‘เจ้เล้ง’เศรษฐินีพันล้านโต้มีหนุ่มรู้ใจคนใหม่-หลังหย่าสามี ยันแค่พนักงานในร้านที่เป็นเกย์

เจ้เล้ง’เศรษฐินีพันล้านโต้มีหนุ่มรู้ใจคนใหม่-หลังหย่าสามี ยันแค่พนักงานในร้านที่เป็นเกย์

เจ้เล้ง

หลังจาก “เจ้เล้ง น.ส.อารยา ลาภชีวะสิทธิฉัตร” เจ้าของเจ้เล้ง ดอนเมือง อาณาจักรสินค้าจากต่างประเทศที่ใครๆ รู้จักดี ประกาศหย่ากับสามี โดยยอมจ่ายเงินมากถึง 700 ล้านบาท แต่ช่วงหลังกับมีข่าวลือและภาพระหว่างเจ๊เล้งกับหนุ่มหน้าตาดีไปไหนมาไหนด้วยกัน แถมยังคอยถือกระเป๋าให้ จึงเป็นกระแสข่าวลือว่าเป็นคนรู้ใจคนใหม่ของเจ้เล้งหรือไม่

เจ้เล้ง2

ล่าสุด “เจ้เล้ง น.ส.อารยา” เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ถึงเรื่องนี้ว่า นับตั้งแต่หย่ากับอดีตสามีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เวลานี้ไปไหนมาไหนผู้คนส่วนมากมักจะคิดและมองด้วยสายตาแปลกๆ คงคิดว่าตนมีผู้ชายคนใหม่หรือมีสามีใหม่แล้ว เพราะเวลาไปไหนมาไหนจะไปกับชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งอยู่ตลอด และเป็นคนถือกระเป๋าให้ จึงอยากชี้แจงว่าไม่ใช่อย่างที่บางคนคิด เพราะผู้ชายคนนี้เป็นพนักงานของบริษัท ทำหน้าที่เป็นครีเอทีฟและเป็นเกย์ อีกทั้งเป็นเลขาฯส่วนตัวด้วย ไม่ใช่ผู้ชายคนใหม่แต่อย่างใด

“ผู้ชายที่ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นพนักงานในร้านและเป็นเกย์ ที่ต้องพูดเพราะไม่อยากให้คนเข้าใจผิดเพราะอาจจะเห็นถ่ายรูปด้วยกัน ขอให้คนที่คอมเมนท์เรื่องนี้อย่าเข้าใจผิด เจ้อายุขนาดนี้แก่แล้ว ไม่สนใจเรื่องพวกนี้”

นอกจากนี้ที่ผ่านมายังมีนายทหารที่อายุน้อยกว่าตน และผู้ชายบางคนเข้ามาหาและพูดจาทำนองชู้สาว ทำให้รู้สึกรำคาญ จึงต้องตัดบทและบอกไปว่าเป็นคนที่ไม่ชอบผู้ชายที่อายุเด็กกว่า และไม่ต้องการมีสามีใหม่อีกแล้ว อยู่คนเดียวสบายใจกว่า จะเน้นเรื่องค้าขายเรื่องทำมาหากินดีกว่า

ที่มา khaosod.co.th

“เอกกี้” ของขึ้นพิธีกรกะเทยวิจารณ์แก่ ซัดดูหนังหน้าตัวเองบ้าง

เอกกี้” ของขึ้น! ถูกพิธีกรกะเทยกับพิธีกรหญิงคู่วิจารณ์ทั้งขี้เหร่สุดในวง “ยูเอชที” แถมแก่อีกต่างหาก เจ้าตัวซัดคนพูดหัดดูหนังหน้าตัวเองบ้าง บอกถ้าเกลียดกันก็ไม่ต้องพูดถึง ถามวิจารณ์เพื่อให้ได้อะไร

"เอกกี้" ของขึ้นพิธีกรกะเทยวิจารณ์แก่ ซัดดูหนังหน้าตัวเองบ้าง

ทำเอาพิธีกรดังอดีตนักร้องวงยูเอชที อย่าง เอกกี้ “เอกกี้ เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์” ถึงกับของขึ้นทีเดียวหลังถูกพิธีกรประเภทสองและพิธีกรหญิงคู่ในรายการบันเทิงรายการหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เจ้าตัวได้มีโอกาสแต่งเป็นหญิงเต็มตัวเดินแบบในทำนองที่ว่าหน้าตาก็ไม่ดี แถมยังดูแก่อีกต่างหาก

โดยเรื่องดังกล่าวก็ทำเอาอดีตสมาชิกบอยแบนด์ชื่อดังต้องโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวซัดแหลกอีกฝ่ายว่าก่อนจะด่าคนอื่นนั้นก็หัดดูหนังหน้าตัวเองบ้าง และถ้าเกลียดกันก็ไม่ต้องพูดถึงก็ได้ แต่ถ้าการพูดถึงคนอื่นแบแบบเสียๆ หายๆ แล้วทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นตนก็จะขออโหสิให้

งงมาก !! เต๋า มายาแชลแนล และผู้หญิงที่ทำรายการคู่กัน วิธีการนำเสนข่าวทำไมต้องมีท่าทางกระแนะกระแหนพี่ เรามานั่งคิดนะว่าเราไม่เคยพูดถึงเค้าในแง่ไม่ดีเลย คือก็ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวด้วย ไม่เคยให้ร้ายเค้าทั้งสอง

1. มีพูดถึง Uht ในเนื้อข่าว “นางก็บอกว่าเอกกี้หรา นางหน้าตาแย่ที่สุดในวงไง เอกกี้อ่า “ แล้วก็หัวเราะกันไปมา ( หน้าตาแย่สุดไม่เถียง เพราะแล้วแต่มุมมอง แต่ที่รู้สึกคือ หน้ากรูดีกว่ามรึงมากค่ะอีเต๋า ) การที่จะด่าคนอื่นได้ช่วยดูที่หนังหน้าตัวเองก่อนว่าดีกว่าชั้นหรือเปล่า

2. นี่ๆ นางดูแก่ขึ้นมากกนะ แก่เลย 5555 โถๆๆๆ ชั้น 43 แล้ว จะอะไรกันนักหนา โบท๊อกซ์ ฟิลเล่อร์ ตรูไม่เอา ไม่ฉีดเหมือนหล่อน ไม่ทำตา ทำหน้าเหมือนหล่อน ถามจริงๆเหอะ การนำเสนอข่าวแบบนี้มันทำให้ชีวิตเธอดีขึ้นใช่ป่าว ? ต้องแรง ต้องเมาท์คนอื่นในทางเสียหาย แบบคิดเอง เออเอง ถ้าชีวิตเธอดีขึ้นชั้นจะอโหสิให้นะ เพราะชีวิตของชั้นที่ดีอยู่แล้วก็จะได้ดีขึ้นอีก แล้วน้องผู้หญิงที่เป็นพิธีกรคู่อ่ะ หนูๆๆ หน้าตาก็ดีนะ ไม่น่าทำงานกับคน negative thinking แบบเต๋าได้นะ งงมาก !!! ถ้าไม่ชอบกัน เกลียดกันก็ไม่ต้องพูดถึงพี่ก็ได้ อย่าคิดว่าจะเมาท์จะด่าใครก็ได้นะเต๋า เธอมีเพื่อนที่จริงใจกับเธอมะ ถ้าคิดจะทำงานในวงการ จะนำเสนออะไรแต่แรงๆ คิดลบๆ เมาท์สนุกปากตัวเองไม่คำนึงถึงคนอื่น จะทำให้เธอมีงานเลี้ยงตัวเอง พ่อแม่ได้ไปตลอดหรา จริงๆ แล้วทำแบบมีคุณภาพก็ได้ เมาท์น่ารักๆ อยู่ได้นานกว่าอีกนะเต๋า ที่สำคัญไม่มีใครเค้าว่าหรอก

ที่มา manager.co.th

ไม่ได้ปล่อยทิ้งขว้าง! เส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ผอ.รพ. เล่าวินาทีเด็กชายรอรักษาจนตาย

ไม่ได้ปล่อยทิ้งขว้าง! เส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ผอ.รพ. เล่าวินาทีเด็กชายรอรักษาจนตาย ผอ.รพ.พระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี แจงเหตุเด็กชายรอแพทย์นานจนเสียชีวิต เพราะเส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก เผยทางรพ.ไม่ได้ทิ้งขว้าง แพทย์วินิจฉัยดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ล่าสุดทางญาติเด็กชายไม่ติดใจเอาความ พร้อมเล่าวินาทีที่น้องเข้ามารับการรักษาโดยละเอียด…

ไม่ได้ปล่อยทิ้งขว้าง! เส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ผอ.รพ. เล่าวินาทีเด็กชายรอรักษาจนตาย

นายแพทย์สาธิต รัตนศรีทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี กล่าวกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า ตอนที่เด็กชายเสียชีวิต ทางแพทย์ได้เรียนให้ทางญาติ 2 ท่านที่มาเฝ้าดูอาการทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กชายเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า เด็กชายเสียชีวิตจากเส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ซึ่งโรคดังกล่าว เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก และเป็นโรคที่มีความรุนแรงอย่างมากไม่ได้ปล่อยทิ้งขว้าง! เส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ผอ.รพ. เล่าวินาทีเด็กชายรอรักษาจนตาย

ไม่ได้ปล่อยทิ้งขว้าง! เส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ผอ.รพ. เล่าวินาทีเด็กชายรอรักษาจนตาย

“หากจะกล่าวให้เห็นภาพก็คือ ท่อน้ำประปาขนาดใหญ่แตก น้ำก็จะทะลักออกมาพลั่กๆ เลย แต่นี่คือเส้นเลือดใหญ่แตก และมีเลือดทะลักออกมา” นายแพทย์สาธิต อธิบาย

“โดยญาติของเด็กชายทั้งสองท่าน ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะว่าโรคนี้เป็นโรคที่ค่อนข้างรุนแรง และด้วยศักยภาพทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ไม่สามารถผ่าตัดเปิดทรวงอก เพื่อเปลี่ยนเส้นเลือดได้ และในขณะที่เด็กชายอยู่กับเรา ทางแพทย์ของโรงพยาบาลวินิจฉัยจนทราบแล้วว่า น้องปวดท้องเนื่องมาจากสาเหตุใด ทางโรงพยาบาลจึงรีบประสานไปยังโรงพยาบาลราชบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่สามารถทำการผ่าตัดให้แก่น้องได้” นายแพทย์สาธิต กล่าว

รอจนตาย-3ผู้อำนวยการ รพ.พระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี กล่าวต่ออีกว่า เด็กชายเดินทางเข้ามาที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี เวลาประมาณ 13.30 น. และเสียชีวิตลงในเวลา 16.30 น. ในระหว่างที่ประสานกับทางโรงพยาบาลราชบุรี ถือว่า ณ เวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก เพียงแค่ไม่กี่นาที ซึ่ง ณ ตอนนั้น ทางโรงพยาบาลได้ทราบแล้วว่า เด็กชายไม่ได้ปวดท้องเพราะเป็นโรคกระเพาะ แต่เป็นเพราะเส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก

“พอน้องเข้ามาถึง ในเวลา 13.30 น. แพทย์ก็ตรวจวินิจฉัยเด็กชายทันที จากนั้นเอกซเรย์ประมาณ 14.00 น. ประมาณเวลาใกล้ๆ 15.00 น. เด็กชายก็เป็นลมหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่จึงพาตัวคนไข้เข้ามาที่ห้องฉุกเฉิน พร้อมกับให้น้ำเกลือ และเมื่อผลเอกซเรย์ออกมา แพทย์ก็เริ่มสงสัยแล้วว่าอาการของน้องไม่ใช่โรคกระเพาะ แพทย์จึงทำการเช็กอาการของน้องอีกครั้ง ด้วยการส่งตรวจด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ จนได้ผลคอมพิวเตอร์ออกมาในเวลา 15.30 น. จากนั้น เรารู้ทันทีเลยว่า เส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกของน้องแตก ซึ่งเราไม่สามารถทำการรักษาได้ ทางเราจึงประสานกับทางโรงพยาบาลราชบุรี เพื่อส่งตัวน้อง แต่น้องดันมาเสียชีวิตเสียก่อน” ผู้อำนวยการรพ.พระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี เล่าโดยละเอียด

หากแพทย์วินิจฉัยได้เร็ว เด็กชายผู้นี้จะยังมีโอกาสรอดหรือไม่? ผู้สื่อข่าวซักถาม ผอ.รพ.พระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี

“เราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ถึงได้รู้ว่า เส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกของเด็กชายแตก ก็ถือว่าเร็วแล้วนะครับ ไม่ได้ล่าช้าอะไรครับ เพราะโรคประเภทนี้ วินิจฉัยธรรมดาจะไม่สามารถตรวจพบได้ ต้องส่งตรวจด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์จึงจะพบถึงสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งแพทย์ของเราก็สงสัยว่า น้องอาจไม่ได้เป็นแค่โรคกระเพาะ และทางเราได้ทำการดูแลรักษาอยู่ตลอด ไม่ได้ปล่อยทิ้งขว้าง” ผู้อำนวยการรพ.พระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ตอบข้อซักถาม

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์สาธิต ชี้แจงเพิ่มเติมว่า รายละเอียดในส่วนอื่นๆ ต้องรอให้ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้แถลงต่อไป.

ที่มา ไทยรัฐ

ป่วย “โรคซึมเศร้า” ฆ่าตัวตาย ไม่ใช่จิตใจอ่อนแอ แต่เพราะสารสื่อประสาท

ป่วย “โรคซึมเศร้า” ฆ่าตัวตาย ไม่ใช่จิตใจอ่อนแอ แต่เพราะสารสื่อประสาท ชี้วิจารณ์ไม่คิด เพิ่มเสี่ยง “กลุ่มอ่อนไหว” จบชีวิต

 ป่วย “โรคซึมเศร้า” ฆ่าตัวตาย ไม่ใช่จิตใจอ่อนแอ แต่เพราะสารสื่อประสาท

กรมสุขภาพจิต ห่วงคนไทยยังไม่เข้าใจ “โรคซึมเศร้า” ย้ำป่วยแล้วฆ่าตัวตาย ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะสารสื่อประสาททำงานผิดปกติ จนบังคับความคิดตนเองไม่ได้ เผย รักษาให้หายได้ คนรอบข้างต้องช่วยเหลือ ชี้ วิจารณ์เรื่องฆ่าตัวตาย – โรคซึมเศร้า เสี่ยงกระทบกลุ่มอ่อนไหวเปราะบาง

จากกรณี “ดีเจพล่ากุ้ง” เขียนข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงความคิดเห็นต่อการเสียชีวิตของ “เชสเตอร์ เบนนิงตัน” นักร้องนำแห่งวง Linkin Park สะท้อนถึงความไม่เข้าใจของคนเป็นโรคซึมเศร้า

วันนี้ (21 ก.ค.) น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตาย โดยองค์การอนามัยโลกได้ประมาณการว่า ประชากรมากกว่า 300 ล้านคน เป็นโรคซึมเศร้า หากไม่ได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกต้องนานเป็นเดือน เรื้อรังเป็นปี จะกลับเป็นซ้ำได้บ่อย หากอาการซึมเศร้ารุนแรง อาจจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่า สำหรับประเทศไทย พบผู้ป่วยโรคนี้ 1.5 ล้านคน อุปสรรคสำคัญหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยเข้าไม่ถึงบริการ คือ ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความตระหนัก และไม่เข้าใจถึงความสูญเสียที่เกิดจากการป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ตลอดจนมีอคติต่อผู้ป่วย มองเป็นความขี้เกียจ อ่อนแอ ซึ่งในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น

“โรคซึมเศร้า เป็นความเจ็บป่วย พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ สาเหตุมาจากสารสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปกติ ซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น การหลั่งฮอร์โมน การหลั่งสารสื่อประสาทผิดปกติ หรือ ปัจจัยภายนอก เช่น ความผิดหวัง ความสูญเสีย ความเครียด เมื่อปัจจัยเหล่านี้มารวมกัน ทำให้คนๆ นั้น เกิดภาวะซึมเศร้าได้ ความคิด ทัศนคติ การตัดสินใจ การมองโลก ทุกสิ่งทุกอย่างจึงเปลี่ยนแปลงไป โดยที่ไม่สามารถบังคับความคิดของตัวเองได้ เพราะสารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ ต่อให้จิตใจเข้มแข็งสักเท่าไรก็ตาม ดังนั้น คนที่จากไปไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้มแข็ง แต่เป็นเพราะเขาเจ็บป่วย อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ สิ่งจำเป็นที่สุด คือ การดูแลด้วยความตั้งใจและอดทน จากเพื่อน ครอบครัว และ คนใกล้ชิด ที่จะช่วยให้อาการซึมเศร้าหายเร็วขึ้น การพูดคุยกับคนที่เราไว้ใจจะเป็นก้าวแรกในการฟื้นคืนจากโรคซึมเศร้า” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า สัญญาณบอกเหตุของโรคซึมเศร้า มี 9 ข้อ ได้แก่ 1. ซึมเศร้า ท้อแท้ เบื่อไม่อยากทำอะไร 2. ขาดความสนใจสิ่งรอบข้าง 3. ไม่มีสมาธิ 4. อ่อนเพลีย 5. เชื่องช้า 6. รับประทานอาหารมากขึ้น หรือน้อยลง 7. นอนมากขึ้น หรือน้อยลง 8. ตำหนิตัวเอง และ 9. พยายามฆ่าตัวตาย หากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการ ข้อ 1 หรือ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง ร่วมกับอาการในข้อ 3 – 9 อย่างน้อย 5 อาการ ติดต่อกันนาน 2 สัปดาห์ ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคซึมเศร้า หากพบเห็น อย่าประมาท ควรพูดคุยกับเขา หรืออาจแนะนำให้เขาไปพบจิตแพทย์ ซึ่งควรเปลี่ยนทัศนคติที่ว่า ที่ไปพบจิตแพทย์ คือ คนเป็นบ้า เพราะการมีอคติเช่นนี้ จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยไม่กล้าไปพบแพทย์ ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและสุดท้ายจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย

น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า การแสดงความเห็น หรือ วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหรือโรคซึมเศร้า โดยไม่ได้คิดก่อนว่าจะกระทบกับผู้ใดหรือไม่นั้น อาจส่งผลกระทบกับผู้ที่มีปัญหาอยู่เดิม หรือ กลุ่มคนที่อ่อนไหว มีความเปราะบางทางจิตใจ ที่อาจคิดว่า อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์และตัดสินใจจบชีวิตในลักษณะเดียวกันได้ โรคซึมเศร้าจึงเป็นประเด็นทางสาธารณสุข ที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และมาตรการหนึ่งที่สำคัญที่ภาคประชาสังคมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ได้ คือ ร่วมกันรณรงค์สร้างความตระหนักเพื่อลดอคติและตราบาป และเพิ่มการเข้าถึงการรักษาทางจิตเวช เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องภาวะซึมเศร้าและอาการของโรค และรู้วิธีพื้นฐานในการรับมือและให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น

ที่มา manager.co.th

สะเทือนใจ! เด็กชายปวดท้องหนัก รพ.ให้รอนาน จนเส้นเลือดในกะเพาะแตก ช็อกดับ

โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ เด็กชายปวดท้องหนัก โรงพยาบาลให้รอนาน จนเส้นเลือดในกะเพาะแตก ช็อกดับ

อุทาหรณ์ เด็กชายปวดท้องหนัก โรงพยาบาลให้รอนาน จนเส้นเลือดในกะเพาะแตก ช็อกดับ

วันนี้(22 ก.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ถูกถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Nu-sajee Kornrawee ซึ่งได้มีการแชร์คลิปและภาพเด็กชายรายหนึ่งปวดท้องเตรียมเข้าพบแพทย์ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเด็กชายรายดังกล่าวมีอาการปวดท้องอย่างหนัก พร้อมข้อความบอกเล่า ระบุว่า

“ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ อย่าให้ 1 ชีวิต ต้องเสียไป กับคำว่า “รอ” บันทึกความทรงจำ ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น น้องปวดท้องมาก มากจนต้องส่งตัวฉุกเฉินจาก รพ.ชะอำ ไป รพ.พระจอมเกล้า เพชรบุรี ตั้งแต่เช้า ไปถึงพยาบาลบอกให้ รอ รอ รอ รอ รอ ทั้งๆ ที่น้อง ปวดมาก จนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ปวดทรมานมาก อีกทั้งหน้าก็บวมจากเดิมมากๆ ก็ยังบอก รอ รอ รอ รอ รอ นานมากๆ จนน้องช็อก ล้มลงไป ช็อก น๊อก แล้วทำ CPR จนรู้สึกตัว ถึงได้เข้าตรวจ เข้าเอ็กซเรย์ ได้เข้าฉีดสี เข้าเครื่องคอม จนรู้ว่าเส้นเลือดใหญ่ในกระเพาะแตก แล้วออกมา ได้ภาพถ่าย 2 นิ้ว เป็นรูปสุดท้าย

หลังจากนั้น น็อค อีก 1 ครั้ง และได้ปั้มหัวใจ แต่ครั้งนี้น้องไม่กลับมาแล้ว เพราะคำว่า “รอ” คำเดียวเท่านั้น ลองนึกดูนะ ถ้าน้องได้ตรวจได้เช็คตั้งแต่น้องมาถึง รพ. ก็อาจจะช่วยชีวิตน้องไว้ได้ ขอฝากถึง หมอ พยาบาล และโรงพยาบาล คุณเห็นอาการน้องแบบนี้แล้ว คุณน่าจะเห็นถึงความผิดปกติแล้วนะ อย่าคิดว่าน้องยังเด็ก น้องเป็นเด็ก อาจจะปวดไปเอง อดทนไม่ไหว ปวดท้องธรรมดารึป่าว ที่น้องปวด น้องทรมานมากจริงๆ และส่งตัวไปแบบฉุกเฉิน แต่ทำไมถึงยังต้องรอ ขอไว้เป็นอุทาหรณ์ สำหรับใครหลายๆ คนด้วยค่ะ อย่าให้ใครต้องมาเสียชีวิต กับคำว่า รอ”

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์โรงพยาบาลดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีบางส่วนมองว่า ผมอยากให้ทุกคนใจเย็นๆครับ อย่าพึ่งรีบตัดสินหรือโทษใคร อยากให้ทุกคนเปิดใจกว้างๆ รับฟังเรื่องราวข้อเท็จจริงจากโรงพยาบาลให้แน่ชัด ซึ่งเรื่องดังกล่าวยังต้องรอการพิสูจน์ต่อไป

 

ที่มา Nu-sajee Kornrawee / mthai

คนละชั้น! นันยางโพสต์แตะช้างดาวคู่ละ99 ชาวเน็ตเทียบชั้นหลุยส์ วิตตองคู่ละหมื่นกว่า

คนละชั้น! นันยางโพสต์แตะช้างดาวคู่ละ99 ชาวเน็ตเทียบชั้นหลุยส์ วิตตองคู่ละหมื่นกว่า

คนละชั้น! นันยางโพสต์แตะช้างดาวคู่ละ99 ชาวเน็ตเทียบชั้นหลุยส์ วิตตองคู่ละหมื่นกว่า

หลังกลายเป็นประเด็นที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์หนักในโลกโซเชี่ยล เมื่อเพจ My Console Game โพสต์ภาพรองเท้าแตะหูคีบสีฟ้าของหลุยส์ วิตตองที่วางขายในประเทศไทย ราคาเบาๆอยู่ที่ 16,700 บาท โดยระบุด้วยว่า “ลอยเลย ถ้าซื้อใส่ ยืนหัวเราะกลางร้านเลย ดาวเทียมชัดๆ”

คนละชั้น! นันยางโพสต์แตะช้างดาวคู่ละ99 ชาวเน็ตเทียบชั้นหลุยส์ วิตตองคู่ละหมื่นกว่า

คนละชั้น! นันยางโพสต์แตะช้างดาวคู่ละ99 ชาวเน็ตเทียบชั้นหลุยส์ วิตตองคู่ละหมื่นกว่า

โดยมีชาวเน็ตต่างตกตะลึงในราคารองเท้าคู่นี้ เพราะเป็นรองเท้าแตะ แต่มีราคาหมื่นกว่าบาท พร้อมนำมาเปรียบเทียบกับรองเท้าแตะช้างดาวของไทยด้วย

นันยาง คนละชั้น! นันยางโพสต์แตะช้างดาวคู่ละ99 ชาวเน็ตเทียบชั้นหลุยส์ วิตตองคู่ละหมื่นกว่า

ล่าสุดเพจ นันยาง Nanyang ได้โพสต์ภาพรองเท้าเตะช้างดาว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของนันยาง พร้อมระบุว่า “ก็เรานั้นมันคนละชั้น จะทำเช่นไรให้มองเห็นกัน..” #คนละชั้น #ช้างดาว #ChangDaoStyle

คนละชั้น! นันยางโพสต์แตะช้างดาวคู่ละ99 ชาวเน็ตเทียบชั้นหลุยส์ วิตตองคู่ละหมื่นกว่า

ทำให้มีชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์และนำราคารองเท้าช้างดาวที่ติดราคาขายคู่ละ 99 บาท กับรองเท้าแตะ หลุยส์ วิตตองราคาเบาๆอยู่ที่ 16,700 บาท มาเปรียบเทียบกัน โดยรองเท้าทั้ง 2 คู่มีลักษณะคล้ายกันมาก

ที่มา  khaosod.co.th

จีนสั่งห้าม “จัสติน บีเบอร์” เปิดการแสดง อ้างพฤติกรรมแย่ แต่ไม่บอกว่าอะไร

จีนสั่งห้าม “จัสติน บีเบอร์” เปิดการแสดง อ้างพฤติกรรมแย่ แต่ไม่บอกว่าอะไร

จีนสั่งห้าม “จัสติน บีเบอร์” เปิดการแสดง อ้างพฤติกรรมแย่ แต่ไม่บอกว่าอะไร https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_449013

บีบีซีรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค. สำนักงานวัฒนธรรมจีน ประจำกรุงปักกิ่ง แถลงคำสั่งไม่อนุญาตให้จัสติน บีเบอร์ นักร้องหนุ่มชาวแคนาดาขวัญใจสาวๆ ทั่วโลกเข้าไปเปิดการแสดงในประเทศจีน เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่ดีในหลายๆ เหตุการณ์


ที่มา Reuters

“แม้จัสติน บีเบอร์ เป็นนักร้องที่มีพรสวรรค์ แต่ก็เป็นนักร้องต่างชาติรุ่นใหม่ที่อื้อฉาว เราหวังว่าเมื่อเขามีวุฒิภาวะแล้วจะปรับปรุงคำพูดและการกระทำ เป็นนักร้องขวัญใจประชาชนได้อย่างแท้จริง” แถลงการณ์ระบุ แต่ไม่ชี้ชัดว่าพฤติกรรมอันเป็นปัญหาคืออะไร ทั้งที่เมื่อปี 2556 ก็เคยอนุญาตให้จัสตินเข้าไปเปิดการแสดงมาแล้ว

จัสติน บีเบอร์

Canadian singer Justin Bieber performing on stage at the AccorHotels Arena in Paris. . / AFP PHOTO

ก่อนหน้านี้ นักร้องนักแสดงชาติตะวันตกที่จีนสั่งแบน ส่วนใหญ่เป็นเพราะแสดงจุดยืนทางการเมืองที่จีนไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะคนที่เคารพนับถือองค์ทะไลลามะ หรือเอนเอียงไปทางไต้หวัน แทบไม่มีปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมอื้อฉาว

จัสติน บีเบอร์FILE PHOTO – Canadian pop singer Justin Bieber REUTERS

สำหรับจัสติน บีเบอร์ มีข้อสังเกตเล็กน้อยว่า สร้างความผิดหวังให้แฟนๆ จีนทางโซเชียลมีเดีย เมื่อปี 2557 เพราะโพสต์รูปตัวเองเดินทางไปศาลเจ้ายาสึกุนิ ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น อันเป็นสถานที่ที่ชาวเกาหลีใต้และจีนมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการให้ท้ายจักรวรรดินิยม ช่วงที่กองทัพญี่ปุ่นรุกรานชาติเพื่อนบ้าน

จัสติน บีเบอร์

สำหรับคอนเสิร์ตของจัสตินในเอเชีย ส่วนหนึ่งในเวิลด์ทัวร์ จะมีเดือนกันยายน เริ่มจากญี่ปุ่น ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

วันเดียวกันที่มาเลเซีย กระทรวงสื่อสารประกาศคำสั่งห้ามสื่อของรัฐแพร่ภาพและกระจายเสียงเพลง Despacito เพลงดังของหลุยส์ ฟอนซี นักร้องชาวเปอร์โตริโก ซึ่งขึ้นแท่นเป็นเพลงที่มีผู้เข้าฟังด้วยการสตรีมมากที่สุดตลอดกาลจากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ เนื่องจากมีเนื้อหาอนาจาร ไม่เหมาะสำหรับเยาวชน และขัดต่อหลักปฏิบัติของมุสลิม

ทั้งนี้ เพลงเดสปาซิโต มีจำนวนผู้ฟังผ่านรูปแบบสตรีมมิ่งจากเว็บไซต์ต่างๆ มากถึง 4,600 ล้านครั้งในช่วงเวลาเพียง 6 เดือน

ที่มา khaosod.co.th

ดรามาซะงั้น! ผกก. “กอล์ฟ ธัญญ์วาริน” จวก “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” เหยียดคนดูละครทางโทรศัพท์

ดรามาซะงั้น! ผกก. “กอล์ฟ ธัญญ์วาริน” จวก “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” เหยียดคนดูละครทางโทรศัพท์ ด้าน “ตุ๊กกี้” กดไลก์เห็นด้วย

ที่มาคลิป NineEntertain Official

ดรามาซะงั้น! ผกก. “กอล์ฟ ธัญญ์วาริน” จวก “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” เหยียดคนดูละครทางโทรศัพท์

เป็นประเด็นดรามาร้อนแรงขึ้นมาทันที หลังจากที่ผู้กำกับ “กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์” โพสต์ถาม “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” ผู้กำกับละครยอดเยี่ยม รางวัลนาฎราช ครั้งที่ 8 จากละครสุดฮอต “นาคี” ที่กวาดรางวัลจากเวทีนี้ไปเต็มไม้เต็มมือถึง 10 รางวัล หลังจากที่อีกฝ่ายพูดประโยคโดนใจคนทำทีวีว่า “ผมยังอยากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้กำกับละครโทรทัศน์ไม่ได้อยากที่จะเป็นผู้กำกับละครโทรศัพท์” โดยฝ่ายกอล์ฟได้โพสต์ภาพดังกล่าวพร้อมแคปชั่นว่า “คุณพี่เขาเป็นอะไรอ่ะ ทำไมต้องเหยียดคนอื่นด้วยอ่า #มีรางวัลในมือพูดอะไรก็ได้งั้นเหรอ #ทุกวันนี้คนเค้าดูโทรศัพท์กันทั่วโลกนะพี่ #นี่ก็ดูนาคีทางมือถือนะพี่ #พี่ไปอยู่ไหนมา # หรือพี่ไม่ใช่โทรศัพท์” ซึ่งแฟนคลับก็พากันถามกลับรัวๆ ว่า ประโยคไหนที่บอกว่าเหยียด อคติไปหรือเปล่า แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้แต่ตลกสาว “ตุ๊กกี้ ชิงร้อย” สุดารัตน์ บุตรพรม ยังมากดไลก์ประโยคดังกล่าวซะด้วย

อย่างไรก็ตาม อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ได้เผยความรู้สึกระหว่างรับรางวัลละครยอดเยี่ยมบนเวทีนาฎราช โดยเผยว่า “รางวัลนี้เปรียบเสมือนแสงเทียนเล่มเล็กๆ ที่ส่องสว่าง ท่ามกลางแสงริบหรี่ของจอโทรทัศน์ วันนี้คนดูโทรทัศน์น้อยลงๆ เนาะ เราจะสู้ต่อไป เป็นกำลังใจสำหรับรางวัลนี้ให้กับคนโทรทัศน์ทั้งหลาย เราจะสู้ ผมไม่อยากเดินขึ้นมาบนเวทีนี้ ในฐานะผู้กำกับละครโทรศัพท์ยอดเยี่ยมหรอกครับ ขอบคุณครับ”

พงษ์พัฒน์

ที่มา manager.co.th

อุทาหรณ์ หนุ่มลาวดับ ฟังเพลงก่อนนอนขณะชาร์จโทรศัพท์มือถือ

จันทบุรี – หนุ่มชาวลาววัย 22 ปี นอนชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือฟังเพลง ถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตบนที่นอนภายในบ้านพักคนงานกลางเมืองจันทบุรี

อุทาหรณ์ หนุ่มลาวดับ ฟังเพลงก่อนนอนขณะชาร์จโทรศัพท์มือถือ

วันนี้( 22 ก.ค.) ร.ต.อ.ศรีจันทร์ เรือนเงิน ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตถูกไฟฟ้าช็อตภายในบ้านพักคนงานมีมีเลขที่ หมู่ที่ 11 ตำบลพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบด้วย

หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ศรีจันทร์ เรือนเงิน ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี และเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้ไปที่เกิดเหตุ เมื่อเดินทางไปถึงพบว่าเป็นบ้านพักคนงาน ตรวจสอบภายในบ้านพักพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย นอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นปูนโดยมีผ้าปูอยู่ด้านล่าง

ตรวจสอบพบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างไร แต่พบปลั๊กไฟมีรอยไหม้ และสายโทรศัพท์มือถือที่มีสภาพเก่าเสียบคาโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ด้านข้างผู้เสียชีวิตอยู่ และพบหูฟังยังเสียบคาหูผู้เสียชีวิตอยู่ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายสุกัญญา พรมชัย อายุ 22 ปี เป็นชาวลาวที่เข้ามาใช้แรงงานเป็นคนงานก่อสร้าง

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเสียบปลั๊กชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือไว้ ก่อนที่จะถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต ประกอบผู้เสียชีวิตนอนกับพื้นปูนด้วยทำให้เป็นสื่อในการถูกไฟฟ้ารั่วและช็อตเสียชีวิตได้ ในเบื้องต้นทางญาติไม่ติดใจกับการเสียชีวิตในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มอบศพให้กับทางญาติเพื่อนำกลับประเทศไปดำเนินการทางศาสนาต่อไป

ด้าน ร.ต.อ.ศรีจันทร์ เรือนเงิน ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี กล่าวว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากเสียบปลั๊กชาร์จแบตโทรศัพท์และเกิดไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต ในส่วนนี้ก็ขอเตือนพี่น้องประชาชน หรือเด็กๆที่ชอบเสียบปลั๊กโทรศัพท์เล่น หรือฟังเพลงในเวลากลางคืน ไม่ควรที่จะเสียบปลั๊กคาไว้ หรือไม่ควรเล่นหรือฟังเพลงเพราะอาจจะทำให้หลับ และถูกไฟฟ้าช็อตเหมือนเช่นหนุ่มชาวลาวรายนี้ได้

ที่มา manager.co.th

“แม็ค” ปัดหิ้วนางเอกดังขึ้นคอนโด โต้นอกใจขอเลิก “ปุยฝ้าย”

แม็ค เอเอฟ” ยันเลิก “ปุยฝ้าย” ด้วยความเข้าใจกัน อ้างต่างคนต่างอยากใช้ชีวิต ปัดนอกใจหิ้วนางเอก พ. ขึ้นคอนโด มั่นใจไม่มีมือที่สาม ลั่นรับศีลมา ไม่มีทางผิดศีล เข้าใจฝ่ายหญิงมีมุมที่วางไม่ได้ คบใครตั้งใจจริง แต่ยอมรับในความจริงกับสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด อยากมีเวลาเลี้ยงหมาดูแลพ่อแม่ บอกเป็นผู้ชายจะไม่ดรามา ไม่รีเทิร์นรอบสามก็จะเคารพการตัดสินใจ แอบอึ้งฝ่ายหญิงไม่พร้อมเป็นเพื่อน

 “แม็ค” ปัดหิ้วนางเอกดังขึ้นคอนโด โต้นอกใจขอเลิก “ปุยฝ้าย”

ทำแฟนคลับพากันช็อกรอบสอง หลังจากที่รักหวานอยู่ดีๆ แต่ต่อมา “ปุยฝ้าย เอเอฟ” ณัฎฐพัชร์ วิภัทรเดชตระกูล ออกมาประกาศว่าฝ่าย “แม็ค เอเอฟ” วีรคณิศร์ วัฒนกานต์กุล ขอยุติความสัมพันธ์ อ้างอยากออกไปใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเอง อีกทั้งยังมีอักษรย่อระบุว่านางเอก พ. เพิ่งย้ายช่องแอบขึ้นคอนโด พระเอก ม. ซึ่งก็โดนหางเลขไปเต็มๆ ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอตัวหนุ่มแม็ค เจ้าตัวก็เผยว่าได้ขอลดระดับความสัมพันธ์กับสาวปุยฝ้ายลงจริง แต่เป็นการตัดสินใจร่วมกันทั้งสองฝ่าย

“จริงๆ วันนี้เป็นงานการกุศลนะครับที่ผมตั้งใจมา และผมเองก็ได้ให้สัมภาษณ์เต็มๆ ไปแล้วกับสื่อแห่งหนึ่งที่เขาโทร.มาสัมภาษณ์ และผมเองก็เชื่อว่าในวันนี้ทั้งตัวผมเองรวมถึงฝ้ายเราสองคนไม่ได้อยากจะพูดอะไรเยอะหรอกนะครับ ดังนั้นผมจะพูดสั้นๆ ได้ใจความแล้วกันครับ”

“คือจริงๆ แล้วผมกับฝ้ายเราได้ตกลงกันว่าจะลดความสัมพันธ์มาประมาณ 2 – 3 เดือนแล้ว เพียงแต่เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคน เราก็เลยไม่ได้นำไปบอกใครแม้กระทั่งกับพ่อแม่ของเรา ก็เรียกได้ว่ามีการลดความสัมพันธ์ลงครับ แต่ผมก็ยังไปมาหาสู่ ยังมีโอกาสที่ได้ดูแลเขา จนกระทั้งเมื่อช่วงที่ผ่านมาถึงได้มีการตัดสินใจร่วมกันว่า เราสองคนจะต่างคนต่างไปตามทางของตัวเองครับ”

ย้ำฝ่ายหญิงรู้เหตุผลของการเลิกกัน ต่างคนต่างอยากออกไปใช้ชีวิต
“มันเป็นเหตุผลของคนที่อยู่ด้วยกันทั้งสองคนจริงๆ ครับ ซึ่งผมกับฝ้ายเราคบกันมานานมากเลยนะ และเราก็พยายามประคับประคองกันมาตลอดจริงๆ คือ… เอ่อ… ผมเชื่อว่าเราคือคนคนหนึ่งที่คบกัน แต่อาชีพเราดันทำให้เราต้องเป็นที่รู้จักของคนอื่นๆ ซึ่งจริงๆ แล้วเราตั้งใจว่าเราจะคบกันดีๆ และทำทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุดมาตลอด แต่พอมันมีอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งผมเชื่อว่าฝ้ายเองก็รู้ว่าเหตุผลมันคืออะไรมั่งของการอยู่ด้วยกัน สุดท้ายเราก็เลยตัดสินใจว่า เราต่างฝ่ายต่างก็ไปใช้ชีวิตของเราเองดีกว่า และผมก็ยังจำได้อีกว่า วันที่เราเจอกันวันสุดท้ายเราก็ยังคุยกันด้วยดี ต่างฝ่ายต่างก็อวยพรให้มีชีวิตดีๆ เจอคนดีๆ ดูแลสุขภาพ ดูแลพ่อแม่ดีๆ เรื่องมีคนอื่นผมไม่มีแน่นอนครับ ผมมั่นใจ”

ปัดนอกใจหิ้วนางเอกดังขึ้นคอนโด บอกรับศีลมา ไม่มีทางละเมิดศีล
“คอนโดเลยเหรอครับ ไม่มีแน่นอน จริงเหรอ ไม่มีแน่นอนครับ คืออันนี้เป็นความเชื่อของผมกับฝ้ายนะครับ ตอนที่เราสองคนยังคบกัน เราต่างก็ได้รับศีลมาทั้งคู่และเราก็รักษาข้อ 1 2 3 ซึ่งเราไม่ละเมิดศีลแน่นอน และผมก็มั่นใจว่าระหว่างที่ผมคบกับฝ้ายหรือฝ้ายอยู่กับผม ในช่วงที่เราเป็นแฟนกัน เราจะไม่มีทางนอกใจหรือมีคนที่สามแน่นอนครับ ไม่มีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอนครับ”

มั่นใจสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
“ผมคิดว่าทุกอย่างเป็นบทเรียนในชีวิตนะครับ และตอนนี้ผมก็มั่นใจว่าทุกสิ่งที่ผมทำ ผมถูกต้องแล้ว ซึ่งตอนที่เราคบกันผมก็ดูแลฝ้ายทั้งความรู้สึก ทั้งกายและใจมาโดยตลอดครับ”

“ถามว่าใครเป็นคนขอลดมันเป็นในลักษณะการคุยกันมากกว่าครับ มันไม่ได้สำคัญหรอกว่าใครเริ่มก่อน และผมก็อยากจะบอกด้วยว่าเราสองคนข้ามขั้นของคำว่าใครผิดใครถูก แต่มันเป็นการตัดสินใจของคนสองคนจริงๆ ว่ามันเวิร์กหรือไม่เวิร์ก เพราะเวลามันก็เดินไปข้างหน้าทุกวัน”

บอกใจกว้างสามารถคุยได้เหมือนเดิม เข้าใจฝ่ายหญิงมีมุมที่วางไม่ได้
“เรายังรักกันและเราก็ยังดูแลกันนะครับ แต่เราต้องยอมรับความจริง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่หวังดีต่อกันมากที่สุดครับผม ถามว่าหลังจากนี้จะไม่คุยกันแล้ว สำหรับตัวผมเอง ผมค่อนข้างไม่คิดมาก ใจกว้างที่จะสามารถคุยได้ หรือถ้ามีโอกาสอะไรผมก็สามารถช่วยเหลือฝ้ายเรื่องงานได้ตลอดครับ แต่สำหรับฝ่ายหญิงผมเข้าใจนะ คือผู้หญิงเขาอาจจะมีมุมที่วางไม่ได้หรืออะไรก็แล้วแต่ อันนี้ผมเข้าใจครับ ผมมีพื้นที่ให้เขาได้ครับ ส่วนที่ถามว่าเป็นเพราะเบื่อมั้ยมันเป็นเรื่องของคนสองคนจริงๆ นะ มันมีหลายๆ อย่างประกอบกัน ซึ่งอันนี้ผมขอให้เป็นเรื่องที่เราสองคนขอเก็บไว้แล้วกันครับ”

คบใครตั้งใจจริง แต่ยอมรับในความจริงกับสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
“ผมจริงจังนะครับ เวลาผมคบใครผมก็ตั้งใจดีๆ แล้ว แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด ซึ่งเราเองก็ต้องยอมรับในความเป็นจริง จริงๆ เราอยู่ด้วยกันมันก็มีเรื่อยๆ อยู่แล้วครับผม และเราก็พยายามประคับประคองกันมาจริงๆ”

“ทุกวันนี้ก็ยังเป็นห่วง เราคบกันมา 5 ปี ความผูกพันของเรามีมากกว่านั้นอยู่แล้ว และสำหรับตัวผมเองฝ้ายเขาก็เหมือนคนในครอบครัว เหมือนพี่น้อง เหมือนเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมน้ำใจให้เขาอยู่แล้วครับ ถามว่าพ่อแม่ว่าอย่างไร ในมุมพ่อแม่ผมท่านก็อึ้งครับ เพราะท่านเองก็รักและเอ็นดูฝ้ายอยู่แล้ว แต่เขาก็ยอมรับการตัดสินใจของเราทั้งคู่ครับ”

แอบอึ้ง “ปุยฝ้าย” ไม่พร้อมเป็นเพื่อนด้วย บอกทุกอย่างคงต้องใช้เวลา
“ผมก็แอบอึ้งนะ เพราะว่าสำหรับผม ผมพร้อมที่จะช่วยเหลือเขาเสมอ แต่เราก็ต้องให้เวลาเขาแหละอันนี้ผมเข้าใจ ซึ่งผมยังจำได้เลยนะว่าวันที่เราคุยกันวันสุดท้ายเราคุยกันดีมาก ดีจริงๆ จนผมรู้สึกว่ามิตรภาพยังอยู่ เราถอยเพราะลองดูแล้วครับ ทำทุกทางแล้วครับผม”

“ผมยอมรับนะครับว่ามันยังมีความแปลกๆ ในชีวิตอยู่ แต่ว่าทุกวันนี้ผมเองก็พยายามโฟกัสไปที่พ่อแม่ผมมากขึ้น ให้เวลากับพวกท่านมากขึ้น ดูแลหมาเลี้ยงหมา และก็ทำหน้าที่ของตัวเองที่สุด ทั้งงานในวงการและงานอื่นๆ มุมมองความรักผมรู้สึกว่าผมจะละเอียดกับความรักมากขึ้นครับ มากขึ้นจริงๆ กับการที่ใครสักคนจะเข้ามา แต่มันไม่ได้หมายความว่าผมจะปิดตายนะครับ แค่มันเป็นเรื่องของเวลาจริงๆ ที่เราต้องใช้เวลา”

บอกเป็นผู้ชายจะไม่ดรามา ไม่มีรีเทิร์นรอบสามก็จะเคารพการตัดสินใจ
“ผมเป็นผู้ชาย และผมจะไม่ดรามา ผมขอพูดดีๆ ต่อกันดีว่า เพราะผมคิดว่าวันเวลาดีๆ ที่เรามีให้กันมันมีเยอะกว่านั้น หวังดีต่อกันดีกว่าครับ เรื่องที่เขาบอกจะไม่มีรอบสาม ผมเคารพการตัดสินใจของฝ้ายครับ”

ที่มา  manager.co.th

เห็นแล้วขนลุก!!หมอผ่าตัดเอาก้อนนิ่วหลายร้อยออกจากท้องสตรี ชี้เป็นเพราะไม่กินอาหารเช้า

เห็นแล้วขนลุก!! หมอผ่าตัดเอาก้อนนิ่วหลายร้อยออกจากท้องสตรี ชี้เป็นเพราะไม่กินอาหารเช้า

หมอผ่าตัดเอาก้อนนิ่วหลายร้อยออกจากท้องสตรี ชี้เป็นเพราะไม่กินอาหารเช้า

เดอะซัน/MGR Online – สื่อต่างประเทศเผยแพร่ภาพสยอง คณะแพทย์จีนผ่าตัดเอาก้อนนิ่วกว่า 200 ก้อนออกจากถุงน้ำดีของสตรีรายหนึ่ง เชื่อมีต้นตอจากการที่เธอไม่รับประทานอาหารเช้ามานานหลายปี

หมอผ่าตัดเอาก้อนนิ่วหลายร้อยออกจากท้องสตรี ชี้เป็นเพราะไม่กินอาหารเช้า

ผู้หญิงคนดังกล่าวมีอาการปวดท้องรื้อรังมานานหลายปี จนทนไม่ไหวต้องเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลกว่างจี ในเมืองเหอโจว และผลตรวจพบว่าเธอมีก้อนนิ่วในถุงน้ำดีจำนวนมาก ซึ่งทางคณะแพทย์เชื่อว่าก่อตัวมานานหลายปี

ทางคณะแพทย์ได้ลงมือฝ่าตัดเอาก้อนนิ่วออกจากถุงน้ำดีและท่อน้ำดี โดยบางก้อนมีขนาดใหญ่เท่าไข่

เห็นแล้วขนลุก!!หมอผ่าตัดเอาก้อนนิ่วหลายร้อยออกจากท้องสตรี ชี้เป็นเพราะไม่กินอาหารเช้า

หมอผ่าตัดเอาก้อนนิ่วหลายร้อยออกจากท้องสตรี ชี้เป็นเพราะไม่กินอาหารเช้า

ผู้ป่วยนามว่านางเฉิน วัย 45 ปี เล่าว่าเธอเริ่มปวดท้องมาหลายปีแล้ว แต่เธอกลัวการผ่าตัดจึงไม่เดินทางมาพบแพทย์ อย่างไรก็ตามความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นจนสามารถทนได้อีกต่อไป

กวนเหว่ย เหว่ย แพทย์ศัลยกรรมของโรงพยายาล เปิดเผยว่าก้อนนิ่วจำนวนมากในท้องของคนไข้อาจมีต้นเหตุจากการที่เธอไม่รับประทานอาหารเช้า

นางเฉิน บอกกับคณะแพทย์ว่าเธอไม่กินอาหารเช้ามานานกว่า 8 ปี ในขณะเดียวกันด้วยที่เธอต้องตรากตรำเดินทางจากที่ทำงานกลับบ้าน บ่อยครั้งจึงอ่อนเพลียเกินไปที่จะประกอบอาหารรับประทานในตอนค่ำเช่นกั

เห็นแล้วขนลุก!!หมอผ่าตัดเอาก้อนนิ่วหลายร้อยออกจากท้องสตรี ชี้เป็นเพราะไม่กินอาหารเช้า

จากการอดอาหารอย่างไม่เหมาะสมของผู้หญิงรายนี้ นายแพทย์กวนเหว่ย เหว่ย บ่งชี้ว่าน้ำย่อยในถุงน้ำดีและท่อน้ำดีของเธอ แข็งตัวกลายเป็นตะกอนจับตัวเป็นก้อนนิ่วกว่า 200 ก้อน

การไม่รับประทานอาหารเช้ากับการเป็นโรคนิ่วฟังดูไม่น่าเกี่ยวกัน แต่จากข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่ามันมีความสัมพันธ์กัน เพราะการไม่ทานอาหารนับสิบชั่วโมง จะทำให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีจับตัวกันนานเกินไป ยิ่งนานเข้าสิ่งที่จับตัวกันนั้นจะกลายเป็นก้อนนิ่ว แต่ถ้ากินอาหารเช้าเข้าไป อาหารเช้าจะไปกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำดีออกมาละลายคอเลสเตอรอลที่จับตัวกันได้ด้วย

ที่มา manager.co.th

พี่น้องยอดกตัญญูปั่นจยย.50กิโลเยี่ยมพ่อในคุก

หนุ่มโพสต์เรื่องราวชวนน้ำตาซึมของพี่น้องยอดกตัญญู ปั่นจักรยานไกล50กิโลเมตร เยี่ยมพ่อในคุก แต่โชคร้ายเป็นวันปิดทำการ

พี่น้องยอดกตัญญูปั่นจยย.50กิโลเยี่ยมพ่อในคุก

วันนี้(20ก.ค.60)เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวชวนน้ำตาซึมที่เผยแพร่ผ่านโซเชี่ยลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า “Apichai Manthong”ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับความกตัญญูของ2พี่น้องที่ปั่นจักรยายจากอ.โดนคุณ จ.ศรีสะเกษ เพื่อมาเยี่ยมพ่อในเรือนจำกันทรลักษณ์ ซึ่งเป็นระยะทางถึง50กิโลเมตร แต่ก็ต้องผิดหวังเนื่องจากเป็นวันหยุดทำการ มิหนำซ้ำยังเผลอทำโทรศัพท์หล่นหน้าจอแตกอีกด้วย ทำให้ตนนั้นถึงกับความรักและกตัญญูที่มีต่อพ่อ รายละเอียดมีดังนี้

“#มีเรื่องความกตัญญูของลูก..มาเล่าสู่กันฟังครับ.วันนี้เข้าเวรป้อมหน้าเรือนจำฯ มีเด็ก2คนปั่นจักรยานมา เลยสอบถาม หนูๆมาทำอะไรคับ.เด็ก2คนพี่กะน้อง ก็ได้เล่าให้ฟังว่า ปั่นจกรยานมาจากแถว #บ้านโนนคูณ ต.โนนค้อ อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ เพื่อมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำอำกันทรลักษ์ ด้วยความรักและคิดถึงพ่อ จากบ้านมาเรือนจำฯเป็นระยะทางกว่า50 กม…ออกเดินทางมาตั้งแต่เวลาประมาณ07.30 น. มาถึงเรือนจำฯเวลา12.10 น.(และทีซวยสุดของน้องเขาคือโทรศัพย์น้องเขาหล่นแตก ระหว่างเดินทางมาด้วย..แต่น้องก็บอกว่าไม่เป็นไรยังโทรได้อยู่)..แต่ก็เสียใจกับน้องเขาอยู่ ที่มาเยี่ยมพ่อเป็นวันหยุดปิดทำการ..

แต่ก็ได้พาน้องเขาเดินดูรอบๆ และพาน้องไปที่ห้องงานทะเบียน พอดีมี จนท.เวรฯหมายอยู่พอดี คือ หน.วิยาพงษ์ ขอให้ หน.เขาอนุเคราะห์ช่วยเช็คประวัติ และเด็กได้เห็นภาพพ่อ และได้รู้วันพ้นโทษ เด็กๆ ต่างก็ดีใจและปลื้มใจ ผมถึงกับอึ้งในความรักกตัญญูที่มีแต่พ่อ เสร็จละได้พูดคุยสอบถาม เด็กว่า แม่ไปไหน เด็กบอกแม่ไปทำงานที่กรุงเทพ อยู่กับยาย วันหยุดไม่ได้ไป รร.เลยอยากมาเยี่ยมพ่อ ฟังละน้ำตาจะไหล และถามเด็กว่า กินข้าวเที่ยงหรือยัง เด็กบอกว่ายัง

น้าเองก็เอาเงินติดตัวมา200 บาท งั้นแบ่งคนละครึ่งเรา.น้อง2คนเอาไป100 นะค่ากินข้าวเที่ยง และได้กรอกน้ำใส่ขวดเล็กๆให้คนเด็ก คนละขวด (ขวดน้ำเด็กกรอกมาแต่บ้านดื่มตามทางมาจนน้ำหมด)ก่อนให้เขากลับ บอกน้องเขาว่าตอนปั่นรถกลับบ้าน ว่าให้ดูน้องด้วย และระมัดระวังนะ

#ด้วยอำนาจแห่งศีลแห่งธรรม ขอให้เด็ก2คน #ถึงบ้านอย่างปลอดภัย สาธุ (อยากฝากถึงผู้นำชุมชนหรือคนใกล้เคียงที่พอช่วยน้องได้ วันหลังถ้าเด็กอยากมา ให้พาเด็กมาหน่อย ไม่อยากให้เด็กปั่นรถมาเองไกล และอันตรายครับ)”

ชาวเน็ตหลังจากอ่านเรื่องราวของเด็กทั้ง2ต่างซาบซึ้งในความพยายามและความกตัญญูพร้อมกับอวยพรให้เด็กทั้ง2เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย บางรายได้แนะนำว่าสัสดีควรอนุโลมให้ได้พบหน้าพ่อ เพราะเด็ก2คนปั่นจักรยานมาไกลมาก

ที่มา tnnthailand.com

รัฐบาลวางตัว 6 ศิลปิน ขับร้องเพลงชาติ ครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย

รัฐบาลวางตัว 6 ศิลปิน ขับร้องเพลงชาติ เสริมพลังหนักแน่น ครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย

รัฐบาลวางตัว 6 ศิลปิน ขับร้องเพลงชาติ เสริมพลังหนักแน่น ครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย

วันที่ 14 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำเพลงชาติไทย ครั้งที่ 1 เพื่อหารือเรื่องโครงสร้างและคำร้องเพลงชาติไทย ในโอกาสครบรอบวันพระราชทานธงชาติไทย ครบ 100 ปี วันที่ 28 ก.ย.นี้ ว่า คณะอนุกรรมการฯ รับทราบการเตรียมจัดนิทรรศการ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของไตรรงค์ นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 จนถึงปัจจุบัน ส่วนสถานที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

สำหรับการหารือถึงการจัดทำเพลงชาติไทย นายวิรัช อยู่ถาวร นักประพันธ์เพลงอาวุโส ในฐานะผู้จัดทำเพลง ได้นำเสนอเพลงชาติไทยที่ผ่านการปรับเสียงผู้ร้อง 2 รูปแแบบ คือ ใช้ทำนองแบบเดิมทุกอย่าง โดยเพิ่มเสียง 6 ศิลปินทับเข้าไปในเสียงร้องเดิม เพื่อให้มีความหนักแน่นในเสียงร้องมากขึ้น และแบบที่มีเสียงร้องเฉพาะศิลปินใหม่ทั้งหมด 6 คน แต่กรรมการบางคนเห็นว่าควรเพิ่มเสียงร้องของผู้หญิงมากขึ้นเพื่อให้มีพลังร่วมกัน จึงขอให้ทีมงานผลิตกลับไปเรียบเรียงใหม่อีกครั้ง

รวมถึงการจัดทำวิดีโอประกอบเพลง เพื่อนำเสนอความคืบหน้าเข้าที่ประชุมชุดที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณา จากนั้นจะเสนอให้นายกรัฐมนตรี คัดเลือกรูปแบบเสียงร้อง ก่อนที่นำความขึ้นกราบบังคมทูลฯสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัย ให้ดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับศิลปิน 6 คน ทับเสียงร้องเดิมเข้าไป ประกอบด้วย นายกิตตินันท์ ชินสำราญ นายสุรชัย วงษ์บัวขาว นายสุวีระ บุญรอด นายพีระพัฒน์ เถรว่อง นายจิรากร สมพิทักษ์ และนายณัฐ ศักดาธร

ที่มา khaosod.co.th

รฟท.จวกฝรั่ง “มายเมดเนท” เตรียมเอาผิดฐานบุกรุกที่การรถไฟ

เมื่อราวๆ เดือนที่แล้ว ชาวต่างชาติซึ่งเป็นยูทูปเบอร์ชื่อดัง เจ้าของเพจมายเมดเนท ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากจากกรณีทำคลิปแมวต่อสู้กับแมงป่อง ปรากฏว่าล่าสุดชาวต่างชาติรายเดิม โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกรอบ แต่คราวนี้เจ้าตัวนำเหรียญไปเรียงไว้บนรางรถไฟ ให้รถไฟเหยียบ โดยอ้างว่าเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของเหรียญ

ที่มา PPTV HD 36

รฟท.จวกฝรั่ง “เนท” เตรียมเอาผิดฐานบุกรุกที่การรถไฟ
วันนี้ (14 ก.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของเพจมายเมดเนท หลังโพสต์คลิปวิดีโอที่นำเหรียญจากประเทศต่างๆ ไปวางเรียงกันบนรางรถไฟ เพื่อให้ล้อรถไฟเหยียบ โดยอ้างว่าทำการทดสอบว่าเหรียญจากประเทศไหนแข็งแรงที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุรถไฟตกรางหรือไม่

รฟท.จวกฝรั่ง “เนท” เตรียมเอาผิดฐานบุกรุกที่การรถไฟ

ทีมข่าวสอบถามไปยัง นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้รับข้อมูลว่า การวางเหรียญลักษณะดังกล่าวไม่ทำให้รถไฟตกราง หรือก่อให้เกิดความเสียหายแบบทันทีทันใด เพราะเหรียญทำมาจากตะกั่วและเงินเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีความอ่อนกว่าล้อและรางรถไฟมาก แต่หากมีผู้เล่นพิเรนทร์ทำแบบนี้ซ้ำๆ หลายๆ ครั้งๆ ก็อาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับล้อหรือรางรถไฟได้ และแม้ว่าคลิปดังกล่าวจะยังไม่ทำให้เกิดความเสียหาย แต่ก็ถือว่ามีความผิด ซึ่งการรถไฟไทยได้ประสานให้ผู้บังคับการตำรวจรถไฟเร่งสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี ในความผิดฐานบุกรุกที่การรถไฟแล้ว

มายเมดเนท

ด้านนายเนท บาร์ทลิ่ง ชาวต่างชาติเจ้าของเพจมายเมดเนท ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 3 ล้านคน หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ได้ลบวีดิโอดังกล่าวออกไปแล้ว และได้เขียนข้อความชี้แจงผ่านเพจเฟสบุ๊คของตัวเองว่า ก่อนทำการทดลองได้ศึกษาข้อมูลมาอย่างดีและไม่ได้ใช้เหรียญของไทยทำการทดลองครั้งนี้ด้วย ซึ่งหลังจากนี้ได้จะเข้าไปพูดคุยกับการรถไฟแห่งประเทศเพื่อรับผิดชอบการกระทำ พร้อมกับขอโทษสำหรับเนื้อหาที่อาจจะไม่ถูกใจใครบางคน

รฟท.จวกฝรั่ง “มายเมดเนท” เตรียมเอาผิดฐานบุกรุกที่การรถไฟ

ที่มา pptvhd36.com

 

ลือหึ่ง! อัยการกร่างตำรวจ คาดเจ้าเดิม เคยเมาแล้วขับอาละวาดด่าน เตรียมเรียกตัวสอบ

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายธีระ หงส์เจริญอธิบดีอัยการ สำนักงานคณะ กรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวถึงเรื่องได้รับตำเเหน่งตั้งเป็นประธานสอบคลิปอัยการกร่าง ว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการรวบรวมหาข้อมูล หลักฐาน ที่เชื่อถือได้และพอจะบ่งชี้ว่าบุคคลในคลิปดังกล่าวเป็นใคร โดยขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างอื่นส่งเข้ามานอกจากคลิปที่ปรากฏ

ลือหึ่ง! อัยการกร่างตำรวจ คาดเจ้าเดิม เคยเมาแล้วขับอาละวาดด่าน เตรียมเรียกตัวสอบ

เมื่อถามว่าคลิปที่ปรากฏที่อ้างว่าเกิดที่บางแสนนั้น มีการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นอัยการคนเดียวกับที่ปรากฏเป็นคลิปเมาในพื้นที่ บึงกุ่มเมื่อปี 2558 นายธีระ ว่าขณะนี้ยังไม่มีการรายงานข้อมูลมาว่าบุคคลในคลิปเป็นใครหรือเป็นคนเดียวกันกับคลิปใดๆ จะต้องรอรวบรวมหลักฐานเพื่อบ่งชี้ว่าคือใคร และจะดำเนินการต่อไปในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันทำการราชการ โดยขณะนี้ยังไม่มีการสอบถามหรือเรียกใครมาสอบ

เมื่อถามถึงเหตุการณ์ตามคลิปเก่าปี 58 ที่มีการระบุว่าเป็นอัยการสำนักงานคดียาเสพติดตอนนั้น ก.อ.มีการลงโทษทางวินัยไปแล้วหรือไม่ นายธีระ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันหยุด จะต้องรอวันทำการว่าในเรื่องในขณะนั้นมีการดำเนินการไปอย่างไร ส่วนเรื่องคลิปที่ปรากฏเร็วๆ นี้ทาง ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด (อสส.) ได้กำชับสั่งการมาโดยตรงกับตนให้ดำเนินการสอบสวนให้เร็วที่สุด ส่วนการสอบสวนจะเสร็จเมื่อไหร่นั้นมีกระบวนการอยู่ตามระเบียบกฎหมาย

“ขณะนี้ยังทำอะไรไม่ได้เพราะการสอบสวนมีระเบียบขั้นตอน แต่เราจะดำเนินการตั้งเรื่องให้เร็วที่สุด ซึ่งตามระเบียบจะมีระยะเวลาอยู่แล้ว แต่ตามการตั้งเรื่องจะทำให้เร็วที่สุด เราจะนำข้อมูลที่เรามีและตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามระเบียบ”

นายศิริศักดิ์ อัครปรีดี อธิบดีอัยการสำนักงานภาค 2 กล่าวว่าเบื้องต้นตนก็กำลังติดตามดูเรื่องนี้อยู่เพื่อให้แน่ใจอีกทีแต่เท่าที่มีการสอบถามไปยังอัยการในพื้นที่แล้วไม่ปรากฏพบว่าเป็นอัยการในพื้นที่ ถ้าได้ผลอย่างไรจะประสานให้ข้อมูลกับทาง สำนักงาน ก.อ.ต่อไป แต่ได้แจ้งผลเบื้องต้นไม่พบว่าเป็นอัยการในพื้นที่

“แต่ข้อมูลที่แน่นอนจะต้องรอตรวจสอบในวันทำการอีกครั้งไม่อยากจะไปพูดว่าใช่หรือไม่ใช่อัยการในพื้นที่ของเรา และแจ้งข้อมูลไปทางสำนักงาน ก.อ.แล้ว แต่วันนี้ได้โทรไปบอกด้วยวาจาแล้ว”นายศิริศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ก่อเหตุเมื่อปี 2558 ตอนที่มีข่าวว่าเมาและเป็นข่าวก็มีการโดนย้ายไปจากสำนักงานคดียาเสพติดไปสำนักงานคดีแพ่ง และก็โดนวินัยให้ตกคิวไม่ได้เลื่อนตำแหน่งไป 1 ปี แต่เนื่องจากไม่ใช่เรื่องทุจริต ที่มีโทษร้ายแรง ต่อมาหลังจากเสียคิวไม่ได้เลื่อนตำแหน่งแล้วก็ได้กลับมาอยู่ที่สำนักงานยาเสพติด ที่เดิมเนื่องจากเป็นผู้มีความสามารถคดียาเสพติด และต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอัยการพิเศษฝ่าย แต่ก็ถือว่าเป็นการตกคิวไปแล้ว 1 ปี พอมารับตำแหน่งในสำนักงานเดิมแล้วก็ไม่ได้ข่าวว่าจะเมาและมีปัญหาอีก

แหล่งข่าวอธิบายต่อว่าจากเหตุการณ์ในปี 2558 ทางสำนักงานอัยการสุงสุดและ ก.อ.มีคำสั่งออกมา 2 คำสั่งคือคำสั่งที่ 1 คือให้ย้าย ออกจากสำนักงานคดียาเสพติดเพื่อลดความรู้สึกที่ไม่ดีและมีการสอบสวน ต่อมาเมื่อย้ายออกไปแล้วขั้นตอนวินัยก็มีการดำเนินการและทำการสอบสวนลงโทษวินัยไปคือ การตกคิวไป 1 ปี

แหล่งข่าวกล่าว ยังกล่าวอีกว่าได้ทำการสอบถามเบื้องต้นถึงอัยการในคลิปที่ชลบุรีและเหตุการณ์ที่เขตบึงกุมแล้ว พบว่าน่าจะเป็นคนๆเดียวกัน ตนคิดว่าใช่ไม่น่าจะผิดพลาด แต่ในคลิปนั้นไม่มีการเห็นใบหน้า แต่คนที่รู้จักก็จะจำน้ำเสียงท่าทางได้ว่าเป็นคนเดียวกัน ซึ่งตอนนี้สำนักงานอัยการสูงสุดก็ได้สั่งการให้ตั้งกรรมการสอบโดยมี นาย ธีระ อธิบดีอัยการ ก.อ.เป็นประธานสอบสวนอยู่ แต่ขณะนี้ ถือว่าผิดโดยตรง ต้องรอมีการสอบสวน เพราะแม้เราจะฟังและเชื่อว่าเป็นใคร แต่เป็นแค่ความเชื่อ และระบบราชการจะต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏ ก่อนจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีการเรียกตัวสอบสวนในวันพรุ่งนี้

เมื่อถามว่าหากพบว่าเป็นเรื่องจริง และเป็นเหตุการณ์ซ้ำซากทางวินัยจะมีการลงโทษหนักขึ้นหรือไม่
แหล่งข่าวกล่าวถูกต้องแล้ว เรื่องตกคิวเลื่อนขั้น นั้นตกคิวแน่นอน เต่เรื่องที่จะไล่ออกหรือให้ออกจะเป็นวินัยร้ายแรงแบบเรื่องทุจริต ถ้าเป็นกรณีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็จะยังไม่ถึงกับออก แต่ก็จะต้องเข้ากรุไปอีกไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดิม และเมื่อเป็นพฤติกรรมซ้ำซาก ก็อาจจะลงโทษหนักกว่าเดิม เช่นเดิมตกคิวไป 1 ปี คราวนี้ก็อาจจะเป็น 2 ปี เรียกว่าความก้าวหน้าในชีวิตราชการไม่ก้าวหน้าคงเกษียณราชการไปในชั้นนี้

ที่มา khaosod.co.th

คลิปเสียงอัยการกร่างใส่ตำรวจ
ที่มา Workpoint News ข่าวเวิร์คพอยท์

ดาราน้องใหม่ เสน่หานางครวญ โวย จ่าย 4 แสนอัพเต้า แต่หน้าอกไม่ตู้มเหมือนที่ตกลง!!

ดาราน้องใหม่ เสน่หานางครวญ โวย จ่าย 4 แสนอัพเต้า แต่หน้าอกไม่ตู้มเหมือนที่ตกลง!!

ฐิญา-สริณฐิญา แสงประทุม ดารา  เสน่หานางครวญ โวย จ่าย 4 แสนอัพเต้า

กลายเป็นเรื่องราวเตือนใจของสาวๆ ในทันที สำหรับกรณีการเสริมหน้าอกของ ฐิญา สริณฐิญา แสงประทุม ดาราน้องใหม่ที่กำลังถ่ายทำละครผีฟอร์มยักษ์ เสน่หานางครวญ ทางช่อง 8 อยู่ในขณะนี้ ล่าสุด! กำลังเตรียมดำเนินคดีกับคลินิกความงามแห่งหนึ่ง ย่านงามวงศ์วาน ซึ่งอ้างสรรพคุณการรักษาด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์เกินจริง

ฐิญา-สริณฐิญา แสงประทุม ดารา  เสน่หานางครวญ โวย จ่าย 4 แสนอัพเต้า

โดยระบุกับคนไข้ว่าจะใช้ไขมันส่วนเกินจากช่วงขา สกัดเป็นไขมันตัวใหม่มาฉีดให้ที่หน้าอก แบบสวยธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ศัลยกรรมแบบซิลิโคน แต่ต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนสูงในราคา 4 แสนบาท แม้งานนี้ดาราสาวจะยอมเสียเงินจำนวนค่อนข้างสูง เพื่อแลกกับความงามแบบธรรมชาติ แต่แล้วผลลัพธ์กลับไม่เป็นตามคาด ขนาดหน้าอกไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย ครั้นต้องการสอบถามกับหมอเจ้าของเคส กลับไม่ได้รับคำตอบที่เป็นธรรม หลบเลี่ยงการเผชิญหน้า และไม่ยอมคืนค่ารักษาที่ไม่เห็นผลคืนให้ ทำให้เจ้าตัวถึงกับเครียดที่หาทางออกเรื่องนี้ไม่ได้ ขอเป็นกระบอกเสียงเตือนภัยสาวๆ ที่มักโดนคลินิกความงามหลอกอ้างการรักษาเกินจริง

โดย ‘ฐิญา’ เปิดใจถึงกรณีดังกล่าวว่า “ความจริงเราเองก็ไม่ได้อยากจะทำศัลยกรรมด้านนี้ แต่มีความจำเป็นจริงๆ ในเรื่องงาน อย่างละครเรื่องนี้ใส่เกาะอกผ้าแถบตลอดก็เลยศึกษาว่าอยากทำแบบให้เป็นธรรมชาติ จึงหารีวิวข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตว่าเดี๋ยวนี้มีเทคนิกดูดไขมันที่ขามาใส่ที่นมได้ เลยตัดสินใจทำที่คลินิกนี้เพราะเห็นคนรีวิวเยอะ พอไปถึงหมอก็แนะนำว่าทำได้ แต่พอทำไปแล้วก็บอกให้เราทำแบบฉีดไขมันแบบสองชั้น จากตอนแรกที่บอกราคา 2 แสนบาท สุดท้ายให้เราฉีดเพิ่มกลายเป็น 4 แสนบาท พร้อมบอกเราอีกว่าให้ฉีดยาอีกตัวนึงจะบล็อกไขมันที่นมให้อยู่ตลอดชีวิตไม่หายไปไหน เลยโดนไปอีก 50,000 บาท ผ่านไปไม่กี่อาทิตย์ก็ไม่เห็นผลอะไรเลย”

“เราเข้าไปถามหมอก็ไม่มีคำตอบให้ แถมมาโยนว่าที่หน้าอกเราเล็กเพราะเราผอม ไปลดน้ำหนักหรือไง ให้มาให้ดูอีก 6 เดือน ตอนนี้ผ่านมา 6 เดือนก็ไม่มีอะไรคืบหน้า หน้าอกเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น พอเข้าไปที่คลินิก พนักงานจะอ้างว่าหมอไม่ว่าง ติดต่อไม่ได้ ไม่รับสาย หมอไม่อยู่ หมอติดเคสตลอด เราทำอะไรไม่ได้เลย คงต้องรอให้เป็นเรื่องกฎหมาย ให้ทนายดำเนินการ อาจจะมีไปปรึกษาสคบ. หรือ สำนักงานคณะกรรมการคุมครองผู้บริโภคด้วย ไม่อยากให้คนอื่นโดนหลอกเหมือนเรา อยากเตือนไว้เลย คลินิกไหนอ้างว่าดีจริง ดีกว่าเกาหลี ต้องศึกษาให้ดี อาจจะเจ็บทั้งตัวและเจ็บทั้งใตที่เสียเงินจ่ายไป 4 แสนบาท แต่ไม่ได้อะไรเลย รู้สึกเสียดายมาก”

ที่มา khaosod.co.th

พันจ่าโหดใช้ถุงน้ำร้อนนาบอัณฑะ ด.ช.เสนอเงิน 2,500 ยุติคดี

จากกรณีที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เปิดเผย เมื่อวันที่  8 ก.ค. เวลา 14.00 น. มีแม่จูงลูกอายุ 5 ขวบเศษ มาจากภาคเหนือตอนบน เดินทางมาหา เพื่อขอความช่วยเหลือและเรียกร้องความเป็นธรรม โดย ด.ช.รายดังกล่าว สภาพร่างกายมีบาดแผลนูน และเป็นแผลฉกรรจ์ พร้อมกับระบุว่าลูกชายถูกคนมีสีเป็นทหารชั้นประทวนยศ”พันจ่า“ใช้กระเป๋าน้ำร้อนยัดใส่กระเป๋า จนลูกอัณฑะเสียหายและถูกตัดทิ้งไปทั้งหมดตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เด็กถูกทำร้าย

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 10 ก.ค พ.ต.อ.ธีรวัจน์   ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.ธัญบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าว ว่า พนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวคือ ร.ต.อ.ประพันธ์   เรืองสุวรรณ รองสารวัตรสอบสวนสภ.ธัญบุรี โดยผู้ต้องหาในคดีได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และมีการประกันตัวไปในชั้นพนักงานสอบสวน  ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้กับอัยการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา

ขณะที่นายสงกานต์ กล่าวว่า ทางแม่ของด.ช.ผู้เสียหายได้เล่าให้ฟังว่า ได้รับการติดต่อจากทหารยศ”พันจ่า”คนดังกล่าว ให้ล้มเลิกการเอาเรื่อง และถอนแจ้งความ พร้อมกับเสนอค่าเสียหายให้กับทางแม่เด็ก 2,500 บาท เพื่อไม่ให้เอาเรื่อง ซึ่งทางแม่เด็กจึงเข้าร้องเรียน เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

ที่มา  dailynews.co.th

พ่อแม่พาดญ.วัย 13 แจ้งความหลังคลิปกราบเท้ากระหน่ำตบว่อน

พ่อแม่พาดญ.วัย 13 แจ้งความหลังคลิปกราบเท้ากระหน่ำตบว่อน ชี้เป็นเพื่อนกันตั้งแต่อนุบาล

พ่อแม่พาดญ.วัย 13 แจ้งความหลังคลิปกราบเท้ากระหน่ำตบว่อน

จากกรณีมีการเผยแพร่คลิป บังคับให้กราบเท้าก่อนกระหน่ำตบ และถอดเสื้อ ถ่ายคลิปเผยแพร่ว่อนโลกโซเชียลนั้น โดยมีการระบุ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.ชุมพร จริง ผู้เสียหาย (ด.ญ.เอ นามสมมุติ) อายุ 13 ปี อยู่ชั้น ม.1 เป็นหลานสาวของนายทหารยศ พ.ต.คนหนึ่งในมณฑลทหารบกที่ 44 ซึ่งขณะนี้ผู้ปกครองของเด็กหญิงผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วิชัย ต้นกันยา สารวัตรเวร สภ.ท่าแซะแล้ว

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังโรงเรียนเลิก เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา และคู่กรณีทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง โดยคู่กรณีพร้อมเพื่อน 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน มารับบอกให้ ด.ญ.เอ ไปตกลงปัญหาความขัดแย้งเรื่องเพื่อนที่สะพานบ้านนาดอน เมื่อ ด.ญ.เอไปถึงสะพานก็ถูกคู่กรณีและเพื่อนทั้ง 4 คนบังคับให้ก้มกราบเท้าขอโทษ ส่วนน้องชายของ ด.ญ.เอ ทราบเรื่องแต่ปั่นจักรยานตามไปแต่ไม่ทัน และเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบพี่สาวอยู่ในสภาพบอบช้ำไปหมดทั้งตัวแล้ว จึงพาพี่สาวกลับบ้าน จากนั้นบิดามารดาของ ด.ญ.เอจึงพาไปแจ้งความที่ สภ.ท่าแซะ

เวลาต่อมา นายนันธวัฒน์ ช่วยชูหนู ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดชุมพร ได้เข้ามาเยี่ยมพร้อมทั้งให้คำปรึกษา นอกจากนั้นยังทราบว่า ครูที่ปรึกษาของผู้เสียหาย ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นและแนะนำให้ไปแจ้งความที่ สภ.ท่าแซะแล้ว โดยผู้ปกครองของเด็กผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินคดีผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ส่วนการนำตัว ด.ญ.เอเดินทางไปให้แพทย์ตรวจรักษา แพทย์ได้ระบุว่าได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักที่กราม กลาง แผ่นหลัง และศีรษะ เนื่องจากถูกกระแทกอย่างรุนแรง

ที่มา

เรียงไทม์ไลน์!! ดราม่า โฟร์ พิชญ์ พลอย ที่มาของ #ต่ำตมไม่หยุด

กลายเป็นประเด็นดราม่าชั่วข้ามคืน หลังจาก โฟร์ ศกลรัตน์ อดีตนักร้องดูโอ้ ออกมาพูดถึงความรักครั้งเก่า ในรายการ Club Friday SHOW ซึ่งเธอได้กล่าวถึงความรักครั้งเก่าตลอดหกปีที่ผ่านมา โฟร์ ศกลรัตน์ เผยรักแฟนมาก เชื่อมากกว่าเพื่อน กับอดีตนักร้องค่ายเดียวกัน ซึ่งโฟร์มองว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งที่สำคัญของความรัก ตลอดระยะเวลาที่คบกัน


Club Friday SHOW โฟร์ ศกลรัตน์ [EP.121] วันที่ 8 กรกฎาคม 2560
ที่มาคลิป GMM25Thailand

แต่เพื่อนๆ รอบตัวเตือนว่าเห็น อดีตแฟนเก่าของเธอเที่ยวกลางคืน หลายครั้งก็เห็นแฟนของเธออยู่กับผู้หญิงคนอื่น เธอก็ไม่ฟังจนได้เห็นกับตาและพร้อมตัดความสัมพันธ์ครั้งนั้นทันที ก่อนวันครบรอบหกปีเพียงไม่กี่วัน ซึ่งสาวโฟร์ได้รับบทเรียนในความรักครั้งนี้ และพูดถึงสิ่งดีๆ ในระหว่างที่คบกันตลอดหกปีในรายการ นอกจากนั้นโฟร์ได้พูดประโยคหนึ่งว่า “ตัวเองก็เพอร์เฟคระดับหนึ่ง” ไม่คิดว่าจะโดนนอกใจ ซึ่งหลังจากรายการออนแอร์ไปไม่นาน

ดราม่า โฟร์ พิชญ์ พลอย ที่มาของ #ต่ำตมไม่หยุด

พิชญ์ กาไชย อดีตแฟนเก่าของโฟร์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า
“ก็ว่าไม่…เราก็เพอร์เฟคในระดับนึงเด้อ” พร้อมใส่แฮชแท็กที่ทำให้เกิดดราม่า #ต่ำตมไม่หยุด และ พลอย หอวัง แฟนคนปัจจุบันของหนุ่มพิชญ์ ก็ตอบโต้ข้อความผ่านทวิตเตอร์หนุ่มพิชญ์ทันทีว่า “Perfect แค่ไหนถามใจดู” นี้จึงเป็นการจุดฉนวนของดราม่าครั้งนี้

เรียงไทม์ไลน์!! ดราม่า โฟร์ พิชญ์ พลอย ที่มาของ #ต่ำตมไม่หยุด

โลกโซเชียล จึงตั้งคำถามว่าทำไมพิชญ์ ถึงใส่ข้อความพร้อมแฮชแท็ก #ต่ำตมไม่หยุด และ สาวพลอย หอวัง ควรหรือไม่ในแสดงความคิดเห็นแบบนี้ นอกจากนั้นแล้วเพื่อนๆ ของทั้ง 2 ฝ่ายต่างเผยข้อมูลและความคิดเห็นส่วนตัวกันจนไทม์ไลน์ร้อนฉ่า เรื่องราวจะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามชมว่าใครจะออกมาให้สัมภาษณ์กับเรื่องราวครั้งนี้ก่อนกัน
ขอบคุณภาพจากอินสตราแกรม Khunfour,pittkarchai

ที่มา dara.trueid.net

“แก้ว อภิรดี” เอาหัวเป็นประกัน ลูกสาวไม่มีวันเปิดศึกแย่งผู้ หวิดตบเพื่อนนางงาม

“แก้ว อภิรดี” ตอกดรามา “เบลล์” ลูกสาวหวิดตบเพื่อนนางงามหลังเวที เหตุหึงหวงแฟนหนุ่ม “อาเมน เดอะสตาร์” เอาหัวเป็นประกันไม่มีทางทำแบบนั้น สัมพันธ์นักแสดงหนุ่มแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันเฉยๆ รับสั่งอดีตสามี “อ๊อด โอภาส” ให้ลบโพสต์ ไม่มีประโยชน์ที่จะใส่ใจ

แก้ว อภิรดี

งานงอกเต็มๆ เลยทีเดียว สำหรับกรณีที่เพจจั๊กกะจี้บันเทิงได้เสนอข่าว “น้องเบลล์ เลลาณี ทศพร” ลูกสาวคนสวย “แก้ว อภิรดี ภวภูตานนท์”หวิดตบเพื่อนนางงาม มิสแกรนด์นราธิวาสหลังเวที เพราะหึงหวงแฟนหนุ่ม “อาเมน เดอะสตาร์” โสตถิพันธุ์ คำลือชา หลังเป็นข่าว “อ๊อด โอภาส ทศพร” ถึงขั้นเดือดโพสต์ข้อความจะสาวให้ถึงต้นตอ แถมยังขู่จะฟ้องอีกด้วย ล่าสุดนักแสดงรุ่นใหญ่ได้เปิดใจถึงกรณีดังกล่าว โดยเอาหัวเป็นประกัน ลูกสาวไม่ทำแบบนั้น

แก้ว อภิรดี-2

แก้วไม่คิดว่ามันจะเป็นประเด็นแบบนั้นได้จริง เพราะน้องเบลล์ไม่มีนิสัยแบบนั้น จะนอนยังไม่ได้นอนเลย จะคุยกับแม่ยังไม่ได้คุยเลย ก็เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจกันผิดหรือเปล่า”

กับอาเมนเขาก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องไปเรียนเปียโนด้วยกันเฉยๆ รู้จักกัน คุยกัน ก็เหมือนทุกคนที่เป็นเพื่อนกันนะ แก้วเชื่อว่าเพื่อนก็มีทุกแบบนะ พอเป็นผู้ชายกับผู้หญิงหน้าตาดีหน่อยก็เลยกลายเป็นประเด็น จะเป็นการดิสเครดิตหรือเปล่าอันนี้เราก็ไม่ทราบเหมือนกัน อาจจะเป็นการเข้าใจผิดหรือดิสเครดิตอันนี้ไม่ทราบจริงๆ แต่แก้วไม่ใส่ใจเลย เพราะมองว่าไม่ใช่พ้อยท์หลัก พ้อยท์หลักเราคือการประกวด เราต้องตั้งใจในจุดๆ นี้ แก้วคิดว่าเรื่องพวกนี้มันไม่เป็นเรื่องนะ มันไม่สมควรที่จะมาเป็นเรื่อง”

รับสั่งอดีตสามี “อ๊อด โอภาส ทศพร” ลบโพสต์ขู่ฟ้องทิ้ง ไม่มีประโยชน์ที่จะใส่ใจ
“อันนี้เราก็ไม่ทราบ เพราะเรามาได้ยินทีหลัง พอได้ยินก็เลยบอกให้พี่อ๊อดลบโพสต์ซะ เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะไปใส่ใจกับเรื่องไม่เป็นประโยชน์ พี่อ๊อดอาจจะไม่ชอบที่ใครทำอะไรโดยที่ไม่มีมูลมั้งคะ คิดว่าพี่อ๊อดคงไม่เอาเรื่องอะไรหรอก พี่อ๊อดไม่ใช่คนอย่างนั้นเลย พี่อ๊อดเป็นคนใจดีนะ เพียงแต่พี่อ๊อดไม่อยากให้เขียนอะไรไปโดยที่มันไม่มีมูลขนาดนั้น”

จริงๆ แล้วพอเป็นข่าวแบบนี้ไม่ใช่มีใครได้เลยนะ เป็นเรื่องเสียหมดทุกคน เพราะเขามาทำกิจกรรม มาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน เวทีกองประกวดก็ยิ่งใหญ่อลังการ ให้แต่สิ่งที่ดีๆ หมด ฝึกทุกอย่าง นางงามสมัยใหม่จะต้องเก่ง จะต้องมานะอดทน จะต้องเข้ากับเพื่อนฝูงได้ จะต้องแต่งหน้าทำผมเป็น มีความสามารถร้องเพลง คุณสมบัติการเป็นนางงามแบบนี้ ถ้าเราไม่ได้มาสัมผัส เราไม่รู้หรอก มันใช้เยอะมากกว่าจะก้าวมาถึงตรงนี้ ในขณะเดียวกันเรามาสนใจเรื่องอะไรก็ไม่รู้ไร้สาระมาก”

เอาหัวเป็นประกันลูกสาวไม่มีวันทำแบบนั้น
ซึ่งแก้วเอาหัวเป็นประกันเลย น้องไม่มีวันเลยที่จะมาใส่ใจกับเรื่องแบบนี้ ขนาดจะคุยกับแม่ คุยกับเพื่อนๆ ยังไม่ได้คุยเลย มือถือยังไม่ได้จับเลย น้องใส่ใจแต่จะซ้อม จะทำโน่นทำนี่ ตอนจะนอนถึงได้กู้ดไนท์กัน ติดต่อน้องไม่ได้เลย น้องไม่ค่อยอ่านมือถือ จะอ่านก็ห้าทุ่ม เที่ยงคืนไปแล้ว แก้วเชื่อว่าน้องไม่สนใจ บ้านเราไม่มีใครสนใจนอกจากพี่อ๊อดมั้ง เพราะพี่อ๊อดจะอยู่หน้าคอมบ์ แต่แก้วไม่สนใจเลย”

แก้ว อภิรดี-1

 “แก้ว อภิรดี” เอาหัวเป็นประกัน ลูกสาวไม่มีวันเปิดศึกแย่งผู้ หวิดตบเพื่อนนางงาม

 

ที่มา

บันทึกลับสาวไทย! ส่งจดหมายน้อยให้ “แคชเชียร์” ตำรวจเกาหลีทลายยกซ่อง

บันทึกลับสาวไทย! ส่งจดหมายน้อยให้ “แคชเชียร์” ตำรวจเกาหลีทลายยกซ่อง

แคชเชียร์ซูเปอร์มาร์เก็ตในเกาหลี พบสาวไทยส่งกระดาษโน้ตขอความช่วยเหลือ ถูกค้าบริการทางเพศอยู่ชั้น 4 ของตึก ใช้ไหวพริบอ้างสะสมแต้มหลอกขอเบอร์แมงดา ก่อนตำรวจเกาหลีสืบละเอียดยิบ ยันเฟซบุ๊กเพื่อนของสาวไทย ทลายซ่องเกาหลีในตึกยกแก๊ง พร้อมสาวไทยอีก 5 คน สุดโหดกักขังหน่วงเหนี่ยวให้หนุ่มเกาหลีหลอกเอา ค่าตัว 3 พัน ได้เงินจริงพันสอง เตรียมสาวลึกยันคนซื้อผู้หญิงกิน

บันทึกลับสาวไทย! ส่งจดหมายน้อยให้ "แคชเชียร์" ตำรวจเกาหลีทลายยกซ่อง

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เว็บไซต์ allkpop.com ได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากสถานีโทรทัศน์เจทีบีซี ประเทศเกาหลีใต้ ว่า เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หญิงไทยรายหนึ่งเดินอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ในนครปูซาน โดยได้ส่งกระดาษโน้ตเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี และภาษาไทย ระบุว่า “ช่วยแจ้งตำรวจให้ที ฉันโดนจับอยู่ที่ชั้นสี่ของตึก” ซึ่งระบุว่าเป็นงานที่ผิดกฎหมาย

แคชเชียร์ในซูเปอร์มาร์เก็ตได้ถามเธอว่า จะให้เรียกหมายเลข 112 (หมายเลขฉุกเฉิน เปรียบดังตำรวจ 191 ในไทย) หรือไม่ หญิงสาวตอบปฏิเสธด้วยความกลัว เพราะตอนนั้นมีผู้ชายซึ่งคาดว่าเป็นแมงดายืนคุมอยู่ด้วย แคชเชียร์จึงใช้ไหวพริบด้วยการให้แจ้งเบอร์โทรศัพท์จากเธอ โดยทำทีเป็นแจ้งเบอร์โทรศัพท์เพื่อสะสมคะแนนจากการซื้อสินค้า จึงให้เบอร์โทรศัพท์แมงดารายหนึ่งไป หลังจากหญิงสาวชาวไทยรายนี้ออกไป จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเริ่มสืบสวนไปยังอาคารใกล้เคียงกับซูเปอร์มาร์เก็ต

จากการสืบสวนจากหมายเลขโทรศัพท์มือถือพบว่าตรงกับหมายเลขของนายลี วัย 38 ปี ซึ่งมีประวัติเกี่ยวกับการค้าประเวณี และจากการโพสต์เฟซบุ๊กของเพื่อนสาวไทยรายนี้ได้ช่วยในการสืบสวน เพราะโพสต์นี้ได้รวมไปถึงบันทึกลับและนำไปสู่การทลายแหล่งค้าประเวณีในนครปูซาน ในที่สุดตำรวจได้เข้าตรวจสอบอาคารแห่งหนึ่งในนครปูซาน รวบตัวนายลีพร้อมพวกอีก 4 คน และพบสาวไทยอีก 5 คนถูกค้าประเวณีอีกด้วย

ตำรวจสอบสวนนายลีพบว่าได้นำตัวสาวไทย 5 คนไปขายบริการ โดยมีนายคิม อายุ 40 ปี เป็นธุระจัดหา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยได้กักขังหน่วงเหนี่ยวหญิงสาวในอาคารนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และดำเนินธุรกิจค้าประเวณี โดยนายลีจะได้รับเงิน 1 แสนวอน (เกือบ 3,000 บาทไทย) ต่อครั้ง อย่างไรก็ตาม สาวไทยไม่เคยได้รับส่วนแบ่งใดๆ ในเดือนแรก และเดือนต่อไปยังได้รับเงินส่วนแบ่งเพียงแค่ 4 หมื่นวอน (เกือบ 1,200 บาท) ต่อครั้งเท่านั้น

ขณะนี้ตำรวจเกาหลีใต้ได้หมายหัวบุคคล 53 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี รวมทั้งยังสืบสวนไปถึงบุคคลต้องสงสัยที่ซื้อบริการทางเพศอีก 300 คน

บันทึกลับสาวไทย! ส่งจดหมายน้อยให้ "แคชเชียร์" ตำรวจเกาหลีทลายยกซ่อง

บันทึกลับสาวไทย! ส่งจดหมายน้อยให้ "แคชเชียร์" ตำรวจเกาหลีทลายยกซ่อง

บันทึกลับสาวไทย! ส่งจดหมายน้อยให้ "แคชเชียร์" ตำรวจเกาหลีทลายยกซ่อง

บันทึกลับสาวไทย! ส่งจดหมายน้อยให้ "แคชเชียร์" ตำรวจเกาหลีทลายยกซ่อง

ซ่องเกาหลี-5

ที่มา manager.co.th

ทำแล้วดียังไง? 10 ข้อรู้คู่มือ ‘เวียนเทียน’ พิธีสำคัญวันอาสาฬหบูชา

ทำแล้วดียังไง? 10 ข้อรู้คู่มือ ‘เวียนเทียน’ พิธีสำคัญวันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางศาสนาเวียนมาบรรจบอีกครั้ง คราวนี้เป็นคิวของ วันเข้าพรรษา’ และ ‘วันอาสาฬหบูชา’ ซึ่งมาติดๆ กันทำให้เรามีวันหยุดยาวถึง 3 วันด้วยกัน เอาเป็นว่าอย่ามัวแต่เที่ยวเพลิน หันมาเข้าวัด ทำบุญ เวียนเทียนบ้างก็น่าจะดี

.คู่มือ ‘เวียนเทียน’ พิธีสำคัญวันอาสาฬหบูชา

1. การเวียนเทียน คืออะไร?

การเวียนเทียน คือการเดินเวียนรอบปูชนียวัตถุ หรือปูชนียสถานทางศาสนา เช่น พระอุโบสถ วิหาร หรือพระพุทธรูป เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ โดยเป็นการ ‘เวียนประทักษิณาวัตร’ คือเวียนขวา 3 รอบ เป็นเครื่องหมายถึงการแสดงออกซึ่งการเคารพบูชาต่อสิ่งนั้นๆ อย่างสูงสุด

2. ความสำคัญของการเวียนเทียน

ประเทศไทยได้รับคติการเวียนเทียนนี้มาจากอินเดีย พร้อมกับพระพุทธศาสนาที่เผยแผ่เข้ามา โดยปรากฏหลักฐานการแสดงความเคารพโดยการเวียนเทียนในพระไตรปิฎก โดยปรับประยุกต์ให้เข้ากับวัฒนธรรมของไทย ใช้การเวียนเทียนเพื่อแสดงความบูชาต่อพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) มาตั้งแต่โบราณ ราวๆ สมัยทวารวดี รวมทั้งปรากฏข้อความในพงศาวดารว่ามีการกระทำพิธีเวียนเทียนในวันสำคัญทางศาสนาสืบมาจนถึงปัจจุบัน

3. เวียนเทียนวันไหนบ้าง?

การเวียนเทียนในปัจจุบัน มักจะทำในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 4 วัน ได้แก่ วันวิสาขบูชา, วันมาฆบูชา, วันอาสาฬหบูชา และวันอัฏฐมีบูชา เพราะเป็นวันที่เกี่ยวเนื่องกับองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เช่น วันประสูติ วันตรัสรู้ วันปรินิพพาน วันแสดงธรรมครั้งแรก วันที่มีพระรัตนตรัยครบองค์สาม วันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า เป็นต้น

4. วันอาสาฬหบูชา ไปเวียนเทียนกัน!

สำหรับวันอาสาฬหบูชา 2560 ของปีนี้ตรงกับวันที่ 8 กรกฎาคม 2560 เป็นวันที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมเทศนา หรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้เป็นครั้งแรก และเป็นวันที่มีพระสงฆ์องค์แรก ทำให้มีพระรัตนตรัยครบองค์สาม จึงมีความสำคัญที่ชาวพุทธควรไปแสดงความเคารพบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล

5. เวียนเทียนต้องทำกี่โมง?

ตามปกติจะมีการเวียนเทียนกันในช่วงบ่าย หรือช่วงเย็นประมาณ 5 โมงเย็นไปจนถึงช่วงค่ำ แล้วแต่ทางวัดจะสะดวกเวลาไหน ก็ให้แจ้งประชาชนตามเวลาที่กำหนด พุทธศาสนิกชนควรไปถึงวัดก่อนเวลาเวียนเทียนเล็กน้อย เพื่อเข้าไปกราบไว้พระพุทธรูปในโบสถ์ ก่อนที่จะออกมาประกอบพิธีเวียนเทียน

6. ขั้นตอนการเวียนเทียน

การเตรียมตัวก่อนเวียนเทียน ควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด ทำจิตใจเบิกบาน แต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย เหมาะสมกับสถานที่ เตรียมเครื่องบูชาให้พร้อม เช่น ดอกไม้ ธูป เทียน มีลำดับขั้นตอน ดังนี้

– เมื่อไปถึงวัด ให้เข้าไปสักการะพระพุทธรูปด้านในก่อน
– ออกมาเตรียมตัวเวียนเทียน หัวแถวจะมีพระภิกษุเดินนำ ต่อด้วยสามเณร ท้ายสุดเป็นอุบาสก อุบาสิกา ชายหญิงทั่วไป
– จุดธูปเทียน นำมาถือไว้ในมือพร้อมดอกไม้ พนมมือไว้ แล้วเดินตามแถวไปทางด้านขวามือพร้อมสวดมนต์ เวียนเทียนจนครบ 3 รอบ
– จากนั้นนำดอกไม้ธูปเทียนไปปักบูชาตามจุดที่เตรียมไว้

7. บทสวดมนต์รอบที่ 1

รอบแรก ให้ระลึกถึงพระพุทธคุณโดยสวดบทอิติปิโส ดังนี้ “อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ”

8. บทสวดมนต์รอบที่ 2

รอบที่สอง ให้ระลึกถึงพระธรรมคุณโดยสวดบทสวากขาโต ดังนี้ “สวากขาโต ภะคะวาตา ธัมโม สันทิฏฐิโก
อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ”

9. บทสวดมนต์รอบที่ 3

รอบที่สาม ให้ระลึกถึงพระสังฆคุณโดยสวดบทสุปะฏิปันโน ดังนี้ “สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ”

คู่มือ ‘เวียนเทียน’ พิธีสำคัญวันอาสาฬหบูชา

10. ข้อควรระวัง

เมื่อเริ่มเวียนเทียน ต้องสำรวมทั้งกาย วาจา ใจ ให้สงบเรียบร้อย ควรรักษาระยะการเดินทางให้ห่างจากคนข้างหน้าพอสมควร เพื่อไม่ให้ธูปเทียนโดนผู้อื่น อาจทำให้บาดเจ็บ และไม่ควรหยอกล้อหรือพูดคุยกันในขณะเวียนเทียน เพราะเป็นการไม่เคารพต่อพระรัตนตรัยและสถานที่

ที่มาบางส่วน : phuttha

ที่มา thairath.co.th

น้ำตายังไม่หมด ‘ปุ๊ กรุงเกษม’ เผยนาที ‘แหวน’ จากไปในอ้อมอก

น้ำตายังไม่หมด ‘ปุ๊ กรุงเกษม’ เผยนาที ‘แหวน’ จากไปในอ้อมอก “ปุ๊ กรุงเกษม” รับยังเศร้า ร้องไห้ไม่เลิก หลังสูญเสียคนที่รัก “แหวน” ฐิติมา เผยนาทีก่อนจากกันอยู่ในอ้อมอก ภรรยาเป็นห่วงหลายเรื่อง

น้ำตายังไม่หมด ‘ปุ๊ กรุงเกษม’ เผยนาที ‘แหวน’ จากไปในอ้อมอก

นับเป็นการสูญเสียยากที่จะลืมเลือน สำหรับจากไปของร็อกเกอร์สาว“แหวน” ฐิติมา สุตสุนทร ที่เสียชีวิตไปเมื่อวานนี้(7 ก.ค.) หลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง โดยล่าสุดวันนี้(8 ก.ค.) ผู้สื่อข่าว คมชัดลึก ได้พูดคุยกับ “ปุ๊ กรุงเกษม”หรือ บรรเจิด กฤษณายุธสามีของแหวน โดยปุ๊เล่าอย่างสั้นๆ ถึงนาทีที่ภรรยาได้จากไปว่า

น้ำตายังไม่หมด ‘ปุ๊ กรุงเกษม’ เผยนาที ‘แหวน’ จากไปในอ้อมอก

“ตอนนี้ผมกำลังเศร้านะ ผมไม่เคยเศร้าขนาดนี้มาก่อน จริงๆ ทั้งผมทั้งลูก ยังไม่พร้อมทั้งคู่ ผมเมียเสีย ส่วนลูกแม่เสีย ผมคุยไม่ออกเราได้พูดได้แค่นี้ ไม่รู้จะพูดอะไร เขาเสียแล้ว ร้องไห้กันมาตั้งแต่เมื่อวานยังไม่เลิกเลย อ่อนแรงไปหมดแล้ว เราต้องทำงานด้วย ทั้งงานศพ งานคอนเสิร์ต” สามีแหวนเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง

น้ำตายังไม่หมด ‘ปุ๊ กรุงเกษม’ เผยนาที ‘แหวน’ จากไปในอ้อมอก

ปุ๊เล่าต่อว่า ภรรยาได้จากไปตอนที่เขาอยู่ด้วย “เขาอยู่ในแขน อยู่ในอกผมเลย ผมยังบอกเขาว่าให้หายใจลึกๆ คือตามกระแสข่าวออกมาต่างๆ ผมก็พูดตามตรงกับทุกคนนะ คือเสียไปด้วยความสุข (ภรรยาห่วงอะไรมั้ย) ห่วงเยอะแยะ ต้องห่วงอยู่แล้วใครจะไปรู้ เรื่องรถ เรื่องต้องผ่อน เรื่องทรัพย์สินนิดๆ หน่อยๆ ซึ่งไม่ได้เยอะ ก็พอประมาณ เขาก็ห่วงลูก จะทำปริญญาโทยังไง อะไรแบบเนี่ย” ปุ๊กล่าวอย่างสั้นๆ

น้ำตายังไม่หมด ‘ปุ๊ กรุงเกษม’ เผยนาที ‘แหวน’ จากไปในอ้อมอก

น้ำตายังไม่หมด ‘ปุ๊ กรุงเกษม’ เผยนาที ‘แหวน’ จากไปในอ้อมอก

น้ำตายังไม่หมด ‘ปุ๊ กรุงเกษม’ เผยนาที ‘แหวน’ จากไปในอ้อมอก

ที่มา  komchadluek.net

“พี่แหวนเป็นไอดอล”.. กอล์ฟ-พิชญะเศร้า! เปิดคลิปรำลึกวันวาน ซ้อมเพลงคู่ซึ้งกินใจ

“พี่แหวนเป็นไอดอล”.. กอล์ฟ พิชญะเศร้า! เปิดคลิปรำลึกวันวาน ซ้อมเพลงคู่ซึ้งกินใจ

แหวน กอล์ฟ

ฟังแล้วซึ้งน้ำตาไหลเลย สำหรับคลิปซ้อมร้องเพลงคู่กับ แหวน-ฐิติมา ที่ กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล นำมาโพสต์พร้อมข้อความแสดงความไว้อาลัยนักร้องสาวรุ่นพี่เป็นครั้งสุดท้าย ผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว @golfpichaya

“เป็นเกียรติอย่างมากที่เส้นทางชีวิตสายดนตรีของผมได้มีโอกาสมาร้องเพลงคู่ศิลปินคุณภาพคนนึงของประเทศไทย พี่แหวนเป็นไอดอลให้ใครหลายๆคนและเป็นเหมือนพลังให้ผมที่อยากเป็นศิลปินคุณภาพเพื่อเป็นพลังให้น้องๆอีกหลายๆgen….ดีใจนะครับที่ได้มีโอกาสร้องเพลงกับพี่ซักครั้งในชีวิต ขอบคุณและหลับให้สบายครับพี่แหวนฐิติมา ???? RIP”

คนแรกที่ขึ้นคอนเสิร์ต คนสุดท้ายที่อยู่ข้างกายก่อนจาก “เบิร์ด”

คนแรกที่ขึ้นคอนเสิร์ต คนสุดท้ายที่อยู่ข้างกายก่อนจาก “เบิร์ด” เสียงสั่นอาลัยรัก “แหวน” น้องได้พักแล้วนะ!

เบิร์ด ธงไชย

“เบิร์ด ธงไชย” เศร้าสูญเสียน้องที่รัก รับใจมันโหวง “แหวน ฐิติมา” อยู่ข้างกายกันไม่กี่วันก่อนจาก บอกน้องได้พัก ไม่ต้องต่อสู้อีกแล้ว ย้อนวันวานเป็นแขกรับเชิญคนแรกขึ้นเวทีเปิดคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ด

เป็นนักร้องที่ได้ออกงานเคียงข้างกันเป็นครั้งสุดท้าย สำหรับ “เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตน์” ที่ได้ร่วมโครงการจิตอาสา ดอกไม้จันทน์ ทำด้วยมือ ถวายในหลวง ร.๙ ร่วมกับ “แหวน ฐิติมา สุตสุนทร” ก่อนนักร้องสาวจะเข้าโรงพยาบาล และมีอาการทรุดหนักจนเสียชีวิต ล่าสุดพี่เบิร์ดได้เปิดใจถึงความรู้สึกสูญเสียผ่านรายการข่าวช่องวันด้วยน้ำเสียงเศร้า รับใจมันโหวง แต่อย่างน้อยแหวนก็ได้พัก ไม่ต้องต่อสู้อีก

“เตรียมใจมานานมากแล้วแต่พอรู้จริงๆ ก็ใจหาย เพราะน้องอยู่ข้างๆ ไม่กี่วันนี่เอง ได้ทำดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงของเรา และน้องก็มาเรียนทำดอกไม้ใกล้ๆ กัน ใจมันโหวงๆ แต่ทำใจไว้แล้ว คือสงสารน้อง อีกอย่างหนึ่งคือน้องเขาได้พักไม่ต้องต่อสู้ แต่พอวันนี้น้องเขาจากไปจริงๆ มันก็เศร้า คิดถึง ภาพเก่าๆ มันก็กลับมา แหวนมาเปิดคอนเสิร์ตให้พี่เบิร์ด ในวันเวลาที่พี่เบิร์ดยังไม่เคยขึ้นคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ด ครั้งแรกกับแหวน มาร้องเพลงหนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือกัน”

“ถ้ามีอะไรที่บอกได้ก็คืออยากจะกอดน้อง และอยากจะบอกว่าแหวนเป็นคนดีขอให้ได้เกิดมาเป็นนักร้องและเราได้มาร่วมกันร้องเพลง มาทำให้คนดูมีความสุข เพราะเราก็รู้แล้วว่าความสุขของแหวนที่แท้จริงคืออยู่บนเวที อยู่ที่การร้องเพลง จะบอกแหวนว่าแหวนเป็นคนดี จงภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำมาหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นพี่ปุ๊ (สามี) หรือน้องปันปัน (เต็มฟ้า กฤษณายุธ) ก็ขอให้รู้ว่าแหวนไม่ได้ไปไหน ยังอยู่กับพวกเราครับ”

เบิร์ด ธงไชย-1

ที่มา manager.co.th

สาวเปิดใจ! ถูก “กสิกรไทย” ดูดเงินล้าน-ทำธุรกิจพัง

สาวเปิดใจ! ถูก “กสิกรไทย” ดูดเงินล้าน-ทำธุรกิจพัง ถาม “ลูกค้าวิสดอมวันที่ลำบากทำกันอย่างนี้เหรอ?”

สาวเปิดใจ! ถูก "กสิกรไทย" ดูดเงินล้าน-ทำธุรกิจพัง ถาม "ลูกค้าวิสดอมวันที่ลำบากทำกันอย่างนี้เหรอ?"

สาวโวยถูก “กสิกรไทย” ดูดบัญชีจนหมดตัว ชาวเน็ตดราม่าสนุกสนาน เจ้าตัวต้องเฟซบุ๊กไลฟ์แจงเอง ได้เงินเวนคืนประกัน กะจะใช้เป็นทุนหมุนเวียน เจอแบบนี้แถมไม่คืนเงินอีก ใจไม่แกร่งพอมีฆ่าตัวตาย แต่ไม่ใช่ตนเอง ที่ผ่านมาทำธุรกิจกวดวิชาแต่ล้มเหลว อ้างไม่ได้โกงแต่ไม่มีเงิน ย้อนถามธนาคาร “จะดูแลอย่างดีวันที่ได้เป็นลูกค้าวิสดอม แต่พอลูกค้าลำบากกลับทำอย่างนี้หรือ?”

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Fern Yodsawee‎ อดีตเจ้าของกิจการโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ได้โพสต์เฟซบุ๊กร้องเรียน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ว่า เงินได้หายไปจากบัญชีเมื่อเวลา 20.38 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา 4 รายการ รวม 1,153,651.53 บาท เหลือยอดเงินที่ใช้ได้เพียง 80.40 บาท

ต่อมาเจ้าตัวได้ร้องเรียนกับเพจสายดาร์ค “แหม่มโพธิ์ดำ” ระบุว่า บัญชีดังกล่าวเปิดที่สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาตนไม่ได้ใช้บัญชีนี้เพราะย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่ปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

กระทั่งวันที่ 27 มิ.ย. เงินเข้าช่วงบ่าย 2 รายการ รวม 1,263,841.64 บาท ตนรีบโอนเงินจ่ายหนี้ส่วนตัวบางส่วน ตกเย็นมา เวลา 20.35 น. ให้น้องสาวไปกดเงินที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 5,000 บาท จากนั้นประมาณ 22.00 น. ได้ตกลงซื้อสินค้ากับซัพพลายเออร์ จำนวน 1 ล้านบาท ระหว่างโอนเงินผ่านมือถือพบว่าเหลือเงินเพียงแค่ 80 บาท จึงตรวจสอบว่าเงินหายไปไหน พบว่ามีการโอนเงินออกในเวลา 20.38 น. จำนวน 4 ยอดต่อเนื่อง

เช้าวันต่อมา จึงรีบโทรศัพท์กับฝ่ายปรับโครงสร้างหนี้ เพราะคิดว่าอาจเป็นความผิดพลาดในระบบการหักเงินของธนาคารที่ยังไม่ได้อัปเดต แต่ทางธนาคารบอกให้ตนทำเอกสารยื่นขอเงินคืนและรอการพิจารณาจากกรรมการ ระหว่างนั้นตามเรื่องกับธนาคารเรื่อยๆ ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะไม่ได้เงินคืน เพราะไม่มีเหตุที่เค้าจะมีสิทธิ์หักเงินใดๆ นอกจากหนี้เดือนละ 40,000 บาท

กระทั่งวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา ตนได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายวิชัย รอบคอบ หัวหน้าพนักงานฝ่ายปรับโครงสร้างหนี้ที่สาขาขอนแก่น ตอบกลับว่า กรรมการมีมติไม่อนุมัติคืนเงิน เมื่อถามเหตุผลก็ระบุว่า ทางธนาคารจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งตอนนี้ตนเดือดร้อนมาก เพราะเป็นเงินก้อนสุดท้ายตั้งใจจะเอามาทำธุรกิจให้ฟื้นตัวจากขาดสภาพคล่อง ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงลูกค้ารายนี้จำนวนมากว่า ตัวเลขที่ปรากฎในแอปพลิเคชั่นมีการตัดต่อหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีผู้ร้องเรียนอีกว่า เจ้าของบัญชีรายนี้เป็นเจ้าของสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น เคยเปิดค่ายติวเพื่อสอบคณะแพทยศาสตร์ โดยจะมาเปิดคอร์สที่จังหวัดทางภาคใต้ โดยเสียค่าใช้จ่ายกว่า 3 หมื่นบาท แต่กลับไม่สามารถเปิดคอร์สได้ อ้างว่านักเรียนน้อยเกินไป เมื่อขอยกเลิกคอร์สทางค่ายรับปากว่าจะคืนเงินให้ แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินคืน โดยแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองชุมพร เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีติวเตอร์สอนวิชาภาษาอังกฤษอีกรายหนึ่ง ระบุว่า ถูกเจ้าของบัญชีคนดังกล่าวยังไม่จ่ายเงินค่าสอน 1 หมื่นบาท ที่ตนได้สอนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งที่ตนต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยัง จ.ขอนแก่น สอนตั้งแต่เวลา 09.00 ถึง 20.00 น. ซึ่งติวเตอร์คนอื่นๆ ก็ยังไม่ได้ค่าจ้างเหมือนกัน ยังคงติดตามทวงค่าสอนจากเธอคนนี้อยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำได้ลบข้อความออกไป และระบุว่า “ธนาคารชี้แจง เงินไม่ได้หายค่ะ แต่หนี้เสีย” พร้อมกับหัวเราะ

ต่อมาเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ แสดงหลักฐานระบุว่า ตนเพิ่งได้เงินเวนคืนประกัน จากบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กดออกไปใช้หนี้บางส่วน กระทั่งหลังถอนเงินจากจุฬาฯ เสร็จ ไม่คิดว่าบัญชีจะเกิดปัญหา ขณะเดียวกัน ยอมรับว่าเธอเปิดสถาบันกวดวิชาในรูปแบบของค่ายกวดวิชา ประสบปัญหาติวเตอร์ออกไปเปิดค่ายเอง และสร้างข่าวทำให้ธุรกิจเสียหาย รวมทั้งมีสถาบันกวดวิชาใหม่ๆ ในภาคอีสานจำนวนมาก และจัดค่ายเหมือนกัน 2 ปีที่แล้ว ทำให้จากเดิมมีคู่แข่งไม่กี่ราย กลายเป็นนับสิบค่าย บางค่ายเก็บในราคาแพงเกินจริง ทำให้ตนทำใจไม่ได้

ตนมีเงินส่วนตัวก้อนหนึ่ง จึงจัดโครงการฟรีในช่วงปิดเทอม เพื่อเผยแพร่สถาบันกวดวิชา โดยเก็บเงินมัดจำเพื่อจูงใจให้คนตั้งใจเรียน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งปกติมีค่าใช้จ่ายและผ่อนบ้านต่อเดือนหลักแสนบาท ยืนยันว่าตนไม่โกงใคร แต่ตนไม่มีเงิน เป็นเรื่องปกติของธุรกิจที่มีทั้งเฟื่องฟูและล้มเหลว ซึ่งความจริงคือวันนี้เงินหายไปจากบัญชี ผ่านมา 9 วันได้รับคำตอบว่าไม่คืน ถ้าใจไม่แกร่งพอจะมีคนฆ่าตัวตาย เงินที่จะเอามาทำธุรกิจหายไปต่อหน้าต่อตา แต่ตนผ่านมรสุมมาหลายรอบแล้ว ใจจริงๆ ไม่อยากไปเอาเงินคืนเพราะไม่มีเวลา แม้เงินตัวนี้จะสำคัญกับชีวิต แต่โอกาสได้เงินคืนน้อยมาก ถ้าเสียเวลาทำมาหากินก็ไม่คุ้ม ไปหาเงินใหม่ไม่ดีกว่าหรือ

“ฝากถึงกสิกรไทยว่า ช่วยพิจารณานิดนึง ใช้สมองไตร่ตรองนิดนึง ว่าถ้าตนตั้งใจจะเป็นลูกค้าชั้นเลวของคุณ ในวันที่ตนต้องยื่นเลขที่บัญชีที่จะให้เมืองไทยประกันชีวิตจ่ายเงินค่าประกันคืน ตนมีบัญชีอยู่เป็นสิบบัญชี แต่ทำไมตนเลือกใช้ธนาคารของคุณ ให้เมืองไทยประกันชีวิตโอนเงินเข้า ถ้าตนไม่ได้อยากเป็นลูกค้าที่ลอยัลตี้ (จงรักภักดี) กับคุณ ตนแสดงถึงความลอยัลตี้กับคุณ ถ้าไม่รักคุณคงไม่ถือบัตรวิสดอมของคุณ การที่ลูกค้าคนหนึ่งจะถือบัตรวิสดอม จะมอบสิทธิพิเศษต่างๆ จะดูแลอย่างดีในวันที่อยากได้ลูกค้าวิสดอม แต่ในวันที่ตนลำบากคุณทำกับลูกค้าอย่างนี้เหรอ ไม่รู้จะพูดคำไหนจริงๆ ก็ได้แค่มาบ่นเพราะไม่ได้รู้จะทำอะไร

ตนแค่อยากจะเรียกร้องให้กสิกรไทยคืนเงินให้ตนทันที เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด บอกให้จ่ายเงินเดือนละ 4 หมื่นบาทก็จ่าย แต่ทันทีที่มีเงินเข้าบัญชีล้านกว่าบาท ตะครุบเงินในบัญชีขนาดนี้ ถามหน่อยว่า จะเอาเงินที่ไหนไปหมุนทำธุรกิจต่อ แล้วทำยังไง มีคนบอกว่า ธุรกิจไม่ได้เจ๊งเพราะทำธุรกิจแล้วไม่มีกำไร แต่เจ๊งเพราะขาดเงินทุนหมุนเวียน ตอนนี้กสิกรไทย กำลังทำให้ลูกค้าคนหนึ่งขาดเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ ถามว่าจะต่อยอดได้อย่างไรในการจะหาเงินมาจ่ายหนี้คุณหรือคนอื่นๆ มีเหตุผลอะไร ตอนนี้ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมกสิกรไทยยังไม่คืนเงินตน ถ้าเป็นลูกค้าที่ติดแบล็กลิสต์จะว่าอีกอย่าง แต่เราทำตามกฎทุกอย่างที่กสิกรไทยให้เราทำ”

ที่มา  manager.co.th

“ปันปัน เต็มฟ้า” โพสต์ซึ้งถึงแม่ “แหวน ฐิติมา” ผู้หญิงที่เข้มแข็ง

หลังการเสียชีวิตลงอย่างสงบของ “แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร” ร็อกเกอร์สาววัย 54 ปี ที่จากไปด้วยโรคมะเร็งนั้น สร้างความเศร้าเสียใจ อาลัยให้แก่ครอบครัว เพื่อนพี่น้องในวงการเพลงและวงการบันเทิงอย่างมาก

เช่นเดียวกับ “ปันปัน เต็มฟ้า” ลูกสาวสุดที่รักของแหวน ฐิติมา ที่ได้ออกมาโพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว @panpantemfah ถึงคุณแม่ว่า

“ปันปัน เต็มฟ้า” โพสต์ซึ้งถึงแม่ “แหวน ฐิติมา” ผู้หญิงที่เข้มแข็ง

“คิดถึงแม่มากๆเลย ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเราไม่เคยจากกันนาน แต่ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน เพราะปันเชื่อว่าใจของแม่ก็ยังคงอยู่กับปันเสมอ แม่เป็นผู้หญิงที่ใจดี เข้มแข็ง และเก่งที่สุดที่ปันรู้จัก และปันสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานให้เก่งเหมือนแม่ ปันรักแม่นะคะ แล้วเราเจอกันนะแม่ I will always love you mommy”

“ปันปัน เต็มฟ้า” โพสต์ซึ้งถึงแม่ “แหวน ฐิติมา” ผู้หญิงที่เข้มแข็ง

ขอบคุณภาพจาก @panpantemfah

ที่มา prachachat.net