คดีทายาทกระทิงแดง”ที่แท้ก็มีตำรวจเอี่ยวนี้เอง สอบแล้วเป็นขบวนตั้งแต่ล่างขึ้นบน

คดีทายาทกระทิงแดง“ที่แท้ก็มีตำรวจเอี่ยวนี้เอง สอบแล้วเป็นขบวนตั้งแต่ล่างขึ้นบน โอ้ย!!โลกนี้อยู่ง่าย ถ้ามีเงิน

คดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง

พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกรณีการแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน ที่เกี่ยวข้องในคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง ผู้ต้องหาขับรถยนต์สปอร์ตเฟอร์รารี่ชนดาบตำรวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 3กันยายน 2555 ว่า ทางตำรวจได้สรุปสำนวนแล้ว พบว่ามีตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดี ตั้งแต่ระดับพนักงานสอบสวน จนถึงผู้ควบคุมงานสอบสวน จำนวน 10 นาย จึงได้ส่งสำนวนให้คณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. พิจารณาเพื่อชี้มูลความผิดแล้ว

เปิดปาก ม.1รัวเพียง6หมัด ลาออกย้ายไปเรียน’กศน.’ 

ม.1 หมัดโหดต่อยรองผอ.สาหัส เปิดปากรับโมโหไม่คิดหน้าคิดหลัง ลั่นถูกตบหน้าก่อน สวนกลับ 6 หมัดไม่ใช่ 20  วอนเห็นใจได้อธิบายความจริง เจ้าตัวระบุ ออกจากรร.ย้ายไปกศน

ม.1รัวเพียง6หมัด ลาออกย้ายไปเรียน'กศน.' 
เรียกว่าถูกกระแสก่นด่าโจมตีอย่างหนัก กรณีนักเรียนชั้นม.1 อายุ 15 ปี รร.ชื่อดัง จ.สุรินทร์ รัวหมัดเข้าที่ใบหน้ารอง ผอ.ฝ่ายปกครอง อายุ 59 ปี กว่า 20 หมัดจนอาการของรองผอ.ทรุดหนัก ต้องเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากมีเลือดคั่งในสมองและจดจำญาติไม่ได้ อีกทั้งยังทำตัวเป็นมาเฟีย ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับเด็ก ทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่จะถึงขั้นสาหัสหรือไม่ ต้องรอแพย์รับรองอีกครั้ง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 18 ก.ค. น.ส.ปีใหม่ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี หลานสาวรองผอ.คนดังกล่าว เปิดเผยอาการล่าสุด ว่า แพทย์ได้รับรองว่าอาการสาหัสจริง โดยอาการขณะนี้มักจะพูดวนซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งอาจเป็นเพราะฤทธิ์ของยา และทราบข่าวด้วยว่าเด็กได้ลาออกไปเรียนต่อการศึกษานอกระบบ อีกทั้งทางครอบครัวไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายแต่อย่างใด และอยากให้เด็กสำนึกในความผิดเสียบ้าง 

ด้านนักเรียนคนดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ผมไม่ได้หนีเรียน เข้าเรียนทุกชั่วโมง งานส่งทุกวิชา แต่นี่ผมไมได้ผิดอะไรเลย ผมแค่เดินไปส่งเพื่อนที่รองเรียก แล้วรองมีอคติกับผม เลยเรียกผมไปด้วย เลยโดนกับเพื่อนครับ แล้วรองก็ทำโทษให้เก็บขยะ ผมไม่ได้เก็บ รองเดินมาหาผม เห็นผมตัวใหญ่ที่สุด เลยเรียกผมไปถามว่าได้เก็บขยะมั้ย ผมก็บอกว่าไม่ รองก็ตบหน้า รองจะเตะด้วย แต่รองหยุดขาทัน แล้วก็มีหมัดมาใส่หน้าผม อยู่ๆมาให้เรียกผู้ปกครองไป ผมเลยทนไม่ได้ตอนนี้แหละครับ ผมเลยลุกต่อยคืน 6 หมัด ที่ผมทนไม่ได้คือ โดนทำแบบนึ้หลายรอบเกินไปครับ ฟังผมบ้างก็ได้น่ะครับ”

“ตอนผมต่อย ก็ต่อยกลับมาโดนแถวตาผม 1 หมัดครับ แต่ไม่ค่อยแรง ผมโมโหทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังครับพี่ คือที่ผมออกมาอธิบายช้า เพราะพ่อแม่ผมไม่ไห้ไปตอบครับ พี่จะยอมให้ผมโดนว่าทั้งที่ผมจะไม่อธิบายเลยเหรอครับ จะไม่ให้ผมอธิบายให้คนที่มาด่ามาว่าผม ไม่ให้รู้เลยเหรอครับ ผมออกจากโรงเรียนแล้วครับ เรียนต่อที่ กศน. ครับ” นักเรียนคนดังกล่าว ระบุ

ทั้งนี้ความคืบหน้าด้านคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับเด็กทำร้ายร่างกายผู้อื่นสาหัส หลังแพทย์ลงความเห็นว่าบาดเจ็บสาหัส การดำเนินการในส่วนสหวิชาชีพได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำตัวเด็กไปที่สถานพินิจ และผู้ปกครองสามารถที่จะสามารถประกันตัวออกมาได้และไปรายงานตัวที่สถานพินิจกำหนดซึ่งอยู่ที่ดุลพินิจของศาลต่อไป

ที่มา เดลินิวน์ออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นร.โหดรัว20หมัดใส่รองผอ. เลือดคั่งในสมองต้องผ่าตัด

แทงไม่ยั้งเลือดสาดหน้าลิฟท์ สังเวยศพ’แม่บ้าน ตึกดัง !

สยอง คนร้ายก่อเหตุโหด บุกแทง “แม่บ้านสาว” อาคารเอไอเอ สำนักงานใหญ่ ดับสยองจมกองเลือดหน้าลิฟท์ พยานระบุ มือมีดเป็นคนส่งของ ผมสกินเฮด-เจาะหู แถมใช้รถไฟฟ้าใต้ดินหนี…
คนร้ายก่อเหตุโหด บุกแทง "แม่บ้านสาว" อาคารเอไอเอ

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. พ.ต.ท.ศุภชัย หาญคำหล้า รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ห้วยขวางรับ รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต ภายในชั้น 27 อาคารเอไอเอ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ท ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต สมพงษ์  ชิงดวง รอง ผบช. น.  พ.ต.อ นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 แพทย์ รพ.รามาธิบดี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิป่อเต๊กตึ๋ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 32 ชั้นของบริษัทเอไอเอ แคปปิตอลท์ เซนเตอร์ ที่ชั้น 27 ของอาคารซึ่งบริษัทปูนซีเมนท์แห่งประเทศไทย (SCG) มาเช่าชั้นดังกล่าวไว้ ตรงหน้าประตูลิฟต์ขนของพบศพ น.ส.ศิลาณี ระดมสุข ชาว จ.ราชบุรี สภาพศพนอนหงายใส่เสื้อคอกลมสีแดงมีเสื้อคลุมสีดำทับอีกชั้นหนึ่ง สวมกางเกงยีนขายาวสีดำ รองเท้าแตะ มีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมจำนวนหลายแผลที่ลำคอ หน้าอกและแผ่นหลัง ขณะที่ตามทางเดินของชั้นยังพบรอยเลือดหยดเป็นจุดๆ ทั้งนี้ทาง รปภ.ของอาคารไม่อนุญาตให้สื่อเก็บภาพแต่อย่างใด ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคารนั้น ต้องใช้บัตรพนักงานสแกนกับเครื่องประตูที่กั้นถึงจะเปิดให้เข้าไปได้

จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ให้การว่า ผู้ตายทำงานเป็นแม่บ้านโดยถูกจ้างมาจากบริษัทภายนอก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องสงสัยเป็นชายผมสกินเฮด ใส่เสื้อโปโลสีดำ กางเกงยีน สะพายกระเป๋าสีน้ำตาล เจาะหู อายุประมาณ 35 ปี มีอาชีพมาส่งของภายในอาคารดังกล่าว ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องสงสัยกับผู้ตายมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันที่หน้าลิฟต์ขนของ มีการผลักอก จากนั้นผู้ต้องสงสัยได้ดันกล้องวงจรปิดหน้าลิฟต์ให้หันไปทางอื่น จากนั้นก็กระหน่ำแทงผู้ตายแล้ววิ่งเข้าไปล้างมือภายในห้องน้ำ ก่อนจะลงมาที่ชั้นล่างหลบหนีไป โดยเสื้อยังเปื้อนเลือดบางส่วน ต่อมาทราบว่าผู้ต้องสงสัยได้หนีไปลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ สำหรับมูลเหตุจูงใจน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว อย่างเช่น เรื่องชู้สาว แต่ยังไม่ฟันธงลงไป แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การชิงทรัพย์ เนื่องจากทรัพย์สินของผู้ตายยังคงอยู่กับตัว ทั้งนี้คนร้ายได้เข้าไปล้างมือในห้องน้ำ พอลงจากอาคารไม่มี รปภ.คนใดสังเกตเห็นความผิดปกติ

ขอบคุณภาพจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง…
ที่มา เดลินิวส์ออนไลน

เซ็กซ์โจ๋งครึ่มกลางวันแสกๆในมหา’ลัย เพื่อนนศ.สุดทนถ่ายคลิปประจาน (มีคลิป)

เว็บไซต์ เมโทร ของอังกฤษเผยแพร่ คลิปวิดีโอสุดฉาวโฉ่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยบลันเกร์นา นครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เผยให้เห็นหนุ่มสาวกำลังมีเพศสัมพันธ์บริเวณหน้าห้องสมุดตอนกลางวันแสกๆ

โดยในคลิปนั้น นักศึกษาชายที่บันทึกคลิปนี้ได้แสดงออกว่า สุดทนกับพฤติกรรมอันเสื่อมทราม ถึงกับทำหน้าสะอิดสะเอียนใส่กล้องด้วย

เซ็กซ์โจ๋งครึ่มกลางวันแสกๆในมหา'ลัย เพื่อนนศ.สุดทนถ่ายคลิปประจาน

ที่มา มติชนออนไลน์

สุดสยอง! ชมคลิป ‘เดมบา บา’ ดวงแตก ขาหักสองท่อน

ชมคลิปสุดสยอง! เดมบา บา อดีตหัวหอก “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ขาหักสองท่อนขณะลงเล่นให้กับสโมสรเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ในศึกไชนีส ซุปเปอร์ลีก ที่ประเทศจีนเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 17 ก.ค. ว่า เดมบา บา อดีตดาวยิงของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โชคร้ายประสบอุบัติเหตุขาหักสองท่อนขณะลงเล่นให้กับสโมสรเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ในศึกไชนีส ซุปเปอร์ลีก ที่ประเทศจีน เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา

'เดมบา บา' ดวงแตก ขาหักสองท่อน

เหตุการณ์สยองขวัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 64 ขณะที่ เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ทีมของเดมบา บา กำลังตามหลัง เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี อยู่ 0-1 โดยอดีตหัวหอกทีมชาติเซเนกัลรายนี้กำลังสปรินท์ตามบอลไปอย่างรวดเร็วแต่กลับโดน ซุน เซียง ปราการหลังกัปตันทีมของเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี วิ่งเข้ามากระแทกจากด้านหลัง ก่อนที่ทั้งคู่จะเสียหลักและขาของ เดมบา บา ไปโดนขาของคู่กรณีเกี่ยวตอนล้มก่อนจะหักเป็นสองท่อนแบบสุดสยอง

เกมดังกล่าวต้องชะงักไปนานกว่า 8 นาที โดยทีมแพทย์ของเจ้าถิ่นต้องวิ่งกรูเข้ามาปฐมพยาบาลแข้งรายนี้เบื้องต้นก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ซึ่งเกมกลับมาแข่งขันกันต่อผลปรากฏว่า เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว มาได้สองประตูในช่วงท้ายเกมจาก ยุนดิง เคา และ เฟรดี กัวริน อดีตกองกลางของอินเตอร์ มิลาน มายิงจุดโทษในช่วงทดเจ็บทำให้เจ้าถิ่นพลิกกลับมาเอาชนะ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี แบบหวุดหวิด 2-1

อย่างไรก็ตามถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของทีม เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว เนื่องจาก เดมบา บา กำลังอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงลงเล่นให้กับทีม 18 นัดยิงไป 14 ประตูขึ้นนำเป็นดาวซัลโวของทีมอยู่ในเวลานี้ ซึ่งคาดกันว่าฤดูกาลนี้ของดาวเตะวัย 31 ปีนั้นได้จบลงแล้ว

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

ลากไส้แฉ!! ชาวเน็ตขุดประวัติพันเอกสัสดี กร่างใส่ชาวบ้านยะลา พบเคยถูกย้ายเพราะทำแบบนี้มาแล้ว??

ลากไส้แฉ!! ชาวเน็ตขุดประวัติ พันเอกสัสดี กร่างใส่ชาวบ้านยะลา พบเคยถูกย้ายเพราะทำแบบนี้มาแล้ว??

ลากไส้แฉ!! ชาวเน็ตขุดประวัติพันเอกสัสดี กร่างใส่ชาวบ้านยะลา

นางสาวโสภิดา สุดสงวน และ สิบตำรวจโทสราวุฒิ ลักษณาวิบูลย์กูล สองสามีภรรยา เจ้าของร้าน ซึ่งอยู่ร่วมในเหตุการณ์วันดังกล่าว ได้เล่าให้ฟังว่า “สัสดี คนดังกล่าว ได้มาวนเวียนอยู่ที่ร้าน ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.59 โดยได้มาเดินวนเวียนไปมา และมองน้องสาวที่อยู่ภายในร้าน ก่อนที่จะชวนพูดคุยสอบถามว่า ทำงานอยู่ที่นี้เหรอ ไม่กลัวหรืออย่างไร

หลังจากนั้น วันที่ 15 ก.ค.59 ช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า สัสดี คนดังกล่าวก็มาอีกครั้งโดยครั้งนี้ สวมเครื่องแบบเต็มยศ มาพูดคุยโอ้อวดจะฝากงานให้น้องสาวทำเป็นทหารหญิง ได้ทำงานสบายนั่งห้องแอร์ ซึ่งเคยฝากมาแล้วหลายคน พอถูกเจ้าของร้านถามกลับว่าจะจีบน้องสาวหนูเหรอ? ก็บอกว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องจีบใคร ระดับตัวเองมีแต่สาวอยากเข้าหา ตั้งแต่หนุ่มถึงตอนนี้มีเมียมาไม่ต่ำกว่า 200 คนแล้ว จากนั้นก็แสดงความไม่พอใจหาว่าเจ้าของร้านพูดแขวะ ไม่ให้เกียรติตนเอง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ และสืบประวัติ ทหารยศพันเอก คนดังกล่าว ก็ทราบว่า ได้ย้ายมาจากจังหวัดชุมพร ด้วยปัญหาในลักษณะเดียวกัน อีกทั้งชอบทำตัวโอ้อวด สร้างภาพ ชอบที่จะแจกนามบัตรให้กับหญิงสาวที่ดูดี ตามอย่างที่คุยโอ้อวดว่ามาผู้หญิงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 200 คน ทั้งนี้กรณีดังกล่าวทางกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าทราบเรื่องแล้ว และสั่งให้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงด่วน รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ขอบคุณที่มาจาก : แนวหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โซเชียลแพร่ภาพ นายพันหนุ่ม ข่มขู่อุ้มสาวเจ้าของร้านขายเสื้อผ้า
โซเชียลแพร่ภาพ นายพันหนุ่ม ข่มขู่อุ้มสาวเจ้าของร้านขายเสื้อผ้า

จำคุก 2 ปี ชดใช้ 2 ล้าน! นศ.สาวเมาขับ ชนนักปั่นตาย 3 ศพดอยสะเก็ด

ศาลจังหวัดเชียงใหม่ พิพากษาคดีเมาขับ นศ.สาวเที่ยวกลับเช้าพุ่งชนขบวนนักปั่นจักรยาน มีผู้เสียชีวิต 3 ศพที่ อ.ดอยสะเก็ด เมื่อเดือนพ.ค.58 ให้จำคุก 4 ปี สารภาพลดเหลือ 2 ปี ไม่รอลงอาญา ชดใช้เงินกว่า 2 ล้าน โจทก์เตรียมยื่นอุทธรณ์..   

จำคุก 2 ปี ชดใช้ 2 ล้าน! นศ.สาวเมาขับ ชนนักปั่นตาย 3 ศพดอยสะเก็ด

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 31 พ.ค.59 ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ผู้พิพากษาได้ออกบัลลังก์พิจารณาคดี ดำที่ 2952/2558 พนักงานอัยการและทายาทเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสาวภัทร์ชุดา จายเรือน นักศึกษาสาว สถาบันมีชื่อในตัวเมืองเชียงใหม่ หลังจากที่ ได้เมาสุราแล้วขับรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน ขย 9417 เชียงใหม่กลับจากไปเที่ยวผับกับเพื่อน ชนขบวนจักรยาน 2 ล้อ ชมรมจักรยานเสือสันทราย ขณะขับขี่เกาะกลุ่มออกกำลังกายกันมาตามถนนสายเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด จนเป็นเหตุให้ มีคนเสียชีวิตคาที่ 3 ราย ประกอบด้วย นายพงษ์เทพ คำแก้ว อายุ 41 ปี นายสมาน กันธา อายุ 63 ปี นายชัยรัตน์ ย่องลั่น อายุ 65 ปี เมื่อเช้าวันที่ 3 พ.ค.58 ที่ผ่านมา โดยมีทายาทผู้เสียชีวิต ชมรมเมาไม่ขับ และชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ กว่า 30 คนเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษา รวมทั้งนางสาวภัทร์ชุดา จำเลย พร้อมกับญาติและทนายความ ได้เดินทางมาตามที่ศาลนัดในครั้งนี้

ศาลได้ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษากว่า 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นนายพิริยะ สีหะกุรัง ทนายความฝ่ายโจทก์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษา หลังจากที่อัยการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นโจทก์ร่วมกับทายาทผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย ยื่น ฟ้องนางสาวภัทร์ชุดา จำเลย ในฐานความผิดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจตามประมาลกฎหมายอาญา มาตรา 291 มาตตรา 300 และมาตรา 390 และความผิด พระราชบัญญัติการจราจรทางบก 2522 มาตรา 403 อนุ 2 มาตรา 157 มาตรา 1607

ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐาน พบว่าจำเลยได้ขับรถขณะที่มึนเมาสุรา คือมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายวันเกิดเหตุ 67 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ที่กฎหมายกำหนด และแม้ว่าจำเลยจะเป็นนักศึกษา แต่จำเลยยังขับรถยนต์โดยประมาท ไม่อยู่ในช่องทางที่กฎหมายกำหนดไว้

ในชั้นสืบพยานจำเลย แม้ว่าบวชชีและขอขมาต่อญาติผู้เสียชีวิตและวางเงินบางส่วนให้กับทายาทผู้เสียชีวิต รวมถึงบริษัทประกันภัยรถยนต์ของจำเลย จะได้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับ ผู้ได้รับบาดเจ็บและทายาทผู้เสียชีวิตไปบางส่วนแล้วก็ตาม

ศาลเห็นว่าเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคม ศาลจึงไม่รอการลงโทษพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดข้างต้น เป็นเวลา 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือ 2 ปี และให้ยึดใบขับขี่จำเลย

ส่วนการฟ้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายของโจทก์ บางรายศาลพิพากษาไม่เหมือนกัน เช่นคำร้องของโจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ศาลยกคำร้อง แต่ของโจทก์ร่วมที่ 3 ศาลสั่งให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 1,720,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาทหมื่นบาท) และโจทก์ร่วมที่ 4-5 ศาลพิพากษาให้โจทย์ชดใช้ทางแพ่งเป็นเงิน 435,000 บาท (สี่แสนสามหมื่นห้าพันบาท)

ด้าน น.ส.ก้องกานต์ ย่องลั่น และ น.ส.นินทท์ ย่องลั่น ลูกสาวของนายชัยรัตน์ ย่องลั่น อายุ 65 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า วันนี้น้อมรับคำตัดสินของศาล แต่เห็นว่าจำเลยได้รับโทษน้อยไป และอยากจะฝากไปถึงผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับรถควรที่จะมีจิตสำนึกต่อส่วนรวมบ้าง

“คุณดื่มก็ดื่มได้ไม่มีใครห้าม ไม่ผิด แต่ขอให้คำนึงถึงคนบริสุทธิ์ ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกับคุณบ้าง เหมือนเช่นอย่างพ่อหนู ที่ไปปั่นรถจักรยานออกกำลังหาย กลับถูกคนเมาสุราขับรถพุ่งชนจนเสียชีวิต และสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป” น.ส.ก้องกานต์ กล่าว

ขณะที่นายกวิน ชุติมา กรรมการชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คดีนี้ ทางชมรมฯ ร่วมกับ มูลนิธิเมาไม่ขับ และ สสส. ได้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ คำพิพากษาที่ออกมา ทางเราเห็นว่าน่าจะมีโทษที่รุนแรงกว่านี้ เพื่อป้องปรามคนที่เมาสุราแล้วขับรถจะได้หลาบจำ ซึ่งทางชมรมฯและทายาทผู้เสียชีวิต จะมอบหมายให้ทนายความ ยื่นอุทธรณ์ต่อไป.

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

“วัน อยู่บำรุง”เดือดแทน “กาโม่” ลูกชายหลังแก๊งวันพอยท์ท้าดวล เตือน “อย่ารังแกลูกผม”

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในสังคมออนไลน์ มีการพูดถึงกรณีการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายวัน อยู่บำรุง บุตรชายคนรองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ แก๊งวันพอยท์ชักจะใหญ่โตกันใหญ่แล้วนะ…”

ขณะที่ช่วงเช้าวันเดียวกัน เฟซบุ๊กของนายวันเฉลิม ได้โพสต์ภาพจากเฟซบุ๊กเด็กวัยรุ่นชายคนหนึ่งที่แสดงความไม่พอใจ และด่าบุตรชายของตน โดยระบุว่า “ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงทำตัวเป็นนักเลงกันจังเลย…ไอ้หนูเอ๊ย…ระวังพ่อแม่จะเดือดร้อนนะลูก ลูกผมไม่ใช่นักเลงแต่ถ้าใครมารังแกลูกผม #ผมไม่ยอม!!!” ส่งผลให้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กคนอื่นๆ ต่างมาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย โดยมากเป็นบอกให้ใจเย็นๆ

“วัน อยู่บำรุง”เดือดแทน “กาโม่”

สำหรับบุตรชายของนายวัน อยู่บำรุงนั้นคือ “กาโม่” นายอาชวิน อยู่บำรุง ซึ่งปัจจุบันศึกษาอยู่คณะศิลปศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนกลุ่มที่มีปัญหาคือ ไผ่ วันพอยท์ นั้นเป็นชื่อในวงการของ นายไผ่ ลิกค์ บุตรชายนายเรืองวิทย์ ลิกค์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พรรคไทยรักไทย ปี 2554

“วัน อยู่บำรุง”เดือดแทน “กาโม่”

ที่มา มติชนออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

เสียงแตก! ชาวเน็ตทั้งหนุน-ค้าน ไอเดียทำทางม้าลาย 3 มิติ ป้องอุบัติเหตุ

เป็นภาพที่ได้รับการแชร์อย่างมากในโลกออนไลน์ โพสต์โดยเพจ Anuban Uttaradit School เป็นภาพทางม้าลาย 3 มิติ ฝีมือของคุณครูสอนศิลปะภายในโรงเรียน หลังได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการให้ทำขึ้นมาเพื่อป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งทางม้าลาย 3 มิติดังกล่าว หากมองเผินๆ ทำให้เห็นภาพคล้ายกับว่ามีแท่งปูนยาวลอยอยู่เหนือผิวถนน เชื่อว่าหากผู้ขับขี่รถยนต์ขับผ่านก็จะชะลอหรือหยุดรถ เป็นการป้องกันอุบัติเหตุ

ชาวเน็ตทั้งหนุน-ค้าน ไอเดียทำทางม้าลาย 3 มิติ ป้องอุบัติเหตุ

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวแชร์ออกไป ปรากฎว่ามีความเห็นของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสองฝ่าย โดยฝ่ายสนับสนุนเห็นว่า อยากให้ทำทางม้าลายสามมิติทั่วประเทศไทย เพราะจะทำให้คนขับหยุดรถ เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน

ขณะที่ฝ่ายที่ตั้งคำถาม เห็นว่าคิดว่าจะทำให้คนขับรถตกใจ อาจทำให้การเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะชนท้ายเพิ่มมากขึ้น เพราะรถเบรคกะทันหันหรือหยุดรถเพื่อพิจารณา

ที่มา มติชนออนไลน์

‘พ่อค้าลอดช่อง ‘ชี้’ คนส่งใหม่ ไม่รู้จุดวาง-แป้งทำเกิดคราบ

นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ รุดเตือน “พ่อค้าลอดช่อง” หลังภาพลอดช่องในถังสีวางบนพื้นดูสกปรก ถูกแชร์ว่อนทั่วโซเชี่ยล เจ้าของพร้อมปฏิบัติตาม อ้างคนส่งของมาใหม่ไม่รู้จุดวางถัง ระบุคราบเหลืองเกิดจากแป้ง

'พ่อค้าลอดช่อง 'ชี้' คนส่งใหม่ ไม่รู้จุดวาง-แป้งทำเกิดคราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพขนมลอดช่องในถังสีทาบ้าน ที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ สร้างความตกใจและตื่นตระหนกให้กับผู้ที่ชื่นชอบขนมลอดช่องเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่เมื่อเห็นภาพจะระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า เห็นถึงความไม่สะอาดและไม่ถูกหลักอนามัย ซึ่งพุ่งเป้าไปที่พื้นที่วางถังค่อนข้างสกปรก ส่วนที่ขอบถังก็มีคราบติดอยู่เต็มไปหมด กระทั่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากมาย โดยระบุว่าต้นตอภาพมาจากในตลาดสดของนครหาดใหญ่

'พ่อค้าลอดช่อง 'ชี้' คนส่งใหม่ ไม่รู้จุดวาง-แป้งทำเกิดคราบ
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 31 พ.ค. นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเทศบาลนครหาดใหญ่ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบร้านลอดช่องดังกล่าว ภายในตลาดสดพลาซ่า 3 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ กระทั่งพบว่าร้านจำหน่ายขนมลอดช่องดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณฟุตปาธตรงข้ามโรงรับจำนำหาดใหญ่ มีลอดช่องทั้งแบบสีเขียวและสีขาวบรรจุอยู่ในถังสีจนเต็ม อีกทั้งถังสีก็ถูกวางอยู่บนโต๊ะอย่างดีแล้ว

'พ่อค้าลอดช่อง 'ชี้' คนส่งใหม่ ไม่รู้จุดวาง-แป้งทำเกิดคราบ

หลังจาก นายไพร เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เจ้าของร้านฟังเสร็จสิ้นก็เปิดเผยว่า ได้ตักเตือนผู้ประกอบการไปแล้วว่าให้หาบรรจุภัณฑ์ให้ถูกสุขอนามัยมากกว่านี้ และต้องมีฝาปิดที่มิดชิดถูกต้อง ป้องกันการปนเปื้อน หลังจากนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตอีกครั้งเพื่อแนะนำวิธีการที่ถูกต้องและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งทางเจ้าของร้านก็รับทราบและยืนยันว่าจะปฏิบัติตามทุกอย่าง เพราะเราไม่ได้สั่งห้ามขายแต่ต้องปฎิบัติให้ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเท่านั้น

ด้าน นายสมศักดิ์ เร็มศรีงาม พ่อค้าร้านลอดช่อง กล่าวว่า ตนรับลอดช่องมาจากโรงงานเพื่อใส่ถุงแบ่งขายต่อให้กับพ่อค้าแม่ค้า ปกติคนที่มาส่งจะนำลอดช่องใส่ในถังสี ก่อนจะเอามาวางบนโต๊ะ แต่วันที่มีคนมาถ่ายภาพไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์นั้น คนส่งปกติไม่ได้มาด้วยทำให้คนอื่นที่มาส่งแทนเข้าใจผิดคิดว่าต้องนำไปวางบนพื้น เลยเกิดภาพนั้นขึ้นมา ทำให้ดูแล้วไม่สะอาด ส่วนถังสีที่มีคราบเปื้อนนั้น เนื่องจากลอดช่องทำจากแป้งจึงเป็นที่มาในการทำให้เกิดคราบเหลืองติดขอบถัง พร้อมยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นและจะรีบแก้ไขปัญหาโดยหาภาชนะใส่อาหารที่ถูกต้องมาใส่แทนต่อไป

ที่มา : dailynews

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ชีวิตต้องสู้ เด็กชายวัย 8 ขวบ เป็นมือไม้ให้พ่อแขนพิการ เลี้ยงน้องวัย 2 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์เรื่องราวสุดรันทด โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก Tos Tanchai ได้โพสต์ภาพพ่อลูกคู่หนึ่งพร้อมระบุว่า “หนูต้องขาดเรียนมาช่วยพ่อเลี้ยงน้อง แม่ทิ้งหนูกับน้องพึ่งเกิดได้ 2 เดือน หนูชงนมเป็นครับ พ่อชงไม่ได้ไม่มีมือ บางทีหนูก็แอบกินบ้างครับ”

ชีวิตต้องสู้ เด็กชายวัย 8 ขวบ เป็นมือไม้ให้พ่อแขนพิการ เลี้ยงน้องวัย 2 เดือน

ทั้งนี้ ยังระบุอีกว่า ชายคนดังกล่าวคือ นายวังเวท สุระพาน หนุ่มพิการขาซ้าย วัย สี่สิบปี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 4 บ้านนาระยะ ตำบลภักดีชุมพล อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ต้องคอยสอนลูกชายวัย 8 ขวบ ให้รู้จักขั้นตอนในการชงนมผง เพื่อนำมาให้น้องสาววัย 2 เดือน ซึ่งเป็นลูกคนเล็กดื่มกิน แทนน้ำนมแม่ หลังจากที่นางสาวแกะ สุระพาน ซึ่งเป็นภรรยาคลอดลูกคนเล็กได้ประมาณ 5 วัน จากนั้นก็ได้หายตัวไปไม่กลับมาเยี่ยมลูกน้อยอีกเลย โดยได้ทิ้งลูกน้อยให้นายสังเวทน์ เลี้ยงเพียงลำพังทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ กลางวันทำงานรับจ้าง ฝากลูกไว้กับพ่อวัย 70 ปี โดยมีภรรยาคนแรกแต่เสียชีวิตไป เมื่อมีภรรยาคนที่สอง เมื่อคลอดลูกสาวได้ 5 วัน ก็ทิ้งไปอีก แต่ได้ลูกชายวัย 8 ขวบ คอยเป็นลูกมือ คอยดูแลชงนมให้น้อง

ผู้โพสต์เรื่องดังกล่าวยังได้ระบุว่า “ในวันนี้เด้กชายศรายุทธ ต้องหยุดเรียนเพื่อมาช่วยเลี้ยงน้อง เนื่องจากน้องมีอาการตัวร้อนและร้องให้งอแงตลอดเวลา ทั้งสองพ่อลูกจึงเดินทางมาจากอำเภอภักดีชุมพลระยะทางกว่า 150 กิโลเมตร เพื่อมาพบแพทย์ แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน แดดจัดจึงพากันแวะพักข้างหอประชุมศาลากลางจังหวัดชัยภูมิเพื่อหลบแดดไปก่อน จากนั้น ได้เดินเท้าต่อไปยังท่ารถเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา ยืนยันว่าถึงแม้ตนจะยากจน และไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็กอ่อน ตนก็จะพยายามสอบถามคนข้างบ้านที่มีลูกแล้วและจะไม่ยอมทิ้งลูกโดยเด็ดขาด หากจะตายก็พร้อมที่จะอดตายพร้อมกับลูกน้อยต่อไป”


ขอบคุณภาพ Tos Tanchai
ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

สองตี๋เกรียนตั้งโต๊ะกินมื้อค่ำบนรถไฟใต้ดิน ยอมรับ อยากดังเป็นเน็ตไอดอล!?

โลกโซเชียลของจีนรุมประณาม 2 โจ๋จอมเกรียนที่อยากจะโด่งดังเป็นที่รู้จักบนอินเทอร์เน็ต ถึงกับใช้วิธีหอบหิ้วอุปกรณ์และอาหารขึ้นไปตั้งโต๊ะนั่งกินบนพื้นรถไฟฟ้าใต้ดินกวางโจว ในชั่วโมงเร่งด่วน!!!

2_001

เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ (www.shanghaiist.com) รายงานว่า โลกโซเชียลแดนมังกรพากันแชร์ภาพสองหนุ่มวัยรุ่น ที่กำลังเพลิดเพลินไปกับอาหารมื้อค่ำเป็นถั่วลิสงและไข่ต้ม ภายในรถไฟใต้ดินกวางโจว โดยแทบจะทั้งหมด ล้วนแต่ตำหนิว่าเป็นพฤติกรรมที่น่าขยะแขยง เห็นแก่ตัว ไม่นึกถึงผู้โดยสารคนอื่นที่อยู่บนขบวนรถไฟด้วย

รายงานข่าวระบุว่า ทั้งคู่ถูกเจ้าหน้าที่มาพาตัวออกไปหลังจากเริ่มมื้อค่ำไปได้ไม่กี่นาที อย่างไรก็ตาม สองหนุ่มได้ให้เหตุผลที่ทำเช่นนี้ว่า “บอกตรงๆ เลยนะฮับ ผมแค่อยากดัง ขั้นตอนต่อไปคือ การทำให้ทุกคนรู้ว่าผมเป็นใคร”

เอิ่ม เอาที่สบายใจเลยตี๋…!?!?

อุบาทว์ได้อีก รับน้องใหม่ จงป้อนน้องกินฟักทองต้มบดแบบนี้??

#‎การรับน้องแบบผิดๆ‬ หรือไม่!?

@Adene Smitzer_[‪#‎เล่าว่า‬]: เปิดเจอรูปในเฟสบุ๊ค ขอบอกเลย พอสักทีเถ้อะ การรับน้องผิดๆแบบนี้ ชักจะไปกันใหญ่ เห็นแล้วขึ้น ถ้าเป็นลูกเป็นหลานคุณล้ะ คุณสนุกแล้วคนอื่นล้ะสนุกกับคุณมั้ย ‪#‎ขอไม่เอ๋ยนามโรงเรียนนี้‬

รับน้อง

ปล. ‪#‎โปรดใช้วิจารณญาณ‬ ~
ที่มา: @Adene Smitzer

Ahingsa Ritthiron

แปรงของใหม่ ใส่เต็มที่ก็แค่ฟักทองต้มบดป่าววะ อย่าเยอะ แต่จริงๆตอนกูเคยโดนกูก็อยากถามว่า อันนี้ทำเพื่ออะไรอ่ะ จนป่านนี้กูยังไม่รู้เลย

ชิโซกะ โดเรม่อน

จะแปรงใหม่หรือเก่าไม่สำคัญก่อนจะทำอะไรคิดสิครับ คิดถึงภาพลักษณ์ด้วยครับ สมมุติเราใช้แปรงใหม่แต่คนที่เค้ามองบางทีเค้าจะรู้กะมิงมั้ย เรียนมาโตมาขนาดนี้แล้วยังคิดไม่เป็น มิงกลับไปเรียนอนุบาลใหม่ไป กุว่าหัวมิงนี่คงมีเอาไว้ปลูกถั่วงอกซะละมั้ง

KingZzaa Sarawut Songliem

นี่คือวิธีการทำให้น้องรักและเคารพในปัจจุบันหรอครับ??หรือเอาสนุกเอาสะใจ บ่งบอกได้ใหมว่าการทำแบบนี้มันช่วยให้เกิดอะไร ???คนเรามันมีศักด์ศรีนะครับ บางทีไปเหยียดย่ำศักด์ศรีคนอื่นๆมากๆมันไม่ดีต่อตัวเองหรอก เป็นรุ่นพี่ก็ต้องรู้จักกาละเทศะในการดูแลรุ่นน้องด้วยนะครับ

ญิ๋ง ซิล’ลล

รับน้องนี่มันช่วยเชื่อมความสัมพันรุ่นพี่-กับรุ่นน้องอ่อ กูว่าไม่น่าจะใช่นะ พอจบกิจกรรม รุ่นพี่บางคนก็เกลียดขี้หน้ารุ่นน้องอยู่ดี ไม่เคยเจอกัน แต่อคติกับกู ไม่ชอบกู เออกูงง.
เรื่องมันนานมาล้ะๆ สมัยยังสาว

Noknok Puthanika

บางทีก้ต้องดูเจตนาด้วยไหมค่ะว่าต้องการจะสื่ออะไรทุกการกระทำมันต้องมีเหตุผลอยากสอนน้องไห้เปนยังไงล่ะแบบนี้ตอนยุปี1ก้เคยโดนรุ่นพี่รับน้องมาแบบนี้แต่พอเฉลยตอนท้ายว่าพี่ทำแบบนั้นเพราะว่าแน่นอนงานของเราสายวิชาชีพที่เราเรียนเราต้องเจอยุแล้วขี้เอยเลิอดเอยแผลบ้างล่ะเสมหะสิ่งปฏิกูลต่างๆนายังไงก้ได้สัมผัสคือพี่เขาสอนไห้เราอดทนไม่รังเกียจแค่เพียงเหนภายนอกของจิงหนักกว่านี้เวลาเจอสถานการณ์จะได้ทนได้จะได้ทำงานได้แค่นี้จบ แค่ความคิดเหนส่วนตัวนะ..

ที่มา: https://www.facebook.com/ceclip/photos/a.232848040169207.52213.221317851322226/1974017416052252/?type=3&theater
ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก––@Adene Smitzer /YouLike (คลิปเด็ด)

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ชายวัย 63 ตามง้อเมียเห็นภาพบาดใจ แทงชายใหม่ดับ เมียสาหัส ผูกคอตายหนีผิด

ชายวัย 63 ตามง้อเมียเห็นภาพบาดใจ แทงชายใหม่ดับ เมียสาหัส ผูกคอตายหนีผิด

ง้อเมียเห็นภาพบาดใจ

เมื่อเวลา 05.00 น. พ.ต.ท.นพดล พิมานศรีวิไล พนักงานสอบสวน สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายรายงาน พ.ต.อ.ไพรัช คุ้มล้วนล้อม ผกก.สภ.สารภี ตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นสวนลำไย บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 9 ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ พบศพนายคำ สุกิน อายุ 65 ปี สภาพเปลือยกาย ถูกแทง 2 แผล และมีบาดแผลถูกไฟไหม้ ที่เกิดเหตุมีทรัพย์สินถูกไฟไหม้ส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ ในระหว่างเกิดเหตุมี น.ส.เสาร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ถูกทำร้ายในที่เกิดเหตุด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลสารภี แล้วส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ เพราะอาการสาหัส

สอบสวนทราบผู้ก่อเหตุ คือ นายวิชาญ บุญศิริ อายุ 63 ปี ซึ่งได้หนีความผิดผูกคอตายที่บริเวณบ้านเลขที่ 32/1 ม.6 ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ นายวิชาญ บุญศิริ มีบาดแผลที่ศีรษะ ส่งศพไปทำการชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จึงทราบว่าผู้ตายได้ก่อเหตุฆ่าผู้อื่นตาย ในเขตพื้นที่ อ.สารภี แล้วหลบหนีมายังที่บ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านภรรยาคนล่าสุด แต่ได้เลิกลากันไปก่อนหน้าประมาณ 1 เดือน และได้ผูกคอตาย เบื้องต้นทราบว่า นายวิชาญ ได้มาง้อขอคืนดีกับน.ส.เสาร์ แต่พบภาพบาดใจอยู่กับนายคำ จึงก่อเหตุฆ่าแล้วเผาดังกล่าวก่อนหนีความผิดไปผูกคอตาย

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

หนุ่มใหญ่ผู้ดีคลั่งสังหารโหดเมีย เผลอเรียกชื่อชายอื่นระหว่างเมคเลิฟ

ย้อนไปเมื่อ 13 เมษายน ค.ศ. 2010 ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เกิดคดีที่ Gary Higgs ชายวัย 44 ปี ฆาตรกรรม Joanne Kitchen หญิงวัย 44 ปี ที่เป็นแฟนของเขา

คลั่งสังหารโหดเมีย เผลอเรียกชื่อชายอื่นระหว่างเมคเลิฟ

หลังถูกตำรวจจับกุมเขายอมรับสารภาพ และให้การกับตำรวจว่าระหว่างที่เขาและเธอกำลังเริงลีลาบนเตียงอย่างเมามันส์ นั้น Joanne พูดขึ้นมาว่า “แรงอีก! Chris” จึงทำให้เขาตกใจและหยุดทันทีพร้อมกับความรู้สึกโมโหสุดขีดที่เธอเรียกชื่อ ชายอื่น ก่อนเดินไปหยิบมีดมาแทงหน้าอกของเธอ และใช้เชือกรัดคอเธอจนเสียชีวิต

ที่มา yaklai.com

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

สยอง! นักท่องเที่ยวถูกจระเข้งาบไปต่อหน้าเพื่อน ระหว่างลงเล่นน้ำทะเลกลางดึก

เว็บไซต์มิร์เรอร์ ของอังกฤษรายงานหญิงชาวออสเตรเลียวัย 46 ปีถูกจระเข้ลากตัวไป ขณะลงเล่นน้ำกับเพื่อนตอนกลางดึกที่ชายหาดธอร์นตัน ในอุทยานแห่งชาติเดนทรี รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย

นักท่องเที่ยวถูกจระเข้งาบไปต่อหน้าเพื่อน ระหว่างลงเล่นน้ำทะเลกลางดึก

รายงานข่าวระบุว่า หญิงออสซี่สองคนวัย 46 และ 47 ปี ได้ไปเดินเล่นที่ชายหาดธอร์นตัน เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 29 พ.ค. ก่อนจะตัดสินใจลงเล่นน้ำและจระเข้ได้พุ่งเข้าโจมตีหญิงรายหนึ่ง

รัสเซลล์ ปาร์กเกอร์ ตำรวจที่รับแจ้งเหตุ กล่าวว่า “หญิงวัย 47 ปีพยายามคว้าและช่วยดึงเพื่อนของเธอเข้าฝั่งแต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายร่างเธอก็จมน้ำหายไป เหตุเกิดเวลาประมาณ 22.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น และทั้งสองคนเป็นนักท่องเที่ยวมาจากที่อื่นไม่ใช่คนในท้องถิ่น จึงไม่รู้ว่าบริเวณดังกล่าวจระเข้ชุกชุม”

นักท่องเที่ยวถูกจระเข้งาบไปต่อหน้าเพื่อน ระหว่างลงเล่นน้ำทะเลกลางดึก

ปาร์กเกอร์ระบุอีกว่า หญิงที่รอดชีวิตยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่หน่วยกู้ภัยยังคงออกค้นหาหญิงผู้เคราะห์ร้ายต่อในวันจันทร์ที่ 30 พ.ค. แต่ยังไม่พบ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าเธอน่าจะเสียชีวิตแล้ว

นักท่องเที่ยวถูกจระเข้งาบไปต่อหน้าเพื่อน ระหว่างลงเล่นน้ำทะเลกลางดึก

ทั้งนี้ตอนแรกมีการระบุว่า เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเป็นนักท่องเที่ยวจากอังกฤษ แต่เมื่อตรวจสอบพบว่ามาจากรัฐนิวเซาธ์เวลส์

ด้านนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งกล่าวตำหนินักท่องเที่ยวที่ลงไปว่ายน้ำกลางดึก โดยระบุว่า “เมื่อคุณลงไปว่ายน้ำตอน 4 ทุ่ม คุณจะถูกจระเข้กินแน่”

ทีมา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

พบเบาะแส ลุงปั่น ขอทานเงินล้าน เจ้าหน้าที่เปิดบัญชีธนาคาร พระวัดดัง ใกล้ชิด

ขอทานเงินล้าน ที่เสียชีวิต ขณะที่การตามหาญาติยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีใครมาแสดงตนแม้แต่รายเดียว

 ลุงปั่น ขอทานเงินล้าน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ นส.ยิ้ม (สงวนชื่อ) เจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ใน จ.เชียงใหม่ ผู้รับเปิดบัญชีให้นายปั่น อโนมา อายุ 85 ปี ที่เสียชีวิตตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดโกรกกราก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

นส.ยิ้ม กล่าวว่า ตนเป็นผู้รับเปิดบัญชีให้ นายปั่น อโนมา จริง เมื่อ 2557 จำนวนเงิน 1.5 ล้านบาท ขณะนั้นตนทำงานอยู่ธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาสันป่าข่อย อยู่ ใกล้ๆ กับวัดชื่อดัง (ขอสงวนชื่อ) ใน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และตนทราบเพียงว่าวัดดังกล่าว เป็นที่พักของคุณลุงปั่น ตลอดระยะเวลานานหลายปีลุงปั่น หลังจากเปิดบัญชีกับตนลุงปั่น จะมาถอนเงินเอาเฉพาะดอกเบี้ยไปครั้งละ 2,000 – 3,000 เท่านั้น และให้ตนเรียกว่าพ่อ ตนก็เรียกพ่อปั่น บางครั้งตนก็ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ และบางครั้งลุงปั่น แกก็ซื้อข้าวเหนียวและแคปหมู และหมูปิ้งมาให้ตนด้วย ถือว่าสนิทสนมกันแบบลูกค้าของธนาคาร

นส.ยิ้ม เล่าอีกว่า พอต้นปี 2559 ตนย้ายที่ทำงานมาประจำอยู่อีกธนาคาร คนละสาขา ลุงปั่น ก็มาเที่ยวหาอยู่อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งครั้งหลังสุดที่ลุงปั่น จะเดินทางไปสมุทรสาครก่อนเสียชีวิต ตนก็ขับรถไปส่งที่สถานีรถไฟแต่ไม่ทัน ก็เลยไปส่งลงที่วัดชื่อดัง ที่ลุงปั่น อาศัยอยู่ จากนั้นก็มาทราบว่าลุงปั่น เสียชีวิตแล้วตามที่ “ข่าวสด” นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

นส.ยิ้ม กล่าวอีกว่า เรื่องส่วนตัวตนไม่ทราบเลย แต่ทราบเพียงว่าลุงอาศัยวัดดังกล่าว และบางครั้งลุงปั่น ใส่เสื้อผ้าใหม่มาให้ตนดูและบอกว่าลูกซื้อให้ และเท่าที่ลุงมาหาก็จะมาสอบถามเกี่ยวกับดอกเบี้ยและมาถอนเงินดอกเบี้ยที่ได้ไปเท่านั้น เพื่อนๆ ที่ทำงานจะเรียกลุงว่า คุณตาล้านห้า เพราะลุงแก นำเงินสดๆมาเปิดบัญชีที่นี่ที่เดียว 1.5 ล้านบาทครั้งเดียวที่เดียว ซึ่งตนเข้าใจว่าน่าจะเป็นเงินสะสมก้อนสุดท้ายของลุงที่หามาทั้งชีวิตแล้วนำมาฝากบัญชีไว้เท่านั้น

จากนั้นผู้สื่อข่าวตรวจสอบ ที่วัดชื่อดัง ย่าน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบรองเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง กล่าวว่า ตนมาอยู่ที่วัดนี้ได้ 8 ปี ก็พบนายปั่น มาอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว จะนอนอยู่กุฏิสงฆ์ ชั้น 2 ที่นอนลุงจะอยู่หน้าทีวี ลุงปั่น แกเล่าว่า ทำงานอยู่บางแคนอก ใกล้กับวัดโกรกกราก จะไปๆ มาๆ ระหว่างเชียงใหม่กับสมุทรสาคร สำหรับ จ.เชียงใหม่ นายปั่น จะมาช่วงเดือนมกราคม และบางครั้งอยู่ยาวถึงเมษายน คือสงกรานต์ หรือบางครั้งก็มาช่วงยี่เป็ง คือ ช่วงลอยกระทง จะเป็นเทศกาลสำคัญๆ เพื่อมาเที่ยว ซึ่งทางวัดไม่เคยพบญาติลุงปั่นเลย เคยได้ยินว่าลุงปั่น มีภรรยาหลายคน ซึ่งอยู่ไหนบ้างนั้นตนไม่ทราบ แต่รู้จากปากนายปั่น บอกว่าเคยมีแฟนอยู่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ คนหนึ่งเท่านั้น

ด้านพระวิฑูรย์ พระลูกวัดวัดชื่อดัง กล่าวว่า ตนอยู่ห้องติดกับที่นอนของลุงปั่น ตนทราบว่าลุงมีเงินฝากธนาคาร 1.5 ล้านบาท เพราะลุงเอาสมุดธนาคารให้ดู ซึ่งลุงปั่น ไม่มีอาชีพอยู่วัดก็เดินเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ แกชอบไปกินกาแฟโกแหน่ง ชอบไปตลาดสันป่าข่อย ไปกาดหลวง และครั้งสุดท้ายนี้ลุงปั่น ได้อาศัยอยู่ที่วัดอุปคุตนานกว่าปกติ อยู่หลายเดือนมาก ก่อนที่จะไปสมุทรสาครแล้วเสียชีวิต

“น้ำเสียงการพูดของลุงปั่น ทำนองคนเมืองเหนือ พูดชัดเจนมาก ซึ่งเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นคน อ.สันป่าตอง หรือ อ.จอมทอง ตามที่ลุงเคยบอกว่ามีครอบครัวอยู่ที่สันป่าตอง แต่ก็ไม่เคยมีญาติมาหาลุงเลยและลุงก็ไม่เคยพาญาติมาที่วัด เพราะอาตมามาอยู่ 7 ปีก็ไม่เห็นญาติลุง แม้แต่คนดียว ซึ่งลุงใช้ชีวิตอิสระ ประหยัด กินอาหารธรรมดาทั่วไป บางครั้งก็กินข้าววัด ซึ่งลุงปั่น จะรู้ประวัติของบุคคลสำคัญในเชียงใหม่หลายคนมากกว่าพระในวัดเสียอีก และรู้จักศิลปินล้านนาที่เป็นนักร้องได้หลายคนด้วย เวลาพูดถึงใครลุงปั่น จะรู้ไปหมด อย่างไรก็ตาม ก็ขอแสดงความเสียใจกับลุงปั่น ที่เสียชีวิตด้วย ” ระวิฑูรย์ กล่าว

พระวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า สำหรับที่นอนของลุงปั่น ที่เคยนอนหน้ากุฏิของตนนั้นขณะนี้ได้เก็บทำความสะอาดไปเรียบร้อยแล้ว และจากที่เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายติดตามหาญาติและโทรศัพท์มาหาตนนั้น เป็นเพราะก่อนที่ลุงปั่น จะไปสมุทรสาครแล้วเสียชีวิตนั้น ได้ทำบัตรประชาชนหาย เลยไปทำที่เทศบาลนครเชียงใหม่ และตนเป็นผู้ยืนยันในเอกสารราชการว่าลุงปั่นอยู่วัดนี้เอง ซึ่งตนไม่ได้เป็นบุตรหลานของลุงปัน แต่อย่างใด

ทีมา ข่าวสดออนไลน์

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ทั่วโลกทวงคืนความเป็นธรรมให้ ”ฮารัมเบ” กอริลลาที่ถูกยิงทิ้ง เพื่อช่วยชีวิตด.ช. 4 ขวบ

16_002
กลายเป็นข่าวสะเทือนใจไปทั่วโลก กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนสัตว์กลางเมืองซินซิเนติ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา โดยเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ต้องตัดสินใจ จบชีวิต ”ฮารัมเบ” ลิงกอริลลา เพศผู้ อายุ 17 ปี เนื่องจากเด็กชายวัยเพียง 4 ขวบ พลัดตกลงไปในกรงของมัน ซึ่งมีคนถ่ายคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวเอาไว้ได้

และทันทีที่เรื่องดังกล่าวถูกนำเสนอออกไป ก็มีผู้คน โดยเฉพาะในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นวงกว้าง และหนึ่งในความคิดเห็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ เหตุใด พ่อ และ แม่ ของเด็กชายคนดังกล่าว ถึงปล่อยให้ลูกตกลงไปในกรงดังกล่าวได้ และควรจะเป็นผู้ที่ร่วมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ จนกระทั่งเกิดเป็นแคมเปญขึ้นในเว็บ Change.org โดยเรียกร้องให้คืนความเป็นธรรมให้กับฮารัมเบ และจนถึงขณะนี้ พบว่ามีผู้เข้ามาร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญดังกล่าวถึง 54,524 รายชื่อ

14_001

ขณะที่ทางสวนสัตว์ระบุว่า สาเหตุที่ไม่ยิงยาสลบ อาจจะไม่ทันการณ์ เผลอๆจะทำให้กอริลล่าหงุดหงิดยิ่งขึ้น จนทำร้ายเด็กคนนี้ ซึ่งแม้เด็กจะยังไม่ถูกกอริลล่าทำร้าย แต่ก็อยู่ในภาวะเสี่ยงสูงมาก จึงต้องยิงเจ้ากอริลล่าทิ้งก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการสวนสัตว์ซินซิเนติคนนี้เปิดเผยว่า ได้สังหารกอริลลาในสวนสัตว์ของรัฐโอไฮโอจริง หลังจากมันลากเด็กชายอายุราว 4 ขวบรายหนึ่งที่มุดผ่านที่กั้นและตกลงไปในกรงกอริลลาที่มีความสูง 3.7 เมตรผอ.สวนสัตว์กล่าวว่า เด็กชายคนนี้ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง แต่ทีมตอบสนองต่ออันตรายของทางสวนสัตว์ ระบุว่า เด็กตกลงไปและอยู่กับกอริลลาเป็นเวลา 10 นาที ซึ่งกอริลลามีแนวโน้มว่าจะทำร้ายเด็ก จึงจำเป็นต้องถูกฆ่า ขณะที่เด็กชายมีอาการตื่นตกใจในขณะนำส่งโรงพยาบาล”

ที่มา siamupdate.com / nationtv.tv

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด! สวนสัตว์ตัดใจยิงกอริลลา นาทีเข้าอุ้มเด็กน้อยที่ตกลงไป
สลด! สวนสัตว์ตัดใจยิงกอริลลา นาทีเข้าอุ้มเด็กน้อยที่ตกลงไป

ด่วน!! เกิดไฟไหม้ที่ห้างเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ท่าน้ำนนทบุรี

เกิดไฟไหม้ที่ห้างเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ท่าน้ำนนทบุรี … เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดคลื่นลมแรงติดต่อกันช่วงหลายวันที่ผ่านมาทำให้แนวกำแพงกันคลื่นถนน เบื้องต้นยังไม่ทราบความเสียหาย และผู้ได้รับบาดเจ็บ…
15_001

ที่มา facebook khaosod /  ruk-yim.com

ฮือฮา!! กระเบนน้ำจืดยักษ์กลางโขง พรานล่าปลาไทยซื้อ 2 หมื่น ทำเมนูเด็ด

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครพนม ว่า ชาวประมงพื้นบ้านที่ออกล่าปลาในแม่น้ำโขงได้พบเห็นชาวลาวจับปลาประเบนน้ำจืดยักษ์ขนาดใหญ่ได้ที่บริเวณบ้านปากเป่ง ฝั่ง สปป.ลาว ตรงข้าม ต.ดงขวาง อ.เมือง ของฝั่งไทย จึงขอซื้อกลางแม่น้ำโขง มาแบ่งปันให้ชาวบ้านทำเมนูเด็ด หลังชาวบ้านทราบข่าวแห่มาดูเพราะเป็นปลาที่หายาก จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 114 บ.บัว หมู่ 3 ต.ดงขวาง พบนางอำ หีบปลา วัย 53 ปี และเพื่อนบ้านกำลังช่วยกันลำเลียงปลากระเบนน้ำจืดยักษ์ หรือปลาราหู หรือคนอีสานเรียก “ปลาผา” ลงจากเรือหาปลาขึ้นรถกระบะ เพื่อไปชั่งน้ำหนักที่ตาชั่งรับซื้อข้าวละแวกใกล้หมู่บ้าน พบว่ามีน้ำหนักมากถึง 240 กิโลกรัม มีเส้นผ่าศูนย์กลางวัดได้ 3 เมตร หางยาว 1 เมตร ได้เสียชีวิตแล้ว มีบาดแผลบอบซ้ำตามลำตัวหลายจุด ที่หางมีเลือดไหลออกซิบๆ

13_001

นางอำ กล่าวว่า ขณะออกเรือหาปลาที่กลางน้ำโขงช่วงรุ่งเช้า พบเรือประมงพื้นบ้านของชาวลาว 5-6 คน ได้จับปลากระเบนยักษ์ตัวนี้ได้ห่างตลิ่งฝั่งลาว 100 เมตร จึงตกลงขอซื้อจากชาวลาวคนดังกล่าวในราคากิโลกรัมละ 90 บาท เป็นเงิน 21,600 บาท เพื่อนำไปขายให้ชาวบ้านในฝั่งไทยอีกทอดในราคากิโลกรัมละ 100 บาท หลังชำแหละขายไม่ถึง 2 ชั่วโมง ปรากฏว่าหมดอย่างรวดเร็ว โดยชาวบ้านนำไปประกอบอาหารเมนูเด็ดได้หลายชนิด อาทิ แกงอ่อม ผัดเผ็ด หมกปลา และต้มยำ มีรสชาติอร่อย คล้ายกระดูกหมูอ่อน หลังรวมรวบเงินได้แล้วจึงจะนำไปให้ชาวประมงลาวที่จับปลาตัวนี้ได้ในภายหลัง
13_002

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ชาวประมงในพื้นที่ บ.ท่าค้อ หมู่ 6 ต.ท่าค้อ ได้เคยลากอวนจับปลาชนิดนี้ได้น้ำหนักตัวประมาณ 200 กิโลกรัมมาแล้ว จนสร้างความฮือฮาและแตกตื่นให้กับชาวบ้านในบริเวณนี้ทุกปี เนื่องจากเป็นปลาขนาดใหญ่ที่พบเห็นได้ยากโดยเฉพาะที่บริเวณ บ.ท่าค้อ มีระดับน้ำวนลึก ซึ่งชาวบ้านขนานนามว่า “ท่าปลาผา” ซึ่งมักจะจับได้ทุกปี เชื่อว่าเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์มีพันธุ์ปลาน้อยใหญ่ชุกชุม ชาวประมงกว่า 20 รายมีรายได้จากการจับปลาตกวันละ 1,500-2,000 บาทต่อวันเลยทีเดียว
13_003

ที่มา siamupdate.com

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว