แม่เหยื่อตามล่าตัวชายหรอกเงินครู ล่วงละเมิดลูกชาย

 

 

จากกรณีจากกรณีชายนิรนาม หลอกบรรดาครูว่ากำลังจะไปบวช และอ้างว่าครูเคยสัญญาว่าหากบวชจะซื้อผ้าไตรให้ เมื่อมีผู้หลงเชื่อเอาเงินให้ เพื่อหวังทำบุญ หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวหลบหนีไป

 

 

กระทั่งล่าสุดบรรดาครูต่างแจ้งเตือนภัยในกรุ๊ปไลน์และช่องทางสื่อโซเชียลว่า ชายคนดังกล่าวเป็นอันตราย หากพบเห็นกรุณาอย่าหลงเชื่อ และรีบแจ้งความทันที ล่าสุด ได้รับข้อมูลว่า ชายรายดังกล่าวก่อเหตุล่วงละเมิดเด็กชาย

 

 

วันที่ 5 พ.ย. 61 นางยิ้ม (นามสมมติ) แม่ของน้องบิว (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เปิดเผยว่า ลูกชายตนลูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนสังเกตว่าลูกมีอาการเงียบผิดปกติและเก็บตัว จึงถามว่าเป็นอะไร แต่ลูกก็ไม่ยอมบอก หลังจากนั้นไปเปิดดูแชตการสนาในเฟซบุ๊กดูว่า ลูกคุยกับใครบ้าง กระทั่งเจอแชทหนึ่งพูดคุยกับลูกในทำนองที่ว่าชักชวนให้มาหาและจะให้ค่าขนม

เมื่อตนเห็นดังนั้นจึงไปสอบถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะตนรู้หมดแล้ว แต่ลูกก็ยังเงียบและไม่ยอมพูด ตนจึงติดต่อไปหาชายที่สนทนาข้อความเฟซบุ๊กกับลูก ซึ่งมาทราบภายหลังว่าบุคคลดังกล่าวบอกกับลูกตนว่าชื่อไอซ์ อ้างเป็นหมอที่ศิริราช ก่อนที่ตนจะบอกกับไอซ์ว่ารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว และถามว่าหลอกลูกตนทำไม ซึ่งตนไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ซึ่งไอซ์ถามเพียงว่าตนจะเอายังไง แต่ขอให้ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ คุยกัน ตนจึงตอบกลับไปว่าก็ไม่เอายังไง เพราะจริง ๆ อยากจะให้เข้าคุก แต่ไอซ์บอกให้ตนคิดดี ๆ และขอชดใช้ค่าเสียหาย 50,000 บาท แต่ขอเป็นผ่อนจ่าย เนื่องจากต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ที่อยู่ต่างจังหวัด

กระทั่งวันที่ 26 ต.ค. ตนได้โทรศัพท์ไปขอภาพกล้องวงจรปิดหอพักที่ลูกไปหา แต่เจ้าของหอแจ้งว่าน้องบิวมาที่แห่งนี้เป็นวันที่ 6 ต.ค. ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดจะบันทึกได้เพียง 15 วัน จึงไม่สามารถให้ภาพได้

ต่อมา 29 ต.ค. 61 ตนโทรศัพท์ติดต่อหาไอซ์ ซึ่งไอซ์ก็รับสายปกติ พร้อมกับบอกว่า จะโอนเงินให้วันรุ่งขึ้นเวลา 19.00 น. และวันถัดมาเวลาประมาณ 20.00 น. ตนไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อเช็กยอดเงิน แต่ก็พบว่าไม่มีเงินโอนเข้ามา จึงโทรศัพท์ไปหาไอซ์อีกครั้ง แต่ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้เลย

ตนจึงโทรศัพท์ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอคำแนะนำ เนื่องจากไม่สามารถติดต่อนายเต้ยได้ ส่วนภาพกล้องวงจรปิดก็ถูกลบไปแล้ว เนื่องจากกล้องวงจรปิดสามารถเก็บภาพได้ 15 วันเท่านั้น ตนจึงมีเพียงหลักฐานการแชทและพยานบุคคลเท่านั้น

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า หากไม่มีภาพกล้องวงจรปิด มีเพียงหลักฐานการแชท ซึ่งไม่มีทางรู้เลยว่าใครเป็นมาคุย จึงเป็นหลักฐานที่อ่อนพอสมควร หากต่อสู้คดีไป ผู้ก่อเหตุก็สามารถประกันตัวในชั้นศาลได้ ตนจึงยังไม่ได้แจ้งความไว้

 

 

หลังจากนั้นตนพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับไอซ์ทั้งหมด จนทราบว่าจริง ๆ แล้วนายไอซ์เป็นใคร ทำอะไรที่ไหน และพยายามติดต่อไปหาเพื่อนในเฟซบุ๊กของนายไอซ์แต่ไม่ตอบ บางรายบล็อกตนทันที แต่มีอยู่คนหนึ่งที่แชทมาหาตน และบอกว่าถูกหลอกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ตนเคยไปบ้านของนายไอซ์ตามข้อมูลที่ทราบมา แต่เมื่อไปถามคนในละแวก ก็พบว่าไม่มีใครรู้จัก

หลังจากนั้นไม่นาน มีผู้ใช้ไลน์ทักมาหาตน และพิมพ์ข้อความส่งมาในลักษณะเยาะเย้ยที่หาตัวนายไอซ์ไม่เจอ แต่ตนก็ไม่ได้ตอบอะไร กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ตนแชทตอบกลับไปว่า สนุกกันให้พอ เพราะกฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ซึ่งแจ้งเตือนว่าอ่านแล้ว แต่มีการตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ตนตัดสินใจถามลูกอีกครั้งว่า นายไอซ์ทำอะไรลูกบ้าง ซึ่งลูกก็ไม่ยอมบอก ตนจึงบอกว่าถูกสอดใส่ทางรูทวารหรือไม่ ถ้าใช่ตนจะพาลูกไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพราะกลัวจะติดเชื้อมา ซึ่งลูกก็ปฏิเสธที่จะไปตรวจ โดยบอกแค่ว่านายไอซ์ได้ใช้ปากจนสำเร็จความใคร่ และขอให้ตนเลิกยุ่งเรื่องนี้ เพราะอายที่จะต้องบอกให้คนอื่นรับรู้

 

ข่าวเด่น ข่าววันนี้
- 5-11-2018 5:58:32 โพสต์โดย : F10_Thank you คนดู อ่าน 49 คน คน