“วีเจจ๋า” จบแล้วสัมพันธ์ “ตุ๊ ธนานันต์” ขอย้ำอีกครั้ง ทุกอย่างที่พูดคือ “ความจริง”

ได้มีโอกาสออกมาเจอกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังจากที่เจอกระแสข่าวดราม่าถาโถมอย่างหนัก สำหรับ จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี หรือ วีเจจ๋า ถึงความสัมพันธ์คลุมเครือระหว่างเธอ และนักธุรกิจหนุ่ม ตุ๊-ธนานันต์ เอื้ออารักษ์ เนื่องจากฝ่ายชายมีภรรยาอยู่แล้ว และยังไม่ได้หย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการ

 

แม้ว่าก่อนหน้านี้ด้านทางของนักธุรกิจหนุ่มคนดังกล่าวจะออกมาชี้แจงว่า ตนกับภรรยาได้แยกกันอยู่มานานกว่า 2 ปีแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงรอดำเนินการหย่า แต่กระแสโจมตีจากโลกโซเชียลก็ยังคงถาโถมใส่วีเจสาวอย่างต่อเนื่อง จนเจ้าตัวต้องออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านอินสตาแกรมของตนเองว่า ไม่ได้เป็นเมียน้อยใคร

ซึ่งการออกมาเจอกับสื่อมวลชนครั้งนี้ของ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช เธอก็ได้ออกมาตอบทุกคำถามและชี้แจงรายละเอียดถึงเรื่องราวดราม่าที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า ณ เวลาความสัมพันธ์ระหว่างเธอและ ตุ๊ ธนานันต์ ได้ยุติลงเรียบร้อยแล้ว เหลือไว้แค่เพียงคำว่า “เพื่อน” เท่านั้น

วันนี้ได้ออกมาเจอกับทุกคนแล้ว มีอะไรอยากจะพูดไหม ?
“นี่คือครั้งแรกที่จ๋าได้ออกมาชี้แจงด้วยตัวเอง ซึ่งจริงๆ ก่อนหน้านี้จ๋าก็เคยได้โพสต์อธิบายเรื่องราวต่างๆ ลงบนอินสตาแกรมแล้ว เนื่องจากว่าตอนนั้นจ๋าได้ไตร่ตรองแล้วว่าจ๋าอยากจะพูดอะไรให้ทุกคนฟังบ้าง และจ๋าก็ยืนยันค่ะว่าทุกอย่างที่จ๋าพูดคือเรื่องจริงทั้งหมด”

เรื่องราวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบกับเรายังไงบ้าง ?
“มีผลกระทบก็คือ เอ่อ…จ๋ารู้สึกไม่ดีจริงๆ นะคะ แลการที่จ๋าได้มีโอกาสอธิบายลงบนอินสตาแกรม นั่นก็คือความรู้สึกของจ๋าทั้งหมด”

ตัวเราเองรู้สึกเครียดไหม เพราะโดนกล่าวหาว่าเป็น “เมียน้อย” ?
“ก็ต้องพูดตรงๆ ว่าเสียใจ เพราะความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น และจ๋าก็คิดว่าจากตอนแรกที่มันมีข่าวออกมา มันเป็นการฟังความจากไหนจ๋ายังไม่รู้เลย แต่ถ้าถามจ๋าตรงๆ จ๋าก็มีเหตุผลที่พร้อมจะบอกและก็อธิบา ซึ่งมันไม่ได้เป็นการแก้ตัวด้วย เพราะจ๋าเชื่อว่าความจริงมันมีคนรู้อยู่แค่ไม่กี่คน และจ๋าก็ขอยืนยันตรงนี้ว่าจ๋าไม่ได้เป็นคนโกหกแน่นอน”

ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงคาราคาซังอยู่ไหม หรือว่าเราตัดสินใจจบทุกอย่างและเลิกคุยกับฝ่ายชายแล้ว ?
“ตอนนี้จ๋าขอถอยค่ะ และถ้าใครมีปัญหาอะไรกันก็ให้เขาไปเคลียร์กันดีกว่า”

แสดงว่ามีการลดความสัมพันธ์ลงมา ?
“ก็คือเป็นเพื่อนกันค่ะ เอ่อ…คือเราเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน และก่อนหน้านี้ด้วยความที่เราเป็นเพื่อน เราก็เคยมีโอกาสได้เห็น รวมถึงได้ทราบอยู่แล้วว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่จ๋าอยากจะบอกว่า ไม่ใช่อยู่ดีๆ เราก็เชื่อ แต่เราได้เห็นตรงนั้นมาก่อน ซึ่งพอนำมาประกอบกับหลายๆ อย่างเราจึงเชื่อว่าสิ่งนี้มันกำลังจะจบ และมันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่มีข่าวออกไปในตอนแรกด้วย”

พอตัวเราเองตัดสินใจลดความสัมพันธ์ลงมาเหลือแค่คำว่าเพื่อน ฟีดแบคจากเขาเป็นยังไงบ้าง ?
“จ๋าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกที่ควรค่ะ”

ในส่วนของคลิปเสียงการสนทนาที่ถูกปล่อยออกมา เราสามารถระบุได้ไหมว่ามีเสียงเรารวมอยู่ด้วย ?
“อันนี้จ๋าอยากจะบอกว่า ถ้าหากจ๋าตอบในเรื่องของรายละเอียดหรือดีเทล มันจะทำให้เรื่องยาวเกินไป และการที่จ๋าออกมาพูดในวันนี้ก็เป็นเพราะจ๋าอยากจะให้มันจบ รวมถึงไม่ได้อยากจะพูดรายละเอียดเลย เพราะจริงๆ แล้วข่าวนี้มันมีอยู่แค่ 3 ส่วน ก็คือ ส่วนต้น ส่วนกลาง และส่วนท้าย ซึ่งส่วนต้นจ๋าได้อธิบายไปแล้วบนอินสตาแกรม ส่วนกลางที่เป็นรายละเอียดอันนี้จ๋าพูดไม่ได้ทั้งหมด พราะมันไม่ใช่เรื่องของจ๋าซะทีเดียว หากจ๋าพูดอะไรไปมันก็อาจจะส่งผลกระทบถึงคนอื่นได้ และในส่วนท้ายก็คือส่วนที่หลายๆ คนได้รับข่าวและเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งถ้าหากสิ่งไหนที่จ๋าทำจริง จ๋าก็พร้อมที่จะยอมรับ แต่ถ้าสิ่งไหนที่จ๋าไม่ได้ทำ หรือไม่ได้มีเจตนาใดๆ แบบนั้น จ๋าก็ต้องขอปกป้องตัวเองค่ะ”

กังวลไหมว่าการที่เราออกมาสัมภาษณ์ครั้งนี้ มันจะทำให้มีซีรีส์ตอนอื่นๆ ตามออกมาอีก ?
“จ๋าไม่กลัวค่ะ เพราะส่วนที่มันแย่ที่สุดสำหรับจ๋ามันได้ผ่านไปแล้ว”

ตอนนี้ก็คือเราให้เขาไปเคลียร์ตัวเองมาก่อน ?
“ไม่ใช่ไปเคลียร์ตัวเองมาก่อนค่ะ แต่ถ้าหากใครมีปัญหาอะไรก็ไปเคลียร์กันดีกว่า”

ถ้าหากเขาทั้งคู่เคลียร์กันลงตัวแล้ว ความสัมพันธ์ของเรากับฝ่ายชายจะกลับมาเหมือนเดิมไหม ?
“จ๋าขอพูดแค่เรื่องของวันที่มันเกิดเรื่อง กับเรื่องของวันนี้นะคะ เพราะสำหรับจ๋า จ๋ายืนยันว่าสิ่งที่จ๋าพูดและจ๋าคิด จ๋าไม่ได้มีเจตนาหรือตั้งใจจะทำอะไรไม่ดีจริงๆ”

เรามองสถานะในอนาคตของเรากับฝ่ายชายไว้ยังไง ?
“จ๋าคงไม่ขอตอบเรื่องอะไรพวกนี้เลยค่ะ ขอแค่จบประเด็นของตัวเองดีกว่า”

ทางบ้านเรา ครอบครัวเรา ให้กำลังใจเราในเรื่องนี้ยังไงบ้าง ?
“จ๋าต้องขอพูดนิดหนึ่งนะคะเพื่อคุณพ่อคุณแม่ คืออย่าว่าคุณพ่อคุณแม่จ๋าเลยนะคะ เพราะท่านไม่ได้มีอะไรด้วยเลย และสำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังไงก็ตามถ้าหากสิ่งที่เราทำและมันไม่ถูก ท่านก็จะเตือนอยู่แล้วค่ะว่ามันไม่ถูก แต่สิ่งไหนที่มันเกินไป ท่านก็จะปกป้องเราเหมือนกัน แต่ถามว่าท่านเป็นห่วงไหม แน่นอนค่ะท่านเป็นห่วง และจ๋าก็ต้องขอยืนยันตรงนี้นะคะว่า จ๋าทำงานในวงการมานานกว่า 20 ปี จ๋าคงไม่เอาชื่อเสียงตัวเองหรือศักดิ์ศรีตัวเองมาแลกกับเรื่องแบบนี้หรอก จ๋าไม่มีทางที่จะตั้งใจทำให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น”

การตัดสินใจที่ผ่านมาเราถือว่าเราตัดสินใจผิดไหม ?
“จ๋าคิดว่า เอ่อ…จ๋าไม่สามารถบอกให้ทุกคนเข้าใจจ๋าได้ เพราะทุกคนก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกันกับที่จ๋าได้เจอ แต่จ๋าก็ได้อธิบายไปแล้วเท่าที่จ๋าสามารถทำได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเป็นยังไง”

เรามองความรักของตัวเองจากนี้ไปไว้ยังไง ?
“จ๋ายังไม่ได้มองถึงขนาดนั้นนะคะ ขอให้จบเป็นเรื่องๆ ไปดีกว่า ขอโสดไปก่อน (ยิ้ม)”

เหมือนเราจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเรื่องความรักสักเท่าไหร่ รู้สึกไหม ?
“นั่นสิ ต้องไปไหว้พระที่ไหนดี (ยิ้ม) แต่เอาจริงๆ จ๋าคิดว่ามันคงยังไม่ถึงวันและเวลาที่โอเคมากกว่า เพราะจ๋าเองก็อยากให้มีวันนั้นเหมือนกัน”

เราคิดว่าการที่เราออกมาพูดวันนี้จะทำให้เรื่องราวต่างๆ จบไหม ?
“สำหรับจ๋า จ๋าจบนะคะ แต่สำหรับชาวโซเชียล เอ่อ…คือจ๋าให้เกียรติทุกคน ใครจะติอะไรจ๋าก็ให้ติ ใครคอมเมนต์อะไรจ๋าก็ไม่ได้ลบ หรือใครจะว่าจ๋าหยาบคายยังไงจ๋าก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าหากอยากจะด่าจ๋าก็ด่าให้ถูกเรื่อง”

หากในอนาคตมีเรื่องอื่นๆ ตามมาอีก ตัวเราเองเตรียมตัวยังไงบ้าง ?
“สำหรับจ๋านะคะ สิ่งที่จ๋าเตรียมมีแต่ความจริง และอย่างที่บอกจ๋าอยากจบวันนี้ แต่ถ้าหากมีอะไรจำเป็นต้องอธิบายอีก จ๋าก็ยืนยันค่ะว่าจ๋าพูดความจริงทั้งหมด”

ทำไมถึงตัดสินใจที่ออกมาพูด ทั้งที่ฝ่ายชายออกมาพูดไปแล้วเพื่อปกป้องเรา ?
“คือจ๋ารู้สึกว่า ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ด้วยความที่เราเป็นคนสาธารณะจ๋าคิดว่าเราก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมเหมือนกัน ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกเรื่อง แค่จ๋าอยากอธิบายว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนไม่จริง เรื่องไหนเจตนาเป็นยังไง หรือเรื่องไหนเราเจออะไรมาบ้าง จ๋าก็บอกเท่าที่จ๋าบอกได้”

ถามถึงงานมีตติ้งที่ผ่านมาเห็นว่ามีเซอร์ไพรส์จากแฟนๆ ด้วย ?
“จริงๆ มันเป็นงานที่จ๋าตั้งใจจะจัดอยู่แล้ว และบอกกันไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่พอบอกแฟนๆ ว่าจะขอเลื่อนออกไปก่อน ปรากฏว่าเขาไม่อยากให้เลื่อน และก็อย่างที่เห็นค่ะมีการทำเซอร์ไพรส์ให้ ตื่นตันดีใจ”

ตอนที่มีข่าวออกมาเรากลัวไหมว่าแฟนคลับจะหายไป ไม่มาร่วมงานมีตติ้ง ?
“จ๋าไม่ได้คิดถึงขนาดว่าเขาจะหายไปหรือเปล่า แต่จ๋าแค่รู้สึกว่าจ๋าอยากจะเอนเตอร์เทนเขาให้ได้มากกว่านี้ และปรากฏพอเกิดเรื่องนี้ขึ้น คนที่เขาเสพข่าวอย่างมีสติก็มีเยอะนะคะ และคนที่วิเคราะห์อะไรเป็นก็มีเยอะ จ๋าเลยได้เห็นอีกด้านหนึ่งของคน ส่วนใครก็ตามที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะฟังเราอยู่แล้ว ต่อให้จ๋าอธิบายเป็นร้อยเป็นพันยังไง เขาก็อ่านแค่ 3 บรรทัดอยู่ดี จ๋าคงทำอะไรไม่ได้ค่ะ”

ที่มา sanook 

ภาพ :@vj_ja

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าวข่าวต่างประเทศ ,ข่าวกีฬา

ข่าวดาราบันเทิง
- 8-07-2018 8:47:26 โพสต์โดย : admin คนดู อ่าน 265 คน คน