แค่มโนเรื่องผี หมอชี้คลิปเด็กพูดคนเดียว เกิดจากจินตนาการ แนะมอบรักช่วยได้

แค่มโนเรื่องผี หมอชี้คลิปเด็กพูดคนเดียว เกิดจากจินตนาการ แนะมอบรักช่วยได้

หมอชี้คลิปเด็กพูดคนเดียว

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปเรื่องราวขณะกำลังพาลูกสาวกลับบ้านหลังเลิกเรียน โดยเห็นว่าลูกสาวยืนคุยคนเดียวอยู่ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.ภูเก็ต ซึ่งเนื้อหาในคลิป ผู้เป็นแม่ถามลูกสาวว่าคุยกับใคร ขณะที่เด็กตอบว่าคุยกับน้องตัวเล็กใส่รองเท้าสีชมพู ที่ยืนอยู่ที่บันไดอาคารเรียน ทั้งที่โดยรอบกลับไม่เห็นเด็กคนอื่นแต่อย่างใด

ด้านแม่ของเด็กจึงสั่งให้ลูกพูดว่า “ให้บอกน้องไป ไม่เล่นแล้วและไม่ต้องมายุ่ง กลับบ้านก่อนไม่ต้องตามมา รถแม่เต็มแล้ว” ซึ่งเด็กก็พูดไปตามที่แม่สั่ง พร้อมกับมีเสียงปริศนาดังขึ้นมาว่า “ครับ”

อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ใช้สื่อออนไลน์ตั้งข้อสังเกตกันเป็นจำนวนมาก ว่าเป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมาหรือเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ ขณะที่มีผู้สังเกตเห็นเท้าปริศนาคู่หนึ่งปรากฎในคลิปดังกล่าวด้วย

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี หรือ หมอเดว กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ธรรมชาติของเด็กเล็กหรือเด็กในวัยอนุบาล เขาจะมีจินตนาการเล่นบทบาทสมมติ เช่น สมมติว่าตัวเองเป็นหมอหรืออะไรต่างๆ เพราะหากผู้ปกครองเข้าใจจิตวิทยาพัฒนาการก็จะไม่ได้กดดันเด็ก

และต้องให้ความใส่ใจเรื่องนี้ เนื่องจากเด็กหลายคนบางครั้งมีความตึงเครียด จึงอยากได้รับความรักและความใส่ใจ การมอบความรักและความใส่ใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าการดุ การใช้เสียงดัง หรือใช้วิธีลงโทษ ซึ่งผู้ใหญ่บางคนอาจมโนไปด้วยว่าเป็นเรื่องของผี ทั้งที่ความจริงนั้นไม่ใช่

อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาโต้ตอบของเด็กเอง ต้องการที่จะปัดให้ตัวเองปลอดภัย แล้วก็จำเป็นที่จะต้องทำไปตามที่แม่บอก เพราะถ้าไม่ทำตามก็อาจจะโดนลงโทษได้ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยปกป้องตนเองด้วยการที่แม่บอกมาอย่างไรก็ทำอย่างนั้น แต่การพูดคุยในโลกแห่งจินตนาการแบบนี้เกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน

สิ่งที่ผู้ใหญ่จะต้องให้ความใส่ใจเพิ่มขึ้นมาคือ เด็กมีความเครียดอะไรด้วยหรือไม่ โดยหากมีความเครียดอยู่หรืออยากได้รับความสนใจ แล้วใช้วิธีการนี้ ก็จะทำให้ผู้ใหญ่กลับมาสนใจมากขึ้น ต่อไปเด็กก็อาจจะใช้วิธีการเดิมให้ผู้ใหญ่มาสนใจได้

หมอเดว กล่าวอีกว่า หากเจอแบบนี้ วิธีการที่ดีที่สุดคือการกอดให้ความรัก ความอบอุ่น และรับฟังว่ามีอะไรบ้างที่เขาไม่สบายใจ เด็กในวัยนี้ไม่ใช่เป็นเด็กที่จะมีสัมผัสที่หก ในขณะเดียวกันต้องมองกลับไปว่า ผู้ปกครองเล่านิทาน ให้เด็กดูหนังผี หรืออะไรที่น่ากลัวหรือไม่ ซึ่งทำให้เด็กนำสิ่งนั้นไปอยู่ในโลกเสมือน ไม่ใช่เรื่องจริง

ที่มา : sanook

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าวข่าวต่างประเทศ ,ข่าวกีฬา

เรื่องน่าสนใจ
- 20-09-2018 10:27:30 โพสต์โดย : apache คนดู อ่าน 89 คน คน