ชาดา ลั่นไม่ยอมผ่าศพลูกชาย บอกขัดศาสนาร้ายแรง ไล่ตำรวจหารปืนคนร้าย

ส.ส. ชาดา ยัน ไม่ยอมให้ตำรวจผ่าชันสูตรศพลูกชายแน่ ชี้ขัดหลักศาสนาอย่างร้ายแรง จี้ตำรวจไปหาปืนที่คนร้ายใช้ยิงมาก่อนจะดีกว่า

ชาดา

ชาดา

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยวันนี้ (3 กันยายน) ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อมาเพื่อขอผ่ากระสุนในศพ นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ บุตรชายแล้ว แต่ทั้งนี้ ตามหลักศานาอิสลาม ถือว่าเป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรง ซึ่งได้รับการท้วงติงมาจากผู้ใหญ่หลายฝ่าย ส่วนตัวแล้วมองว่า เป็นการโยนหินถามทางของตำรวจมากกว่า เพราะทางเจ้าหน้าที่เคยขอผ่าศพบุตรชายครั้งแรกมาก่อนหน้านี้ แต่เปลี่ยนใจไม่ขอผ่า เพราะอ้างว่าได้หัวกระสุนจากรถยนต์ที่บุตรชายขับแล้ว แต่ท้ายที่สุดก็กลับคำมาขออนุญาตผ่าศพอีกครั้ง

นายชาดา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ไปหาปืนของผู้ก่อเหตุมาให้ได้ก่อน ดีกว่าที่จะมาขอฝ่าศพบุตรชายตนเอง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ นายชาดา จะแถลงเปิดใจถึงรายละเอียดทั้งหมด ในวันที่ 5 กันยายน นี้ เวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา

ด้าน พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กรณีที่สงสัยว่าอาจเป็นปืนลั่นในรถของ นายฟารุต เองนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้อย่างแน่นอน

——————————————————————————————-

แถลงข่าว หนุ่มก่อสร้างมือยิงลูก “ชาดา ไทยเศรษฐ์” อ้างโดนยิงก่อน (คลิป)

นายมั่น พูลทรัพย์ผู้ต้องหายิงนายฟารุต

นายมั่น พูลทรัพย์ผู้ต้องหายิงนายฟารุต

จากกรณีคนร้ายซิ่งกระบะปิกอัพยิงสังหารนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 25 ปี บุตรชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.คนดังอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เสียชีวิตคารถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ พราโด้ บริเวณถ.ธนะรัชต์ ทางขึ้นเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ขณะเดินทางไปกับเพื่อนรวม 6 คน โดยมีพยานระบุว่าตอนเกิดเหตุมีการยิงตอบโต้กันระหว่างรถทั้ง 2 คัน จากพยานหลักฐานเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากการเปิดไฟสูงใส่กันและขับรถปาดหน้า ขณะที่ฝ่ายนายชาดาเชื่อว่าเป็นการยิงผิดตัว คนร้ายตั้งใจสังหารตนเองมากกว่า

โดยเมื่อวันที่ 30 ส.ค.  เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุยิงนายฟารุต ได้แล้ว เบื้องต้นเป็นชายมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ส่วนสาเหตุนั้น ผู้ก่อเหตุอ้างว่า ถูกรถคู่กรณีกระพริบไฟไล่ จึงได้เปิดไฟสป็อตไลต์เพื่อเตือน และระหว่างที่กำลังขับรถจะแซงคู่กรณี กลับถูกยิงใส่ ด้วยความโมโหจึงหยิบปืนที่พกพามายิงสวนกลับไป โดยยอมรับว่า เป็นคนก่อเหตุคนเดียว และยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่นแต่อย่างใด ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนให้ทราบในวันเวลาบ่ายโมงวันพรุ่งนี้ที่ บช.ภ.3

แถลงข่าวจับกุมนายมั่น พูลทรัพย์ผู้ต้องหายิงนายฟารุต

แถลงข่าวจับกุมนายมั่น พูลทรัพย์ผู้ต้องหายิงนายฟารุต

ต่อมาวันที่ 31 ส.ค. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวกรณีนายมั่น พูลทรัพย์ เสี่ยรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นมือปืนที่ก่อเหตุยิง นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ ลูกชาย ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า ส่วนตัวยังติดใจว่าคนร้ายที่เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่เป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุจริงหรือไม่ เนื่องจากเคยมีการคาดการณ์มาก่อนหน้านี้ว่า หากตนเองและพยานเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ จะต้องมีคนออกมารับผิดอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่นายมั่นอ้างว่า เหตุเกิดจากขับรถปาดหน้ากันไปมา นายชาดา ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนร้ายได้พยายามขับรถแซงหน้ารถของตน แล้วจอดถึง 2 ครั้ง ซึ่งมองว่าเป็นการเจตนาจะก่อเหตุ ไม่ใช่เหตุเฉพาะหน้า รวมไปถึงตนยังเห็นหน้าคนร้ายที่ลงมือกอเหตุด้วย โดยยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุมีคนร้ายอยู่ในรถกระบะ 2 คน ทั้งนี้หากได้พบหน้าและพูดคุยกับคนร้าย จะสามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าใช่คนร้ายตัวจริงหรือไม่ ส่วนตัวอยากให้เป็นตัวจริง เพราะจะได้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย เนื่องจากตนพร้อมจะให้อภัย และไม่คิดตามล้างแค้นแต่อย่างใด

สำหรับข้อมูลทางคดี ตำรวจภูธรภาค 3 ก็นำตัวนายมั่น พูลทรัพย์ คนร้ายอายุ 40 ปี ชาวราชบุรี มาแถลงข่าวที่ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมกับนำรถยนต์กระบะยี่ฮ้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ สีเทา ทะเบียน ตฮ 1528 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้ในวันก่อเหตุมาด้วย โดยมี พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภพล ผู้บัญชาตำรวจภูธรภาค 3 และพล.ต.ต.องค์อาจ ผิวเรืองนนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย ท่ามกลางการคุ้มกันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษฯ พร้อมอาวุธครบมือ กว่า 30 นาย

ทั้งนี้นายมั่น พูลทรัพย์ ให้การสารภาพว่า ขณะขับรถมาลำพังจากไซต์งานในพื้นที่ อ.ปากช่อง ก็พบรถคู่กรณีอยู่ด้านหน้า จึงได้ให้สัญญาณเพื่อจะแซงไป เมื่อแซงไปอยู่ด้านหน้ารถนายฟารุตฯ ก็เปิดไฟสูงไล่ตามหลัง ตนจึงเปิดไฟสป็อตไลท์ตอบ เมื่อมาถึงบริเวณโค้งใกล้จุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนไล่หลังมาถูกรถของตนหลายนัด จึงตกใจและเปิดไฟเลี้ยวให้รถนายฟารุตฯ แซงหน้าไป ก่อนที่จะชักปืนขนาด 9 มม.ของตน ยิงตอบโต้ใส่รถของนายฟารุต 3 นัด และพบว่ารถของนายฟารุตฯ เสียหลักพุ่งชนเสาไฟข้างทาง จึงขับแซงหนีไป ระหว่างทางก็ได้โยนอาวุธปืนทิ้ง บริเวณบ้านขนงพระ อ.ปากช่อง และหนีมากบดานที่กรุงเทพมหานคร โดยนำรถยนต์ที่มีร่องรอยกระสุนปืนหลายนัด ไปให้ร้านซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำการเปลี่ยนอะไหล่ และตกแต่งให้อยู่ในสภาพปกติ พร้อมกับเอาไฟสป็อตไลท์ออกด้วย

นายมั่น สารภาพอ้างว่า หลังจากนั้น ตนเดินทางมาทำงานใน อ.ปากช่อง ตามปกติ ก่อนที่จะทราบตามสื่อต่างๆ ว่าคู่กรณีที่เสียชีวิต คือ ลูกชายของนายชาดา ส.ส.จังหวัดอุทัยธานี และเกิดความกดดัน กลัวว่าชีวิตจะได้รับอันตราย จึงได้โทรศัพท์ติดต่อกับ พ.ต.อ.ภาณุ บูรณศิริ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อขอมอบตัว เพราะมั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะได้รับความเป็นธรรมจากคดีนี้ เนื่องจากตนไม่ได้เป็นผู้เริ่มยิงก่อน เป็นเพียงการยิงเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น โดยตนยืนยันว่าคดีนี้มีตนเพียงคนเดียวที่ก่อเหตุ ส่วนปืนขนาด 9 มม.นั้น เป็นปืนไม่มีทะเบียน ซึ่งได้ซื้อมาจากชายคนหนึ่ง ในจังหวัดราชบุรี ด้วยราคา 1,500 บาท และตนก็เรียนจบเพียงชั้น ป.6 เท่านั้น หาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินมาสู้คดีกับ ส.ส. ได้อยู่แล้ว จึงหวังพึ่งเพียงตำรวจที่จะให้ความเป็นธรรม

ส่วนรถยนต์ของนายมั่นที่นำมาแถลงข่าวในครั้งนี้นั้น เป็นรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเทา ทะเบียน ตฮ 1528 กรุงเทพมหานคร มีรอยกระสุนปืนอยู่ทั้งหมด 6 จุด ได้แก่ บริเวณคอนโซลด้านหน้าคนขับ, บังโคลนขวา, ไฟท้ายขวา, ริมล้อหน้าขวา, ไฟหน้าขวา และกระจังหน้าซ้าย ซึ่งได้มีการตกแต่งเปลี่ยนกันชนด้านหน้า ไฟหน้า และไฟขวา พร้อมทั้งถอดไฟสป็อตไลท์ออกด้วย

ด้าน พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบมาก่อนแล้วว่ารถยนต์ที่ก่อเหตุเป็นรถยนต์โตโยต้า วีโก้ สีเทา แต่ที่ต้องปล่อยข่าวว่าเป็นรถยนต์ มิตซูบิชิ สตราด้า ก็เพราะเป็นเทคนิคของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ไม่ต้องการให้คนร้ายรู้ตัว เพราะจะไหวตัวทัน ส่วนปืนขนาด 9 มม. ของนายมั่นฯ นั้น ขณะนี้ กำลังระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย ลงพื้นที่บริเวณบ้านขนงพระ อ.ปากช่อง ตามที่นายมั่นฯ บอกว่าทิ้งปืนบริเวณนั้น แต่ขณะนี้ก็ยังไม่พบ ถึงอย่างไรก็ตาม ในเมื่อนายมั่นรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุแล้ว ก็ถือว่าชัดเจน ไม่มีการจับแพะแน่นอน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากนายมั่น เป็นผู้ติดต่อขอมอบตัวเอง ซึ่งระหว่างสู้คดีก็ต้องปล่อยตัวไปก่อน โดยในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะที่มือปืนฝ่ายนายฟารุต ก็จะถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นเช่นกัน เนื่องจากการยิงปืนใส่รถยนต์นั้น ต้องมีเจตนาหมายเอาชีวิตแน่นอน ส่วนการสู้คดีในชั้นศาลจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับพยาน และหลักฐานของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พล.ต.ท.จรัมพรฯ กล่าว.

————————————————————–

รวบแล้วมือสังหารลูกชาย “ชาดา ไทยเศรษฐ์” แฉผู้ตายซิ่งแซงเปิดไฟสูง-ส่องสปอตไลต์โต้กลับเจอยิงใส่ต้องสู้

ชาดา ไทยเศรษฐ์ นายฟารุต ไทยเศรษฐ์

 ผู้ต้องหาในคดียิงนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ บุตรชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ภาณุ บุรณศิริ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ที่สภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 นำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่เซฟเฮ้าท์แห่งหนึ่งในเขตอำเภอวังน้ำเขียว ทันที

เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาคุมการก่อสร้างรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขตตำบลโป่งตาลอง อ.ปากช่อง วันเกิดเหตขับรถอีซูซุ สีบรอนซ์ฟ้า โหลดเตี้ย ไปทำธุระในตัวอ.ปากช่อง ขากลับขับมาตามถนนธนะรัชต์ มุ่งหน้ากลับที่พักเมื่อรถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุรถของนายฟารุตผู้ตายพยามยามขับแซงรถเเละเปิดไฟสูงใส่หลายครั้งจึงเปิดสปอตไลด์ที่ติดอยู่ด้านหลังตอบโต้

“ผู้ตายขับเเซงรถและคนที่อยู่ในรถได้ลดกระจกลงและใช้อาวุธปืนยิงใส่หลายนัด ผมตกใจจึงใช้อาวุธปืนพกยิงตอบโต้ไป 3 -4 นัด ภายหลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในเขตอำเภอวังน้ำเขียว” ผู้ต้องหารับสารภาพกับพนักงานสอบสวน

พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้มีข่าวดีแน่แต่ขอสอบปากคำผู้ต้องหาก่อนรายละเอียดเอาไว้รอแถลงข่าวพรุ่งนี้ 31 สิงหาคมที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมืองจ.นครราชสีมา

ที่มา มติชนออนไลน์

- 2012-09-3 10:12:48 คนอ่าน 1,720 คน