กราบพระเมตตา พุ่งชนรถพระที่นั่ง…ความเสียหายครั้งนี้ พระบรมฯ ทรงยกโทษให้

กราบพระเมตตา พุ่งชนรถพระที่นั่ง…ความเสียหายครั้งนี้ พระบรมฯ ทรงยกโทษให้

1

ท่ามกลางข่าวดรามาของดารา “น็อตหลุด” เจ้าของวลีเด็ด #กราบรถกู เพราะอารมณ์โมโหสุดขีดจึงรัวหมัดใส่คนขี่มอเตอร์ไซค์จนดั้งหัก เพียงแค่เฉี่ยวชนไฟท้ายเสียหายเล็กน้อย ทว่าตอนนี้ ดาราคนดังกล่าวได้โดน “ศาลโซเชียลฯ” พิพากษาจนไม่มีที่ยืนในสังคมแล้ว เหตุเพราะคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ไม่รู้จักคำว่า ให้อภัย และไร้ซึ่งความเมตตา

ทว่า เพียงแค่ไฟท้ายของรถมินิฯ ไม่เกินหมื่นหากเทียบกับรถเบนซ์ และบีเอ็ม ทะเบียน ร.ล.ย.รุ่นใหม่เอี่ยมล่าสุด ที่โดนรถคนเมาพุ่งชนจนค่าเสียหาย 2 ล้าน แต่ทำไมเจ้าของ กลับไม่เอาเรื่อง ไม่บันดาลโทสะ แถมยังมีความเมตตา ให้อภัย จนผู้ที่เป็นคนชนทำให้รถเสียหายต้องทรุดกายลง “กราบ”

“พระราชทานอภัย” ชายชราขับชนรถยนต์พระที่นั่ง

2

เหตุการณ์น่ากราบนี้ นี้เกิดขึ้นที่โรงแรมโอเรียนเต็ลหลังจากเสร็จจากงานแต่งของลูกเพื่อน ชายสูงวัยอายุกว่า 70 ปี เชื้อสายจีนบุคลิกท่าทาง คล้าย “อาแปะ” จึงให้พนักงานโรงแรมเอารถมาให้ พนักงานจึงยื่นกุญแจให้ อาแปะจึงขับออกไป แต่รถกลับไปพุ่งชนเบนซ์รุ่นใหม่เอี่ยม ที่จอดอยู่เต็มๆ แถมรถยังพุ่งไปชน บีเอ็มฯ ซีรีส์ 7 อีก 2 คัน ซ้อน

เคราะห์ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ด้วยความตกใจอย่างแรงของอาแปะ คราวนี้จึงใส่เกียร์ถอยหลังเต็มที่ พุ่งชนรถลีมูซีนของโรงแรมอีก 2 คัน ด้วยแรงกระแทกทำให้กระถางดอกไม้แถวนั้นแตกหมด เศษกระเบื้องยังหล่นลงมาใส่กระโปงรถอีก2คัน สรุปความเสียหายครั้งนี้อาแปะ ขับชน 7 คันรวด

เจ้าของรถเบนซ์ และ บีเอ็มจึงเรียกอาแปะมาคุย ว่าขับรถยังไง ถึงได้ชนกัน 7 คันรวดขนาดนี้ อาแปะด้วยความตกใจมาก ตอบแบบเสียงสั่นๆ สำเนียงจีนว่า ตนเองไปงานแต่งลูกเพื่อน แต่เพื่อนนำเบียร์มาให้กิน 1 แก้ว จากนั้นก็เอาวิสกี้ให้กินอีกแก้ว และไวน์อีก 2 แก้ว จึงทำให้เกิดอาการเมา ทำให้ขาของตนเองเกร็ง ค้างกะทันหัน จึงทำให้เหยียบคันเร่งแรงไป เป็นเหตุให้พุ่งชนรถ 7 คันรวด

ครั้นเจ้าของรถถามถ้าเรียกค่าเสียหาย อาแปะจะทำอย่างไร อาแปะจึงตอบไปว่า คงต้อง “มีรถขายรถ มีบ้านขายบ้าน” เพื่อมาจ่ายค่าเสียหายในครั้งนี้ เพราะตัวเองมีอาชีพขายเครื่องไฟฟ้าเล็กๆ แถวอุรุพงษ์ ไม่ใช่คนร่ำรวย

3

เจ้าของรถจึงพาอาแปะเดินไปดูส่วนที่เสียหาย ซึ่งรถคันนี้ “เจ้าของรถ” รักรถ และดูแลรถดีเยี่ยมแค่ไหน อาแปะจึงพาลูกเมีย เดินไปดู จากนั้น เจ้าของรถจึงขอคุยเป็นการส่วนตัวว่า…

“ความเสียหายในครั้งนี้จะยกโทษให้” เพราะเห็นว่าครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยอะไร ถ้าให้จ่ายค่าซ่อมในครั้งนี้ ครอบครัวอาแปะ คงต้องลำบาก ครอบครัวอาจจะต้องเดือดร้อนในวันข้างหน้า และจึงหันหน้าไปบอกกับครอบครัวอาแปะว่า ไม่ควรให้พ่อขับรถอีกเพราะ อายุมากแล้ว 71 ปีแล้ว ถ้าเกิดไปชนกลางถนน อาจจะทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เมื่ออาแปะและลูกเมียหันไปมองหน้าเจ้าของรถตอนไฟสว่าง จึงทำให้แทบล้มทั้งยืนน้ำตาไหลไม่หยุด เพราะเจ้าของรถคือ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ทั้งครอบครัวทรุดตัวก้มลงกราบพระบาท ด้วยสำนึกในพระเมตตาธิคุณของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อย่างล้นพ้น และจดจำไปจนชั่วชีวิต ที่พระราชทานอภัย จนชนรถ ร.ย.ล. ซึ่งจอดรอ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์ เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และรถอื่นๆ เสียหายไปประมาณ 2 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ตอนอาแปะก้มลงกราบพระบาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทาน สติกเกอร์ 1แผ่น เพื่อให้เตือน สติว่า “เมาไม่ขับ”

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของครอบครัวอาแปะ ที่ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายใดๆ ในการชนรถยนต์พระที่นั่ง ทรงพระเมตตาต่อประชาชน พระราชทานอภัยให้กับความไม่มีสติ ของชายชราผู้นี้

พระมหากรุณาธิคุณ…เด็กด้อยโอกาส

เช่นเดียวกับในโอกาสวันเด็กแห่งชาติปี 2559 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานจักรยานแก่นักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่ยากจนและด้อยโอกาส มีความจำเป็นที่ต้องใช้จักรยานเป็นพาหนะเดินทางไปเรียนหนังสือ เนื่องจากบ้านอยู่ไกลจากโรงเรียน จำนวน 9,900 คัน ขณะนี้ทางแต่ละจังหวัดได้ทยอยมอบจักรยานพระราชทานให้แก่เด็กผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศไทยแล้ว

4

ทว่า เหตุการณ์ที่สร้างความปลาบปลื้มให้เด็กด้อยโอกาสที่ยังตราตรึงใจมาจนบัดนี้คือกรณีของ น้องทาม -ด.ช.วรรธนะ คำอินทร์ หนูน้อยหัวใจแกร่งไร้แขนทั้งสองข้างตั้งแต่กำเนิดวัย 11 ขวบ โดยน้องทามได้ร่วมขบวนปั่นจักรยาน “Bike for Mom” กระทั่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รับสั่งให้ตามหาน้องทาม

ในวันที่ 16 ส.ค.2558 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานจักรยานซึ่งเป็นจักรยานพระที่นั่งของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรณ์รัศมีโชติ มามอบให้ “น้องทาม”

พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต รองหัวหน้าสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ฯ ได้เป็นผู้แทนพระองค์ เดินทางด้วยรถยนต์มาถึงบริเวณบ้านของน้องทาม พร้อมรถจักรยานพระราชทาน, กระเช้าและถุงสิ่งของพระราชทาน ที่นำมามอบให้น้องทาม และครอบครัว ทั้ง 3คนพ่อแม่ลูก ก้มกราบพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ด้วยความซาบซึ้งในพรมหากรุณาธิคุณ หาที่สุดมิได้

5 6

จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารข้าราชการในพระองค์ได้ลงมือปรับแต่งระดับรถจักรยานให้เหมาะสมกับตัว “น้องทาม” พร้อมอธิบายวิธีการใช้งานเกี่ยวกับอุปกรณ์ของจักรยาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทหารจะให้ “น้องทาม” ทดลองขี่จักรยานที่ได้รับพระราชทานอยู่หลายรอบเพื่อให้เกิดความคล่องตัว และหาข้อบกพร่องนำมาแก้ไข จนมั่นใจว่า “น้องทาม” สามารถขี่ได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนปกติ

สำหรับรถจักรยานพระราชทานเพื่อผู้พิการที่นำมามอบให้ น้องทาม ยี่ห้อ Trek รุ่น 4700 สีฟ้า-เหลือง ที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ร้านจักรยานสุขสำราญ Healthy Person Bike จัดสร้างดัดแปลงตามพระราโชบาย ทรงออกแบบ และโปรดเกล้าฯ ให้นำจักรยานที่นั่งของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรณ์รัศมีโชติ มาดัดแปลงให้เหมาะสมกับผู้พิการไร้แขนเป็นพิเศษ

พระเมตตา…บัณฑิตพิเศษ

7

นอกจากนี้ ยังมีภาพพระเมตตาสุดประทับใจถูกเผยแพร่ส่งต่อทางโลกโซเชียลฯอย่างแพร่หลาย หลังจากที่ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ใช้ช้ชื่อว่า Yo Kormeehuajai เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต รับหน้าที่ถ่ายภาพพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตทุกปี ได้โพสต์ภาพสุดประทับใจอันเป็นพระเมตตา และ พระมหากรุณาธิคุณ ที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีต่อบัณฑิตพิเศษ ที่ได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ปี 2555-2556 โดยระบุข้อความว่า ทรงมีพระเมตตาพระราชทานปริญญาบัตรด้วยสองพระหัตถ์

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตและบัณฑิตพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ขอพระองค์ทรงพระเจริญฯ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตเผยแพร่ภาพ ในปีนี้และปีที่ผ่านมา

…ผมเป็นคนหนึ่ง ที่อยู่ในลำดับการตรงนั้น สุดซึ้งจริงๆ รองหัวหน้าสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ กล่าวตอนซ้อมว่า ทุกคนที่เข้ารับพระราชทานฯต้องได้ปริญญาบัตร และภาพกลับบ้านไปให้ครอบครัวชื่นชมยินดี และเพื่อเป็นเกียรติกับครอบครัวและวงศ์ตระกูล พระองค์จะให้เข้ารับใหม่และยังไม่ปล่อยปริญญาในคนที่เข้ารับไม่ตรงจังหวะ เพราะกลัวภาพของมาไม่งาม ซึ่งบัณฑิตและหลายคนตื่นเต้นจนประหม่าไป พระองค์ทรงพระเมตตากับบัณฑิตทุกคน”

8

สำหรับบัณฑิตใหม่ ผู้อยู่ในภาพนั่นคือ อาร์ท – วีรยุทธ ชิณพันธ์ ผู้ป่วยเป็นมะเร็งที่ก้านสมอง บัณฑิตสาขาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต โดยปัจจุบันน้องอาร์ทได้เสียชีวิตลงแล้ว เจ้าตัวเคยเปิดเผยกับถึงนาทีแห่งความปลื้มปิติในครั้งนี้ว่า รู้สึกปลื้มปิติยินดี ดีใจจนบอกไม่ถูก พระองค์ทรงมีเมตตาต่อบัณฑิตทุกคน ยิ่งช่วงจังหวะที่เดินเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร พยายามค่อยๆ เดิน กลัวว่าจะล้มต่อหน้าพระองค์ท่าน

“ช่วงจังหวะที่ต้องเดินเข้าไปยังแท่นประทับเพื่อรับปริญญาบัตร ขาข้างขวากลับอ่อนแรง และเซจะล้มชนแท่นที่ประทับ ตอนนี้รู้สึกกังวล กลัวจะล้มทับพระองค์ท่าน แต่แล้วพระองค์ท่านกลับใช้พระกรทั้งสองจับและพระราชทานใบปริญญาให้และมองหน้าด้วยความเป็นห่วง รู้สึกซาบซึ้งจะพูดไม่ออกที่พระองค์ทรงเมตตากับเรามากขนาดนี้”

ที่มา manager

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าวข่าวต่างประเทศ , เรื่องน่าสนใจ

เรื่องน่าสนใจ
- 9-11-2016 1:38:06 โพสต์โดย : admin คนดู อ่าน 9,807 คน คน
  • คำค้นยอดนิยม

  • รายการทีวีย้อนหลัง

  • ดูละครย้อนหลัง