ผลงานชุดประจำชาติของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011 น้องฟ้า ชัญษร ที่ส่งเข้าคัดเลือก

ผลงานชุดประจำชาติของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011 น้องฟ้า ชัญษร ที่ส่งเข้าคัดเลือก

 

ผลงานชุดประจำชาติของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011

 ชุดแรก

ชื่อชุด : ร่มโพธิ์ ร่มไทร ( We love The King )

Concept :  อยากประกาศให้โลกรู้ว่า พวกเราคนไทยทุกคนรักพ่อหลวงมากแค่ไหน นั่นคือแก่นแท้จากความรู้สึกที่ทุกคนมี และตราตรึงไม่มีวันเสื่อมคลาย จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นมา…ผลงานชุดแต่งกายประจำชาติที่เกิดจากความรัก และ จิตวิญญาณของความเป็นคนไทยอย่างแท้จริง

Design & Idea: ผู้สร้างสรรค์ผลงานได้หยิบยกสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาใช้ นั่นคือความภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อพระองค์ท่าน พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็น ร่มโพธิ์ ร่มไทร ให้กับพวกเราคนไทยทุกคน ดังนั้นสิ่งแรกที่คำนึงถึง คือ ตัวชุดต้องสง่างาม หรูหราและแฝงความหมายที่ลึกซึ้ง จึงนำคำว่า โพธิ์ กับ ไทร มาเล่าเรื่องราวผ่านการแต่งกายด้วยชุดไทยประยุกต์ ประกอบกับสิ่งที่สร้างใหม่ขึ้นมา ดังต่อไปนี้

เลขเก้าไทยที่หล่อด้วยโลหะสีเงิน และประดับด้วยคริสตัล เพิ่มความแวววาว นำมาประดับบนศีรษะเพื่อให้อยู่เบื้องสูง เป็นสัญลักษณ์แทน รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งผู้สวมใส่จะต้องถือ เทียนชัย ที่เราใช้ในการถวายพระพร ซึ่งอุปกรณ์นี้ได้สร้างใหม่ขึ้นมา โดยออกแบบให้มีการผสมผสานระหว่างเทียนโคมแก้วที่เราเคยเห็นทั่วๆไปกับเชิงอีกสองข้าง ที่มีพานพุ่มทองและพานพุ่มเงินประดับอยู่ด้วย ด้ามจับทำมาจากทองเหลือง ตกแต่งลวดลายด้วยรูปใบโพธิ์ และเทียนชัยนี้สื่อถึงความจงรักภักดีที่เหล่าปวงประชามีต่อพ่อหลวงแห่งแผ่นดินไทย ต่อมาคือการสร้างองค์ประกอบชุด ได้แก่ การหล่อโลหะสีเงิน สลักรูปใบโพธิ์ไว้ทั้งแผ่น โลหะนี้จะดัดให้มีรูปทรงเหมือนร่มหรือหลังคา และสวมใส่เหมือนกรองคอขนาดใหญ่หรือเสื้อเกราะ

สื่อให้เห็นว่าเราคนไทยมีร่มโพธิ์ที่คอยบดบังภยันตราย ให้เรามีความปลอดภัย อิ่มอุ่นใจ และเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับร่มโพธิ์ จึงมีการหล่อรูปสี่เหลี่ยม จัตุรัสเป็นสีทอง สลักรูปลายสาน 4 ช่อง เชื่อมติดกับเกราะร่มโพธิ์ ให้เป็นสัญลักษณ์รูปหัวใจ หมายถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ และมีนัยลึกซึ้งอีกหนึ่งอย่างคือ ลายสานทั้ง 4 ช่องนั้น แทนความสมานสามัคคี การสานสายใยให้เป็นปึกแผ่นของพี่น้องชาวไทยทั้ง 4 ภาค ดั่งพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง และสิ่งที่เปรียบดั่งร่มไทรก็คือเส้นสีทองที่ติดกับเกราะร่มโพธิ์บริเวณด้านหลัง ทุกเส้นจะใช้โซ่เล็กๆร้อยต่อกันมีความยาวถึงเท้า ตรงชายของทุกเส้นจะเชื่อมติดกับลูกกระพรวน ซึ่งทั้งหมดนั้นสื่อถึงความรู้สึกภาคภูมิใจของปวงชนชาวไทย ที่เรียงร้อยต่อกัน และเสียงของลูก กระพรวน ก็คือ ความสงบสุข ความเลื่อมใสศรัทธา ที่จะดังกึกก้องอยู่ในใจของพวกเราตราบชั่วนิรันดร์…

ผลงานชุดประจำชาติของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011

ชุดที่ 2

ชื่อชุด : มรดกบรรพชน ( THAI INDEPENDENCE )

Concept : มรดกชิ้นเดียวที่บรรพบุรุษไทย ได้ปกป้องและมอบให้กับพวกเราลูกหลานทุกรุ่นทุกสมัย นั่นก็คือ แผ่นดินเกิด แผ่นดินที่ให้เราได้ใช้ชีวิตอยู่ และแผ่นดินที่เรียกว่า ประเทศชาติ

Design & Idea: แรงบันดาลใจหลักของชุดนี้มาจาก วีรชนผู้กล้าของชาติไทย ซึ่งทุกท่านเสียเลือด เสียเนื้อ สละชีพเพื่อปกป้องและรักษาแผ่นดินของเราไว้ให้เป็นเอกราช อยู่คู่คนไทยจวบจนปัจจุบัน ดังนั้นการออกแบบชุดจะคำนึงถึงความคล่องตัว ความทะมัดทะแมงและความสง่างามแก่ผู้สวมใส่ ประดับด้วยเครื่องอาภรณ์สีทอง ให้มีความวิจิตรงดงามแบบหญิงไทย และมีเครื่องประดับศีรษะที่สร้างใหม่ ประยุกต์ให้เป็นรูปทรง การพนมมือ หรือ สัญลักษณ์การไหว้ของคนไทยนั่นเอง ตัวเสื้อตัดเย็บด้วยผ้าหนังกำมะหยี่สีน้ำตาล มีชายยาวลงไป ตกแต่งชายเสื้อด้วยอุบะทองคำเพิ่มความพลิ้วไหว ซึ่งได้รับต้นแบบมาจากชุดนักรบไทยสมัยโบราณ แต่เพิ่มความพิเศษและความโดดเด่นเข้าไปด้วยวิธีปักคริสตัลสีเงินระยิบระยับ ให้เป็นรูปแผนที่ประเทศไทย เพื่อแสดงถึงแผ่นดินและความเป็นชาติเหล่าพันธุ์ ของพวกเราชาวไทยทุกคน ส่วนท่อนล่างเป็นการนุ่งผ้าทอลายไทยสีแดงเลือดนกเพื่อความสุขุมน่าเกรงขาม มาถึงสัญลักษณ์ที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างที่สื่อถึงความกล้าหาญและความสมเกียรติของนักรบ นั่นก็คือ พระแสงง้าว อาวุธที่ใช้ในการต่อสู้กับข้าศึกศัตรู ผู้สวมใส่จะต้องถ่ายทอดองค์ประกอบทั้งหมดให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษไทย และแสดงให้เห็นถึงความสง่างามของสตรีไทยไปพร้อมๆกัน จุดเด่นที่สุดของ ชุดนี้ คือ วงกลมที่ติดอยู่ด้านหลัง เป็นสัญลักษณ์ที่บอกเล่าเรื่องราว การกอบกู้ชาติได้เป็นอย่างดี เพราะมีการนำรูปจากธงชัยมาพิมพ์ในผ้าสีแดงที่ติดกับโครง วงกลมขนาดใหญ่ เพื่อสื่อว่ากว่าที่ผู้กล้าทุกคนจะสร้างชาติได้นั้นต้องสละเลือด สละชีวิตไปมากแค่ไหน อีกทั้งวงกลมสีแดงยังเปรียบดั่งพระอาทิตย์ที่กำลัง ทอแสงขึ้นมาจากหน้าผาเป็นภาพฉากหลังตั้งตระหง่าน บอกเล่าเรื่องราวว่า นี่เป็นวันแห่งชัยชนะของบรรพบุรุษไทย และเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่จะมอบไว้ให้ลูกหลานคนไทย…ทั้งแผ่นดิน

 

ผลงานชุดประจำชาติของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011

ชุดที่ 3

ชื่อชุด : โอ้แม่อรชร ( An Exotic Lady )

Concept :  ความงดงามของหญิงไทย ในทุกอิริยาบถที่เธอเยื้องย่าง เป็นดั่งมนต์สะกดที่ทำให้ทุกคนต้องเหลียวมอง…

Design & Idea: ผู้สร้างสรรค์ผลงานได้รับแรงบันดาลใจ จากภาพวาดหญิงสาวในวรรณคดี ที่สะท้อนให้เห็นถึงความงามของผู้หญิงไทยแบบต้นตำรับ ซึ่งหญิงไทยมีกิริยาละมุนละม่อมน่ามอง และจริตจก้านของเธอนั้นยังสะกดให้ผู้ที่พบเห็น ต่างหลงใหลและชวนให้น่าค้นหา

การออกแบบชุดนี้จึงมีความพิเศษ แตกต่างไม่เหมือนชุดอื่นๆ คือมีการดึงเสน่ห์ของหญิงไทยออกมานำเสนออย่างชัดเจน ด้วยการนำท่วงท่าและการเคลื่อนไหวของหญิงสาวในภาพวาด ถึงแม้ว่าเป็นภาพนิ่งแต่จะประยุกต์ให้เหมือนกับว่าภาพนั้นมีชีวิตขึ้นมาเลยทีเดียว โดยการแต่งกายจะเน้นการห่มผ้าน้อยชิ้น ใส่เครื่องประดับไม่กี่อย่างและก็ทัดดอกบัวขาวความงามที่บริสุทธิ์ไว้ ให้เห็นถึงวัฒนธรรมและตัวตนของหญิงไทยในสมัยโบราณ ซึ่งการนุ่งน้อยห่มน้อยไม่ได้สื่อถึงความลามกอนาจาร แต่กลับเป็นวิถีที่มีเอกลักษณ์ ทำให้เห็นเรือนร่างอ้อนแอ้นอรชรของหญิงสาว บวกกับผิวสีน้ำผึ้งแกมสีขมิ้นน่าเย้ายวน ซึ่งนั่นล้วนแล้วแต่เป็นความงามอมตะ ที่เป็นแบบฉบับของไทยอย่างแท้จริง ถึงการแต่งกายในชุดนี้จะมีองค์ประกอบเพียงน้อยนิดแต่ก็สามารถสร้างความโดดเด่นขึ้นมาได้ โดยใช้เทคนิคพิเศษช่วยดึงความสนใจแก่ผู้พบเห็น อาทิเช่น การทำผมให้มีลักษณะพริ้วสยาย ราวกับผมสะบัดเคลื่อนไหวตลอดเวลา แต่ตรงกันข้าม ผมที่ปลิวไสวนั้นกับแข็งอยู่กับที่ ด้วยวิธีการทำผมทรงแปลกใหม่ ที่เราเห็นตามแฟชั่นโชว์สมัยนี้นั่นเอง รวมถึงการทำชายผ้าคาดอกสีเหลืองให้เหมือนกำลังปลิวไสว ใช้เทคนิคเดียวกับทรงผม คือทำให้อยู่กับที่ไม่ขยับ ซึ่งเทคนิคพิเศษทั้งหมดนี้ถูกนำมาใช้เพื่อสื่อให้เห็นถึงความงดงามของหญิงไทย ที่ราวกับออกมาจากภาพวาด และเพิ่มความมีชีวิตชีวาเข้าไปด้วยผ้าซีทรูพิมพ์ลวดลายไทยบางๆ เป็นกระโปรงยาวพริ้ว ทำให้ผู้สวมใส่ชุดนี้ ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวไปที่ไหน ก็เหมือนมีลมโชยพัดพาความสดชื่นและโปรยเสน่ห์ในแบบฉบับของหญิงไทยไปด้วยทุกที่

 

 

ผลงานชุดประจำชาติของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011
ชุดที่ 4

ชื่อชุด : เริงร่า อาราม ในยามราตรี ( The Temple Fair )

Concept : ภาพแห่งวันวาน สีสันในยามค่ำคืน และมหรสพการละเล่นที่สนุกสนาน ณ งานวัดบ้านเรา ยังคงกังวานอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำไม่รู้ลืม….

Design & Idea: แรงบันดาลใจสำหรับชุดนี้มาจากการไปเที่ยวงานวัด เมื่อครั้งวันวานในอดีต ถึงแม้ว่างานวัดยังคงมีให้เห็นทั่วๆไปทุกมุมทุกจังหวัด ในประเทศไทย แต่คงไม่มีครั้งไหนที่น่าประทับใจ และมีความสุขได้เท่ากับตอนที่เรายังเป็นเด็กอีกแล้ว เพราะครั้งนั้นเราได้ออกไปเที่ยวกับครอบครัว มีพ่อแม่จูงมือเราไปชมแสง สี เสียง ซื้อขนมสีสันสวยงามให้กิน มองเห็นมหรสพในยามค่ำคืน ทำให้เราตื่นตาตื่นใจและต่างจดจำภาพเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำยากที่จะลบเลือน ผู้สร้างสรรค์ผลงานจึงได้นำภาพในความทรงจำ มาถ่ายทอดผ่านชุดที่ดูน่ารักสดใส ด้วยสีสันที่ฉูดฉาด และประยุกต์สิ่งต่างๆเพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ อาทิ รูปทรงของวัดในส่วนของหลังคาและเจดีย์นำมาดัดแปลงเป็นที่ประดับศีรษะ ทรงผมที่กลมฟูได้รับแรงบันดาลใจมาจากขนมสายไหม และติดกิ๊ฟต์รูปพระจันทร์เต็มดวงให้เหมือนภาพบรรยากาศยามค่ำคืน เครื่องประดับที่ติดผมก็คือชิงช้าสวรรค์ ซึ่งเพิ่มลูกเล่นด้วยกลไกไฟกระพริบให้ดูสนุกสนานชวนมอง ถุงเท้าดัดแปลงจากไฟบาร์เบอร์หน้าร้านตัดผมชาย ที่เคยเห็นอยู่ข้างๆวัด รองเท้าทั้งสองข้างเพิ่มลูกเล่นด้วยการติดลูกโป่งสวรรค์ลงไป แต่งกายท่อนล่างด้วยกระโปรงสั้นที่บานและงอนคล้ายๆหลังคา แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ มีการตกแต่งด้วยผ้าสามเหลี่ยมหลากสี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ประดับประดาในงานวัด ส่วนท่อนบนเป็นการแต่งกายย้อนยุคไปเมื่อสมัยคุณแม่ยังสาว บนเสื้อมีลายสกรีนตัวอักษรแบบโบราณ คำว่า Thailand มีผ้าคาดเอวที่ปักด้วยเลื่อมระยิบระยับเพื่อความเก๋ไก๋ มาถึงจุดเด่นที่สุดของชุดนี้นั่นก็คือม้าหมุนที่อยู่ด้านหลัง ทำมาจากเปเปอร์มาเช่ เพื่อให้มีน้ำหนักเบา ซึ่งได้ประยุกต์ให้เป็นกระเป๋า ส่วนหางของม้าดัดแปลงให้เป็นสายไมโครโฟนโบราณ เชื่อมต่อกับไมโครโฟนที่ผูกด้วยผ้าสามสี

 

จุดเด่นทั้งหมดนี้ผู้สร้างสรรค์ผลงานต้องการสื่อถึง การสะพายกระเป๋าของเด็ก ที่ข้างในนั้นเต็มไปด้วยจินตนาการ ความสนุกสนาน การเต้นรำ และเสียงดนตรี ซึ่งมีการสะสมและเก็บบันทึกเรื่องราวแห่งความสุขครั้งนี้ ครั้งหนึ่งในชีวิตของเขาเอาไว้ พร้อมที่จะนำเสนอความทรงจำอันสวยงาม และเชิญชวนให้คนทั่วโลกมาเริงร่า อาราม ในยามราตรีไปพร้อมๆกัน

 

ผลงานชุดประจำชาติของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011

ชุดที่ห้า

ชื่อชุด : ประตูสู่สยาม ( Welcome to Thailand )

Concept : ยินดีต้อนรับสู่เมืองไทย ดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยอารยธรรม และศิลปะอันวิจิตรงดงาม โดยมีสตรีผู้สูงศักดิ์จะเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง….

Design & Idea: ผู้สร้างสรรค์ผลงานจะใช้คำว่า สตรีผู้สูงศักดิ์ เป็นแกนหลักในการเล่าเรื่องผ่านชุดนี้ โดยจินตนาการว่า ประเทศไทยได้คัดเลือกหญิงสาวผู้มีความงามพร้อมทั้งใบหน้า กิริยา และคุณสมบัติครบทุกประการ เพื่อให้เธอทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคนไทยทั้งชาติ เชิญชวนและต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ผู้ที่มาเยี่ยมเยียนประเทศของเรา ให้สมเกียรติกับการเป็นสุดยอดเมืองท่องเที่ยว ที่มีทั้งทรัพยากรธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมที่งดงามไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย แน่นอนว่าชุดนี้จะต้องทำให้ผู้สวมใส่มีความสง่าและสวยประจักษ์อย่างชัดเจน ซึ่งได้นำการแต่งกายแบบแผนของไทย ในสมัยรัตนโกสินทร์ มาประยุกต์กับความแปลกใ่ร่วมสมัย ทำให้บุคลิกภาพของ ผู้สวมใส่ มีทั้งความงามในแบบฉบับไทยแท้ผสมผสานกับผู้หญิงยุคใหม่อย่างลงตัว การออกแบบชุดจะเน้นสีที่สบายตา เช่น สีครีม สีทอง สีน้ำเงิน และ สีขาว เพื่อสื่อถึงความนุ่มนวล อ่อนหวานของหญิงไทย และเพิ่มลูกเล่นความพลิ้วไหว ด้วยผ้าลูกไม้ ปักแซมเข้าไปตามจุดต่างๆของชุด เช่น บริเวณแขนทรงหมูแฮม ที่ดัดแปลงโดยย้ายจากไหล่ไปอยู่ตรงส่วนแขนทั้งสองข้าง บริเวณผ้านุ่งท่อนล่างและส่วนของผ้าด้านหน้าที่เย็บปักแบบไล่ระดับ ทำให้ในช่วงเวลาที่มีการโยกย้าย ส่ายสะโพกก็จะดูมีเสน่ห์และชวนมองได้ไม่น้อย จุดเดียวกันตรงส่วนของท่อนล่าง แทนที่จะเป็นการนุ่งโจงกระเบนหรือนุ่งจับจีบผ้าทั้งหมด ได้เสริมให้เป็นการนุ่งกางเกงขายาวรัดรูปพิมพ์ลายไทยเข้าไปด้วย เพื่อความคล่องตัว และนอกจากนี้ผ้าด้านหน้ายังมีการปักลายนูน ตกแต่งด้วยดิ้นทองเป็นรูปลายไทยระยิบระยับ ทำให้ชุดมีความเป็นไทยอย่างชัดเจน ส่วนสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของชุดนี้ ก็คือ ประตู ปราการด่านแรกที่จะทำให้ชาวโลกมองเห็นความงามของเมืองไทย ดังนั้นเพื่อความโดดเด่น จึงนำประตูมาดัดแปลงเป็นเครื่องสวมศีรษะ ทำมาจากโลหะสีทองที่สลักลวดลายไทยลงไป แสดงถึงความประณีตความตระการตา และเพื่อตอกย้ำถึงความยิ่งใหญ่ อลังการของเมืองไทย จึงได้สร้างกลไกพิเศษซ่อนไว้ด้วย นั่นคือ เมื่อกางผ้าด้านหลังขึ้น จากที่เป็นปีกติดอยู่กลับกลายเป็นผ้าผืนใหญ่ ที่พิมพ์ลวดลายจิตรกรรมบนฝาผนังฝีมือของคนไทยลงไป ทำให้ผู้พบเห็นต่างตื่นตาตื่นใจ และอิ่มเอมไปกับศิลปะประจำชาติที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง

ซึ่งการกางผ้าขึ้นนั้น เปรียบดั่ง สตรีผู้สูงศักดิ์ได้เปิดประตูสู่ดินแดนสุดแสนอัศจรรย์แห่งนี้ อย่างเต็มความภาคภูมิแล้ว

 ชุดเข้าประกวดชุดอื่นๆ  จากกว่าร้อยผลงานเข้าประกวด

ผลงานชุดประจำชาติของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011

 

ผลงานชุดประจำชาติของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011

ผลงานชุดประจำชาติของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก http://www.t-pageant.com/

- 2011-06-3 1:57:25 คนอ่าน 4,320 คน