ย่ายกมือไหว้หน้าศพ”แอ๋ม” แฉทอมอีกรายหึงโหดทำร้ายถึง4ครั้ง ให้ผู้ชายจะข่มขืน(คลิป)

ย่ายกมือไหว้หน้าศพ”แอ๋มแฉทอมอีกรายหึงโหดทำร้ายถึง 4 ครั้ง ให้ผู้ชายจะข่มขืน(คลิป)

จากเหตุการณ์ที่ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม สาวคาราโอเกะ สถานบันเทิงชื่อดัง จ.ขอนแก่น ถูกคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรมหั่นศพ แล้วยัดใส่ถุงพลาสติกและใส่ถังพลาสติกดำอีกชั้น นำไปฝังดินเพื่ออำพรางคดี ในพื้นที่ บ.โนนสง่า ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่นนั้น

ย่ายกมือไหว้หน้าศพ”แอ๋ม” แฉทอมอีกรายหึงโหดทำร้ายถึง4ครั้ง ให้ผู้ชายจะข่มขืน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ญาติได้นำศพน้องแอ๋ม กลับมาตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดโคกแจง หมู่ 1 ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ท่ากลางเศร้าโศกของญาติๆ โดยเฉพาะ ปู่ และย่าที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก

นางทองหลอม กลิ่นจุ้ย อายุ 67 ปี ย่าของน้องแอ๋ม ได้ยกมือขึ้นไหว้วอนขอให้วิญญาณน้องแอ๋มดลจิตดลใจเจ้าหน้าที่จับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว อย่าให้ต้องตายฟรี

โดยนางทองหลอมกล่าวว่า ตอนนี้ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ แต่ก่อนหน้านี้ช่วงหลังจากทีแอ๋มแต่งงานแล้ว มีทอมอีกคนหนึ่ง อยู่ที่อำเภอมโนรมย์ ได้ทำร้ายร่างกายน้องแอ๋มอย่างรุนแรง พวกตนได้พาหลานไปโรงพยาบาล ร่างกายบอบช้ำ หัวโน หน้าบวม เจ็บท้อง ทั้งเตะ ต่อย กระทืบ จากนั้นไปแจ้งความไว้ที่ สภ.มโนรมย์ ซึ่งได้เคยทำร้ายแอ๋ม 4 ครั้งแล้ว

เหตุการณ์ที่โดนทำร้ายเกิดขึ้นช่วงก่อนสงกรานต์ หลังจากที่แอ๋มแต่งงานไม่ถึงเดือน แอ๋มกลับมาบ้านที่ชัยนาท และเจอกับทอมคนนี้ ให้ผู้ชายมาทำร้าย พยายามจะข่มขืน จนแอ๋มวิ่งหนี สุดท้ายก็สาวทอมตามพบ กระชากผมจนหลุดเป็นก้อนๆ แล้วตบตีทำร้ายจนบาดเจ็บหนัก

ทีแรกหลานสาวจะเอาเรื่อง แต่กลับโดนทอมคนดังกล่าวมาขอร้องให้ถอนแจ้งความ เพราะทอมจะไปสมัครตำรวจ กลัวเขาจะเข้างานไม่ได้ ขอให้ถอนแจ้งความ ทางตำรวจ สภ.มโนรมย์ บอกว่าจะช่วยอย่างเต็มที่ ซึ่งได้เข้าไปตักเตือนทอมรายนี้ไปแล้ว ทางแอ๋มใจอ่อนจึงยอมถอนแจ้งความ

ที่มา  khaosod.co.th

ฝนถล่มกรุง80%ของพื้นที่ ปทุมวัน-ราชเทวีหนักมาก

กรุงเทพฯฝนตก 80% ของพื้นที่ ปทุมวัน ราชเทวี พญาไท และสาทร หนักมาก พบน้ำท่วมขังในถนน เกือบ 20 จุด กทม.เร่งระบาย

ฝนถล่มกรุง80%ของพื้นที่ ปทุมวัน-ราชเทวีหนักมาก

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทมหานคร  รายงานปริมาณสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯว่าตั้งแต่เวลาประมาณ11.45 น.เริ่มมีปริมาณฝนตกลงมาในพื้นที่กรุงเทพฯ


ฝนตก รถติด ทุกข์คนกรุง ใช้ชีวิตจริงตามสภาพ น้ำท่วม 2017
ที่มา PPTV HD 36

ประมาณ80%ของพื้นที่ บางจุดมีปริมาณฝนระดับกลาง-มาก โดเฉพาะพื้นที่ชั้นใน บริเวณเขตปทุมวัน ราชเทวี พญาไท และสาทร โดยในเวลา 13.45 น.มีน้ำท่วมขังในถนนหลายสาย ได้แก่

1.ถนนราชวิถี บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เขตดุสิต

2.ถนนราชวิถี เชิงสะพานกรุงธน เขตดุสิต

3.ถนนศรีอยุธยา หน้าวังสวนผักกาด เขตราชเทวี

4.ถนนพระราม6 ช่วงลงทางด่วน พญาไท

5.ถนนสวนพลู หน้าตลาดสวนพลู เขตสาทร ร

6.ถนนศรีอยุธยา ช่วงโรงเรียนสันติราษฎร์ เขตราชเทวี

7.ถนนประชาสงเคราะห์24 เขตดินแดง

8.ถนนอิสรภาพ บริเวณตลาดพรานนก เขตบางกอกน้อย

9.ถนนงามวงศ์วาน บริเวณตลาดอมรพันธ์ เขตจตุจักร

10.ถนนงามวงศ์วาน บริเวรตลาดพงษ์เพชร เขตจตุจักร

11.ถนนงามวงศ์วาน บริเวณชินเขต เขตหลักสี่

12.ถนนรัชดาภิเษก ช่วงโรบินสันเก่า เขตดินแดง

13.ถนนพหลโยธิน ซอย9-สะพานควาบ เขตพญาไท

14.ถนนนครไชยศรี ตลาดศรีย่าน เขตดุสิต

15.ถนนพหลโยธิน ตลาดอมรพันธ์-แยกเสนานิคม เขตจตุจักร

16.ถนนราชวิถี บริเวรแยกตึกชัย-รพ.พระมงกุฎ เขตราชเทวี

17.ถนนศรีอยุธยา บริเวณลานพระรูป เขตดุสิต

18.ถนนประดิพัทธ์ บริเวณแยกสะพานควาย เขตพญาไท

ทั้งนี้ กทม.อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่

ที่มา :  dailynews.co.th

ประกาศฉบับ16 ไทยมีฝนตกหนักมาก เตือนกทม.และ 36 จังหวัด

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ16 ไทยมีฝนตกหนักมาก เตือนกทม.และ36จังหวัด ระวังทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

น้ำท่วม ประกาศฉบับ16 ไทยมีฝนตกหนักมาก เตือนกทม.และ36จังหวัด
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2560) ” ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2560

ในช่วงวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2560 ประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ใน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งจะได้รับผลกระทบ โดยมีรายละเอียดดังนี้
– ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และตาก
– ภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
– ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา เมืองพัทยา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
– ภาคใต้ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง
– สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลางมีกำลังแรงขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะเคลื่อนขึ้นไปบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบนและประเทศเมียนมาในช่วงวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2560 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 เวลา 17.00 น.

ที่มา bangkokbiznews.com

มหากาพย์คู่จิ้น “วาววา-อินดี้” แชทหลุดเตี๊ยมกันปลุกกระแส

มหากาพย์คู่จิ้น “วาววา-อินดี้” แชทหลุดเตี๊ยมกันปลุกกระแส

มหากาพย์คู่จิ้น "วาววา-อินดี้" แชทหลุดเตี๊ยมกันปลุกกระแส

ไม่รู้ว่าจะกลายเป็น “มหากาพย์” แบบที่ใครๆ อยากให้เป็นหรือเปล่า สำหรับคู่จิ้น วาววา-อินดี้ ที่ต้อนนี้คงลุ้นเชียร์ไม่ขึ้น เพราะละคร อะไรๆ ก็จบตามกัน และยิ่งทำให้แฟนคลับต้องตกใจ เพราะล่าสุดดูเหมือนว่า กระแสคู่จิ้นที่ทั้งคู่สรรค์สร้างขึ้นมานั้น น่าจะเป็นเพียงมายา…

เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “ใต้เตียงดารา” ได้เปิดเผยภาพข้อความแชทหลุดปริศนา ที่ดูเหมือนจะโยงถึงตำนานคู่จิ้น “วาววา ณิชารีย์” กับ “อินดี้ อินทัช” ตอกย้ำความจิ้นทางธุรกิจของทั้งคู่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทั้งคู่ได้แดสงละคร “ลูบคมกามเทพ” ด้วยกัน และสานต่อกลายเป็นกระแสคู่จิ้นอีกคู่ประดับวงการ

แต่เมื่อเร็วๆ นี้ปรากฏว่า ฝ่ายหนุ่มอินดี้ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า แท้จริงแล้วเขากำลังคบหาดูใจอยู่กับแฟนสาวนอกวงการอยู่ และก็คบหากันมาได้สักพักแล้ว กรณีคู่จิ้นกับเพื่อนดาราสาวนั้น แฟนก็รับรู้และเข้าใจดีว่าเป็นเพียงแค่การทำงาน ทำให้ตำนานคู่จิ้น วาววา-อินดี้ เป็นอันต้องจบอย่างฉับพลัน โดยมีคนสังเกตว่า..ทั้งสองฝ่ายได้นัดแนะกันก่อนหรือไม่

กระทั่งมีภาพแชทล่าสุดเปิดเผยออกมา ก็ทำให้ผู้คนต่างแสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา และทำให้เชื่อว่า “คู่จิ้น” ของทั้งสองนั้นเป็นเพียงการสร้างกระแสหรือโปรโมทละครเพียงเท่านั้น ไม่น่าจะมีอะไรไปกว่านี้ เพราะอย่างน้อยๆ หนุ่มอินดี้ ก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แต่หลังการจบเห่คู่จิ้นไปแล้ว ดูเหมือนว่า ฝ่ายวาววา หรือ ฝ่ายอินดี้ ก็ยังไม่มีใครออกมาพูดถึงประเด็นนี้ ส่วนแชทดังกล่าวที่หลุดออกมา ยังไม่ชัวร์ว่าจะเป็นของจริงหรือไม่แต่อย่างใด

ที่มา sanook.com

จับแล้วไอ้หื่นเดนคุกฉุดสาว ข่มขืนข้างทางกลางวันแสกๆ

เดินเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น…ตร.เมืองระยองบุกจับกุมไอ้หื่นฉุดสาวไปข่มขืนกลางวันแสก ๆ ข้างถนน รับสารภาพพบเหยื่อเดินเข็นจักรยานเพียงคนเดียว เกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมาทันที ยอมรับยังก่อเหตุชิงทรัพย์ชาวบ้านมาแล้วนับไม่ถ้วน

จับแล้วไอ้หื่นเดนคุกฉุดสาว ข่มขืนข้างทางกลางวันแสกๆ

กรณี น.ส.อ้อ(นามสมมุติ)อายุ 30 ปี ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.ญ.นิสากร กลิ่นผกา สว.(สอบสวน)สภ.เมืองระยองว่า ถูกนายวัชระ หรือระ (ขอสงวนนามสกุล)  อายุ 27 ปี ฉุดกระชากไปข่มขืนในป่าหญ้าข้างทางบ้านหนองอ้อ ชุมชนชากใหญ่ หมู่ 6 ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อช่วงกลางวัน วันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจจึงขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดระยองนั้น

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองระยอง สืบสวนหาข่าวจนทราบว่านายวัชระพักอยู่บ้านเลขที่ 20/3 หมู่ 2 ถนนยายจั่น ต.สำนักทอง อ.เมือง จ.ระยอง จึงบุกเข้าจับกุมนายวัชระไว้ได้ โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ขณะตระเวนวิ่งราวทรัพย์พบเหยื่อสาวเดินเข็นจักรยานอยู่ตามลำพัง เกิดอารมณ์ทางเพศก็เลยลงมือฉุดเหยื่อไปข่มขืน ทั้งนี้ยังเคยก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่ อ.เมืองระยองมาแล้วหลายครั้ง เงินที่ได้จะเอาไปซื้อยาเสพติดมาเสพ และเที่ยวเตร่ และเคยต้องโทษมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับแล้วไอ้หื่นเดนคุกฉุดสาว ข่มขืนข้างทางกลางวันแสกๆ

ที่มา dailynews.co.th

‘โมเดลลิ่ง’รุมจีบ’น้องแป้ง’ หลังลาออกจาก’พยาบาล’

ฟ้าหลังฝนย่อมสดใส! “น้องแป้ง” อดีตพยาบาลทำโซเซียลฯกระหึ่ม เผยชีวิตหลังลาออกโมเดลลิ่งรุมจีบ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจรับทันที เปรยมี 99 คนซ้ำเติม แต่ควรแคร์ 1 คนที่ให้กำลังใจ

'โมเดลลิ่ง'รุมจีบ'น้องแป้ง' หลังลาออกจาก'พยาบาล'

โลกโซเชียลฯ ถือเป็นดาบสองคม เช่นกรณีพยาบาลสาว ออกมาเปิดใจชี้แจงดราม่า กระแสวิจารณ์แต่งเครื่องแบบเซ็กซี่เกินเหตุ เธอจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกจากรพ.เอกชนแห่งหนึ่งในภาคอีสาน รับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อลดผลกระทบที่จะตามมา พร้อมกับขอโทษสภาการพยาบาล ยินดีปรับปรุงตัว และไม่อยากให้ตัดสินภาพลักษณ์พยาบาลจากคนๆ เดียว

'โมเดลลิ่ง'รุมจีบ'น้องแป้ง' หลังลาออกจาก'พยาบาล'

ล่าสุดวันที่ 26 พ.ค. “น.ส.ปาริฉัตร ฉัตรศรี” หรือ “แป้ง” อายุ 26 ปี พยาบาลสาวคนดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ผ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า มีโมเดลิ่งติดต่อเข้ามา 2 ราย เพื่อให้ไปแคสงานโฆษณา และถ่ายแบบ ซึ่งตนยังไม่ตอบตกลงทันที แต่ได้พูดคุยกันเบื้องต้นว่าจะลองไปแคส และสอบถามรายละเอียดก่อนว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ หลังปรากฏข่าวว่าเธอได้ยื่นใบลาออก อดีตพยาบาลสาวรายนี้ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ถ้ามี 99 คนที่ซ้ำเติมเรา กับมี 1 คนที่ให้กำลังใจ เราควรแคร์แค่คน 1 คนที่ให้กำลังใจ ร้องไห้ตาบวม”

ขอบคุณภาพ : @Pang C-Yanin

ที่มา dailynews.co.th

เปิดใจอดีตพ่อค้าขายรองเท้า ศัลยกรรม29ครั้งพลิกชีวิต

จากอดีตสู่ปัจจุบัน เปิดใจหนุ่มขอนแก่น อดีตพ่อค้าขายรองเท้า เก็บเงิน 3 แสน ทำศัลยกรรมใบหน้ากว่า 29 ครั้ง พลิกชีวิตทำตามฝัน เข้าสู่วงการแดนเซอร์

ชีวิตเปลี่ยน

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการพูดถึงและส่งต่อเรื่องราวของหนุ่มชาวขอนแก่น ที่โพสต์รูปภาพใบหน้าของตัวเองทั้งก่อนทำศัลยกรรมและหลังทำศัลยกรรมเสร็จสิ้นแล้วกว่า 29 ครั้ง พร้อมข้อความระบุว่า “เชื่อไหมว่าเป็นคนเดียวกัน ฉีดหน้าผาก 1 ครั้ง ทำตา 1 ครั้ง ทำจมูก 8 ครั้ง ฉีดดอลลี่อาย 2 ครั้ง สักคิ้ว3มิติ 3 ครั้ง ตัดปีกจมูก 3 ครั้ง ตัดปากกระจับ 1 ครั้ง ทำฟันวีเนียร์ 1 ครั้ง ร้อยไหมยกใบหน้า 1 ครั้ง ฉีดคาง 4 ครั้ง แล้วแก้มาใส่เพสคาง 1 ครั้ง ทำลักยิ้ม 1 ครั้ง ตัดเลาะกระดูกกราม 1ครั้ง ดึงสลิ้งใต้ปีกจมูกเพื่อยกปลายจมูก 1 ครั้ง” จนกลายเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

ชีวิตเปลี่ยน-1

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายรัชฎา หงษ์ประสิทธิ์ หรือ มินโฮ อายุ 23 ปี เจ้าของเรื่องราวดังกล่าวได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า ตัดสินใจทำศัลยกรรมใบหน้าเพราะที่ผ่านมาไม่เคยประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งเรื่องความรักและหน้าที่การงาน ในอดีตเคยไปสมัครโรงละครคาบาเร่ต์โชว์ ที่พัทยาถึง 7 ครั้ง แต่ถูกปฏิเสธทุกครั้งด้วยเหตุผลหลายอย่าง ก่อนจะหันมาหางานทำด้วยการเป็นพ่อค้าขายรองเท้าให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมเงินเพื่อไปศัลยกรรม ปัจจุบันทำศัลยกรรมไปเกือบ 30 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 ปีครี่ง รวมทั้งสิ้นกว่า 3 แสนบาท พร้อมฝากถึงผู้ที่อยากทำศัลยกรรมควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ที่เป็นมืออาชีพก่อนตัดสินใจทำ

“แม้ในช่วงทำศัลยกรรมจะเคยพบกับอุปสรรคมามาก ทั้งไม่ได้สติ สลบคาเข็มฉีดยา ใบหน้ามีปัญหา แต่หลังจากที่ศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้ากลายเป็นคนละคนไปแล้วทำให้มีโอกาสมากมายเข้ามาในชีวิต สามารถผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้ายในเวที One Man และได้รางวัลป๊อปปูล่าโหวต ปัจจุบันเป็นแดนเซอร์ในคาบาเร่ต์แห่งหนึ่งที่พัทยาได้สำเร็จ ทำให้รู้ว่าเราสามารถเพิ่มความมั่นใจให้กล้าทำอะไรหลายๆอย่างที่เมื่อก่อนไม่ได้รับโอกาสได้ทำ แม้ในอดีตที่ผ่านมาจะเคยโดนดูถูกเหยียดหยามมามากมายก็ตามแต่ไม่เคยโกรธใคร และไม่อายที่จะเผยแพร่เรื่องศัลยกรรมให้คนอื่นได้รู้ อยากให้สังคมไทยเปิดกว้างในเรื่องของศัลยกรรมมากขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเสพติด แต่เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง” อดีตพ่อค้าขายรองเท้า กล่าว..

ขอบคุณภาพจาก รัชฎา หงษ์ประสิทธิ
ที่มา : dailynews.co.th

‘เสน่หา ไดอารี่’ ละครที่ว่าด้วยกิเลสมนุษย์ กับคำขอ “อย่าถามว่าเป็นเรื่องของใคร”

เสน่หา ไดอารี่’ ละครที่ว่าด้วยกิเลสมนุษย์ กับคำขอ “อย่าถามว่าเป็นเรื่องของใคร”

‘เสน่หา ไดอารี่’ ละครที่ว่าด้วยกิเลสมนุษย์ กับคำขอ “อย่าถามว่าเป็นเรื่องของใคร”

ละครชุด ‘เสน่หา ไดอารี่’ ที่ บอย – ถกลเกียรติ วีรวรรณ เป็นผู้กำกับการแสดงให้ช่องวัน 31 ประกอบด้วยละคร 3 เรื่อง คือ ‘กับดักเสน่หา’ , ‘บ่วงเสน่หา’ และ ‘แสบเสน่หา’ ซึ่งเรื่องแรกจะเริ่มออกอากาศวันที่ 29 พ.ค. นี้ เวลา 20.30 น. โดยเนื้อหาน่ะก็ตรงตามชื่อ คือ เป็นบันทึกเกี่ยวกับความหลง

“ไม่ว่าจะเป็นลุ่มหลง หรือหลงผิด”

ซึ่งสามารถทำร้าย และทำลายเราได้ทุกเมื่อ

“แต่ละครเรื่องนี้สนุกทั้ง 3 เรื่องเลย สนุกมากๆ แต่ละเรื่องก็มีพลอตที่เรียกว่าถึงใจ ค่อนข้างจะแซ่บอยู่”

ส่วนที่มาของเนื้อหา หรือจะเรียกว่าแรงบันดาลใจนั้น บอย ถกลเกียรติบอกว่า “มาจากการที่ฟังคนโน้น คนนี้เล่า คนโน้นไปเจอเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน ไปเจออะไร อย่างไร แล้วเราก็เอามาปรุงแต่ง”

ก็นั่นละนะ “ละครมันก็สะท้อนชีวิตจริง เพราะฉะนั้นดูละครก็ย้อนดูตัวนะครับ”

“ถามว่าจริงทั้งหมดไหม มันก็แต่งเยอะแหละ แต่ว่าจุดเริ่มต้นก็มาจาก เฮ้ย! มันเคยมีอะไรแบบนี้จริงๆด้วยเหรอ เพราะฉะนั้นเวลาดูไม่ต้องถาม ว่าเป็นเรื่องของใครนะครับ” เขาดักคอไว้ ก่อนจะหัวเราะ

“ไม่ต้องถามเลย เพราะว่าไม่มีครับ มันรวมๆกันไป”

กับดักเสน่หา ป้อง ณวัฒน์ – ใบเฟิร์น อัญชสา

กับดักเสน่หา ป้อง ณวัฒน์ – ใบเฟิร์น อัญชสา

บอกอีกว่า เรื่องเหล่านี้ “มันเป็นกิเลสมนุษย์นะ อย่างกับดักเสน่หา ก็เป็นเรื่องของสามีภรรยาคู่หนึ่ง แต่งงานกันมาแล้ว 10 ปี ผู้ชายเป็นคนดีมาตลอด ไม่เคยนอกใจเลย ไมเคยนอกกายด้วย จนวันหนึ่งเผลอ แล้วไปเจอแจ็คพอต ผู้หญิงไม่ยอมปล่อย เข้ามาในชีวิต จนครอบครัวที่เขารักที่สุดมันจะถูกทำลายไหม เขาก็ตัองต่อสู้ ให้มันไม่ถูกทำลาย”

“เรื่องที่สอง บ่วงเสน่หา ก็คือเรื่องขอบผู้หญิงที่เหมือนเป็นซินเดอเรลล่า แล้ววันหนึ่งได้แต่งงานกับผู้ชายที่ร่ำรวยมหาศาลมาก เหมือนแบบใส่รองเท้าแก้วเลย แต่ว่าในวังของซิน อาจจะมีอะไรที่คนข้างนอกมองไม่เห็น เจ้าชายคนนั้นสรุปเป็นเจ้าชายจริงหรือเปล่า หรือว่าเป็นเจ้าหญิง แล้วนางซินจะแก้ปัญหายังไง จะหลุดพ้นจากวังวน จากบ่วงนั้นได้อย่างไร”

บ่วงเสน่หา กัปตัน ภูธเนศ – อัค อัครัฐ (ภาพจาก @paipypu)

บ่วงเสน่หา กัปตัน ภูธเนศ – อัค อัครัฐ (ภาพจาก @paipypu)

“ส่วนเรื่องแสบเสน่หา เรื่องของคู่รักที่รักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน เกือบ 10 ปี จนตกลงจะแต่งงาน ไม่กี่อาทิตย์ก่อนงาน ผู้ชายเกิดไปเที่ยวราตรีกับเพื่อน แล้วไปเจออะไรบางอย่าง ที่เขาไม่เคยเจอ แล้วก็ไม่คิดว่าเขาทำแบบนี้ได้ ในมุมของความเป็นเพลย์บอย มันตื่นเต้นสำหรับเขา”

สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเลิกกับแฟน และใช้ชีวิตเป็นเพลย์บอยตลอด 2 ปีหลังจากนั้น กระทั่งได้หวนมาเจอเธออีกครั้ง

“เรื่องราวต่างๆเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้สังคมจริงๆ เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ”
บางเรื่องคุณๆอาจได้ยินเสียงเล่าลือมาแล้วด้วยซ้ำ ว่าเป็นเรื่องของใคร”

แสบเสน่หา แกงส้ม ธนทัต – หนูนา หนึ่งธิดา

แสบเสน่หา แกงส้ม ธนทัต – หนูนา หนึ่งธิดา

แต่ก็นะ อย่าได้ถามเพื่อขอการยืนยัน

เพราะอย่างที่เขาบอกว่ามันเป็นเรื่อง “รวมๆกันไป” ของเหล่าผู้คนที่ได้ยินมา

ที่มา matichon.co.th

แม่น้อย เผย หญิง ยังไม่เคยฟีเจอร์ริ่ง “ตุลย์” ชมฝ่ายชายน่ารักมีมารยาท ถ้าขอก็จะยกให้

แม่น้อย” เผย “หญิง” ยังไม่เคยฟีเจอร์ริ่งตุลย์” ชมฝ่ายชายน่ารักมีมารยาท ถ้าขอก็จะยกให้

แม่น้อย

“หญิง รฐา” เก็บอาการเขินไม่อยู่ “แม่น้อย” ให้ “ตุลย์” ผ่านฉลุย เผยสถานะแค่คุยกัน ยังไม่เคยฟีเจอร์ริ่ง ชมเจอ 2 ครั้งเทคแคร์ดีมาก ชอบเข้าวัด มารยาทดี ไม่สูบบุหรี่ แถมยังเล่าไม่กั๊กกลับมากิ๊กกั๊กกันได้ยังไง หญิงเปิดใจฝ่ายชายหยอดหวาน my นางพญาเป็นแค่คำที่ใช้เรียกกัน

รักครั้งนี้ดูท่าจะผ่านโลด เพราะล่าสุด “แม่น้อย โพธิ์งาม” แม่ “หญิง รฐา โพธิ์งาม” ออกมาเผยในงานโฟร์โมสต์ ดื่ม ขยับ รับวันดื่มนมโลกระบุว่า “ตุลย์ ตุลยเทพ เอื้อวิทยา” สอบผ่านว่าที่ลูกเขยแม้จะเพิ่งดูใจกันได้แค่ 2 เดือน แถมยังเอ่ยชมไม่ขาดปาก

แม่น้อย : “ที่บอกว่าหญิงไม่โสด รู้ได้ไง เขาแค่คุยกัน เขายังไม่เคยฟีเจอร์ริ่งกันเลย ยังคบกันไม่ถึงเดือน ปกติคบใครแค่ 7 – 10 วันก็กระเด็นแล้ว แต่คนนี้ผ่านฉลุยค่ะ เราไฟเขียนตั้งแต่ 24 ปีแล้ว ตอน 19 – 20 มันก็เป็นธรรมดาที่เราจะหวงลูกเรา ตอนนี้เธอ 30 กว่าแล้ว เธอจะทำอะไรหรือพลาดอะไรมา แม่ก็เฉยๆ แม่ก็มีโอกาสได้เจอเขาแล้ว เขาเทคแคร์แม่มา 2 ครั้งแล้ว รู้สึกว่าจะลากเข้าวัดเรื่อยเลย สำหรับแม่โอเคนะ ทั้งสูง มารยาทดี บุหรี่ไม่สูบ เหล้าดื่มบ้างเล็กน้อย มารยาทการเข้าหาผู้ใหญ่ใช้ได้ เขาชอบไปทำบุญก็โอเค ถ้าเขาคิดสิ่งดีๆ ก็คงพาลูกดิฉันไปในทางดีๆ รวมๆ แม่โอเค”

หญิง : “วันเกิดที่ผ่านมาก็ปกติค่ะ มีเจอกันแป๊บเดียว”

แม่น้อย : “แม่ชอบแบบนี้ ไม่ต้องหวือหวา พูดจาใช้คำดีๆ คำน่ารักต่อกัน”

หญิง : “ได้เห็นข้อความที่เขาโพสต์ลงไอจีก็ดีใจ เขาก็โพสต์ตามความรู้สึกเขา ณ ตอนนี้หญิงก็คุยกับเขาคนเดียวอยู่แล้วค่ะ เขาก็ให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เขียนการ์ดให้ ก็ถูกใจค่ะ เขาเริ่มรู้นิสัยหญิงว่าหญิงเป็นคนติงต๊อง รองเท้านี่ไม่ใช่นะ อันนั้นของตัวเองแต่เผอิญมีแบบเหมือนกัน คำที่เขาเรียก my นางพญา เริ่มจากฟังเพลงแล้วเขารู้สึกว่าเราเป็นนางพญา เห็นเราทำงานหลายอย่าง เป็นคำพูดที่เขาเอาไว้เรียกเรา”

แม่น้อย : “เขาพูดกับแม่ว่าเจอน้องหญิงตั้งแต่อายุ 20 กว่าแล้ว แต่น้องหญิงเขาไม่เปิดรับผม เขาไม่คุยกับใครเลย เขาทำงานให้แม่อย่างเดียวก็เลยไม่ค่อยได้คิดอะไรเท่าไหร่ แม่ถามแล้วอยู่ๆ กลับมาคุยกันได้ยังไง เขาก็บอกว่าผมไลน์หาน้องก็เลยชวนน้องไปเที่ยว”

หญิง : “แม่พอแล้ว(หัวเราะเขินมาก)”

แม่น้อย : “เดี๋ยวไปนั่งคุยที่บ้านกันเลย(หัวเราะ) ก็ขอบคุณสื่อมวลชนทุกคนทั้งรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่เชียร์ฉัน แล้วก็มาดูแลน้องหญิงด้วย เราอย่าไปคิดว่าใครเขามาชอบลูกเราแล้วเขาจะต้องจริงจัง ถ้าไปด้วยกันได้ก็ดี คุยกันรู้เรื่องเข้าใจกันก็โอเคแล้ว ไม่ต้องมาอะไรมากมายหรอก เข้าตามตรอกออกตามประตูอย่างนี้แหละดี”

บอกถ้ามาขอก็ยกให้
แม่น้อย : “ออ…เออ(ทำเสียงเบลอๆ)”

หญิง : “หญิงเฉยๆ ค่ะ เราโตแล้วกลับมาคุยกัน ก็คุยแบบพี่ แบบเพื่อน แบบคนสนิทกันไป ยังไม่ได้คิดถึงอนาคตเพราะเพิ่งจะคุยกันเกือบ 2 เดือนเองใช้ชีวิตไปก่อน”

แม่น้อย : “นี่นานสุดแล้วนะ(หัวเราะ)”

หญิง : “เราไม่ได้หวานอะไร ใช้ชีวิตปกติกัน แต่ก่อนเราไม่มีใครดูแล พอมีแล้วก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราเหนื่อยด้วย เป็นกำลังใจให้กัน”

แม่น้อยปลื้มรักษากฎส่งลูกตรงเวลา หญิงรับเจอแม่และพี่สาวอีกฝ่ายแล้ว ไม่รู้จะผ่านหรือเปล่า
แม่น้อย : “ขอแม่พูดก่อนนะ(หัวเราะ) ชอบเขาอย่างหนึ่งที่เขาส่งลูกเราตรงเวลา 3 – 4 ทุ่ม ชอบตรงนี้ เป็นกฎของแม่ ถ้าอยู่กับเพื่อนก็จะโดนบ่นไงว่าอีนางอ้างแม่มาอีกแล้ว ชอบตรงนี้ 3 – 4 ทุ่มถึงบ้านแม่โอเค ก็คิดว่ากับคนนี้คงจะไปได้ดีนะลูกนะ”

หญิง : “ก็ได้เจอพี่สาวกับแม่เขา พ่อนี่เจอแว้บๆ ก็ยังไม่รู้จะผ่านรึเปล่าแต่เท่าที่เจอก็น่ารักกันดีค่ะ พี่สาวเขาน่ารัก ชอบออกกำลังกาย รักสุขภาพคล้ายๆ เรา”

ที่มา manager.co.th

สหรัฐจับแม่เล้าไทยที่ชิคาโก ลวงสาวไทยนับร้อยขังทารุณในซ่องนรก แฉรายได้กว่า 100 ล้าน

สหรัฐจับแม่เล้าไทยที่ชิคาโก ลวงสาวไทยนับร้อยขังทารุณในซ่องนรก แฉรายได้กว่า 100 ล้าน ชวนไปทำสปา-ขังในห้องมืด บังคับโหดทารุณเหยื่อสาวซ้ำ หักเงินหัวคิว-ส่งขายทั่วมะกัน

แม่เล้า-1

สหรัฐทลายแก๊งค้ากามข้ามชาติล็อกแม่เล้าชาวไทยลวงสาวนับร้อยค้ากามทั่วสหรัฐ จับกุมผู้ต้องหาชาวไทย-สหรัฐร่วมขบวนการอีกเพียบ แฉพฤติกรรมแสบลวงหญิงสาวไปทำงานมีรายได้ดี โดยให้ศัลยกรรม-เสริมหน้าอก แต่เมื่อมาถึงกลับโดนบังคับ ค้ากาม ใช้หนี้ค่าพามาทำงานนับล้านบาท ถ้า ไม่ทำตาม-บริการลูกค้าไม่ดีจะโดนทารุณ

แม่เล้า

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. เว็บไซต์ข่าวชิคาโกซันไทมส์ รายงานการจับกุมแก๊งค้ามนุษย์ชาวไทยในสหรัฐอเมริกา ในจำนวนนี้มี น.ส.วิไลวรรณ พิมคาลี สาวชาวไทย เป็นผู้เปิดสถานบริการในเมืองชิคาโก และทำหน้าที่เป็น “มาม่าซัง” รวมอยู่ด้วย โดยถูกเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจับกุมดำเนินคดีร่วมกับบุคคลอื่น ในข้อหาค้ามนุษย์หลอกลวงนำสาวไทยนับร้อยคนมาขายบริการในหัวเมืองใหญ่ เช่น ลอสแองเจลิส ลาสเวกัส ฟีนิกซ์ มินเนอาโปลิส วอชิงตัน ฮูสตัน ดัลลัส และชิคาโก เป็นต้น

สำหรับการตั้งข้อหาบุคคลที่เกี่ยวข้อง 21 รายทั่วสหรัฐ มีขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ในจำนวนนี้ 6 คน อยู่ในเมืองชิคาโก และเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าประเวณี เจ้าหน้าที่สำนักงานอำเภอคุก ร่วมกับคณะสอบสวนของหน่วยงานความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ บุกปิดสถานบริการของคนไทย และจับกุมผู้เกี่ยวข้อง 6 ราย ที่ถูกตั้งข้อหา ได้แก่ นายแมตธิว มินตซ์ อายุ 25 ปี น.ส.วิไลวรรณ พิมคาลี อายุ 38 ปี น.ส.กันยรัตน์ ชัยวิรัติ อายุ 50 ปี และนายเธาว์ชรินทร์ รัตนมงคลกุล อายุ 34 ปี ทั้งหมดอยู่ในชิคาโก ส่วนนายโมฮิต แทนดอน อายุ 37 ปี อยู่เขตเบอร์ริดจ์ และนายริชาร์ด อเล็กซานเดอร์ อายุ 52 ปี อยู่เขตเดคาลบ์

สำหรับน.ส.วิไลวรรณทำหน้าที่เป็น มาม่าซัง และเป็นผู้เช่าอพาร์ตเมนต์ให้เหยื่อค้าบริการอาศัยอยู่ โดยไปรับหญิงเหล่านี้ที่สนามบิน เจ้าหน้าที่เชื่อว่า น.ส.วิไลวรรณแต่งงานหลอกๆ กับนายอเล็กซานเดอร์ ผู้เคยเป็นลูกค้าซื้อบริการ เพื่อที่จะได้กรีนการ์ดและทำงานอย่างถูกกฎหมายในสหรัฐ ส่วน นายอเล็กซานเดอร์ นายแทนดอน และ นายมินตซ์ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกหรือผู้ให้เช่าอพาร์ตเมนต์

สำนวนการสั่งฟ้องระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดหลอกลวงเหยื่อด้วยการชักชวนมาทำงานที่สหรัฐ อ้างมีรายได้ดี หากใครหลงเชื่อจะถูกชักจูงให้ไปทำศัลยกรรมและเพิ่มขนาดหน้าอก แต่เมื่อไปถึงสหรัฐแล้ว กลับถูกคิดค่านายหน้าและเช่าห้องโหด เช่น ต้องทำงานใช้หนี้ค่าหัวคิวและค่าเดินทาง 40,000-60,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.4-2.1 ล้านบาท รวมทั้งถูกบังคับให้ขายบริการทางออนไลน์ สาวคนไหนให้บริการไม่ดีหรือมีคำวิจารณ์ด้านลบจากลูกค้าจะถูกตบตี ราคาขายบริการแต่ละครั้งจะอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ หรือราว 7,000 บาท โดยแม่เล้าจะเก็บค่าหัวคิวร้อยละ 40

จากการสอบสวนวงจรค้ากามดังกล่าวตั้งแต่ปี 2552 พบมีเงินหลายล้านดอลลาร์โอนเข้ามายังบัญชีธนาคารในประเทศไทย เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐสังเกตได้ บุคคลในวงจรค้ากามเหล่านี้ใช้ระบบธนาคารที่ไม่เป็นทางการและลอบเปิดขายบริการผ่านทางโฆษณาที่ขึ้นอยู่ในเว็บไซต์ยอดนิยม โดยให้ลูกค้าให้คะแนน ถ้าสาวคนใดได้คะแนนต่ำหรือถูกร้องเรียนจะถูกทำร้าย

ขณะที่สำนักข่าวเอพีระบุว่า การตั้งข้อหาครั้งล่าสุดเป็นการขยายผลจากเดือนต.ค.ปี 2559 หลังจากตำรวจสหรัฐจับกุมผู้ต้องสงสัย 17 คน ที่ล่อลวงหญิงสาวจากไทยมาขายบริการทางเพศ ส่งผลให้จำนวนผู้ต้องสงสัยเพิ่มเป็น 38 คน และถือเป็นการดำเนินคดีแก๊งค้าประเวณีที่ใหญ่สุดในประเทศ ตรวจสอบพบเส้นทางการเงินของแก๊งค้าประเวณีมีการส่งกลับมาไทย ด้วยการซุกซ่อนเงินสดไว้ในเสื้อผ้า ตุ๊กตาและของใช้

ด้านน.ส.ปนิดา รซอนกา อัยการประจำศูนย์ความร่วมมือไทย คอมมูนิตี เดเวลอป เมนต์ เซ็นเตอร์ ในนครลอสแองเจลิส เปิดเผยเรื่องราวของเหยื่อคนหนึ่งว่า ตอนแรกเหยื่อคิดว่าจะได้ทำงานเป็นพนักงานร้านสปาที่สหรัฐ แต่พอมาถูกนายหน้าริบหนังสือเดินทางและบอกมีหนี้ราว 1.2 ล้านบาทที่ต้องจ่าย จากนั้นถูกบังคับค้าบริการ

ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุว่า เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ติดต่อประสานงานกับอัยการสูงสุดรัฐมินเนโซตา เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเรื่องนี้ เบื้องต้นทราบเป็นการขยายผลสอบสวนขบวนการค้าหญิงไทยที่มีผู้ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ 17 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 7 คน

ที่มา khaosod.co.th

ผัวรู้เมียชอบทอมยังรัก! แฉ “เบน” ทอมอีกคนเคยซ้อม “น้องแอ๋ม” ปางตาย

ผัวรู้เมียชอบทอมยังรัก! แฉ “เบน” ทอมอีกคนเคยซ้อม “น้องแอ๋ม” ปางตาย

ตร.เค้นสอบผัวสาวโอเกะ กับทอมคนสนิท คลี่คลายคดีฆ่าหั่นศพแต่ยังไม่พบพิรุธ เผยโผล่อีกรายสาวหล่ออดีตแฟน อยู่ที่ชัยนาท ชี้เคยทำร้ายผู้ตายจนเข้าร.พ. ขณะที่แม่พร้อมญาติ ให้การลูกสาวชอบทอม แต่แต่งงานกับผู้ชายตามที่แม่ต้องการ ตร.สั่งไล่ตรวจสอบภาพวงจรปิด ทั้งจุดเกิดเหตุและหอพักผู้ตาย รวมทั้งร้านขายถังใส่น้ำ ว่ามีใครมาซื้อในช่วงก่อนพบศพหรือไม่ ล่าสุดพบภาพผู้ตายยืนโทรศัพท์ใกล้หอพักก่อนหายตัวไป รวมทั้งภาพรถต้องสงสัย ที่คาดว่าจะรับ ผู้ตายไป ยันคดีคืบหน้า 90% มีผู้ต้องสงสัยแล้ว รอผลนิติเวชยืนยัน

ผัวรู้เมียชอบทอมยังรัก! แฉ “เบน” ทอมอีกคนเคยซ้อม “น้องแอ๋ม” ปางตาย

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 พ.ค. พ.ต.อ.จรัสพัฒน์ สุตยสรณคม รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้าคดีพบศพน.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม อายุ 22 ปี ชาวชัยนาท สาวโอเกะเมืองขอนแก่น ถูกฆ่าหั่นศพยัดใส่ถุงดำและใส่ในถังพลาสติกอีกชั้น ก่อนนำมาขุดหลุมฝังทิ้งไว้ภายในป่าสาธารณะข้างทาง ในเขต อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น โดยมีผู้มาพบศพเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ว่า จากการประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ คงสิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง รวมทั้งชุดสืบสวนสอบสวน ยืนยันได้ว่าผู้ตายคือ น.ส.วาริสรา หรือน้องแอ๋ม ขณะที่แนวทางการสืบสวนได้เชิญตัวคนใกล้ชิดของน้องแอ๋ม ทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วยสาวทอมที่อยู่ในภาพกับผู้ตาย 1 คน และวัยรุ่นชายอีก 3 คนมาสอบสวน

ผัวรู้เมียชอบทอมยังรัก! แฉ “เบน” ทอมอีกคนเคยซ้อม “น้องแอ๋ม” ปางตาย

พ.ต.อ.จรัสพัฒน์กล่าวว่า การสอบปากคำนั้นทุกคนให้การเป็นประโยชน์โดยยังไม่พบพิรุธ ส่วนชายวัยรุ่นอีกสามคนนั้น ยังเป็นเยาวชน โดยจะสืบสวนครบทุกประเด็น โดยคาดว่าไม่เกิน 7 วันน่าจะปิดคดีได้

ขณะเดียวกัน นางสายรุ้ง กลิ่นจุ้ย อายุ 42 ปี มารดาของผู้ตาย พร้อมญาติ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อดูภาพศพและทรัพย์สินของผู้ตาย โดยใช้เวลานานกว่า 5 นาที ก่อนยืนยันว่าเป็นบุตรสาวจริงๆ ครอบครัวต่างพากันกอดคอร้องไห้ด้วยความเสียใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าสลด นางสายรุ้งบอกเพียงสั้นๆ ว่า ทั้งรอยสัก ทรงผม เสื้อผ้า เป็นของลูกสาว และศพดังกล่าวคือน้องแอ๋ม

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง กล่าวว่า แม่ของผู้ตายให้การว่าน้องแอ๋มไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนในครอบครัวฟัง จึงไม่มีใครทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ผ่านมาน้องแอ๋มชอบทอม และคบหากันมาแล้วหลายคน ครอบครัวจึงขอให้น้องแอ๋มแต่งงานกับผู้ชาย ซึ่งเจ้าตัวก็ทำตามโดยยอมแต่งงานกับนายศักดิ์ชัย บาทเต็มดี อายุ 35 ปี ชาว จ.หนองคาย โดยมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากการแต่งงานแล้วประมาณ 3 เดือนผู้ตายก็ขอกลับมาอยู่กับญาติและทำงานที่ขอนแก่น และก็กลับไปคบกับสาวทอมอีก จนกระทั่งมีผู้มาพบเป็นศพถูกฆ่าเสียชีวิต

พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวต่ออีกว่า ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในเส้นทางใกล้กันกับจุดเกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสคนร้าย ขณะที่กำลังอีกชุดเข้าตรวจสอบที่หอพักของผู้ตายที่ ถ.เหล่านาดี เขตเทศบาลนครขอนแก่น ได้หลักฐานสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพของผู้ตายขณะอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อใกล้กับที่พัก โดยมีลักษณะที่กำลังโทรศัพท์คุยกับใครบางคนจากนั้นก็หายตัวไปจนกระทั่งมาพบศพดังกล่าว นอกจากนี้กำลังไล่ตรวจสอบร้านค้าที่จำหน่ายถุงพลาสติกและถังดำ ในเขต อ.เขาสวนกวาง ว่ามีบุคคลต้องสงสัยเข้ามาซื้อสิ่งของดังกล่าวในช่วงวันก่อนเกิดเหตุหรือไม่ เพื่อหาข้อมูลและเบาะแสต่างๆ เชื่อมโยงคดีในภาพรวม อย่างไรก็ตามยืนยันว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุน่าจะมีประมาณ 2-3 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนสอบสวนต่อไป

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ กก.3 บก.สส.ภาค 4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีและแนวทางการสืบสวนสอบสวนว่า ข้อมูลที่ญาติของผู้เสียชีวิตได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่มีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นที่ผู้ตายยอมแต่งงานด้วยความเต็มใจเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และยังคงมีการคบหากับสาวทอมทั้งก่อนและหลังแต่งงาน การสืบสวนหาตัวคนร้ายนั้น คืบหน้าแล้ว 90%

“ขณะนี้แนวทางการสืบสวนเน้นที่ประเด็นชู้สาว ที่มีบุคคลเข้ามาพัวพันกับผู้ตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำทั้งสาวทอมและสามีผู้ตาย ซึ่งการสอบสวนยังคงไม่พบพิรุธ แต่รายละเอียดอื่นๆ ไม่สามารถเปิดเผยได้” รอง ผบช.ภ.4 กล่าว

รอง ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า สำหรับประเด็นชิงทรัพย์นั้นจากการตรวจสอบที่กิดเหตุพบว่า โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 รวมทั้งเงินสดของผู้ตายหายไป อย่างไรก็ตามความคืบหน้าทางคดีและแนวทางการสืบสวนสอบสวนนั้นพบตัวบุคคลต้องสงสัยแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะต้องรอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบเป็นหลักฐานจึงจะสามารถเปิดเผยข้อมูลได้

ต่อมาพล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วยชุดสืบสวนสอบสวน ร่วมสอบปากคำนายศักดิ์ชัย บาทเต็มดี สามีของน้องแอ๋ม ภายในศูนย์สั่งการฉลามดำ ชั้น 2 อาคารที่ทำการ กก.3 บก.สส.ภ.4 โดยห้ามไม่ให้มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในห้องดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงก่อนการเข้ารับการสอบปากคำได้เข้าร่วมพูดคุยกับสามีของผู้ตาย โดยนายศักดิ์ชัยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ผมคงไม่ขอพูดอะไร แต่คนทำกับเมียผมมันเป็นคนที่โหดร้ายมาก”

ต่อมาเวลา 17.30 น. หลังสอบปากคำนานร่วม 8 ช.ม. นายศักดิ์ชัย บาทเต็มดี สามีของน้องแอ๋ม เผยว่าได้คบหาดูใจกับน้องแอ๋ม เมื่อเดือน พ.ย.ของปีที่ผ่านมา ก่อนจะแต่งงานกันในเดือน ก.พ. ต้นปีที่ผ่านมา โดยรู้มาตลอดว่าน้องแอ๋มชอบคบหากับทอมและพูดคุยกับทอมหลายคนตั้งแต่ก่อนแต่งงาน แต่เพราะรักและไม่คิดอะไร แต่เพราะตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินเพื่อสร้างครอบครัว จึงต่างคนต่างทำงาน กัน ครั้งสุดท้ายที่พบกับภรรยาคือวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งภรรยาเดินทางกลับมาจากจ.ชัยนาท เพื่อมาพักผ่อนด้วยกันที่กรุงเทพฯ วันนั้นจำได้ว่ามีปากเสียงกันเพราะภรรยาขอไปหางานทำที่ขอนแก่น จึงห้ามเพราะกลัวจะมีปัญหาเรื่องทอม ทำให้ภรรยาไม่พอใจและวันที่ 6 พ.ค. ผู้ตายก็เดินทางมาที่ขอนแก่น จากนั้นก็ไม่พบหน้ากันอีกเลย แต่ก็ติดต่อกันโดยตลอดทั้งทางโทรศัพท์และทางเฟซบุ๊ก ครั้งล่าสุดที่คุยกันคือวันที่ 22 พ.ค.เวลา 23.47 น. ซึ่งได้ติดต่อไปทางเฟซและโทรศัพท์คุยกัน ซึ่งก็ยังคุยอ้อนกันตามปกติจนหลับไป จากนั้นก็พยายามติดต่ออีกครั้งในช่วงบ่ายของวันที่ 23 พ.ค.แต่ไม่สามารถติดต่อได้ มาทราบข่าวอีกครั้งเมื่อช่วงเย็นวาน

นายศักดิ์ชัยกล่าวต่ออีกว่า ในคืนวันที่ 22 พ.ค. ก่อนคุยกันพบว่าผู้ตายกำลังติดสายโทรศัพท์กับใครคนหนึ่งโดยคุยกันนานกว่า 10 นาที แต่ด้วยความพยายามที่จะไม่คิดมาก และรักจึงไม่คิดอะไรจนกระทั่งมาทราบอีกครั้งว่าภรรยาผมนั้นเสียชีวิตแล้ว ผมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของภรรยา และต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานแบบตรงไปตรงมาเพื่อจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ จากนี้ก็จะ เดินทางไปร่วมงานศพของภรรยาที่บ้านเกิด ที่ชัยนาททันที

“ผมไม่มุ่งเป้าหรือคิดว่าใครเป็นคนลงมือ ป๊อปปี้คือทอมสาวที่มาติดพันและผมก็ทราบว่า ภรรยาคุยอยู่กับเพื่อนสาวคนนี้อยู่ที่ จ.ขอนแก่น แต่ก่อนหน้านี้ในเดือน เม.ย.นั้นสาวทอมชื่อ “เบน” ซึ่งอยู่ที่ จ.ชัยนาท นั้นได้มาติดพันกับภรรยา และได้มีการทำร้ายร่างกายภรรยาจนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เข้าร.พ.หลายวัน ซึ่งได้แจ้งความไว้แล้วที่ สภ.มโนรมย์” นายศักดิ์ชัยกล่าว

ขณะที่พ.ต.อ.ภาคภูมิ เผยข้อมูลอีกว่า ขณะนี้ การสอบปากคำเสร็จสิ้นไปแล้ว 7 ปาก โดยเฉพาะทอมสาว ที่ชื่อ ป๊อปปี้ และ สามีของ ผู้ตาย ไม่พบปมพิรุธแต่อย่างใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ แกะรอยตามเส้นทางของผู้ตาย ตั้งแต่ภาพวงจรปิดที่พบที่ติดตั้งอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ริม ถ.เหล่านาดี เขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่เห็นผู้ตายยืนคุยโทรศัพท์อยู่ไปจนพบรถ ต้องสงสัย ที่คาดว่าจะรับตัวผู้ตายไป ซึ่งจะได้สืบสวนหาข้อมูลต่อไป

ทีมา  khaosod.co.th

นายกฯแจงไม่แถลงผลงานครบ 3 ปี เพราะมีคนจ้องบิดเบือนข้อมูล

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงเหตุผลไม่แถลงผลงานรัฐบาลคสช.ในโอกาสครบ 3 ปีเพราะมีคนจ้องบิดเบือนข้อมูล พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อใจรัฐบาล โดยยืนยันผลงานคสช. 3 ปี คสช.ไม่ล้มเหลว

วานนี้ เวลา 20.15 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า คสช.เข้ามาทำงานครบ 3 ปี ภายใต้ความไร้เสถียรภาพภายในประเทศ ผนวกกับความไม่มั่นคงของโลก ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน จนเป็นแรงกดดันให้กับเจ้าหน้าที่ และเกิดปัญหาปากท้องซ้ำเติมมา ทำให้การบริหารงานยุ่งยากมากกว่าในสถานการณ์ปกติ รัฐบาลนี้ อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง และเป็นความหวังของคนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศ เพื่อแก้ปัญหาที่หมักหมมมานานในอดีต แต่ถือว่า การแก้ปัญหาของคสช.ไม่ได้ล้มเหลวแต่อย่างใด

สำหรับการแถลงผลงานการบริหารประเทศ ครบรอบ 3 ปี ของรัฐบาล และคสช.นั้น ขณะนี้ยังไม่จำเป็น เพราะที่ผ่านมารัฐบาลพยายามสร้างการรับรู้มาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เพราะยังมีผู้ที่พยายามรอจังหวะบิดเบือนข้อเท็จจริง หยิบเอาเฉพาะบางประเด็นมาโจมตี ซึ่งขอให้ทุกคนไว้เนื้อเชื่อใจคสช. ตามที่คสช.ได้แถลงไว้ตั้งแต่ต้น

นายกฯชี้ปัญหาความขัดแย้งมาจากการเมือง

นายกฯ กล่าวว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านการปฏิรูปประเทศ ประเทศต้องการมีความเป็นประชาธิปไตย แต่ไม่ควรจะถือว่า การเลือกตั้ง คือ ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เพราะต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ปัญหาความขัดแย้งทุกวันนี้มีเบื้องหน้า เบื้องหลังทั้งสิ้น และหวังผลทางการเมือง ด้วยการนำความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ในการสร้างความชอบธรรม ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องแสดงความเห็นตามช่องทางที่รัฐบาลเปิดไว้ เพราะบางคนเอาไปขยายความให้ต่างชาติมาโจมตีประเทศไทย ไม่รู้ว่า เป็นคนไทยหรือไม่

นายกฯชี้ไทยต้องไม่เป็นประชาธิปไตยที่ล้มเหลว

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์ อยากให้ช่วยกันพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสีย เพราะ ไม่มีอะไรได้มาเปล่าๆ หากทุกคนต้องการความปลอดภัยสูงขึ้นก็ต้องแลกด้วยเสรีภาพที่ลดลง รัฐบาลและคสช.ยืนยันความเป็นประชาธิปไตยไทย แต่ต้องไม่เป็นประชาธิปไตยที่ล้มเหลว ต้องเป็นประชาธิปไตยยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล และอยากฝาก 4 คำถาม ขอความเห็นประชาชน และนำมาพิจารณาแนวทางการทำงานต่อไป คือ 1.ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ 2.หากไม่ได้ จะทำอย่างไร 3.การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียวที่ไม่คำนึงถึงอนาคตของประเทศ และเรื่องอื่นๆ นั้น ถูกต้องหรือไม่ และ 4.ท่านคิดว่า กลุ่มนักการเมือง ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากกลุ่มนักการเมืองดังกล่าวเข้ามาได้อีก และเกิดปัญหาอีก แล้วจะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร ขอให้ส่งคำตอบ และความคิดเห็น มาทางศูนย์ดำรงธรรมในทุกจังหวัด แล้วให้กระทรวงมหาดไทย รวบรวมส่งมา ตนยินดีรับฟัง

นายกฯขีดเส้น 3เดือน กวาดล้าง 6 พื้นที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

ขณะที่ภารกิจของนายกฯ เมื่อวานนี้ (26พ.ค.) ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ครั้งที่ 1/2560 โดยที่ประชุมกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานในที่ประชุมถึงการติดตามการประเมินผลสถานะของประเทศไทย ตามกฎหมายสหรัฐอเมริกา (มาตรา 301) เกี่ยวกับการทบทวนประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศจับตามองพิเศษจากทั้งหมด 11 ประเทศ กนศ.จึงสั่งการให้ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้มีผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน โดยมีตลาดเป้าหมาย 6 พื้นที่ โดยให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รายงานข่าวระบุว่าสำหรับ 6 พื้นที่ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา จะร่วมปฏิบัติการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่วง 3 เดือน ได้แก่ มาบุญครอง (MBK) ตลาดโรงเกลือ พัฒน์พงษ์ บ้านหม้อ คลองถม และจตุจักร

นายกฯแจงไม่แถลงผลงานครบ 3 ปี เพราะมีคนจ้องบิดเบือนข้อมูล

ที่มา thaich8.com

แก๊งน้องหมา ร่าเริง เล่นน้ำท่วมขัง ใน ม.รามฯ

แก๊งน้องหมา ร่าเริง เล่นน้ำท่วมขัง อย่างสนุกสนาน ใน ม.รามคำแหง

แก๊งน้องหมา ร่าเริง เล่นน้ำท่วมขัง ใน ม.รามฯ

ในช่วงที่คนกรุงเทพฯ กำลังเครียด กับปัญหาน้ำท่วมขัง กับฝนตก รถติด ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา และต้องฝ่าฟันสารพัดปัญหา ออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังสถานที่ทำงาน บางคนรถจอดเสียบางคนหัวเสียกับปัญหารถติด น้ำท่วม ในหลายเส้นทาง

แต่มีมุมหนึ่ง ที่สร้างสีสันความสดใส ในวันที่น้ำท่วมขังได้เป็นอย่างดี ผู้สื่อข่าว รายงานความเคลื่อนไหวในโลกโซเชียล โดยสมาชิกทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อ @manoon2525 ได้ทวิตภาพและข้อความ รายงานปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอมุมมองของความน่ารัก เป็นภาพของสุนัขกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังเล่นน้ำ ที่ท่วมขัง กันอย่างสนุกสนานร่าเริง และดูมีความสุขแบบสุดๆ ประดุจว่า วันนี้ เป็นวันดีๆของเหล่าสุนัขแก๊งนี้ ด้วยข้อความว่า

“น้องหมาใน ม.รามฯ สนุกสุดแล้วในวันน้ำท่วม 25 พ.ค. 2560 Cr : รอบรั้วราม”

ภาพความน่ารักของกลุ่มสุนัขเล่นน้ำ ดังกล่าว ได้ถูกแชร์ ออกไปจำนวนมาก ให้คนที่กำลังประสบปัญหาการจราจรที่ติดขัด ได้นั่งดูภาพความน่ารัก และเปิดมุมมองดีๆ ให้คลายเครียดกันได้บ้าง เพราะในสถานการณ์ที่เลวร้าย อาจจะยังมีมุมดีๆ ให้เราได้เห็น

ขอบคุณภาพน่ารัก ที่นำมาแชร์ให้ได้ชมกัน จาก twitter @manoon2525

แก๊งน้องหมา ร่าเริง เล่นน้ำท่วมขัง ใน ม.รามฯ

แก๊งน้องหมา ร่าเริง เล่นน้ำท่วมขัง ใน ม.รามฯ

ที่มา  sanook.com / mthai.com

จับลูกเขย-พ่อตารุมกระทืบลูกจ้าง หลังแอบมีพันธ์ลูกสาว

จับลูกเขย-พ่อตารุมกระทืบลูกจ้าง หลังแอบมีพันธ์ลูกสาว ตำรวจจับกุม ผู้ต้องหา 4คน รุมทำร้ายอดีตลูกจ้าง ได้รับบาดเจ็บ ก่อนนำตัว ขึ้นรถเก๋งไปขังไว้ในบ้านพัก ผู้ต้องหาสารภาพทำไปเพราะโกรธแค้นที่ผู้บาดเจ็บไปยุ่งเกี่ยวกับหญิงอายุ 31 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา

ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดสงขลา ได้ควบคุมตัว นายมาหะมะรอมลี สารีมา อายุ 52 ปี นายดอรอฮิง สารีมา อายุ 32 ปี นายอาหะมะ สารีมา อายุ 24 ปี ทั้งสามคนเป็นพ่อลูกกัน ชาวจังหวัดยะลา และ นายกามารู ดิงกาหลง อายุ 32ปี (ลูกเขย นายมาหะมะรอมลี สารีมา ) ชาวจังหวัดปัตตานี ไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธร ปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

ฆ่าลูกจ้าง

หลังจากก่อนหน้านี้ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี (ลูกสาวนายมาหะมะรอมลี สารีมา) เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่า เพื่อนชายคนสนิทถูกคนร้าย และจับตัวไป โดยวันเกิดเหตุ น.ส. เอ นั่งรถตู้ ไปกับ เพื่อนชายคนสนิท โดยเพื่อนชายคนสนิทเป็นคนขับรถ เมื่อไปถึงบริเวณตลาดปาดังเบซาร์ ทางแยกถนนสิริมงคล ตัดกับถนนเพชรกาฬ เขตเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ได้มี คนร้ายขับรถกระบะ มาปาดหน้า และมีรถเก๋งอีกคันขับมาจอดขวาง ด้านหลัง รถตู้ที่ตนนั่งมา จากนั้นคนร้ายได้กระชากเพื่อนชายคนสนิทลงจากรถตู้ และรุมทำร้าย ก่อนจะนำตัวขึ้นรถเก๋งหลบหนีไป

ภายหลังรับแจ้งเหตุ ตำรวจ ลงพื้นที่หาเบาะแส และพบว่ามีพลเมืองดีถ่ายคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ จึงแกะรอยจนพบว่า ผู้ก่อเหตุ เป็น พ่อ น้องชาย และสามี ของ นางสาวเอ โดยสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ทั้ง 4 คน พร้อมให้ความช่วยเหลือ เพื่อนชายคนสนิทของ น.ส. เอ ได้ที่บ้านพักหลังหนึ่ง ซึ่ง ขณะนั้น เพื่อนชายคนสนิท น.ส.เอ ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจได้นำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 4 คน สารภาพว่า ก่อเหตุจริง เนื่องจาก ไม่พอใจที่ นางสาวเอ ไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่น ทั้งที่มีสามีอยู่แล้ว ขณะที่น้องชาย ของนางสาวเอ หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ระบุว่า สงสารพี่เขยที่เป็นคนดี ซึ่งก่อนหน้านี้ พี่สาวและพี่เขยได้เปิดร้านอาหาร 2 สาขา ที่ประเทศมาเลเซีย และเพื่อนชายคนสนิท ของ น.ส. เอ ก็เคยเป็นลูกจ้างที่ร้าน ด้วย ประกอบกับ น.ส.เอ บอกกับครอบครัวว่า เพื่อนชายคนสนิท หลอกเงินไปหลายแสนบาท จึงโกรธแค้น

จับลูกเขย-พ่อตารุมกระทืบลูกจ้าง หลังแอบมีพันธ์ลูกสาว

ที่มา thaich8.com

แตกตื่นรอยพญานาค!! ปรากฏหน้าอนุสาวรีย์ ‘เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร’

ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอลับแล แห่มาดูรอยที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรอยพญานาค  ชาวบ้านได้เลขเด็ด ที่บริเวณหน้าอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

ชาวบ้านพากันเดินทางมาดูรอยแปลกประหลาดซึ่งเกิดอยู่บนพื้นดิน บริเวณหน้าอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร บ้านท้องลับแล ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ โดยชาวบ้านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า คือ รอยพญานาค เกิดขึ้นอยู่จำนวน 3 รอย

แตกตื่นรอยพญานาค!! ปรากฏหน้าอนุสาวรีย์ ‘เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร’

จุดที่พบ เป็นจุดที่ผู้รับเหมากำลังปรับสภาพพื้นที่วางท่อผันน้ำจากฝายหลวงเข้าสู่คลองส่งน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านใช้ทำการเกษตร ก่อนวางท่อผันน้ำที่จัดเตรียมไว้จำนวน 40 ท่อ ได้เกิดฝนตกลงมาและชะดินบางส่วนเมื่อน้ำแห้งจึงพบรอยแปลกประหลาดเกิดขึ้น

ที่มา matichon tv  /  thaich8.com

ผู้จัดการ “ลำไย ไหทองคำ” โวยหลังโดนขู่ฟ้องเบี้ยวคิว ชี้โดนผิดสัญญาเบี้ยวจ่ายค่ามัดจำก่อน

ผู้จัดการ “ลำไย ไหทองคำ” โวยหลังโดนขู่ฟ้องเบี้ยวคิว ชี้โดนผิดสัญญาเบี้ยวจ่ายค่ามัดจำก่อน

ผู้จัดการ “ลำไย ไหทองคำ” โวยหลังโดนขู่ฟ้องเบี้ยวคิว ชี้โดนผิดสัญญาเบี้ยวจ่ายค่ามัดจำก่อน
หลังจากที่มีข่าวว่า นายสวรรค์ฟ้า พัวอุดมเจริญ ทีมงานสวรรค์ฟ้า โปรโมชั่น ผู้ว่าจ้างศิลปินค่ายเพลงต่างๆ มาทำการแสดง นำหลักฐานเข้าพบ พ.ต.อ.บัณฑิต อ่อนสาคร ผกก.สภ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนายประจักษ์ เนาวรัตน์ ผู้จัดการส่วนตัว “ลำไย ไหทองคำ” หรือ น.ส.สุพรรณษา เวชกามา ลูกทุ่ง-หมอลำสาวชื่อดังเจ้าของเพลง ผู้สาวขาเลาะ ไม่มาทำการแสดงตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ทำให้ผู้ว่าจ้างได้รับความเสียหาย

ลำไย ไหทองคำ

ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” ได้ติดต่อไปทาง “ประจักษ์ เนาวรัตน์” เจ้าของค่าย ไหทองคำ เรคคอร์ด ถึงเรื่องดังกล่าว เจ้าตัวได้เปิดใจว่า “ปัญหาที่เกิดเนื่องจากโบรกเกอร์จ่ายเงินไม่ครบตามสัญญา จากที่ตกลงไว้ว่า 21 คิว ซึ่งตอนนั้นตกลงกันที่ 2 แสนบาท แต่มีการจ่ายมัดจำเพียง 5 หมื่นบาท ซึ่งการตกลงดังกล่าวทำตั้งแต่ปีก่อน แต่ถึงเวลาที่ตกลงโบรเกอร์ไม่จ่ายเงินตามที่ตกลง จึงดึงคิวกลับ ส่วนที่ให้มาแล้ว 5 หมื่นก็ไม่ได้หักไปเลย แต่ยังตกลง 10 คิว แถม 1 คิว

“เรื่องนี้ พี่เปิ้ลนาแก ซึ่งเป็นโบรคเกอร์จัดหาศิลปิน ได้นัดผมกับอีกฝ่ายไปเจอกัน เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ปีที่แล้ว ที่ จ.นครพนม โดยขอคิวโชว์ลำไย 20 คิว ตอนนั้นเพลงผู้สาวขาเลาะยังไม่มาและยังไม่โด่งดังเหมือนตอนนี้ ค่าตัวเต็มวง นักดนตรี และแดนเซอร์ อยู่ที่ 45,000 บาท เป็นเงิน900,000บาท ซึ่งต้องวางมัดจำคิวละ 10,000 บาท จำนวน 20 คิว เป็นเงิน 200,000 บาท และผมก็แถมให้ 1 คิว แต่พอไปเซ็นสัญญาเรียบร้อย เขาขอจ่ายมัดจำเพียง 50,000 บาท อีก 150,000 บาท บอกว่าจะเอามาจ่ายให้ภายใน 3 วัน เมื่อถึงวันนัดไม่มีเงินมาวางมัดจำ ตามหลักการทำงานเขาผิดสัญญาเราจะยึดเงินมัดจำ 50,000 บาทก็ได้ แต่พี่เปิ้ล นาแก บอกว่าพรรคพวกกันจาก 20 คิว ก็ลดลงมาเหลือ 5-10 คิว ตามเงินที่วางมัดจำไว้ก็ได้เท่ากับเป็นการมัดจำในวันแรกเพราะผิดสัญญา ”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเราได้แจ้งเขาก่อนหน้านี้แล้วใช้ไหมว่า เราลดคิวงานที่ให้เขา เหลือแค่ 11 คิว นายประจักษ์ เผยว่า “แจ้งแล้วครับ เขาทราบ เขาถึงบอกว่า 10 คิวที่ฉันได้ก็เป็นตามนี้ แต่เขามาแย้งได้ยังไงว่า 5 หมื่นนั้นเป็นการมัดจำทั้งหมด 21 คิว ถ้าคุณอยากจะให้ 21 คิวเป็นผล คุณต้องมัดจำครบ 2 แสน นั้นคือมัดจำคิวละ 1 หมื่น แต่เมื่อคุณบิดพริ้วเรื่องผิดสัญญาจ่าย 1.5 แสน ไม่ครบ 2 แสน มันก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมที่เขาจะยกเลิกทั้งหมดเลยก็ได้ เรียกว่าเงินมัดจำ 5 หมื่นนี้กินเปล่าไปเลย แต่ผมไม่ได้พูด ถ้าผมพูดก็เป็นการขยี้ข่าวให้เขา พูดก็ผิด ว่าเป็นคนแก้ตัว เป็นจำเลยสังคม ผมเป็นเจ้าของค่ายนะ ไม่ใช่เป็นผู้จัดการ ผมปั้นลำยอง หนองหินห่าว ผมตั้งชื่อให้ลำยอง นักร้องมาจากผมหมด แต่ถามว่าผมจะเอาชื่อไปแลกกินกับพวกบ้าบอคอแตกทำไม แล้วผมไปเกือบจะครบ 10 คิวแล้ว เหลือประมาณ 2 คิว วันที่ 12 วันเกิดเหตุ เพราะว่าหลังจากนั้นฝนเริ่มตก

การทำงานพวกปิดวิกกลางแจ้งเริ่มขาดทุนบ่อยเข้า จ่ายไม่ตรง เดี๋ยวโอนตาม บางทีมีคนดู 300 ไม่พอจ่ายค่าลำไย ไม่พอจ่ายค่ารั้ว ค่าเวที เดี๋ยวโอนตามเดี๋ยวโปะให้ มันเป็นการหวังน้ำบ่อหน้า ซึ่งพวกผมต้องขับรถไปจากกรุงเทพ ไปเล่นนครพนม ไกลไหม แล้วมัดจำ 21 คิวไม่เป็นผล ได้แค่นี้ก็พอแล้ว คุณจะมาบีบให้ผมไปตามที่คุณต้องการอีกไม่ได้แล้ว เพราะว่าสถานะทางการเงินร่อยหรอแล้ว คุณเล่นจับเสือมือเปล่า ก็เป็นสิทธิ์ของผม แล้ว 10 คิวที่ผมให้ไม่มีสัญญาด้วย สัญญาเป็นสัญญาคลุม สัญญาแม่มันคลุมอยู่ด้วย 21 คิว ด้วยเงิน 2 แสน จากยอดเงิน 9 แสน แต่ในเมื่อคุณมัดจำไม่เป็นผล มันก็เป็นโมฆะกรรมตั้งแต่วันนั้น คุณมาฟ้องได้ยังไง”

เขาให้มา 5 หมื่น นายประจักษ์ ยืนยันว่า “ใช่ครับ แล้วก็มีหลักฐานการรับ มีพยาน พอดีโบรกเกอร์อยู่ลาว และโบรกเกอร์ก็ได้ส่วนของตัวเองไปแล้ว ผมได้คืนมาจาก 5 หมื่น ได้กลับมาแค่ 3 หมื่น แทนที่จะได้เงินก้อนมาออกรถตู้ให้ลำไยขี่บ้าง ตอนนั้นยังไม่ดัง แล้วมาเมคเซ้นส์ว่าดังแล้วโก่งราคา โก่งทำไม คุณจ่ายผมไม่ครบ ที่ผ่านมา 10 กว่าคิว ให้เขา 11 คิว ไป 8 คิวแล้วเหลืออีก 2 คิวกับคิวแถมก็เป็นคิว 4.5 หมื่นอยู่เหมือนเดิมไม่ได้โก่งเลย แต่เขาอยากได้คิวเพิ่ม เขาก็คิดว่ามันเป็นสิทธิ์ที่เขาจิ้มไว้ แล้วมาถามว่า 21 คิวผมล่ะ จะ 21 คิวยังไง

“เบื้องต้นก็มานั่งคิดว่าจะต้องฟ้องกลับรึเปล่า พอมาย้อนกลับไปกลับมา ลำไย กำลังดัง ทำอะไรก็ดังเพราะว่าตอนนี้นักร้องลูกทุ่งสายอีสานไม่มีใคร หญิงลี ผมก็มีส่วนปั้น ตอนนี้ ลำยอง มดแดง ก็หายไป พอลำไย 2 ร้อยกว่าล้านวิวภายใน 5 เดือน เป็นเรื่องแปลกใหม่ จนอ.สลาเรียกผมไปคุย ให้พวกผมไปคิดวิธีคิดทำยังไง เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ว่าลำไย ไม่มีต้นทุน ค่ายผมก็เป็นค่ายทาวน์เฮ้าส์ห้องแถวทำไมดังได้ วันนี้ค่าตัวลำไย 9 หมื่น งานเต็ม เมื่อคืนลำไยลงจากเวที เจ้าของต้องเอารถโรงพยาบาลห้วยแถลงพาไปให้น้ำเกลือที่รพ. ตี3 ถึงได้กลับ ทุกวันนี้ผมโดนเยอะมาก มีแต่คนรุม นักข่าวไปเสนอข่าว เราดีใจมาก เพราะเราอยากเกิด แต่รอพักฟื้นนิดนึงจะแถลงข่าว”

ทีมา khaosod.co.th

รวบ 12 โจ๋อาชีวะปทุมฯปืนปากกาไล่ยิงอริบนรถเมล์กระสุนเฉียวหน้า

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 พ.ค. ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีนักเรียนถูกยิงบนรถเมล์ประจำทางสายปทุมธานี-บ้านแพน มีผู้บาดเจ็บที่โหนกแก้ม 1 ราย บริเวณหน้าหมู่บ้านกฤษณา หมู่ 3 ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบรวบ 12 โจ๋อาชีวะปทุมฯปืนปากกาไล่ยิงอริบนรถเมล์กระสุนเฉียวหน้า

ที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บเป็นนักเรียนอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งในจ.ปทุมธานี ถูกลูกกระสุนปืนเฉียวที่โหนกแก้มขวา พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานีไปก่อนแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สามโคกประสานวิทยุให้ตำรวจสภ.เมืองปทุมธานี สกัดจับกลุ่มนักเรียนอาชีวะคู่อริ ต่อมาจับกุมได้จำนวน 12 คน อายุระหว่าง 15-18 ปี เป็นชาย 11 คน หญิง 1 คน แต่มือปืนหลบหนีไปได้

โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณท่ารถหน้าธนาคารออมสิน พร้อมตรวจค้นรถเมล์คันที่เกิดเหตุพบปืนปากกา 1 กระบอก และลูกกระสุนปืน .22 จำนวน 1 ลูก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ควบคุมตัวนักเรียนส่งให้ตำรวจสภ.สามโคกดำเนินการต่อ เพื่อที่จะสอบปากคำ เบื้องต้นไม่มีใครยอมรับว่าเป็นเจ้าของอาวุธปืนปากกาดังกล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญอาจารย์ที่ปรึกษาของสภาบันอาชีวะที่ถูกควบคุมตัวมายังสภ.สามโคก เพื่อรวมดำเนินการสอบถามถึงสาเหตุและค้นหาผู้ก่อเหตุ คาดว่าจะหลบหนีไประหว่างทางแล้ว พร้อมกับประสานพิสูจน์หลักฐานมาติดตามผู้ก่อเหตุรายนี้ต่อไป

ที่มา  khaosod.co.th

ระทึก! ครูหนุ่มน้อยใจเพื่อนสนิทจะแต่งงาน ปืนดาดฟ้าตึกกลางกรุง ขู่โดดฆ่าตัวตาย

วันที่ 26 พ.ค. พ.ต.ต.มนเดช มาแนม สารวัตร (สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุมีชายพยายามกระโดดจากที่สูง บริเวณอาคารลีฟวิ่ง เพลส ลาดพร้าว 138 ซอยลาดพร้าว 138 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร นำเบาะลมไปกางเพื่อเตรียมในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์)

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 9 ชั้น พบนายต่าย (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี เป็นอาจารย์พิเศษสอนภาษาต่างประเทศโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว ยืนอยู่บนดาดฟ้าของอาคารดังกล่าว โดยไม่ได้เรียกร้องอะไร เจ้าหน้าที่จึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ชายคนดังกล่าวลงมาแต่ก็ไม่เป็นผล เบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าวเกิดความน้อยใจที่เพื่อนชายคนสนิทจะไปแต่งงานกับหญิงสาวในเร็ววันนี้ และจากการสอบประวัติพบว่าเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และเคยขึ้นไปนั่งร้องไห้บนชั้นดาดฟ้ามาแล้ว 2 ครั้ง โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าชายคนดังกล่าวไปยืนบนดาดฟ้าตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่เวลาผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมง ระหว่างนั้นได้มีเพื่อนชายคนสนิทเดินขึ้นไปเกลี้ยกล่อมและปลอบประโลมจนชายคนดังกล่าวยอมกลับเข้าห้องพักไป

ระทึก! ครูหนุ่มน้อยใจเพื่อนสนิทจะแต่งงาน ปืนดาดฟ้าตึกกลางกรุง ขู่โดดฆ่าตัวตาย

ที่มา  khaosod.co.th

ชวนคลื่นไส้ แม่ค้าใช้มีดหั่นหมูขูดฝ่าเท้าเล่น ชิลสุด ๆ กลางตลาด (มีคลิป)

แฉพฤติกรรมสุดยี้ แม่ค้าใช้มีดหั่นหมูขูดฝ่าเท้าเล่น ชิลสุด ๆ กลางตลาด (มีคลิป) ชวนคลื่นไส้! แม่ค้าจีนใช้มีดหั่นเนื้อหมู ขูด-เล็มหนังเท้ากลางตลาด ลูกค้าถ่ายภาพโพสต์แฉโซเชียล

แม่ค้าร้านขายเนื้อสัตว์ในตลาดแห่งหนึ่งของงมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ได้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก หลังจากที่คลิปวีดีโอขณะที่เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ พร้อมทั้งลงมือใช้มีดสำหรับหั่นเนือสัตว์ นำมาขูดเล็มผิวหนังบริเวณใต้ฝ่าเท้าของตนเอง โดยไม่สนใจต่อสายตาผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์แต่อย่างใด

คลื่นไส้ แม่ค้าใช้มีดหั่นหมูขูดฝ่าเท้าเล่น ชิลสุด ๆ กลางตลาด (มีคลิป)

ที่มา morning-news.bectero.com

สอบเข้ม”สามีน้องแอ๋ม” ชี้คิดถึงทอมย้อนมาหาคือจุดจบ

สามี “น้องแอ๋ม” สาวโอเกะ ถูกฆ่าเหี้ยมยัดถัง โผล่ให้ปากคำ ทีมสืบสวนเร่งคุ้ยข้อมูลเชิงลึก พบเหยื่อคบสาวทอมมาก่อน แต่แม่รู้เข้าเลยถูกจับแต่งงานเมื่อ 3 เดือนก่อน สุดท้ายทนคิดถึงไม่ไหวกลับมาหาก่อนกลายเป็นศพ

https://www.dailynews.co.th/

กรณีเหตุสยองฆ่าหั่นศพสาวสวยจับยัดถังฝังดินในพื้นที่บ้านโนนสง่า ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น โดยศพมีสภาพหน้าตาถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมจนบวมปูด ลำคอถูกรัด และเลื่อยตัดลำตัวจนขาดเป็น 2 ท่อน แขนซ้ายมีรอยสัก “Apichaya Yuntoon”ส่วนที่หน้าอกชวามีรอยสักว่า “poppy”รู้ชื่อต่อมาคือ น้องแอ๋ม-น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย อายุ 22 ปี ทำงานอยู่ที่คาราโอเกะแห่งหนึ่ง ซึ่งตำรวจสงสัยสาวทอมคนใกล้ตัวผู้ตาย หลังมีรูปคู่แนบชิดในเฟซบุ๊กชื่อ น.ส.ป๊อปปี้ อายุ 26 ปี แต่พอสอบปากคำแล้วก็ปล่อยตัวไป ส่วนสาเหตุคาดว่าคนร้ายแค้นจัดเพราะพิษรักแรงหึง และคนร้ายอาจไม่ได้ลงมือคนเดียวด้วย

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ กก.3 บก.ภ.4 พ.ต.อ.จรัสพัฒน์  สุตยสรณาคม รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น หัวหน้าชุดคลี่คลายคดีได้เรียกประชุมทีมในการเร่งรวบรวมข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดเพื่อหาเบาะแสไล่ล่าตัวคนร้าย  ขณะที่นายศักดิ์ชัย (สงวนนามสกุล) อายุประมาณ 36 ปี ช่างรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นสามีของผู้ตายก็เดินทางมาพบตำรวจเพื่อให้ปากคำ ส่วน น.ส.ป๊อปปี้ สาวทอมคนสนิทที่โดนเรียกสอบวานนี้ (25 พ.ค.) ให้การที่เป็นประโยชน์มาก พูดจาฉะฉานไม่ติดขัดเหมือนไม่ได้สร้างเรื่อง พอสอบเสร็จจึงปล่อยตัวกลับไป

สอบเข้ม"สามีน้องแอ๋ม" ชี้คิดถึงทอมย้อนมาหาคือจุดจบ

ที่มา dailynews.co.th

ตรวจสอบรายชื่อ “ผู้มีรายได้น้อย” กรมสรรพากร (คลิ้กที่นี่!!)

ทั้งนี้ ผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนแล้วสามารถตรวจสอบได้ว่า ที่ผ่านมาได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้วหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้จากเว็ปไซต์ของกรมสรรพากร  ข้างล่างนี้

ตรวจสอบรายชื่อ “ผู้มีรายได้น้อย” กรมสรรพากร (คลิ้กที่นี่!!)

ตรวจสอบรายชื่อคลิ๊กที่นี้

ลงทะเบียนคนจน (ผู้มีรายได้น้อย) เพื่อรับสวัสดิการจากภาครัฐ รอบหน้า รอเดือน กันยายน ส่วนใครที่ลงทะเบียนไว้แล้วมีสิทธิรับสวัสดิการในรอบนี้ มาตรวจสอบรายชื่อได้ 

ตรวจสอบรายชื่อ “ผู้มีรายได้น้อย” กรมสรรพากร

หลังจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชาอนุมัติโครงการสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 100,000 บาท ไปเมื่อวันอังคารที่ 22 พ.ย. 59 ที่ผ่านมา โดย มีการวางเกณฑ์การช่วยเหลือ เป็นเงินที่โอนเข้าบัญชีธนาคาร ที่ผู้มีรายได้น้อยไปลงทะเบียนไว้ ทั้ง 3 แห่งคือ

ธนาคารออมสิน 

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)และ

ธนาคารกรุงไทย

โดยการสนับสนุนจะเป็นเงินช่วยเหลือ เพียงครั้งเดียว ระหว่างวันที่ 1-30 ธันวาคม 2559

สำหรับผู้มีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท จะได้รับโอนเงินเข้าบัญชี 3,000 บาท

ผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่30,001 – 100,000 บาท จะได้รับโอนเงินเข้าบัญชี 1,500 บาท

สำหรับผู้มีรายได้น้อย ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ในปี 2559 เพื่อรับสวัสดิการจากภาครัฐนี้ สามารถลงทะเบียนได้ในปีหน้า โดยรัฐบาลกำหนดวันลงทะเบียนไว้คือ สามารถลงทะเบียนในวันที่  1-30 กันยายนของทุกปี

ส่วนคุณสมบัติหรือผู้มีสิทธิลงทะเบียน คือ

1. มีสัญชาติไทย

2. อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป โดยต้องเกิดก่อนวันที่ 16 สิงหาคม 2541

3. เป็นผู้ว่างงาน หรือมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทในปี 2558

ทั้งนี้ รายได้ ให้หมายถึง รายได้ของบุคคลที่ลงทะเบียนเท่านั้น ในกรณีประกอบอาชีพร่วมกันทั้งครัวเรือน (เช่น ทำการเกษตรร่วมกัน) และไม่สามารถแยกรายได้ออกมาเป็นรายบุคคลได้ ให้ถือว่า รายได้ของครัวเรือนเป็นรายได้ของหัวหน้าครอบครัวแต่เพียงคนเดียว

การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินที่มีอยู่ เช่น

– รายได้ (เงินเดือน/เงินฝากธนาคาร/สลากออมทรัพย์/พันธบัตร/หุ้น ฯลฯ)

– การถือครองทรัพย์สิน (ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง/รถยนต์/จักรยานยนต์ ฯลฯ)

– หนี้สินคงค้างทั้งหมด (เงินกู้ในระบบ/เงินกู้นอกระบบ/หนี้บัตรเครดิต/หนี้เพื่อการศึกษา/หนี้เพื่อการเกษตรหรือประกอบธุรกิจ/หนี้เพื่อการอุปโภค-บริโภค/หนี้เพื่อซื้อบ้านและที่ดิน ฯลฯ)

โดยข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้รัฐบาลจะเก็บไว้เป็นข้อมูลไว้ใช้ทำสวัสดิการที่เหมาะสมต่อไป

หลักฐานที่ต้องใช้ในการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย
ใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชนใบเดียว

ตรวจสอบรายชื่อ “ผู้มีรายได้น้อย” กรมสรรพากร

ที่มา   money.sanook.com

ผจก.ไหทองคำ ฟ้องกลับปัดเบี้ยวงาน ลำไย เข้ารพ.-ให้น้ำเกลือ

ฟ้องกลับแน่ ! ผู้จัดการ “ลำไย ไหทองคำ” ลูกทุ่งสาวกำลังฮอต นัดสื่อแจงปมเบี้ยวงาน ลั่นแจ้งความกลับคู่กรณี ด้าน “ลำไย” โหมงานหนักเข้ารพ.ให้น้ำเกลือ

ผจก.'ไหทองคำ'ฟ้องกลับปัดเบี้ยวงาน 'ลำไย'เข้ารพ.-ให้น้ำเกลือ

“ประจักษ์ชัย ไหทองคำ” ผู้จัดการส่วนตัว “ลำไย ไหทองคำ” ได้โพสต์เฟซบุ๊ค ระบุว่า เรียนพี่ๆสื่อมวลชนทุกแขนงร่วมแถลงข่าวในประเด็น นายสวรรค์ฟ้า แจ้งความเรื่องคิวงานแสดง เนื่องจาก นายสวรรค์ฟ้าจ่ายมัดจำมาไม่ครบ จึงลดจำนวนคิวงานลง ซึ่งในสัญญา ว่าจ้างต้องการ20คิว วางมัดจำ 200,000บ. เเต่วางมาแค่ 50,000บ. ทางค่ายจึงลดคิวงานที่จองไว้เหลือ10คิว….เพื่อความกระจ่าง วันที่ 26พ.ค.60 จะมีการชี้แจงทุกประเด็น เวลา 14.00 น. ที่ค่ายไหทองคำ ม.เดอะทรัสต์ทาวน์ ลำลูกกาคลอง 5

ทั้งนี้เขาได้โพสต์อีกว่า “เรื่องนี้ พี่เปิ้ล นาแก ซึ่งเป็นโบรคเกอร์จัดหาศิลปิน ได้นัดผมกับอีกฝ่ายไปเจอกัน เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ปีที่แล้ว ที่ จ.นครพนม เขาขอคิวโชว์ลำไย 20 คิว ตอนนั้นเพลงผู้สาวขาเลาะยังไม่มา ค่าตัวเต็มวง นักดนตรี และแดนเซอร์ อยู่ที่ 45,000 บาท ซึ่งต้องวางมัดจำคิวละ 10,000 บาท จำนวน 20 คิว เป็นเงิน 200,000 บาท และผมก็แถมให้ 1 คิว เป็นโปรโมชั่นพิเศษ แต่พอไปเซ็นสัญญาเรียบร้อย เขาขอจ่ายมัดจำ 50,000 บาท อีก 150,000 บาท บอกว่าจะเอามาจ่ายให้ภายใน 3 วัน แต่เมื่อถึงวันนัดไม่มีเงินมาวางมัดจำ โดยบอกว่าขอเวลาไปขอความช่วยเหลือจากญาติ ที่ จ.ราชบุรี และจำนำเงินมาให้ ผ่านไป 1 สัปดาห์ก็ยังไม่ได้เงิน เขาบอกว่าจะไปเอาเงินกับผู้ใหญ่ที่นับถือใน จ.บุรีรัมย์มาให้ ซึ่งตามหลักการทำงานเขาผิดสัญญาเราจะยึดเงินมัดจำ 50,000 บาทก็ได้ แต่พี่เปิ้ล นาแก บอกว่าพรรคพวกกันจาก 20 คิว ก็ลดลงมาเหลือ 5-10 คิว ตามเงินที่วางมัดจำไว้ก็ได้ ผมก็คิดว่ากำขี้ดีกว่ากำตด ให้เขา 10 คิว คิดมัดจำแค่งานละ 5,000 บาท ก็ได้ เห็นใจเขาที่ต้องปิดวิกทำการแสดงซึ่งมันมีความเสี่ยง ผมก็พาลำไยไปเล่นให้ เหลืออีก 2 คิวก็จะครบ แต่ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ผมไม่ได้ไป เพราะทางเขาไม่ได้คอนเฟิร์มมาล่วงหน้า หรือส่งป้ายโปรโมทงานว่าแสดงตรงไหนมาบอก ผมก็ดึงคิวคืนมาไปทำงานที่ภาคตะวันออก พอก่อนงานหนึ่งวันเขาโพสต์ว่ามีงาน ผมก็เอายังมีอีกหรอซึ่งผมไปไม่ทันแน่นอน ปกติเขาตื่นเต้นกับการทำป้าย ส่งป้ายโปรโมทงานให้ผมล่วงหน้า 2 สัปดาห์ เขาจึงไปแจ้งความว่าเบี้ยวคิว ทั้งๆ ที่คิวทั้งหมดผมให้ด้วยความเสน่หา ตั้งแต่ที่จ่ายเงินมัดจำผม 20 คิวไม่ครบ ซึ่งผมจะดึงคิวคืนก็ได้ ผมยังไม่ทำ แต่ครั้งที่ผ่านมาไม่มีการยืนยันว่ามีงานชัดเจน แล้วยังไปบอกว่า จ่ายเงินมัดจำให้ผม 50,000 กับงานทั้งหมด 21 คิว ทำไมไม่พูดความจริง เดี๋ยวผมจะไปแจ้งความกลับ ข้อหาแจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาทด้วย”

อย่างไรก็ตาม ลูกทุ่งสาว “ลำไย ไหทองคำ” ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือ เพราะลุยงานหนัก ซึ่งทำงานได้ปกติ

ข้อมูลและภาพจาก facebook.com/tengperdperng /  bangkokbiznews.com

สุดประทับใจ! สาวช่วยดูแลครอบครัวแฟนหนุ่ม หลังตกเป็นแพะติดคุก 6 ปี ไม่ยอมทิ้งไปไหน (คลิป)

สุดประทับใจ! สาวช่วยดูแลครอบครัวแฟนหนุ่ม หลังตกเป็นแพะติดคุก 6 ปี ไม่ยอมทิ้งไปไหน (คลิป)

สุดประทับใจ! สาวช่วยดูแลครอบครัวแฟนหนุ่ม หลังตกเป็นแพะติดคุก 6 ปี ไม่ยอมทิ้งไปไหน

จากกรณีกระทรวงยุติธรรมให้ความช่วยเหลือ นายวรวิทย์ สินทองน้อย ผู้ที่ตกเป็นแพะซ้ำซ้อน เริ่มจากคดีตกเป็น 1 ใน 4 ผู้ต้องหาคดียิงคนตาย หลังได้ผลการพิสูจน์ว่า รูรอยกระสุนที่เกิดจากศพผู้ตาย ไม่สัมพันธ์กับคำให้การของผู้เสียหายที่อ้างว่าคนร้ายขับติดตามมาในระยะประมาณ 10 เมตร แล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย อีกทั้งเข้าเครื่องจับเท็จก็ไม่พบพิรุธ จึงพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นคนร้ายในคดีนี้ กระทรวงยุติธรรมจึงได้นำพยานหลักฐานทั้งหมดยื่นต่อศาลฎีกาและมีคำพิพากษายกฟ้อง

โดยคดีนี้มีจำเลย 4 ราย ซึ่งได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด แต่นายวรวิทย์ไม่ได้รับการปล่อยตัวเพราะถูกตำรวจอายัดตัวในคดียาเสพติด แต่ต่อมาพิสูจน์ได้ว่านายวรวิทย์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งยาเสพติดภายนอกเรือนจำ และยังพบว่าผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดอุบลราชธานีมีชื่อว่าวรวิทย์ซ้ำกันถึง 6 ราย ซึ่งรายที่ 1 ถึง 5 เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติดทั้งหมด ส่วนนายวรวิทย์ สินทองน้อยเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่น จนท.จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและเป็นพยานในชั้นศาล จนล่าสุดศาลจังหวัดเดชอุดมได้มีคำพิพากษายกฟ้องนายวรวิทย์ สินทองน้อย และปล่อยตัวให้ได้รับอิสรภาพท่ามกลางความดีใจของครอบครัว โดยเฉพาะแฟนสาวที่ให้ความช่วยเหลือทางคดีมาโดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา

ซึ่งสิ่งที่เป็นเรื่องน่าประทับใจคือ แฟนสาวของ นายวรวิทย์ ที่อยู่ข้างๆมาโดยตลอด ได้รับการพูดถึงในโลกโซเชี่ยลอย่างมาก คือ สาวข้างกายนายวรวิทย์ ที่แม้ว่า ยังไม่ได้แต่งงานหรือมีลูกด้วยกันกับนายวรวิทย์ แต่พบว่า น้อย ได้อยู่ข้างๆ และช่วยดูแลครอบครัวของฝ่ายชายมาโดยตลอด ทำงานหาเลี้ยงเพียงลำพัง โดยตอนหนึ่ง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ดีใจมาก ทำงานคนเดียวตลอดเวลาที่ผ่านมา เพราะอยากจะช่วยเขา รักเขามากไม่อยากทิ้งเขาไป เพราะรู้ว่าถ้าทิ้งไปก็คงไม่เหลือใคร ซึ่งดีใจมากๆ” ซึ่งนายวรวิทย์ ก็ได้เปิดใจว่า ขอบคุณมากๆ และอยากขอ น.ส.น้อย แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน

ที่มา khaosod.co.th

หนุ่มอุบลฯ เป็นแพะ 2 คดีซ้อน ได้ปล่อยตัว หลังติดคุก 6 ปี ยันอโหสิกรรมให้ตำรวจ

เหมือนตายแล้วเกิดใหม่!! หนุ่มอุบลถูกปล่อยตัวแล้ว หลังโดนคดี “แพะซ้อนแพะติดคุกฟรี 7 ปี! แม่ร่ำไห้ดีใจได้ลูกชายคืน!!  นายวรวิทย์ ผู้ต้องหา 2 คดีแพะ ที่อุบลราชธานี หลังกระทรวงยุติธรรม โดย รองปลัด ยธ.เข้าช่วยเหลือ ทั้งคดีฆ่าผู้อื่นและยาเสพติด ญาติเผย ดีใจมากที่น้องชายได้รับความเป็นธรรมในวันนี้

จากกรณี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เรียกร้องขอความเป็นธรรมคดี นายวรวิทย์ หรือ วา สินทองน้อย อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 บ้านเมืองใหม่ หมู่ 17 ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น เหตุเกิดเมื่อประมาณเดือน ต.ค. 53 แล้วญาติมีการร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากขณะเกิดเหตุ นายวรวิทย์ หรือ วา เพียงแค่ขับรถตามผู้ตายมาแต่ไม่ได้ก่อเหตุ โดยกระทรวงยุติธรรม เข้ามาช่วยเหลือและศาลฎีกายกฟ้อง แต่กลับถูกอายัดตัวคดียาเสพติดอีก จนวันนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้องอีกครั้ง และเตรียมปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางอุบลราชธานี

หนุ่มอุบลฯ เป็นแพะ 2 คดีซ้อน ได้ปล่อยตัว หลังติดคุก 6 ปี ยันอโหสิกรรมให้ตำรวจ

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 พ.ค. 60 ที่หน้าเรือนจำกลางอุบลราชธานี บรรดาญาติพี่น้องของ นายวรวิทย์ หรือ วา สินทองน้อย ต่างมานั่งรอการปล่อยตัวนายวรวิทย์กลับคืนสู่อิสรภาพ โดย นางสาววารุณี สินทองน้อย อายุ 35 ปี พี่สาว นายวรวิทย์ เล่าว่า น้องชายมีอาชีพเป็นช่างซ่อมท่อไอเสีย หลังเกิดเหตุเมื่อประมาณเดือน ต.ค.53 และเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามจับ นายวรวิทย์ หรือ วา น้องชาย ตนพร้อมครอบครัวพยายามยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรม เพราะเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของน้องชาย

กระทั่งได้ไปยื่นเรื่องกับกระทรวงยุติธรรม และได้รับความช่วยเหลือ โดย พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงพื้นที่สอบสวนหาข้อเท็จจริง และประสานงานภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี บางมด ทดสอบหาวิถีกระสุนและคราบเขม่าดินปืนจนได้ผลการพิสูจน์ว่า รูรอยกระสุนที่เกิดจากศพผู้ตาย ไม่สัมพันธ์กับคำให้การของผู้เสียหายที่อ้างว่า คนร้ายขับติดตามมาในระยะประมาณ 10 เมตร แล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย อีกทั้ง ดีเอสไอ ได้ใช้เครื่องจับเท็จจับคำให้การจำเลยทุกราย ผลปรากฏว่า ผ่าน คือว่าไม่ได้เป็นคนร้ายในคดีนี้ กระทรวงยุติธรรม จึงได้นำพยานหลักฐานทั้งหมดยื่นต่อศาลฎีกา และเมื่อเดือน พ.ค. 2558 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยคดีนี้มีจำเลย 4 ราย ซึ่งได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด

แต่นายวรวิทย์ ไม่ได้รับการปล่อยตัวเพราะถูกตำรวจอายัดตัวในคดียาเสพติดอีก กล่าวหาว่า ใช้โทรศัพท์มือถือภายในเรือนจำ โทรออกไปสั่งยาเสพติด ต่อมา กระทรวงยุติธรรม ได้ลงพื้นที่หาพยานหลักฐานเพิ่มเติม จนพิสูจน์ได้ว่า นายวรวิทย์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งยาเสพติดภายนอกเรือนจำ และยังพบว่าผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดอุบลราชธานี มีชื่อว่า วรวิทย์ ซ้ำกันถึง 6 ราย ซึ่งรายที่ 1 ถึง 5 เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติดทั้งหมด ส่วน นายวรวิทย์ สินทองน้อย เป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่น กระทรวงยุติธรรมจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและเป็นพยานในชั้นศาล จนกระทั่งวันนี้ (25 พ.ค.) ศาลจังหวัดเดชอุดม ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง นายวรวิทย์ สินทองน้อย ซึ่ง พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปล่อยตัว นายวรวิทย์ สินทองน้อย ที่เรือนจำกลางอุบลราชธานี เวลาประมาณ 18.00 น.

นางสาววารุณี กล่าวอีกว่า วันนี้ตนพร้อมญาติพี่น้องในครอบครัวรู้สึกดีใจมากกับการต่อสู้ทวงคืนความบริสุทธิ์ และสามารถคืนอิสรภาพมาให้น้องได้ พวกตนเตรียมฝ้ายสายสิญจน์ และน้ำมนต์จาก 9 วัด มาไว้อาบให้น้อง เพื่อเป็นสิริมงคลหลังถูกปล่อยออกมาจากเรือนจำ ส่วนการเรียกร้องค่าชดเชยนั้น ทางครอบครัวกำลังดำเนินการยื่นเรื่องตามกระบวนการ จะได้หรือไม่ก็ไม่สำคัญเท่ากับวันนี้น้องได้รับอิสรภาพ และยืนยัน ความบริสุทธิ์ของน้อง เพราะเงินทองเป็นของนอกกาย

ด้านนายมารุส ตะพานทอง ผู้อำนวยการเรือนจำกลางอุบลราชธานี เผยทางเรือนจำได้มีการเตรียมเอกสารพิมพ์ลายนิ้วมือ นายวรวิทย์ หรือ วา สินทองน้อย และยืนยันตัวบุคคลเรียบร้อยแล้ว รอเพียงเวลาก็จะนำ นายวรวิทย์ หรือ วา สินทองน้อย มาส่งให้กับญาติพี่น้องได้

ที่มา thairath.co.th

เย้ยน้ำท่วม!แห่ทำภาพประชด สวนน้ำ’รัชดา-ลาดพร้าว’

ชาวเน็ตทำภาพ “สวนน้ำรัชดา-ลาดพร้าวเย้ยกทม.-ประชดน้ำท่วม หลังน้ำท่วมหนักกรุงเทพฯ ทำจราจรติดขัดหลายชั่วโมง อุตุฯเตือนเย็นนี้ฝนมาอีก

เย้ยน้ำท่วม!แห่ทำภาพประชด สวนน้ำ'รัชดา-ลาดพร้าว'

จากกรณีที่ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมขังรอการระบาย จนเกิดน้ำท่วมสูงหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รถเล็กไม่สามารถขับผ่านได้ โดยเฉพาะ ถ.รัชดาภิเษก,ถ.ลาดพร้าว,ถ.แจ้งวัฒนะ และถ.ศรีนครินทร์ ต่อมา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พร้อมขออภัยประชาชนชาวกทม.ที่ทำให้ต้องเดือดร้อน ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนว่าในช่วงวันที่ 24-25 พ.ค.นี้ จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามและอ่าวตังเกี๋ย ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการทำภาพประชดน้ำท่วมกรุงเทพฯ โดยแต่งภาพให้น้ำมีสีใสคล้ายกับทะเล พร้อมล้อเลียนว่าขณะนี้บริเวณ ถ.รัชดา-ลาดพร้าว กลายเป็นสวนน้ำ และชายหาดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีการนำภาพเรือดำน้ำมาตัดต่อให้เข้ากับสถานการณ์น้ำท่วม และหยอกล้อถึงแชมป์ยูโรป้าลีก อย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งคว้าถ้วยไปเมื่อคืนวันที่ 24 พ.ค. ได้สำเร็จ จึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังตามพื้นที่ดังกล่าว สร้างรอยยิ้มและเรียกเสียงหัวเราะให้กับคนในโลกออนไลน์ และเผยแพร่ภาพดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก

เย้ยน้ำท่วม!แห่ทำภาพประชด สวนน้ำ'รัชดา-ลาดพร้าว'

ขอบคุณภาพจาก คาราโอเกะชั้นใต้ดิน,ล้อฟุตบอลV2,ครูฮง,Pun_panjapon,@Por_n97

ที่มา  dailynews.co.th

ชนสยอง!! แม่ค้าจ่ายตลาด สลดเมียดับคาที่-ผัวสาหัส เก๋งหนุ่มบ.ดังซิ่งหนีไม่รู้รถชน(คลิป)

ชนสยอง!! แม่ค้าจ่ายตลาด สลดเมียดับคาที่-ผัวสาหัส เก๋งหนุ่มบ.ดังซิ่งหนีไม่รู้รถชน(คลิป)

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 26 พ.ค. ร.ต.อ.วีระพล สุดสายแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.พระประแดงว่ามีอุบัติเหตุรถชนกันใกล้ปากซอยสุขสวัสดิ์ 45 ถ.สุขสวัสดิ์ ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

แม่ค้าจ่ายตลาด สลดเมียดับคาที่-ผัวสาหัส เก๋งหนุ่มบ.ดังซิ่งหนีไม่รู้รถชน

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำแดง ทะเบียน พทง-174 กทม. ล้มอยู่กลางถนน สภาพรถช่วงท้ายมีร่องรอยถูกชนพังยับเยิน และพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส. ปรีดา คุณรงค์ อายุ 51 ปี อยู่หมู่ 11 ต.หนองเม็ก อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เป็นคนซ้อนท้าย โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ นายบุญมี ปะระวงษ์ อายุ 53 ปี อยู่หมู่ 8 ต.บรบือ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เป็นคนขับรถจักรยานยนต์คาดว่าเป็นสามีภรรยามีอาชีพขายอาหาร เพราะในที่เกิดเหตุมีผัก พริก เส้นก๋วยเตี๋ยว อาจไปจ่ายตลาดแล้วกำลังเดินทางกลับ

มูลนิธิฯ พร้อมด้วยกู้ชีพโรงพยาบาลบางปะกอก 3 ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลบางปะกอก 3 โดยผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บถูกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำ ทะเบียน 1กณ-305 กทม. พุ่งชนเข้าอย่างจังช่วงหน้ารถข้างซ้ายมีร่องรอยการเฉี่ยวชน หลังเกิดเหตุได้ขับรถหลบหนีจากจุดเกิดเหตุกว่า 1 กม. จนชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับไว้ได้ที่บริเวณจุดกลับรถท่าเรือ บีทีเอส ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมได้ควบคุมตัวคนขับ นายสราวุธ รุ่งโรจน์วิทยากุล อายุ 29 ปี อยู่ ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นพนักงานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ดังแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 2

นายสราวุธ เล่าให้ฟังว่า ตนเลิกงานและไปกินในงานเลี้ยงกับเพื่อนแถวถนนพระราม 2 จนกินเลี้ยงเสร็จ ตนกำลังขับรถกลับบ้านพักย่าน สุขสวัสดิ์ 78 ถนนสุขสวัสดิ์ ต.บางจาก อ.พระประแดง ตนก็ขับรถมาตามถนนปกติพอมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนมองไม่เห็นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ได้ยินเสียงดังขึ้นช่วงหน้ารถและมีควันจนตนขับรถไปจอดที่บริเวณจุดกลับรถท่าเรือ บีทีเอส ตนไม่รู้ว่าได้ขับรถชนจักรยานยนต์

ด้าน ร.ต.อ.วีระพล สุดสายแก้ว พนักงานสอบสวน ไม่เชื่อในคำให้การของนายสราวุธ ต้องสอบสวนเพิ่มเต็มและดูภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุและจากนั้นได้นำตัวนายวราวุธ ไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวว่าขับขี่รถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพผู้เสียชีวิตให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจเพื่อหาสาเหตุการตาย โดย ร.ต.อ.วีระพล จะติดต่อเเจ้งญาติให้ทราบเพื่อจะได้รับศพไปดำเนินพิธีกรรมตามศาสนาต่อไป

ที่มา  khaosod.co.th

รู้แล้วเป็นใคร!! สาวถูกฆ่าหั่นสยองสองท่อนยัดถังฝังดิน แม่รุดดูศพ-สอบเครียดสาวหล่อ!!

รู้แล้วเป็นใคร!! สาวถูกฆ่าหั่นสยองสองท่อนยัดถังฝังดิน แม่รุดดูศพ-สอบเครียดสาวหล่อ!!

ฆ่าหั่นศพ

จากกรณีฆ่าหั่นสยองสองท่อนสาวโอเกะยัดถังฝังดิน ล่าสุดช่วงดึกที่ผ่านมา ตำรวจทราบแล้วว่า ผู้ตายเป็นหญิงสาวอายุ 22 ปี เป็นคน จ.ชัยนาท ทำงานเป็นสาวโอเกะ อยู่ที่เมืองขอนแก่น สอบสวนคนใกล้ชิดทั้งหมด 4 คน เป็นทอม 1 คน และชายวัยรุ่นอายุ 18-20 ปี ขณะแม่ของหญิงสาวผู้ตาย ก็เดินทางมาพบตำรวจ โดยน้าสาวยืนยันว่า เป็นหลานสาว เพราะจำรอยสักได้ จำเสื้อผ้าได้

รู้แล้วเป็นใคร!! สาวถูกฆ่าหั่นสยองสองท่อนยัดถังฝังดิน แม่รุดดูศพ-สอบเครียดสาวหล่อ!!

โดยน้าสาว เผยว่า หลานเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ พ่อเสียชีวิตแล้ว หลานได้ไปทำงานที่ขอนแก่น และพบรักแต่งงานกับสามีเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว สามีรับเหมาก่อสร้าง ต้องย้ายที่ทำงานไปเรื่อยๆ จึงขอสามีกลับมาทำงานที่ร้านโอเกะ และมาคบทอม สามีไม่ได้ใส่ใจเพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ไม่มีอะไร ก็ไปมาหาสู่กันสามคน จนมาเกิดเรื่องขึ้น

ก่อนเจอศพ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. สาวทอมได้โทรศัพท์ไปบอกแม่ของผู้ตายว่า ผู้ตายหายตัวไป จะให้แจ้งตำรวจตามหาหรือไม่ แม่ให้รอ 24 ชม. ก่อน จนเมื่อวันที่ 24 พ.ค. สาวทอมได้ไปแจ้งความ จนตำรวจมาเจอถูกฆ่าหั่นศพดังกล่าว โดยแม่ยังทำใจไม่ได้

ขณะตำรวจบอกว่า สาวทอมให้การอย่างดี ยังไม่พบพิรุธ ตำรวจยังไม่ตัดปมฆาตกรรม ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องอื่นๆ ตำรวจยืนยันว่าเป็นคนใกล้ตัวแน่นอนลงมือฆ่า เนื่องจากต้องเป็นคนที่รู้รหัสเอทีเอ็มของผู้ตาย เพราะหลังเสียชีวิต เหมือนมีการไปกดเงินตู้หน้าร้านสะดวกซื้อหลายครั้ง ก่อนมาเจอเป็นศพ ตำรวจมั่นใจไม่เกิน 7 วันได้ตัวคนร้ายแน่

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ สุวรรณราษฎร์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ.โนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ว่า พบศพคนถูกฆ่ายัดถังดำ ถูกนำมาฝังดิน บริเวณป่าสาธารณะข้างทาง ห่างจากหมู่บ้าน 3 กม. หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน 3 กก.สส.ภาค 4 และชุดพิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น

ที่เกิดเหตุ ห่างจากริมถนนเข้าไปประมาณ 3 เมตร เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการขุดดินฝังไว้ 2 จุดไม่ห่างกันมากนัก โดยมีสังกะสีปิดทับเอาไว้ จึงทำการตรวจสอบพบถังสีดำ ถุกฝังกลบอยู่ โดยไม่ปิดฝา ข้างในถังมีถุงขยะสีดำบรรจุศพคนตาย แยกใส่ในถัง 2 ใบ ฝังใกล้ๆกัน ถังแรกใส่ชิ้นส่วนร่างกายท่อนบน ถังใบที่สองชิ้นส่วนท่อนล่าง เจ้าหน้าที่จึงนำเอาถังสองใบขึ้นมา และนำศพคนตายออกจากถังเพื่อทำการตรวจสอบ

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง กล่าวว่า จากการตรวจสอบจุดที่ที่เกิดเหตุพบศพคนตาย เป็นหญิงสาวอายุ ประมาณ 20 ปี สูงประมาณ 155 ซม. จากการตรวจสอบร่างของผู้ตายพบ มีรอยสักภาษาอังกฤษ ที่หน้าอกซ้าย คำว่า poppy ใส่เสื้อลักษณะชุดแซกเปิดหลังสีแดง สวมเสื้อยกทรงสีดำ ท่อนล่างใส่กางเกงในตัวเดียว ตามร่างกายของศพมีคราบดินโคลนจำนวนมาก และถูกหั่นแบ่งเป็น 2 ชิ้นใส่ถุงดำ ยัดใส่เข้าไปในถังอีกทีและนำมาทิ้งศพในจุดดังกล่าว

“ชาวบ้านในหมู่บ้านได้ออกมาทำนา เมื่อเดินมาใกล้จุดที่พบศพได้กลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง เมื่อเดินสำรวจ ก็พบรอยขุดดิน แต่มีสังกะสีเก่าจำนวน 3 แผ่น ปิดทับเอาไว้ จึงเปิดสังกะสีและเกลี่ยดินออก ก็พบถังพลาสติกสีดำใส่ถุงขยะสีดำฝังไว้ในดิน เมื่อเปิดถุงดำพบชิ้นส่วนมนุษย์ จึงรีบแจ้งตำรวจทันที และเมื่อมีการตรวยสอบสภาพแวดล้อมพบว่าจุดที่พบศพนั้น ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กม. รถยนต์สามารถผ่านเข้ามาได้ ซึ่งการพบชิ้นส่วนหญิงสาวถูกฆ่านั้นจุดนี้เป็นเพียงจุดฝังเพื่ออำพรางคดี ไม่ใช่จุดที่คนร้ายก่อเหตุ”

ผกก.สภ.เขาสวนกวาง กล่าวต่ออีกว่า หญิงสาวรายถูกฆ่าหั่นศพมาจากที่อื่นแล้วใส่ถุงดำ ใส่ถังดำ นำขึ้นรถยนต์มาฝังในท้องที่ สภ.เขาสวนกวาง โดยคนร้ายน่าจะมีประมาณ 1-3 คน หนึ่งในคนร้าย อาจจะมีความแค้นส่วนตัวกับผู้ตาย จึงวางแผนฆ่า หรืออาจจะมีเพียงคนเดียว ที่แค้นแล้วลวงหญิงสาวไปฆ่าก่อนจะหั่นศพ เพราะจากสภาพศพเป็นการหั่นศพที่ไม่ชำนาญการ เชื่อว่าเป็นความแค้นส่วนตัว เมื่อสบโอกาสจึงลงมือฆ่า จากนั้นก็ลงมือหั่นศพเป็นสองท่อน ใส่ถุงดำแล้วใส่ในถังดำนำมาฝังดิน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คาดว่าผู้เสียชีวิตคือ น.ส.วริสรา อายุ 23 ปี ทำงานในสถานบันเทิงใน จ.ขอนแก่น แต่ต้องรอญาติมายืนยันและตรวจดีเอ็นเอชี้ชัดอีกครั้ง และคาดว่ามีสาเหตุจากเรื่องส่วนตัวและชู้สาว

ที่มา khaosod.co.th