ลูกสาวแฉ โจรโหดเปลี่ยนชุดก่อนดักฆ่าแม่ ชิงทองกลางห้าง ล็อกเป้าเห็นเหยื่อขากะเผลก

ลูกสาวแฉ โจรโหดเปลี่ยนชุดก่อนดักฆ่าแม่ ชิงทองกลางห้าง ล็อกเป้าเห็นเหยื่อขากะเผลก

ชิงทองกลางห้าง

กรณีเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุในห้องน้ำหญิง ภายในห้างดัง จังหวัดชุมพร โดยการชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำของหญิงรายหนึ่ง ภายในห้องน้ำ คนร้ายใช้อาวุธของมีคมแทงจนอาการสาหัส จากนั้นได้ชิงสร้อยคอทองคำ 2 บาทไป โดยหญิงรายดังกล่าวได้เสียชีวิตในขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล ทราบชื่อต่อมาคือ นางทัศนีย์ อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วันนี้ (12 เม.ย.) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ ต.ปากตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร นายสุทิน อายุ 61 ปี สามีของผู้ตาย พร้อมด้วยญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านกำลังเตรียมงานสวดอภิธรรมศพนางทัศนีย์ เป็นคืนแรก โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

นายสุทิน ได้จุดธูปพร้อมทั้งขอให้ดวงวิญญาณของภรรยาไปสู่สุขคติ พร้อมทั้งเล่าว่า ขณะที่ภรรยาเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าสีขาวดำหลายชุด ตนเองบอกกับภรรยาว่าที่บ้านไม่มีงานศพ จะซื้อสีขาวดำทำไม โดยหลังจากนั้นตนได้ไปพบแพทย์ เมื่อกลับมารอที่หน้าห้างฯ ก็เห็นว่ามีรถกู้ชีพกำลังนำร่างคนเจ็บ ไปส่งโรงพยาบาล จนเวลาผ่านไป ตนโทรหาภรรยา แต่ตำรวจเป็นผู้รับสาย บอกให้ตนไปที่โรงพยาบาลตนจึงรู้ว่าภรรยาถูกฆ่าตาย

นอกจากนี้ ตนอยากให้มีมาตรการตรวจอาวุธ ก่อนคนจะเข้าห้างฯ เหมือนในกรุงเทพฯ และให้ตำรวจเร่งจับคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด

ด้านนางสาวธนิตา ลูกสาวผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ใน “รายการทุบโต๊ะข่าว” โดยเล่าว่า ในวันเกิดเหตุแม่ตนกับพ่อ เดินทางไปซื้อของภายในห้างสรรพสินค้า เพื่อเตรียมที่จะนำมาประกอบอาหารต้อนรับญาติๆ ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ระหว่างนั้น พ่อตนได้แยกออกมาก่อน เพื่อไปพบแพทย์ตามนัด

นางสาวธนิตา บอกด้วยว่า ในวันดังกล่าว แม่ตนสวมสร้อยทองไว้ในเสื้อตามปกติ นอกจากนี้สวมแหวนอีก 2 วง ตนได้ยินจากคำบอกเล่าของผู้อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่า คนร้ายรายนี้ได้สวมกางเกงขายาวมาดูลาดเลาก่อน หลังจากนั้น 1-2 ชั่วโมงคนร้ายกลับมาก่อเหตุ โดยสวมกางเกงขาสั้น คนร้ายที่มีพฤติกรรมจับตาดูอยู่ก่อนแล้ว เพราะแม่ของตนเป็นผู้สูงอายุ มีปัญหาเรื่องขา เดินได้ไม่แข็งแรงเหมือนคนปกติ เมื่อแม่เดินเข้าห้องน้ำไป คนร้ายจึงตามเข้าไปก่อเหตุ นางสาวธนิตา กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้โดยเร็ว และทราบว่า ตำรวจพอจะรู้เบาะแสของคนร้ายรายนี้แล้ว

ที่มา : sanookamarintv

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าว , ข่าวต่างประเทศ