พ่อขออโหสิกรรม ไม่เอาเรื่องปมลูกสาวสักลาย ติดเอชไอวีตายตามเพื่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดวิเวศธรรมคุณ (วัดนาฮุง) บ้านน้อยสนามบิน ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย ญาติพี่น้องได้จัดทำพิธีฌาปนกิจศพ นางสาวขวัญฤดี อายุ 22 ปี ที่เป็นข่าวเสียชีวิตหลังจากการสักลายที่ขาที่คลองหลอด พร้อมด้วยเพื่อนอีก 3 คน กระทั่งติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมด

จากนั้นนางสาวขวัญฤดีได้ปวดท้องอย่างรุนแรง ไปหาหมอที่ จ.ปทุมธานี จนอาการดีขึ้นและไปหาญาติที่ จ. เชียงใหม่ ก่อนจะพบว่าอาการปวดท้องรุนแรงส่งเข้า รพ.นครพิงค์เชียงใหม่ 2 รอบ จนพบว่ามีอาการติดเชื้อเอชไอวี ระดับ 3 กระทั่งส่งต่อรักษาที่ จ.เลย

โดยหมอได้ฉีดวัคซีนต้านทานโรคให้ 1 เข็ม กระทั่งคนไข้เจ็บไม่ไหว ได้เสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ้งก่อนหน้านั้นเพื่อนอีก 3 คนได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านั้น ด้วยอาการติดเชื้อเอชไอวี ภายในเดือนเดียวกัน เสียชีวิตถึง 4 ศพแล้ว

โดยช่วงเช้าวันนี้ (2 ก.ย.) มีญาติมาร่วมฟังการสวดอภิธรรมกว่า 30 คน อย่างเรียบง่าย ก่อนที่ในเวลา 14.30 น. จะมีการทำพิธีฌาปนกิจศพ ทางญาติและเพื่อนๆ ที่มาร่วมงานยังคงสงสัยเกี่ยวกับประเด็นการเสียชีวิตที่แท้จริงของนางสาวขวัญฤดี

พี่สาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ทราบว่าน้องสาวไปสักลายที่ขาพร้อมด้วยเพื่อนอีก 3 คน ใน จ.ปทุมธานี เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พอมีอาการป่วยก็ไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่แพทย์ไม่ได้บอกว่าเป็นโรคเอชไอวี กระทั่งเดือนมิถุนายน น้องสาวไปหาญาติที่ จ.เชียงใหม่ หลังเกิดอาการที่ปวดท้องอย่างรุนแรง พบว่าน้องสาวเป็นเอชไอวีระดับ 3 พ่อจึงได้นำตัวกลับมารักษาที่บ้าน และเสียชีวิตลง

โดยส่วนตัวเชื่อว่าน้องสาวพร้อมเพื่อนอีก 3 คน ติดเชื้อเอชไอวีมาจากการสักที่ขาพร้อมๆ กัน และไม่เชื่อด้วยว่าน้องสาวติดเชื้อมาก่อนหน้านั้น เพราะได้โทรไปสอบถามแฟนน้องสาวบอกว่าเขาไม่ได้รับเชื้อแต่อย่างใด จึงไม่เชื่อว่าน้องสาวติดเชื้อมาก่อนหน้านั้น

ขณะที่ พ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ทราบว่าลูกสาวไปสักที่ขาพร้อมเพื่อนอีก 3 คน เพื่อนที่สักด้วยกันก็ทยอยเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ที่ จ.นครปฐม และ จ.ปทุมธานี รวมลูกสาวของตนก็เป็นศพที่ 4 ช่วงที่ป่วยนั้น ลูกสาวมีอาการเป็นแผลผุผองที่ขาซ้ายและริมฝีปากด้วย

โดยวันที่ไปรับใบชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาล หมอให้ใบชันสูตรมาระบุว่าเสียชีวิตจากการติดเชื้อเอชไอวีและ วัณโรคเกี่ยวกับตับหรือไตอะไรสักอย่าง ส่วนข้อสันนิษฐานว่าลูกสาวน่าจะติดเชื้อมาก่อนหน้านั้น ไม่ทราบและไม่น่าเป็นไปได้ ส่วนการดำเนินคดีกับร้านสักลาย คงไม่ทำอะไร เพราะลูกสาวไปสบายแล้ว ไม่อยากจะเอาเรื่องเอาราวใดๆ ทั้งนั้น

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายแพทย์ท่านหนึ่ง ระบุว่า ผู้ป่วยติดเชื้อรายนี้ หากพิจารณาดูภาพรวมของอาการตลอดระยะเวลา 6-7 เดือน ที่ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี จนถึงระดับ 3 ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะโรคนี้ต้องฟูมฟักโดยไม่รักษานานกว่า 4-5 ปี หากภูมิต้านทานไม่แข็งแรงพอก็จะมีโรคแทรกซ้อน ทำให้อาการทรุดลงได้ แต่หากมีการรักษา ตรวจเลือด กินยาต้านอยู่สม่ำเสมอ น่ายังจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนาน

ที่มา sanook

 

ข่าวเด่น ข่าววันนี้
- 2-09-2018 8:54:22 โพสต์โดย : midnight คนดู อ่าน 68 คน คน