รีวิวติดตม.เกาหลีใต้แบบจุกๆ ตั้งใจไปเที่ยวแต่ก็ถูกส่งกลับ-ดูถูกสารพัด

รีวิวติดตม.เกาหลีใต้แบบจุกๆ ตั้งใจไปเที่ยวแต่ก็ถูกส่งกลับ-ดูถูกสารพัด

วันนี้ ( 23 ต.ค. 62 ) ประเทศเกาหลีใต้นับเป็นประเทศหนึ่งที่คนไทยใฝ่ฝันจะไปจะเยือน แต่ก็คนไทยจำนวนมากแอบใช้ช่องทางฟรีวีซ่าลักลอบเข้าไปหางานทำจนสร้างปัญหามากมาย จนทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีใต้เข้มงวดกับคนไทยเป็นพิเศษ จนบางครั้งส่งผลกระทบต่อคนที่จะไปเที่ยวจริงๆต้องโดนส่งกลับอย่างงงๆ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้เปิดประสบการณ์การติดตม.เกาหลีใต้ได้อย่างดุเดือด โดยเล่าว่าตนเองนั้นตั้งใจจะไปเที่ยวแค่ 6 วัน และได้เตรียมเอกสารการท่องเที่ยว แลกเงินทุกอย่างไว้พร้อมสรรพ เมื่อถึงประเทศเกาหลีใต้กลับถูกส่งตัวเข้าห้องเชือดเสียอย่างนั้น

ในตอนแรกมีล่ามที่พูดภาษาไทยได้มาคุยให้แต่ไปๆมาๆให้คุยกับเจ้าหน้าที่เป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเธอ เพราะสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ไม่พอใจสักเท่าไร ถามคำถามตีรวนยอกย้อนไปมา จนเธอถอดใจคิดว่าถูกส่งกลับแน่ๆ และในขณะที่ถูกส่งกลับการปฏิบัติต่อคนที่ถูกส่งกลับนั้นไม่ค่อยจะดีนักซึ่งเธอต้องจำประเทศนี้ไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเรื่องราวจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งด้วยการเปลี่ยนเป้าหมายไปไต้หวันแทนซึ่งทำให้เธอมีความสุขดีมาก โดยรายละเอียดการรีวิวทั้งหมดมีดังนี้

“มาจะรีวิวการติดตม.เกาหลีให้ สำหรับคนที่กำลังคิดจะไปเที่ยว ย้ำว่าไปเที่ยวนะ คนจะไปเป็นผีเล็กผีน้อยถ้าคิดว่านี่กำลังชี้โพรงให้กระรอกก็ อ่านให้จบก่อนแล้วไปตัดสินใจเอง เพราะนี่ไปเที่ยว เก็บเงินตั้งใจไปเที่ยว อะต่อ

-ไฟลท์บินแอเอ วันที่17 ตุลาคม รอบ2.35 คนแน่นเครื่อง

เราจองตั๋วกลับไว้กับอีกสายการบิน เพราะเวลาบินดีที่สุดแล้วของวัน

จะกลับวันที่ 22 ตุลาคม ก็คือไม่ได้ไปนานมาก หรือสั้นมาก

-เอกสารที่พกไป มีตั๋วไป กลับ ที่ปริ้นติดตัว เป็นฮาร์ดกอปปี้ ที่เหลือทุกอย่างเป็นดิจิตอลหมด ทั้งที่พัก จองแอบีเอนบีไป (ปริ้นวิธีไปอพาทเม้น แต่ลืมหยิบจากเครื่องปริ้นก่อนออกจากออฟฟิศ) แพลนท่องเที่ยว คร่าวๆ ไม่ได้จำเลยวันไหนจะไปไหน แค่ทำไว้คิดว่าถ้าอยากเปิดก็ดู โหลดkakaomap ไว้ในมือถือ เราก็คิดว่าพร้อมระดับนึง ปกติเที่ยวไม่เคยแพลนเลย ทำขนาดนี้คือพร้อมที่สุดที่เคยทำมาในชีวิต เพราะขนาดวันก่อนบิน อยู่ออฟฟิศปั่นงานถึงสองทุ่มกว่าๆ โบกวินไปแลกเงิน ร้านปิดสองทุ่มครึ่ง คือต้องโทรให้เค้าเปิดประตูให้ เพราะวินไปถึงหน้าร้าน 20.31……………..

-วาร์ปมาที่ตอนบินเลยนะ ไม่มีไรสะดุด ขึ้นเครื่อง นั่งไปเลย 5 ชั่วโมง พอไปถึง เครื่องแตะพื้นเกือบๆสิบโมงเวลาท้องถิ่น ต่อแถวตรวจคนเข้าเมืองอีกนิดหน่อย สิบโมงนิดๆถึงตาเรา เจ้าหน้าที่ในตู้เปิดหน้าพาสปอร์ต นี่พาสเล่มสอง เล่มแรกไม่พกแล้ว หมดอายุตั้งแต่สิงหา ก่อนหน้านี้บินไปเที่ยวเวียดนามต้นปีที่เดียว นับว่าเล่มโล่งๆ ก็ไม่ผิด นางถามสองคำถาม

1. มากับใคร
ตอบ มาคนเดียว

2. มาทำไร กี่วัน
ตอบ มาเที่ยว 6 วัน

ถามแค่นั้น เสร็จนางกดปุ่มไฟสีเขียวจ้า มีลุงเดินมา บอก follow me ก็คือไปห้องข้างๆ ไปรอสัมภาษณ์แบบละเอียด ในใจนี่ยังไม่คิดว่าจะไม่ผ่าน เพราะถ้าถามอะไรมา กูตอบได้แน่นอน มันจะถามอะไรยากเย็นขนาดไหนกัน คำถามปรัชญาอะไรก็มา ไม่มีอะไรต้องปิด

-พอเข้าไป ในห้องแบ่งสามส่วน ส่วนแรกไปถึง ลุงเอาพาสปอร์ตเรายื่นให้จนท ข้างใน พิมๆจิ้มๆ แล้วให้กระดาษมาบอกให้ไปกรอก เป็นคำถาม ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ที่อยู่ที่จะพักในเกาหลี จุดหมายของการมาเยี่ยม ถ้ามีคนเชิญมาก็ให้ใส่ชื่อ เบอโทร บลาๆ ไม่มีไรซับซ้อน เออละใบนี้เป็นภาษาไทย ที่แปลแปร่งๆอะ อ่านละต้องแปลไทยเปนไทยอีกที

-ส่วนที่สองก็คือห้องรอ ที่ให้นั่งเขียนอะแหละ เดินเข้าไปคือคนอยู่ในนั้นอย่างน้อยก็50-60 คนแล้ว ห้องเล็กๆ มีแค่ตู้น้ำกด มีคนไทย คนรัสเซีย คนดูไบ คนอิเดีย คนมาเล คนอื่นๆอีกนิดหน่อยที่พอจะสังเกตุได้จากหน้าตา เชคเวลา ตอนนี้คือ 10.20 – 10.30 ไม่เกินนี้แน่นอน

-ก็กรอกใบตามความเป็นจริง purpose คือมาเที่ยว ใส่ที่พัก ใส่ชื่อเจ้าของที่พัก ใส่ชื่อคนที่รู้จักในเกาหลี กรอกแปปเดียว แล้วรอ

-รออีก ระหว่างนั้นก็นั่งดูจนทเกาเดินไปแปรงฟัน 2-3 คน (ดูคนรีวิวมาว่าคนเกาชอบแปรงฟันระหว่างวัน เออละกูก็มีข้อมูลแต่อะไรแบบนี้อะ)

-รอตั้งแต่ตอนนั้นอะ จนคนไปสัมผ่านไปไม่รู้กี่คน คนเข้าใหม่ก็มาเรื่อยๆไม่หมด

-ระหว่างรอก็หาข้อมูลเพิ่มเติม ไม่รู้เลยว่าจะถามอะไรบ้าง เพราะถ้าถามคำถามในกระดาษที่ให้มากรอก เราก้ตอบได้หมด แทบไม่ต้องอ่าน ถึงขนาดจำที่อยู่แอบีเอนบีได้แล้ว นั่งมองมาทั้งวันแล้ว นายส่งจดหมายจากที่ทำงานมา ส่งเพย์สลิปมา ก็แคปๆเอาไว้หมด ในอับบั้มรูป (ซึ่งเค้าก็เอาไปดูนะตอนสัม)

-ได้ยินเรียกชื่อให้ไปสัมตอนเกือบๆ 16.00 โดยที่ไม่ได้กินไรตั้งแต่แลน ไม่ได้ออกไปไหน มีห้องน้ำให้ไปได้ แต่สภาพแบบ เค้าบอกว่า ไม่พูดดีกว่า

-ตอนสัมนี้ดุเดือด เพราะเจ้าหน้าที่ค่อนข้างวางมาด เริ่มต้นการสัมด้วยการถามเราว่า เป็นอะไรทำไมนั่งท่านั้น คือนั่งติดขอบเก้าอี้ เพราะสายโทรศัพมันพันกันแบบ คือต้องคุยกันผ่านโทรศัพอะ เค้ามีล่ามไทยให้ แต่คือกุต้องยื่นตัวไปข้างหน้าอะ ไม่งั้นสายขาดแน่นอน ถ้านั่งเต็มเก้าอี้ ก็ต้องยื่นตัวไปอยู่ดี

-แต่พอกำลังจะอ้าปากตอบ นางบอก ไม่ต้องพูด ต่อไปนี้ให้ตอบเฉพาะที่ถาม คือเมื่อกี้คงเปน rethorical question อะ นี่ก็ข่มอารมไว้ ล่ามบอก กรุณานั่งดีๆนะคะ จบไม่ต่อล้อต่อเถียง

-จนทถามต่อ ว่ามาทำอะไร ก็บอกมาเที่ยว

– ถามอีกว่า มากับใคร ก็บอกมาคนเดียว

– ถามอีกว่ามากี่วัน ก็บอกมา 6 วัน

– ถามว่า รู้จักใครที่เกาหลีมั้ย เราก็บอกมีเพื่อน

-เค้าก็ถามว่า เพื่อนชื่ออะไร เลยบอกชื่อพี่ที่รู้จักไป

-ถามย้ำ ว่าเป็นเพื่อนใช่ไหม ก็เลยบอกว่าจริงๆเป็นลูกพี่ลูกน้อง ฝั่งแม่ คนละนามสกลุ สนิทกัน

-นางก็จี้ตรงนี้ว่า สรุปเพื่อนหรือญาติ ก็เลยบอก ก็ญาติแต่ไม่ใช่ ซิสเตอ หรือบราเตอ นับว่าพี่น้องแท้ๆไม่ได้

-ตรงนี้ตะคอกใส่ ว่ามีอะไรก็รีบๆบอก อย่าทำเสียเวลา

-อีสัด ละที่กุนั่งง่อยๆทั้งวันไม่เสียเวลาหรอ แต่ไม่ได้พูด แค่ตอบว่าโอเค

-จนทให้ ล่ามถามเราว่าพูดภาษาอังกฤษได้มั้ย ลองอธิบายให้เค้าฟังว่าเป็นยังไง

-เราก็บอกได้ เลยบอกว่า จริงๆเราก็คือมาเที่ยว แล้วพี่คนนี้อยู่เกาหลี มีครอบครัวอยู่ที่นี่ เราก็เลยนัดเจอเค้า คือต่อให้เค้าไม่อยู่เกาหลี เราก็ยังจะมาเที่ยวเกาหลีอยู่ดี เราไม่ได้เอาher bussiness เป็นที่ตั้ง เราเอาธุระของเราเป้นที่ตั้ง ที่พักเราก็หาเอง ไม่ได้รบกวนเค้า แค่เค้าอยู่เกามานาน เป็นโลคอล มีไรก็น่าจะถามได้ แต่ถ้าถามไม่ได้ ก็หาข้อมูลเองก็ได้ เพื่อนๆก็เคยมาเที่ยวที่นี่กันหลายคน เพื่อนเป็น k pop fan ก็มี

-จนท ถามต่อว่า แล้วทำไมต้องอยากเจอญาติคนนี้ จำเป็นแค่ไหน

-ก็ตอบไปว่า ไม่ได้จำเป็น แค่เจอก็ดีกว่าไม่เจอ เพราะไหนๆก็มาแล้ว ไม่ได้เจอกันนานแล้ว แล้วพรุ่งนี้ (18 ต.ค.) ก็ตรงกับวันเกิดเค้าพอดี ก็เลยนัดเจอ

-ตรงนี้คิดว่าตอบชัดแล้ว แต่นางถามต่อว่า ทำไมต้องเจอ ก็แค่cousin เอง

-เราก็บอกว่า สนิทกันเหมือนเพื่อน วัยใกล้ๆกัน มีไรก็คุยกันอยู่ตลอด

-นางก็บอก (เป็นภาษาอังกฤษ) ว่าไอไม่ห็นว่าจะจำเป็นเลย ก็แค่วันเกิด

-อันนี้กุก็ไม่รู้กับมึงแล้วค่ะว่าความสัมพันมึงกับญาติมึงแบบไหนอะ กุจะเจอเค้า จริงๆมันไม่ต้องให้มึงมาตัดสินใจแทนเลยว่าควรหรือไม่ควร เพราะบอกไปแล้วว่าตั้งใจมาเที่ยว (ไม่ได้พูดไปอีกเหมือนเดิม)

– ย้ายทอปปิกไปเรื่องเที่ยว ถามเราว่าจะไปเที่ยวที่ไหน เราบอกแพลนอยุ่ในมือถือ เปิดให้ดูได้

-นางบอก จำชื่อสถานที่ท่องเที่ยวไม่ได้เลยหรอ ไหนบอกอยากมาเที่ยว

-ก็เลยร่ายมาสองสามชื่อที่นึกออก ที่เหลือนึกไม่ออก แพลนมา 6 วัน จำไม่ได้ เพราะเดี๋ยวนี้ก็คงไม่ต้องมานั่งจำแล้ว มันปีไหนแล้ว (อันนี้พูดไปจริงๆ)

-นางก็บอก แปลกจังทำไมจำชื่อที่เที่ยวไม่ได้เลย

-ไอที่กุจำได้ ก็คือเมินไปเลย เพราะจำที่พัก จำแหล่งชอปปิ้งได้ บอกไปแล้วว่าพักแถวเมียงดง สถานีนี้บลาๆ

-นางถามก็ถามต่อว่า ค่ารถไฟไปที่พักประมาณเท่าไหร่ ก็เลยบอกไปว่า จำได้คร่าวๆว่า 3-5พันวอน แต่ไม่แน่ใจ ต้องเชคอีกที ไม่ได้เป็นห่วงอะไรเพราะแลกเงินมาแล้ว

-นางก็ถามว่าแลกเงินมาเท่าไหร่ บอกไปสองหมื่นบาทไทย ได้มา 770,000 วอน กรุบ เงินเหลือเผื่อขาดก้ใช้บัตรได้

-ถามเรื่องงานด้วย ในใบที่กรอกไปก็ใส่ตำแหน่งงาน ชื่อบริษัท ที่อยู่บริษัท เบอโทรบริษัท ครบทุกอย่าง

-พอบอกไปว่าทำงาน marketing research แม่งก็ถามซ้ำว่า ทำ marketing research เลยหรอ เห้อ จะให้เป็นผีให้ได้เลยใช่มั้ย ขอโทษที่ยังไม่ได้โมหน้ามาให้สวยสมกับมันสมอง เหนื่อยแล้ว ไม่ผ่านก็แค่บอกไม่ เสียเวลามากแล้วอะ

-นางวนมาอีกเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว ว่าจะไปวัง ได้ซื้อตั๋วชมวังไว้มั้ย (ถึงตรงนี้ก็เริ่มเกทละว่า จริงๆที่ถามๆๆเนี่ย สุดท้ายก็คงไม่ให้ผ่านหรอก เพราะไอที่ตอบได้ ก็ไม่สนเลย)

-ก็ตอบว่าไม่ได้ซื้อไว้ ไม่ได้ฟิกวัน ว่าวันไหนจะต้องไปไหน เอาที่สะดวก และเปนคน flexible

-นางถามอีกว่า จากสนามบินไปที่พัก จะไปยังไง ค่ารถเท่าไหร่ ก็ตอบแบบที่ตอบไปแล้ว

-นางถามอีกว่าทำไมถึงจำชื่อที่ๆจะไปเที่ยวไม่ได้ ทำไมถึงอยากมาเกาหลี

-เลยตอบว่า อยากมาเพราะจังกึม และที่จำไม่ได้ เพราะทำการบ้านมาน้อยเรื่องชื่อสถานที่ท่องเที่ยว คิดว่าแค่มีลิสไว้ในมือถือก็เพียงพอแล้ว มาถึงค่อยดู ไม่คิดว่าต้องจำได้ขึ้นใจขนาดนั้น (อันนี้ก็คือตอบเพื่อให้มีคำตอบเท่านั้น เดาออกแล้วว่านางคงจะไม่ให้ผ่าน เพราะอีบ้าถามอะไรค่ารถสามรอบแล้ว)

-นางถามต่อ (จริงๆถามนานมาก จะครึ่งชั่วโมง วนไปวนมา) ว่าคนที่อยุ่ที่เกาหลี เป็นอะไรกับเรา

-อีควาย เป็นเหี้ยอะไรก็เรื่องของกุแล้ว อีสัด อีหน้าหี ช้างลากเย็ด

-พอบอกเป็นญาติ นางก้ถาม Kim Du Sol เนี่ยนะญาติ (ตอนนี้คือ นางเอามือถือไปเปิดดูแชทกับพี่)

-ก็บอก อ๋อนั่นผัวเค้า ชื่อพี่ก็บอกไปแล้วไง เลื่อนลงมา มันมีเอกสารสมรสเค้าในแชท

-นางพอส เพราะมีคนมาคุยด้วย กระซิบกระซาบกันในฝั่งนาง เราก็นั่งเฉยๆ มองหน้าเรียงตัว จำหน้าไว้ เพราะรุ้ละว่าไม่ได้แน่ๆ ขอดูหน้าไว้ก่อนไปละกัน

-สรุปก็คือไม่ผ่าน ยื่นกระดาษมาให้เราเซ็นรับรู้ เราไม่เซ็น นางก็บอก เซ็นกับไม่เซ็นมีค่าเท่ากัน เอองั้นกุก็ไม่เซ็น ไม่มีประโยชน์

– ตอนนี้คือเหนื่อยล้ามากแล้ว หิวก็หิว ง่วงก้ง่วง ตื่นตั้งแต่ไปทำงานวันพุธเช้า จนตอนนั้นคือห้าโมงเย็นของวันพฤหัส

-พอออกจากโต๊ะสัม กลับไปนั่งรอห้องเดิม ห้องอัปรีห้องนั้น ที่มีแค่น้ำตู้ กับเก้าอีไม่กี่ตัว เหนคนที่เหลือที่เจอชะตาเดียวกันคือ มีหมด เจอนีฝรั่งยุโรป บินมาจากอาบูดาบี ก็โดนส่งกลับ คนมากับครอบครัวใหญ่ 7-8 คน แต่ไม่ผ่านแค่แม่กับลูก น้องแบบ 6 ขวบ ก็คือน้องผ่าน แต่ให้คนข้างนอกมารับไม่ได้ บอกว่าเพราะแม่ไม่ผ่าน แต่คือมีพ่อ ตา พี่ น้า เค้ารอรับน้องอยู่ข้างนอก ก็ไม่ให้ไปเจอ

-คนอื่นๆที่ไม่ผ่านก็มี เช่นพี่คนนึง เราเห้นเค้านั่งร้องไห้ตั้งแต่เราเดินเข้าห้องตอนเช้า มารู้ทีหลังว่า จะมาเจอสามีคนเกา ที่แต่งงานกันแล้ว สามีก็มารอ แต่ว่าตมไม่ให้ผ่าน เพราะเค้าไม่ใช่เรสซิเด้น แค่มีเอกสารแต่งงาน

-อีกคน ได้ยินว่าทำงานรับราชการ มาเที่ยว ลาได้หลายวัน ตมไม่ให้ผ่านเพราะ คิดว่าลางานนานเกินไป

-ส่วนของเรา เค้าให้เหตุผลว่า เพราะเราบอกชื่อที่ๆจะไปเที่ยวไม่ได้ (เหตุผลนี้จริงๆไม่ได้ตอแหล ล่ามแปลมางี้เลย)

-หมดทุกอย่างนี้ ตั้งแต่มาถึงตู้ตม.จนถึงเวลานี้ เค้าเก็บพาสปอตเราไว้ตลอด

-มีคนมาเดินไปส่งที่เกต นึกว่าจะได้บินกลับเร็วที่สุด แต่ก็ไม่มีใครบอกอะไร ถามอะไรก็ไม่มีใครตอบ

-ระหว่างเดินไปเกต คนที่เดินคุมเรา คอยบอกตลอดว่าให้เกินเปนกลุ่ม และเดินช้าๆ (คือ เดินในสนามบินนั่นแหละ เดินไปรอขึ้นเครื่อง)

-ตอนนี้รุ้แล้วว่า เค้าจะให้เรากลับแน่นอน แต่เราไม่มีพาสปอต และตั๋วกลับมันก็ไม่ใช่ของวันนั้น ก็ถาม แต่ไม่ยอมตอบ

-พอคนนั้นบอกให้เดินช้าๆ รอบที่สาม เราเลยถามด้วยคำถามเซตนี้ ตอนนี้ไม่แคหีแตดไรแล้ว คิดว่าถ้าได้กวนตีนจนท อย่างน้อยก็ถือว่ามาถึงเกาหลี เสียดายเวลา เรื่องเงินคือมันก็เสียไปแล้วเหมือนกัน แต่หาใหม่ได้ (นี่ เฟีนสกี) แต่รู้สึกโดนดูถูกมากกว่าที่ทำให้เสียเวลาได้ทั้งวันเพื่อผลลัพแบบนี้

ถามรัวๆ ถามไม่ได้อยากได้คำตอบ ถามเพราะอยากให้รู้ว่าหงุดหงิดเหมือนกันที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้
why do we have to walk in group? ไม่ตอบ
why can’t i walk on the walk way? ไม่ตอบ
(เพราะตอนจะเดินไปบนทางเลื่อน มันบอกว่า ไม่ได้ ต้องเดินข้างๆ เดินรวมกับคนอื่น แต่คือ มันไม่มีทางอื่นให้หนีหรือเดินไปไหนแล้ว)
Why can’t you answer my questions? ไม่ตอบ
We answered all your questions and this is how you are treating us?
You are humiliating other human beings.
We are not cows or sheep. You don’t have to herd us.
We have the right to walk on the stupid walk way if we want to. It’s not against the law.
ตอบมาสั้นๆ จี้ๆ ว่า Speak Korean
โอ้ยอีเหี้ย เกือบหลุดขำใส่หน้า อีสัดเอ้ยมึงทำได้แค่นี้หรอ เลยบอกไป no how about you speak Thai or learn English if you want to defend yourself.

-พอเดินไปถึงทางเลื่อนอีกอัน แม่งทำมือแบบว่าโอเค ยูไปเดินได้ นี่เลยบอกเออซักทีนะอีควาย lets goooooo พอแล้ววันนี้อะกับการทำอะไรที่มันไม่เมกเซ้น สมงสมอง

-แล้วนี่ก็ไม่พูดอะไรอีกเลยจนเดินไปถึงเกต มันยื่นใบซีรอกหน้าพาสปอตเรามาให้ แล้วบอก บินกลับคืนนี้ 0.00 มาเจอกันที่นี่ แล้วบอกเราให้บอกคนอื่น เราก็บอก โน หน้าที่ยู ยูพูดเองสิ อีควายพูดมาได้ ให้มาเจอกันที่นี่เที่ยงคืน ละตอนนั้นห้าโมงเยน ละกุออกไปไหนได้หรอ คือสุดทนแล้ว ตาพร่ามาก ไม่ได้นอน ไม่มีกะจิตกะใจจะกินไร นี่นั่งอยู่อย่างลุกไปหาไรกินตอน สี่ทุ่ม ก็คืออะไรๆก็ปิดเกือบหมดแล้ว เหลือร้านเบเกรี่ง่อยๆ เค้กชิ้นละสองพันวอ คือกินเพื่อประทังชีวิตจริงๆ

 

 

 

 

ที่มา TNN Thailand

 

คลิปข่าววีดีโอข่าววันนี้คลิบข่าววันนี้ , คลิปวันนี้ , ฟรีรูปภาพ คลิปบันเทิงข่าวอาชญากรรม
ดูดวง , ทำนายฝัน , แก้ฝัน , เลขเด็ด , สูตรหวย