1 มี.ค.สแกนยิบ 5 โรคต้องห้าม ‘ใบขับขี่’จะศักดิ์สิทธิ์ขึ้น!

1 มี.ค.สแกนยิบ 5 โรคต้องห้าม ‘ใบขับขี่’จะศักดิ์สิทธิ์ขึ้น!

เอาจริงแล้ว!! เพราะวันที่ 1 มี.ค.นี้ขีดเส้นตาย!! ใครจะทำใบขับขี่ต้องมีใบรับรองแพทย์มาตรฐานใหม่ ระบุชัดไม่เป็นผู้ป่วย 5 โรคต้องห้าม มีโรคอะไรบ้างไปติดตามกัน

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำลังเร่งหารือแพทยสภาเพื่อกำหนดรายละเอียดเพิ่ม “5 โรคต้องห้ามในการทำใบขับขี่” ได้แก่ โรคลมชัก โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ผ่าตัดสมอง และกล้ามเนื้อหัวใจตาย รวมทั้งจะใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือเข้าสอบใบขับขี่ป้องกันการทุจริต ตั้งเป้าบังคับใช้ภายในปีนี้ เพื่อคุ้มครองผู้ใช้รถใช้ถนนให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

รายละเอียดที่ยังต้องถกกันเครียด คือการกำหนดรายละเอียดของ “ใบรับรองแพทย์” ให้สามารถกลั่นกรองผู้ที่มีโรคในกลุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายต่อการขับรถเพิ่มเติม เช่น โรคเบาหวานระยะที่ต้องฉีดอินซูลิน โรคความดันโลหิตสูง โรคลมบ้าหมูหรือลมชัก ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดทางสมอง และผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายที่ผ่านการผ่าตัดหัวใจหรือขยายเส้นเลือดหัวใจ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นอุปสรรคต่อการขับรถ

พร้อมพิจารณาให้มีการตรวจรับรองโรคเป็นระยะสำหรับผู้ที่ได้รับใบขับขี่ตลอดชีพ ซึ่งทั่วประเทศมีถึง 12 ล้านใบ ที่กรมฯ ออกไว้ให้ก่อนที่จะประกาศยกเลิกการออกใบขับขี่ตลอดชีพเมื่อวันที่ 28 ก.ค.2546 นั่นหมายความว่าแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าผู้ที่ผู้ป่วยใน “5 โรคต้องห้ามใหม่” ดังกล่าวมีภาวะของการป่วยอยู่ในระดับที่จะเป็นอุปสรรคต่อการขับรถเท่านั้น ถึงทำใบขับขี่หรือไปต่อใบขับขี่ไม่ได้ เพื่อเสนอแก้ไขข้อกฎหมายต่อไป

ระหว่างรอแก้กฎหมาย กรณีผู้ได้รับใบขับขี่ไปแล้วเกิดมีอาการของโรคดังกล่าวกำเริบขณะขับรถจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง นายทะเบียนอาจพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับรถได้เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนรวม…เรียกว่าต้องแก้ปัญหาปลายเหตุไปก่อน

ล่าสุด แพทยสภา ได้กำหนดแบบมาตรฐานของ “ใบรับรองแพทย์” สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมออกให้กับผู้ขอรับบริการตรวจสุขภาพ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จะมีผลบังคับใช้ 1 มี.ค. นี้ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ต้องใช้ “ใบรับรองแพทย์” ประกอบการยื่นคำขอดำเนินการ เพื่อแสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถได้กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถหรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถต้องใช้ใบรับรองแพทย์ตามแบบมาตรฐานที่แพทยสภากำหนดขึ้นใหม่เท่านั้น ดีเดย์พร้อมกัน 1 มี.ค. นี้

สำหรับรายละเอียดใน “ใบรับรองแพทย์แบบมาตรฐานใหม่” แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ของผู้ขอรับใบรับรองสุขภาพ กรอกประวัติโรคประจำตัว ประวัติอุบัติเหตุและการเข้ารับการผ่าตัด ประวัติเคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามความจริง

ส่วนที่ 2 ของแพทย์รับรองผู้ขอรับบริการตรวจสุขภาพว่าไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไม่ปรากฏอาการของโรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน หรือปัญญาอ่อน ไม่ปรากฏอาการของการติดยาเสพติดให้โทษ และอาการของโรคพิษสุราเรื้อรัง และไม่ปรากฏอาการและอาการแสดงของโรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

กรมฯ ประกาศชัดหากประชาชนผู้ขอใบอนุญาตไม่ใช้ใบรับรองแพทย์ตามแบบมาตรฐานใหม่ ให้นายทะเบียนแจ้งผู้ยื่นคำขอไปขอใบรับรองแพทย์ใหม่ให้ถูกต้องตามระเบียบ รวมทั้งให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศประสานสถานพยาบาลในพื้นที่ให้ออกใบรับรองแพทย์ตามแบบที่ถูกต้อง เพื่อการคัดกรองผู้ขับรถที่มีความรู้และทักษะการขับรถได้อย่างถูกต้องปลอดภัยและไม่เป็นภัยอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น

สำหรับข้อสงสัยว่า…ใบรับรองแพทยแบบเดิมกับแบบใหม่ต่างกันอย่างไร?? นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เฉลยให้ฟังว่า “ใบรับรองแพทย์แบบใหม่” จะทำให้การตรวจสอบลักษณะต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ จากเดิมมีหลากหลายรูปแบบตามแต่สถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนกำหนด

“ใบรับรองแพทย์แบบมาตรฐานใหม่ มีการลงนามเซ็นลายมือชื่อผู้ขอใบรับรองแพทย์ลงในใบรับรองแพทย์ด้วยในเบื้องต้น หลังจากนั้นแพทย์ผู้ออกใบรับรองแพทย์จะเซ็นกำกับอีกครั้ง ซึ่งใบรับรองแพทย์เดิมเวลาผู้มาขอใบรับรองแพทย์จะไม่มีการเซ็นรับรองตัวเอง จะมีแต่แพทย์ที่เซ็นลายมือชื่อกำกับลงในใบรับรองแพทย์เท่านั้น ถือเป็นการตรวจสอบคัดกรองโรคที่ละเอียดขึ้น ขณะที่ผู้รับคำขอก็แสดงตัวตนชัดจน” รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกย้ำ

คนไทยมีใบขับขี่กว่า 31ล้านใบ เกือบครึ่งของประชากรประเทศ 65 ล้านคน เป็นใบขับขี่ตลอดชีพถึง 12 ล้านใบ ขณะที่ตัวเลขการออกใบขับขี่รายใหม่ก็ทะลักถึงวันละเกือบ 2 หมื่นราย ถึงเวลาที่ “ใบรับรองแพทย์” และ “ใบขับขี่” ของไทยจะเข้าใกล้ความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น!!
…………………………………………..
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย “เทียนหยด”

 

 

 

ขอบคุณภาพจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) , cottagelife , thairath

ที่มมา : dailynews

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว ,  วันวาเลนไทน์ , การ์ดวาเลนไทน์

เรื่องน่าสนใจ
- 13-02-2018 10:29:55 โพสต์โดย : Noodaa คนดู อ่าน 134 คน คน