เพื่อนห่วง “โค้ชเอก” จิตตก โทษตัวเองพาเด็กติดถ้ำ ผู้ปกครองเข้าใจ

เพื่อนห่วง “โค้ชเอก” จิตตก โทษตัวเองพาเด็กติดถ้ำ ผู้ปกครองเข้าใจ

หลังจากเจ้าหน้าที่ค้นหาจนพบทีมฟุตบอลเยาวชนและครูฝึกสอนทั้ง 13 คน ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังติดอยู่ในถ้ำร่วม 10 วัน ซึ่งจากกระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์โค้ชเอกทั้งให้กำลังใจและอาจต่อว่า ว่าเป็นสาเหตุทำให้ทั้งหมดติดอยู่ในถ้ำ ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเป็นห่วงโค้ชเอก เนื่องจากเกรงว่า โค้ชเอกอาจจะรู้สึกผิดมาก จนอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้

นายนพดล กันทะวงศ์ หรือ ดล น้องชายโค้ชนพ เพื่อนสนิทของโค้ชเอก เปิดเผยว่า หลังเห็นคลิปโค้ชเอกและเด็ก ฃๆ ทั้ง 12 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำ รู้สึกตกใจมาก ดูแปลกตาไปเยอะ เพราะอดอาหารไปหลายวัน จากเดิมที่เคยเห็นเป็นคนที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ตอนนี้เท่าที่เห็น บางคนผอมจนเห็นกระดูก ตนรู้สึกสงสาร

นายนพดล กล่าวต่อว่า ตอนแรกก็กังวลว่าหลังจากทุกคนออกมาจากถ้ำได้แล้ว โค้ชเอกจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนพาเด็ก ๆเข้าไปติดอยู่ในถ้ำ และกลัวว่าตัวโค้ชเอกเองจะคิดแบบนั้นด้วย แต่เมื่อเห็นกำลังใจจากคนไทยทั้งประเทศที่ส่งมาให้โค้ช น่าจะรู้สึกดีขึ้นในระดับหนึ่ง และไม่กลัวว่าโค้ชเอกจะคิดโทษตัวเองจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า เพราะทุกคนคอยให้กำลังใจและพร้อมที่จะให้โอกาส ไม่ซ้ำเติมโค้ชเอกอยู่แล้ว

โดยตามปกติแล้ว โค้ชเอกเป็นคนร่าเริง ชอบช่วยเหลือคน รักเด็ก เสียสละ ให้กำลังใจกับเด็ก ๆ ส่วนตัวรู้จักกับโค้ชเอกมาตั้งแต่โค้ชเอกสึกจากสามเณรใหม่ ๆ และมาขี่จักรยานตามทริปด้วยกัน โค้ชเอกจะคอยดูแลทุกคนในทีม เสียสละแบกเสบียงอาหาร แบกน้ำให้ ไม่เคยทิ้งเพื่อน จึงมีแต่คนรัก แต่มาสนิทกันในช่วง 5 ปีก่อนหน้านี้ ที่เริ่มมาเป็นโค้ชฟุตบอล

นายนพดล กล่าวทิ้งท้ายว่า ฝากกำลังใจไปถึงโค้ชเอก ขอให้พาน้อง ๆ และตัวเองกลับออกมานอกถ้ำได้อย่างปลอดภัย ทุกคนเป็นกำลังใจให้ โค้ชเอกเข้มแข็ง มีสติ อย่างที่เคยบวชเรียนมา อะไรที่ผิดพลาดไปแล้ว ก็ไม่มีใครซ้ำเติม และตัวโค้ชเอกเองคงไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ ถ้าโค้ชเอกได้มีโอกาสฟังเสียงที่ตัวเองพูด อยากจะบอกว่า เป็นห่วง และรักเหมือนน้องคนหนึ่ง

นางเกี๋ยงคำ จันทาพูน ยายของ ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม หรือ น้องโน้ต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า หลังจากที่เห็นคลิปน้องโน้ตที่อยู่ในถ้ำ อยากขอบคุณทุกหน่วยงาน และกราบในหลวง ร.10 ที่ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ เปรียบเสมือนเป็นปาฏิหาริย์ ตอนนี้รู้สึกอุ่นใจที่เด็กปลอดภัย และอยู่ภายในถ้ำกับทางทีมแพทย์ ซึ่งคงดีกว่าก่อนหน้านี้ที่ต้องอยู่ภายในโลกที่มืดมิด

ส่วนที่โค้ชเอกดูแลเด็กที่อยู่ภายในถ้ำได้เป็นอย่างดี ตนถือว่ามีความเป็นผู้นำ และอยากขอบคุณ ซึ่งถ้าตนได้อัดคลิปวิดีโอไปให้เด็ก ๆ ดูนั้น อยากบอกว่ายายรักทั้ง 13 คนมาก และรู้สึกเป็นห่วง ซึ่งคนจากทั่วประเทศทุกศาสนาคอยสวดมนต์เอาใจช่วยเด็กๆอยู่ซึ่งตนก็รู้สึกขอบคุณเด็กๆเหล่านี้

หลังจากนี้ ตนคิดว่า หากโค้ชเอกออกมา ต้องมีการเยียวยาสภาพจิตใจและทางตนไม่คิดจะโทษโค้ชเอก เพราะแต่ละคนมีความรักและความผูกพันกันเป็นอย่างมาก ซึ่งตนเชื่อว่าหากวันที่เด็กต้องดำน้ำออกมา โค้ชเอกสุขภาพร่างกายดีพอก็จะพาเด็ก ๆ ออกมาได้ด้วยเช่นกัน และโชคดีที่น้องโน้ตว่ายน้ำเป็นบ้าง

นอกจากนี้ คำพูดของครูบาบุญชุ่ม ถ้าพูดออกมา เชื่อว่าจะสมดั่งใจปรารถนา พร้อมพูดถึงน้องโน้ตทั้งน้ำตาว่า ตนหวังให้หลานของตนออกมาอย่างปลอดภัย ซึ่งถ้าหลานออกมาก็อยากบอกว่า ตนรักเหมือนแก้วตาดวงใจ และตนเป็นห่วงมาก

นางอิน วารินต๊ะ อาของโค้ชเอก เปิดเผยว่า ตอนนี้ความเป็นห่วงลดลงมากแล้ว เพราะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล ส่วนตัวมีความภูมิใจในความเสียสละของโค้ช เพราะโค้ชเป็นคนที่ชอบแบ่งปันเด็ก ๆ เสมอ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทำทุกอย่างเพื่อเด็ก ๆ ได้ คิดว่านิสัยเหล่านี้อาจเกิดจากสิ่งที่โค้ชเคยบวชมาตั้งแต่เด็ก ส่วนเรื่องที่โค้ชเข้าไปตามหาเด็ก ๆ หลังติดถ้ำหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่ทราบ เพราะขณะนั้นตนเองอยู่ที่จังหวัดลำพูน

นางอิน กล่าวต่อว่าว่า หากเจ้าหน้าที่เชื่อมสัญญาณโทรศัพท์เข้าไปในจุดเนินนมสาวได้ สิ่งแรกที่จะพูดกับโค้ชคือ ขอให้โค้ชสู้ ๆ ทุกคนเป็นกำลังใจให้ ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิดเป็นภัยจากธรรมชาติ ส่วนเรื่องที่อาจจะมีบางคนคิดว่าโค้ชผิด จนไม่อยากให้ออกมาจากถ้ำนั้น ตนเองไม่อยากให้โค้ชคิดแบบนั้น

เพื่อนห่วง

นายจ้อย คำผาย หรือ บอล รุ่นพี่โค้ชเอก เผยว่า โค้ชเอกเป็นคนนิสัยดี รักเด็ก มีน้ำใจช่วยเหลือเด็กในทีมฟุตบอล ทำให้ค่อนข้างสนิทกับเด็กเหล่านี้ ผู้ปกครองในทีมหมูป่า ก็ค่อนข้างรักและไว้ใจโค้ชเอก เพราะโค้ชตั้งใจและเต็มใจสอนเด็กอย่างเต็มที่ ตนเชื่อว่าโค้ชเอก เป็นคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ชีวิตค่อนข้างสูง

ส่วนกรณีดราม่าเรื่องโค้ชเอก ตนคิดว่าสังคมโซเชียลชอบเรื่องดราม่า ทั้งที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ ไม่ได้รู้จักกับโค้ชเอกจริง ๆ ก็ไปวิจารณ์แบบนั้น ตนคิดว่าคนที่รู้จักและไม่รู้จักก็ต่างก็ให้กำลังใจ บางคนบอกว่า โค้ชเอกไม่มีญาติมารอหน้าถ้ำ ตนอยากชี้แจงว่าไม่ใช่ความจริง โค้ชเอกก็ยังมีป้า มีเด็กลูกศิษย์วัด และมีตนคอยให้กำลังใจ หากไม่มีใครไปรอรับ ตนเองก็จะไปรอรับหน้าถ้ำด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ตนคิดว่าตอนนี้โค้ชเอกคงจิตตกพอสมควร เพราะเท่าที่ตนดูจากในคลิปของหน่วยซีล สังเกตเห็นว่าโค้ชเอกไม่ยอมพูดอะไรหรือให้สัมภาษณ์ใด ๆ โค้ชเอกอาจคิดว่าตัวเองมีความผิดที่พาเด็ก ๆ เข้าไป แต่ตนอยากให้กำลังใจว่า ทั่วโลกและทั่วประเทศยังให้กำลังใจอยู่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้มีช่องทางติดต่อสื่อสารกันได้โดยเร็ว อยากให้โค้ชเอกได้ระบายความรู้สึก หรือพูดคุยกับญาติพี่น้องคนสนิทบ้าง ตนอยากบอกว่าทุกคนไม่ได้โกรธเคืองอะไร ขอให้โค้ชกลับออกมาแล้วสอนเด็กได้เหมือนเดิม เพราะเหตุการณ์นี้ ไม่มีใครอยากให้เกิด มันเป็นอุบัติเหตุทางธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าคนที่วิพากษ์วิจารณ์โค้ชเอก เขาคงไม่รู้ก็เลยพูด แทนที่จะมองว่าคนไทยส่งกำลังใจไปที่ถ้ำหลวงกัน ตนอยากให้มองที่ด้านบวกมากกว่าด้านลบ ยอมรับว่าหากโค้ชเอกออกมาจากถ้ำแล้ว ก็คงมีความวิตกกังวล ไม่กล้าที่จะสู้หน้าใคร เพราะกลัวถูกต่อว่าจากสังคมหรือผู้ปกครอง อีกทั้ง คงวิตกว่าหากออกจากถ้ำมาแล้ว ผู้ปกครองไม่ให้เด็กมาเตะฟุตบอลกับโค้ชอีก โค้ชก็อาจจะอยากอยู่คนเดียว ส่วนตัวอยากให้กำลังใจโค้ชเอกให้เข้มแข็งไว้ เพราะไม่มีใครโทษโค้ชเอก

 

ที่มา : sanook

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าวข่าวต่างประเทศ ,ข่าวกีฬา

ข่าวเด่น ข่าววันนี้
- 6-07-2018 8:53:34 โพสต์โดย : apache คนดู อ่าน 72 คน คน