เปิดกรุ 7 วิธีคุมกำเนิดของนางโลมจีนในสมัยโบราณ

เปิดกรุ 7 วิธีคุมกำเนิดของนางโลมจีนในสมัยโบราณ 

คุมกำเนิดด

เปิดกรุ 7 วิธีคุมกำเนิดของนางโลมจีนในสมัยโบราณ กาลครั้งหนึ่งกระเพาะปลาเคยถูกใช้เป็นถุงยาง!โดย รู้จีนรู้จริง China Expertise

อยากรู้ไหมว่าก่อนที่ยาคุมกำเนิดจะถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้ บรรดาพระสนมตลอดจนนางคณิกาในสมัยโบราณของจีนใช้วิธีไหนบ้างในการคุมกำเนิด?จากการค้นคว้าในหนังสือโบราณของจีน พบว่ามีบันทึกเกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดไว้หลากหลายวิธีด้วยกันดังนี้ (อาจจะดู 18+ ไปบ้าง แอดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)

คุมกำเนิด

1.แผ่นแปะสะดือ
มีบันทึกว่าคนโบราณใช้“เซ่อเซียง” (麝香) หรือยาจีนที่ทำจากกวางชะมดมาทำเป็นแผ่นคล้ายๆ ปลาสเตอร์ปิดแผล เวลาใช้ให้แปะปลาสเตอร์นี้ไว้ที่สะดือจะช่วยหญิงสาวไม่ตั้งท้อง ว่ากันว่าจ้าวเฟยเยี่ยนและจ้าวเหอเต๋อพระสนมสองพี่น้องผู้เป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระจักรพรรดิเฉิงแห่งราชวงศ์ฮั่นก็เคยใช้วิธีนี้มาก่อน

2.น้ำหญ้าฝรั่น
บันทึกของชาวบ้านสมัยโบราณระบุไว้ว่า มีคำร่ำลือกันว่า “หญ้าฝรั่น” คือเคล็ดลับการคุมกำเนิดของสาวในวัง โดยกล่าวว่าหากฮ่องเต้ไม่ถูกพระทัยสนมคนไหนที่ทรงใช้บริการ ก็จะมีบัญชาให้ขันทีจับนางสนมเหล่านี้แขวนไว้แล้วใช้น้ำหญ้าฝรั่นชำระล้างร่างกายให้หมดจด เพราะเชื่อว่าน้ำหญ้าฝรั่นจะสามารถกำจัดอสุจิที่อยู่ในร่างกายของนางสนมได้นั่นเอง

คุมกำเนิด1

3.การนวดตัว
นอกจากน้ำหญ้าฝรั่นแล้ว ก็มีเกร็ดประวัติศาสตร์อย่างไม่เป็นทางการบันทึกไว้ว่า หลังฮ่องเต้เสร็จกิจแล้ว หากทรงมิประสงค์ให้พระสนมตั้งครรภ์ ก็จะสั่งให้ขันทีมานวดตัวสนมท่านนั้นเพื่อทำให้แน่ใจว่าไม่มีสารคัดหลั่งใดๆ ของพระองค์หลงเหลือเป็นที่ระลึกอยู่ในร่างกายของนาง

คุมกำเนิด2

4.ถุงยางคุมกำเนิด
มีบันทึกโบราณที่พูดถึงสิ่งที่ทำหน้าที่เหมือนถุงยางอนามัยหรือที่ในภาษาจีนเรียกว่า“ถุงปลอดภัย” แต่ถุงนี้ทำมาจากลำไส้ของสัตว์ (ที่ปัจจุบันยังใช้บรรจุไส้กรอก) บางตำราบอกว่าทำมาจากไส้แกะหรือแพะ บ้างก็ว่าก่อนจะใช้ลำไส้ก็มีถุงยางที่ทำมาจากกระเพาะปัสสาวะหมู

ในขณะที่บันทึกทางประวัติศาสตร์ของตะวันตกก็มีพูดถึง “ถุงยาง” จากลำไส้สัตว์ไว้เช่นกัน เช่นถุงยางที่เรียกถูกเรียกว่า “Dutch cap” (หมวกแบบดัชท์) นอกจากนี้ คนจีนโบราณก็ยังนำกระเพาะปลามาใช้เป็นถุงยางด้วยนะเออ

เสริมอีกนิดว่าในอินเดียและอียิปต์เมื่อ 3,000 ปีก่อนมีการนำมูลจระเข้และมูลช้างมาทำเป็นยาใช้สำหรับป้องกันท้อง เพราะหากมองในเชิงวิทยาศาสตร์แล้วมูลพวกนี้มีความเป็นกรดสูง จึงมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อในระดับหนึ่ง แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะกลิ่นแรงไม่น่าอภิรมย์อาจทำให้คู่สามีภรรยาหมดอารมณ์ป้าบๆได้

คุมกำเนิด3

5.กินปรอท
มีหญิงโบราณที่ดื่มปรอทเพราะเชื่อว่าสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่อาจจะกินในปริมาณนิดเดียวซึ่งไม่ส่งผลให้ตาย ในปัจจุบันยังมีคนแก่ในชนบททางภาคเหนือของประเทศจีนจำนวนไม่น้อยที่สมัยสาวๆ เคยดื่มปรอทเพื่อป้องกันการท้อง ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลเสียต่อร่างกาย มีบันทึกว่าในน้ำชาหรืออาหารบางอย่างของนางโลมในสมัยโบราณจะถูกใส่ปรอทเข้าไปผสมนิดหน่อย ว่ากันว่าป้องกันการท้องได้ดีเยี่ยม ซึ่งนางโลมเองจะไม่รู้ตัวว่าถูกผสมสารพิษให้ทาน แต่พวกนางมักถูกทำให้เข้าใจผิดว่านี่คือน้ำผสมขี้เถ้าช่วยคุมกำเนิดอะไรทำนองนั้น

ซึ่งจริงๆ แล้วการดื่มปรอทเพื่อคุมกำเนิดสอดคล้องกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน เพราะสารปรอทสามารถส่งผลให้ประจำเดือนมาผิดปกติได้ เพราะเคยมีงานวิจัยที่ระบุว่าพนักงานโรงงานเพศหญิงที่ต้องสัมผัสกับไอปรอทระดับเข้มข้นในระยะยาวจะมีโอกาสประจำเดือนมาไม่ปกติมากกว่าผู้หญิงปกติ 2-3 เท่า

คุมกำเนิด4

คุมกำเนิด5

6.กินขั้วลูกพลับเผาไฟ
ชาวบ้านโบราณว่ากันว่าให้ดึงขั้วลูกพลับแห้งไปเผาบนกระเบื้อง จากนั้นนำไปทานพร้อมน้ำวันละ 7 ขั้ว ติดต่อกัน 7 วัน รวมเป็น 49 ขั้ว รับรองทั้งปีไม่มีท้อง แต่มีข้อห้ามว่าตลอดทั้งปีที่ทานขั้วลูกพลับห้ามกินเนื้อลูกพลับเด็ดขาด แต่ถ้าอยากปล่อยมีลูกก็ให้กินลูกพลับ 7 ลูก ฟังดูเหมือนความเชื่องมงาย แต่จากการศึกษาพบว่าในขั้วลูกพลับมีกรด Oleanolic และสารอื่นๆ ที่แพทย์แผนจีนมักนำมาใช้ทำยาต่างๆ

เคยมีไดอารี่เล่มหนึ่งของนางโลมในสมัยสาธารณรัฐจีน (1912–1949) ที่กล่าวถึงเรื่องการคุมกำเนิดไว้ว่า ก่อนที่ตนจะรับแขก แม่เล้าจะให้ตนดื่มน้ำแกงชนิดหนึ่ง รสชาติออกเปรี้ยวๆ หวานๆ อร่อยอยู่ทีเดียว เมื่อดื่มไปแล้วจะไม่มีวันท้องตลอดไป คาดว่าน้ำที่นางกล่าวถึงน่าจะเป็นน้ำจากขั้วลูกพลับนี่เองแต่เป็นน้ำขั้วพลับที่ต้มกับเหล้าหมักจากข้าว

7. สารอันตรายอื่นๆ
นางคณิกาในสมัยโบราณของจีนส่วนมากมักใช้สารจากยาจีนบางตัวมาทานเพื่อป้องกันการตั้งท้อง เช่นปรอท ที่พูดถึงไปแล้ว และนอกจากปรอทก็ยังมีสารหนูขาว และยาเบื่อ แม้ยาพวกนี้ใช้มากๆ อาจส่งผลถึงชีวิตได้ แต่ถ้ากินในปริมาณไม่มากอาจส่งผลกับแค่ทารกในครรภ์ ซึ่งส่วนมากมักถูกแม่เล้าแอบใส่ในน้ำหรืออาหารให้กินช่วงที่ทำงานแรกๆ เหตุนี้เองที่ทำให้นางคณิกาหลายคนแม้จะผันตัวเข้าไปเป็นนางสนมในวังแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถมีทายาทได้

 

ที่มา: postjung

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว , เรื่องน่าสนใจ

เรื่องน่าสนใจ
- 13-07-2017 11:56:01 โพสต์โดย : Nueng16 คนดู อ่าน 1,764 คน คน
  • คำค้นยอดนิยม

  • ดูละครย้อนหลัง