมาย ไม่เหมือนกับการตัดสินทางสังคม” คุณต้องไปพิสูจน์กันที่ศาล ว่าการที่ฝั่งตรงข้ามเสียชีวิตเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่? นี่ยังดีที่วิศวกรยิงไปแค่นัดเดียว หากยิงหมดแม็กแบบที่คนคอยเชียร์กันเพื่อความสะใจ นั่นหมายความว่าเขาจะไม่รอดพ้นจากการติดคุก และโทษอย่างต่ำต้องมี 15 ปี จำนวนปีจะเพิ่มขึ้นไปตามกระสุนที่คุณยิง

คุณอยากจะฟังเหตุผลจากความเป็นจริง หรือคุณต้องการแค่ความสะใจ?
สังคมย่อมเห็นใจวิศวกรที่ถูกรุมทำร้าย แต่ที่น่าเห็นใจยิ่งกว่าคือ หากต่อสู้แล้วแพ้คดี ใครจะอยู่คอยปกป้อง แม่ และ ลูก เมีย เขา?”

3-02

แตกตื่นรอยประหลาด คล้ายรอยพญานาคเลื้อยขึ้นรถยนต์

ยายวัย 60 กำลังเตรียมงานบวชหลานชาย ตื่นรอยประหลาดคล้ายรอยพญานาคเลื้อยขึ้นรถยนต์ เชื่อเป็นสิริมงคล

2-01

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 89 หมู่ 3 บ้านหนาด ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นบ้านของนายเดือน คงสมมาตร และนางดวงจิตร คงสมมาตร พบว่ามีรอยประหลาดขึ้นที่รถกระบะเก่า ๆ ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน โดยมีเชือกไนล่อนกั้นเป็นแนวเขตบริเวณรถจอ ด้านหน้ากระโรงรถมีแก้วปักธูปและขวดน้ำแดงวางอยู่ ซึ่งเจ้าของบ้านและชาวบ้านได้ถวายให้กับรอยประหลาดที่ปรากฎบริเวณด้านหน้ารถเป็นทางยาวอย่างเห็นได้ชัด โดยเชื่อว่ารอยประหลาดที่พบนั้นเป็นรอยพญานาค ที่มาแสดงอภินิหารให้เห็นในโอกาสที่ครอบครัวกำลังจะจัดงานอุปสมบทหลานชายและมาให้โชคลาภด้วย

2-02

นางดวงจิตร เล่าว่า โดยปกติแล้วรถยนต์คันนี้จะใช้บ้างไม่ใช้บ้างเพราะมีสภาพเก่าสตาร์ทไม่ค่อยติด เมื่อวันที่ (7 ก.พ. 60) สามีได้พาช่างมาซ่อม เพื่อจะนำรถไปใช้ในการขนอุปกรณ์เตรียมงานอุปสมบทของหลานชายในวันที่ 18 ก.พ. ที่จะถึงนี้ แต่ก็ยังใช้การไม่ได้จึงจอดไว้ที่เดิมไม่ได้ขยับรถไปไหนกระทั่งตื่นเช้ามาสามีกำลังจะเข้าไปดูรถอีกรอบก็ปรากฏเห็นรอยประหลาดขึ้นอยู่รอบรถ ตั้งแต่ที่บริเวณพวงมาลัยยาวไปฝั่งด้านกระโรงรถด้านหน้ารอบคันรถ จึงได้เรียกชาวบ้านมาช่วยดู ซึ่งทุกคนก็คิดว่าน่าจะเป็นรอยพญานาคที่มาแสดงอภินิหารให้เห็นเป็นสิริมงคล จึงได้นำเชือกมากั้นไว้ จุดธูปบูชา และถวายน้ำแดงที่เป็นไปตามความเชื่อ ซึ่งคนในครอบครัวจะไม่ลบหลู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น

2-03

ที่มา workpointtv

ยังไม่จบ! ลูกพี่โจ๋ ม.4 ประกาศลั่น จะเอาชีวิต…คอยดูแล้วกัน

“ไหนบอกจะไม่ทิ้งพี่ไง รู้มั้ยคิดถึงแทบใจจะขาด เราเล่นด้วยกัน ต่อยกันทุกวันตั้งแต่ยังเด็กๆ ทำไมต้องเกิดเรื่องร้ายกับครอบครัวน้องด้วย น้องยังเด็กอยู่เลย ทำไมถึงเก่งแต่กับเด็ก พรากคนที่รักไป จะเอาชีวิต…คอยดูแล้วกัน!!”

1-001

 

#คลิปหลุดเผยความจริงคดีวิศกรยิงเด็กดับ #ใครกันแน่ที่โกหกดูเอง

clip สำรอง

ลุงสุเทพติดต่อขอความช่วยเหลือกับควีนมาตั้งแต่เมื่อวาน ลุงบอกว่าถูกข่มขู่หนักมากทั้งทางโซเชีล และตอนทะเลาะวิวาท ลุงสัญญาว่าเรื่องที่เล่าไม่โกหก แต่ตอนนี้ปวดหัวและสภาพจิตใจไม่พร้อม หลานก็ถึงขั้นซึมเศร้าตัวสั่นเทาและหวาดกลัวตลอดเวลา ต้องลาหยุดโรงเรียน เลยขอไปนอนพักก่อน ไว้จะส่งภาพถ่ายให้ ทีนี้พอดีมีลูกเพจวงในส่งคลิปกล้องหน้ารถลุงมาให้ จบปิ้งค่ะ ดูกันเอง วินาทีต่อวินาที ไอ้พวกที่ด่าลุงว่าปาดหน้าวีออส ดูเองค่ะ ว่าเขาหนีตายมาขอความช่วยเหลือกับกู้ภัยจริงไหม เงิบไปเลยสิ พวกวัยรุ่นลงมาเคลียร์ หรือลงมากระทืบ และลุงจำเป็นไหมที่จะต้องยิงเมื่อภัยมาถึงตัวและครอบครัวขนาดนี้ ดูด้วยตา ตัดสินด้วยใจ จัดไปค่ะ ถึงเวลาที่พวกเราต้องปกป้องลุงแล้ว

#ทีมลุง #แชร์วนไปค่ะ

ที่มา postjung

เหลือเชื่อ! เจ้าชายน้อยภูฏานวัย 3 ขวบ ระลึกชาติ 824 ปี เป็นอาจารย์ที่นาลันทา!!

เป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ของภูฏานและอินเดีย เมื่อมีรายงานข่าวหลายแห่งระบุว่า เจ้าชายราชวงศ์ภูฏานพระองค์หนึ่ง ชันษา 3 ปี สามารถระลึกชาติได้ว่า ชาติก่อนทรงเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก เมื่อ 824 ปี ก่อน

5-06

รายงานระบุว่า เจ้าชายน้อยพระองค์นี้ เป็นโอรสของเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งแห่งภูฏาน ทรงบอกว่า เมื่อ 824 ปีก่อน ทรงเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ในประเทศอินเดีย และหากว่าได้เสด็จเยือนที่มหาวิทยาลัยนาลันทาอีกครั้ง จะทรงจำทุกอย่างได้ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา พระอัยยิกา(ยาย) ของเจ้าชายจึงพาเจ้าชายไปที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ที่ประเทศอินเดีย ปรากฏว่าเจ้าชายสามารถจำสถานที่ต่างๆได้แม่นยำ แม้แต่ห้องเรียนของพระองค์เอง

5-02

เรื่องนี้สร้างความฮือฮาแก่สื่อมวลชนและชาวโซเชียลในประเทศอินเดียและภูฏานอย่างยิ่ง และกำลังอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

5-01 5-03 5-04 5-05

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

สลด! ดช.5ขวบโดนจับราดน้ำร้อนจนอัณฑะบวม แม่เลี้ยงอ้างเด็กทำน้ำร้อนหกใส่ตัวเอง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ม.ค. 60 นางรุ่งทิวา สุดแดน หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ปทุมธานี นางวรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ศูนย์พึ่งได้ OSCC โรงพยาบาลปทุมธานี ได้เข้าเยี่ยมดช.แชมป์ (นามสมมติ) อายุ 5 ขวบ ถูกน้ำร้อนลวกจากหน้าท้องถึงอวัยวะเพศ จนอัณฑะบวมน่าเวทนา นอนเจ็บปวดอยู่บนเตียง มีนพ.รังสรรค์ บุตรชา หัวหน้าศัลยแพทย์ โรงพยาบาลปทุมธานี ให้การดูแลที่โรงพยาบาลปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี

โดยหนูน้อยอายุ 5 ขวบอาศัยของกับพ่อและแม่เลี้ยง ซึ่งเป็นบ้านเช่า ในต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี ถูกน้ำร้อนลวกจากหน้าท้องถึงอวัยวะเพศจนอัณฑะบวมแดง นอกจากนี้ยังมีแผลที่เคยถูกทำร้ายมาก่อนหน้านี้ ทั้งรอยหยิก รอยตีทั่วทั้งตัว

สลด! ดช.5ขวบโดนจับราดน้ำร้อนจนอัณฑะบวม แม่เลี้ยงอ้างเด็กทำน้ำร้อนหกใส่ตัวเอง

จากการสอบถามน้องแชมป์ทราบว่า ผู้เป็นแม่เลี้ยงใช้น้ำร้อนสาดมาที่ตัว โดยถูกน้ำร้อนลวกมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.แล้ว จนแผลที่ถูกน้ำร้อนกำเริบบวมแดง จึงไปพาส่งโรงพยาบาลในวันที่ 2 ม.ค. และอยู่ในการดูแลของแพทย์พยาบาล รพ.ปทุมธานี ซึ่งมีญาติของผู้ป่วยเตียงข้างๆค่อยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ ส่วนญาติของน้องแชมป์นานๆจะแวะมาเยี่ยมดูแลอาการเป็นบางครั้ง

นพ.รังสรรค์กล่าวว่า การดูแลรักษาน้องเบื้องต้นล้างแผลและใช่ครีมทา ต้องระวังเรื่องการติดเชื้อ หากมีไข้ก็ให้ยาปฏิชีวะเพื่อฆ่าเชื้อ เท่าที่พุดคุยน้องยังคงหวาดกลัวและไม่ค่อยพุดคุย รวมถึงไม่อยากกลับบ้าน สภาพบาดแผลเป็นแผลตั้งแต่บริเวณหน้าท้องถึงอวัยวะเพศ นอกจากนี้ตามตัวเด็กมีรอยซ้ำคล้ายถูกทำร้ายมา โดยคาดว่าจะใช้เวลารักษากว่า 1 เดือน

นางรุ่งทิวา สุดแดน หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า การช่วยเหลือต่อไปจะเป็นส่วนของการคุ้มครองสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ของน้องแชมป์ต่อจากนี้ เบื้องต้น พมจ.ปทุมธานี ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ความเป็นอยู่ของน้อง เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็ก ในระยะยาวครอบครัวจะดูแลเด็กคนนี้ได้อย่างไรให้ปลอดภัย ที่ผ่านมาเด็กถูกทำร้ายมาโดยตลอด แต่ว่าครั้งนี้น้องถูกทำร้ายอาการหนักมากเกินไป โดยจะให้ทีมสหวิชาชีพ แพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคม อัยการ ตำรวจ ครู เพื่อช่วยคุ้มครองเด็กและดูแลสวัสดิภาพในระยะยาว

ร.ต.อ.ประพันธ์ เรืองสุวรรณ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้เรียกแม่เลี้ยงและพ่อของเด็กมาสอบปากคำ ซึ่งทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนเอาน้ำร้อนสาดน้องแชมป์ แต่อ้างว่าน้องแชมป์ทำน้ำร้อนหกใส่ตัวเอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ได้เชิญพยาน 2 ปากที่อยู่ใกล้เคียงมาสอบปากคำไว้เป็นหลักฐาน แต่เนื่องจากเด็กถูกทำร้ายอาการหนักมากเกินไปและมีอาการหวาดผวาอยู่ตลอด ต้องรอให้อาการของเด็กดีขึ้น ซึ่งก็อยู่ในความดูและของแพทย์ และพัฒนาสังคมจังหวัดปทุมธานีเป็นอย่างดี

โดยจะให้ทีมสหวิชาชีพ แพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคม อัยการ ตำรวจ ครู สอบปากคำเด็กอีกครั้งเพื่อความละเอียดและครอบคลุมทุกประเด็นในผลของคดี และจะออกหมายเรียกแม่เลี้ยงและพ่อเลี้ยงของเด็กมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

เจออีกแล้วรถตู้ทิ้งผู้โดยสารกลางทาง อ้างหมดเวลาวิ่ง แถมเก็บเงินเต็มราคาอีก

เหตุการณ์รถตู้ทิ้งผู้โดยสารมีให้เห็นเป็นประจำ ซึ่งโชเฟอร์ก็มักจะอ้างเหตุผลต่างๆ นานา ถึงเหตุผลที่ต้องทิ้งผู้โดยสาร ล่าสุดสมาชิกเฟซบุ๊ก “Jirawut Yun EK Emperror” ได้โพสต์คลิปหลังเจอเหตุการณ์ดังกล่างตรงหน้า โดยรถตู้คันหนึ่งปล่อยผู้โดยสารลงกลางทางแถวๆ ย่านพัทยา จ.ชลบุรี ก่อนจะมีปากเสียงกันดังลั่น โดยโชเฟอร์อ้างว่าหมดเวลาวิ่ง จะเอารถตู้ไปส่ง เลยให้ผู้โดยสารลงกระทันหัน

2-001

 

จากนั้นผู้โสต์ได้สอบถามผู้โดยสารคนดังกล่าวก็ทราบว่าเดินทางมาจากย่านบางนา เพื่อจะไปมาบตาพุด จ.ระยอง แต่พอมาถึงช่วงพัทยากลับปล่อยตัวเองลงกลางทาง โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า นอกจากนี้ยังปล่อยผู้โดยสารคนอื่นๆ ลงกลางทางเช่นกัน พร้อมทั้งเก็บค่าโดยสารเต็มจำนวน ในราคา 180 บาท ซึ่งเกินกว่าความเป็นจริง หลังจากนั้นผู้โพสต์จึงได้อาสาไปส่งผู้โดยสารคนดังกล่าวที่มาบตาพุด เพราะเวลานั้นไม่มีรถโดยสารคันอื่นวิ่งผ่านเลย

 

คลื่นสูง 4 เมตรซัดเรือสปีดโบ๊ทล่มกลางทะเลกระบี่ ช่วยระทึก 22 นักท่องเที่ยว

คลื่นสูง 4 เมตรซัดเรือสปีดโบ๊ทล่มกลางทะเลกระบี่ ช่วยระทึก 22 นักท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 11.40 น วันที่ 4 ม.ค. นายไชยยันต์ ไชยคำ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยาน ที่พพ.3 (เกาะไม้ไผ่) เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ได้รับแจ้งเหตุ เรือสปีดโบ๊ท ชื่อเรือไจแอ้น 121 ถูกคลื่นซัด อับปางลงบริเวณทางด้านทิศตะวันตกของเกาะไม้ไผ่ เบื้องต้นได้นำเจ้าหน้าที่อุทยานรีบเข้าไปช่วยเหลือโดยนำเชือกผูกห่วงยาง ให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ทั้งชายและหญิง รวม จำนวน 22 คนที่ลอยคออยู่ในทะเล เกาะและไต่ขึ้นฝั่ง ได้อย่างปลอดภัยโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ส่วนเรือลำดังกล่าวได้จมลงทะเล

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุเรือลำดังกล่าว มีนายคมกริช อรุณเดช อายุ 30 ปี เป็นนายท้ายเรือ ได้เดินทางมาจากเกาะภูเก็ต พานักท่องเที่ยวชาวจีน 22 คนมาเที่ยวที่เกาะไม้ไผ่ จากนั้นก็พานักท่องเที่ยวเดินทางมุ่งหน้าไปเกาะพีพีเพื่อไปทานอาหารเที่ยง แต่หลังจากเรือออกไปได้ประมาณ 5 นาทีก็ถูกคลื่นสูงประมาณ 4 เมตรซัดเข้าลำเรือทำให้เรือล่ม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการช่วยเหลือขึ้นที่เกาะไม้ไผ่ได้อย่างปลอดภัย ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานเรือมารับนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งเพื่อไปรับประทานอาหาร เพราะนักท่องเที่ยวทั้งหมดยังไม่ได้ทานอาหารเที่ยง ซึ่งขณะนี้ที่เกาะไม้ไผ่ยังมีคลื่นลมแรงคลื่นสูง 3-4 เมตร เจ้าหน้าที่ได้ปักธงแดงห้ามเรือเข้าพื้นที่เสี่ยง เกรงจะได้รับอันตราย

คลื่นสูง 4 เมตรซัดเรือสปีดโบ๊ทล่มกลางทะเลกระบี่ ช่วยระทึก 22 นักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกันเวลา 12.10 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดรพรัตนารา-หมู่เกาะพีพี ได้รับแจ้งเรือหางยาวนำเที่ยว A69 ถูกคลื่นซัดเรือกระแทกหินท้องเรือแตก เครื่องยนต์ดับกะทันหัน ที่บริเวณใกล้ๆเกาะหม้อ เขตอทุยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 6 คนที่มากับเรือต้องลอยคอกลางทะเล จนท.อุทยานฯ ประจำศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารทะเลแหวกได้นำเรือยางเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเข้าฝั่งที่เกาะไก่ ปลอดภัยทุกคน ส่วนเรือจมทะเล

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

รักหมดโปร!! “เจนี่” ส่อแววเลิก “กึ้ง เฉลิมชัย”?

 

news13-1-4116

เปิดศักราชใหม่ก็มีเรื่องร้อนๆ มาให้เผือกกันแทบทุกชั่วโมงเลย ล่าสุด ยังเป็นเรื่องที่ทำเอาหลายคนแคลงใจอย่างมากกับความสัมพันธ์รักระหว่างนางเอกสาวพราวเสน่ห์ “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” กับไฮโซหนุ่ม “กึ้ง เฉลิมชัย” ที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า ทั้งคู่เริ่มจะไม่สวีตหวานและโรแมนติกเหมือนช่วงแรกๆ ซะแล้ว แถมช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ก็ยิ่งส่อแววรักร้าวเข้าไปอีก เมื่อต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปเที่ยวเคานต์ดาวน์กันตามลำพัง โดยทางด้านหนุ่มกึ้งก็ไปเที่ยวกับทางครอบครัวโดยตะลุยอังกฤษ ส่วนสาวเจนี่เองก็ไปปาร์ตี้ลั้ลลากับแก๊งเพื่อนสาวที่ญี่ปุ่น งานนี้เลยมีคนจับตามองว่า ความรักครั้งนี้หมดโปรโมชั่นปิดการขายแล้วหรือเปล่าเอ่ย

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

เช็คก่อนเดินทาง รถไฟสายใต้ป่วน ! ต้องขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัส เหตุฝนตก-น้ำท่วมรางหลายพื้นที่

เช็คก่อนเดินทาง รถไฟสายใต้ป่วน ! ต้องขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัส เหตุฝนตก-น้ำท่วมรางหลายพื้นที่

รถไฟสายใต้ป่วน ! ต้องขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัส เหตุฝนตก-น้ำท่วมรางหลายพื้นที่

วันที่ 4 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอทุ่งสง เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัด เข้าท่วมในตัวเมืองทุ่งสงถนนหลายสาย รถยนต์เล็กไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร จนกระทั่งเช้าวันนี้น้ำที่ท่วมในตัวเมืองได้ลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ในพื้นที่รอบนอกเช่น ต.ที่วัง และ ต.กะปาง ของอำเภอทุ่งสง น้ำจากตัวเมืองทุ่งสงได้ไหลลงไปเข้าท่วมในพื้นที่ ถนนหลายสายในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้สัญจรไปมา โรงเรียนหลายแห่งต้องสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราว นอกจากนี้น้ำยังเข้าท่วมรางรถไฟสายใต้ โดยเฉพาะสถานีรถไฟบ้านที่วัง จนถึงสถานีรถไฟบ้านกะปาง รางรถไฟถูกน้ำท่วมเป็นระยะทางยาวประมาณ 2 กิโลเมตร โดยระดับน้ำสูงเหนือรางรถไฟประมาณ 50 เซนติเมตร – 1 เมตร ส่งผลให้รถไฟไม่สามารถวิ่งผ่าน ทำให้ขบวนรถไฟที่วิ่งมาจากกรุงเทพมหานคร และมุ่งหน้าไปจังหวัดตรัง ต้องจอดที่สถานีรถไฟทุ่งสงและต้องขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัสเดินทางต่อไปยังจังหวัดตรัง ขณะที่ในอำเภอชะอวด รางรถไฟระหว่างสถานีรถไฟชะอวด – สถานีรถไฟบ้านนางหลง ถูกน้ำท่วมรางรถไฟสูง 1 เมตร ขบวนรถไฟที่วิ่งจากอำเภอหาดใหญ่ ต้องหยุดรถขนถ่ายผู้โดยสารที่บ้านหนองจิก อำเภอชะอวด

รถไฟสายใต้ป่วน ! ต้องขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัส เหตุฝนตก-น้ำท่วมรางหลายพื้นที่

นายไชยยะ คชรัตน์ สารวัตรเดินรถไฟ สถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง เผยว่า สำหรับขบวนรถไฟที่วิ่งมาจอดแค่ทุ่งสง ประกอบด้วย รถเร็วขบวนที่ 83 กทม – ตรัง ขบวนที่ 84 ตรัง – กทม.ขบวนที่ 167 กทม.- กันตัง ขบวนที่ 168 กันตัง – กทม.รวมทั้งรถไฟที่จะเข้าปลายทางสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ต้องจอดขนถ่ายผู้โดยสารที่สถานีทุ่งสงเช่นกัน เนื่องจากเกิดน้ำท่วมขังที่รางที่ระหว่าง สถานีเขาชุมทอง – บ้านทุ่งหล่อ อำเภอร่อนพิบูลย์ โดยระดับน้ำสูง 1 เมตร ส่งผลให้ขบวนรถไฟที่ 173 กทม.- นครศรีธรรมราช และขบวนรถไฟที่ 174 นครศรีธรรมราช -กทม.ต้องหยุดเดินรถและจอดสถานีชุมทางทุ่งสง จนกว่าสถานการณ์น้ำจะอยู่ในปกติและน้ำลดจึงสามารถวิ่งได้ตามปกติต่อไป

ที่มา มติชนออนไลน์