พ่อหัวร้อนยอมรับ! ถ้ามีใครทำกับครอบครัวแบบนี้อีก ก็พร้อมตอบโต้เหมือนเดิม

พ่อหัวร้อนยอมรับ! ถ้ามีใครทำกับครอบครัวแบบนี้อีก ก็พร้อมตอบโต้เหมือนเดิม

ครอบครัวหัวร้อน

จากกรณีครอบครัวกร่าง ทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง หลังถูกเขียนใบสั่งข้อหาจอดรถในที่ห้ามจอด ต่อมาตำรวจแจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และลูกชายถูกแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ อีกหนึ่งข้อหา นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตแฉพฤติกรรมของครอบครัวนี้ที่ไปมีเรื่องในหลายพื้นที่

ล่าสุด รายการต่างคนต่างคิด ทางช่องอัมรินทร์ทีวี เชิญ นายพยอม แสงวันดี อายุ 32 ปี น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล อายุ 35 ปี สามี-ภรรยา ครอบครัวหัวร้อนมาเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

พิธีกรถามว่า พฤติกรรมที่ไปโวยวายใส่ตำรวจนั้นทำบ่อยหรือไม่ น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวว่า เฉพาะเวลาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่านั้น เช่นกรณีนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม

นายพยอม บอกว่า “ผมไม่ชอบตำรวจอยู่แล้วครับ เวลาตำรวจมาตรวจค้น ใช้อำนาจ ถ้ามาขอตรวจค้นดีๆ ผมไม่ได้ว่าอะไร กรณีตรวจค้นมีเยอะแยะ ตรวจปัสสาวะ เวลาขับรถ ก็ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ แต่นี้เขามาใช้อำนาจมาเลย ไม่ได้คุยกันดีๆ”

น.ส.หทัยรัตน์ เผยว่า เขามากันหลายนายมาก ไม่เข้าใจ แค่จอดรถผิดที่ เรียกกำลังเสริม ไม่เขียนใบสั่ง ก็เลยโมโห อยู่ดีๆ มาขอตรวจค้น มีเสียง โวยวายแบบนี้ เลยต้องถ่ายคลิปมา ที่ถ่ายคลิปเพราะเอาไว้เป็นหลักฐาน ส่วนที่ยังไม่เอาคลิปออกมาเปิด เพราะเก็บไว้ตอนที่มีปัญหาฉุกเฉินอย่างนี้จริงๆ ถึงจะงัดออกมาต่อสู้ ส่วนคลิปช่วงที่บอกว่าโดนตำรวจทำร้าย คือมันเป็นช่วงชุลมุน ถูกกระแทก โทรศัพท์ตกลงไป ต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายรูปเขาและถ่ายมือเขา แต่เขายังไม่เอามือออกมาจากตัวเราเลย

เมื่อถามว่า น.ส.หทัยรัตน์ ไปบอกตำรวจว่าตัวเองเรียนจบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จริงหรือไม่ น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวว่า ไม่ได้จบ เป็นการแอบอ้าง ให้ตำรวจรู้ว่าเรารู้กฎหมาย (นายพยอม-ให้ตำรวจเกรงเรานิดหน่อย) คือตนมีปมกับตำรวจ ตั้งแต่นั้นมาตนศึกษากับกฎหมายจากพี่ที่เรียนนิติศาสตร์ ตนมีสมุดของเขาเยอะมาก ตั้งแต่นั้นมาตนเคร่งเรื่องกฎหมาย รู้ละเอียดมาก

พิธีกรถามว่า รู้เรื่องกฎหมาย แต่อ้างว่าจบธรรมศาสตร์ ตั้งแต่นั้นมีเรื่องกับชาวบ้านก็จะอ้างว่าจบธรรมศาสตร์ตลอดใช่หรือไม่ น.ส.หทัยรัตน์ ตอบว่า “ตลอด ยอมรับค่ะว่าเราแค่แอบอ้าง ไม่ได้จบจริง”

“จากเหตุการณ์นี้มีผลกับชีวิต ทั้งโทร.มาต่อว่า ด่าและให้กำลังใจว่าสู้ๆ อยากให้สังคมเข้าใจว่าคนเราก็มีอารมณ์โมโห โดยอยากให้ดูที่สาเหตุ ใครคุยดีกับเราก็ดีด้วย อยากให้มองเราอีกมุมด้วย ซึ่งเตรียมให้ลูกไปขอโทษตำรวจ หลังจากทำร้ายตำรวจจนตาแตก”

เมื่อถามสอนลูกบ้างมั้ย น.ส.หทัยรัตน์กล่าวว่า สอนและดูแลเลี้ยงลูกตลอด ความจริงลูกเห็นพ่อแม่โดนทำร้ายก่อน ซึ่งลูกชายอาจเห็นพ่อแม่โวยวาย จึงอาจมีพฤติกรรมลักษณะนี้

เมื่อถามว่าจากนี้จะเปลี่ยนตัวเองหรือไม่ น.ส.หทัยรัตน์กล่าวว่า คงต้องลดลง ถ้าเราไม่ถูกกระทำคงไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น

นายพยอมกล่าวว่า “ถ้ามีใครมาทำกับเราแบบนี้อีก ก็คงต้องตอบโต้แบบนี้เหมือนเดิม”

ขอบคุณคลิป : ต่างคนต่างคิด 

ที่มา : ข่าวสด

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าวข่าวต่างประเทศ

ข่าวเด่น ข่าววันนี้
- 15-05-2018 12:17:30 โพสต์โดย : mintcss คนดู อ่าน 396 คน คน