‘ต๊ะ บอยสเก๊าท์’ อดีตเพลย์บอยตัวพ่อ ควงแฟนเด็กฝ่าดราม่าครองรัก 14 ปี!

‘ต๊ะ บอยสเก๊าท์’ อดีตเพลย์บอยตัวพ่อ ควงแฟนเด็กฝ่าดราม่าครองรัก 14 ปี!

หากพูดถึงนักร้องบอยแบนด์ที่โด่งดังในยุค 90 แฟนๆ คงไม่พลาดที่จะต้องคิดถึง วงบอยสเก๊าท์ เพราะในช่วงนั้นได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะ ต๊ะ บอยสเก๊าท์ ที่ทั้งหน้าตาและเสียงร้องทำเอาสาวๆ หลงกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ล่าสุด ต๊ะได้ควงหวานใจ บุ๋ม มินตยา มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one 31 ซึ่งมี พีเค ปิยะวัฒน์ และธัญญ่า ธัญเรศ เป็นพิธีกร

กระแสดราม่าเป็นนักร้องขายหน้าตาดี แต่ร้องเพลงไม่เพราะเลย คิดยังไงกับประเด็นนี้?
ต๊ะ : ไม่แปลกครับเพราะว่าสมัยก่อนก่อนที่จะออกเทป จะถูกวิจารณ์เยอะครับว่าเสียงอย่างนี้จะร้องเพลงได้เหรอ เพราะว่าจริงๆ ก่อนจะเป็นนักร้อง ก็เป็นดารา ถ่ายโฆษณา มีภาพพอที่จะเป็นที่รู้จักแล้ว ก็ถูกสบประมาทว่าเป็นนักร้องที่ขายหน้าตาครับ แต่ในฐานะของคนเป็นนักร้อง เราอยากให้คนศรัทธาที่เรามีฝีมือในการร้องเพลงมากกว่า อันนั้นถือว่าเป็นปมครับ แรกๆ ก็รู้สึกครับ แต่พออัลบั้มแรกออกมาแล้วมันดังมากๆ เลย หลังๆ เลยทำให้ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่ครับ

ที่บอกว่าดังมาก ดังขนาดไหน?
ต๊ะ : ผมไม่ค่อยกล้าพูดสักเท่าไหร่ เพราะเหมือนเป็นการยกหางตัวเอง แต่มันน่าจะที่สุดแหละครับ เดินห้างนี่ลำบากครับ ต้องปลอมตัวไปกินข้าวอะไรประมาณนี้

 

แล้วมาเจอกับ “บุ๋ม มินตยา” ได้ยังไง?
ต๊ะ : ตอนนั้นผมอายุประมาณ 30 กว่าครับ ที่เจอกันเพราะว่าน้องบุ๋มถ่ายมิวสิคคู่กับติว ศิวัส ดารารุ่นน้อง วง BKK แล้วผมไปหาติวพอดี เขาแนะนำให้รู้จักกันครับ ก็ชอบประมาณนึงครับ แต่มาชอบมากๆ ตอนวันรุ่งขึ้นนัดทานข้าวแล้วไปดูหนังกัน ผมไปรับเขาที่บ้าน มันเหมือนในหนังเลย ภาพแรกที่เขาเดินสโลว์มาแล้วลมพัดผมปลิวสลวย
บุ๋ม : ตอนนั้นมันมีลมมาพอดีเลยค่ะ ตอนแรกที่เจอกันตอนกลางคืนจะมัดผม แล้วเป็นจังหวะตอนจะขึ้นรถเขาพอดี ลมก็มา

แล้วทำไมวันนั้นถึงตัดสินใจไปกินข้าวกับผู้ชายคนนี้?
บุ๋ม : ตอนนั้นประกวดสาว hack แล้วหนูมองว่ารู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะพี่เขาอยู่ในวงการจะได้เป็นที่ปรึกษาอะไรแบบนี้ค่ะ ซึ่งตอนนั้นหนูเพิ่งอกหักมาด้วย แต่จะมีเพื่อนคนข้างๆ บอกว่า พี่เค้าเป็นแบดบอยนะ แล้วก็มีข่าวค่อนข้างเยอะ ถามว่ากลัวไหม เราไม่กลัวนะ ไม่รู้จะกลัวอะไร เพราะว่าเราคุยกันคบกัน 2 คน คนอื่นพูดมันแค่เป็นส่วนภายนอก พอคบกันจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย พี่ต๊ะเป็นสุภาพบุรุษมาก

คบกันมากี่ปีแล้ว?
ต๊ะ : เกือบ 14 ปีแล้วครับ

เห็นว่าปีแรกที่คบ มีเหตุการณ์วัดใจกันเกิดขึ้นเลย เล่าให้ฟังหน่อย?
ต๊ะ : พอดีผมประสบปัญหาเป็นเส้นเลือดในสมองโป่งพอง มันปริแล้วก็มีเลือดซึม ตอนนั้น 30 กว่าต้นๆ เอง ก็วัดใจมาก เพราะว่าตอนนั้นต้องเปิดกระโหลกเพื่อผ่าตัดเส้นเลือดในสมอง ซึ่งก่อนวันผ่าตัดคุณหมอก็เข้ามาคุย เขาก็พูดตรงๆ ครับว่ามันมีโอกาสที่จะกลับมา แล้วก็มีโอกาสที่จะไป หรืออาจจะกลับมาแล้วไม่เหมือนเดิม ผมก็กลัว คุณหมอคุยกับเราเสร็จแล้วก็คุยกับญาติ แล้วเป็นจุดวัดใจของเขามาก เพราะว่าตอนนั้นเพิ่งคบกันใหม่ๆ เอง

 

ถ้าเกิดเขากลับมาแล้วไม่เหมือนเดิม “บุ๋ม” จะทำยังไง?
บุ๋ม : หลังจากคุยกับญาติเสร็จ ก็เหลือเราสองคน พี่ต๊ะเขานอนอยู่บนเตียง มีสายตามตัว เตรียมพร้อมเข้าห้องผ่าตัด เขาบอกว่า ถ้าเกิดเขากลับมาแล้วไม่ปกติเหมือนเดิมอะไรแบบนี้ ให้เราไปมีอนาคตใหม่ได้เลยนะ หนูก็จับมือเขา แล้วบอกเขาว่า ไม่เป็นไรนะถ้าไม่เหมือนเดิม แล้วต้องนั่งรถเข็นหรืออะไรแบบนี้ บุ๋มจะเข็นพาไปเที่ยวเองค่ะ

อะไรที่ทำให้สามารถรักกันได้ยาวนานขนาดนี้ แนะนำหน่อย?
ต๊ะ : มันอาจจะเป็นบุพเพสันนิวาสก็ได้ครับ เวลาที่อยู่กับเขาเราเหมือนอยู่ในบ้านที่อบอุ่นของเรา เวลาที่ไม่มีเขา มันทำอะไรไม่ได้เลยครับ เคยทะเลาะ เคยจะเลิกกัน จะแยกบ้าน ผมขนของไป แต่ผมไปได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมง ไปเสร็จแล้วแบบว่าอยู่ไม่ได้ เหมือนชีวิตอยู่ไม่ได้ ก็ขนของกลับมาอีก แล้วก็ร้องไห้เป็นเด็กเลยครับ
บุ๋ม : จะมีทะเลาะกันบ้างช่วงแรกๆ ค่ะ เหมือนเป็นช่วงเรียนรู้กันอะไรแบบนี้ แต่บุ๋มจะเป็นผู้หญิงที่แบบไม่ค่อยคิดเล็กคิดน้อย ถ้าเกิดทะเลาะหรือเถียงกันปุ๊บ 5 นาทีหนูก็จะหายในทุกๆ ครั้ง ขอแค่ว่ามีปฏิกิริยาที่เหมือนจะง้อก็พอแล้ว หรือคำขอโทษก็ไม่ได้อะไร แล้วบุ๋มจะให้เกียรติกันและกัน ในเรื่องของมือถือบุ๋มจะไม่ยุ่ง จะไม่เอามาดูสบายใจกว่า อะไรแบบนี้

มีเหตุการณ์โดนสังคมตราหน้า ว่าวันนั้นทำไมไม่ช่วย “โจ บอยสเก๊าท์” เกิดอะไรขึ้น?
บุ๋ม : ปกติเวลาไปเล่นคอนเสิร์ตกัน 3 คน บุ๋มไม่เคยที่จะไลฟ์สด แต่คืนนั้นกลับไลฟ์ แต่ว่าวันนั้นแปลกมาก บุ๋มเดินไปจับมือพี่โจแล้วก็บอกว่า หนูรักพี่โจเหมือนพี่นะ เวลาจะทำอะไรขอให้นึกว่ามีน้องคนนึงอยู่กับพี่เสมอนะ อยู่ดีๆ ก็พูด แล้วเราก็ไปกินข้าวกันมื้อสุดท้าย แล้วหนูบอกว่า พี่โจเดี๋ยวคืนนี้หนูจะแต่งหน้า ทำผมให้พี่หล่อที่สุดเลย “ทีนี้พอเกิดเหตุการณ์ขึ้น บุ๋มก็ถือมือถือติดมือไปด้วย บุ๋มไม่คิดว่าเหตุการณ์นั้นจะทำให้สูญเสียพี่โจ แค่ลึกๆ ว่าบุ๋มช่วยอะไรเขาไม่ได้ แต่อย่างน้อยบุ๋มมีคลิป บุ๋มจะให้คุณหมอดู ว่าอาการเป็นอย่างนี้นะ แต่มันกลับไม่ใช่อย่างนั้น ก็โดนสังคมต่อว่าหนักมาก”

ต๊ะ : ปกติเขาขึ้นเวทีจะไม่แต่งหน้า แล้วการที่จะแต่งหน้าให้เนี่ยยากมาก เคยมีก่อนหน้านั้นครั้งหนึ่งแล้วก็ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเหตุการณ์มันเกิดขึ้นไวมาก ตอนแรกยังคิดว่าแกล้งด้วยซ้ำ

ผ่านมาได้ยังไง?
บุ๋ม : ตอนนั้นเราสองคนก็แย่มากเหมือนกัน บุ๋มเองก็รู้สึกแย่ แต่หลังจากนั้นไม่นานทุกองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวกับการแพทย์ก็มารณรงค์ในเรื่องของการทำซีพีอาร์ ก็เป็นเพราะคลิปนั้น รวมถึงตัวบุ๋มเองก็ศึกษาแล้วก็เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือคนที่เป็นแบบพี่โจด้วยเหมือนกันค่ะ

ต๊ะ : สำหรับตัวผมเอง ผมอาจจะผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาค่อนข้างเยอะ ผมเลยเฉยๆ ผมเอาสมาธิไปทุ่มกับงานศพโจตอนนั้นซะมากกว่า ผมคิดว่าวันหนึ่งเขาคงจะเข้าใจเราเองแหละ

ช่วงแรกๆ คุณยังเห็นคุณโจวนเวียนอยู่ หรือยังสัมผัสได้ว่ายังวนเวียนอยู่ จริงหรือเปล่า?
บุ๋ม : บุ๋มเห็นค่ะ จริงๆ บุ๋มไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เหมือนกัน คือคืนที่เกิดเหตุพี่โจเขาจะขับรถมาไว้ที่หน้าบ้านบุ๋ม แล้วไปรถพี่ต๊ะ ช่วงที่เขาเสีย พี่ต๊ะต้องขับรถของเขาไปคืนไว้ที่คอนโดฯ บุ๋มจะขับอีกคันตามหลัง แล้วก็มองผ่านทะลุกระจกไป หนูเห็นหัวพี่โจ เหมือนเขาคุยกันอยู่กับพี่ต๊ะ ก็โทรหาพี่ต๊ะเลยค่ะ แต่จะเห็นแค่ช่วงแว้บเดียวเท่านั้น

ต๊ะ : คือตลอดระยะเวลาที่เขาเสีย ผมใช้วิธีปลอบใจตัวเองด้วยการคุยกับเขาตลอดเวลา ตอนที่เอารถไปส่ง ผมก็คุยเหมือนเขานั่งอยู่ ผมบอกเขาว่า เดี๋ยวจะเอารถไปส่งที่คอนโดฯ นะ อะไรแบบนี้ ใครเห็นเขาอาจจะเห็นว่าผมพูดคนเดียว แต่ผมทำแบบนี้มาตลอด พอบุ๋มโทรมาผมก็ดีใจด้วยซ้ำ ผมอยากให้เขามา หรือทำอะไรก็ได้ให้ผมรู้สึกว่าเขายังอยู่ใกล้ๆ ผมนะ เพราะว่าผมเป็นห่วงเขา ไม่รู้ว่าเขาจะไปอยู่ตรงไหน คือจะจุดธูปบอกตลอดว่า ถ้าไม่รู้จะไปไหน ให้มาอยู่ข้างๆ ผมนะ สิ่งที่ผมทำแบบนี้มันเหมือนกับว่าเขายังอยู่กับเรา

ผ่านอะไรมาด้วยกันก็เยอะ พร้อมจะแต่งงานกันหรือยัง?
ต๊ะ : เรื่องงานแต่งเราคุยกันว่า อยากจะรอให้ถึงเวลาที่มันสุกงอมที่สุดหรือพร้อมที่สุดก่อนครับ เพราะว่าตอนนี้ก็กำลังทำธุรกิจกันอยู่ แล้วก็มันค่อนข้างที่จะดึงเวลาหรือสมาธิของเราไปมากพอสมควร จนเราไม่ค่อยได้คิดเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะว่า ตัวต๊ะเองก็เข้าหาบ้านน้องบุ๋มตั้งแต่ช่วงแรกๆที่คบกันเลย คุณพ่อคุณแม่เขาก็รับรู้เอ็นดูเราเหมือนลูก แค่รอว่าเมื่อไหร่เท่านั้นเองครับ

ที่มา : ข่าวสด

ข่าวดาราบันเทิงข่าวดาราวันนี้ข่าวดาราล่าสุดข่าวดารา

ข่าวดาราบันเทิง
- 13-09-2018 10:11:36 โพสต์โดย : mootono คนดู อ่าน 485 คน คน