ผู้เชี่ยวชาญแนะวิธีเอาตัวรอด “รถจมน้ำ” หลังไฮโซสาวขับกระบะ จมอุโมงค์ดับสลด

ผู้เชี่ยวชาญแนะวิธีเอาตัวรอด “รถจมน้ำ” หลังไฮโซสาวขับกระบะ จมอุโมงค์ดับสลด

วิธีเอาตัวรอด รถจมน้ำ

จากกรณี น.ส.ภานุมาศ แซ่แต้ อายุ 41 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัทเกี่ยวอสังหาริมทรัพย์ ขับรถกระบะโตโยต้า 4 ประตู เข้าอุโมงค์ลอดทางรถไฟ ทางเข้าหมู่บ้านโกลเด้นนครา หลักกม. 3+800 ขาเข้า ถนนมอเตอร์เวย์ ที่เชื่อมต่อไปยังซอยอ่อนนุช 65 แยก14 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. แต่ถูกน้ำทะลักเข้าท่วมภายในอุโมงค์จนเสียชีวิตคารถ เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 5 ก.ย.

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายมนัส ดาวมณี ประธานบริหารวิทยาลัย วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า และที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายบริการด้านเทคนิค บริษัท โตโยต้า ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงวิธีเอาตัวรอดหากรถจมน้ำ ว่า หลังจากที่รถจมน้ำ หากน้ำลึก ประตูรถจะเปิดไม่ออก เพราะมวลน้ำมีพลังมหาศาล ถ้าเครื่องยนต์ยังไม่ดับ หรือดับแล้ว แต่ยังอยู่ในตำแหน่งสวิตซ์ออน ให้รีบลดกระจกลง เพื่อให้น้ำเข้ามาในรถ เมื่ออยู่ในระดับเท่ากันแล้ว จะทำให้สามารถเปิดประตูรถได้ แต่หากประตูเปิดไม่ได้ กระจกลดลงไม่ได้ ต้องทุบกระจกให้แตก เพื่อให้น้ำเข้ามาในตัวรถ ก็จะสามารถเปิดได้

“การทุบกระจกรถให้ใช้ของมีคม หรือของแข็งกระแทกที่ขอบกระจกให้เกิดรอยร้าว ในกรณีที่ไม่มีอะไรจะทุบกระจกได้ ให้ดึงหมอนรองศีรษะที่มีก้านเหล็กสองอัน กระแทกให้กระจกแตก ไม่ควรทุบกระจกหน้า เพราะเป็นลามิเนต ซ้อน 2 ชั้น ทุบอย่างไรก็ไม่แตก อยากแนะนำให้รถทุกคันควรมีที่ทุบกระจก และอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินเก็บไว้ที่แผงประตูด้านคนขับ เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้นำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างทันท่วงที แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องตั้งสติ และนำตัวเองออกมาจากตัวรถให้ได้” นายมนัส กล่าว

ด้านนายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ กล่าวว่า กรณีที่ผู้ขับขี่จะขับรถลุยน้ำไปข้างหน้า ควรต้องประเมินสถานการณ์ไว้ 2 อย่าง คือต้องพอรู้ระดับความลึกของน้ำ หากเป็นพื้นที่ที่ขับอยู่ประจำพอมองออกว่าระดับน้ำอยู่ในระดับใด ก็ยังพอขับลุยไปได้ แต่ถ้าไม่แน่ใจให้เปลี่ยนเส้นทางถ้าเป็นไปได้ แต่ถ้าไม่มีให้จอดรถรอจนกว่าจะมีรถใหญ่กว่ารถของตัวเองขับผ่านน้ำไป ซึ่งจะทำให้เราเห็นว่าน้ำอยู่ในระดับไหน

นายพัฒนเดช กล่าวต่อว่า อีกสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คือความเชี่ยวกรากของน้ำ ซึ่งประมาทไม่ได้เลยทีเดียว มีกรณีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าน้ำพัดรถจากด้านข้างจนพลิกคว่ำมามากแล้ว หากไม่มั่นใจฝีมือตัวเองว่าจะผ่านได้หรือไม่ ก็ยังไม่ต้องไปต่อ ส่วนกรณีที่เกิดเหตุการณ์กับรถ ไม่ว่าจะมีกลิ่นไหม้ มีควันขึ้น หรือรถจมน้ำ โดยหลักการแล้วต้องรีบหาทางออกจากรถให้เร็วที่สุด และไปจากรถให้ไกลที่สุด เพื่อความปลอดภัย

นายพัฒนเดช กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติเมื่อเกิดเหตุการณ์ อย่าตกใจจนน้ำท่วมสูง จะทำให้ไม่สามารถเปิดประตูรถได้ เพราะแรงดันน้ำจากด้านนอก ถ้าเครื่องยนต์ดับจนเปิดกระจกรถไม่ได้ ต้องหาวิธีทำให้กระจกแตก ถ้าเป็นคนตัวใหญ่ ลองถีบกระจกดูว่าจะแตกไหม หรือหาของแข็งของมีคมมาทุบกระจกฝั่งประตู คือต้องดิ้นรนหาทางรอดให้ได้

“เราต้องออกจากรถให้เร็วที่สุด ไปจากรถให้ไกลที่สุด เป็นหลักการเดียวกับเครื่องบิน ที่แอร์โฮสเตส จะแจ้งก่อนเครื่องขึ้นว่า เมื่อมีสถานการณ์ใดๆ เกิดขึ้น ผู้โดยสารต้องทิ้งสัมภาระทุกอย่าง แม้แต่รองเท้ายังต้องทิ้งเพื่อให้คล่องตัวที่สุด แล้วรีบออกไปให้ไกลจากที่สุด เพื่อความปลอดภัย แต่ที่อยากฝากไว้ให้มีติดรถกันทุกคัน คือที่ทุบกระจกรถ ที่เรามักพบเจอกันบ่อยๆ ในรถโดยสาร ด้านหนึ่งเป็นหัวเพื่อทุบกระจกให้แตก อีกด้านเป็นมีดไว้ตัดเข็มขัดนิรภัย เก็บไว้ที่แผงข้างประตูคนขับ หรือคอนโซลกลาง เพื่อจะได้หยิบฉวยมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว” นายพัฒนเดชกล่าว

ที่มา : ข่าวสด

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าวข่าวต่างประเทศ ,ข่าวกีฬา

เรื่องน่าสนใจ
- 7-09-2018 3:45:42 โพสต์โดย : mootono คนดู อ่าน 65 คน คน