ดิสธร วัชโรทัย : จาก “บุรุษไปรษณีย์ประจำพระองค์” สู่ “ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง”

ดิสธร วัชโรทัย : จาก “บุรุษไปรษณีย์ประจำพระองค์” สู่ “ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง”

 

ดิสธร วัชโรทัย

 

เมื่อ 6 ปีก่อน เขาประกาศตัวเป็น “บุรุษไปรษณีย์ประจำพระองค์” ผู้ “นำพาความห่วงใย และความปรารถนาดี” ของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปสู่ประชาชน ในวันนี้ มีรายงานข่าวว่าอดีตรองเลขาธิการพระราชวัง ถูกสำนักพระราชวังลงโทษไล่ออกจากราชการพร้อมเรียกคืนเครื่องราชฯ ฐานผิดวินัยและมี “ประพฤติชั่วร้ายแรง”

โดยเมื่อวานนี้ (10 พ.ย. ) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว

ดิสธร คือใคร

เขาคือชายผมสั้น สีดอกเลา ใส่แว่น ผู้ถวายงานเข็นรถพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงที่พระองค์ประชวร ในขณะนั้นเขาดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์

นายดิสธร หรือ “คุณใหม่” คือ 1 ใน 2 บุตรชายของ นายขวัญแก้ว วัชโรทัย อดีตรองเลขาธิการพระราชวังที่ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2560 ในวัย 89 ปี

ต้นตระกูลวัชโรทัยเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะ ‘ตระกูลข้าราชบริพาร’ ที่ถวายงานรับใช้ในวังตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

ชีวิตมีขึ้น

จากข้อมูลย้อนหลังบนเว็บไซต์ของราชกิจจานุเบกษาพบว่า

1 ก.พ.2542 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุมัติแต่งตั้ง นายดิสธร ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งพนักงานพิเศษ (เทียบเท่าตำแหน่งผู้อำนวยการกอง) ฝ่ายงานส่วนพระองค์ กองธุรการที่ประทับ รับเงินเดือนอันดับ ท.8 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกอง กองงานส่วนพระองค์ สำนักพระราชวัง

20 มิ.ย. 2549 ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนจากอันดับ ท.8 เป็น ท.9

20 พ.ย. 2550 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายดิสธร ดํารงตําแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวัง ราชการบริหารสวนกลาง สํานักพระราชวัง

27 พ.ย. 2555 นายดิสธรได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ เป็นกรรมการอํานวยการ พระคลังข้างที่

30 พ.ย. 2555 ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก “เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ ข้าราชการที่ถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท ด้วยความจงรักภักดี ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. 2555” พร้อมกับนายประดิษฐ์ ปัญจวีณิน และนายอุดม คชินทร

 

ดิสธร วัชโรทัย1

“บุรุษไปรษณีย์ประจำพระองค์”

เมื่อปี 2554 “ดร. ดิสธร” ให้สัมภาษณ์กับ ประชาชาติธุรกิจ ว่าเขาเป็น “บุรุษไปรษณีย์ประจำพระองค์” และเปรียบ “มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์” เป็นดั่ง “ไปรษณีย์”

เขาอธิบายว่า “บุรุษไปรษณีย์” คือ บุคคลที่คอยทำหน้าที่นำพาความห่วงใย และความปรารถนาดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปสู่ประชาชนในประเทศไทย และนั่นก็คือหน้าที่หลัก ของเขา ตั้งแต่การรับใช้อยู่เบื้องหลังของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ปี 2530

ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ในปี 2554 เขาติดต่อ “แอ๊ด คาราบาว” หรือ ยืนยง โอภากุล และ “ดีเจ.วินิจ” วินิจ เลิศรัตนชัย ทำเพลงขึ้นมา 2 เพลง เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และหนึ่งในนั้นคือเพลง “ผู้ปิดทองหลังพระ”

ประชาชาติธุรกิจ รายงานว่า หลังจากการนำบทเพลงนี้กราบบังคมทูลถวายแด่ในหลวง ร. 9 แล้ว พระองค์ท่านชื่นชม แอ๊ด คาราบาว เป็นอย่างมาก จนถึงขนาดออกปากว่า “แอ๊ด เขาเป็นคนเก่งนะ ที่สามารถเอาชื่อของเรามาแต่งเป็นเพลงแบบนี้ได้”

ชีวิตผกผัน

22 ม.ค. 2560 ไม่ถึง 1 สัปดาห์ก่อนการอสัญกรรมของนายขวัญแก้วผู้เป็นบิดา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุมัติ ให้สํานักพระราชวังดําเนินการปรับปรุง การกําหนดตําแหน่งและย้ายข้าราชการพลเรือนในพระองค์ หลายอัตรา หนึ่งในตำแหน่งนั้น คือ การกําหนดตําแหน่งและย้าย นายดิสธร วัชโรทัย ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตําแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง ตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ราชการบริหารส่วนกลาง ไปดํารงตําแหน่งประจําสํานักพระราชวังพิเศษ ตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ราชการบริหารส่วนกลาง สํานักพระราชวัง เป็นพิเศษเฉพาะราย ตั้งแต่ 15 พ.ย. 2559

ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (6 พ.ย.) หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์รายงานว่านายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง ลงโทษไล่นายดิสธรออกจากราชการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 มาตรา 15 และมาตรา 18 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ.2560

 

รายงานในไทยโพสต์

เมื่อวานนี้ (8 พ.ย.) หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ได้รายงานข่าวนี้อีกครั้ง โดยอ้างเอกสารคำสั่งของสำนักพระราชวังว่า นายดิสธร ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ตำแหน่งประจำสำนักพระราชวังพิเศษ เลขที่ตำแหน่ง 650 สังกัดราชการบริหารส่วนกลาง อัตราเงินเดือน 76,800 บาท ได้กระทำผิดวินัย ฐานกระทำอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โดยมีกรณีความผิดกล่าวคือ นายดิสธรซึ่งได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ อีกหน้าที่หนึ่ง ได้ใช้อำนาจของตน สั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ แสดงเอกสารรับรองว่าบุคคลภายนอกได้บริจาคเงินให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เป็นจำนวนเงินยี่สิบห้าล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าตามปกติ โดยไม่ได้มีการบริจาคเงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด และนายดิสธรได้นำเอกสารรับรองการบริจาคดังกล่าว เสนอต่อกรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นทุติยดิเรกคุณาภรณ์ ให้แก่บุคคลภายนอก อันเป็นการฉ้อโกงเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ในเอกสารคำสั่งสำนักพระราชวังระบุต่อว่า นายดิสธร ในฐานะรองเลขาธิการพระราชวัง ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลกองพระราชพาหนะ ได้นำรถยนต์ในพระปรมาภิไธยไปใช้จนเกิดอุบัติเหตุ และแอบอ้างพระปรมาภิไธย เพื่อยกเว้นภาษีการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ แล้วนำรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศไปใช้ทดแทนรถยนต์คันเดิมที่ประสบอุบัติเหตุ โดยไม่ปรากฏหลักฐานการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายรถยนต์คันใหม่ และไม่มีหลักฐานการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์คันเดิมแต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายดิสธรได้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตนเอง เมื่อหญิงตั้งครรภ์กลับพาหญิงดังกล่าวไปทำแท้ง นอกจากนั้นเมื่อหญิงคนดังกล่าวตั้งครรภ์เป็นครั้งที่สอง นายดิสธรก็ยังบังคับข่มขืนใจเพื่อให้ไปทำแท้งอีกครั้ง แต่หญิงคนดังกล่าวไม่ยินยอม นายดิสธรจึงบังคับหญิงคนดังกล่าวให้แต่งงานกับชายอื่น ซึ่งไม่เคยมีสัมพันธ์กัน

อีกทั้งนายดิสธรได้นำดินที่ขุดทิ้งจากโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ ซึ่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ขอรับบริจาคจากสภาสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกิจการของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ แต่นายดิสธรกลับนำดินกล่าวไปขายให้แก่โครงการหมู่บ้านจัดสรร และยังนำดินส่วนหนึ่งไปถมในพื้นที่ของครอบครัวตัวเอง ซึ่งมิได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขอรับบริจาค

“พฤติกรรมดังกล่าวของนายดิสธร เป็นการกระทำผิดราชสวัสดิ์และเป็นความผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง จึงเห็นสมควรได้รับโทษไล่ออกจากราชการ”

ปฏิกิริยาต่อเนื่อง

หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ฉบับวันนี้ (9 พ.ย.) รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่เป็นตำรวจในกองบัญชาการสอบสวนกลางว่ามีความเป็นไปได้ที่นายดิสธรจะถูกดำเนินคดี โดยที่เมื่อสำนักพระราชวังรวบรวมหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะไปยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษเขากับตำรวจ

ส่วนหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับเช้านี้ก็ได้รายงานอ้างแหล่งข่าวใน “มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ” ว่า กำลังรอหนังสือคำสั่งสำนักพระราชวังลงโทษไล่ออกนายดิสธรอย่างเป็นทางการ ก่อนนัดประชุมบอร์ดบริหารพิจารณาส่งฟ้องดำเนินคดีอาญาต่อไป

บีบีซีไทยได้ตรวจสอบไปยังสำนักพระราชวัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของสำนักพระราชวังบอกว่าไม่สามารถตอบได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ก็บอกเช่นเดียวกันว่าไม่สามารถจะให้ข่าวใด ๆ ได้ ตอนนี้มูลนิธิยังคงดำเนินการใด ๆ ไปตามปกติ

ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เขาเป็นประธานในการสอบสวนเรื่องการใช้ดินที่ผิดวัตถุประสงค์ “พบว่ามีการใช้ดินที่ผิดวัตถุประสงค์จริง กรรมการเสียงข้างมากเห็นควรแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงให้สำนักกฎหมายดำเนินการแจ้งความกับกองปราบฯ เท่าที่ผมทราบไม่มีชื่อของนายดิสธร วัชโรทัย ส่วนการแจ้งความมีใครบ้างนั้น จำไม่ได้จริง ๆ” นายสรศักดิ์กล่าว

ขณะที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว เมื่อวานนี้ (10 พ.ย.)

 

ดิสธร วัชโรทัย2 ดิสธร วัชโรทัย3

 

ที่มา : bbc

 

เรื่องน่าสนใจ
- 13-11-2017 12:10:43 โพสต์โดย : Noodaa คนดู อ่าน 398 คน คน
  • คำค้นยอดนิยม

  • ดูละครย้อนหลัง