“พชร์” แฉ “จียอน” พูดเองอยากลบภาพตลกคาเฟ่-ไม่อยากเล่นหนังกับ “กอล์ฟ เบญจพล”

“พชร์” แฉ “จียอน” พูดเองอยากลบภาพตลกคาเฟ่-ไม่อยากเล่นหนังกับ “กอล์ฟ เบญจพล”

29 มี.ค. ที่ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต พชร์ อานนท์ ผู้กำกับชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ในงานประกาศผลรางวัลภาพยนตร์ไทย “ชมรมวิจารณ์บันเทิง” ครั้งที่ 25 กรณีดราม่านักแสดงตลกหญิงหน้าใหม่ลืมกำพืดตัวเองหมายถึง ‘ซอ จียอน’ ตามที่มีกระแสข่าว ยืนยันไม่ได้เป็นคนปั่นหัว ‘เป็ด เชิญยิ้ม’ นักแสดงตลกรุ่นใหญ่ จนเป็นเหตุให้ปลดดาราสาวออกจาก 2 รายการ แต่ดาราสาวถูกปลดมาก่อนหน้าที่ตัวเองจะออกมาให้ข่าวแล้ว เผยไม่โกรธหรือติดใจอะไรแล้ว ไม่ต้องมาขอโทษ ให้อภัยนานแล้วเพราะมองว่าการให้อภัยคือการล้างแค้นที่ดีที่สุด

new6-01-30317

โดย ‘พชร์’ กล่าวว่า “ข่าวที่บอกว่าเราไปปั่นหัวพี่เป็ดนั้นไม่เป็นความจริง เพราะว่าเขาถูกปลดออกจากรายการของพี่เป็ดมาก่อนที่เราจะออกมาเขียนอะไรด้วยซ้ำ หลังจากนั้นพี่เป็ดก็ให้พี่สุเทพ (สีใส)ซึ่งเล่นหนังกับเราโทร.มาสอบถามเรื่องราว เราก็บอกไปว่าเป็นยังไง เรื่องราวก็ไปทิศทางเดียวกัน ฉะนั้นไม่เกี่ยวกับเราแน่นอนที่เป็นต้นเหตุ การที่เขาไม่มีงานก็เป็นเพราะเขาทำตัวเอง จริงๆ ตอนที่เกิดเรื่องเรายังโทร.ไปหาชมพู่(ก่อนบ่าย)ให้ช่วยคุยให้หน่อยแต่ชมพู่บอกว่าขอไม่เข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของน้องดีกว่า”

“ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กแน่นอน เขากับผู้จัดการพูดเองจริงๆ ว่าอยากกลับบ้านแล้ว ไม่เล่นได้มั้ย อยากลบภาพตลก ไม่อยากให้คนมองว่าเขาเป็นตลกคาเฟ่แล้ว รวมถึงเรื่องที่ไม่อยากเล่นกับพี่กอล์ฟ(เบญจพล)ด้วย ตอนหลังเราก็ปรับบทให้เขาเล่นเป็นพี่น้องกับกอล์ฟแทน แต่ผู้จัดการก็บอกอีกว่างั้นห้ามแตะเนื้อต้องตัว คือเขาพูดเองทำเองทั้งนั้น เราจะไปใส่ร้ายเขาทำไม ทำไปก็ไม่ได้รวยขึ้น อีกอย่างพี่เป็ดก็เป็นผู้ใหญ่ เราก็เป็นผู้ใหญ่ อยู่วงการมาก็หลายปี ทุกอย่างเพราะเขาทำตัวเอง ส่วนตัวไม่ได้ติดใจโกรธ ไม่ต้องการให้มาขอโทษด้วย เราให้อภัยนานแล้วเพราะคิดว่าการให้อภัยคือการล้างแค้นที่ดีที่สุด” พชร์กล่าว

new6-1-30317

คำต่อคำละเอียดยิบ “พชร์” ร่วมวงขย่ม “จียอน”

“สำหรับเรื่องที่เป็นข่าวอยู่ทั้งหมดที่พูดไปก็เป็นความจริง แต่มันก็มีกระแสออกมาว่าเราไปปั่นหัวพี่เป็ดเพื่อให้น้องเขาโดนไล่ออกจากรายการ ซึ่งความจริงแล้วโดนไล่ออกกันมาก่อนแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม ตอนที่น้องเขามีปัญหากับเราคือเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่ว่าเราปิดข่าวเงียบ พอดีว่าพี่เป็ดก็ให้พี่สุเทพ (สีใส) ที่เล่นหนังกับเราโทร.มาหาเมื่อวันที่ 27 ม.ค. เพื่อสอบถามว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง เพราะว่าพี่สุเทพรู้ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง แล้วเขาก็ไปเล่าให้พี่เป็ดฟังว่าเราก็โดนเหมือนกัน หลังจากนั้นเราก็มีโอกาสได้คุยกับพี่เป็ด ซึ่งพี่เป็ดก็บอกว่าปลดน้องออกไป 2 รายการแล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรา แล้วเราก็หายไปนานมาก มาอีกทีตอนที่ชมพู่ (ก่อนบ่าย) เปิดหน้ากากในรายการเดอะ แมสก์ ซิงเกอร์ เราก็ถึงได้เพิ่งออกมาพูดว่าที่ผ่านมามันมีปัญหาอะไร”

รู้สึกโล่งขึ้นไหมที่พี่เป็ดออกมาพูดว่าตัวน้องเขามีปัญหาจริงๆ

ไม่เลย โล่งมาตั้งนานแล้ว เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด ตอนที่เราออกมาพูดก็เพราะว่าน้องเขาเบี้ยวคิว มาถ่ายให้วันนึงแล้วก็เบี้ยวไปอีกคิวหนึ่งซึ่งเราก็เสียหายและต้องปรับบทให้คนนั้นคนนี้มาเล่นแทน แต่ข่าวดันกลับออกไปว่าเราไปปั่นหัวพี่เป็ดให้ไล่ออก ซึ่งไม่จริงเลย

ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กใช่ไหม

ไม่ใช่แน่นอน แต่เป็นผู้ใหญ่ที่สอนเด็กมากกว่าว่าคิดจะทำงานที่เมืองไทยหรือคิดจะทำงานที่วงการบันเทิงไทย มันต้องเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเอง นึกจะเล่นก็เล่น นึกจะกลับก็กลับ แบบนั้นมันไม่ได้ รับงานแล้วก็ต้องรับผิดชอบทำให้เสร็จ ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกัน ไม่คุยๆ ด้วยเพราะว่าเขาต้องคิดได้ว่ามันเป็นยังไง แต่เขาบอกคนอื่นว่าเขาไม่ผิด ไม่ผิดก็ไม่ผิดก็ไม่เป็นไรครับ

ตอนนี้ยังโกรธน้องเขาอยู่ไหม

ไม่ได้โกรธตั้งนานแล้ว เรายกโทษและให้อภัยเพราะการให้อภัยคือการแก้แค้นที่ดีที่สุด จริงๆ ก็ไม่ได้โกรธน้องเขาหรอก แต่อยากสอนว่าคนเรามาจากตรงไหนต้องจำ ในเมื่อเขามาจากตลกแล้วจะมาบอกว่าไม่ได้มาจากตลกมันไม่ได้ เขาเป็นคนพูดเองว่าเขาไม่อยากเล่นตลก อยากลบภาพตลกทิ้งให้หมด เราไม่ใช่เป็นคนแต่งเรื่องอยู่แล้วถ้าไม่อย่างนั้นคำพูดแบบนี้มันจะออกมาจากปากเราได้ยังไง เพราะเราก็ไม่รู้เรื่อง คือเราเห็นเขาจากที่ไปเล่นรายการก่อนบ่ายคลายเครียด จึงได้ติดต่อให้มาเล่นหนังของเรา แล้วในหนังต้องเล่นตลกก็เลยเลือกเขา ซึ่งถ้าเขาบอกว่าอยากจะลบภาพตลกเราก็ไม่เอาอยู่แล้ว

ถามว่าหลังจากนี้ยังจะร่วมงานกันได้อยู่อีกมั้ย ไม่มีปัญหาอะไรครับถ้าเขารู้จักรับผิดชอบหน้าที่มากขึ้น รู้จักว่าตัวเองเป็นใครคงร่วมงานกันได้ไม่มีปัญหา แล้วก็ยืนยันได้ว่าเขาเป็นคนพูดเองจริงๆ ว่าไม่อยากร่วมงานกับตลก เราจะไปใส่ร้ายเค้าเรื่องอะไร ทำไปก็ไม่ใช่ว่าตัวเองจะรวยขึ้น เขากับผู้จัดการพูดเองว่าจะกลับบ้าน ไม่เล่นได้มั้ย อยากลบภาพตลก ไม่อยากเล่นตลกแล้ว ไม่อยากให้คนมองว่าเขาเป็นตลกคาเฟ่

เราจะไปเอาคำพูดนี้มาจากไหนถ้าทีมงานไม่ได้ยินและเอามารายงานให้เราฟัง เรายังบอกให้ทีมงานโทร.หาชมพู่เลยว่าให้ไปช่วยพูดกับน้องเขาหน่อย เพราะว่าทั้งสองคนสนิทกัน พอทีมงานโทร.ไป ชมพู่ก็บอกว่าไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของน้องเขา พวกพี่จัดการกันเองแล้วกัน ตอนหลังคุยไปคุยมาน้องเขาก็โอเคเล่น แต่ว่าเราก็เปลี่ยนบทให้เป็นแค่พี่น้องกันกับพี่กอล์ฟ (เบญจพล) ถามว่าพี่กอล์ฟเสียใจมั้ยจากตอนแรกที่ต้องเล่นเป็นแฟนกัน พี่กอล์ฟเขาไม่รู้ เราปิดจนรอให้น้องเขากลับไปแล้วถึงได้มาบอกพี่กอล์ฟ ไม่กล้าบอกตั้งแต่ทีแรกเพราะกลัวว่าพี่กอล์ฟจะน้อยใจ

แต่พอเปลี่ยนบทมาให้เล่นเป็นพี่น้องกัน ผู้จัดการน้องเขาก็บอกอีกว่าห้ามโดนเนื้อโดนตัว ห้ามนู่นห้ามนี่ เราก็โอเคทุกอย่างเพราะรำคาญอยากจะถ่ายให้มันเสร็จๆ

new6-3-30317

ก่อนติดต่อให้เล่นได้มีการบอกรายละเอียดไหมว่าต้องทำอะไรบ้าง

อ๋อ..บอก อย่างที่บอกว่าเราเห็นเขาจากรายการตลก ถ้าไม่ตลกเราก็ไม่เอามาเล่น อีกอย่างเขาก็รับปากและมาถ่ายให้แล้ว แต่พอมาเห็นว่าเล่นกับพี่กอล์ฟก็ไม่อยากจะเล่นและอยากจะกลับ เราก็ได้แจ้งไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าหนังเรื่องนี้น้องเขาเป็นน้าของพระเอกด้วย

สรุปว่าหนังเรื่องนี้น้องเขายังได้ร่วมเล่นใช่ไหม

หนังมีจียอนแต่ตัดออกหมดเหลือนิดเดียว เอาที่มันจำเป็นจริงๆ นอกนั้นก็มีการเปลี่ยนบท ตอนแรกต้องมีฉากที่พี่กอล์ฟกับจียอนไปโรงพยาบาลร้างด้วยกัน กลายเป็นเหลือพี่กอล์ฟไปคนเดียว

คนเลยมองว่าตอนนี้เหมือนจียอนจะไม่มีงานเท่าไหร่

ไม่เกี่ยวกับเรา มันเกี่ยวกับตัวเขา

ที่มา khaosod

ข่าวดาราบันเทิง,ข่าวดาราวันนี้, ข่าวดาราล่าสุด, ข่าวดารา

ข่าวดาราบันเทิง
- 30-03-2017 9:49:27 โพสต์โดย : fonnie คนดู อ่าน 875 คน คน