คดีพลิก! ผัวใหม่ถูกผัวเก่าฆ่า ญาติแฉเมียลวงไปตาย บอกป้องกันตัวแต่รัวหมดแม็ก

คดีพลิก! ผัวใหม่ถูกผัวเก่าฆ่า ญาติแฉเมียลวงไปตาย บอกป้องกันตัวแต่รัวหมดแม็ก

คดีพลิก

จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 61 เวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่หมู่บ้านหรู ย่านโชคชัย 4 จึงเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น หน้าห้องน้ำภายในบ้าน พบศพนายณัฐพล หรือ แบงค์ อายุ 20 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณหน้าอก 2 นัด สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมาตามหาแฟนเก่า ก่อนบุกเข้ามาภายในบ้านแล้วมีปากเสียงกันรุนแรง กระทั่งแฟนใหม่ของฝ่ายหญิงมาเห็นเหตุการณ์ จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตาย 2 นัด ต่อมาตำรวจได้คุมตัวผู้ที่ก่อเหตุไว้สอบสวนตามกฎหมาย

(8 ส.ค.61) วัดลาดพร้าว กรุงเทพฯ นายสมสกู พ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตัวเองได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า น.ส.แอล ซึ่งเป็นแฟนสาวของนายแบงค์ ลูกชายตนที่เสียชีวิต คาดว่าอาจจะเป็นนกต่อที่ล่อลวงให้นายแบงค์ไปที่บ้านหลังดังกล่าวและโทรเรียกให้นายหนุ่มตามมายิง ซึ่งตนยืนยันว่า จะดำเนินคดีจนถึงที่สุด และแจ้งความเพิ่มหลังจากนี้

นายสมสกู เล่าต่อว่า ลูกชายของตนรักและหลงผู้หญิงคนนี้มาก ตลอดเวลาที่น.ส.แอลเข้ามาอยู่ที่บ้าน ลูกชายไม่เคยออกไปไหน คอยดูแลแฟนคนนี้ทุกอย่าง ทั้งหาข้าวให้กิน พ่อแม่พูดอะไรก็ไม่เคยเชื่อฟัง แต่จะเชื่อแค่เมีย ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงเวลาที่นายแบงค์และน.ส.แอล อยู่ในบ้านของตน เคยถูกข่มขู่ก่อกวนมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์มายิงปืนใส่ที่ประตูบ้าน จนเป็นรู 3 นัด ล่าสุดเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีคนเอาระเบิดเพลิงมาขว้างใส่หน้าบ้าน จนเกิดเพลิงไหม้ลามไปถึงข้าวของที่ใช้ทำมาหากินเสียหาย ซึ่งทั้ง 2 กรณีได้แจ้งความไว้หมดแล้วที่ สน.โชคชัย แต่คดีไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ก่อนหน้านี้เพียง 10 วัน ตนจึงได้ตัดปัญหาดังกล่าว โดยการไล่ลูกชายและน.ส.แอลออกไปอยู่ที่อื่น เพราะกลัวว่าคนในบ้านจะถูกลูกหลง หากมีเหตุการณ์ข่มขู่ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ลูกชายตนถูกยิงเสียชีวิต

โดยเมื่อวานนี้ ตนได้คุยกับ นายหมี เพื่อนของลูกชาย ทำให้ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายแบงค์นั่งเล่นเกมและคุยกับน.ส.แอลทั้งคืน จนช่วงเวลา 05.00 น. นายแบงค์บอกว่าจะกลับบ้าน ซึ่งตนไม่ทราบว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น น.ส.แอลเป็นคนเรียกนายแบงค์ให้ไปที่บ้านหลังดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ยืนยันว่า นายแบงค์ไม่เคยตามไปรังควาญนายหนุ่ม แต่กลับถูกคู่กรณีตามข่มขู่มาโดยตลอด ซึ่งเห็นได้ชัดจากทั้ง 2 เหตุการณ์ ที่ถือว่าไม่ธรรมดา ส่วนตัวไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่ แต่ทราบจากเพื่อนของนายแบงค์ว่า ผู้ก่อเหตุจะพกปืนอยู่ตลอดเวลา

ด้าน นางจารี แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยว่า นายแบงค์เป็นแฟนใหม่ของน.ส.แอล ที่คบหากันมาได้ 2-3 ปีแล้ว แต่ก่อนหน้านี้น.ส.แอลและนายหนุ่มเคยอยู่กินด้วยกัน และมีลูกสาวด้วยกัน 2 คน ก่อนจะเลิกรากันไป เพราะน.ส.แอลมาติดพันลูกชายตน ตลอดเวลาที่นายแบงค์กับน.ส.แอล มีบางครั้งที่อาจจะทะเลาะกันบ้าง แต่ในวันที่เกิดไม่ทราบว่านายแบงค์ไปทำอะไรที่บ้านหลังนั้น จนช่วงเที่ยงตำรวจโทรมาบอกว่านายแบงค์ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

ขณะที่ นายหนุ่ม ผู้ก่อเหตุ ยอมรับว่า ตนและน.ส.แอล เคยอยู่กินด้วยกันและมีลูกสาว 2 คน ก่อนเลิกรากันไป เพราะแอลไปติดพันกับผู้ตาย จนระยะหลัง น.ส.แอล เริ่มตีตัวออกห่าง เพราะผู้ตายเคยมีคดีเรื่องยาเสพติดและติดคุก แต่ก็ถูกผู้ตายตามมารังควาญที่บ้านหลังปัจจุบัน ซึ่งตัวเองเห็นว่าไม่ปลอดภัย กลัวว่าลูกสาวที่ยังเด็กจะได้รับอันตราย จึงให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุกับน้องชายและน้องสะใภ้ เพราะมีการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนากว่า

จนช่วงเช้ามืดของวันเกิดเหตุ ตนได้รับโทรศัพท์จากอดีตภรรยาว่ามีแบงค์พยายามบุกเข้ามาในบ้าน จึงรีบคว้าปืนพกซึ่งมีใบอนุญาตถูกต้อง และขับรถไปที่บ้านหลังเกิดเหตุซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน เมื่อไปถึงเห็นว่าประตูรั้วถูกงัด จึงชั่งใจอยู่ว่าจะแจ้งตำรวจดีหรือไม่ แต่คิดว่าหากมัวแต่รออยู่คนในบ้านก็จะไม่ปลอดภัย จึงคว้าปืนจากในรถและรีบขึ้นบ้านไป ก่อนเดินสำรวจหาตัวคนร้าย โดยไล่จากชั้น 1 ขึ้นไปจนถึงชั้น 3 ก็รู้สึกผิดสังเกต เนื่องจากปกติจะเปิดไฟทิ้งไว้ตลอดเวลา แต่ตอนนั้นไฟดับหมดและห้องน้ำถูกปิดอยู่ จึงตะโกนเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จนรู้สึกได้ว่าหลังประตูห้องน้ำมีคนซ่อนตัวอยู่ จึงใช้เท้าดันประตูเข้าไป และตัดสินใจยิงปืนใส่ 1 นัดแรก แต่ประตูห้องน้ำถูกดันกลับออกมา จึงยิงนัดที่ 2 และเริ่มถอยกลับจะลงสู่ชั้นล่างเพื่อดูเชิง แต่คนร้ายพยายามวิ่งเข้ามาประชิดตัว จึงรัวปืนใส่ไป 1 ชุด โดยไม่ได้นับว่ายิงกี่นัดและหยุด

ระหว่างนั้นคนร้ายยังพยายามวิ่งเข้ามาประชิดต่อ ตนจึงรัวปืนใส่อีกครั้ง จนคนร้ายล้มลง จึงไปเปิดไฟและเรียกภรรยากับคนในบ้านให้ออกมาดูและโทรแจ้งตำรวจ โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต แต่ต้องทำเพราะป้องกันตัว ทั้งนี้ตนไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลตามที่ครอบครัวของผู้ตายสงสัย หลังเกิดเรื่องยังไม่ได้ติดต่อครอบครัวของผู้ตาย แต่จะส่งตัวแทนนำพวงหรีดและเงินช่วยเหลือค่าทำศพไปมอบให้ ซึ่งตนไม่ทราบว่าครอบครัวจะรับหรือไม่

ที่มา : sanook

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าวข่าวต่างประเทศ ,ข่าวกีฬา

ข่าวเด่น ข่าววันนี้
- 9-08-2018 9:26:48 โพสต์โดย : apache คนดู อ่าน 324 คน คน