“กัปตัน” ให้อภัย “มิ้ง” เข้าใจโกหกเพราะรัก จากนี้ไปไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว

“กัปตัน” ให้อภัย “มิ้ง” เข้าใจโกหกเพราะรัก จากนี้ไปไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว

ในที่สุดเรื่องราวดราม่า #มิ้งโป๊ะแตก ก็ปิดฉากลงเสียที เมื่อเน็ตไอดอลสาว มิ้ง-ศวภัทร สุนทรนันท์ ออกมายอมรับแบบหมดเปลือก หลังจากที่ได้เข้าไกล่เกลี่ยกับนักแสดงหนุ่ม กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง ณ ศูนย์ประนอมข้อพิพาท อาคารศาลอาญา เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (4 ก.ย.) ซึ่งเธอระบุว่า ได้โกหกเรื่องตั้งท้องเพราะอยากให้ฝ่ายชายกลับมารักอีกครั้ง

โดยหลังจากที่เจ้าตัวแถลงข่าวเสร็จ ทางด้านของ กัปตัน ชลธร ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงผลการไกล่เกลี่ยในวันนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งตนเผยว่ารู้สึกโล่งเป็นอย่างมากที่ในที่สุดความจริงก็ได้ปรากฏ และตนเองก็เข้าใจเหตุผลของอีกฝ่าย พร้อมทั้งยินดีให้อภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ส่วนทางด้านความสัมพันธ์หลังจากนี้หนุ่มกัปตันมองว่า ต่างคนต่างก็ต้องใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป และไม่ได้มีการติดค้างอะไรกันอีกแล้ว

วันนี้เป็นยังไงบ้าง รู้สึกโล่งไหม ?

“ก็ถือว่าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ถือว่าโล่งใจขึ้น เพราะมันค้างอยู่ในใจมาเป็นระยะเวลามานานแล้ว”

เจอหน้าครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง ?

“ก็จบด้วยดีครับ ก็เข้าใจซึ่งกันและกัน อยากให้มันผ่านไปทุกอย่าง อะไรที่มันติดค้างอยู่ในอดีตก็อยากให้มันจบลงในตอนนี้ แล้วเริ่มชีวิตใหม่ที่ดีต่อไป”

 

แล้วรู้ตอนไหนว่าเขาไม่ได้ท้อง ?

“อันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ เพราะว่ามันเหมือนมีทั้งสองฝ่ายที่บอกเราว่า เขาท้องหรือไม่ท้อง แต่เราก็ไม่เป็นไรหรอกเราแค่อยากรู้ในวันนี้ครับ”

ทำไมถึงตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการศาล ?

“ก็คืออยากรู้ความจริงแค่นั้นแหละครับ”

มิ้ง โกหกว่าท้อง

ได้ถามเขาไหมว่าเขาทำไปทำไม ?

“ก็ต้องเข้าใจแหละครับว่าเขาทำไปด้วยความรักที่มีต่อเรา”

เข้าไปในห้องไกล่เกลี่ยได้ไปคุยอะไรกันบ้าง ?

“คุยว่า เราอยากรู้แหละว่าความจริงมันเป็นยังไงกันแน่”

 

พอได้ยินจากปากเขารู้สึกยังไงบ้าง ?

“ก็รู้สึกโล่ง เพราะว่าเราก็ใช้เวลากับสภาพจิตใจเราเยอะพอสมควร วันนี้มันก็รู้สึกว่าเหมือนปลดล็อกแล้วแหละ”

ที่เขาบอกว่าเขาทำเพราะรักเรามาก รู้สึกยังไงกับคำนี้ ?

“ก็อย่างที่บอก ก็คงเข้าใจแหละครับ หลังจากนี้ก็คงไม่มีอะไรติดค้างกันอีก”

โกรธไหมเพราะว่ากระทบกับเราเยอะเหมือนกัน ?

“ไม่โกรธครับ ผมว่าทุกคนในการตัดสินใจหรือทำอะไร ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง เราไม่สามารถไปห้ามความคิดของใครได้อยู่แล้วครับ เราแค่ต้องมาปรับที่ตัวเรามากกว่า”

ตอนที่มีข่าวใหม่ๆ เราโดนกระแสหนักมากจริงๆ ?

“ค่อนข้างครับ เหมือนทรุดลงไปเหมือนกันเนอะ มันก็เหมือนมีอะไรหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนแปลงในชีวิตเราเหมือนกัน ช่วงเวลาที่มีปัญหา”

เขาบอกว่า ยังรักเราอยู่ แล้วเราล่ะ ?

“ในส่วนของเราหลังจากนี้ก็คงจะใช้ชีวิตของแต่ละคน ให้มีหน้าที่ที่ต้องทำ มีงานมีการสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะต้องทำ”

นอกจากไกล่เกลี่ยแล้วมีอะไรจะต้องคุยเป็นการส่วนตัวไหม ?

“ไม่ได้คุยส่วนตัวครับ”

เขาได้ขอโทษเราไหม ?

“ก็ขอโทษครับ ผมก็โอเคพร้อมที่จะให้อภัย ทางเราก็อยากจะขอโทษทุกอย่าง บางทีทุกอย่างมันอาจจะเกิดมาจากเรา”

ทางครอบครัวเราว่ายังไง เพราะตอนนั้นแม่เราโดนหนักมาก ?

“แม่เราค่อนข้างสาหัสเหมือนกันนะครับ เราก็ได้แต่คอยเป็นกำลังใจให้กัน ทุกคนในครอบครัวเราเจออะไรกันแบบนี้ คอยให้กำลังใจกันต่อไป”

หลังจากนี้ออกมาพูดอย่างนี้แล้ว แม่เป็นยังไงบ้าง ?

“ยังไม่ทราบครับ”

ในส่วนของคดีเป็นยังไงบ้างทั้งทางแพ่งและอาญา ?

ทนาย – “ก็ถอนฟ้องทั้งสองเรื่องเลยครับ”

ตอนที่ฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายไปเท่าไหร่ ?

ทนาย – “ไม่ได้เรียกค่าเสียหายครับ”

จบแค่ที่มิ้งมายืนขอโทษ ?

ทนาย – “ครับ”

ข้อตกลงที่ไกล่เกลี่ยมีอะไรบ้าง ?

ทนาย – “ตามที่มิ้งแถลงต่อสื่อเมื่อสักครู่เลยครับ ไม่จำเป็นต้องมีการลงโฆษณาหรือแถลงอะไรอีก เพราะวันนี้ทุกอย่างได้ออกสื่อหมดแล้ว”

เราจะสามารถกลับไปมองหน้าหรือยังเป็นเพื่อนมิ้งได้อีกไหม ?

“เอ่อ…ก็คงไม่รู้ คือถ้ามีโอกาสก็คงเป็นคนที่เคยรู้จักกัน มันคงแล้วแต่โมเมนต์ ณ ตอนนั้นมากกว่าว่ามันผ่านระยะเวลาไปแค่ไหน เราโตขึ้นหรือยัง และเขาโอเคต่อกันหรือยัง”

จริงๆ แล้วจะยังคงเป็นเพื่อนกันได้หรือเปล่า ?

“ผมตอบไปแล้วนะ (ยิ้ม) คือต่างคนต่างก็มีหน้าที่เนอะ เราคงไม่ได้ติดต่ออะไรหรอกครับ”

เราคิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ที่สุดเลยหรือเปล่า ?

“เอ่อ…ใหญ่สุดไหม ก็คงต้องใหญ่สุดแล้วครับ”

ทางบริษัทว่ายังไงบ้าง ตอนนี้ไกล่เกลี่ยเสร็จแล้ว เรื่องการรับงานจะกลับมารับเหมือนเดิมไหม ?

“ช่วงที่ผ่านมาผมเองก็ดีใจนะครับ ที่ยังมีพี่ๆ หลายคนเชื่อมั่นในตัวผม และเห็นความพยายามของผม ผมต้องขอบคุณพี่ๆ ทุกคนจริงๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากนี้ผมก็จะตั้งใจและผลิตผลงานดีๆ ออกมาให้ทุกคนได้ติดตามกัน”

เรามีอะไรอยากจะบอกคนที่ตอนแรกยังไม่ทราบความจริงและด่าเราเสียหาย บ้างหรือเปล่า ?

“ผมยินดีรับทุกคำติชม เพื่อที่จะได้เอามาปรับปรุงตัวเอง ทุกคนมีความคิดเห็นของตัวเองอยู่แล้ว สิ่งไหนที่ผมแก้ไขได้ผมก็อยากจะแก้”

เห็นว่าก่อนหน้านี้เราเองก็เข้าวัดสงบจิตสงบใจด้วย ?
“ผมก็คงทำชีวิตให้เป็นปกติมากกว่า อีกทั้งช่วงนี้งานซ้อมก็เยอะเหมือนกัน อยากให้ทุกคนสนใจผลงานบ้างก็ได้”

เราจะกลับมาออกงานครั้งแรกเมื่อไหร่ ?

“พรุ่งนี้ครับ (ยิ้ม)”

มีอะไรอยากจะบอกแฟนคลับที่คอยให้กำลังใจและเชื่อมั่นในตัวเราบ้าง ?

“ขอบคุณทุกคนนะครับ ทั้งพี่ๆ นักข่าว แฟนคลับ และทุกคนที่ให้ความสนใจ เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สอนให้ผมเติบโตขึ้นเยอะพอสมควรเลย หลังจากนี้ผมก็จะสู้กับชีวิตตัวเอง และปรับปรุงตัวเองไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องนี้ก็คงจบที่เพียงเท่านี้ ผมคงไม่ต้องออกมาสัมภาษณ์อะไรอีก”

เราห่วงมิ้งไหมว่าเขาจะใช้ชีวิตในสังคมต่อไปยังไง ?

“เอ่อ…ทุกคนก็มีทางของตัวเองแหละว่าจะทำยังไงต่อไป ซึ่งก็สู้ๆ เนอะ ให้กำลังใจกัน”

ที่มา : sanook

ข่าวดาราบันเทิงข่าวดาราวันนี้ข่าวดาราล่าสุดข่าวดารา

ข่าวดาราบันเทิง
- 4-09-2018 3:42:07 โพสต์โดย : mootono คนดู อ่าน 89 คน คน