เปิดใจสาวสวยราชบุรี “นางฟ้าแต่งหน้าศพ” อุทิศช่วยคนอื่น ยอดวิวพุ่ง 7 ล้าน

เปิดใจสาวสวยราชบุรี “นางฟ้าแต่งหน้าศพ” อุทิศช่วยคนอื่น ยอดวิวพุ่ง 7 ล้าน

“สนุ๊ก สะพานบุญ” สาวสวยราชบุรีที่โซเชียลยกให้เป็น นางฟ้าแต่งหน้าศพ อุทิศช่วยผู้อื่นไม่หวังผลตอบแทน โด่งดัง 7 ล้านวิว จากการช่วยแต่งหน้าให้หนุ่มประสบอุบัติเหตุ

(29 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่โซเชียลมีเดียได้มีการแชร์เรื่องราวของสาวสวยชาวราชบุรี ที่รู้จักกันในนาม “สนุ๊ก สะพานบุญ” ทีได้ช่วยแต่งหน้าศพผู้เสียชีวิตเป็นชายรายหนึ่ง ทราบชื่อว่า น้องโอม อายุ 20 ปี ซึ่งได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนจะเข้าพิธีบวชทดแทนคุณพ่อแม่ ประเด็นนี้กลายเป็นที่กล่าวถึงเป็นอย่างมาก

สนุ๊ก สะพานบุญ ได้เล่าเรื่องราวการแต่งเสริมหล่อเป็นครั้งสุดท้ายให้กับผู้เสียชีวิต พร้อมกับร่วมมือกับพี่สาวในการสระผมให้กับผู้เสียชีวิต แม้จะน้ำตาของญาติที่ไหลนอง แต่ก็ถือว่าเป็นการทำเพื่อคนที่รักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ สนุ๊ก จะช่วยแต่งหน้าทำผมให้ดูเรียบร้อย เรื่องราวดังกล่าวมีผู้เข้าชมคลิปเกือบ 7 ล้านครั้ง เพียงแค่ไม่กี่วัน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบเจ้าของเฟซบุ๊ก “สนุ๊ก สะพานบุญ” ก็คือ นางสาววรางค์อร เดชรชตะ อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดราชบุรี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวและจำหน่ายยาสีฟันออนไลน์และเป็นจิตอาสาที่คอยเป็นกระบอกเสียงหรือสะพานบุญเพื่อบอกต่อเพื่อเข้าส่วนเหลือกับผู้ยากไร้ ผู้พิการ และผู้ที่ถูกทอดทิ้ง โดยที่ไม่หวังผลประโยชน์ใดๆ

สนุ๊ก สะพานบุญ เล่าให้ฟังว่า ตนได้ออกช่วยเหลือสังคมมาประมาณ 7 ปีแล้ว เริ่มต้นจากการทำบุญออกโรงทานทั่วไป และเริ่มมองเห็นปัญหาทางสังคมที่มีคนตกทุกข์ได้ยากมากขึ้น มีคนแก่ถูกทอดทิ้ง ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ดีเนื่องจากมีความเป็นอยู่ที่ยากไร้ บางรายไม่มีเงิน ตนจึงเป็นอาสาบอกบุญผ่านทางเฟซบุ๊ก กระทั่งมีผู้ที่หยิบยื่นน้ำใจเข้ามาทีละเล็กทีละน้อย

กระทั่งมีคนแชร์เรื่องราวออกไปจำนวนมาก ทำให้ต่อมาตนได้รับฉายาว่า “สนุ๊ก สะพานบุญ” นอกจากนี้ตนเองยังได้ออกไปช่วยล้างป่าช้าและได้คุ้นเคยกับศพในปี 2557 จนเกิดความเคยชินและไม่กลัวกับศพหรือการพบเห็นผู้เสียชีวิต ต่อมาในปี 2558 ได้เริ่มสนใจที่จะมาแต่งหน้าศพก็ได้ไปเรียนรู้การแต่งหน้าศพ ได้มีโอกาสรู้จักกับพี่ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแต่งหน้าศพ ได้เข้าไปเรียนรู้และได้ทดลองในการแต่งหน้าศพจริงๆ

เริ่มต้นจากการเป็นลูกมือ ผันตัวมาแต่งหน้าศพด้วยตนเอง ตอนแรกๆ ยอมรับว่ารู้สึกเกร็ง เพราะเวลาที่ลงแป้งไปบนใบหน้านั้น บางครั้งก็ต้องเจอเลือดหรือน้ำเหลือง รวมทั้งบาดแผลหรือรอยต่างๆ ที่เกิดจากอุบัติเหตุ ทำให้ต้องใช้เทคนิคให้การตกแต่งและแต่งหน้าปกปิดรอยดังกล่าว

สนุ๊ก ยังเล่าต่อว่า สำหรับรายที่เป็นข่าวดังออกไป เกิดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ระหว่างตนกลับมาจากงานบุญที่นครปฐม ไปนั่งร้านกาแฟกับรุ่นพี่ก็เล่าให้ฟังว่ารุ่นน้องเพิ่งประสบอุบัติเหตุ ทำให้อยากติดต่อไปถึงญาติผู้เสียชีวิตทันที เสียงแรกที่ได้ยินคือ แม่ของน้องร้องไห้แบบเสียงหลง แม่ตอบแบบไม่เป็นคำ จึงบอกว่าเราอยากจะไปช่วยงานของน้อง

จากนั้นจึงขับรถมายังอำเภอบ้านโป่งทันที ภาพแรกที่เห็นคือน้องอยู่ในถุงซิปพลาสติกแน่นหนา ศีรษะถูกพันด้วยผ้าอ้อมราวกับใส่หมวกกันน็อคเต็มใบ ตนจึงจัดการแต่งหน้าดูแลศพทันที ซึ่งมีพี่สาวของผู้ที่เสียชีวิตเข้ามาช่วย ทั้งสระผม นวดผม ไดร์ผม และแต่งหน้าปิดรอยแผล ทำให้สภาพใบหน้าของศพกลับมาสวยดูดีเหมือนคนกำลังนอนกลับ

สนุ๊ก กล่าวว่า เรื่องราวที่ตนเองโพสต์ออกไปนั้นตนเองอยากบอกสังคมว่า หลายคนอาจจะไม่มีความเข้าใจว่า ทำไมต้องมีการโพสต์รูปศพก่อนแต่งกับหลังแต่ง ดูเหมือนเป็นการไม่เกียรติผู้เสียชีวิตหรือเปล่า การที่ตนโพสต์ทุกคนได้บอกกล่าวกับญาติผู้เสียชีวิตแล้ว เพื่อเป็นวิทยาทานการแต่งหน้าศพเท่านั้น เพราะศาสตร์การแต่งหน้าศพจะไม่ใช่แต่งหน้าทั่วๆ ไป หรือแต่งหน้าเล่นโชว์ ต้องใช้เทคนิคในการปกปิดร่องรอยและทำอย่างไรให้คงสภาพร่างผู้เสียชีวิตให้เหมือนกับคนปกติมากที่สุด เพื่อให้เป็นภาพความทรงจำที่สวยงามหลังความตาย

ส่วนประเด็นที่ถูกสังคมมองว่าเป็นการสร้างภาพ ตนก็อยากฝากบอกว่า ตนได้มองข้ามสิ่งพวกนั้นไปแล้ว จริงๆ อยากเชิญชวน ถ้าใครอยากจะมาเอาหน้าสร้างภาพด้วยกัน อยากจะให้มาร่วมกันทำบุญทำความดีมาเอาหน้ากันเยอะๆ อยากได้จิตอาสาแต่งหน้าศพ ทำดีเอาหน้ากันเยอะๆ เลยก็จะได้มีจิตอาสาหลายท่าน ถ้าเรามัวแต่ไปกลัวว่าทำดีแล้วคนอื่นจะมองยังไง ก็คงไม่มีใครกล้ามาทำดี

สำหรับการแต่งหน้าศพของ สนุ๊ก สะพานบุญ ปัจจุบันผ่านการแต่งหน้าศพมาแล้วกว่า 24 ราย ก่อนหน้ายังเข้าร่วมทีมกับ แนนนี่ ในการแต่งหน้าให้ แวว จ๊กมก อดีตดาราตลกชีวิตที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อช่วงกลางปี 2560 รวมทั้งยังได้มีโอกาสแต่งหน้าให้กับคุณพ่อของคุณไพโรจน์ สังวริบุตร

นอกจากนี้ สนุ๊ก สะพานบุญ ยังฝากประชาสัมพันธ์ว่า หากจะติดต่อให้ไปแต่งหน้าศพ สามารถติดต่อผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ตนอยากช่วยเยียวยาจิตใจญาติ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่ต้องช่วยค่าน้ำมัน เพียงแต่ขอเป็นเส้นทางรัศมี 150 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ก็พอ ถ้าหากสะดวกก็ยินดีพร้อมจะเดินทางไปช่วยเหลือเสมอ

 

ที่มา : Sanook

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , เรื่องน่าสนใจ

เรื่องน่าสนใจ
- 29-12-2017 9:35:20 โพสต์โดย : trainee คนดู อ่าน 1,140 คน คน