แฟนสาวแค้น “บิ๊กไบค์” ชนดับ เพื่อนโต้ “ชาย” ยกล้อ ชี้อีกฝ่ายสวนเลนประจันหน้า

แฟนสาวแค้น “บิ๊กไบค์” ชนดับ เพื่อนโต้ “ชาย” ยกล้อ ชี้อีกฝ่ายสวนเลนประจันหน้า

ชนดับ

จากกรณีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนประสานงากับรถจักรยานยนต์กลางสะพานพระพุทธยอดฟ้า หรือ สะพานพุทธ เมื่อกลางดึกวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นายธนวัฒน์ หรือ ติว อายุ 18 ปี และ นายฐิติวัสส์ หรือ ชาย อายุ 19 ปี นักแสดงตัวประกอบจากภาพยนตร์ หลวงพี่แจ๊ส 4G
ขณะที่บนโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึง นายฐิติวัสส์ ผู้ขับขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ว่ามีพฤติกรรมชอบขับรถยกล้อ หลังจากมีการแชร์คลิปขณะที่นายฐิติวัสส์ ขับรถยกล้อด้วยความเร็ว โดยมองว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

กล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะที่นายฐิติวัสส์ขณะขับบิ๊กไบค์ และเร่งเครื่องแซงรถเมล์โดยขับแซงสวนเลนขึ้นไปในเลนขวา เมื่อเห็นนายธนวัฒน์ขับรถสวนมา ทั้งคู่ไม่ได้หักหลบ ทำให้รถประสานงากัน จนทำให้ร่างของนายธนวัฒน์กระเด็นไปถูกรถเมล์ทับเป็นเหตุให้เสียชีวิต

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้ลงพื้นที่วัดบางยี่ขัน ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ นายธนวัฒน์ บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีญาติร่วมพิธีประมาณ 60 คน พ่อของติว เปิดเผยว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่มีสัญญาณใดๆ เลยว่าน้องจะจากไป ช่วงค่ำตนกับลูกยังคงกินข้าวกันปกติ กระทั่งน้องติวบอกว่าจะไปส่งแฟน ตนก็เข้านอน กระทั่งมารู้ข่าวเวลา 02.00 น. ในนาทีนั้น ตนก็ยังไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เพราะอยากเห็นศพและรถของลูกก่อน

จากนั้น ตนจึงเดินทางไปที่ สน.ปากคลองสาน จึงได้พบรถกู้ภัยที่ใช้ขนส่งศพ เมื่อไปดูก็เห็นว่าเป็นศพลูกชายตัวเอง ในนาทีนั้นตนรู้สึกช็อก และไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เห็นเป็นความจริง ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าชีวิตนี้ตนต้องมาเผาลูกชายตัวเอง ตอนเกิดเรื่องตนนอนหลับไป ไม่คิดว่าหลังจากตื่นนอนตนจะไม่ได้พบหน้าลูกชายอีกแล้ว

พ่อของติว กล่าวต่อว่า วันนี้ตนและญาติไปรับศพของน้องติว ที่โรงพยาบาลศิริราช ตนจึงได้ถามเจ้าหน้าที่ว่า มีญาติของอีกฝ่ายมารับศพหรือไม่ เจ้าหน้าที่บอกว่ามี แต่ตนก็ไม่ได้เจอ เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้แสดงตัวหรือเข้ามาพูดคุยกับตนแต่อย่างใด หลังจากที่รับศพแล้ว อีกฝ่ายก็ยังไม่มีการติดต่อมา โดยส่วนตัวแล้ว ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะรู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ เพียงแต่อยากให้อีกฝ่ายออกมาพูดคุยกันเพื่อหาทางออกเท่านั้น

ขณะที่ แฟนสาวของติว เปิดเผยว่า ตนคือคนสุดท้ายที่ได้เจอกับติว ก่อนที่ติวจะเสียชีวิต เพราะในคืนเกิดเหตุนั้น ติวได้ขับจักรยานยนต์ไปส่งตนที่บ้านในย่านบางบอน ซึ่งหลังจากส่งตนที่บ้านแล้ว ตอนนั้นก็ไม่มีลางบอกเหตุใดๆ เพราะหลังติวขับรถออกไปตนก็ยังได้คุยแชทกับติว โดยติวบอกว่า “จะถึงบ้านแล้ว” กระทั่งติวขาดการติดต่อไปช่วงเวลา 02.00 น.

หลังจากนั้น เพื่อนของตนก็ส่งรูปมาถามว่าใช่ติวหรือไม่ เมื่อตนเห็นรูปก็มั่นใจว่าติวเสียชีวิตแล้ว ในนาทีนั้นรู้สึกตกใจมาก และตั้งใจจะออกไปหาติวที่ สน.ปากคลองสาน แต่ก็ไม่ได้ไป เพราะแม่ของตนกลัวเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากเป็นเวลาดึกมากแล้ว เมื่อตนเห็นคลิปวงจรปิดที่บันทึกไว้ ก็รู้สึกเสียใจและโกรธแค้นมาก แต่กลับพูดอะไรไม่ออก เพราะตนก็ไม่คิดว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับติวมาก่อน

ขณะเดียวกันที่ วัดท่าพระ ซึ่งมีการตั้งสวดพระอภิธรรมศพ นายฐิติวัสส์ เป็นวันแรก โดยมีครอบครัว กลุ่มเพื่อน รวมทั้งกลุ่มบิ๊กไบค์ที่อยู่ในวันเกิดเหตุ เดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งทางครอบครัวไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมภายในงาน

นายณัฐพล ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ตนและผู้ตาย รวมกลุ่มเพื่อน 4 คน นัดกันไปขับรถ เพื่ออัดคลิปวิดีโอของกลุ่ม ช่วงประมาณ 23.00 น. ตนและกลุ่มนัดไปเจอที่ถนนตัดใหม่ ย่านพรานนก จากนั้นขับรถไปที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ก่อนจะกลับมาที่สะพานพุทธ ซึ่งระหว่างทางมีการอัดคลิปกันมาตามทาง โดยพวกตนเพิ่งไปที่สะพานพุทธเป็นครั้งแรก แต่ตัวผู้เสียชีวิตไปมาแล้วบ่อยครั้ง

ทั้งนี้ที่ไปสะพานพุทธ เพราะผู้ตายแนะนำว่าจุดดังกล่าวสวย จึงอยากให้ถ่ายคลิปที่จุดดังกล่าว ระหว่างเกิดเหตุ ขณะนั้นพวกตนหยุดถ่ายคลิปทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงผู้ตายเพียงคนเดียว จังหวะนั้น ตนได้ยินเสียงดังขึ้น หันไปมองตามเสียง จึงเห็นรถชนกัน ต่างฝ่ายต่างกระเด็นไปแล้ว

ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ในเลนกลางของถนน และเป็นเลนฝั่งเดียวกันกับที่ผู้ตายขับมา ดังนั้น ฝ่ายคู่กรณีจึงเป็นผู้ย้อนศรมาชนเพื่อนตน ยืนยันว่าพวกตนไม่ได้ยกล้อกันตลอด และไม่ได้สนับสนุนให้มีการยกล้ออยู่แล้ว อีกทั้งผู้ตาย ก็เพิ่งหัดยกล้อมาเพียง 2 เดือนเท่านั้น ซึ่งโดยปกติจะเน้นที่ถนนโล่งๆ

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุตนรีบวิ่งไปดูผู้ตายและเป็นคนเปิดผ้าโม่งคลุมหัวออก พบว่าผู้ตายช็อก ตาเหลือก ตอนนั้นตนก็ทำอะไรไม่ถูก จึงพยายามเรียกผู้ตาย แต่ไม่ตอบสนอง นอนแน่นิ่งไปแล้ว ส่วนเสียงที่เปล่งออกมานั้น มีเพียงเสียงคล้ายกับพยายามหายใจเท่านั้น

สมาชิกกลุ่ม SP Underground เปิดเผยกรณีที่สังคมกำลังโจมตีกลุ่มเรื่องการยกล้อซึ่งทำให้เกิดเหตุว่า ในกลุ่มมีคนเยอะ ยอมรับว่ามีคนที่ชอบการยกล้ออยู่ในกลุ่ม แต่ทางกลุ่มไม่ได้สนับสนุน เป็นความชอบส่วนบุคคล แต่ก็มีการเตือนกันอยู่ตลอด

ทั้งนี้ในระหว่างการเดินทางนั้นจะยกหรือไม่ยกล้อก็แล้วแต่บุคคล เพราะทุกครั้งที่มีการนัดหมายก็จะนัดเพียงจุดหมาย สถานที่จะไป จะไปทำอะไร ใช้ความเร็วเท่าไร แต่ไม่ได้มีการตกลงว่าจะยกล้อหรือไม่ ส่วนตัวรู้ว่าหากยกล้อ สักวันจะเกิดเรื่องแบบนี้ ตนเคยบอกผู้ตายเสมอ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะฟังหรือไม่ ตนก็ทำได้เพียงเตือนบอก

ขอยืนยันว่า ผู้ตายนิสัยดี โดยเฉพาะกับเพื่อนๆ ที่ผ่านมาผู้ตายก็ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย อย่างไรก็ตาม พวกตนเข้าใจเสมอว่าการขับขี่ย่อมเกิดอันตราย โดยเฉพาะการยกล้อ แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต

ที่มา : sanook

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าวข่าวต่างประเทศ ,ข่าวกีฬา

คลิปข่าว update
- 19-09-2018 9:59:09 โพสต์โดย : apache คนดู อ่าน 1,049 คน คน