ห้ามผลิต-จำหน่าย-นำเข้า “ไขมันทรานส์”มีผลอีก 6 เดือน

ห้ามผลิต-จำหน่าย-นำเข้า “ไขมันทรานส์“มีผลอีก 6 เดือน

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศห้ามผลิต จำหน่าย และนำเข้ากรดไขมันทรานส์ มีผลบังคับใช้อีก 180 วันหรือ 6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่าส่งผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือด

ห้ามผลิต-จำหน่าย-นำเข้า "ไขมันทรานส์"มีผลอีก 6 เดือน

วันนี้ (15 ก.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ.2561 เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย โดยปรากฏหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่า กรดไขมันทรานส์ (Trans Fatty Acids) จากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenated Oils) ส่งผลเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่งและมาตรา 6 (8)แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนและอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารที่ห้ามผลิต น้ำเข้า หรือจำหน่าย

ข้อ 2 ประกาศฉบับนี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ห้ามผลิต-จำหน่าย-นำเข้า "ไขมันทรานส์"มีผลอีก 6 เดือน

ที่มา  thaipbs.or.th

ไขมันทรานส์…ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม!

ไขมันทรานส์…ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม!

Trans Fat หรือ ไขมันทรานส์ เป็นกรดไขมันชนิดหนึ่งที่พบได้ในปริมาณเล็กน้อยตามธรรมชาติ แต่เพื่อประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหารจึงได้ผลิตไขมันทรานส์ขึ้นและนำมาเป็นส่วนผสมในการผลิตอาหาร เพื่อยืดอายุของอาหาร เพิ่มความคงตัวของรสชาติ และยังช่วยลดต้นทุนการผลิต อาหารที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ก็เช่น มันฝรั่งทอด ข้าวโพดคั่ว เฟรนช์ฟรายด์ คุกกี้ โดนัท เบเกอรี่ที่ใช้เนยขาวหรือเนยเทียมเป็นส่วนประกอบ อาหารแช่แข็ง หรือครีมเทียมบางชนิด

แม้จะมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอาหาร แต่หากบริโภคเข้าไปในปริมาณมากก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะไขมันทรานส์จะไปลดปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดีในเลือด (HDL) และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในร่างกาย นอกจากนี้ไขมันทรานส์ยังย่อยสลายได้ยากกว่าไขมันชนิดอื่น ทำให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น จึงอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ผิดปกติกับร่างกาย จนนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ ดังนี้

  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • โรคเบาหวาน
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจขาดเลือด

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข กำลังอยู่ในระหว่างจัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร “ห้ามใช้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (ไขมันทรานส์) ‘ยกเว้น’ การใช้ในการผลิตอาหารเพื่อการส่งออก”

ในส่วนของผู้บริโภคเอง สามารถเลือกบริโภคโดยดูข้อมูลบนส่วนประกอบ (Ingredients) ว่ามีการใช้ไขมันทรานส์หรือไม่ ซึ่งอาหารบางชนิดอาจจะระบุไขมันทรานส์ในชื่ออื่นๆ เช่น Vegetable Oil Shortening, Hydrogenated Vegetable Oil, Hydrogenated Margarine, Shortening และอีกหนึ่งจุดสังเกตคือ ตารางโภชนาการ (Nutrition Facts) โดยดูที่ข้อมูลไขมันรวม (Total Fat) ซึ่งหากมีการใช้ไขมันทรานส์ก็จะมีขึ้นบอกไว้ที่ส่วนนี้เช่นกัน

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค ต้องใส่ใจสังเกตสักนิดก่อนรับประทาน จะช่วยต่ออายุเราให้ยืนนานได้นะจ๊ะ

ที่มา  goodeatingwellbeing.com 

คลิปข่าววีดีโอข่าววันนี้คลิบข่าววันนี้ , คลิปวันนี้

ดูตารางการแข่งขันทั้งหมด ที่นี่ , ตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2018 , ฟุตบอลโลก 2018 , #บอลโลก2018

ข่าวเด่น ข่าววันนี้
- 15-07-2018 8:59:21 โพสต์โดย : up2u คนดู อ่าน 226 คน คน