โอ้ละพ่อ! คดีพลิกช่วยลุงแท็กซี่ แม่ตายไม่มีเงินขนศพ ที่แท้โดนแฉความจริงแบบนี้!

โอ้ละพ่อ! คดีพลิกช่วยลุงแท็กซี่ แม่ตายไม่มีเงินขนศพ ที่แท้โดนแฉความจริงแบบนี้!

new101-16-02-60

คดีพลิกอีกแล้ว งานนี้มีเงิบทั้งโซเชียล จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ค ชื่อ Khun Yoo Yoksawat ได้โพสต์เรื่องราวว่า คนขับแท็กซี่ที่แม่ของตนสียด้วยโรคมะเร็งเมื่อคืน ที่โรงพยาบาลทหารเรือ พร้อมร้องไห้กับโชคชะตาชีวิต พร้อมเล่าให้ผู้โดยสารว่า ตนเองขับแท็กซี่ทั้งคืนเพื่อนำเงินไปเคลื่อนศพแม่ไปราชบุรี แต่เงินยังไม่พอ จึงได้แต่ร้องไห้ ผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย สงสารจึงกดเงินสมทบทุนช่วยเหลือแท็กซี่รายนี้

หลังจากมีการแชร์เรื่องราวเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมา ทำให้มีคนหนึ่งได้เข้ามาคอมเม้นต์แฉพฤติกรรมของลุงที่ขับรถแท็กซี่รายนี้ว่า แท้จริงแล้วลุงแท็กซี่อาจเป็นมิจฉาชีพ!? เล่นละครทำตัวให้น่าสงสารเพื่อหลอกผู้โดยสาร โดยเขาคอมเม้นต์ว่า..ไม่ใช่แหละคุณโดนหลอกแล้วนี่มันมิจาฉาชีพแม่เราก็โดนเหมือนกันรับโทรศัพท์แล้วบอกว่าแม่เสียเป็นมะเร็งศพอยุ่ รพ.ทหารเรือยังไม่ได้นำศพออกจาก รพ. 4 วันแล้วเพราะยังขาดเงินอีก 1, 500 บาท เรียก Taxi แถวพระราม 2 วันที่ 12 ก.พ. 60 ทำมาแล้วกี่คนไม่รู้ภายในรถก็ไม่มีป้ายทะเบียนฝากเตือนเพื่อนๆทุกคนด้วยเอาความดีของคนอื่นมาเป็นเครื่องมือแย่มาก

new102-16-02-60

ขณะเดียวกันหลังจากมีคนออกมาแฉพฤติกรรมแท็กซี่ลวงโลก ล่าสุดเจ้าของเรื่องราวที่โพสท์ ก็ได้ออกมาโพสท์ว่า แม้จะตกเป็นเหยื่อแท็กซี่ ไม่ย่อท้อในการทำความดีแน่นอน ยังยืนยันจะช่วยเหลือคนที่ลำบากต่อไป โดยโพสท์ระบุว่า

หลังจากผมลงเรื่องราว ที่ผมไปช่วยเหลือพี่แท๊กซี่ ทย.6075 ไว้เมื่อวาน
ก็มีคนเอาไปแชร์ต่อกันมากมาย จนหลายเพจก็เอาไปลงแชร์กันล้นหลาม
และแน่นอนว่าเมื่อมันเป็นประเด็นที่คนสนใจ เป็นกระแสสังคมไปแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ วันนี้มีข้อความอินบ๊อกซ์มาหาผมหลายข้อความมาก

แบ่งเป็น กลุ่มคนที่เห็นใจกับสิ่งที่เกิด และอยากยื่นมือช่วยเหลือ
ซึ่งผมก็ได้ตอบกับทุกคนว่า ผมไม่มีข้อมูลติดต่อแกเลย นอกจากทะเบียนรถ

และอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เข้ามาบอกว่า นี่คือกลโกงของมิจฉาชีพ ทั้งคนที่ประสบกับตัว หรือเพื่อนฝูงญาติสนิท แทบทุกข้อความมีรายละเอียด หลักฐานที่ค่อนข้างตรงกันมาก ทั้งข้อมูลเนื้อหา คำพูด รูปพรรณ ซึ่งทำให้ผมค่อนข้างเชื่อได้
ว่า ผมน่าจะตกเป็นเหยื่อ
แต่ผมก็ตอบกลับทุกข้อความไปว่า

“หลังจากเรื่องนี้แพร่ออกไป ก็มีคนอินบ๊อกส์มาบอกผมหลายคน แต่สถานการณ์ตอนนั้นผมเลือกที่จะให้ เพราะถ้าเขาเป็นมิจฉาชีพ เต็มที่ผมก็แค่เสียความรู้สึกที่เขาใช้ความมีน้ำใจเป็นเครื่องมือ แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ผมคนรู้สึกบาปมากที่ไม่ยอมช่วย และเมื่อมันเป็นกระแสสังคมไปแล้ว สังคมก็จะตรวจสอบเขา และกรรมจะทำหน้าที่ครับ ผมว่าผมสบายใจที่ทำ และที่สำคัญทำไปแล้วครับ
คิดเข้าข้างตัวเองว่า เด็กนั่นคงมีข้าวกินอีกหลายมื้อครับ
ที่ไม่อยากออกมาแก้ต่าง เพราะกลัวคนในสังคมหวาดกลัวการมีน้ำใจครับ
ผมไม่ได้ลำบากอะไรมากมายครับ”

ซึ่งผมก็หมายความตามนั้นจริงๆ

เรื่องนี้เราได้เรียนรู้สองสิ่งครับ

คือ การได้ช่วยเหลือผู้ที่กำลังลำบาก คือสิ่งที่เราสามารถทำได้ ทำแล้วมีความสุขใจ ขนาดคนที่เข้ามาอ่าน เข้ามาแชร์ ยังรู้สึกดี กับสิ่งที่มันเกิดขึ้นเลยครับ

และในขณะเดียวกัน ก็มีคนใช้สิ่งข้างต้น มาเป็นเครื่องมือในการเบียดเบียน เอาความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ มาสร้างประโยชน์ให้ตน ก็คงต้องปล่อยให้กรรมทำหน้าที่ เป็นเรื่องของเขา
เป็นอุธาหรณ์ เป็นกรณีศึกษาที่ดีครับ

ผมมิได้ทำผิด โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ผมว่าผมได้ทำในสิ่งที่ถูก ในเวลาที่ควร
เพราะฉะนั้น ทำไมผมจะต้องอาย ทำไมผมจะต้องท้อ ที่จะทำมันอีก

ที่มา : postjung

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว , ข่าวต่างประเทศ , เรื่องน่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์สนั่น!! หนุ่มนั่งแท็กซี่ เห็นลุงคนขับร้องไห้ตลอดทาง ก่อนเหลือบมองเบาะหน้าเท่านั้น? แชร์สนั่น!! หนุ่มนั่งแท็กซี่ เห็นลุงคนขับร้องไห้ตลอดทาง ก่อนเหลือบมองเบาะหน้าเท่านั้น?

เรื่องน่าสนใจ
- 17-02-2017 10:01:25 โพสต์โดย : momint คนดู อ่าน 14,376 คน คน
  • คำค้นยอดนิยม

  • ดูละครย้อนหลัง