แม่เด็กสาวเปิดปาก ไม่รู้ผัวขืนใจลูกถึง 5 ปี ไม่เคยได้ยินเสียงร้องให้ช่วย

แม่เด็กสาวเปิดปาก ไม่รู้ผัวขืนใจลูกถึง 5 ปี ไม่เคยได้ยินเสียงร้องให้ช่วย

ขืนใจลูกถึง 5 ปี

จากกรณี จากกรณีอาของเด็กสาว 17 ปี ที่ถูกพ่อข่มขืนนาน 5 ปี ได้เปิดบัญชีขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กสาว จนกระทั่งเป็นกระแสวิจารณ์อย่างหนัก เมื่ออาของเด็กสาวนำเงินบริจาคไปซื้อรถยนต์กระบะคันใหม่ โดยเด็กสาว 17 ปียืนยันว่าตัวเองเป็นคนอยากได้รถคันนี้เอง

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้เดินทางต่อมายังบ้านโนนเจริญ หมู่9 ซอยวัดป่าโพธิ์ศรี ตำบลกกปลาซิว อำเภอภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นที่อยู่ของ นางแก้ว (นามสมมติ) ภรรยาผู้ต้องหา และเป็นมารดาของน้องเจี๊ยบ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย โดยระหว่างทางไปบ้านของนางแก้วต้องเข้าซอยไปกว่า 8 กิโลเมตร และตลอดระยะทางเป็นดินลูกรัง ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ

นางแก้ว แม่ของน้องเจี๊ยบ เปิดใจว่า ก่อนหน้านี้ หากตนออกมาพูดอะไรสังคมก็จะหาว่าตนมาแก้ข่าว ตนยืนยันว่าตลอด 5 ปี ไม่เคยทราบมาก่อนว่าสามีข่มขืนลูก ซึ่งหากตนช่วยสามีปิดบังเรื่องดังกล่าวจริง เหตุใดตนถึงปล่อยให้ลูกไปแจ้งความจับสามี คนเป็นแม่ไม่มีทางที่จะปล่อยให้ลูกต้องเป็นแบบนี้

เขาเป็นลูกแท้ๆ ของตน ไม่ใช่พ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยงที่จะปล่อยให้ลูกโดนกระทำชำแล้วไม่ช่วยเหลือ ซึ่งเมื่อก่อนนี้เท่าที่ตนเห็นเวลาสามีและลูกอยู่ด้วยกัน ก็จะพากันไปตัดไม้ตัดฟืนในป่า แต่ไม่เคยได้ยินเสียงลูกร้องไห้หรือขอความช่วยเหลือในลักษณะที่ถูกกระทำชำเรา ส่วนมากตนจะเห็นเพียงสามีตีลูก เวลาลูกเถียง

สำหรับเรื่องยาคุมที่พบในบ้านที่เกิดเหตุ ตนเองยืนยันว่าไม่ใช่เป็นยาคุมที่ตนซื้อมาให้ลูกสาวทาน แต่เป็นยาที่ตนซื้อมากินเอง เหตุผลที่ต้องซื้อยาคุมมาเก็บไว้คราวละมาก ๆ เพราะที่บ้านอยู่ห่างไกลจึงต้องซื้อตุนไว้ และที่มีข่าวว่าตนเองเป็นคนบอกให้ลูกสาวไปถอนแจ้งความพ่อนั้น ก็ไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยบอกให้ลูกสาวถอนแจ้งความเลย

นางแก้ว ระบุว่า เรื่องว่าตนอยากให้สามีได้รับการประกันตัวนั้น ตนไม่มีเหตุผลจะให้สามีออกมาจากคุก เพราะสามีทำกับลูกขนาดนี้ ก็ไม่ใช่คนแล้ว ซึ่งหากสามีจะต้องตายคาคุกก็คงเป็นเรื่องของเวรกรรม เพราะขนาดเขาเป็นพ่อแท้ ๆ ยังกล้าทำแบบนี้ หากติดคุกแล้วตายไปได้ก็คงดี

หลังทราบจากข่าวว่าลูกสาวและอา มีการเปิดบัญชีขอรับบริจาคเงิน ตนมองว่าเป็นเรื่องของเขา แต่ทั้งนี้ ลูกตนมีนิสัยเป็นคนซื่อ เชื่อคนง่าย ใครพูดอะไรก็ฟัง ส่วนเรื่องรถยนต์ ตนไม่เชื่อว่าลูกสาวเป็นคนอยากได้เอง เพราะลูกตนขับรถไม่เป็น หนังสือก็ไม่ไดัเรียน จะไปกดเอทีเอ็มเป็นได้อย่างไร เพราะทั้งครอบครัวก็มีตนเพียงคนเดียวที่กดเอทีเอ็มเป็น

ทั้งนี้ ยอมรับว่าตนก็เป็นห่วงที่ลูกจะนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แต่ตนก็ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งกับเงินส่วนนั้น เพราะคนที่บริจาคมาเขาก็ช่วยลูกด้วยความสงสาร ตนไม่เคยคิดอยากได้เงินของลูก ตนก็ขอให้ลูกรู้จักใช้เงิน

นางแก้ว กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนเองคิดถึงลูกเหมือนกัน แต่ไม่รู้ลูกสาวจะยังคิดถึงตนหรือไม่ หากไม่คิดถึงกันก็ไม่เป็นไร เพราะขณะนี้สังคมยังประนามตนอยู่ หากจะช่วยอะไรลูก ตนคงช่วยอะไรไม่ได้นัก แต่หากวันนี้ลูกสาวอยากกลับมาอยู่กับตน ตนก็ยินดีที่จะให้กลับมาอยู่ด้วยกัน ตนยังรักลูกเหมือนเดิม อยากคุยกับลูกแต่ก็ไม่มีโอกาส ก็คงต้องเป็นหลังจากคดีความเสร็จสิ้น ตอนนี้ถ้าได้บอกลูก ก็คงพูดได้เพียงว่า “แม่ก็คิดฮอดลูกคือเก่า”

ขณะที่ น้องเจี๊ยบ (นามสมมติ) เปิดเผยว่า วันนี้ตนเองก็รู้สึกสบายใจมากขึ้นหลังจากเปิดบัญชีแล้ว ตนยืนยันว่าอาไม่เคยเอาเงินตนไปใช้ อาเขาก็มีเงินของเขาที่ไว้ใช้เอง ส่วนตัวตอนนี้ก็ยังมีความกังวลอยู่บ้าง ว่าแม้เงินจะเข้าบัญชีตนแล้ว แต่ก็ยังมีคนกล่าวหาว่าอาเอาเงินตนไปใช้ซื้อของอยู่

น้องเจี๊ยบ ยังกล่าวถึงแม่ของตัวเองว่า ไม่คิดอยากกลับไปหาแม่ ยืนยันว่าแม่ทราบเรื่องมาตลอดว่าตนถูกพ่อข่มขืน ส่วนเรื่องยาคุมกำเนิดนั้น แม่ก็เป็นคนซื้อมาให้ตนกินโดยพ่อเป็นคนสั่ง แม่ไม่ได้กินยาคุมมา 2 ปีแล้ว เพราะแม่ต้องการปล่อยตัวเพื่อตั้งครรภ์ ตนเคยบอกแม่ว่าอยากไปแจ้งความ แต่แม่กลับบอกว่า “รอให้ท้องก่อนค่อยไปแจ้งความ” ซึ่งตนต้องอยู่อย่างไม่กล้าบอกใคร ขณะนี้ตนขออยู่กับอา ไม่กลับไปหาแม่อีกแล้ว

นอกจากนี้ ตนขอกล่าวถึง นางนงค์เยาว์ คนที่ร่วมเปิดบัญชีบริจาคว่า นางนงค์เยาว์ยังเคยพูดกับตนให้ไปทำงานขายบริการที่พัทยาด้วย โดยพูดในทำนองว่า ตนเคยเสียตัวมาแล้วแต่ไม่ได้เงิน ถ้าไปเสียตัวที่พัทยาก็จะได้เงินด้วย เชื่อว่าเขาคิดอย่างที่พูดจริง แล้วยังพูดอีกว่าหากคดีเสร็จสิ้นจะพาตนไปทำงานขายบริการอยู่ที่พัทยา ซึ่งเขาพูดอยู่แบบนี้ถึง 2 ครั้ง ทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจ และเลือกจะนำเงินบริจาคออกจากบัญชีเดียวกันกับเขา

ที่มา :AmarinTV sanook

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , คลิปข่าวข่าวต่างประเทศ

ข่าวเด่น ข่าววันนี้
- 3-11-2018 10:11:20 โพสต์โดย : mintcss คนดู อ่าน 1,095 คน คน