เหลือเชื่อ! เจ้าชายน้อยภูฏานวัย 3 ขวบ ระลึกชาติ 824 ปี เป็นอาจารย์ที่นาลันทา!!

เป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ของภูฏานและอินเดีย เมื่อมีรายงานข่าวหลายแห่งระบุว่า เจ้าชายราชวงศ์ภูฏานพระองค์หนึ่ง ชันษา 3 ปี สามารถระลึกชาติได้ว่า ชาติก่อนทรงเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก เมื่อ 824 ปี ก่อน

5-06

รายงานระบุว่า เจ้าชายน้อยพระองค์นี้ เป็นโอรสของเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งแห่งภูฏาน ทรงบอกว่า เมื่อ 824 ปีก่อน ทรงเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ในประเทศอินเดีย และหากว่าได้เสด็จเยือนที่มหาวิทยาลัยนาลันทาอีกครั้ง จะทรงจำทุกอย่างได้ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา พระอัยยิกา(ยาย) ของเจ้าชายจึงพาเจ้าชายไปที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ที่ประเทศอินเดีย ปรากฏว่าเจ้าชายสามารถจำสถานที่ต่างๆได้แม่นยำ แม้แต่ห้องเรียนของพระองค์เอง

5-02

เรื่องนี้สร้างความฮือฮาแก่สื่อมวลชนและชาวโซเชียลในประเทศอินเดียและภูฏานอย่างยิ่ง และกำลังอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

5-01 5-03 5-04 5-05

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

สลด! ดช.5ขวบโดนจับราดน้ำร้อนจนอัณฑะบวม แม่เลี้ยงอ้างเด็กทำน้ำร้อนหกใส่ตัวเอง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ม.ค. 60 นางรุ่งทิวา สุดแดน หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ปทุมธานี นางวรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ศูนย์พึ่งได้ OSCC โรงพยาบาลปทุมธานี ได้เข้าเยี่ยมดช.แชมป์ (นามสมมติ) อายุ 5 ขวบ ถูกน้ำร้อนลวกจากหน้าท้องถึงอวัยวะเพศ จนอัณฑะบวมน่าเวทนา นอนเจ็บปวดอยู่บนเตียง มีนพ.รังสรรค์ บุตรชา หัวหน้าศัลยแพทย์ โรงพยาบาลปทุมธานี ให้การดูแลที่โรงพยาบาลปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี

โดยหนูน้อยอายุ 5 ขวบอาศัยของกับพ่อและแม่เลี้ยง ซึ่งเป็นบ้านเช่า ในต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี ถูกน้ำร้อนลวกจากหน้าท้องถึงอวัยวะเพศจนอัณฑะบวมแดง นอกจากนี้ยังมีแผลที่เคยถูกทำร้ายมาก่อนหน้านี้ ทั้งรอยหยิก รอยตีทั่วทั้งตัว

สลด! ดช.5ขวบโดนจับราดน้ำร้อนจนอัณฑะบวม แม่เลี้ยงอ้างเด็กทำน้ำร้อนหกใส่ตัวเอง

จากการสอบถามน้องแชมป์ทราบว่า ผู้เป็นแม่เลี้ยงใช้น้ำร้อนสาดมาที่ตัว โดยถูกน้ำร้อนลวกมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.แล้ว จนแผลที่ถูกน้ำร้อนกำเริบบวมแดง จึงไปพาส่งโรงพยาบาลในวันที่ 2 ม.ค. และอยู่ในการดูแลของแพทย์พยาบาล รพ.ปทุมธานี ซึ่งมีญาติของผู้ป่วยเตียงข้างๆค่อยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ ส่วนญาติของน้องแชมป์นานๆจะแวะมาเยี่ยมดูแลอาการเป็นบางครั้ง

นพ.รังสรรค์กล่าวว่า การดูแลรักษาน้องเบื้องต้นล้างแผลและใช่ครีมทา ต้องระวังเรื่องการติดเชื้อ หากมีไข้ก็ให้ยาปฏิชีวะเพื่อฆ่าเชื้อ เท่าที่พุดคุยน้องยังคงหวาดกลัวและไม่ค่อยพุดคุย รวมถึงไม่อยากกลับบ้าน สภาพบาดแผลเป็นแผลตั้งแต่บริเวณหน้าท้องถึงอวัยวะเพศ นอกจากนี้ตามตัวเด็กมีรอยซ้ำคล้ายถูกทำร้ายมา โดยคาดว่าจะใช้เวลารักษากว่า 1 เดือน

นางรุ่งทิวา สุดแดน หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า การช่วยเหลือต่อไปจะเป็นส่วนของการคุ้มครองสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ของน้องแชมป์ต่อจากนี้ เบื้องต้น พมจ.ปทุมธานี ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ความเป็นอยู่ของน้อง เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็ก ในระยะยาวครอบครัวจะดูแลเด็กคนนี้ได้อย่างไรให้ปลอดภัย ที่ผ่านมาเด็กถูกทำร้ายมาโดยตลอด แต่ว่าครั้งนี้น้องถูกทำร้ายอาการหนักมากเกินไป โดยจะให้ทีมสหวิชาชีพ แพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคม อัยการ ตำรวจ ครู เพื่อช่วยคุ้มครองเด็กและดูแลสวัสดิภาพในระยะยาว

ร.ต.อ.ประพันธ์ เรืองสุวรรณ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้เรียกแม่เลี้ยงและพ่อของเด็กมาสอบปากคำ ซึ่งทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนเอาน้ำร้อนสาดน้องแชมป์ แต่อ้างว่าน้องแชมป์ทำน้ำร้อนหกใส่ตัวเอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ได้เชิญพยาน 2 ปากที่อยู่ใกล้เคียงมาสอบปากคำไว้เป็นหลักฐาน แต่เนื่องจากเด็กถูกทำร้ายอาการหนักมากเกินไปและมีอาการหวาดผวาอยู่ตลอด ต้องรอให้อาการของเด็กดีขึ้น ซึ่งก็อยู่ในความดูและของแพทย์ และพัฒนาสังคมจังหวัดปทุมธานีเป็นอย่างดี

โดยจะให้ทีมสหวิชาชีพ แพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคม อัยการ ตำรวจ ครู สอบปากคำเด็กอีกครั้งเพื่อความละเอียดและครอบคลุมทุกประเด็นในผลของคดี และจะออกหมายเรียกแม่เลี้ยงและพ่อเลี้ยงของเด็กมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

เจออีกแล้วรถตู้ทิ้งผู้โดยสารกลางทาง อ้างหมดเวลาวิ่ง แถมเก็บเงินเต็มราคาอีก

เหตุการณ์รถตู้ทิ้งผู้โดยสารมีให้เห็นเป็นประจำ ซึ่งโชเฟอร์ก็มักจะอ้างเหตุผลต่างๆ นานา ถึงเหตุผลที่ต้องทิ้งผู้โดยสาร ล่าสุดสมาชิกเฟซบุ๊ก “Jirawut Yun EK Emperror” ได้โพสต์คลิปหลังเจอเหตุการณ์ดังกล่างตรงหน้า โดยรถตู้คันหนึ่งปล่อยผู้โดยสารลงกลางทางแถวๆ ย่านพัทยา จ.ชลบุรี ก่อนจะมีปากเสียงกันดังลั่น โดยโชเฟอร์อ้างว่าหมดเวลาวิ่ง จะเอารถตู้ไปส่ง เลยให้ผู้โดยสารลงกระทันหัน

2-001

 

จากนั้นผู้โสต์ได้สอบถามผู้โดยสารคนดังกล่าวก็ทราบว่าเดินทางมาจากย่านบางนา เพื่อจะไปมาบตาพุด จ.ระยอง แต่พอมาถึงช่วงพัทยากลับปล่อยตัวเองลงกลางทาง โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า นอกจากนี้ยังปล่อยผู้โดยสารคนอื่นๆ ลงกลางทางเช่นกัน พร้อมทั้งเก็บค่าโดยสารเต็มจำนวน ในราคา 180 บาท ซึ่งเกินกว่าความเป็นจริง หลังจากนั้นผู้โพสต์จึงได้อาสาไปส่งผู้โดยสารคนดังกล่าวที่มาบตาพุด เพราะเวลานั้นไม่มีรถโดยสารคันอื่นวิ่งผ่านเลย

 

คลื่นสูง 4 เมตรซัดเรือสปีดโบ๊ทล่มกลางทะเลกระบี่ ช่วยระทึก 22 นักท่องเที่ยว

คลื่นสูง 4 เมตรซัดเรือสปีดโบ๊ทล่มกลางทะเลกระบี่ ช่วยระทึก 22 นักท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 11.40 น วันที่ 4 ม.ค. นายไชยยันต์ ไชยคำ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยาน ที่พพ.3 (เกาะไม้ไผ่) เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ได้รับแจ้งเหตุ เรือสปีดโบ๊ท ชื่อเรือไจแอ้น 121 ถูกคลื่นซัด อับปางลงบริเวณทางด้านทิศตะวันตกของเกาะไม้ไผ่ เบื้องต้นได้นำเจ้าหน้าที่อุทยานรีบเข้าไปช่วยเหลือโดยนำเชือกผูกห่วงยาง ให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ทั้งชายและหญิง รวม จำนวน 22 คนที่ลอยคออยู่ในทะเล เกาะและไต่ขึ้นฝั่ง ได้อย่างปลอดภัยโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ส่วนเรือลำดังกล่าวได้จมลงทะเล

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุเรือลำดังกล่าว มีนายคมกริช อรุณเดช อายุ 30 ปี เป็นนายท้ายเรือ ได้เดินทางมาจากเกาะภูเก็ต พานักท่องเที่ยวชาวจีน 22 คนมาเที่ยวที่เกาะไม้ไผ่ จากนั้นก็พานักท่องเที่ยวเดินทางมุ่งหน้าไปเกาะพีพีเพื่อไปทานอาหารเที่ยง แต่หลังจากเรือออกไปได้ประมาณ 5 นาทีก็ถูกคลื่นสูงประมาณ 4 เมตรซัดเข้าลำเรือทำให้เรือล่ม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการช่วยเหลือขึ้นที่เกาะไม้ไผ่ได้อย่างปลอดภัย ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานเรือมารับนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งเพื่อไปรับประทานอาหาร เพราะนักท่องเที่ยวทั้งหมดยังไม่ได้ทานอาหารเที่ยง ซึ่งขณะนี้ที่เกาะไม้ไผ่ยังมีคลื่นลมแรงคลื่นสูง 3-4 เมตร เจ้าหน้าที่ได้ปักธงแดงห้ามเรือเข้าพื้นที่เสี่ยง เกรงจะได้รับอันตราย

คลื่นสูง 4 เมตรซัดเรือสปีดโบ๊ทล่มกลางทะเลกระบี่ ช่วยระทึก 22 นักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกันเวลา 12.10 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดรพรัตนารา-หมู่เกาะพีพี ได้รับแจ้งเรือหางยาวนำเที่ยว A69 ถูกคลื่นซัดเรือกระแทกหินท้องเรือแตก เครื่องยนต์ดับกะทันหัน ที่บริเวณใกล้ๆเกาะหม้อ เขตอทุยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 6 คนที่มากับเรือต้องลอยคอกลางทะเล จนท.อุทยานฯ ประจำศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารทะเลแหวกได้นำเรือยางเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเข้าฝั่งที่เกาะไก่ ปลอดภัยทุกคน ส่วนเรือจมทะเล

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

รักหมดโปร!! “เจนี่” ส่อแววเลิก “กึ้ง เฉลิมชัย”?

 

news13-1-4116

เปิดศักราชใหม่ก็มีเรื่องร้อนๆ มาให้เผือกกันแทบทุกชั่วโมงเลย ล่าสุด ยังเป็นเรื่องที่ทำเอาหลายคนแคลงใจอย่างมากกับความสัมพันธ์รักระหว่างนางเอกสาวพราวเสน่ห์ “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” กับไฮโซหนุ่ม “กึ้ง เฉลิมชัย” ที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า ทั้งคู่เริ่มจะไม่สวีตหวานและโรแมนติกเหมือนช่วงแรกๆ ซะแล้ว แถมช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ก็ยิ่งส่อแววรักร้าวเข้าไปอีก เมื่อต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปเที่ยวเคานต์ดาวน์กันตามลำพัง โดยทางด้านหนุ่มกึ้งก็ไปเที่ยวกับทางครอบครัวโดยตะลุยอังกฤษ ส่วนสาวเจนี่เองก็ไปปาร์ตี้ลั้ลลากับแก๊งเพื่อนสาวที่ญี่ปุ่น งานนี้เลยมีคนจับตามองว่า ความรักครั้งนี้หมดโปรโมชั่นปิดการขายแล้วหรือเปล่าเอ่ย

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

เช็คก่อนเดินทาง รถไฟสายใต้ป่วน ! ต้องขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัส เหตุฝนตก-น้ำท่วมรางหลายพื้นที่

เช็คก่อนเดินทาง รถไฟสายใต้ป่วน ! ต้องขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัส เหตุฝนตก-น้ำท่วมรางหลายพื้นที่

รถไฟสายใต้ป่วน ! ต้องขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัส เหตุฝนตก-น้ำท่วมรางหลายพื้นที่

วันที่ 4 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอทุ่งสง เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัด เข้าท่วมในตัวเมืองทุ่งสงถนนหลายสาย รถยนต์เล็กไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร จนกระทั่งเช้าวันนี้น้ำที่ท่วมในตัวเมืองได้ลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ในพื้นที่รอบนอกเช่น ต.ที่วัง และ ต.กะปาง ของอำเภอทุ่งสง น้ำจากตัวเมืองทุ่งสงได้ไหลลงไปเข้าท่วมในพื้นที่ ถนนหลายสายในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้สัญจรไปมา โรงเรียนหลายแห่งต้องสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราว นอกจากนี้น้ำยังเข้าท่วมรางรถไฟสายใต้ โดยเฉพาะสถานีรถไฟบ้านที่วัง จนถึงสถานีรถไฟบ้านกะปาง รางรถไฟถูกน้ำท่วมเป็นระยะทางยาวประมาณ 2 กิโลเมตร โดยระดับน้ำสูงเหนือรางรถไฟประมาณ 50 เซนติเมตร – 1 เมตร ส่งผลให้รถไฟไม่สามารถวิ่งผ่าน ทำให้ขบวนรถไฟที่วิ่งมาจากกรุงเทพมหานคร และมุ่งหน้าไปจังหวัดตรัง ต้องจอดที่สถานีรถไฟทุ่งสงและต้องขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัสเดินทางต่อไปยังจังหวัดตรัง ขณะที่ในอำเภอชะอวด รางรถไฟระหว่างสถานีรถไฟชะอวด – สถานีรถไฟบ้านนางหลง ถูกน้ำท่วมรางรถไฟสูง 1 เมตร ขบวนรถไฟที่วิ่งจากอำเภอหาดใหญ่ ต้องหยุดรถขนถ่ายผู้โดยสารที่บ้านหนองจิก อำเภอชะอวด

รถไฟสายใต้ป่วน ! ต้องขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัส เหตุฝนตก-น้ำท่วมรางหลายพื้นที่

นายไชยยะ คชรัตน์ สารวัตรเดินรถไฟ สถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง เผยว่า สำหรับขบวนรถไฟที่วิ่งมาจอดแค่ทุ่งสง ประกอบด้วย รถเร็วขบวนที่ 83 กทม – ตรัง ขบวนที่ 84 ตรัง – กทม.ขบวนที่ 167 กทม.- กันตัง ขบวนที่ 168 กันตัง – กทม.รวมทั้งรถไฟที่จะเข้าปลายทางสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ต้องจอดขนถ่ายผู้โดยสารที่สถานีทุ่งสงเช่นกัน เนื่องจากเกิดน้ำท่วมขังที่รางที่ระหว่าง สถานีเขาชุมทอง – บ้านทุ่งหล่อ อำเภอร่อนพิบูลย์ โดยระดับน้ำสูง 1 เมตร ส่งผลให้ขบวนรถไฟที่ 173 กทม.- นครศรีธรรมราช และขบวนรถไฟที่ 174 นครศรีธรรมราช -กทม.ต้องหยุดเดินรถและจอดสถานีชุมทางทุ่งสง จนกว่าสถานการณ์น้ำจะอยู่ในปกติและน้ำลดจึงสามารถวิ่งได้ตามปกติต่อไป

ที่มา มติชนออนไลน์

กราบ “ชีรูด์”!! ปืนรัว 3 ตุงแบ่งแต้มบอร์นมัธ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

อาร์เซนอล คว้าแต้มกลับบ้านในเกมสุดระทึกขวัญเมื่อตามหลัง บอร์นมัธ 3 ลูก แต่ยังกลับมาตีเสมอได้โดยเฉพาะลูกโหม่งทดเจ็บของ โอลิวิเยร์ ชีรูด์ ทำให้ทีมไล่เจ๊าสำเร็จ 3-3 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา

ไฮไลท์เต็ม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ บอร์นมัธ 3-3 อาร์เซนอล

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
บอร์นมัธ 3-3 อาร์เซนอล

ศึกลูกหนัง พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ สัปดาห์แรกของปีใหม่ บอร์นมัธ อันดับ 9 มี 24 แต้ม เปิด วิทาลิตี สเตเดียม พบ อาร์เซนอล อันดับ 4 มี 40 แต้ม เกมนี้เจ้าบ้านมี คัลลัม วิลสัน กับ จูเนียร์ สตานิสลาส เป็นทัพหน้า ส่วน “ปืนโต” ขาด เมซุต โอซิล ที่บาดเจ็บ แต่มี อารอน แรมซีย์ คอยคุมแดนกลาง ส่วนการยิงประตูเป็นหน้าที่ของ โอลิวิเยร์ ชีรูด์ กับ อเล็กซิส ซานเชซ

เปิดเกมมา 9 นาที บอร์นมัธ มีโอกาสขึ้นนำ จูเนียร์ สตานิสลาส ลากตัดเข้าขวามาแล้วยิงแต่ไปตรงตัว ปีเตอร์ เช็ก รับสบาย แต่แล้ว นาที 16 เจ้าบ้านก็พยายามจนได้ประตูนำ จูเนียร์ สตานิสลาส สาดยาวออกซ้ายให้ ชาร์ลีย์ ดาเนียลส์ แตะเข้าเขตโทษแล้วยิงเสียบเสาเข้า 1-0

นาที 22 ปืนโต โชคร้ายซ้ำเมื่อ กรานิต ชากา พุ่งชน ไรอัน เฟรเซอร์ ล้มจนเสียจุดโทษก่อนที่ คัลลัม วิลสัน สังหารให้ บอร์นมัธ หนี 2-0 ฝั่งเจ้าถิ่นยิ่งเล่นยิ่งดี นาที 35 แฮร์รี อาร์เทอร์ คืนหลังให้ โจชัว คิง หวดแต่หลุดกรอบ ส่วน อาร์เซนอล ยังทำอะไรไม่ได้ จบครึ่งแรกตามหลัง 2 ลูก

ครึ่งหลัง บอร์นมัธ ดาหน้าบุกแหลกจน นาที 58 ก็ทิ้งห่าง 3-0 ไรอัน เฟรเซอร์ เบียดแย่งบอลจาก เฮคเตอร์ เบลเลริน แล้วลากขึ้นมาแปยัดมุมแคบไม่เหลือ กระทั่ง นาที 70 อาร์เซนอล ตีไข่แตกมาได้ โอลิวิเยร์ ชีรูด์ โหม่งชงให้ อเล็กซิส ซานเชซ ขวิดต่อตามมา 1-3

สาวก “กันเนอร์ส” เริ่มมีความหวัง นาที 75 โอลิวิเยร์ ชีรูด์ ดีดออกซ้ายให้ ลูคัส เปเรซ หวดตามน้ำไล่มา 2-3 และสุดท้ายทดเจ็บ นาที 92 ปืนโต ตีเสมอจนได้ 3-3 จากการขึ้นโขกของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ จบเกม อาร์เซนอล ฟื้นจากความตายกลับมาแบ่งแต้มหวุดหวิด

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ บอร์นมัธ 3-3 อาร์เซนอล

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ บอร์นมัธ 3-3 อาร์เซนอล

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
บอร์นมัธ  อาเทอร์ โบรุค, นาธาน เอเค, สตีฟ คุก, ชาร์ลีย์ ดาเนียลส์, ไซมอน ฟรานซิส, โจชัว คิง, แดน กอสลิง, แฮร์รี อาร์เทอร์, คัลลัม วิลสัน, ไรอัน เฟรเซอร์, จูเนียร์ สตานิสลาส
อาร์เซนอล – ปีเตอร์ เช็ก, โลรองต์ กอสเซียลนี, โชคราน มุสตาฟี, นาโช มอนเรอัล, เฮคเตอร์ เบลเลริน, อารอน แรมซีย์, ฟรานซิส โคเกแล็ง, กรานิต ชากา, อเล็กซ์ อิโวบี, โอลิวิเยร์ ชิรูด์, อเล็กซิส ซานเชซ

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังฤษ

บอร์นมัธ 3-3 อาร์เซนอล
[1- 0 ชาร์ลีย์ ดาเนียลส์ น.16ฅ 2-0 คัลลัม วิลสัน น.20, 3-0 ไรอัน เฟรเซอร์ น.58, 3-1 อเล็กซิส ซานเชซ น.70, 3-2 ลูคัส เปเรซ น.75, 3-3 โอลิวิเยร์ ชิรูด์ น.92]

คริสตัล พาเลซ 1-2 สวอนซี ซิตี
[0-1 อัลฟี มอว์สัน น.42, 1-1 วิลฟรีด ซาฮา น.83, 1-2 แองเจล รังเคล น.88]

สโต๊ก ซิตี 2-0 วัตฟอร์ด
[1-0 ไรอัน ชอว์ครอส น.47, 2-0 ปีเตอร์ เคราช์ น.49]

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

 

“เจี๊ยบ” พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร “อดีตร็อคเกอร์ชื่อดัง ยุค 90” ผันตัวเองช่วยงาน สปท.

เจี๊ยบ” พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร “อดีตร็อคเกอร์ชื่อดัง ยุค 90” ผันตัวเองช่วยงาน สปท.ร่วมเป็นหนึ่งในคณะเสียงปฎิรูป

 “เจี๊ยบ” พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร “อดีตร็อคเกอร์ชื่อดัง ยุค 90” ผันตัวเองช่วยงาน สปท.

มาวันนี้หลังยุควงการเพลงเริ่มเปลี่ยนไป “เจี๊ยบ” พิสุทธิ์ ผันตัวมาเล่นการเมืองตั้งแต่ปี 2557 และหลังจากที่มีรัฐบาล คสช. “เจี๊ยบ” ก็เข้ามาร่วมงานกับคณะกรรมาธิการ รวมไปถึงคณะกรรมการหลาย ๆ คณะ โดยที่หลาย ๆ คน ที่ไม่ได้อยู่ในวงใน คงไม่มีใครรู้มาก่อนว่า “เจี๊ยบ”คือผู้ประพันธ์บทเพลงไพเราะ ๆ หลาย ๆบทเพลงขอทางคณะกรรมาธิการต่าง ๆของ สนช.และ สปท.

 “เจี๊ยบ” พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร “อดีตร็อคเกอร์ชื่อดัง ยุค 90” ผันตัวเองช่วยงาน สปท.

อย่างล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจี๊ยบได้ร่วมกับคณะกรรมการโครงการเสียงปฏิรูปประเทศ ในนาม สปท. ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดดังกล่าว ได้ประพันธ์เพลงไพเราะเฉลิมพระเกียรติเพื่อถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ พร้อมจัดทำเป็นมิวสิกวิดีโอจำนวน 9 บทเพลง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ไม่ว่าจะเป็นเพลง พ่อมองเราลงมาจากฟ้า ,บ้านของหัวใจ ,เห็นด้วยหัวใจ ,ต้นไม้แห่งความรักของพ่อ ฯ

 “เจี๊ยบ” พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร “อดีตร็อคเกอร์ชื่อดัง ยุค 90” ผันตัวเองช่วยงาน สปท.

อดีตนักร้องชื่อดังได้ให้สัมภาษณ์ว่า ภารกิจของคณะกรรมการเสียงปฎิรูปทีตนเองได้เข้าไปร่วมงานด้วยก็ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีๆ ในชีวิตที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปฎิรูปประเทศในครั้งนี้ เพราะเชื่อว่า ถ้าครั้งหนึ่งเราสามารถใช้ความสามารถของเราช่วยประเทศชาติได้ ก็ควรที่จะทำ โดยการที่เราทำความดี ก็ไม่จำเป็นต้องไปสนใจคำพูด หรือคำตำหนิของคนอื่น การเข้ามาร่วมงานครั้งนี้ก็เชื่อว่า งานที่เราทำมันสามารถสร้างความเข้าใจอันดีจากรัฐบาลไปยังประชาชนได้ อย่างเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตนก็ได้แต่งเพลง ๆ หนึ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการศึกษา ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ชื่อว่าเพลง “ดีใจได้เรียนฟรี (ลุงตู่จัดให้)” ตนก็เชื่อว่า เพลงสามารถถ่ายทอดเนื้อหาสาระสำคัญไปยังประชาชนได้ในมุมที่หลากหลายและทุกชนชั้น มากกว่าการสื่อสารจากช่องทางอื่นๆ

“เจี๊ยบ” ยังแสดงความเห็นในเชิงการเมือง ในฐานะอดีตผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งด้วยว่า การปฎิรูปประเทศในครั้งนี้ก็ต้องชื่นชนคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลาย ๆ ฝ่าย ที่ทำให้ประเทศของเราดีขึ้น อย่างที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ การเวนคืนผืนป่า ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ถ้าสถานการณ์ปกติก็คงไม่สามารถกวาดล้างพวกอิทธิพลเหล่านี้ได้ เพราะฉะนั้นการที่ประเทศถูกปกครองด้วยรัฐบาลทหาร ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ เรื่องดี ๆ มันก็มี และมีแบบที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในรัฐบาลเลือกตั้งด้วยซ้ำไป แต่ตนก็คือ ประชาชนคนหนึ่งก็อยากฝากให้ทุกฝ่ายใช้เวลาที่เหลืออยู่เดินหน้าพัฒนาประเทศอย่างเต็มที่ เพราะคนไทยทุกคนย่อมอยากเห็นประเทศเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

 “เจี๊ยบ” พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร “อดีตร็อคเกอร์ชื่อดัง ยุค 90” ผันตัวเองช่วยงาน สปท.

เมื่อถามกลับมาถึงการแต่งเพลงถวายพ่อหลวง ร.9.นั้น “เจี๊ยบ”เล่าว่า ได้มีโอกาสแต่งเพลง “ไม่อยากให้พ่อเหนื่อย”เพื่อถวายพ่อหลวง ในปี 2549 ตอนที่ท่านครองราชย์ครบ 60พรรษา ซึ่งตอนนั้นได้มีโอกาสร่วมงานกับกรมประชาสัมพันธ์ ที่มีนางเตือนใจ สินธุวณิก ประธานคณะกรรมการโครงการเสียงปฏิรูปประเทศที่ตอนนั้นก็ดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อยู่ด้วย

“ความรู้สึกระหว่างทำเพลงอธิบายไม่ถูก มันมีแต่ความภาคภูมิใจ เราคือคนไทยคนหนึ่งในแผ่นดิน ที่เชื่อว่าพ่อหลวงรักเรา และคนไทยทุกคนก็รักท่าน จนเรามีโอกาสได้เป็นตัวแทนของประชาชนถ่ายทอดความรู้สึกของทุกคนไปยังท่าน ซึ่งตอนนั้นก็เชื่อว่าท่านคงได้รับฟังบ้าง ชีวิตนี้ก็คงไม่มีอะไรที่น่าภาคภูมิใจไปกว่านี้อีกแล้ว” ร็อคเกอร์ชื่อดัง กล่าว

“เจี๊ยบ” เล่าต่ออีกว่า จากนั้นก็ได้มีโอกาสแต่งเพลงมอบให้พ่อหลวงอีกครั้ง แต่มาคราวนี้ มันเป็นอีกเพลงที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกสูญเสีย บทเพลง “พ่อมองเราลงมาจากฟ้า” เป็นเพลงที่ถูกเขียนออกมาจากใจและความรู้สึกล้วน ๆ ซึ่งคนไทยทุกคนย่อมรู้สึกไม่ต่างกัน แต่ในวันนี้เมื่อพ่อจากเราไปแล้ว พ่อไปแต่ร่างกาย แต่ลึกๆ แล้วตนเชื่อว่า พระองค์ท่านไม่ได้จากพวกเราไปไหนเลย คำสอนของพ่อยังอยู่ในความทรงจำของพวกเราทุกคน ที่รอให้เราเอาไปปฎิบัติ โครงการต่าง ๆ ของพ่อที่ พ่อสร้างขึ้นมาด้วย 2 มือของพ่อ ก็ยังรอให้พวกเราเดินหน้าสานต่อแนวคิดของพ่อต่อไป และเมื่อใดที่ลูกคนไทยทุกคนรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ก็ขอให้มองขึ้นไปบนฟ้าและจะเจอพ่อที่มองเราลลงมาจากฟากฟ้าเช่นกัน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ ตนในฐานะนักแต่งเพลงจะสามารถทำเพื่อถ่ายทอดไปยังคนไทยทุกคนได้ และก็คิดว่าได้ทำหน้าที่ของคนไทยที่ได้เกิดบนแผ่นดินของพ่อได้อย่างเต็มที่แล้ว

“ผมในฐานะคนในวงการเพลงมาก่อน ยังเชื่อว่า “บทเพลง”สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้กับผู้ที่รับฟังได้ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ อย่างก่อนหน้าทนี้ผมก็เคยแต่งเพลง “เธอ”ให้กับคณะอนุกรรมาธิการกิจการสตรี ของทาง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ก็ถือเป็นการรณรงค์ให้กับสตรีเพศ หรือจะใช้บทเพลงเพื่อการสร้างจิตสำนึก การสร้างความร่วมมือ ฯ ผมเชื่อว่าทุกคนมีบทเพลงในหัวใจ”

 

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

“อยากกลับบ้านพร้อมกัน” หนุ่มบิ๊กไบก์โต้หลังถูกถ่ายคลิปด่า ขี่บิ๊กไบก์ดันรถเพื่อนที่เสีย

fb-003

หลังมีการแชร์ในโลโซเชียลถึงคลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะที่บิ๊กไบก์ 2 คัน กำลังช่วยกันดันรถบิ๊กไบก์อีกคันที่เกิดเสียขึ้นมากระทันหัน โดยผู้ที่ถ่ายได้พูดจาไปในทางเสียหายถึงความมักง่ายของกับกลุ่มบิ๊กไบก์ดังกล่าว

 

fb-003-1

ล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊ก “วุฒิชัย เรืองเสน” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ขี่บิ๊กไบก์ดันรถบิ๊กไบก์ของเพื่อนในคลิปได้โพสต์โต้ตอบกลับมาว่า ที่ต้องดันรถเพื่อนเพราะรถเพื่อนเสีย แทนที่จะถามว่ารถเป็นอะไรหรือช่วยเหลือ กลับถ่ายคลิปแล้วด่าและแช่งพวกเรา ส่วนที่ต้องดันรถเพื่อนเพราะเพียงเพื่อจะได้กลับบ้านพร้อมกัน เพื่อนกันไม่ทิ้งกันเขาเรียกว่ามักง่ายเหรอ!

 

ดับสยองอีก 4 เซ่นปีระกา เบนซ์พุ่งตกร่องกลางถนนไฟลุกท่วมที่ฉะเชิงเทรา

ฉะเชิงเทรา – เกิดอุบัติเหตุสยองเซ่นปีระกาอีกรายที่ จ.ฉะเชิงเทรา หลังรถยนต์หรูยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ พุ่งตกร่องกลางถนนสาย 304 จนเกิดไฟลุกท่วม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถ 3 ราย และเสียชีวิตขณะถูกนำตัวส่ง รพ.อีก 1 ราย ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด

ดับสยองอีก 4 เซ่นปีระกา เบนซ์พุ่งตกร่องกลางถนนไฟลุกท่วมที่ฉะเชิงเทรา

เมื่อเวลา 08.19 น.วันนี้ (3 ม.ค.) ร.ต.อ.บุญเลิศ มุกดาสนิท รองสารวัตรสอบสวนเวร สถานีตำรวจภูธรพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ พุ่งตกร่องกลางถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี บริเวณหลัก กม.ที่ 101 จนเกิดไฟลุกไหม้ และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถ 3 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตขณะนำตัวส่งโรงพยาบาลอีก 1 ราย จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณก่อนถึงวัดโพธิ์ใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลเมืองเก่า อำเภอพนมสารคาม และยังพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่นS280 สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กน 352 กรุงเทพ ตกอยู่ในร่องกลางถนน สภาพถูกเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงที่บริเวณด้านหน้ารถ และเบาะข้างคนขับ โดยมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุที่ทราบชื่อเบื้องต้นแล้ว 2 ราย คือ นายอมรฤทธิ์ ถาวรสถิตย์ อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นคนขับ และนางสรินญพร รัชตะชัยอนันต์ อายุ 65 ปี ส่วนอีกรายยังไม่ทราบชื่อ

นอกจากนั้น ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยพนมสารคาม ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพนมสารคาม และเสียชีวิตระหว่างถูกนำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพุทธโสธร (รพ.เมืองฉะเชิงเทรา) จนเป็นเหตุให้อุบัติเหตุในครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย

โดยสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างรอการสอบสวน ขณะที่ ร.ต.อ.บุญเลิศ ได้ให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพนมสารคาม นำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชต่อไป

ดับสยองอีก 4 เซ่นปีระกา เบนซ์พุ่งตกร่องกลางถนนไฟลุกท่วมที่ฉะเชิงเทรา ดับสยองอีก 4 เซ่นปีระกา เบนซ์พุ่งตกร่องกลางถนนไฟลุกท่วมที่ฉะเชิงเทรา

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

แก๊งค์คุณยายโสดสามคน นัดชวนกันมากิน บาร์บิก้อน อ่านแล้วอมยิ้ม

แก๊งค์คุณยายโสดสามคน นัดชวนกันมากิน บาร์บิก้อน ทั้งที่สั่งไม่เป็น อ่านแล้วอมยิ้ม อ่านแล้วมีความสุข

3-001

เฟซบุ๊ค Ticha Kongsut ได้แชร์เรื่องราวน่ารักๆ ของคุณยายเพื่อนซี้ 3 คน วัย 80+ ยังโสดด้วย เข้าไปทานบาร์บีก้อน ทั้งๆที่สั่งไม่เป็น แต่อ่านแล้วต้องอมยิ้มกับคำว่ามิตรภาพ ซึงมีคนแชร์เป็นหมื่น ยอดไลค์ทะลุแสนแล้ว โดยระบุว่า

วันนี้มากินบาบีก้อน เจอคุณยายโต๊ะข้างๆ มากัน 3 คน คุณยายนั่งก่อนเราแต่สั่งอาหารด้วยความงกๆเงิ่นๆ ไม่มีลูกหลานมาด้วย แต่คุณยายก็ยิ้มหัวเราะตลอด เราเลยอยากรู้ เลยถามคุณยาย ได้ความว่า คุณยายแก๊งนี้เป็นสาวโสด ทั้ง3 คนเป็นเพื่อนกัน ไม่มีครอบครัว ไม่ได้แต่งงาน แต่ละคนอายุ 80 + แต่ยังแข็งแรงมาก (ทานเก่งด้วย55 )

กิจกรรมของคุณยายคือ ไปไหน ไปกัน อยากไปไหน อยากกินอะไร ก็จะชวนกันมา ไม่เคยกินหรอ? สั่งไม่เป็นหรอ? หลงทางหรอ? ไม่มีปัญหาคะ ฮาๆ คุณยายไม่มีกลัว ไม่มีลูกหลานพาไป ไม่เป็นไร คุณยายมีกันและกัน คำว่ามิตรภาพนี้ละน้า ที่ทำให้โลกน่าอยู่ อายุไม่ใช่ปัญหา ใจซะอย่าง ที่พาเราไป

ตอนคิดเงิน แม่เราให้คุณยายยืมบัตรสมาชิก เพราะจะได้ลด10% เช็คบิลมาประมาณพันนิดๆ แต่พอพนง. เอาตังมาทอน คุณยายกับเอาเงินที่เป็นส่วนต่างจากส่วนลดนั้นละ มาคืนให้แม่เรา และบอกว่าเอาไปเหอะๆๆ เอาให้เด็กไว้ (เด็กคือเรา555) แม่เราจะไม่เอา แต่คุณยายก็ไม่ยอม แก๊งคุณยายน่ารักมาก แถมทิปพนง. อีกต่างหาก

จริงๆแล้วมันทำให้เราได้รู้ว่าชีวิตคนเรามันไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอก ไม่มีสามี? ไม่มีแฟน? แต่อย่างน้อยแค่เรามีเพื่อนดีๆที่รู้ใจสัก คน 2 คน กับหัวใจที่ไม่ยอมโรยราไปกับตัวเลขของอายุ แค่นี้ก็พอแล้วปะ? วันนี้ทานอาหารด้วยความสุขจริงๆ เรื่องดีๆรับปีใหม่ 2017 🙂 ปล. ขออนุญาตเอารูปคุณยายลงน้า ปล. 2 เอาสตก แปะให้แล้วนะคะ ไม่ดราม่านะคะ

3-002

ที่มา postjung

สลด! ญาติ “หาญเสมอ”เหยื่อปิกอัพไฟคลอกโพสต์ช็อก สุดอาลัยลูกหลานเสียชีวิต!

สลด! ญาติ “หาญเสมอ”เหยื่อปิกอัพไฟคลอกโพสต์ช็อก สุดอาลัยลูกหลานเสียชีวิต!
วันที่ 3 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Jomtrai Singkon ญาติของผู้เสียชีวิตบนรถปิกอัพ จากเหตุอุบัติเหตุชนกับรถตู้สายจันทบุรี-กทม. 25 ศพ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา โพสต์ข้อความไว้อาลัยเศร้า ระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 11 ศพ บนรถปิกอัพเป็นญาติกันทั้งหมด

สลด! ญาติ “หาญเสมอ”เหยื่อปิกอัพไฟคลอกโพสต์ช็อก สุดอาลัยลูกหลานเสียชีวิต!

โดยหลังเกิดเหตุ ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กดังกล่าว เขียนข้อความระบุว่า

สลด! ญาติ “หาญเสมอ”เหยื่อปิกอัพไฟคลอกโพสต์ช็อก สุดอาลัยลูกหลานเสียชีวิต!

ไม่คิดว่าข่าวร้ายช่วงบ่ายจะเป็นญาติของตัวเอง (ทั้งรถกะบะเป็นญาติกัน) ทำไมมันชั่งโหดร้ายอย่างนี้ ขอให้ น้าน้อย,น้าบ่าว,น้าพัน ,และ หลานๆจงไปสู่ภพมูิที่ดี ด้วยรักและความอาลัย ครอบครัว แม่ อิง หาญเสมอ

สลด! ญาติ “หาญเสมอ”เหยื่อปิกอัพไฟคลอกโพสต์ช็อก สุดอาลัยลูกหลานเสียชีวิต!

และ น้าน้อย ผู้ชายที่ขับรถกระบะ เราอายุเท่าๆกันก็เลยได้เรียนชั้นเดียวกัน น้าน้อย เป็นผู้ชายที่อ่อนโยน อารมณ์ดี และมีพรสวรรค์มากในการคิดมุขฮา ในกลุ่มเพื่อนเคยบอกไว้ ใครได้น้าเป็นแฟนจะเป็นคนโชคดีมาก แกมีภรรยาและลูกที่น่ารักมาก ข่าวรถตู้สายระยอง มีบ่อย ตอนนี้มันวน มาใกล้ตัว ขอให้ดวงวิญญาณ ของน้าน้อย น้าบ่าว น้าพัน หลานๆ และคนอื่นๆ จงไปสู่ ภพภูมิที่ดี ด้วยรักและอาลัย จากครอบครัวแม่ อิง หาญเสมอ (ผู้ที่สูญเสียมากที่สุด)

สลด! ญาติ “หาญเสมอ”เหยื่อปิกอัพไฟคลอกโพสต์ช็อก สุดอาลัยลูกหลานเสียชีวิต!

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคลิปโศกนาฏกรรมสลด รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง
เปิดคลิปโศกนาฏกรรมสลด รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง

ภาพนาทีสลด จนท.ช่วยดึงร่างดช. 3 ขวบออกจากซากรถตู้ แต่หนูน้อยสิ้นใจแล้ว
ภาพนาทีสลด จนท.ช่วยดึงร่างดช. 3 ขวบออกจากซากรถตู้ แต่หนูน้อยสิ้นใจแล้ว

 

โดนถล่มเละ! หนุ่มแชร์ภาพกทม.ถนนโล่ง-โพสต์แรง “พวกบ้านนอกกลับตจว.หมดแล้ว”

1-001

วันหยุดยาวแบบนี้ ประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครพากันกลับบ้านและไปเที่ยวที่ต่างจังหวัด จนท้องถนนในกรุงเทพมหานครโล่งไม่มีรถติดเหมือนเช่นทุกวัน โดยเมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพถนนลาดพร้าวโล่งๆ พร้อมข้อความระบุว่า “พวกคนบ้านนอกกลับต่างจังหวัดไปหมดแล้ว” เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่าเป็นการโพสต์ดูถูกผู้อื่น

 

1-002

1-003

โดยชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว หลายคนไปถล่มเฟซบุ๊กของเจ้าของโพสต์ ล่าสุดเจ้าของโพสต์ลบโพสต์ที่ก่อให้เกิดปัญหาไปแล้วเรียบร้อย

1-004

1-005
1-006

ขอบคุณ YouLike (คลิปเด็ด)

อำพรางไม่มิด หนุ่มชู้ของเมีย สารภาพฆ่าทูตกรีซประจำบราซิล

อำพรางไม่มิด หนุ่มชู้ของเมีย สารภาพฆ่าทูตกรีซประจำบราซิล

เอเอฟพีรายงานวันที่ 31 ธ.ค. ถึงคดีพิศวาสฆาตกรรมสะเทือนขวัญส่งท้ายปีที่บราซิล เมื่อเหยื่อเป็นถึงเอกอัครราชทูตกรีซประจำบราซิล และผู้ลงมือเป็นชู้รักที่เป็นตำรวจประจำตัวภริยาของผู้ตายเอง ชายหนุ่มให้การรับสารภาพ

หนุ่มชู้ของเมีย สารภาพฆ่าทูตกรีซประจำบราซิล

รถที่ใช้เผาร่างทูตกรีกเพื่ออำพรางคดี AFP PHOTO / Fabio TEIXEIRA

นายเอวาริสโต ปอนเตส ผู้บังคับการตำรวจแผนกคดีฆาตกรรม นครริโอเดอจาเนโร แถลงรายละเอียดของคดีว่า ในช่วงเกิดเหตุ นายคีริอาคอส อะมีริดิส เอกอัครราชทูตกรีซ อายุ 59 ปีอยู่ระหว่างพาภรรยาไปเที่ยวทางเหนือของนครริโอตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.และมีกำหนดต้องกลับไปทำงานในกรุงบราซิเลีย วันที่ 9 ม.ค. แต่ถูกนายแซร์จิโอ โกเมซ โมไรรา เจ้าหน้าที่ตำรวจอายุ 29 ปี สังหารเมื่อวันจันทร์ที่ 26 ธ.ค.

หนุ่มชู้ของเมีย สารภาพฆ่าทูตกรีซประจำบราซิลแฟ้แมภาพทูตและภริยา

ต่อมาวันที่ 28 ธ.ค. นางฟรองซวส เด ซูซา โอลิเวียรา ภริยา อายุ 40 ปี แจ้งว่าสามีหายไป กระทั่งหนึ่งวันต่อมาจึงมีผู้พบศพในสภาพไหม้เกรียมอยู่ในรถยนต์เช่า

หนุ่มชู้ของเมีย สารภาพฆ่าทูตกรีซประจำบราซิล
นางโอลิเวียรา

ตอนแรกนางโอลิเวียราอ้างว่า สามีขับรถออกไปจากอพาร์ตเมนต์ที่พัก และไม่กลับมาอีกเลย แต่เมื่อตำรวจสอบเค้นแล้วพบพิรุธจึงไปตามตัวนายตำรวจอะมีริดิสมาสอบสวน พร้อมตรวจพบรอยเลือดในอพาร์ตเมนต์จึงเชื่อว่าทูตถูกสังหารภายในห้องนั้น ก่อนถูกย้ายศพไปไว้ในรถแล้วเผาอำพราง

นายตำรวจโมไรราจำนวนด้วยหลักฐานจึงรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือเพราะตนมีสัมพันธ์สวาทกับนางโอลิเวียรา จังหวะเกิดเหตุนั้นตนสู้กับผู้ตายและรัดคอผู้ตายเพื่อป้องกันตัว

ส่วนนางโอลิเวียรายอมรับว่ามีสัมพันธ์กับชายหนุ่ม แต่ไม่ได้ร่วมฆาตกรรม เพียงแค่รู้ว่าชู้รักหนุ่มฆ่าสามีไปแล้ว ด้านตำรวจยังจับกุมนายเอดูอาร์โด โมไรรา เด เมโล อายุ 24 ปี ลูกพี่ลูกน้องกับนายตำรวจหนุ่ม ตามข้อสงสัยมีส่วนร่วมในเหตุฆาตกรรม

หนุ่มชู้ของเมีย สารภาพฆ่าทูตกรีซประจำบราซิล

ตำรวจคุมตัวนางโอลิเวียราไปสอบสวน AFP PHOTO / Fabio Teixeira

สำหรับทูตอะมิริดิสเคยมาประจำที่บราซิลในฐานะกงสุลใหญ่ประจำนครริโอฯ ช่วงปี 2544-2547 และพบกับนางโอลิเวียราจนแต่งงานกันและมีลูกสาว 1 คน อายุ 10 ขวบ จากคดีนี้ ประธานาธิบดดีมิเชล เตเมร์ ผู้นำบราซิลส่งสารแสดงความเสียใจไปยังรัฐบาลกรีซ

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

อื้อฉาว! คลิปแฉหนุ่มคาบาเรต์ภูเก็ตล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวสาวขณะถ่ายเซลฟี่

เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ผู้ใช้เฟสบุ๊กที่ชื่อ “ธีรยุทธ มั่นแดง” ได้แชร์คลิปวิดีโอของ “ชอบเสือก เรื่องชาวบ้าน” ไปยังเพจ “ขับรถแบบนี้ต้องประจาน ภูเก็ต” ความยาว 31 วินาที โดยในคลิปเป็นนักแสดงคาบาเรต์ชายคนหนึ่งกำลังถ่ายเซลฟี่กับนักท่องเที่ยวสาวชาวเอเซียที่บริเวณด้านหน้าคาบาเร่ย่าน ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

จากนั้นได้มีนักแสดงคาบาเรต์เป็นชายอีก 1 คนชื่อ “น็อต” เดินอ้อมด้านหลังเข้ามาที่นักท่องเที่ยวสาว ซึ่งสะพายกระเป๋าแบบผู้หญิงสีขาวไว้ที่ไหล่ขวา และทำทีเข้ามาถ่ายเซลฟี่ร่วมด้วย แต่กลับใช้มือขวาล้วงลงไปในกระเป๋าและหยิบโทรศัพท์มือถือของนักท่องเที่ยวสาวไปอย่างหน้าตาเฉยแล้วเดินจากไปทันที โดยนักท่องเที่ยวสาวคนดังกล่าวยังไม่รู้เลยว่าถูกขโมยโทรศัพท์มือถือไปแล้ว ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่า “ขอโทษด้วยนะคับที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องรถ เรื่องนี้ เกิดขึ้นจริงใช่ไหมคับ เตือนภัยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ นักแสดงคาบาเรต์โชว์อาศัยจังหวะที่นักท่องเที่ยวเผลอไม่ระวังตัวช่วงถ่ายรูปแล้วทำการล้วงกระเป๋า #แอฟโฟรไดท์ภูเก็ต

อื้อฉาว! คลิปแฉหนุ่มคาบาเรต์ภูเก็ตล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวสาวขณะถ่ายเซลฟี่

คลิปดังกล่าวมีผู้คนในโลกโซเชียลต่างเข้าไปชมแล้วกว่า 4 พันครั้ง และมีผู้คนต่างแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย เช่น ต้องเอาเข้าคุกทำการท่องเที่ยวเสียหาย เอาให้หนักฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการด่วน ช่วยกันแชร์ครับ เป็นต้น

ต่อมามีผู้บริหารของคาบาเรต์ดังกล่าวได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า “สวัสดีครับ ทางเราเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าวอย่างมาก ทางบริษัทได้มีมาตรการลงโทษ โดยให้ออกจากงานโดยทันที ดำเนินการทางกฎหมายกับนักแสดงคนดังกล่าวแล้ว และได้ติดต่อไปยังผู้เสียหายเมื่อคืนที่ผ่านมาแล้วครับ ทางบริษัทต้องขออภัยอย่างสุดซึ้งมา ณ ที่นี้ด้วยครับ”

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

เปิดใจ 2 ผู้รอดตายปาฎิหาริย์ เผยนาทีระทึกตู้ชนปิกอัพ 25 ศพ

จากเหตุการณ์สลด เกิดอุบัติเหตุตายหมู่สยองปีใหม่ที่ชลบุรี รถตู้โดยสารสาย กทม.-จันทบุรี คาดคนขับหลับในข้ามเลนพุ่งชนประสานงารถกระบะ ย่างสดเสียชีวิต 23 ศพ ที่เกิดเหตุบนถนนสาย 344 ม.1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง

เปิดใจ 2 ผู้รอดตายปาฎิหาริย์ เผยนาทีระทึกตู้ชนปิกอัพ 25 ศพ

หลังจากที่ควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิตรวจสอบภายในรถตู้โดยสารพบว่า ผู้โดยสารภายในรถเสียชีวิตอยู่ในสภาพถูกไฟไหม้เกรียมอยู่บริเวณที่นั่งของตัวเองทั้งหมด จำนวน 14 ราย แยกเป็นผู้ชาย 5 ราย ผู้หญิง 9 ราย รอด 1 ราย ส่วนรถกระบะ สภาพหน้ารถพังยับเยิน มีผู้นั่งมาทั้งหมด 12 คน เสียชีวิตทันที 11 คน แยกเป็นชาย 5 คน ผู้หญิง 6 คน มีผู้หญิงรอดชีวิต 1 ราย ยอดรวมผู้เสียขีวิตทั้งหมด 25 คน เป็นผู้ชาย 10 คน ผู้หญิง 15 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้รอดชีวิตมี 2 รายคือ นายธงชัย ตั้งวงษ์พิทธิกุล อายุ 20 ปี ซึ่งนั่งอยู่ในรถตู้ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ส่วนอีกรายคือ นางปราณี บุญโทน อายุ 20 ปี นั่งมาในรถกระบะ ซึ่งกระเด็นออกจากรถช่วงที่เกิดชนกัน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยทั้งคู่

เปิดใจ 2 ผู้รอดตายปาฎิหาริย์ เผยนาทีระทึกตู้ชนปิกอัพ 25 ศพ

นายธงชัย ตั้งวงษ์พิทธิกุล อายุ 20 ปี ผู้รอดชีวิตจากรถตู้ชน

จากการสอบถามนายธงชัย ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถตู้โดยสาร เล่าว่า ตนขึ้นรถมาจากจันทบุรี เพื่อจะเข้ากรุงเทพมหานคร โดยนั่งหลังติดกับกระจกรถ ในช่วงนั้นผู้โดนสารจำนวน 15 คนกำลังหลับสนิท ส่วนตนเองก็นั่งหลับๆตื่นๆ พอรถมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆรถก็เสียหลักเลี้ยวกระทันหันข้ามเลน อีกไม่นานก็เกิดเปลวไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ได้กลิ่นแก๊ส ตนเองยังมีสติ บังเอิญกระจกด้านข้างแตก จึงใช้เท้าถีบกระจกพยายามหนีออกมานอกรถอย่างรวดเร็ว ส่วนคนอื่นไม่รู้สึกตัวถูกไฟคลอกเสียชีวิตจนหมด ส่วนตนเองได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า แขน ถูกกระจกบาด และที่ผมถูกไฟไหม้เล็กน้อย ซึ่งรอดตายมาได้แบบหวุดหวิด

เปิดใจ 2 ผู้รอดตายปาฎิหาริย์ เผยนาทีระทึกตู้ชนปิกอัพ 25 ศพ

นางปราณี บุญโทน อายุ 20 ปี ผู้รอดชีวิตอีกคน

ขณะที่นางปราณี ผู้รอดชีวิตอีกคนจากรถกระบะยังอยู่ในอาการช็อค เล่าว่า ตนเองกับครอบครัวและญาติๆไปไหว้หลวงพ่อโสธร ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และกำลังเดินทางไปบ้านสามีที่จังหวัดจันทบุรี มีเด็กมาด้วย 2 คน ตนเองนั่งหลังกระบะ ระหว่างทางทุกคนก็หลับๆตื่นๆ อยู่ๆรถตู้โดยสารพุ่งข้ามเลนมาชนเข้าอย่างแรงและเกิดไฟไหม้ลามมาติดรถกระบะ ทำให้ตนเองกระเด็นตกลงมา แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ในเวลาต่อมาทางนายชยุต ยนจอหอ นายช่างชำนาญการขนส่ง ชลบุรี ได้เดินทางมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นตรวจพบว่า รถตู้โดยสารติดระบบแก๊ส ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าเปลวไฟที่ลุกไหม้มีสีอะไร เพราะว่าการลุกไหม้ของไฟระหว่างแก๊สกับอุปกรณ์จะแตกต่างกัน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าถังแก๊สก็ยังอยู่ปกติ ไม่น่าจะเกิดจากถังแก๊สโดยตรง ซึ่งจะต้องส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต้องรอเวลาสักระยะ

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคลิปโศกนาฏกรรมสลด รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง
เปิดคลิปโศกนาฏกรรมสลด รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง

ภาพนาทีสลด จนท.ช่วยดึงร่างดช. 3 ขวบออกจากซากรถตู้ แต่หนูน้อยสิ้นใจแล้ว
ภาพนาทีสลด จนท.ช่วยดึงร่างดช. 3 ขวบออกจากซากรถตู้ แต่หนูน้อยสิ้นใจแล้ว

พลเมืองดีเผยนาทีไฟท่วมรถตู้ เห็นผู้หญิงกรีดร้องลั่นก่อนสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา!

วันที่ 2 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุรถตู้สาย กทม.-จันทบุรี ชนรถระบะ ตายหมู่สยอง 25 ศพ ที่ถนนสาย 344 ม.1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง ล่าสุด ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ โพสต์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า

 

ผมลงไปช่วยคนเจ็บ วิ่งไปขอสลิง กับเชือก รถคนที่จอดดู ไม่มีคนสนใจ แม่งถ่ายแต่รูป ถ่ายแต่คลิป ถ้าช่วยกันลากรถกระบะออกห่างจากรถตู้ คนที่ติดอยู่ในกระบะคงรอด ผมทำได้แค่ถามคนเจ็บว่าเป็นไงบ้างก่อนไฟคลอกตาย เสียใจที่ช่วยไม่ได้ครับ สายตาของผู้หญิงฝั่งข้างคนขับที่มองขอให้ช่วยยังติดตาผมอยู่เลย ผมต้องยืนฟังเสียงผู้หญิงคนนั้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากไฟคลอก ทำอะไรไม่ได้นอกจากทนมอง และทนฟัง ผมต้องขอบคุณ พี่กระบะดีแม็กสีดำที่ถอยรถมาช่วยลากแต่เบลล์ขาด ขอบคุณพี่ผมยาวเสื้อลายทหารและลุงเสื้อสีกรมท่าที่ช่วยงัดประตูรถ ขอบคุณพี่เสื้อดำที่อุ้มผู้หญิงที่รอดชีวิตออกจากซากรถ

13-004

13-001 13-002

ขอบคุณที่มา คุณ พิภพ พรหมเกศ

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคลิปโศกนาฏกรรมสลด รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง
เปิดคลิปโศกนาฏกรรมสลด รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง

ภาพนาทีสลด จนท.ช่วยดึงร่างดช. 3 ขวบออกจากซากรถตู้ แต่หนูน้อยสิ้นใจแล้ว
ภาพนาทีสลด จนท.ช่วยดึงร่างดช. 3 ขวบออกจากซากรถตู้ แต่หนูน้อยสิ้นใจแล้ว

ภาพนาทีสลด จนท.ช่วยดึงร่างดช. 3 ขวบออกจากซากรถตู้ แต่หนูน้อยสิ้นใจแล้ว

จากเหตุการณ์สลดเกิดอุบัติเหตุตายหมู่สยองส่งท้ายปีใหม่ที่ชลบุรี รถตู้สาย กทม.-จันทบุรี คาดคนขับหลับในข้ามเลนพุ่งชนประสานงารถกระบะ ย่างสดเสียชีวิต 23 ศพ ที่เกิดเหตุบนถนนสาย 344 ม.1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบ้านบึงพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง รุดไปที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังรุกโหมรถตู้โดยสาร สายกทม.-จันทบุรี หมายเลขทะเบียน 15-1352 กทม. ที่ชนอัดก็อปปี้กับรถกระบะ หมายเลขทะเบียน 1ฒ 2483 กทม. สภาพรถทั้งสองคันพังยับเยิน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดับไฟและนำผู้บาดเจ็บที่มากับรถกระบะ 2 คนส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นพบผู้โดยสารพร้อมคนขับรถตู้ถูกไฟไหม้เสียชีวิตทั้งหมด 14 ศพ ส่วนผู้โดยสารในรถกระบะเสียชีวิตกว่า 10 ศพ

ผู้สื่อข่างรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปฉีดน้ำดับเพลิงที่ลุกไหม้รถตู้อยู่นั้น ได้เข้าไปช่วยดึงร่างเด็กชายวัย 3 ขวบออกมาจากซากรถตู้ แต่ต้องสุดสลดเพราะหนูน้อยสิ้นใจตายไปก่อนหน้าแล้ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 25 ศพแล้ว

11-001 11-002

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคลิปโศกนาฏกรรมสลด รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง
เปิดคลิปโศกนาฏกรรมสลด รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง

สาวในคลิปยิงปืนฉลองปีใหม่โผล่มอบตัวแล้ว บอก”รู้เท่าไม่ถึงการณ์”

จากกรณีที่โลกออนไลน์แชร์คลิปจากเฟซบุ๊กคุณ กิติพัฒน์ แก้วเนียมเป็นคลิปที่ระบุข้อความว่า “#เหตุเมื่อ 3 ชม.ที่ผ่านมา ยิงปืนออกนอกหน้าต่างแบบนี้ เอาสมองส่วนไหนคิด ลูกปืนไปตกบ้านใคร อันตรายขนาดไหน #แชร์ออกไป จนกว่าจะจับได้ จับทั้งคนถ่าย คนยิง #คอยติดตามตอนต่อไปครับ พวกนี้ พอโดนจับ ก็จะมีมุขเดิมๆคือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เมา ขาดสติ อะไรประมาณนั้น” เป็นเหตุให้ชาวเน็ตต่างพากันแสดงความคิดเห็นในลักษณะของการต่อว่าจำนวนมาก

10-001

ต่อมามีคนโพสต์เข้าไปถามหญิงสาวในคลิปว่า “คือใช่คนที่ยิงหรือปะครับ คือจะถามว่าที่ยิงไปมันไปตกที่ไหนอ่ะ” ปรากฏว่าหญิงสาวที่ยิงปืนเข้ามอตอบว่า “ตกทุ่งนาค่ะ มีไรหรอ … ค่ะ ทำไรรู้ค่ะ ถูกกฏหมายค่ะ” อย่างไรก็ตามล่าสุดเฟซบุ๊กของผู้ที่โพสต์คลิปยิงปืนขึ้นฟ้านี้ไม่สามารถเข้าไปดูได้แล้ว

10-002

ส่วนพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า กำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเหตุเกิดที่ไหน ในเขตนครบาลหรือเปล่า อย่างไรก็ตาม การยิงปืนในลักษณะดังกล่าวถือว่าผิดกฏหมายชัดเจน และหากมีผู้บาดเจ็บหรีอเสียชีวิตจากการยิงดังกล่าว อาจมีโทษรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต จึงอยากเรียกร้องให้ผู้ที่คิดจะยิงปืนฉลองเทศกาลต้องไต่ตรองให้ได้ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย และมีโทษรุนแรง จะมาอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ได้

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 ม.ค. หญิงสาวในคลิปยิงปืนฉลองปีใหม่ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สายไหมแล้ว โดยรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุในคลิปจริงและทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นธรรมเนียมที่มีผู้คนทำกันในต่างจังหวัด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหายิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ขอบคุณภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3
ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิจารณ์เละ! สาวโชว์เท่เข้าวันปีใหม่ ยิงปืนฉลองรัวกระสุนออกทางหน้าต่างวิจารณ์เละ! สาวโชว์เท่เข้าวันปีใหม่ ยิงปืนฉลอง

เปิดคลิปโศกนาฏกรรมสลด รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง

โศกนาฏกรรมสยองขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุตายหมู่สยองส่งท้ายปีใหม่ที่ชลบุรี รถตู้สาย กทม.-จันทบุรี คาดคนขับหลับในข้ามเลนพุ่งชนประสานงารถกระบะ ย่างสดเสียชีวิต 23 ศพ ที่เกิดเหตุบนถนนสาย 344 ม.1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง

 รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง

 

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบ้านบึงพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง รุดไปที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังรุกโหมรถตู้โดยสาร สายกทม.-จันทบุรี หมายเลขทะเบียน 15-1352 กทม. ที่ชนอัดก็อปปี้กับรถกระบะ หมายเลขทะเบียน 1ฒ 2483 กทม. สภาพรถทั้งสองคันพังยับเยิน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดับไฟและนำผู้บาดเจ็บที่มากับรถกระบะ 2 คนส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นพบผู้โดยสารพร้อมคนขับรถตู้ถูกไฟไหม้เสียชีวิตทั้งหมด 13 ศพ ส่วนผู้โดยสารในรถกระบะเสียขีวิต 10 ศพ รวมมีผู้เสียชีวิตที่เกิดเหตุ 23 ศพ

 รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง

นายบรรชา ปานนัม ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นรถตู้ขับมาจากแยกแกลง มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพพุ่งข้ามเลนไปชนประสานงากับรถกระบะที่บรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคัน ก่อนควันไฟจะพุ่งโหมไหม้ทั้งคัน

 รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง

เบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบว่า รถตู้โดยสารรับผู้สารจากจันทบุรีรวมคนขับจำนวน 13 คนมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ และคาดว่าคนขับคงหลับในก่อนจะพุ่งข้ามเลนไปชนรถกระบะจนเกิดเรื่องสยองขึ้น

 

ขอบคุณคลิปจาก ไก่เรารักกู้ภัยสว่างทีม กู้ภัยสี่ห้าสามสว่างประทีป

ภาพโดย เกรียงไกร บุญมาฉาย

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ยังกับปลากระป๋อง! คนแห่กลับล่วงหน้า รถไฟฟรีเชียงใหม่แน่นทุกโบกี้

เชียงใหม่ – ฉลองปีใหม่เสร็จ คนแห่เดินทางกลับล่วงหน้า จนขบวนรถไฟฟรีเชียงใหม่-กรุงเทพฯ เต็มทุกโบกี้ ทั้งตั๋วนั่ง ตั๋วยืน ต้องเบียดกันเหมือนปลากระป๋องเคลื่อนที่ตั้งแต่ต้นทาง แถมยังมีตกค้างบางส่วน ต้องนอนรอขบวนรถไฟฟรีสายท้องถิ่นแทน

ยังกับปลากระป๋อง! คนแห่กลับล่วงหน้า รถไฟฟรีเชียงใหม่แน่นทุกโบกี้

วันนี้ (2 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชน และนักศึกษาพากันไปเข้าคิวรับตั๋วฟรี ขึ้นขบวนรถไฟฟรี เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา และไปทำงาน หลังหยุดยาวฉลองเทศกาลปีใหม่ที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ กันอย่างเนืองแน่น ทำให้ขบวนรถไฟฟรีเชียงใหม่-กรุงเทพฯ เที่ยว 06.30 น.เต็มทุกที่นั่ง แม้แต่ตั๋วยืน ก็ยังต้องยืนเบียดเสียดกันตามช่องทางเดิน และบันไดทางขึ้นลง

ยังกับปลากระป๋อง! คนแห่กลับล่วงหน้า รถไฟฟรีเชียงใหม่แน่นทุกโบกี้

เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ต้องจัดระเบียบเพื่อไม่ให้แย่งที่นั่งกัน รวมทั้งห้ามนั่งบริเวณบันไดประตูทางขึ้นลง และห้ามขึ้นหลังคาเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัย จนทำให้ผู้โดยสารต้องยืนเบียดกันเป็นปลากระป๋องเคลื่อนที่ ตั้งแต่สถานีเชียงใหม่

ยังกับปลากระป๋อง! คนแห่กลับล่วงหน้า รถไฟฟรีเชียงใหม่แน่นทุกโบกี้

ขณะเดียวกัน ก็ยังมีประชาชนอีกหลายรายไม่มีตั๋ว ต้องนอนรอตามเก้าอี้ม้านั่งบริเวณชานชาลาสถานีรถไฟเชียงใหม่ เพื่อรอตีตั๋วขบวนรถไฟฟรี สายท้องถิ่น เส้นทางเชียงใหม่-นครสวรรค์ ที่จะออกจากสถานีเชียงใหม่ ในช่วงเวลา 09.30 น.นี้

ยังกับปลากระป๋อง! คนแห่กลับล่วงหน้า รถไฟฟรีเชียงใหม่แน่นทุกโบกี้

นายวีระยุทธ สว่างดี ผู้ช่วยนายสถานีเชียงใหม่ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนที่เดินทางมาฉลองปีใหม่ที่เชียงใหม่ เริ่มทยอยเดินทางกลับล่วงหน้า เพื่อกลับไปพักผ่อน อย่างน้อย 1 วัน ก่อนเริ่มต้นทำงานในศักราชใหม่ ทำให้วันนี้ขบวนรถไฟฟรีเต็มตั้งแต่สถานีต้นทางเชียงใหม่ ต้องยืนเบียดกัน ส่วนขบวนอื่นๆ ของวันนี้ก็เต็มทุกขบวนเช่นกัน

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

วิจารณ์เละ! สาวโชว์เท่เข้าวันปีใหม่ ยิงปืนฉลองรัวกระสุนออกทางหน้าต่าง

ชาวเน็ตวิจารณ์เละ คลิปหญิงสาวโชว์เท่เข้าวันปีใหม่ ยิงปืนฉลองรัวกระสุนออกทางหน้าต่าง ไม่แคร์วิถีกระสุนไปถูกใคร ชี้เข้าข่ายผิดกฎหมาย

วันที่ 2 ม.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจคลิปวิดีโอหญิงสาวคนหนึ่งที่ร่วมฉลองเข้าวันสู่วันปีใหม่ ด้วยการโพสต์คลิปลงในเฟซบุ๊ก โดยการชักปืนพกไม่ทราบขนาดขึ้นมา ก่อนจะรัวยิงออกทางหน้าต่าง เมื่อนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์เป็นอย่างมาก

คลิปหญิงสาวโชว์เท่เข้าวันปีใหม่ ยิงปืนฉลองรัวกระสุนออกทางหน้าต่าง ไม่แคร์วิถีกระสุนไปถูกใคร ชี้เข้าข่ายผิดกฎหมาย

ตามรายงานระบุว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อดังหลายแห่งต่างโพสต์แชร์เรื่องราวดังกล่าว ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งได้ยืนปืนพกออกไปจากหน้าที่ มีผู้ชายนับถอยหลังให้ ก่อนจะรัวยิงออกไป 4 นัด แล้วเก็บปืนเดินยิ้มอย่างภูมิใจ แต่การกระทำดังกล่าวไม่เป็นที่พอใจของหมู่คนในโลกออนไลน์นัก

คลิปดังกล่าวเป็นการโพสต์คลิปลงทางเฟซบุ๊ก เมื่อกำลังเข้าสู่ศักราชใหม่เมื่อช่วงรอยต่อคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่กระจายออกไป ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเป็นอย่างมาก หลายคนต่อว่าการกระทำดังกล่าวที่ไม่พึ่งถึงความปลอดภัยของผู้อื่น

ขณะที่บางคนก็เห็นว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้เข้าข่ายผิดกฎหมาย แม้กรณีนี้จะไม่มีคู่กรณีหรือผู้เสียหาย แต่ก็ถือว่าเป็นการกระทำโดยประมาท อีกทั้งอาจจะผิดเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนอีกด้วย นอกจากนี้ยังตำหนิหญิงสาวคนดังกล่าวที่ไม่น่าจะผ่านการฝึกใช้ปืนมาก่อน วิถีการยิงปืนยังไม่นิ่ง โชคดีที่เหตุดังกล่าวไม่มีใครเป็นอันตราย

ที่มา workpointtv ขอบคุณวิดีโอ : G&M Channel

หัวอกแม่! ปิกอัพ 2 แม่ลูกตกเหว แม่ขาหักแข็งใจคลานขึ้นถนนรอคนช่วย

หัวอกแม่! ปิกอัพ 2 แม่ลูกตกเหวลึก 30 เมตรที่ลำปาง แม่ขาหักแข็งใจคลานขึ้นถนนรอคนช่วย

หัวอกแม่! ปิกอัพ 2 แม่ลูกตกเหว แม่ขาหักแข็งใจคลานขึ้นถนนรอคนช่วย

สองแม่ลูกชาวกำแพงเพชร บึ่งกระบะขนลูกชิ้นครึ่งตัน เตรียมเอาไปขายเชียงใหม่ ถึงลำปางเห็นเงาคนขวางถนนจนต้องหักหลบ รถเสียหลักพลิกคว่ำตกเหวลึก 30 เมตร แม่ขาหัก แต่ยังแข็งใจคลานขึ้นมานอนรอขอความช่วยเหลือบนถนนจนได้

สายวันนี้ (2 ม.ค.) ร.ต.อ.สมชาย ปันทะนันท์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เกาะคา ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปางจุดสบปราบ ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณถนนขาขึ้นพหลโยธิน ตาก-ลำปาง กิโลเมตรที่ 674 บ้านหลังเทิง ต.นาแก้ว อ.เกาะคา

หัวอกแม่! ปิกอัพ 2 แม่ลูกตกเหว แม่ขาหักแข็งใจคลานขึ้นถนนรอคนช่วย

หลังรับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะโตโยต้า ตกลงไปในเหวลึกกว่า 30 เมตร ซึ่งในรถคันดังกล่าวมีสองแม่ลูกติดอยู่ในรถด้วย ซึ่งผู้เป็นแม่ที่ได้รับบาดเจ็บขาหัก พยุงร่างคลานขึ้นมาจากเหว นานกว่า 5 ชั่วโมง จนสามารถขึ้นมาบนถนน และขอความช่วยเหลือจากประชาชนที่ขับรถผ่านไปมาได้

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยลำปาง ได้นำเชือกโรยตัวลงไปช่วยผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นลูกสาววัย 14 ปี ขึ้นมาจากเหว แล้วเร่งนำตัวทั้งแม่ และลูก ส่ง รพ.เกาะคาลำปาง ทันที

จากการสอบถามผู้เป็นแม่ คือ น.ส.เนตรดาว พู่ห้อย อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 158 /3หมู่ 3 ต.นครชุม อ.นครชุม จ.กำแพงเพชร กล่าวว่า ตนขับรถยนต์กระบะโตโยต้า ทะเบียน กข 5449 แพร่ ออกมาจากกำแพงเพชร พร้อมลูกสาวตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยสามีขับรถนำหน้า และตลอดเส้นทางก็แวะพักตามปั๊มน้ำมันมาโดยตลอด สภาพร่างกายปกติ เพื่อจะนำลูกชิ้นกว่า 500 กิโลกรัม ไปขายที่เชียงใหม่

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 03.45 น. เห็นเงาคนออกมายืนขวางกลางถนน ตนจึงหักหลบจนทำให้รถพุ่งตกลงไปข้างทางก่อนที่จะพลิกคว่ำหลายตลบตกลงไปในเหวลึก จนตน และลูกได้รับบาดเจ็บทั้งสองคน ตนติดอยู่ในรถเพราะขาหัก

แต่ด้วยความเป็นห่วงลูกจึงพยายามพยุงตัวเองออกมาจากรถ แล้วค่อยๆ คลานขึ้นจากเหวลึกผ่านหินแหลมคม ป่าไมยราบที่มีหนามจำนวนมาก และสภาพอากาศที่หนาวเย็น จนถึงบนถนน มานอนโบกรถอยู่ริมถนนเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ขับรถผ่านไปมา จนมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือตน และบุตรสาวดังกล่าว

หัวอกแม่! ปิกอัพ 2 แม่ลูกตกเหว แม่ขาหักแข็งใจคลานขึ้นถนนรอคนช่วย

“ตนใช้เวลาปีนขึ้นมาจากเหว และมานอนรอบนถนนนานกว่า 5 ชั่วโมงทีเดียว แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ตน และลูกยังไม่เสียชีวิต”

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ / รูปภาพ wordkpointtv

10 อันดับข่าวอาชญากรรมปี 2559 2 พี่น้องแสบ หญิงไก่ –กิมเอ็ง ครองแชมป์

10 อันดับข่าวอาชญากรรมปี 2559  คดี2 พี่น้องแสบ หญิงไก่ –กิมเอ็ง ครองแชมป์  “บอล กฤษณะ”สั่งตื้บลูกนายพล-เบนซ์ดำขยี้ 2 ศพ DSI งานงอกผูกคอตับแตก-ติดชาร์ตอาชญากรรมเด่น

รวมคดีอุกอาจสะเทือนขวัญในรอบปี 2559 ที่ผ่านมา และจัด 10 อันดับสุดยอดอาชญากรรมที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดดังนี้

“คุณนายไก่ -กิมเอ็ง” 2 พี่น้องแสบนรกสั่ง

อันดับที่ 1 “คุณนายไก่ -กิมเอ็ง” 2 พี่น้องแสบนรกสั่ง!!?? เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนมิ.ย.2559 โดยนายจาตุรงค์ สุขเอียด นักข่าวอาชญากรรมโทรทัศน์ ได้รับการร้องเรียนว่าเกิดคดีไม่ชอบมาพากลขึ้นที่ สน.ประชาชื่น โดยนางวันทนีย์ หรือไก่ หยกรัตนกาญ แจ้งตำรวจให้ดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์มูลค่านับ 10 ล้านกับน.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย นักเรียนเรียนดีที่มาหารายได้พิเศษเป็นลูกจ้าง ข้อมูลนี้ถูกนำไปขยายจากทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งต่อมาได้ทำหน้าที่ทนายให้กับน้องกล้า และเหยื่ออีกหลายคนที่เคยถูกนางไก่ แจ้งเท็จเอาเข้าคุก

จุดเริ่มดังกล่าวเมื่อสื่อหลายสำนักรวมทั้ง MGR ออนไลน์ เข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจังนางไก่ เริ่มออกอาการไปไม่เป็นมีการเปิดแถลงข่าวตอบโต้ฝ่ายทนายสงกานต์ แต่กลับใช้ผ้าคลุมศรีษะอำพรางตัวเองทำให้สังคมยิ่งเกิดความสงสัย การขุดคุ้ยตีแผ่ประวัติเบื้องหลังความเป็นมาตั้งแต่อดีตซึ่งเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แม้แต่การเป็นพี่น้องต่างมารดากับนางกิมเอ็ง แซ่เตียว อดีตผู้ต้องหาคดีทุจริตเครื่องราชฯสื่อได้นำมาเสนอฉายภาพด้านมืดให้สังคมรับทราบจนที่สุดนางวันทนีย์ หยกรัตนกาญ จนมุมด้วยพยานหลักฐาน ไม่ว่าในเรื่องแจ้งความเท็จทองคำแท่งมูลค่าหลายล้านบาท ถูกขโมยหรือการแอบอ้างเบื้องสูงจึงถูกตำรวจดำเนินคดีข้อหาแจ้งเท็จ และความผิดตามมาตรา 112

หลังจากกระแสคดีนางไก่ เริ่มซาลงวันที่ 27 ส.ค.2559 ถัดมาไม่นานนักตำรวจสอบสวนกลางนำโดยพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.เปิดแถลงข่าวจับกุม ดร.กมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือแม่ตุ่ม คนเดียวกับนางกิมเอ็ง แซ่เตียว ที่ทำตัวเป็นขอมดำดินหายเงียบไปจากวงสังคมนานกว่า 20 ปี

ปฏิบัติการครั้งนั้นสร้างความประหลาดใจให้กับเหยี่ยวข่าวสายอาชญากรรมอยู่พอสมควร เนื่องจากหลังเกิดเรื่องนางไก่ มีความพยายามจากสื่อที่จะติดตาม-สืบค้นหาตัวนางกิมเอ็ง แต่ไม่มีเบาะแสใดๆ บ้างก็ว่าหลังออกจากคุกได้พบทางสว่างของชีวิตเดินหันหลังให้กับพฤติการณ์เก่าๆดำเนินชีวิตอย่างคนธรรมดาในบั้นปลายแล้วแต่จู่ๆเมื่อตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง และความผิดตามมาตรา 112 เนื่องจากพบว่าระหว่างทำความผิดนางกิมเอ็ง ได้แอบอ้างเบื้องสูงว่ามีความสนิทถึงขนาดเป็นคนปรุงอาหารถวายให้กับราชสำนัก แต่ตอนหลังเมื่อเกิดคดีนางไก่ มีข่าวพัวพันไปถึงตัวนางกิมเอ็ง ประกอบกับเหยื่อหลายรายที่หลงเชื่อบริจาคเงินรวมกันเกือบ 3 ล้านเกิดแอะใจจึงสะกิดตำรวจกองปราบปราม ดำเนินการสืบสวนเมื่อรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับได้แล้วเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปจับกุมนางกิมเอ็ง ได้ที่ ต.เกยชัย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เป็นอันว่าชะตากรรมของ 2 พี่น้อง “แสบนรกสั่ง”เมื่อไม่ยอมหลาบจำยังคงวนเวียนทำความชั่วอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ฉากสุดท้ายจึงจบลงที่ได้ใช้ชีวิตในบั้นปลายภายใต้กำแพงคุกนั่นเอง

โจ๋ลูกตำรวจรุมฆ่าชายพิการ

อันดับที่ 2 คดี 7 โจ๋ลูกตำรวจรุมฆ่าชายพิการ… 1 พ.ค.2559 สังคมไทยต้องตื่นตะลึงกับคลิปภาพเหตุการณ์สุดสยองภายในซอยโชคชัย 69 ย่านลาดพร้าว กทม.นั่นคือปฏิบัติการอำมหิตของกลุ่มวัยรุ่นถืออาวุธมีดโอบล้อมชายขาพิการ และมีเสียงยั่วยุจากหญิงสาวคนหนึ่งตะโกนว่า…”เอามันให้ตาย” ก่อนช่วยกันรุมฟัน-แทงจนเสียชีวิต ซึ่งคงไม่ต้องสงสัยเลยว่าภาพเคลื่อนไหวดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากแม้จะยังไม่ทราบรายละเอียดต่างๆแต่ทุกคนรุมประนามว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนและไม่สามารถยอมรับได้

สำหรับรายละเอียดในคดีดังกล่าวสรุปพอสังเขปว่าช่วงเที่ยงของวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาขณะที่กลุ่มคนร้ายประกอบด้วยนายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ นายอัครเดช ทัศนะ นายมนต์มนัส แสงโพธิ์ นายจตุพร จันทร์โสภา นายเมฆ พลไกรษร นายอรินทร์ ยศพงศ์อนันต์ และน.ส.ณัฐณิชา ฤทธิ์ล้ำเลิศ ได้ขับ จยย.ผ่านมาที่ร้านปังหอม ภายในซอยโชคชัย 69 เพื่อเอาเรื่องกับนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายขาพิการคนงานทำขนมปังในร้านดังกล่าวเนื่องจากก่อนหน้าเคยขับรถผ่านแล้วพูดจาแขวะกันไปมา

เหตุการณ์รุมทำร้ายจนเสียชีวิตตามคลิปภาพที่ปรากฏหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย จับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งหมดและแจ้งข้อหาร่วมกันทะเลาะวิวาทจนมีผู้เสียชีวิตสร้างความไม่พอใจแก่กระแสสังคมเป็นอย่างยิ่งรวมทั้งกลุ่มญาติของคนตายประกอบด้วยนายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชายเจ้าของร้านนางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาวัยชราของนายสมเกียรติ จึงเป็นหน้าที่ของทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ซึ่งมีสำนักงานติดกับร้านปังหอม และอยู่ในเหตุการณ์โดยตลอด และคัดค้านการตั้งข้อหาดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่ากลุ่มคนร้ายตั้งใจจะมาก่อเหตุโดยมีการตระเตรียมอาวุธมีด อีกทั้งมีการวางแผนระดมสมัครพรรคพวกมาประทุษร้าย

กระแสความไม่พอใจลุกลามไปถึงพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ซึ่งแสดงความคิดเห็นทำนองว่าความผิดยังไม่เข้าข่ายเจตนาฆ่าแต่กระนั้นก็ยังขัดต่อความรูสึกของประชาชนที่มีโอกาสเห็นภาพเหตุการณ์รวมทั้ง 4 ในกลุ่มผู้ต้องหาเป็นลูกตำรวจ สน.โชคชัย จึงมีคำถามตามมาว่าคดีนี้ตำรวจจะสามารถให้ความยุติธรรมแก่ครอบครัวนายสมเกียรติ ชายขาพิการซึ่งมีทั้งมารดาแก่เฒ่าและบุตรชายวัย 9 และ 12 ขวบอีกสองคนที่จะต้องดูแล ในที่สุดจึงเกิดปรากฏการณ์อารยะขัดขืนไม่เห็นด้วยกับวิธีดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมีการแสดงออกในโลกโซเชียลฯติดแฮชแทก “คนพิการถูกทำร้าย คนดีๆทำอะไรอยู่-เป็นลูกตำรวจแล้วไง!!?? นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่เขย่าความเชื่อมั่นวงการตำรวจส่งผลมาถึงปัจจุบัน

ดร.มือปืนถ่ายทอดสดฆ่าตัวตายหลังยิงเพื่อน 2 ศพ

อันดับที่ 3 คดี ดร.มือปืนถ่ายทอดสดฆ่าตัวตายหลังยิงเพื่อน 2 ศพ…อีกคดีหนึ่งที่สั่นสะเทือนวงการศึกษาไทย และสร้างความตื่นตะลึงไปทั้งประเทศเมื่อโทรทัศน์ดิจิตจอล ถ่ายทอดสดเหตุการณ์ทุกขั้นตอนตั้งแต่ปิดล้อมจับกระทั่งวินาทีลั่นกระสุนปลิดชีพตนเอง…เช้าวันที่ 18 พ.ค.2559 ขณะที่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร เขตบางเขน กทม.รวมทั้งอีกหลากหลายชีวิตกำลังสาละวนทำภารกิจกันตามปกติ เกิดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดภายในห้องประชุมชั้น 5 อาคารพุทธวิชชาลัย ต่อจากนั้นเพียงเล็กน้อยมีพยานเห็น ดร.วันชัย ดนัยตโมนุท อาจารย์ประจำวิทยาลัยการฝึกหัดครูฯ เดินกึ่งวิ่งลงมานจากอาคารและรีบขับรถเก๋งส่วนตัวบึ่งไปจากลานจอด

ทั้งเสียงและภาพการเคลื่อนไหวที่ปรากฏเดาไม่ยากเลยว่าจะต้องเกิดเหตุร้ายขึ้นแน่ รปภ.ประจำอาคารรีบรุดขึ้นไปดูบนอาคารพบศพ ดร.พิชัย ไชยสงคราม ประธานสาขาวิชาการศึกษา กับดร.ณัฐพล ชุมวรฐายี ประธานสภาภาคคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร นอนตายเลือดอาบ มีรอยกระสุนเข้าที่ศรีษะและลำตัวหลายนัด สภาพศพทั้งสองมีทั้งนั่งอยู่บนเก้าอี้กับใต้โต๊ะคล้ายกับกำลังหลบหาที่กำบังเพื่อความอยู่รอดซึ่งจากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ดร.วันชัย มือปืนมีความไม่พอใจคนตายทั้งสองเพราะเชื่อว่าเป็นสาเหตุกีดกันไม่ให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ทำให้กระทบกระเทือนถึงรายได้ซึ่งก่อนหน้าเคยประกาศไว้กับเพื่อนร่วมงานว่าจะจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งหากขีดความอดทนถึงที่สุด

หลังข่าวแพร่สะพัดออกไป ตำรวจได้ประกาศตำหนิรูปพรรณของอาจารย์วันชัย รวมทั้งยี่ห้อ-สี เลขทะเบียนของพาหนะต่อมาเช้าตรู่วันที่ 19 พ.ค.2559 กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดยพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.และพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.และหน่วยอรินทราช 26 ได้ปิดล้อมโรงแรมสุภาพ ย่านสะพานควาย กทม.เพราะจับสัญญาณการใช้โทรศัพท์มือถือของ ดร.วันชัย ได้แต่เนื่องจากผู้ต้องหาไหวตัวและใช้อสวุธปืนพกประจำกายขนาด 9 มม.ที่ก่อคดีจ่อศรีษะระหว่างจะแหวกวงล้อมเข้าหน้าที่ การเจรจาต่อรองจึงเปิดฉากขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนที่นักข่าวจะได้กลิ่นต่างพากันยกกองถ่ายไปตั้งจุดถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมกันอย่างเอิกเกริกถึงขนาดยกผังรายการปกติออกไป

การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่กับมือปืนระดับด็อกเตอร์ ผ่านไปด้วยความเคร่งเครียดแม้ฝ่ายตำรวจพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ ดร.วิชัย วางอาวุธยอมเข้ามอบตัวเช่นการให้ญาติพี่น้องหรือคนที่รักมาช่วยเจรจาแต่ดูเหมือนว่าผู้ต้องหาจะมีความตั้งใจอย่างอื่นไว้ก่อนแล้ว การต่อรองผ่านไปนานถึง 6 ชั่วโมงเต็มๆกระทั่งเวลา 18.43 น.สิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นก็ปิดฉากลงด้วยความสลดใจเมื่อ ดร.วิชัย ตัดสินใจลั่นกระสุนปลิดชีพตนเองตายตกตามไป หลังนาทีวิกฤติหลายฝ่ายเริ่มมองเห็นสิ่งผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการเจรจาที่มี 2 ผู้บัญชาการหลักเป็นคนทำหน้าที่หลักว่าถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่ แต่ที่ตกเป็นจำเลยตัวจริงคือสื่อโทรทัศน์อย่างน้อย 5 ช่องที่ยกเลิกผังรายการแล้วหันมาถ่ายทอดสดแบบนาทีต่อนาทีนั่นคือไทยรัฐทีวี. สปริงนิวส์ เนชั่นฯ ทีเอ็นเอ็น และทีนิวส์ ถึงขนาดที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องเรียกผู้บริหารมาคาดโทษเนื่องจากเป็นการเสนอความรุนแรง และเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 37

สุดยอด 10 ข่าวอาชญากรรมแห่งปี(ตอนที่ 1-5 ) “ 2 พี่น้องแสบนรกสั่ง” หญิงไก่ –กิมเอ็ง ครองแชมป์

อันดับที่ 4 คดี “เผานั่งยาง -สุสานคนเป็นแห่งบ้านผือ”…นับเป็นคดีสะเทือนขวัญสร้างบรรยากาศแห่งความน่าสะพรึงกลัวโดยเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง….เดือนเมษายน 2559 นายดารา พาไสย์ ราษฎร อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนระบุว่าถูกดาบตำรวจนายหนึ่งอุ้มไปเรียกค่าไถ่จำนวน 5 แสนบาทตั้งแต่ปี 2558 ขณะขับรถจะไปทำกิจธุระโดยตำรวจนายนั้นอ้างว่าตนมีหมายจับคดียาเสพติด และมีการเจรจาต่อรองกระทั่งไม่สามารถตกลงกันได้นายดารา จึงติดต่อเข้ามอบตัวเพื่อทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว….ต่อมาปี 2559 ดาบตำรวจคนเดียวกันยังติดต่อเข้ามาเป็นระยะๆพร้อมกับข่มขู่ซึ่งนายดารา เห็นว่าชีวิตกำลังอยู่ในอันตรายเนื่องจากดาบตำรวจผู้นี้มีประวัติพัวพันกับการฆาตกรรม “อุ้มฆ่า”และทำผิดกฎหมายเสียเองในหลายๆเรื่องจึงเข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว และเป็นที่มาของการเปิดโปงสุสานคนเป็น หรือเผานั่งยางแห่ง อ.บ้านผือ ซึ่งพบว่ามีเหยื่อถูกลักพาตัวไปเผาทำลายซากเป็นจำนวนมาก

นางบังอร ทองอ่อน ชาวบ้านซึ่งปล่อยเงินกู้เล็กๆน้อยๆเพื่อเป็นค่ากับข้าวแต่เมื่อตกเป็นเหยื่อฆาตกรรมเผานั่งยางกลับถูกมองว่าเป็นนายกทุนเงินกู้นอกระบบ นางกุหลาบ อินทร์ศรี นายคำปุ่น ถิ่นแก้ว และนายกมล เหล่าโสภา คือเหยื่อถูกลักพาตัวแลหายสาปสูญไปอย่างร่องรอยโดยญาติๆเชื่อว่าขบวนการอุ้มจะต้องมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือตำรวจในพื้นที่คนใดคนหนึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

ปัจจุบันแม้ดาบตำรวจคนดัง หรือดาบปราโมทย์ บุพศรี อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนประจำ สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี จะถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม นางวารุณ ชัยริน หัวหน้าส่วนการคลัง อบต.จำปาโมง อ.บ้านผือ และอยู่ในเรือนจำไปแล้วก็ตามแต่การข่มขู่ญาติผู้เสียหาย รวมทั้งอาณาจักรแห่งความน่าหวาดหวั่นก็ยังไม่หมดไปจากดินแดนที่ราบสูงแห่งนี้ กระทั่งคำสั่งย้ายนายตำรวจที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่งอาทิ ร.ต.ท.วิเชียร ศรีคราม รองสว.สส.สภ.น้ำโสม ร.ต.ต.ธวัช บุตรแสนดี และด.ต.พิทยา มหาชาติ ตำรวจประจำโรงพักเดียวกันมีพยานหลักฐานเชื่อมไปถึงกรณีพัวพันกับการอุ้มฆ่าเผานั่งยางสุสานบ้านผือ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 31 รายแต่ดูเหมือนว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนตำรวจภาค 4 หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่างไม่มีอะไรคืบหน้าจนกลุ่มญาติผู้สูญหายหมดความหวัง บรรยากาศความน่าสะพรึงกลัวยังคงครอบงำอยู่ต่อไป

 “แก๊งปืนควายยอดชั่ว-ข่มขืนเมียต่อหน้าก่อนฆ่าผัว”

อันดับที่ 5 คดี “แก๊งปืนควายยอดชั่ว-ข่มขืนเมียต่อหน้าก่อนฆ่าผัว” ….คดีสุดสะเทือนขวัญรายนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 28 ม.ค.2559 โดยพ.ต.ต.อธิคม ขุนรอง พนักงานสอบสวน สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง รับแจ้งว่ามีเหตุหญิงสาวถูกข่มขืน และใช้อาวุธมีดแทงบาดเจ็บสาหัสมีพลเมืองดีนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลตรัง จึงไปสอบสวนทราบว่าคนเจ็บชื่อ น.ส.บี นามสมมุติตรวจพบว่ากำลังตั้งครรภือ่อนๆแต่เนื่องจากพบว่าอาการยังสาหัสมาก มีบาดแผลถูกแทงที่ลำตัว 4 แห่ง ใบหน้าถูกทุบด้วยของแข็งมีร่องรอยฝกช้ำไปทั่วกอปรกับยังมีอาการตื่นตกใจจึงให้การอย่างกระท่อนกระแท่น เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานถึง 3 วันจึงทราบว่ากลุ่มคนร้ายมีนายคิว นายเจมส์ นายผา และอื่นๆประมาณ 5 คนซึ่งรู้จักกับคนเจ็บเป็นอย่างดีโทรศัพท์ลวงให้เดินทางมากับนายภาสกร คงสวัสดิ์ อายุ 19 ปีแฟนใหม่เพื่อปรับคามเข้าใจกันในเรื่องความรัก

น.ส.บี ให้การว่าจุดนัดพบคือบริเวณกลางป่าเชิงเขาบรรทัด ห่างจากถนนสายเขาคราม – บ้านคงหรา ประมาณ 7 กม.แต่พอมาถึงนายคิว กับนายเจมส์ ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นขู่ก่อนมัดนายภาสกร ไว้และช่วยกันจับตนผลัดกันขืนใจต่อหน้าต่อตานายภาสกร จากนั้นยังได้ขุดหลุมศพให้คนตายได้ดูโดยแสดงอาการสะใจไปตลอดเวลา เมื่อขืนใจเสร็จเรียบร้อยจึงช่วยกันใช้ผ้าปิดตาแล้วเอาก้อนหินทุบศรีษะก้อนใช้ปืนลูกซองยิงซ้ำที่หน้าอกจนขาดใจตาย และลากศพไปฝัง ส่วน น.ส.บี ซึ่งเห็นเหตุการณ์โดยตลอดถูกกลุ่มคนร้ายช่วยกันทุบตี และใช้มีดจ้วงแทงหวังฆ่าปิดปาก เมื่อเห็นเหยื่อหมดสติจึงขับรถไปโยนทิ้งเหวลึกถนนเขาพับผ้า อยู่เขตติดต่อระหว่าง จ.พัทลุง กับจ.ตรัง ก่อนหลบหนีไปแต่โชคดีที่บาดแผลไม่ถูกที่สำคัญ และเหวลึกมีต้นไม้หนาทึบรองรับจึงรอดตายอย่างหวุดหวิด เมื่อได้สติกลับมาอีกครั้งจึงปีนขึ้นจากเหวมาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีที่ขับรถผ่านไปมา

คดีนี้จบลงที่ตำรวจสามารถติดตามตัวผู้ต้องหาซึ่งยังเป็นเยาวชนมาได้ครบทุกคน เฉพาะนายคิว ปืนควายหัวหน้าแก๊งเวลาให้สัมภาษณ์ยังคงยิ้มแย้ม ไม่สะทกสะท้านกับความผิดที่ได้ก่อขึ้นโดยรับสารภาพว่าทำไปเพราะแค้นใจนายภาสกร คนตายที่ได้ญาติของตนเป็นเมียแต่กลับทิ้งขว้างไปรับ น.ส.บี มาเป็นภรรยาใหม่จึงเกิดความแค้นและวางแผนก่อเหตุร้ายขึ้น คดีนี้ศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2559 ลงโทษผู้ต้องหาที่ 1-2 จำคุกคนละ 25 ปี 36 เดือนโดยให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึก และไม่เกรงกลัวต่อกฏหมายบ้านเมือง

5-006

อันดับที่ 6 “ระเบิด-เผา 7 วินาศกรรมป่วนเมือง” คดีอุกอาจสะเทือนขวัญนี้มาคล้ายๆกับบรรยากาศลอบวางระเบิดที่ศาลท่านท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมากนั่นคือเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายแยกกันปฏิบัติการลอบวางระเบิดและวางเพลิง 7 จังหวัดท่องเที่ยวทางภาคใต้ของประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 10-12 ส.ค.2559 แยกเป็นการวางระเบิด 14 จุด และลอบวางเพลิง 5 จุดโดยรายแรกเกิดขึ้นเวลา

ประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 10 ส.ค.2559 พบระเบิดเพลิง 2 ลูกย่านการค้าป่าตอง จ.ภูเก็ต วันที่ 11 ส.ค.เวลา บ่ายสามโมง ถัดมาอีกเพียงวันเดียวเกิดระเบิดขึ้นที่ตลาดเซ็นเตอร์พอยท์ อ.เมือง จ.ตรัง มีผู้เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 6 วันเดียวกันเวลา 22 น.ขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังดื่มกินบาร์เบียร์แห่งหนึ่งในเขต อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกิดระเบิดขึ้นมีคนตาย 1 บาดเจ็บอีกกว่า 10 และระเบิดลูกนี้เองทำให้ทุกสำนักข่าวแห่ลงไปรายงานเหตุการณ์สร้างความตื่นตระหนกกับสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง

สายวันที่ 12 ส.ค.2559 หลังเสร็จพิธีทำบุญตักบาตร ณ บริเวณหน้าวัดหัวหิน และหอนาฬิกา ใจกลางเมืองท่องเที่ยวสำคัญเกิดระเบิดขึ้นอีก 1 ลูกมีผู้เสียชีวิตทันที 1 ศพบาดเจ็บอีกกว่า 10 ขณะที่มีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ลูกซ้อนใกล้กับสถานีตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ถัดมาเวลา 10.20 น.พบระเบิดที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และตรวจพบระเบิดบริเวณ หมู่ 5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จงพังงา กับฝั่งตรงข้ามหน้าตลาดนัดบางเนียงอีก 1 จุด เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ได้ทันท่วงที ส่วนเหตุลักลอบวางเพลิงเฉพาะวันที่ 12 ส.ค.2559 เวลา 02.15 น.บริเวณเพิงขายสินค้านักท่องเที่ยวเขาหลัก จ.พังงา เวลา 03 น.เพิงพักหน้าหาดอ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เวลา 03.40 น.เพลิงไหม้ห้างลีวิวัฒน์ถาวรค้าส่ง อ.เมือง จ.ตรัง เวลา 03.49 น.เกิดเหตุที่ร้านสินทวีพลาสติก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี และเวลา 05 น.ห้างเทสโกโลตัส อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

หลังจากควบคุมสถานการณ์ได้แล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง ทยอยออกหมายจับผู้ต้องสงสัยหลายคนรวมทั้งนายศักรินทร์ คฤหัสถ์ หนุ่มชาว อ.สันกำแพง จงเชียงใหม่ ซึ่งเป็นลูกจ้างบริษัทรับเหมาแห่งหนึ่งทำงานอยู่แท่นขุดเจาะน้ำมันเชฟรอนฯ กลางทะเลอ่าวไทย ทั้งนี้สืบเนื่องจากภาพโทรทัศน์วงจรปิดที่บันทึกไว้ระหว่างนายศักรินทร์ ไปเดินป้วนเปี้ยนในจุดที่เกิดเหตุ แต่หลังนำตัวมาสอบสวนนายศักรินทร์ ให้การว่าแค่เข้าไปซื้อถั่วโก๋แก่เท่านั้น ในที่สุดมีการถอนหมายจับและปล่อยตัว

5-007

อันดับที่ 7 คดี เสี่ยทายาท”เลนโซ่กรุ๊ป”ควบเบนซ์ดำขยี้นักศึกษา ป.โท 2 ศพ…ก่อนเป็นข่าวสะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศคงต้องยกยอดความดีทั้งหมดให้กับสื่อโซเชียลฯหลังจากภาพคลิปนาทีมรณะ รถเบนซ์ CLS 63 AMG สีดำทะเบียนกรุงเทพ ษง 3333 ขับโดยนายเจนภพ วีรพร นักธุรกิจหนุ่มนำเข้ารถหรู ชนท้ายเก๋งฟอร์ดเฟียตต้า สีเทาทะเบียนกรุงเทพ ฆย 6911 เหตุเกิดถนนพหลโยธิน กม.52 ใกล้ทางต่างระดับบางปะอินทร์ จนไฟลุกท่วมทำให้นายกฤษณะ หรือโต้ง ถาวร น.ส.ธันฐภัทร์ หรือเบนซ์ ฮ้อแสงชัย สองนิสิตปริญญาโทมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถูกไฟคลอกเสียชีวิตติดอยู่ในซากรถ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2559

ผลของภาพเหตุการณ์น่าสลดใจเผยแพร่ออกไปเกิดปฏิกิริยากับสังคมไทยอย่างรุนแรง และเมื่อพ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ สุขสวัสดิ์ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา ให้สัมภาษณ์สดผ่านรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งด้วยแนวคิดเดิมๆของตำรวจคือไม่ทันท่วงทีต่อเหตุการณ์ รวมทั้งหลังเกิดเหตุเป็นเวลานานถึง 3 วันยังไม่มีการตรวจยาเสพติด หรือแอลกอฮอล์กับผู้ต้องหา จนที่สุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดรนทนไม่ไหว พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 ในขณะนั้นถูกคำสั่งให้ลงมาควบคุมคดี และย้าย พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ สุขสวัสดิ์ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา เป็นการด่วนเพื่อตัดกระแสความไม่พอใจของประชาชน

อย่างไรก็ตามในส่วนของการดำเนินคดีแก่นายเจนภพ วีรพร แม้จะมีมุมมองว่าการใช้ความเร็วไม่ต่ำว่า 257 กม/ชม.และพุ่งบดขยี้รถเก๋งฟอร์ดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเป็นการประสงค์ต่อชีวิต แบบหวังผลหรือไม่ ที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่แจ้ง 8 ข้อหาประกอบด้วย 1.ขับรถโดยประมาทมาททำให้มีผู้เสียชีวิต 2.ขับรถขณะหย่อนยานความสามารถ 3.ขับรถขณะเมาสุรา 4.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย 5.ขับเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 6.ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน 7.เสพยาเสพติดระหว่างขับรถ 8.ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานกรณีขอตรวจสารเสพติด

5-008

อันดับที่ 8 ขบวนการข้ามชาติ -พาสปอร์ตปลอม-ฆ่าหั่นศพ!!??..เรื่องราวชวนสยองขวัญสั่นประสาทครั้งนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.40 น.ของวันที่ 23 ก.ย.2559 เสียงวิทยุ ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ระหว่างปิดล้อมตึกแถว 5 ชั้นแห่งหนึ่งภายในซอยสุขุมวิท 56 เขตพระโขนง กทม.เต็มไปด้วยความละล่ำละลักจับใจความได้ว่ามีเจ้าหน้าที่ถูกยิงบาดเจ็บ กำลังปิดล้อม 3 คนร้ายชาวต่างชาติที่มีอาวุธปืนกันครบมือ

แน่นอนว่านี่คือเหตุด่วนเหตุร้ายอันเป็นนาทีฉุกเฉินอย่างที่สุด กำลังตำรวจ สน.พระโขนง ทั้งในและนอกเครื่องแบบต่างรีบรุดไปปิดล้อม และนำ จ.ส.ต.กัญจนพงษ์ เชเดช ผบ.หมู่ฝ่ายสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งถูกยิงเข้าชายโครงกับลิ้นปี่ 2 แห่งอาการสาหัสส่งโรงพยาบาล ขณะที่คนร้ายทั้งหมด 5 คนถูกควบคุมไว้ได้คือนายปีเตอร์ วิลเลียม จอห์นสัน หรือชาลี เอ็ดเวิร์ด ไตเติ้ล อายุ 66 ปี นายเจมส์ ดักกลาส อีเกอร์ อายุ 63 ปีและนายแอรอน เอโด้ อายุ 40 ปี ทั้งหมดมีสัญชาติอเมริกันส่วนอีก 2 คนเป็นลูกจ้างผัว-เมียชาวพม่าเมื่อสอบสวนแล้วไม่เกี่ยวข้องจึงปล่อยตัวไป

จากการสอบสวนทีมตำรวจท่องเที่ยวเบื้องต้นทราบว่ากำลังปฏิบัติภารกิจสืบหาต้นตอหนังสือเดินทางปลอม ซึ่งพบระบาดมากแถวถนนข้าวสาร จนตามดมกลิ่นมาถึงตึกแถวดังกล่าวแต่กลุ่มคนร้ายเกิดไหวตัวจึงเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ ในระหว่างการตรวจค้นตึกแถวดังกล่าวอย่างละเอียดพบตู้แช่ขนาดกว้าง 2 เมตร สูง 1.80 เมตรตั้งอยู่ด้านหลังชั้นล่างเมื่อเปิดออกดูมีถุงดำจำนวนมากเรียงซ่อนเป็นชั้นๆแต่เมื่อเปิดออกทุกคนถึงกับผงะเมื่อพบชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์แยกเป็นลำตัว แขนขาและอื่นๆรวม 6 ชิ้นทำให้เจ้าหน้าที่ชักไม่แน่ใจว่าคนร้ายเป็นเพียงแก๊งทำพาสปอร์ตปลอม น่าจะเป็นเครือข่ายแก๊งยาเสพติด หรือมาเฟียสำคัญที่หลบหนีมากบดานในเมืองไทยหรือไม่

อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนอย่างเคร่งเครียดนายปีเตอร์ ให้การว่าคนตายคือคู่รักแบชายรักชายเกิดป่วยตายด้วยความรักจึงหั่นศพแช่ไว้ดูต่างหน้า แต่เหตุผลจะพอมีน้ำหนักน่าเชื่อถือหรือไม่คงขึ้นอยู่ที่ความรับผิดชอบ และขีดความสามารถของตำรวจไทยที่จะสืบค้นต่อไปว่าคนตายคือใคร และกลุ่มผู้ต้องหาคือใคร มีความโยงใยกับขบวนการผิดกฎหมายข้ามชาติใดหรือไม่ซึ่งจนบัดนี้ยังไม่มีความกระจ่างชัดและยังคงเป็นปริศนาต่อไป

5-009

อันดับที่ 9 คดี DSI งานเข้า -ฆาตกรรมซ่อนเงื่อนพนักงานที่ดินพังงา…คดีสะเทือนยุติธรรมไทยจนเกิดวาทะกรรมทำลายสังคม “มีผู้อื่นทำให้ตายแต่ไม่ใช่ฆาตกรรม” สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2559 ชุดสืบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ถือหมายจับศาลอาญาที่ 1165/2559 วันที่ 24 มิ.ย.2559 ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และร่วมกันทุจริตออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวจับกุมนายธวัชชัย อนุกุล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงา สาขาท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา บริเวณหน้าร้านตัดผมเลขที่ 61/55 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จากนั้นจึงนำตัวไปควบคุมยังชั้น 6 อาคารทำการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ

ต่อมากลางดึกวันที่ 30 ส.ค.2559 เจ้าหน้าที่ รปภ.ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้โทรศัพท์แจ้งขอรถพยาบาลฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เพื่อช่วยเหลือนายธวัชชัย โดยระบุว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นลมหมดสติแต่ต่อมาเมื่อถึงมือแพทย์เพียงไม่กี่นาทีอดีตพนักงานที่ดินพังงา ได้เสียชีวิต และผลการชันสูตรศพพบว่ามีเลือดไหลในช่องท้อง ตับแตกญาติจึงนำความไม่ชอบมาพากลมาเปิดเผย รวมทั้งแถลงการณ์ของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ที่ระบุอย่างชัดเจนว่าสาเหตุการตายมาจากถูกทำร้าย อีกทั้งยังระบุกว้างๆว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งนี้สาเหตุน่าจะมาจากก่อนหน้ามีข่าวระบุว่าอาการบาดเจ็บของนายธวัชชัย จนเสียชีวิตนั้นเกิดจากการช่วยเหลือปั๊มหัวใจของทีมแพทย์ ในฐานะผู้บริหารโรงพยาบาล จึงออกมาตอบโต้

คดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกระแสสังคมกดดันมากขึ้นจึงมีการนำภาพวงจรปิดมาเปิดเผยแต่กลับเป็นช่วงเข็นนายธวัชชัย ในสภาพหมดสติออกจากลิฟต์ ส่วนภาพในห้องคุมขังทาง ดีเอสไอ.อ้างว่ากล้องขัดข้อง จุดนี้เองแทนที่จะเกิดผลดีกลับยิ่งเพิ่มความเคลือบแคลงหนักขึ้นไปอีก ขั้นต่อไปทาง ดีเอสไอ.จึงพาสื่อมวลชนทัวร์ห้องควบคุม ซึ่งมีการแสดงภาพถ่ายถุงเท้า ห้องเกิดเหตุเฉพาะบานพับประตูที่ผู้ตายใช้แขวนคอ แต่ไม่สามารถฟื้นความเชื่อจากประชาชนได้แม้แต่น้อย

บทสรุปที่ยังไม่สรุปแต่เป็นการตอกย้ำพิรุธเมื่อฝ่ายตำรวจซึ่งเข้าร่วมสอบสวนคู่ขนาดกับคณะกรรมการในส่วนของกระทรวงยุติธรรมโดย พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดแถลงอ้างอิงถึงผลการชันสูตรศพของสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจระบุว่า….. “ตลอดระยะเวลา 21-22 วันที่ผ่านมาสามารถพิสูจน์ หรือบ่งชี้ให้เห็นว่ามีผู้อ่านทำให้นายธวัชชัย เสียชีวิต…แต่ขอย้ำว่าไม่ใช่การฆาตกรรม”….คดีที่สังคมกำลังจับตามอง และหวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถร่วมกันคลี่คลายให้เกิดความกระจ่างชัดได้กลับอึมครึมมัวซัวลงอีก จนเกิดวาทะกรรมทำลายสังคมที่ว่า “มีผู้อื่นทำให้ตาย แต่ไม่ใช่ฆาตกรรม!!??”

การจบชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงา จึงเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งให้สังคมไทยรับรู้ว่าสำหรับประเทศนี้อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ นายธวัชชัย ถือเป็นอดีตข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตที่ดินมโหฬารที่สุดคนหนึ่ง มีการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบถึง 700 แปลง แต่ละแปลงกระจายอยู่ใน จ.ภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ บริเวณเขาหน้ายักษ์ ออกโฉนดทับซ้อนที่อุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง-เขาลำปี จำนวน 500 ไร่ ราคาไร่ละ 21 ล้านบาทรวมมูลค่า 10,500 ล้านบาท เจ้าของเป็นคหบดีชื่อดังในปื้นที่ จ.พังงาและภูเก็ต

5-010

อันดับที่ 10 “ผัวดารา-สั่งการ์ดรุมตืบลูกนายพล” …..คดีดังปิดท้าย 10 อันดับข่าวอาชญากรรมแห่งปีหากไม่ยกให้กรณี “บอล กฤษณะ อมิตรสูญ”เจ้าของวลีเด็ด “กูรวย กูมีเมียดารา”ให้ติดท็อปเท็นก็คงกระไรอยู่…25 พ.ย.2559 ชณะที่นายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ หรือน้องเจมส์บอนด์ หนุ่มน้อยหน้ามล ที่เข้าไปเที่ยวดื่มกินในผับมารินสกาย จ.เชียงใหม่ กำลังเดินเข้าห้องน้ำชายเพื่อปลดทุกข์ พลันได้ยินเสียงเข้มของกลุ่มการ์ดดาราชาย-หญิง ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกิจการตะโกนห้ามไม่ให้เข้าเนื่องจากมีลูกค้าระดับ วีไอพี.กำลังใช้งานอยู่ หนุ่มน้อยเจมส์บอนด์ จึงเข้าไปใช้ห้องน้ำหญิง ก่อนเดินออกมาและถูกกลุ่มการ์ด พร้อมเด็กเสิร์ฟทราบต่อมาคือนายถนอมศักดิ์ พิพัฒน์กิจการ นายฐานันดร หมื่นแสวง นายอดิศักดิ์ เพ็งเหล็งและนายอภิวัฒน์ ณ ลำพูน ช่วยกันรุมสกรัมจนสลบเหมือด

หลังตกเป็นข่าวโดยทราบต่อมาว่าหนุ่มน้อยเจมส์บอนด์ หรือนายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ ไม่ใช่นักเที่ยวลุกชาวบ้านธรรมดาๆแต่เป็นบุตรชายคนเดียวของ พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 กับนางปุณยวัจนา วรรคาวิสันต์ ประเด็นจึงเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เริ่มจากการหลบหน้าหลบตาของบอล กฤาณะ รวมทั้งการออกมาแถลงด่วนของทายาท “โค้วยุฮะ”ว่าบอล ไม่ใช่เจ้าของโรงแรมเดอะ คอร์ท และไม่เกี่ยวข้องกับโครงการเดอะเชียงใหม่ คอมเพล็กซ์ เพียงแค่เป็นลูกจ้างที่ให้มาบริหารงานเท่านั้น และหลังจากเกิดเหตุได้ยกสัญญาเลิกจ้างไปแล้ว

ฐานะของบอล กฤษณะ ขาโจ๋ขวัญใจอุ้ม ลักขณา จึงโดดเดี่ยว กลายเป็นต้องหลบฉาก หนีหน้าจากวงการราตรีไปอย่างไร้ร่องรอยแต่ที่สุดแล้วหลังตำรวจเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำซึ่งล้วนเป็นดาราดังอาทิ อุ้ม ลักขณา หมาก ปริญ แต้ว ณฐพร มิว นิษฐาบอล กฤษณะ ก็โผล่เข้ามอบตัวในฐานะผู้ต้องหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส คดีนี้สร้างความเกรียวกราวให้กับสังคมไทยมากโดยเฉพาะคอบันเทิงที่รู้สึกหมั่นไส้บอล กฤษณะ เป็นทุนอยู่แล้ว ผลของการเสนอข่าวยังกระเพื่อมถึงบรรดาโรงแรม ผับ บาร์ที่กระทำผิดกฎหมาย เฉพาะร้านมารินสกาย “ต้นเรื่อง-ยำลูกนายพล”เจ้าของตัดสินใจรื้อทิ้งทันทีหลังเกิดเรื่องขึ้น

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ใครสวยกว่า? “สกอร์เปียน คิก” ของ “มคิตาร์ยาน” หรือ “ชีรูด์”

วัดกันช็อตต่อช็อต ลูกดีดส้นหางแมงป่องของใครเจ๋งกว่ากัน ระหว่างลีลาของ “เฮนริกห์ มคิตาร์ยาน” กับ “โอลิวิเยร์ ชีรูด์” ที่สร้างความฮือฮาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันคือปลายปี 59 ต้นปี 60

“สกอร์เปียน คิก” ของ “มคิตาร์ยาน” หรือ “ชีรูด์”

“สกอร์เปียน คิก” กลายเป็นลีลาทำประตูที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงท้ายปี 2559 และ ต้นปี 2560 เริ่มต้นด้วยลีลาดีดส้นของ เฮนริกห์ มคิตาร์ยาน เพลย์เมกเกอร์ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกม “บ็อกซิง เดย์” กับ ซันเดอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ในนาทีที่ 86 กับลีลาดีดส้นในวันขึ้นปีใหม่ 2560 ของ โอลิวิเยร์ ชีรูด์ ศูนย์หน้าทีมชาติฝรั่งเศสของอาร์เซนอล ประตูแรกของอาร์เซนอล ในนาทีที่ 17 เกมเปิดบ้านเอาชนะ คริสตัล พาเลซ

ทั้ง “มคิตาร์ยาน” และ “ชีรูด์” ต่างเปิดเผยว่าเป็นหนึ่งในประตูที่ดีที่สุดในชีวิตตัวเอง

“แน่นอนคือประตูที่เยี่ยมที่สุดในชีวิตที่เคยยิงได้ ผมตื่นเต้นมากอย่างแรกที่ทำคือมองไปที่ผู้กำกับเส้นพอไม่ยกธงล้ำหน้าจึงฉลองทันที ตอนแรกคิดว่าบอลจะพุ่งมาข้างหน้า ดังนั้น จึงจะเห็นว่าตัวผมถลำไป เมื่อเป็นเช่นนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้คือดีดลูกส้นและมันเป็นประตู” เพลย์เมกเกอร์ของผีแดง กล่าว

“ผมคิดว่ามันเป็นประตูหนึ่งของผมที่ดีสุด อเล็กซิส เปิดย้อนหลังเล็กน้อย ผมพยายามเล่นด้วยส้นเท้า ผมโชคดีเหลือเกิน มันวิเศษมากสำหรับผม และสโมสร” หัวหอกวัย 30 ปีของเดอะ กันเนอร์ส เผย

แล้วคุณล่ะคิดว่า “สกอร์เปียน คิก” ของใครสวยกว่ากัน?

สกอร์เปียน คิกของ “มิคกี” มคิตาร์ยาน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2559

สกอร์เปียน คิกของ “โอลิวิเยร์ ชีรูด์”

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ประชาชนเริ่มทยอยกลับ กทม.อยุธยารถแน่นทั้งสายเอเชีย-พหลโยธิน

พระนครศรีอยุธยา – ประชาชน และนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพมหานครกันแล้ว หลังจากกลับไปฉลองเทศกาลปีใหม่ยังภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ และอีสาน ส่งผลการจราจรบนถนนสายเอเชีย พหลโยธิน รถมีปริมาณมาก คาดค่ำนี้หนักแน่

นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพมหานครกันแล้ว หลังจากกลับไปฉลองเทศกาลปีใหม่

เมื่อเวลา 07.30 น.วันนี้ (2 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจราจรบนถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานคร ช่วงผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลักกิโลเมตรที่ 14 ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าประชาชนบางส่วนเริ่มทอยเดินทางกลับจากการท่องเที่ยว และเดินทางกลับจากภูมิลำเนา หลังจากกลับไปท่องเที่ยว และฉลองเทศกาลปีใหม่ 2560 กันแล้ว ทำให้ปริมาณรถมากจนเต็มช่องการจราจร 4 ช่องทาง สลับหยุดนิ่งบางช่วงที่ช่วงทางแยกเข้าปั๊มน้ำมัน เนื่องจากมีรถยนต์เลี้ยวเข้าออก ทำให้รถยนต์ชะลอตัว ทั้งนี้ ประชาชนเลือกที่จะเดินทางกลับล่วงหน้าก่อนที่จะหมดวันหยุดเพื่อเลี่ยงสภาพการจราจรที่จะติดขัด

นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพมหานครกันแล้ว หลังจากกลับไปฉลองเทศกาลปีใหม่

ส่วนถนนพหลโยธิน เส้นทางมุ่งสู่ภาคอีสานผ่านอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การจราจรมีปริมาณรถจำนวนมากเช่นกัน คาดว่าในช่วงเย็นวันนี้ปริมาณรถจะเพิ่มมากขึ้นอีก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้เตรียมแผนรองรับด้วยการเปิดช่องการจราจรพิเศษในจุดที่ปริมาณรถหนาแน่นแล้ว

นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพมหานครกันแล้ว หลังจากกลับไปฉลองเทศกาลปีใหม่

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

นักท่องเที่ยวฝ่าลมหนาวขึ้นผามออีแดง ชมตะวันขึ้น 3 แผ่นดินคึกคัก

นักท่องเที่ยวฝ่าลมหนาวขึ้นผามออีแดง ชมตะวันขึ้น 3 แผ่นดินคึกคัก
นักท่องเที่ยวฝ่าลมหนาวขึ้นผามออีแดง ชมตะวันขึ้น 3 แผ่นดินคึกคัก

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 2 ม.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของนักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันจอดเป็นแถวยาวเหยียดกว่า 3 กม.เพื่อรอที่จะซื้อบัตรค่าธรรมเนียมและจ่ายค่ายานพาหนะ

โดยในวันนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนทั้งสิ้น 14,237 คน สามารถเก็บค่าธรรมเนียมได้จำนวนทั้งสิ้น 617,990 บาท เพื่อที่จะขึ้นไปชมความสวยงามของตะวันขึ้น 3 แผ่นดินคือ ลาว กัมพูชา และไทย

เมื่อขึ้นไปที่บริเวณผามออีแดง ปรากฏว่ามีกระแสลมหนาวเย็นยะเยือกพัดมาจากเขตกัมพูชาหรือที่เรียกว่า เขมรต่ำ เข้ามาที่บริเวณผาอีแดง ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างพากันสวมเสื้อผ้ากันหนาวและวัยรุ่นหนุ่มสาวหลายคนได้นำเอาผ้าห่มกันหนาวมาห่มกันหนาวรวมกลุ่มกันเพื่อรอที่จะชมตะวันขึ้น 3 แผ่นดินอย่างคึกคักมาก

นักท่องเที่ยวฝ่าลมหนาวขึ้นผามออีแดง ชมตะวันขึ้น 3 แผ่นดินคึกคัก

และเมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมา นักท่องเที่ยวต่างพากันนำเอากล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพเก็บความสวยงามไว้เป็นที่ระลึก ขณะเดียวกันมีเจ้าหน้าที่ของเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารนำเอาข้าวต้มและกาแฟมาให้บริการนักท่องเที่ยวเพื่อคลายความหนาวเย็นอย่างเต็มที่

นายศักดิ์สิทธิ์ พลทรัพย์ศิริ หน.เขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ปีนี้ มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมผามออีแดงเพื่อรับพลังจากตะวัน 3 แผ่นดินคึกคักมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา และนักท่องเที่ยวทุกคนได้ให้ความร่วมมือในการรักษาความสะอาดบริเวณเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเป็นอย่างดียิ่ง ซึ่งตนได้ให้เจ้าหน้าที่เขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารทุกคนคอยอำนวยความสะดวกและร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตชด.และทหารพราน ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

ที่มา ข่าวสดออนไลน์