แมลงก้นกระดก ภัยร้ายตัวเล็กแต่พิษสงร้ายกาจ

แมลงก้นกระดก ภัยร้ายตัวเล็กแต่พิษมหาศาล

ภาษาหนังสือพิมพ์เรียกว่า?“แมลงเฟรชชี่” แต่ชาวบ้านร้านตลาดและนักศึกษาทั่วไปจะรู้จักมันในชื่อ “ด้วงก้นกระดก”?แมลงด้วงก้นกระดกนี้ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Paederus fuscipes และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Rove beetlesโดยปกติแล้วเป็นแมลงที่มีประโยชน์ในฐานะตัวห้ำที่คอยกินแมลงตัวเล็กๆจึงพบมากในพื้นที่การเกษตร นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในแถบชานเมือง

แมลงก้นกระดก

แมลงก้นกระดก

ลักษณะเป็นแมลงตัวยาวๆสีดำสลับส้ม ในตัวมันจะมีสารที่เป็นพิษกับผิวหนังของคน ทำให้เกิดการระคายเคืองและเกิดการอักเสบได้ การอักเสบของผิวหนังที่เกิดขึ้นจะเริ่มจากเป็นรอยทางแดงๆ จากนั้นก็จะเริ่มมีตุ่มน้ำพองขึ้นมา บางคนที่เกามาก อาจจะเกิดเป็นรอยสีน้ำตาลแดงและตุ่มหนองขึ้นได้

ความรุนแรงของโรคความรุนแรงของโรคมักมีจำกัดครับ ส่วนมากแล้วมักจะอยู่แค่การเจ็บแสบร้อนผิวหนัง หากทิ้งไว้ระยะหนึ่งก็สามารถหายเองได้ยกเว้นก็แต่เข้าตา ถูกเป็นบริเวณกว้าง แพ้มาก หรือไปเกาจนติดเชื้อซ้ำซ้อนที่อาจจะเป็นปัญหาตามมาได้

ปัญหาที่เกี่ยวกับโรคนี้โรคนี้โดยตัวมันเองไม่ใคร่รุนแรงนัก แต่มีปัญหาว่า คนจะเข้าใจผิดว่ามันเป็นโรคอื่น ซึ่งทำให้ต้องไปรักษาอย่างไม่จำเป็นโรคที่เข้าใจผิดได้บ่อยๆก็คือเรื่องงูสวัด และแพ้ยา ซึ่งบางทีมาหาหมอด้วยเรื่องว่าหลังจากเป็นแล้วไปเป่าน้ำมนต์พ่นยาเขียว

แมลงก้นกระดก

แมลงก้นกระดก

หลังจากนั้นแผลอักเสบติดเชื้อหนองไหลเยิ้ม … เกิดโรคตามมาโดยไม่จำเป็นงูสวัด มีลักษณะเป็นตุ่มน้ำพองใสได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าลักษณะของมันจะขึ้นตามแนวเส้นประสาท หรือ dermatome (เพราะเชื้อพวกนี้เดินตามแนวเส้นประสาท) แพ้ยาก็ต้องมีอาการหลังการกินยาหรืออาหารที่ต้องสงสัยบางคนมาที่รพ.ด้วยปัญหากลัวเป็นงูสวัด แต่รอยที่ปรากฎเกิดเป็นทางยาวไม่ตรงตามแนวเส้นประสาท กลับไปเหมือนรอยตัวอะไรบางอย่างโดนบี้เป็นทางยาว อย่างนี้หมอก็มักไม่จ่ายยาต้านเชื้อไวรัสงูสวัดให้สรุปว่า หากมีตุ่มน้ำพอง แสบร้อนขึ้น ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นเริม งูสวัด หรือไปโดนสัมผัสสารเคมี-สารก่อภูมิแพ้ ก็ลองไปพบแพทย์ดูก่อนเพื่อการวินิจฉัยและรักษาต่อไป

แมลงก้นกระดก

แมลงก้นกระดก

และอีกปัญหาที่เกี่ยวกับโรคนี้คือ จะพบคนที่เป็นโรคนี้ได้มากในโรงงานอุตสาหกรรมที่เปิดทำงานล่วงเวลา และมักก่อปัญหาความเข้าใจผิดในโรงงานให้พนักงานคิดว่าตนเองแพ้สารเคมีในโรงงาน

ลักษณะของผื่นนี้จะมีสีแดงจัด ขอบเขตชัดเจน ส่วนใหญ่อยู่บริเวณนอกร่มผ้า ผื่นลักษณะเหมือนเราส่องกระจกเงาไปที่ผื่นอันแรก (mirror image) ซึ่งช่วยในการวินิจฉัยแยกโรคจากโรคอื่นๆ

ภาวะนี้เรียกว่า Paederous dermatitis หรือ ที่คนไทยเรียกกันว่า ผื่นที่เกิดจากแมลงก้นกระดก หรือ แมลงเฟรชชี่ (อันหลังนี้เข้าใจว่าเกิดจากภาวะนี้เกิดในช่วงเปิดมหาวิทยาใหม่ๆ หรือช่วงรับน้องใหม่) ในรูปแสดงตัวแมลงตัวที่ว่า ดูแล้วน่ากลัว บางคนคิดว่าคงโดนแมลงนี้กัดเอา

แต่สาเหตุที่เป็นต้นตอทำให้เกิดผิวหนังแสบร้อนนี้คือ ของเหลวที่แมลงตัวนี้ปล่อยออกมาเวลาที่โดนปัดโดยคน (หรือบางคนบอกว่าเวลาแมลงตกใจ ไม่รู้ว่ารู้ได้อย่างไรว่าแมลงตกใจ) คือ สาร pederin ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรดชนิดหนึ่ง ทำให้เกิดการระคายที่ผิวหนังที่โดนสารนี้ ทำให้เกิดเป็นผื่นระคายชนิดหนึ่ง (หรือ irritant contact dermatitis)

สธ.เตือนภัยจากตัวด้วงก้นกระดก หรือด้วงก้นงอน อย่าจับเล่น ตีหรือบดขยี้ เนื่องจากมีสารพิษอันตรายทำลายเซลล์เนื้อเยื่อ ทำให้ผิวหนังอักเสบเฉียบพลัน ปวดแสบปวดร้อน เป็นแผลพุพอง รายที่แพ้รุนแรงอาจมีไข้ ปวดเส้นประสาทกล้ามเนื้อนานหลายเดือน หากพิษเข้าตา อาจตาบอดได้ แนะวิธีแก้ไขหากถูกพิษ ให้ใช้น้ำสะอาดล้างออกหรือใช้แอมโมเนียเช็ดออก

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงฤดูฝนนี้ มักจะมีด้วงก้นกระดก หรือที่เรียกว่า ด้วงปีกสั้น ด้วงก้นงอน (Rove beetle) ชุกชุมกว่าฤดูอื่น ซึ่งด้วงชนิดนี้เป็นแมลงที่มีประโยชน์ในการควบคุมแมลงศัตรูพืชตามธรรมชาติ แต่มีพิษทำให้เกิดผื่นแพ้ต่อผิวหนังอย่างเฉียบพลัน มีรายงานผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ แต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต โดยตัวด้วงกระดกจะมีพิษที่มีชื่อว่า เพเดอริน (Paederin) อยู่ทั่วตัว มีฤทธิ์ทำลายเซลล์เนื้อเยื่อ หากคนโดนสารพิษดังกล่าว เมื่อถูกผิวหนัง จะเกิดอาการอักเสบ แสบร้อน พุพอง ส่วนใหญ่พิษจะมีในด้วงตัวเมีย การปล่อยน้ำพิษจะออกมาในกรณีที่ด้วงตกใจ ถูกตี ถูกบีบ หรือถูกบดขยี้ เพื่อป้องกันตัว ด้วง 1 ตัว จะมีสารพิษอยู่ในตัวประมาณร้อย 0.025 ของน้ำหนักตัว

ทั้งนี้หลังจากที่คนสัมผัสพิษด้วงกระดก อาการจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณที่สัมผัสพิษ โดยหลังสัมผัสใน 24 ชั่วโมงแรก ผิวจะมีผื่นแดง คัน แสบร้อนผิวหนัง และเกิดเป็นแผลพุพองภายใน 48 ชั่วโมง และมีการอักเสบขยายวงใหญ่ขึ้น จากนั้นจึงตกสะเก็ดภายใน 8 วัน อาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ ในรายที่เป็นรุนแรง ผิวหนังจะอักเสบหลายแห่ง คล้ายงูสวัด อาจมีอาการไข้ ปวดเส้นประสาท ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน เป็นผื่น บวมแดงติดต่อกันหลายเดือน หากพิษเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้

สำหรับด้วงก้นกระดกชอบเล่นไฟในยามค่ำคืน มีมากในฤดูฝน ลักษณะด้วงก้นกระดกจะมีขนาดเล็ก ความยาวเพียง 4-7 มิลลิเมตร ลักษณะเป็นแมลงตัวยาวๆ ส่วนหัวมีสีดำ ปีกสีน้ำเงินเข้ม ลำตัวมีสีดำสลับส้ม และมักจะกระดกส่วนท้องขึ้นๆ ลงๆ เมื่อเกาะบนพื้น ชอบอาศัยตามกองมูลสัตว์ กองไม้และบินเข้ามาเล่นแสงไฟในบ้านเรือน พบด้วงชนิดนี้ได้ทั่วโลก มากที่สุดที่อเมริกาเหนือ ซึ่งมีถึง 3,100 ชนิด

สำหรับประเทศไทยคาดว่ามีประมาณ 20 ชนิด ตามปกติ ด้วงก้นกระดก จะไม่กัดหรือต่อยคน แต่คนจะได้รับพิษหากไปสัมผัส จับมาเล่น หรือ ตบตี บี้จนน้ำพิษแตกออกมา

ประเทศไทยเคยมีรายงานระบาดใน พ.ศ.2536 พบในโรงงานในจังหวัดสมุทรปราการ เกิดอาการผิวหนังอักเสบเฉียบพลัน มีผู้ป่วย 27 ราย ครั้งที่ 2 พบที่จังหวัดนครสวรรค์ ใน พ.ศ. 2549 ที่หอพักนักศึกษาหญิง พบผู้ป่วย 113 ราย และพบที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 30 ราย ในปีเดียวกัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีผื่นแดงเป็นทางยาว ปวดแสบปวดร้อน ลักษณะคล้ายรอยไหม้ บางรายอักเสบจนเป็นตุ่มหนอง ส่วนที่ต่างประเทศ เคยมีรายงานที่เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 2512 มีคนโดนพิษด้วงเกิดอาการรุนแรง 2,000 กว่าคน ที่อินเดียใน พ.ศ.2548 มีผู้ป่วย 123 คน

?การป้องกันด้วงก้นกระดก ขอให้ประชาชนระมัดระวัง โดยเฉพาะเด็กๆ อย่าจับด้วงมาเล่น ไม่ตบหรือตีเมื่อด้วงบินมาเกาะตามตัว หากถูกพิษของด้วง ให้ล้างด้วยน้ำเปล่าฟอกสบู่ หรือเช็ดด้วยแอมโมเนีย และควรไปพบแพทย์? นพ.สุพรรณ กล่าว

เกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับแมลงก้นกระดก

1. การระบาดครั้งใหญ่ เกิดขึ้นที่โอกินาว่าเมื่อ1969 มีคนที่โดนแมลงตัวนี้แล้วเกิดอาการรุนแรง2000กว่าคน

2. อาการ”ตาอักเสบแบบไนรูบี” เป็นชื่อเล่นๆของโรคตาอักเสบที่เกิดจากแมลงเหล่านี้เข้าตา เพราะแมลงเหล่านี้ก็พบได้มากแถวแอฟริกา

3. อาการทางผิวหนังอาจคล้ายคลึงจากการโดนแมลงที่ชื่อว่าBlister Beetle

4. ด้วงตัวที่มีพิษคือตัวเมีย ส่วนด้วงตัวผู้จะได้พิษจากแม่เพียงเล็กน้อย หรืออาจจะได้ในกรณีไปกินซากตัวเมีย ดังนั้นก็ไม่น่าแปลกใจที่บางคนจะเข้าใจว่าแมลงตัวนี้ไม่มีพิษ (เพราะอาจจะเคยโดน แต่โดนตัวผู้)

แค่มันมาเดินบนตัว บินชนหน้า หรือสัมผัสถูก แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ทุกที่ที่มันสัมผัสมันจะปล่อยกรดที่อยู่ที่ส่วนก้นออกมาทำให้เกิดรอยไหม้ บวม แดง ขึ้น แน่นอนแผลไม่ได้หายง่าย ๆ และพอหายแล้วต้องมารักษารอยแผลเป็นอีกต่างหาก นับว่าเป็นโชค 2 ชั้นเลยทีเดียวละ บางคนมันเข้าตาก็มี สิ่งที่ต้องทำคือต้องรีบล้างด้วยน้ำสะอาดมาก ๆ แล้วไปพบแพทย์ ในทันที

ถ้ามันมาเดินบนแขน แล้วเผอิญพับแขน แผลจุด ๆ นั่น เป็นจุดที่มันตาย แล้วกรดในตัวมันก็กระจายไปทั่วแขน อันนี้ล่ะแสบไปนาน แล้วแผลอาจจะลามไปได้ จากการแพ้สารเคมีในตัวแมลงที่ปนเปื้อนบนแขน กรณีนี้ให้รีบล้างออกโดยเร็วอย่าได้นิ่งนอนใจ ห้ใช้น้ำสะอาดล้างออกหรือใช้แอมโมเนียเช็ดออก

ภาพผู้ที่มีอาการแพ้แมลงก้นกระดก

ผื่นจากแมลงก้นกระดก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก?http://chemist2008.ning.com/forum/topics/2179300:Topic:296133

- 2012-05-9 11:45:42 โพสต์โดย : TLC NEWS คนอ่าน 21,647 คน
แจ้งปัญหาเว็บไซต์