“หนุ่ม ศรราม” เปิดใจหมดเปลือกแต่งงานฟ้าแลบ เผย “ป๋าเดียร์” เข้าฝันบอกดูแลลูกเมียให้ดี

กลายเป็นข่าวใหญ่เซอร์ไพรส์วงการบันเทิงกันเลยทีเดียว สำหรับการเข้าพิธีวิวาห์แบบสายฟ้าแลบ ของนักแสดงหนุ่ม หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ และแฟนสาว ติ๊ก กนิษฐรินทร์ หรือ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ พร้อมทั้งประกาศข่าวดีด้วยการแชร์คลิปวีดีโออัลตราซาวด์ของ #ศรรามจูเนียร์ ลงบนอินสตาแกรม ให้แฟนๆ ได้ร่วมแสดงความยินดี

โดยล่าสุดทางด้านของ หนุ่ม ศรราม ก็ได้ถือโอกาสดี ออกมาเปิดใจถึงข่าวดีดังกล่าวกับกองทัพสื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า

ทั้งนี้ หนุ่ม ศรราม ได้ออกมาเปิดใจถึงการแต่งงานแบบซุ่มเงียบ และเรื่องทายาท โดยบอกว่า “ผมขออนุญาตเรียนพี่ๆ ดังนี้นะครับ จากที่เริ่มต้นพูดคุยและคบหากัน ผมรู้สึกว่าในเวลาที่ผมไม่สบายใจหรือมีความทุกข์ใจ น้องเขาไม่ทอดทิ้งผม และอยู่เคียงข้างผมเสมอ ผมรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเขาเวลาที่เขาคอยดูแลเอาใจใส่คุณแม่ผม นั่นก็เลยเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมอยากจะวางแผนชีวิต และอยากให้เขาเป็นแม่ของลูกผม จากนั้นเราก็เลยวางแผนที่จะเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกันครับ”

“ซึ่งตอนนี้เราก็กำลังเริ่มเตรียมงาน หาโรงแรม และขอฤกษ์ต่างๆ จากท่านมุ้ย คือเราไม่ได้ตั้งใจว่าจะปิดบังหรืออะไร เพราะเราก็แค่อยากทำตามกำลังของเรา ไม่ได้มีล้นฟ้า หรือไม่ได้แย่ซะจนเกินไป ทำตามกำลังที่พอมีพอใช้ของครอบครัวเรา”

ถามถึงข่าวดีเรื่องน้องเราทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

“พอดีมันมีอยู่วันหนึ่งก่อนหน้าที่จะทราบว่าน้องมา วันนั้นผมนอนตอนกลางวันและป๋ามาเข้าฝัน ซึ่งตั้งแต่ปีที่แล้วตั้งแต่ป๋าเสียไป ป๋าไม่เคยมาเลย และก็ไม่เคยฝันถึงป๋าด้วย ซึ่งวันนั้นผมไม่แน่ใจนะว่าผมไปแข่งฟุตบอลที่ในมาสักแห่งหรือไปทำบุญที่ไหนมา แต่มันเป็นช่วงที่ผมกำลังนอนพักผ่อนเพื่อพักกล้ามเนื้อ แล้วอยู่ดีๆ ผมก็ฝันถึงป๋าเห็นป๋ามายืนอยู่ตรงปลายเตียง พร้อมกับพูดกับผมว่า “ไอหมา ดูแลลูก ดูแลเมียให้ดีนะ” พอฝันเสร็จผมก็สะดุ้งตื่นและรีบไปเล่าให้ติ๊กกับคุณแม่ผมฟัง”

“ซึ่งติ๊กเขาก็ตอบผมกลับมาว่า เขาเองก็ฝันเหมือนกัน แต่เขาฝันว่าคุณแม่ผมมอบแหวนให้เขา จากนั้นเราก็เลยเริ่มปรึกษากันตามความเชื่อคนโบราณ และก็ชวนกันไปโรงพยาบาลเพื่อเช็กอะไรดูสักหน่อย เนื่องจากที่ผ่านมาเราไม่ได้มีการคุมกำเนิด เพราะเราตั้งใจจะมีอยู่แล้ว และจากนั้นพอเราได้พบกับแพทย์ปุ๊บ เขาก็แนะนำให้เราฝากครรค์เลย เพราะว่าเขาได้เห็นเจ้าตัวเล็กแล้ว”

แสดงว่าก่อนหน้านี้ติ๊กเขาไม่เคยมีอาการมาก่อนว่ากำลังตั้งท้อง ?

“ไม่มีอะไรให้ทราบเลยครับ เพียงแต่ว่าโดยปกติผมเป็นคนนอนไม่เคยฝัน และพอวันนั้นผมนอนอยู่กลับเห็นว่าป๋ามาบอกอะไรสักอย่าง รวมถึงถ้าหากป๋าไม่ทักคำว่าลูกครั้งแรก ผมก็คงไม่ได้คิดอะไร”

ตอนที่ไปอัลตราซาวด์น้องอายุกี่สัปดาห์แล้ว ?

“หมอบอกว่าถ้านับจากประจำเดือนไม่มาก็ 6 สัปดาห์ 2 วันครับ”

งานแต่งที่ผ่านมาที่เตรียมไว้ก่อนหรือเปล่า ?

“เตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้วครับ เพราะว่าที่ไปเข้าเฝ้าท่านมุ้ยที่วังละโว้ ท่านก็ประทานน้ำสังข์ และประทานเลี้ยงอาหารกลางวัน แล้วท่านก็เดินไปต่างประเทศ ส่วนที่ต้องไปกราบผู้ใหญ่ท่านอื่น ไม่ว่าจะเป็น ลุงหรั่ง เฮียฮ้อ คุณประวิทย์ พี่บอย ถกลเกียรติ และอีกหลายท่าน ซึ่งต้องกราบเรียนตรงนี้คงไม่ครบ เพราะทั้งในวงการบันเทิง และหน่วยงานราชการ ตอนที่ผมได้เป็นทหารเกณฑ์อยู่ก็มีผู้บังคับบัญชาหลายท่านที่ผมเคารพ และผมก็เป็นผู้ไกล่เกลี่ยประณีประนอมประจำศาล ยังมีพี่ๆ อีกหลายท่าน รวมถึงเพื่อนๆ นักแสดง และเพื่อนๆ นอกวงการด้วย ถ้าการ์ดเสร็จจะไปกราบเรียนเชิญด้วยตัวเอง เมื่อวานมันเป็นพระราชพิธีครับ”

หลังจากนี้จะมีฉลองสมรสเมื่อไหร่ ?

“ประมาณเดือนธันวาคมครับ ดูฤกษ์เรียบร้อยครับ ส่วนโรงแรมอะไรวันไหนเดี๋ยวแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะครับ”

อยากทราบว่าเรารู้จักกับติ๊กได้อย่างไร ?

“ผมเจอกับติ๊กตอนที่ผมไปออกกำลังกาย เพราะว่าติ๊กเป็นคนที่ดูแลสุขภาพ และก็เป็นเทรนเนอร์ ต่างคนก็ต่างออกกำลังกายเพราะผมมีเวลาพักแค่ 2-3 เดือนเอง ในช่วงที่ผ่านมา เพราะว่าแต่ละสัปดาห์ยังต้องทัวร์คอนเสิร์ตต่างจังหวัด ต้นเดือนหน้าต้องไปแสดงคอนเสิร์ตที่อเมริกา กลับมาก็จะเปิดกล้องละครของช่อง 7”

ระยะเวลาที่คบกับติ๊กประมาณกี่เดือน ?

“ผมใช้เวลาไม่มากครับ แต่ผมก็สามารถรู้ได้ว่ามันมีบางที่สามารถทำให้เรารู้สึกได้ว่า เวลาที่ผมไม่สบายใจ หรือเวลาผมเป็นทุกข์น้องเขาปรับตัว และปรับอารมณ์ที่จะใช้การอยู่ด้วยกันได้ดี”

ที่เขามัดใจเราคือการดูแลคุณแม่ใช่ไหม ?

“หลายๆ อย่างครับ”

หลังจากนี้วางแผนชีวิตครอบครัวยังไงต่อไป ?

“ทำให้ดีที่สุดครับ อย่างที่บอกว่าวินาทีแรกที่ได้ยินเสียงชีพจร เสียงหัวใจเต้นของลูกครับ ผมคิดถึงป๋าก่อนเลย ก็คิดว่าถ้าป๋าอยู่ต่ออีกสักปี ป๋าก็คงจะเห่อหลานน่าดู ก็คงจะตามใจมากกว่าผมเยอะ แต่พอมาคิดอีกทีหนึ่งก็อยากจะบอกให้ป๋าทราบบนสวรรค์ว่า เทพพิทักษ์ ก็มีผู้สืบสกุลแล้วครับ (ยิ้ม)”

คุณย่าเห่อหลานไหม ?

“คุณย่าก็เป็นธรรมดาครับ (หัวเราะ) คุณย่าตอนนี้ก็ดีกับน้องติ๊กนะครับ ไปไหนมาไหนด้วยกัน ผมเองก็ทำงานได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ก็มีคนมาช่วยดูแลแม่ คุณแม่ก็ช่วยดูแลแฟนผมด้วย”

ให้ติ๊กจดทะเบียนและเปลี่ยนนามสกุลด้วยเลย ?

“ใช่ครับ ทำถูกต้องตามพิธีการและ กฎหมายทุกอย่าง”

อยากได้ลูกชายหรือลูกสาว ?

“ผู้ชายหรือผู้หญิงก็ได้ครับ เพราะยังไงก็เป็นลูกเราหมดครับ ยังไงก็จะรักและเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี”

เตรียมเรือนหอไว้แล้วหรือยัง ?

“ถามคุณย่าดีกว่า เพราะว่าผมเองก็ทำงานหนักมาตั้งแต่เด็ก ทำงานมาทั้งชีวิต ก็ต้องกราบขอบพระคุณคุณแม่ด้วยครับ (ยกมือไหว้) ที่ท่านคอยเก็บหอมรอมริบให้ผม ตามกำลังที่เรามีครับ สิ่งที่คุณแม่เก็บให้ทั้งชีวิตเพื่อผม ก็คิดว่าน่าจะให้หลานครับ”

ได้ข่าวว่าเรือนหอหลัก 10 ล้านเลย ?

“ต้องถามคุณย่าครับ ผมไม่รู้เรื่อง”

เรียกว่าคุณย่าให้เป็นของรับขวัญหลานได้ไหม ?

“ผมก็ยังกินข้าวกองถ่ายเหมือนเดิมครับ (ยิ้ม)”

มีทายาทแล้วแพลนชีวิตเราเปลี่ยนไปไหมหลังจากนี้ ?

“มีความสุขมากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่า ผมทราบว่าความสุขของการมีครอบครัวมันไม่ได้อยู่ที่บ้านราคา 10 ล้าน หรืออยู่ที่เงินทองมากมาย มันอยู่ที่ความรักความอบอุ่น ความเอาใจใส่ ความเมตตาที่เรามีซึ่งกันและกันมากกว่าครับ ผมก็ทำให้ทั้งตัวผมเอง ทั้งตัวคุณย่าก็คือคุณแม่ผมเองหรือว่าจะเป็นคุณตาคือคุณพ่อของน้องติ๊ก ทุกๆ คนเหมือนกับมีชีวิตที่เริ่มต้นใหม่ คุณย่าก็ดูแลสุขภาพมากขึ้น อยากเลี้ยงหลาน ติ๊กเองเขาก็ดูสุขภาพ ผมเองก็ดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจด้วย เพื่อที่ว่าวันหนึ่งน้องหรือว่าตัวเล็กเขามาถึงแล้ว เขาอยู่ในท้องเขาจะได้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีครับ”

คุณแม่ได้ไปขอติ๊กยังไงบ้าง ?

“ใช่ครับ ก็ทำพิธีถูกต้องครับ ก็ไปสู่ขอกับคุณพ่อคุณติ๊กเขา”

ทางครอบครัวติ๊กว่าอย่างไรบ้างในวันนั้น ?

“พ่อติ๊กน่ารักมาก เราก็ทำพิธีสู่ขอตามประเพณีไปสู่ขอกับพ่อติ๊กที่โคราช พ่อติ๊กก็สอนเราทั้งคู่ทั้งผมและติ๊ก พ่อให้โอวาทว่าให้ฟังกันเยอะๆ เวลาคนหนึ่งร้อนอีกคนก็ต้องเย็นอีกคนหนึ่งพูดอีกคนหนึ่งต้องฟัง ได้คำอวยพรสั่งสอนจากผู้หลักผู้ใหญ่มากมายทีเดียว (ยกมือไหว้) ต้องถือโอกาสนี้นะครับ กราบขอบพระคุณผู้หลักผู้ใหญ่ทุกท่านพี่ๆ ทุกท่าน สื่อมวลชนทุกท่านต้องบอกว่าขอบคุณคำอวยพรจาก ทุกวงการ ทุกอาชีพ ที่มีให้ผมและภรรยาและเจ้าตัวเล็กของผมด้วย ขอบคุณมากๆครับ (ยกมือไหว้)”

ต่อจากนี้เราจะตั้งใจทำอะไรบ้าง จะมีเพิ่มอีกไหม ?

“เพิ่มแล้วเหรอ (หัวเราะ) คือเห็นย่ากับติ๊กเขาคุยกัน อยากให้มีสองคน มีทีเดียวเลยจะได้เลี้ยงทีเดียวเลย มอส ปฏิภาณก็ส่งข้อความมา กบ สุวนันท์ ก็ส่งข้อความมา ถือว่าสร้างรอยยิ้มให้กับเรา”

เตรียมพร้อมกับการเป็นพ่อขนาดไหน ?

“ก็ผมเองก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด พยายามศึกษาซื้อข้อมูลมาอ่าน พยายามค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตว่า ในขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ เป็นอย่างไรผมเชื่อว่าความรักและเอาใจใส่สำคัญต่อลูกในท้องที่สุด ให้เขามีสุขภาพกายใจที่ดี”

ให้ภรรยาหยุดงานเป็นแม่บ้านเลยไหม ?

“ก็ไม่ใช่เป็นแม่บ้านหรอกครับ จริงๆ แล้วผมเป็นคนชอบตักบาตรทุกเช้า ใส่บาตรทำบุญ ไหว้พระ ทานข้าวกัน เวลาเราไม่ไปทำงานก็อยู่กันทั้งครอบครัว ส่วนภรรยาเราปรึกษาแพทย์ที่ไปฝากครรภ์ เป็นการออกกำลังกายในน้ำเดินในน้ำ ส่วนจะคลอดวิธีไหนยังไม่ทราบ”

เมื่อเช้าไปทำบุญให้คุณพ่อ ?

“ใช่ครับเมื่อเช้าไปทำบุญให้ป๋า คือปู่ของลูกและแม่ของติ๊ก คือยายของลูก ตามประเพณีเหมือนเรียนให้ท่านทราบข่าวดีว่าจะมีหลาน ส่วนเรื่องแพ้ท้องแทนภรรยาถามว่ามีบ้างไหม เขาเรียกว่าแพ้หรือเปล่าผมก็ไม่รู้นะ แต่ตอนนี้ติ๊กทานหลายมื้อเพิ่มขึ้นมาก อยากทานอย่างละนิดอย่างละหน่อย คำสองคำ ส่วนที่เหลือมาผมก็ทานและคุณย่าก็ทานต่อ”

ที่มา sanook

ข่าวดาราบันเทิงข่าวดาราวันนี้ข่าวดาราล่าสุดข่าวดารา