ประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ ประวัติเอเชียนเกมส์ กีฬาเอเชียนเกมส์

ประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ ประวัติเอเชียนเกมส์

ประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ ประวัติเอเชียนเกมส์ กีฬาเอเชียนเกมส์

ประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ ประวัติเอเชียนเกมส์ กีฬาเอเชียนเกมส์

ประวัติเอเชียนเกมส์ ประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ ความเป็นมาเอเชียนเกมส์

ประวัติเอเชียนเกมส์ (Asian Games หรือรู้จักกันในชื่อ Asiad) เป็นการจัดการแข่งขันกีฬาหลากหลายชนิด ระหว่างประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย ซึ่งมีการจัดการแข่งขันขึ้นในทุก ๆ สี่ปี ในช่วงเริ่มแรก (การจัดการแข่งขันครั้งที่ 1 – ครั้งที่ 8) อยู่ภายใต้การบริหารจัดการแข่งขันโดยโดย สหพันธ์เอเชียนเกมส์ (The Asian Games Federation หรือ AGF) ต่อมานับตั้งแต่เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 9 บริหารจัดการแข่งขันโดย สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (Olympic Council of Asia หรือ OCA) ภายใต้การรับรองโดย คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee หรือ IOC) ซึ่งกีฬาเอเชียนเกมส์ ถือว่าเป็นการแข่งขันกีฬาหลากหลายชนิด ที่มีการจัดการแข่งขันขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากกีฬาโอลิมปิกด้วย

ในประวัติศาสตร์ของเอเชียนเกมส์ มีชาติเจ้าภาพจัดการแข่งขันแล้ว 9 ประเทศ โดยมี 46 ประเทศเข้าร่วม ยกเว้นอิสราเอลซึ่งถูกกีดกันออกจากเอเชียนเกมส์ หลังจากที่เข้าร่วมเป็นคราวสุดท้ายใน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 7 ที่ประเทศอิหร่าน สำหรับเอเชียนเกมส์ครั้งหลังสุดได้จัดขึ้นที่นครอินช็อนของเกาหลีใต้ระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคม พ.ศ. 2557 (ค.ศ. 2014) และการแข่งขันครั้งต่อไป จะจัดขึ้นที่กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย ในปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018)

ประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์

ตราสัญลักษณ์ของเอเชียนเกมส์

ตราสัญลักษณ์ของเอเชียนเกมส์

ยุคกีฬาตะวันออกไกล

ก่อนที่จะมีการริเริ่มจัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ขณะนั้นมีการแข่งกีฬาที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อ กีฬาชิงชนะเลิศแห่งตะวันออกไกล (the Far Eastern Championship Games) ซึ่งจากหลักฐานคาดว่าริเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2544 โดย จักรวรรดิญี่ปุ่น หมู่เกาะฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐจีน ซึ่งกีฬาชิงชนะเลิศแห่งตะวันออกไกลครั้งแรก ได้ถูกจัดขึ้นที่กรุงมะนิลา ในปี 2456 โดยมี 6 ชาติเข้าร่วมการแข่งขัน หลังจากการจัดครั้งแรก ก็มีการจัดการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่องอีกกว่า 10 ครั้ง จนกระทั่งปี 2477 (1934) เกิดข้อพิพาททางการเมืองและสงครามที่ยืดเยื้อระหว่างจีนกับญี่ปุ่น (second Sino-Japanese War) โดยจักรวรรดิญี่ปุ่นยืนกรานให้ราชวงศ์ชิง หรือ ราชวงศ์แมนจู เป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถเข้าร่วมเกมส์การแข่งขันได้ โดยสาธารณรัฐจีนตอบโต้โดยการประกาศยกเลิกส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด ส่งผลให้ กีฬาชิงชนะเลิศแห่งตะวันออกไกลที่กำหนดไว้ในปี 2481 ต้องถูกยกเลิกไปในที่สุด อีกทั้งหน่วยงานควบคุมดูแลการแข่งขันก็มีอันต้องยุติหน้าที่ลงทั้งหมด

ยุคสหพันธ์เอเชียนเกมส์

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง มีประเทศในทวีปเอเชียประกาศเอกราชขึ้นหลายประเทศ ซึ่งประเทศเกิดใหม่ในทวีปเอเชียส่วนใหญ่ คาดหวังที่จะเห็น การแข่งขันกีฬาภายในทวีป รูปแบบใหม่ ที่ไม่มีการใช้อิทธิพลเข้าครอบงำ หากแต่ร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็ง ภายใต้ความเข้าใจซึ่งกันและกัน

จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948) กลุ่มนักกีฬาของสาธารณรัฐประชาชนจีน และฟิลิปปินส์ ซึ่งเข้าร่วมแข่งขันในโอลิมปิกฤดูร้อน ครั้งที่ 14 ที่กรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร มีความคิดที่จะฟื้นการแข่งขันกีฬาตะวันออกไกลขึ้นใหม่ อย่างไรก็ตาม กูรู ดัตท์ สนธิ (Guru Dutt Sondhi) ผู้แทนคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งอินเดีย มีทัศนะว่า ตัวเขาเองไม่เชื่อว่าการนำ การแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศแห่งตะวันออกไกล กลับมาอีกครั้ง จะเพียงพอกับการรวมใจเป็นหนึ่งและระดับของความสำเร็จเพื่อความเป็นเลิศทางกีฬาของทวีปเอเชียได้ ซึ่งเขาได้เสนอแนวคิดในการจัดการแข่งขันแบบใหม่ ซึ่งก็คือ เอเชียนเกมส์ โดยเป็นการแข่งขันที่เปิดกว้างให้แก่ทุกประเทศในทวีปเอเชีย สามารถเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเท่าเทียมกัน จึงเสนอให้ร่างระเบียบขึ้น เพื่อจัดตั้งขึ้นในรูปสหพันธ์กีฬาแห่งเอเชีย (The Asian Athletic Federation)

ต่อมาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) ธรรมนูญองค์กรก็เสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น สหพันธ์กีฬาเอเชีย (The Asian Games Federation) ถือกำเนิดขึ้นที่กรุงนิวเดลีของอินเดีย ซึ่งเมืองหลวงแห่งนี้เอง ที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันครั้งที่ 1 ของเอเชียนเกมส์ ในอีกสองปีถัดมา (พ.ศ. 2493; ค.ศ. 1950)

ประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ ประวัติเอเชียนเกมส์ กีฬาเอเชียนเกมส์

ประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ ประวัติเอเชียนเกมส์ กีฬาเอเชียนเกมส์

วิกฤตการณ์ การปรับองค์กร และการขยายองค์กร

ในปี พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) เอเชียนเกมส์เริ่มประสบปัญหาหลายอย่าง อาทิเช่น ประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันปฏิเสธที่จะอนุญาตให้นักกีฬาจากประเทศอิสราเอล และไต้หวันเข้าร่วมการแข่งขัน ด้วยเหตุผลทางการเมืองและศาสนา ผลที่ตามมาคือ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้ถอนการสนับสนุนในการจัดการแข่งขัน รวมทั้งได้ยกเลิกสถานะสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากลของอินโดนีเซีย รวมถึงองค์กรกีฬาชั้นนำ เช่น The Asian Football Confederation (AFC), International Amateur Athletics Federation (IAAF) และ International Weightlifting Federation (IWF) ต่างก็ถอนตัวไปเช่นกัน

ในปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) ประเทศเกาหลีใต้ ประกาศถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพ ด้วยเหตุผลทางด้านความมั่นคง อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่แท้จริงคือ การเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันครั้งก่อน ต้องรับจัดการแข่งขันอีกครั้งโดยใช้เงินทุนที่โอนมาจากประเทศเกาหลีใต้ ก่อนหน้านี้ ประเทศญี่ปุ่นได้ถูกร้องขอให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันแทน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากชนกับการจัดงาน Expo ’70 ที่โอซาก้า อย่างไรก็ตามการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการออกอากาศทางโทรทัศน์ไปทั่วโลก

ในปี พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) ที่เมืองเตหะราน ประเทศอิหร่าน การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ อย่างเป็นทางการ มีประเทศจีน เกาหลีเหนือ และมองโกเลีย เข้าร่วมเกมส์การแข่งขัน อีกทั้งประเทศอิสราเอลก็ได้รับอนุญาตให้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมได้ (ซึ่งโดยทางการเมืองแล้วถือเป็นประเทศคู่ขัดแย้งในกลุ่มประเทศอาหรับ) ในขณะที่ ไต้หวันก็ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมได้ในนามของประเทศ จีนไทเป (Chinese Taipei) แม้ว่าสถานะการเข้าร่วมแข่งขันของประเทศไต้หวัน เคยถูกยกเลิกไป ในการประชุมทั่วไปที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2516 แล้วก็ตาม

ก่อนที่จะถึง เอเชียนเกมส์ในปี พ.ศ. 2521 (1978) ประเทศปากีสถานได้ขอถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ. 2518 (1975) จากการเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจละปัญหาการเมืองภายใน ประเทศไทยเสนอตัวช่วยเป็นเจ้าภาพแทนและการแข่งขันก็ถูกจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สหพันธ์เอเชียนเกมส์ ออกมติไม่ยินยอมให้ จีนไทเปและอิสราเอล เข้าร่วมแข่งขัน อันมีสาเหตุมาจากปัญหาการเมืองภายในของทั้งสองชาติ ทำให้เกิดความกังวลต่อการรักษาความปลอดภัย เป็นเหตุให้องค์กรกีฬาระดับนานาชาติหลายแห่ง ออกมาทักท้วงต่อต้าน โดยเฉพาะสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (International Association of Athletics Federations หรือ IAAF) ถึงกับประกาศขู่ว่า หากนักกรีฑาของชาติใด เข้าร่วมแข่งขันเอเชียนเกมส์คราวนี้ สหพันธ์ฯจะกีดกันไม่ให้เข้าแข่งขัน ในกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 22 ประจำปี พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) ซึ่งส่งผลกระทบให้นักกีฬาหลายชาติ ขอถอนตัวจากการแข่งขันครั้งนี้

จากวิกฤตการณ์ดังกล่าว คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติในทวีปเอเชีย ตัดสินใจเปิดการประชุมร่วมกันในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) โดยไม่มีการแจ้งให้ทางอิสราเอลเข้าร่วมด้วย เพื่อยกร่างแก้ไขธรรมนูญสหพันธ์เอเชียนเกมส์ มีสาระสำคัญคือ การจัดตั้งสมาคมบริหารจัดการเอเชียนเกมส์ขึ้นใหม่ เรียกว่า สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย และก่อตั้งอย่างเป็นทางการ ระหว่างการประชุมครั้งแรกของสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) ที่กรุงนิวเดลี ก่อนการแข่งขันครั้งที่ 9 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองหลวงของอินเดียตามกำหนดเดิม โดยไม่มีการยกเลิกกำหนดการต่าง ๆ ซึ่งสหพันธ์กีฬาเอเชียจัดทำไว้แล้ว และมีสมาชิกชุดก่อตั้ง เป็นคณะกรรมการโอลิมปิกของ 34 ชาติ จากนั้นสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย จึงเริ่มรับหน้าที่กำกับดูแลเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 10 ซึ่งโซลของเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ เมื่อปี พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) เป็นครั้งแรก มาจนถึงปัจจุบัน ส่วนจีนไทเปกลับเข้าร่วมในครั้งที่ 11 ที่กรุงปักกิ่งของจีน แต่ถูกบังคับให้ใช้ชื่อว่า จีนไทเป (Chinese Taipei) เมื่อปี พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990)

ยุคสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย

ในการแข่งขันครั้งที่ 12 ซึ่งจัดขึ้นที่นครฮิโรชิมาของญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) เป็นครั้งแรกที่มิได้จัดแข่งขันในเมืองหลวงของประเทศ โดยกลุ่มประเทศที่แยกตัวเป็นเอกราชจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ซึ่งประกอบด้วยคาซักสถาน, คีร์กีซสถาน, อุซเบกิสถาน, เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิสถาน เข้าร่วมเป็นครั้งแรก ส่วนอิรักไม่ได้รับการยินยอมให้เข้าร่วม เนื่องจากเป็นชาติที่ก่อสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) เมื่อปี พ.ศ. 2533 และเกาหลีเหนือคว่ำบาตรการแข่งขัน เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เป็นปัญหา นอกจากนี้ยังเกิดการสูญเสียผู้แทนจากประเทศเนปาล ณเรศกุมาร์ อธิการี (Nareshkumar Adhikari) ซึ่งเสียชีวิตระหว่างพิธีเปิดการแข่งขัน จากนั้นในปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) เป็นประวัติศาสตร์ของเอเชียนเกมส์ เมื่อกรุงเทพฯของไทย เป็นเจ้าภาพครั้งที่ 4 โดยพิธีเปิดในสามครั้งแรก มีขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม ส่วนครั้งนี้เปิดในวันที่ 6 ธันวาคม แต่ทั้งหมดสิ้นสุดในวันเดียวกันคือ 20 ธันวาคม และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดทั้งสี่ครั้ง

การเปลี่ยนแปลงการแข่งขันเอเชียนเกมส์ในอนาคต

จำนวนกีฬาที่แข่งขันจะกำหนดให้ลดน้อยลง เหลือเพียง 35 ชนิดในการแข่งขันครั้งที่ 17 ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครอินช็อนของเกาหลีใต้ และคราวนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่การแข่งขันจะจัดขึ้นตามระยะเวลาเดิม เมื่อโอซีเอผลักดันให้การแข่งขันครั้งถัดไป เกิดขึ้นก่อนกีฬาโอลิมปิกเพียงหนึ่งปี จึงหมายความว่าเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 18 ซึ่งตามปกติจะมีกำหนดจัดในปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) จะผลักดันไปเป็น พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019)

ในปัจุบันได้มีการยุติการเปลี่ยนระยะเวลาจัดการแข่งขันออกไป จากที่จะจัดการแข่งขันก่อนโอลิมปิกเกมส์เพียงหนึ่งปีเป็นจัดการแข่งขันตามระยะเวลาเดิม เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 18 ไม่สามารถที่จะจัดภายในปีค.ศ. 2019 ได้ ซึ่งในปีค.ศ. 2019 นั้นได้มีการจัดการเลือกตั้งประธานธิบดีของประเทศอินโดนีเซีย จึงจัดภายในปีค.ศ. 2018 ตามระยะเวลาเดิมแทน

ประเทศที่เข้าร่วม

สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย มอบสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันแก่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติของ 45 ประเทศในเอเชีย ก่อนหน้านี้ในยุคสหพันธ์เอเชียนเกมส์ ยังมีอิสราเอลเข้าร่วมด้วย แต่ถูกระงับไปตั้งแต่ พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) ด้วยเหตุผลเรื่องความมั่นคง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2525 อิสราเอลร้องขอเข้าร่วมเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 9 แต่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชียปฏิเสธคำขอ เนื่องจากเหตุการณ์สังหารหมู่ ระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 20 ที่นครมิวนิกของเยอรมนีตะวันตก ปัจจุบันอิสราเอลเป็นสมาชิกของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งยุโรป ตั้งแต่ พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994)

สำหรับไต้หวันมีโอกาสร่วมการแข่งขันในครั้งที่ 11 ภายใต้ชื่อและธงโอลิมปิกของจีนไทเป หลังจากเปลี่ยนชื่อเป็นคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งจีนไทเปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) ส่วนมาเก๊าได้รับอนุญาตจากสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ให้เข้าเป็นสมาชิกและร่วมแข่งขันตั้งแต่ พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) แม้ว่าคณะกรรมการโอลิมปิกสากล จะไม่ยอมรับให้เข้าแข่งขันในโอลิมปิกก็ตาม

เชค อะห์หมัด อัล-ฟาฮัด อัล-อะห์เหม็ด อัล-ซาบะห์ (Sheikh Ahmad Al-Fahad Al-Ahmed Al-Sabah) ประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ปฏิเสธข้อเสนอเมื่อปี พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) ที่จะให้ออสเตรเลียเข้าร่วมแข่งขันด้วย โดยเขามีความเห็นว่า แม้ออสเตรเลียจะมีส่วนช่วยผลักดัน ให้มาตรฐานการกีฬาของเอเชียนเกมส์ดีขึ้น แต่ก็จะไม่เป็นธรรมต่อประเทศอื่นๆ ในกลุ่มโอเชียเนียเช่นกัน

ประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาในเอเชียนเกมส์ครบทุกประเภท มีทั้งหมด 7 ชาติได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา สิงคโปร์ และไทย

การจัดแข่งขัน

ประเทศที่จัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์

ประเทศที่จัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์

ประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ ประวัติเอเชียนเกมส์ กีฬาเอเชียนเกมส์

ประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ ประวัติเอเชียนเกมส์ กีฬาเอเชียนเกมส์

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 1

จัดขึ้นที่ กรุงนิวเดลลี ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 4-11 มีนาคม พ.ศ.2494  และเหรียญทองเหรียญแรกของกีฬาเอเชียนเกมส์ ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นักกีฬาที่ได้เหรียญ คือ เนียว ชีก๊อก นักกีฬาว่ายน้ำจากสิงคโปร์

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 2

จัดขึ้นที่ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 1-9 พฤษภาคม พ.ศ.2497

มีการแข่งขัน 8 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา, บาสเกตบอล, มวย, ฟุตบอล, ยิงปืน, ว่ายน้ำ, ยกน้ำหนัก, มวยปล้ำ มี 18 ประเทศ ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 1,241 คน แสดงให้เห็นว่าเกมส์นี้ เริ่มที่จะไปได้ดี ในการชิงชัยครั้งนี้ เกาหลี ที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก ก็สามารถคว้าอันดับที่ 3 ในตารางชิงเหรียญได้สำเร็จ ขณะที่ญี่ปุ่นยังเป็นเจ้าเหรียญทอง สามารถทำได้ 28 เหรียญทอง 34 เหรียญเงิน 23 เหรียญทองแดง ส่วนประเทศที่ไม่ได้รับเหรียญรางวัลมี ไทย กัมพูชา เนปาล บอร์เนียวเหนือ มลายา (มาเลเชีย) เวียดนาม และอัฟกานิสถาน

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 3

จัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 24 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน พ.ศ.2501

มีการแข่งขัน 13 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา, บาสเกตบอล, มวย, จักรยาน, ฟุตบอล, ฮอกกี้, เทนนิส, ยิงธนู, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก และ มวยปล้ำ โดยมี ยูโด และแบดมินตัน เป็นกีฬาสาธิต มี 20 ประเทศ มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 1,692 คน เอเชียนเกมส์ ครั้งนี้ มีการนำคำขวัญ “Ever ward” มาใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรก ภายใต้การต้องการสื่อความหมาย ให้เป็นเกมส์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด และมีการวิ่งคบเพลิงเอเชียนเกมส์เป็นหนแรก

จาก ฟิลิปปินส์ ไปสู่เกาะญี่ปุ่น เพื่อที่จะจุดในพิธีเปิดการแข่งขันและนักกีฬาที่จุดไฟในพิธีเปิดก็คือ มิกิโอะ โอดะ นักกีฬาญี่ปุ่น ที่คว้าเหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์คนแรก ในการเขย่งก้าวกระโดด ในปี ค.ศ.1928 และ ญี่ปุ่น ยังครองเจ้าเหรียญทอง ในครั้งนี้ ทำได้ 57 เหรียญทอง 36 เหรียญเงิน 14 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 4

ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม – 4 กันยายน พ.ศ.2505

มีการแข่งขัน 15 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา, ยิงธนู, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, มวย, จักรยาน, ฟุตบอล, ฮอกกี้, เทนนิส, เทเบิลเทนนิส, ว่ายน้ำ, ยิงปืน, วอลเลย์บอล และ มวยปล้ำ ซึ่งเอเชียนเกมส์ ครั้งนี้ ต้องมัวหมอง เพราะการเมืองเข้ามาแทรกแซงเพื่อบีบและกีดกัน ไต้หวัน และ อิสราเอล ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน จึงทำให้มีนักกีฬา เข้าร่วมการแข่งขันเพียง 1,460 คน จาก 16 ชาติ คือ ประเทศอัฟกานิสถาน พม่า กัมพูชา ซีลอน (ศรีลังกา) ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย บอร์เนียวเหนือ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และ เวียดนาม เจ้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ในครั้งนี้ ยังคงเป็นประเทศญี่ปุ่น ทำได้ 54 เหรียญทอง 49 เหรียญเงิน 18 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 5

ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม พ.ศ.2509

ท่ามกลางความวุ่นวายของหลายประเทศ เช่น สงครามในเวียดนาม ความวุ่นวายในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีน กับ ไต้หวัน กลิ่นอายของสงครามในคาบสมุทรเกาหลี แต่ประเทศไทย ก็สามารถดำเนินการจัดการแข่งขันได้อย่างสมบูรณ์ และเป็นที่น่าพอใจของทุก ๆ ชาติ ที่เข้ามาร่วม มีชิงชัย 14 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, มวยสากล, จักรยาน, ฟุตบอล, ฮอกกี้, เทนนิส, ยิงปืน, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, ยกน้ำหนัก, วอลเลย์บอล, มวยปล้ำ และมีการสาธิตกีฬาซอฟท์บอล มี 18 ชาติ เข้าร่วม ญี่ปุ่น ยังเป็นเจ้าเหรียญทองอย่างต่อเนื่อง 78 เหรียญทอง 18 เหรียญเงิน 21 เหรียญทองแดง ส่วนประเทศไทยเจ้าภาพ ในครั้งนี้ ทำเหรียญได้ 12 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน 11 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 6

ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม พ.ศ.2513

เดิมที เกาหลีใต้ ได้รับเป็นเจ้าภาพ แต่เกิดสงครามระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ทำให้ไม่สามารถเป็นเจ้าภาพได้ จึงขอถอนตัว แต่เพื่อมิให้การแข่งขันครั้งนี้ต้องยกเลิกไป เกาหลีใต้ จึงยินดีหาเงินให้กับประเทศ ที่จะรับเป็นเจ้าภาพแทนเป็น 8 ล้านบาท คณะกรรมการบริหารสหพันธ์เอเชียนเกมส์ จึงได้เปิดประชุมอย่างเร่งด่วน ครั้งแรก ที่ประชุมมีมติให้ญี่ปุ่น รับจัดแทนเกาหลีใต้ แต่ญี่ปุ่นปฏิเสธ เพราะกำลังจัดงานเอ็กโป 70 แต่ยินดี ที่จะช่วยสมทบทุนให้แก่ประเทศที่จะรับเป็นเจ้าภาพแทน

ในที่สุด คณะกรรมการบริหารสหพันธ์เอเชียนเกมส์ จึงมีมติขอร้องให้ประเทศไทย รับเป็นเจ้าภาพแทนเกาหลีใต้ โดยให้เหตุผลว่า ประเทศไทยอยู่ศูนย์กลางของภาคีเอเชียนเกมส์อยู่แล้ว การไปมาก็สะดวกกว่าชาติอื่น ๆ ประการที่สอง ไทยขณะนั้น เพิ่งเคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งที่ 5 ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ และประสบความสำเร็จมาก ประเทศไทยก็ตอบรับ โดยมีเงื่อนไขว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ จะต้องไม่ใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินไทยไปจัด เว้นแต่เงินค่าใช้จ่ายสำหรับนักกีฬาที่จะเข้าแข่งขันเท่านั้น

โดยการแข่งขันครั้งนี้ ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ได้รับเงินอุดหนุนจากประเทศสมาชิกต่าง ๆ อาทิ จีน, อินโดนีเซีย 5,000 เหรียญสหรัฐ อิสราเอล, เกาหลีใต้, เนปาล, ฟิลิปปินส์, ฮ่องกง, อิหร่าน, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, ปากีสถาน และ เวียดนาม รวมเงินอุดหนุนจาก 12 ประเทศสมาชิก จำนวน 412,000 เหรียญสหรัฐ

ดังนั้น การแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 6 จึงถูกกำหนดจัดขึ้นที่ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม พ.ศ.2513 และนับเป็นการจัด ติดต่อกันของชาติเจ้าภาพหนแรก โดยมี 13 ชนิด คือ กรีฑา แบดมินตัน, บาสเกตบอล, มวยสากล, จักรยาน, ฟุตบอล, ฮอกกี้, ยิงปืน, ว่ายน้ำ, วอลเลย์บอล ยกน้ำหนัก, มวยปล้ำ และ เรือใบ 18 ชาติร่วมชิงชัย นักกีฬา 1,752 คน เจ้าเหรียญทอง ยังเป็นประเทศญี่ปุ่นทำได้ 74 เหรียญทอง 47 เหรียญเงิน 23 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 7

ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ระหว่างวันที่ 1 – 16 กันยายน พ.ศ.2517

การแข่งขันครั้งนี้ เกือบต้องล้มกลางคัน เนื่องจากอิหร่านและญี่ปุ่นได้นำข้อเสนอเข้าที่ประชุม คณะกรรมการบริหารสหพันธ์เอเชียนเกมส์ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ.2516 ให้ที่ประชุมพิจารณารับเอาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน (จีน) เข้าเป็นสมาชิก โดยมีเงื่อนไขว่า สหพันธ์ฯ ต้องขับ ไต้หวัน ออกจากการเป็นสมาชิก ทำให้กรรมการบริหาร 4 คน ได้เดินออกจากที่ประชุม ในที่สุดจากการวิ่งเต้นของอิหร่าน และ ญี่ปุ่น จึงทำให้การ รับรองสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเป็นสมาชิกสหพันธ์ ผ่านไปด้วยดี และไม่เพียงแค่จีนเท่านั้น ชาติที่ได้ชื่อว่า เป็นชาติที่ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม อย่างเกาหลีเหนือ และ มองโกเลีย ก็เข้าร่วมเกมส์นี้เป็นหนแรก

การชิงชัยครั้งนี้มี 19 ประเทศ แข่งขัน 16 ชนิด คือ กรีฑา, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, มวยสากล, จักรยาน, ฟุตบอล, ฟันดาบ, ยิมนาสติก, ฮอกกี้, เทนนิส, ยิงปืน, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก, และมวยปล้ำ (ยิมนาสติก และ ฟันดาบ ถูกบรรจุเข้าสู่เกมส์นี้ เป็นหนแรก รวมถึงมีการนำเอากล้องมาใช้ในการถ่ายภาพ ผู้เข้าเส้นชัย ในการแข่งขันกรีฑา พร้อมทั้งใช้ลู่ยางสังเคราะห์เป็นครั้งแรก) และเจ้าเหรียญทอง ยังคงเป็นญี่ปุ่น ทำได้ 75 เหรียญทอง 50 เหรียญเงิน 51 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8

ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม พ.ศ. 2521

ประเทศไทย จำเป็นต้องเป็นเจ้าภาพอีกวาระหนึ่ง เพราะปากีสถาน ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ เนื่องจากปัญหาทางการเมือง และปัญหาเศรษฐกิจ จึงได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารสหพันธ์เอเชียนเกมส์ขึ้น ในระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ณ กรุงมอลทรีออล ประเทศแคนาดา เพื่อหาประเทศเจ้าภาพแทนปากีสถาน และ ที่ประชุมได้มีมติขอร้องให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพอีกครั้ง โดยสมาชิกสหพันธ์เอเชียนเกมส์ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งสิ้น ยกเว้นค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ประเทศไทย จึงรับเป็นเจ้าภาพ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ รับการแข่งขันครั้งนี้ ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ อีกครั้ง

มีการแข่งขันมี 19 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา, ยิงธนู, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, มวยสากล, โบว์ลิ่ง, จักรยาน, ฟุตบอล, ยิมนาสติก, ฮอกกี้, เทนนิส ยิงปืน, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก, มวยปล้ำ, และเรือใบ มีนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันมี 2,318 คน หญิง 545 คน รวมเจ้าหน้าที่ทุกชาติด้วย จำนวน 4,000 คน เจ้าเหรียญทองยังเป็นญี่ปุ่นทำได้ 70 เหรียญทอง 58 เหรียญเงิน 49 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 9

ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียวันที่ 19 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม พ.ศ.2525

ถือว่าเป็นการกลับไปสู่บรรยากาศของจุดกำเนิดของกีฬาเอเชียนเกมส์อีกครั้ง กีฬาที่แข่งขันมี 21 ชนิด คือ ยิงธนู, กรีฑา, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, มวยสากล, จักรยาน, ขี้ม้าข้ามเครื่องกีดขวาง, ฟุตบอล, ยิมนาสติก, กอล์ฟ, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, เรือกรรเชียง, ยิงปืน, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, เทนนิส, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก, มวยปล้ำ และ เรือใบ ประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันมีทั้งหมด 33 ประเทศ รวมนักกีฬาทั้งหมด 3,446 คน

นับเป็นความยิ่งใหญ่ในการมีชาติเข้าร่วมแข่งขันมากขึ้น และ จำนวนนักกีฬาก็สูงขึ้น เจ้าเหรียญทองกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 9 ประเทศจีน สามารถครองเจ้าเหรียญทอง ทำได้ 61 เหรียญทอง 57 เหรียญเงิน 41 เหรียญทองแดง และในครั้งนี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่ดูแลการจัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ จากคณะกรรมการบริหารสหพันธ์เอเชียนเกมส์ หรือ เอจีเอ เป็นสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย หรือ โอซีเอ แทนเป็นต้นมา

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 10

ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 20 กันยายน – 5 ตุลาคม พ.ศ.2529

เอเชียนเกมส์ หนนี้ถือว่าเป็นเกมส์ที่เกาหลีใต้ใช้เป็นการโหมโรง เพราะได้เตรียมที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ในปี พ.ศ.2531 และมีการก่อสร้างสนามกีฬายักษ์ ที่จุคนได้มากถึง 100,000 คน รองรับงานนี้ด้วย ซึ่งถือว่าฮือฮามาก และเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ก็เป็นการชี้ให้เห็นว่าวงการกีฬาเอเชีย กำลังพัฒนาไปเป็นอย่างมาก

มีกีฬาที่แข่งขัน 25 ชนิดกีฬา คือ โบว์ลิ่ง, แบดมินตัน บาสเกตบอล, จักรยาน, ขี่ม้า, เรือแคนู, มวยสากล, ฟุตบอล, ยิงธนู, กรีฑา, ฟันดาบ, กอล์ฟ, ยิมนาสติก, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, ยูโด, ยิงปืน, ว่ายน้ำ, เทควันโด, เทนนิส, เทเบิลเทนนิส, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก, มวยปล้ำ และ เรือใบ นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน 4,839 คนจาก 27 ประเทศ และ จีนยังคงครองเจ้าเหรียญทอง ทำได้ 94 เหรียญทอง 82 เหรียญเงิน 46 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 11

          ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 22 กันยายน – 7 ตุลาคม พ.ศ.2533

มีนักกีฬาที่แข่งขัน 27 ชนิดกีฬา คือ ยิงธนู, กรีฑา, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, มวยสากล, เรือแคนู, จักรยาน, ฟันดาบ, ฟุตบอล, กอล์ฟ, ยิมนาสติก, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, ยูโด, กาบัดดี, พายเรือ, เซปักตะกร้อ, ยิงปืน, ซอฟท์บอล, กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, โปโลน้ำ) เทเบิลเทนนิส, เทนนิส, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก, มวยปล้ำ, วูซู, เรือใบ, กีฬาสาธิตมีกีฬาเบสบอล และ ซอฟท์เทนนิส มีประเทศที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 36 ประเทศ รวมทั้งหมด 6,122 คน เจ้าเหรียญทอง เป็นจีน เหมือนเดิม ทำได้เกิน 100 เหรียญทองเป็นชาติแรก ทำได้ 183 เหรียญทอง 107 เหรียญเงิน 51 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 12

ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 2 – 16 ตุลาคม พ.ศ.2537

นับเป็นครั้งแรก ของการจัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่จัดนอกเมืองหลวงของชาติเจ้าภาพ โดยฮิโรชิมา เมืองที่เคยได้รับความบอบช้ำจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับเป็นเจ้าภาพ และจัดการแข่งขัน 34 ชนิดกีฬา คือ ยิงธนู, กรีฑา, แบดมินตัน, เบสบอล, บาสเกตบอล, โบว์ลิ่ง, มวยสากล, เรือแคนู, จักรยาน, ขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวาง, ฟันดาบ, ฟุตบอล, กอล์ฟ, ยิมนาสติก, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, ยูโด, กาบัดดี, คาราเต้โด, ปัญจกีฬาสมัยใหม่, เรือพาย, เซปักตะกร้อ, มวยปล้ำ, วูซู และเรือใบ มี 42 ประเทศที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วม มีการใช้สโลแกน “Asian Harmony” เป็นคำขวัญของเกมส์ด้วย รวมถึงมีการรับเอา 5 ชาติ ที่แยกจากสหภาพโซเวียต คือ คาซัคสถาน เคอร์กิสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และ อุซเบกิสถาน รวมทั้งจีนชาติ หรือ ไต้หวัน ที่ถูกกีดกันไปนานกลับเข้าร่วมแข่งขันด้วย ประเทศจีน ยังครองเจ้าเหรียญทอง ทำได้ 137 เหรียญทอง 92 เหรียญเงิน 60 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13

ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 6-20 ธันวาคม พ.ศ.2541

มีชาติเข้าร่วม จำนวน 41 ชาติ (ขาด อัฟกานิสถาน อิรัก และ ซาอุดีอาระเบีย) มีนักกีฬาทั้งหมด 9,699 คน มีสโลแกน การแข่งขันว่า Friendship beyond Frontiers มีการชิงชัย 36 ชนิดกีฬา กรีฑา, ยิงธนู, แบดมินตัน, เบสบอล, บาสเกตบอล, บิลเลียด, โบว์ลิ่ง, แคนู, จักรยาน, ขี่ม้า, ฟันดาบ, ฟุตบอล, กอล์ฟ, ยิมนาสติก, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, ยูโด, กาบัดดี้, คาราเต้-โด, เรือพาย, รักบี้, ฟุตบอล, เซปักตะกร้อ, ยิงปืน, ซอฟท์บอล, ซอฟท์เทนนิส, สควอช, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, เทนนิส, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก, มวย, มวยปล้ำ, วูซู และ เรือใบ ประเทศจีนยังคงครองเจ้าเหรียญทองอย่างต่อเนื่อง ทำได้ 165 เหรียญทอง 88 เหรียญเงิน 63 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 14

ที่เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 14 ตุลาคม พ.ศ.2545

ในการแข่งขันครั้งนี้ ได้บันทึกเป็นประวัติศาสตร์ คือ เกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ ร่วมใช้ร่วมใช้ธงชาติ “คาบสมุทรเกาหลี” เป็นธงประจำขบวนของทั้ง 2 ชาติ ที่เดินพาเหรดเข้าร่วมพิธีเปิด และ ปิด การแข่งขันด้วยกัน แสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียว ของชาวเกาหลี ท่ามกลางกระแสที่อยากให้เกิดการรวมชาติ

มีการชิงชัย 38 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา, ว่ายน้ำ, ยิงธนู, แบดมินตัน, เบสบอล, บาสเกตบอล, บิลเลียด, เพาะกาย, โบว์ลิ่ง, มวยสากล, เรือแคนู, จักรยาน, ขี่ม้า, ฟันดาบ, ฟุตบอล, กอล์ฟ, ยิมนาสติก, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, ยูโด, กาบัดดี, คาราเต้-โด, ปัญจกีฬาสมัยใหม่, เรือใบ, เซปักตะกร้อ, ยิงปืน, ซอฟท์บอล, ซอฟท์เทนนิส, สควอช, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, เทนนิส, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก, มวยปล้ำ และ วูซู มีนักกีฬา 9,900 คน จาก 44 ชาติ ซึ่งจีน ยังคงครองความยิ่งใหญ่ ทำได้ ที่ 150 เหรียญทอง 84 เหรียญเงิน 74 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15

ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ระหว่างวันที่ 1-16 ธันวาคม พ.ศ.2549

โดยในการแข่งขันครั้งนี้ ได้กลับไปสู่การจัดของชาติตะวันออกกลางหรืออาหรับ เป็นครั้งที่ 2 ของมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ หลังจากประเทศแรกในภูมิภาคนี้ได้จัด คือ อิหร่าน เมื่อเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 7 โดยประเทศกาตาร์ ในปีที่จัดนั้น ยังอยู่ในห้วงของความขัดแย้งระหว่างชาติอาหรับบางชาติ กับชาติตะวันตก ทั้งปัญหาในประเทศอิรัก ปัญหาการครอบครอง และพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน และ สงครามขนาดย่อม ระหว่างอิสราเอล กับกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่อยู่ในประเทศเลบานอน

ในครั้งนี้ มีชิงชัย 39 ชนิดกีฬา คือ ยิงธนู, กรีฑา, แบดมินตัน, เบสบอล, บาสเกตบอล, เพาะกาย, โบว์ลิ่ง, มวยสากล, แคนู-คยัค, หมากรุก, คิวสปอร์ต, จักรยาน, ขี่ม้า, ฟันดาบ, ฟุตบอล, กอล์ฟ, ยิมนาสติก, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, ยูโด, กาบัดดี, คาราเต้-โด, เรือพาย, รักบี้ฟุตบอล, เรือใบ, วินด์เซิร์ฟ, ยิงปืน-ยิงเป้าบิน, เซปักตะกร้อ, ซอฟท์บอล, ซอฟท์เทนนิส, สควอช, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, เทนนิส, ไตรกีฬา, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก, มวยปล้ำ และ วูซู มีนักกีฬา 12,000 คน จาก 45 ชาติ จีนเป็นเจ้าเหรียญทองทำได้ 165 เหรียญทอง 88 เหรียญเงิน 63 เหรียญทองแดง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16

ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 12-27 พฤศจิกายน พ.ศ.2553

การแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 ในครั้งนี้ มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน 45 ชาติ ชิงชัย 42 ชนิกีฬา 476 เหรียญทอง ประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้า ร่วมในการแข่งขันกว่า 800 คน โดยใน 15 ครั้งที่ผ่านมา ทัพนักกีฬาไทย ประสบความสำเร็จ คว้าเหรียญทองรวม 98 เหรียญทอง ซึ่งนับว่า ไม่น้อยหน้าชาติใดในเอเชียเลย จากนักกีฬาที่มากความสามารถของทัพไทย อาทิ อาทิ ปรีดา จุลละมณฑล จักรยาน, เจริญ วรรธนะสิน แบดมินตันทีมชาย, ภารดร ศรีชาพันธุ์ เทนนิส, สมรักษ์ คำสิงห์ มวยสากลสมัครเล่น, มนัส บุญจำนงค์ กีฬามวยสากลสมัครเล่น, สมจิตร จงจอหอ มวยสากลสมัครเล่น, ปวีณา ทองสุก ยกน้ำหนัก, สุชาติ แจสุรภาพ วิ่ง 100 เมตร และ 4 คูณ 100 เมตร, อาณัติ รัตนพล วิ่ง 200 เมตร และ 4 คูณ100 เมตร, อุษณีย์ วงษาลังการวิ่ง200 เมตร และ 4 คูณ 100 เมตร, รัฐพงศ์ ศิริสานนท์ ว่ายน้ำ, เทวฤทธิ์ มัจฉาชีพ ยิงปืน และ มานพ พณิชย์ผาติกรรม ยิงปืน เป็นต้น

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17

จัดขึ้นที่อินช็อน ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ในครั้งนี้ เอเชียนเกมส์ในครั้งนี้ บรรจุชนิดกีฬาทั้งหมด 36 ประเภท โดยทัพนักกีฬาทีมชาติไทยคว้าอันดับ 6 ด้วยผลงาน 12 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน และ 28 เหรียญทองแดง รวมแล้วคว้าไปทั้งหมด 47 เหรียญ

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18

จัดขึ้นที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน พ.ศ. 2561

ในครั้งนี้ กีฬาที่ถูกบรรจุในเอเชียนเกมส์ จำนวน 39 ชนิด รวม 426 เหรียญทอง ประกอบด้วย 1.กีฬาทางน้ำ 47 ทอง, 2. ยิงธนู 10 ทอง, 3. กรีฑา 46 ทอง, 4. แบดมินตัน 7 ทอง, 5.เบสบอล/ ซอฟต์บอล 2 ทอง, 6. บาสเกตบอล 4 ทอง, 7. โบว์ลิ่ง 6 ทอง, 8.มวย 12 ทอง, 9.บริดจ์ 6 ทอง, 10.แคนู/คยัค 16 ทอง, 11.จักรยาน 16 ทอง, 12. ขี่ม้า 6 ทอง, 13.ฟันดาบ 10 ทอง, 14.ฟุตบอล 2 ทอง, 15.กอล์ฟ 2 ทอง, 16.ยิมนาสติก 18 ทอง, 17.แฮนด์บอล 2 ทอง, 18.ฮอกกี้ 2 ทอง, 19.เจ็ตสกี 3 ทอง, 20.ยูโด 14 ทอง, 21.กาบัดดี้ 2 ทอง, 22.คาราเต้ 13 ทอง, 23. มาร์เชียลอาร์ต (กีฬาต่อสู้) 36 ทอง, 24. ปัญจกีฬาสมัยใหม่ 4 ทอง, 25.พาราไกด์ดิ้ง 6 ทอง, 27.รักบี้ 7 คน 2 คน, 28.เรือใบ 10 ทอง, 29.เซปักตะกร้อ 6 ทอง, 30.ยิงปืน 18 ทอง, 31.ปีนหน้าผา 8 ทอง, 32.สควอช 4 ทอง, 33.เทเบิลเทนนิส 4 ทอง, 34.เทควันโด 16 ทอง, 35.เทนนิส 10 ทอง, 36. ไตรกีฬา 3 ทอง, 37. วอลเลย์บอล 4 ทอง, 38. ยกน้ำหนัก 16 ทอง และ 39.มวยปล้ำ 18 ทอง

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19

ที่หางโจว ประเทศจีน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-25 กันยายน พ.ศ. 2565(ค.ศ. 2022)

ยังไม่แข่งขัน

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

ที่นะโงะยะ ประเทศญี่ปุ่น จัดขึ้นพ.ศ. 2569(ค.ศ. 2026)

ยังไม่แข่งขัน

ที่มา th.wikipedia.org

เอเชียนเกมส์ข่าวเอเชียนเกมส์เอเชียนเกมส์ 2018เอเชียนเกมส์กีฬาเอเชียนเกมส์ 2018

ข่าวกีฬา, เอเชียนเกมส์ 2018, ไฮไลท์เอเชียนเกมส์ 2018
- 31-07-2018 4:54:21 โพสต์โดย : midnight คนดู อ่าน 286 คน คน