จนมุม! รวบโจรหนุ่มคิดการใหญ่ปล้นร้านสะดวกซื้อ-ธนาคาร

จนมุม! รวบโจรหนุ่มคิดการใหญ่ปล้นร้านสะดวกซื้อ-ธนาคาร

จนมุม

จากกรณีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนเข้าไปชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ได้เงินไป 3,500 บาท แล้วขับจักรยานยนต์หลบหนีไป ต่อมาอีกเหตุการณ์วันที่ 13 มิถุนายน 2561 เกิดเหตุลักษณะเดียวกันคือคนร้ายใช้อาวุธปืนเข้าไปพยายามชิงทรัพย์ที่ธนาคารแห่งหนึ่งสาขาสว่างแดนดิน แต่ไม่ได้เงินเพราะยังเช้าอยู่ก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุพยานระบุเป็นรถคันเดียวกันที่ใช้ไปชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน จนท.ตำรวจชุดสืบสวนจึงทำงานแกะรอยตามหาอย่างหนัก

กระทั่งวันที่ 19 มิ.ย. 61 จนท.ตำรวจ พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจึงติดตามไปจนทราบว่า นายชัยฤทธิ์ อายุ 22 ปี ชาว ต.บ้านต้าย อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ขณะพักอาศัยอยู่กับญาติในพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน เมื่อเค้นสอบถามและจำนนต่อหลักฐานจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุทั้ง 2 เหตุการณ์

( 20 มิ.ย.61 ) พล.ต.ต.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธวัชชัย หาญนัทธี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร พ.ต.อ.อิทธิเดช สุนทร ผกก.สภ.สว่างแดนดิน จึงคุมตัว นายชัยฤทธิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับภาพที่ห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมันเพื่อตรวจยึดของกลางที่นำไปทิ้งไว้ประกอบด้วย เสื้อแขนยาวสีดำ 1 ตัว กางเกงสีเขียว 1 ตัว กระเป๋าเป้สะพายสีดำ 1 ใบ ถุงมือ 1 คู่ ผ้าปิดจมูสีดำ 1 ชิ้น และนำไปตัวไปชี้จุดทิ้งปืนบีบีกัน แบบ M1911 จำนวน 1 กระบอก บริเวณหลังวัดป่าศรีสว่าง ที่ใช้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ และพยายามชิงทรัพย์ที่ธนาคาร โดยผู้ต้องหาสารภาพว่า อยากมีเงินใช้ ซึ่งอดีตเป็นทหารพรานอยู่ภาคใต้ ไม่มีครอบครัวกลับมาอยู่กับญาติที่ อ.สว่างแดนดิน

พล.ต.ต.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการตำรวจให้ทำงานอย่างหนักเพื่อลากตัวโจรรายนี้มาให้ได้ และไม่น่าเชื่อว่า อายุเพียงแค่นี้จะคิดการใหญ่กระทำผิดกฎหมาย โดยการบุกชิงทรัพย์ตามสถานที่ต่างๆ โดยครั้งแรกไปชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน ต่อมายังเหิมเกริมพยายามไปชิงทรัพย์ที่ธนาคารไม่สำเร็จ และทราบอีกว่า กำลังวางแผนเตรียมจะไปชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ แถว บขส.สว่างแดนดิน อีก แต่มาถูกจับเสียก่อน

ซึ่งเป็นการท้าทายกฎหมายบ้านเมืองอย่างมาก หลังจากนี้ผู้ต้องหาจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาตามหมายจับคดีชิงทรัพย์และพยายามชิงทรัพย์ นำตัวพร้อมของกลางส่ง พ.ต.ท.ทรงพล วันทาวงษ์ รอง ผกก.สส.(สอบสวน) สภ.สว่างแดนดิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา : sanook