ข้อควรรู้ก่อนการซื้อประกันเพื่อการลดหย่อนภาษี

ข้อควรรู้ก่อนการซื้อประกันเพื่อการลดหย่อนภาษี

ว่ากันด้วยเรื่องตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี หนึ่งในตัวช่วยที่ดีนั้นก็คือ “การซื้อประกัน” ซึ่งการซื้อประกันก็มีให้เราเลือกซื้อหลากหลายประเภท ทั้งประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันแบบบำนาญ เป็นต้น โดยก่อนที่เราจะเลือกซื้อประกันนั้น เราจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลพื้นฐานของประกันแต่ละประเภทให้ดีก่อน รวมถึงความคุ้มค่าของเบี้ยที่จ่ายและจำนวนการลดหยอนภาษีที่จะได้รับ ซึ่งวันนี้เราก็มีข้อควรรู้ก่อนการซื้อประกันเพื่อการลดหย่อนภาษีมาฝากทุกคนกันด้วย

1. ประกันที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ต้องเป็นประกันคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
ประกันที่สามารถลดหย่อนภาษีได้จำเป็นต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีกำหนดเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพและแบบออมทรัพย์ ประกันชีวิตแบบคุ้มครองสุขภาพ และประกันชีวิตแบบบำนาญ

2. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
หากทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ซึ่งเราสามารถนำเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายรวมต่อปี ไปทำเรื่องยื่นขอลดหย่อนได้ ในกรณีที่ทำประกันชีวิตให้กับสามีหรือภรรยาก็สามารถทำเรื่องขอลดหย่อนได้อีก ดังนี้
2.1 กรณีที่สามีหรือภรรยาไม่มีเงินได้ สามารถนำเบี้ยที่จ่ายจริงไปลดหย่อนได้แต่ต้องไม่เกิน 10,000 บาท เช่น สามีจ่ายเบี้ยประกันให้ภรรยา 150,000 บาท สามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนได้ไม่เกิน 10,000 บาทเท่านั้น
2.2 กรณีที่สามีหรือภรรยาเป็นผู้มีเงินได้ ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง เฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท
3. ประกันสุขภาพ สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท
ประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตแบบคุ้มครองสุขภาพ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท ทั้งนี้ต้องนำไปรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปและเงินฝากแบบมีประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
นอกจากนี้หากซื้อประกันสุขภาพให้บิดามารดา สามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายไปลดหย่อนได้อีกด้วย ซึ่งไม่เกินคนละ 15,000 บาท ทั้งนี้บิดามารดาจะต้องมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท

4. ประกันแบบบำนาญสามารถลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
ประกันแบบบำนาญสามารถลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แล้ว สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท

5. ควรซื้อประกันให้เหมาะสมกับรายได้
ข้อสำคัญที่สุดของการซื้อประกันไม่ใช่เพื่อการลดหย่อนภาษี แต่เป็นการซื้อประกันให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของการคุ้มครองที่ต้องการ สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า และเหมาะสมกับรายได้ของตัวเองคือประมาณ 10 – 15% ของรายได้ เพราะหากซื้อประกันที่ต้องจ่ายเบี้ยหนักเกินไปหรือซื้อประกันหลายตัว อาจทำให้สภาพการเงินติดขัดนั่นเอง

หากเพื่อนๆ จะเลือกซื้อประกันสำหรับการลดหย่อนภาษีนอกจากที่เรากล่าวมาทั้งหมดแล้ว เพื่อนๆ ควรเลือกซื้อประกันกับบริษัทที่น่าเชื่อถือ มีความเชี่ยวชาญและมืออาชีพในการให้บริการและให้ข้อมูล อย่างซิกน่า (Cigna) ที่เข้าใจถึงความต้องการ ไลฟ์สไตล์ และวิถีชีวิตของแต่ละบุคคลได้อย่างดี ที่สำคัญคือการเล็งเห็นถึงคุณภาพชีวิต สุขภาพ และความมั่นคงที่ดียิ่งขึ้นของลูกค้าทุกคนอีกด้วย