โชว์เครื่อง E-Ticket บนรถเมล์รับบัตรคนจน 1 ต.ค.เสร็จล็อตแรก 200 คัน

โชว์เครื่อง E-Ticket บนรถเมล์รับบัตรคนจน 1 ต.ค. เสร็จล็อตแรก 200 คัน

E-Ticket

ส่องระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) บนรถเมล์ 1 ต.ค. ยังไม่ครบ 800 คัน ขสมก.เผยล็อตแรกติดตั้งได้แค่ 200 คันส่วนอีก 600 คัน จะเป็นแบบโมบายโฟนแทนซึ่งอ่านบัตรคนจนได้เหมือนกัน ยันติดตั้งครบ800 คัน กลางพ.ย. พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์การใช้งานเพื่อไม่ให้สับสน ขณะที่ เดินแผนฟื้นฟู ลดพนักงาน 2,000 คน ใน2-3 ปี

นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมนำระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) มาใช้บนรถโดยสารประจำทางว่า ขณะนี้ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ได้ทยอยติดตั้งระบบ E-Ticket เพื่อรองรับการใช้งานบัตรสวัสดิการของรัฐ หรือบัตรผู้มีรายได้น้อยในวันที่ 1 ต.ค.2560 โดยจำนวน 800 คัน จะสามารถให้บริการในกว่า 70 เส้นทาง ซึ่งจะเป็นเส้นทางเดิมของ รถเมล์ฟรี โดยจะติดตั้งจำนวน 200 คัน เสร็จก่อนในปลายเดือนก.ย. ส่วนอีก 600 คัน จะเป็นระบบอ่านบัตรแบบมือถือ หรือ โมบายโฟน ไปก่อน และจะติดตั้งติดตั้งเครื่อง E-Ticket ได้ครบ 800 คันในวันที่ 15 พ.ย. เพิ่มเป็น 1,500 คันในเดือนธ.ค. 2560 และจะติดตั้งครบทั้ง 2,600 คัน ในเดือนมิ.ย. 2561 ขณะที่ เครื่องเก็บค่าโดยสารแบบเหรียญ (Cash Box) จะทยอยติดตั้งในภายหลัง

E-Ticket

โดยยืนยันรถพร้อมใช้งานกับบัตรคนจน โดยขณะนี้รอเพียง กระทรวงการคลังแจกบัตร จากนั้น จะนำมาทดลองใช้เท่านั้นกับเครื่อง ส่วนกรณีที่อาจจะมีการขยายเวลาการใช้บัตรคนจนออกไปจากวันที่ 1 ต.ค. นั้น ขสมก.ยังไม่ได้รับการประสานใดๆ แต่ทั้งนี้จะยังคงเร่งติดตั้งระบบเพื่อให้เริ่มใช้งานวันที่ 1 ต.ค.นี้ตามเป้าหมายเดิมและในอนาคต ขสมก.วางแผนที่จะออกบัตรตั๋วร่วม ซึ่งมีชิพแมงมุม อยู่ในบัตร จำนวน 500,000 ใบเพื่อจำหน่ายสำหรับบริการในระบบรถเมล์เองด้วย

ทั้งนี้ ขสมก.จะทยอยนำรถที่ติดตั้งเสร็จแล้ว ออกทดลองก่อนที่จะเริ่มให้บริการจริง รวมถึงจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ และวีดีโอแนะนำ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในการใช้งาน เนื่องจากอัตราค่าโดยสารในหลายราคา เช่นในรถร้อน อัตราปกติ 6.50 บาท อัตราส่วนลด 50% และอัตรารถที่ขึ้นทางด่วน นอกจากนี้ ยังได้ทยอยอบรมเพื่อให้ความรู้พนักงานทั้งหมด โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการรถเมล์ประมาณ 1.5-1.6 ล้านคนต่อวัน ดังนั้น จะต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านการบริการและระบบบริหารจัดการภายในเพื่อให้มีความคล่องตัวและไม่ผิดพลาด

E-Ticket

โดยมีรถทั้ง 2,600 คัน เป็นรถร้อน 1,562 คัน รถปรับอากาศ กว่า 2,000 คัน สาเหตุที่ช่วงแรกได้เพียง 200 คันเนื่องจากรถมีหลายแบบ เช่นรถร้อนประตูอยู่ตรงกลาง ส่วนรถปรับอากาศ มีประตูหน้า และตรงกลาง อย่างไรก็ตาม ผู้ถือบัตรคนจน จะต้องนำมาบัตรมาแตะที่เครื่องอ่านบัตรในขณะที่ขึ้นและลงเพื่อเป็นการตัดค่าโดยสารอัตโนมัติ โดยรถทั้ง 800 คันจะติดสติ๊กเกอร์สีเขียวมีข้อความ”รถคันนี้ใช้ระบบเก็บเงินอัตโนมัติ” แทนที่ข้อความ”รถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชน”ที่กระจกด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลังรถ

นายประยูรกล่าวว่า ในช่วง 2 ปีแรกจะยังคงมีพนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถ เนื่องจากจะมีทั้งผู้ใช้บัตรคนจน ผู้ใช้เงินสด จึงต้องมีพนักงานคอยแนะนำจนกว่าจะมีระบบ E-Ticket เต็มรูปแบบ ซึ่งตามแผนฟื้นฟูองค์กร ขสมก.จะลดพนักงานลงตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออร์รี่รีไทร์) แบบสมัครใจในปี 2562-2564 รวม 2,000 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประเมิน และมีการศึกษาเพิ่มเติมแผนจัดหารถใหม่อีก 3,000 คัน ในการเลือกระบบเชื้อเพลิงที่เหมาะสม ได้แก่ NGV , ไฮบริด, ไฟฟ้า ,ดีเซล คาดว่าจะสรุปแผนฟื้นฟูได้ใน1-2 เดือนนี้

E-Ticket

สำหรับแผนการบริหารจัดการบุคลากรด้านเดินรถเพื่อรองรับ E-Ticket คือ 1. โครงการฝึกขับรถโดยสาร สำหรับพนักงานเก็บค่าโดยสารที่ประสงค์จะปรับเปลี่ยนหน้าที่เป็นพนักงานขับรถ ตั้งแต่ต.ค.59 มีพนักงานผ่านการอบรมได้รับใบอนุญาตขับรถ 240 คน ขณะที่แต่ละปีมีพนักงานขับรถเกษียณอายุประมาณ 200 คน พนักงานเก็บค่าโดยสารเกษียณอายุ 150 คน 2. ส่งเสริมพนักงานให้มีความรู้ความสามารถในการสอบเลื่อนตำแหน่งเป็นพนักงานประจำสำนักงานเพื่อทดแทนพนังานที่เกษียณอายุ ปีละ500-600 คน 3. โครงการจ้างเหมาพนักงานขับรถที่เกษียณอายุ ซึ่งอายุไม่เกิน65 ปี มาเป็นพนักงานขับรถทดแทนอัตรากำลังที่ขาด

 

ที่มา : manager

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว , ข่าวต่างประเทศ

เรื่องน่าสนใจ
- 21-09-2017 2:12:05 โพสต์โดย : anthika คนดู อ่าน 58 คน คน
  • คำค้นยอดนิยม

  • ดูละครย้อนหลัง