ระทึก! ลุงแท็กซี่ถูกหนุ่มหัวร้อนแทงหน้าอก รอดเพราะปึกแบงค์ยี่สิบ

ระทึก! ลุงแท็กซี่ถูกหนุ่มหัวร้อนแทงหน้าอก รอดเพราะปึกแบงค์ยี่สิบ
ระทึก! ลุงแท็กซี่ถูกหนุ่มหัวร้อนแทงหน้าอก รอดเพราะปึกแบงค์ยี่สิบ

(19 ส.ค.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ เฮียขับรถ ได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์สุดระทึก เมื่อชายขี่มอเตอร์ไซค์โดยรถแท็กซี่บีบแตรเตือนเพราะขับเบียด ก่อนจะรถไล่ตามและคว้ามีดออกมาขู่ หลังจากรถแท็กซี่จอดข้างทาง ชายคนดังกล่าวก็ทำร้ายร่างกายคนขับแท็กซี่จนล้ม ศีรษะฟาดกับขอบทางเท้าได้รับบาดเจ็บ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ส.ค. เวลาประมาณ 17.35 น. ขับมาทางถนนพระราม 2 แล้วเลี้ยวเข้าเลียบทางด่วนสะแกงาม โดยชายคนขี่รถมอเตอร์ไซค์คู่กรณี ลักษณะผิวดำแดง รูปร่างท้วม สูงประมาณ 170 ซม. มีรอยสักบนหลังมือซ้าย รถมอเตอร์ไซด์ที่ใช้ Kawasaki รุ่น KSR สีขาว-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

ทางเพจยังให้ข้อมูลอีกว่า ชายคนขับรถแท็กซี่รอดชีวิตจากการถูกแทงเข้าที่หน้าอกขวามาได้ เพราะมีปึกแบงก์ 20 บาท ช่วยชีวิต มีดเลยแทงไม่เข้า ส่วนที่เห็นเลือดนั้นมาจากหัวแตกตอนที่โดนต่อยจนล้ม

ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า จากรายงานของ สน.แสมดำ ทราบว่าผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 18 ส.ค.2562 ตามที่มีภาพปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งพนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์ของผู้เสียหาย พร้อมกับประสานไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ของผู้เสียหาย ประสานฝ่ายสืบสวนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสถานที่เกิดเหตุ หาเบาะแสหรือข้อมูลของผู้ที่ก่อเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้เสียหาย พยานที่เห็นเหตุการณ์ รวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบตัวบุคคลที่กระทำความผิด เนื่องจากคนร้ายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ และรถจักยานยนต์ที่ใช้ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้สั่งการให้เร่งสืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว โดยกำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนอย่างตรงไปตรงไปมา อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับผู้ที่ก่อเหตุเป็นสำคัญ พร้อม เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนต้องเร่งคลี่คลายคดี ในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน

ที่มา : sanook

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าวข่าวต่างประเทศ