‘อั้ม’ ฉุนเพจลงข่าวเท็จคดียักยอก ลั่นไม่เคยขอเงินใคร มอบทนายจัดการถึงที่สุด

‘อั้ม’ ฉุนเพจลงข่าวเท็จคดียักยอก ลั่นไม่เคยขอเงินใคร มอบทนายจัดการถึงที่สุด

วันที่ 27 มี.ค. ที่ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดงานประกาศรางวัล “MThai Top Talk-About 2018” ซึ่งมี “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” ซุป’ตาร์สุดฮอตมาร่วมงาน พร้อมให้สัมภาษณ์เตรียมฟ้องเว็บข่าวที่เขียนข่าวว่าขึ้นศาลคดียักยอก 39 ล้านบาท

โดยอั้มเผยว่า “โมโหเพราะเพจบางเพจบิดเบือน ไม่ใช่บิดเบือน คือลงไม่เป็นความจริงดีกว่า คือเราอยู่วงการนี้มานานไม่เคยทำอย่างนี้ อยู่มากี่ปีรู้ไหม คือนานมากเลย เวลาจะเรียกอะไร เราก็ต้องเรียกตามอายุงานที่ยาวนาน อั้มไม่ห่วงเรื่องเพจใหญ่ๆ เพราะนักข่าวรุ่นใหญ่ๆ เขาจะรู้อยู่แล้วว่าการลงยังไงทำให้โดนฟ้องได้หรือไม่ได้ แต่เพจเล็กๆ เขาอาจจะไม่รู้ คิดแต่ว่าลงก่อนได้เปรียบก่อน แต่อั้มเห็นคนที่ลงก่อนนี้ลบไปแล้ว(ยิ้ม) ส่วนใครที่ยังไม่ลบ ตอนนี้ไม่เกี่ยวกับอั้มแล้ว เพราะอั้มให้ทนายดูต่อค่ะ”

เรื่องถึงคดีความใช่ไหม
“ทนายเป็นคนจัดการอยู่ค่ะของอั้ม ถ้าเกิดจะทำอะไรก็ขึ้นสุดท้ายเลย ตอนนี้อั้มไม่ขอรับรู้อะไรเลย”

แสดงว่ามีที่ยังไม่ได้ลบในยูทูบ
“ยูทูบยังเห็นมีอยู่นะคะ อันนี้อั้มขอไม่พูดอะไรนะ แต่คนที่ลงแรกๆ อั้มเห็นลบไปแล้ว เดี๋ยวจะตามดูต่อไป ก็ไม่อยากทำอะไรที่รุนแรง เราพี่ๆ น้องๆ กัน สนับสนุนกันมาตั้งยาวนาน ไม่อยากทำอะไร แต่พอเป็นเรื่องเงินเรื่องทองมันเสียหาย เราไม่เคยขอเงินใคร ไม่เคยได้เงินใครฟรี”

เห็นข้อความแล้วปรี๊ดเลยใช่ไหม
“อู้ยยิ่งกว่าปรี๊ดค่ะ อยู่บ้านนี่คือเดินเข้าบ้านหัวสั่นเลย(หัวเราะ) คือเพลิงพระนางเลย ลงทั้งบ้าน แต่ตอนนี้อั้มไม่ยุ่งแล้ว ตั้งแต่ที่อั้มให้กำหนดเวลา ก็บอกให้คุณทนายช่วยอั้มหน่อย”

เราให้โอกาสเขา แต่เขายังนิ่งเฉยหรือ
“ตอนนี้อั้มไม่รู้ว่าลบไปแล้วหรือเปล่า เพราะอั้มไม่ได้ตามดู ไม่อยากปวดหัว”

มีผลกระทบกับเราค่อนข้างสูงเลยใช่ไหม
“ใช่ค่ะ เพราะอย่างที่เราเคยได้ยินกันว่าคนไทยอ่านหนังสือแค่กี่บรรทัด บางทีอ่านหัวข่าวก็ตกใจจะตายแล้ว”

แต่ที่เราไปครั้งนั้นคือเป็นพยาน
“เป็นพยานค่ะ เพราะเป็นเรื่องของแฟนคลับทั้งคู่ ของอั้มฝ่ายนึง กับอีกฝ่ายนึง แต่อั้มขอไม่พูดอะไรนะเพราะเป็นเรื่องของเขาค่ะ”

ที่บอกจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดคือจุดไหน
“จุดที่อั้มไม่รู้ ก็เลยบอกคุณทนายว่าช่วยดูให้อั้มหน่อยต่อจากนี้ เขาบอกอั้มไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เซ็นมอบอำนาจและสุดท้ายเลยทีเดียว”

ถ้าเขาอยากขอโทษ
“จะขอโทษจากไหน เพราะอั้มไม่ได้รับรู้ข่าวสารจากไหนเลยค่ะ”

แสดงว่าหลังจากที่เราโพสต์ไป ยังไม่มีการขอโทษใดๆ เลย
“อั้มเห็นว่ามีการลบบ้าง บางอันก็เปลี่ยน คืออั้มไม่ได้บอกให้ลบนะ แค่เปลี่ยนคำพูดให้มันถูกต้อง เปลี่ยนกันหรือยัง ทำงานกันมายาวนานนะ”

เรื่องสุนัขที่เลี้ยงไว้โมโหพังวอลเปเปอร์และผ้าม่านในห้องพัง
“น้องแสนดีเขาโมโหอั้มเพราะเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ถ้าสังเกตเห็นอั้มลงรูป เวลาถ่ายรูปเขาจะอยากมาเข้ากล้องตลอด บางทีถ่ายของให้ลูกค้า อั้มบอกหลบไปหน่อย บางทีอยากถ่ายเดี่ยวๆ มันเริ่มงอน วันแรกง้อได้ แต่วันที่สองพองอน เขาหันหลังให้ เราคิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเราออกไปข้างนอกก่อนแล้วค่อยมาง้อ แต่เรากลับมาดึก เลยไม่ได้เข้าไปหาเขา เขาโกรธ หลังจากนั้นเขาก็ทำลายข้าวของค่ะ แต่จริงๆ เป็นบ่อยเพราะมุ้งลวดก็ 4 รอบแล้ว เราเปลี่ยนมาเป็นเหล็กดัดครึ่งนึง ส่วนผ้าม่านนี่ครั้งที่สองแล้วค่ะ”

แบบนี้มีทำโทษไหม
“เห็นลูกก็ทำไม่ลงแล้ว แต่เราพูดกับเขา คือเขาไม่เข้าใจหรอกเพราะเป็นสุนัข เหมือนเราพูดคนเดียว บ่นๆ กับเขา และคงยังไม่ซ่อมที่พัง ไว้ก่อน ให้โมโหทีเดียวค่อยซ่อมทีเดียว”

หรือจะเปลี่ยน ไม่ติดม่าน
“คิดมาตลอด แต่ลูกสาว เลยอยากให้เป็นเจ้าหญิง ปูนเปลือยก็ดูแมนไป”

 

 

 

ที่มา : Khaosod

ข่าวดาราบันเทิงข่าวดาราวันนี้ข่าวดาราล่าสุดข่าวดารา