รัฐบาล เตรียมจัดเก็บภาษี แหล่งน้ำสาธารณะ หวังให้ทุกคนเท่าเทียม

รัฐบาล เตรียมจัดเก็บภาษี แหล่งน้ำสาธารณะ หวังให้ทุกคนเท่าเทียม

รัฐบาล

ภาษีแหล่งน้ำสาธารณะ มาตรการใหม่จากรัฐบาล หวังสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม ด้านกลุ่มเกษตรกร บุรีรัมย์ไม่เห็นด้วย หากจะทำจริงควรเก็บกับธุรกิจหรือทำเพื่ออุตสาหกรรม ควรยกเว้นเกษตรกร

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรนํ้า ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลได้มีเสนอร่าง พ.ร.บ. ทรัพยากรนํ้าฉบับใหม่ ให้กับทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. พิจารณาแล้ว โดยขณะนี้อยู่ในสาระที่ 2 ของการพิจารณา

โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ดังกล่าว มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเก็บภาษี (เพิ่ม) จากผู้ที่ใช้น้ำสาธารณะ ที่หมายถึง แม่น้ำ ลำคลอง บึง แหล่งน้ำใต้ดิน ทะเลสาบ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติอื่นๆ ทั้งที่รัฐจัดสร้างหรือพัฒนาขึ้น เพื่อให้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ซึ่งสาเหตุที่ต้องมีการจัดเก็บภาษีแหล่งน้ำสาธารณะนั้นก็เพื่อความเท่ากันของคนในสังคม อีกทั้งยังเป็นการปิดช่องโหว่จากกฎหมายของกรมชลประทานและน้ำบาดาลที่ไม่สามารถครอบคลุมถึง เพราะปัจจุบันเห็นว่ายังมีผู้ผลิตเกษตรเชิงพาณิชย์ ผู้ประกอบการรีสอร์ต รวมถึงภาคอุตสาหกรรมต่างสูบน้ำไปใช้ในกิจการอย่างเสรี ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายจึงมีการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นมาบังคับใช้

สำหรับอัตราการจัดเก็บภาษีการใช้น้ำสาธารณะแบ่งเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ

1. ใช้นํ้าเพื่อการดำรงชีพ ซึ่งหมายถึงประชาชนทั่วไป ไม่ต้องเสียค่าใช้นํ้า
2. การใช้นํ้าเพื่อประกอบธุรกิจการเกษตร เลี้ยงสัตว์ เพื่อการพาณิชย์ เสียค่านํ้าอัตราลูกบาศก์เมตรละไม่เกิน 50 สตางค์ การอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาหรือกิจการอื่น เก็บค่านํ้าในอัตราลูกบาศก์เมตรละ 1 – 3 บาท

และ 3. สำหรับกิจการขนาดใหญ่ ได้แก่ สนามกอล์ฟ โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจขายนํ้าดิบเชิงพาณิชย์ จะเก็บค่านํ้าอัตราลูกบาศก์เมตรละ 3 บาท

ทั้งนี้เมื่อกระแสข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านโนนสวรรค์ ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กลุ่มเกษตรกร

หากจะมีการจัดเก็บควรจะเป็นกลุ่มที่ประกอบธุรกิจ หรือเพื่ออุตสาหกรรม ควรจะมีการยกเว้นให้กับกลุ่มเกษตรกร เพราะปัจจุบันเกษตรกรก็เสี่ยงทั้งเรื่องภาวะราคาและภัยธรรมชาติอยู่แล้ว จึงอยากให้รัฐบาลได้มีการทบทวนการออกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร

ที่มา:mthai

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว