ชาวบ้านยัน เห็นแสงไฟวูบวาบ คนดูแลบ้านร้างเฝ้า 2 ปี ไม่เจอผี หรือแสงไฟฉาย?

ชาวบ้านยัน เห็นแสงไฟวูบวาบ คนดูแลบ้านร้างเฝ้า 2 ปี ไม่เจอผี หรือแสงไฟฉาย?

เห็นแสงไฟวูบวาบ

ชาวบ้านยังผวากระสือ บอกต่อๆ กันเห็นแสงไฟวูบวาบ ลอยเหนือพื้นพอสมควร ด้านคนดูแลบ้านร้างยืนยัน เฝ้ามา 2 ปีไม่เจอผี หรือจะเป็นแค่แสงจากไฟฉาย

จากกรณีที่ชาวบ้านพบเห็นดวงไฟสีเขียวส้มในยามค่ำคืนเป็นประจำ ในหมู่บ้านท่างาม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี โดยชาวบ้านบอกว่าเป็นผีกระสือ และมักพบเห็นดวงไฟอยู่ระหว่างทุ่งนาข้างที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลท่างาม และบ้านร้าง เป็นตึก 2 ชั้น ขนาดใหญ่ บนเนื้อที่ 13 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างทางธนาคารประกาศขายทอดตลาด ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งริมถนนสายปราจีนบุรี–ศรีมหาโพธิ จนเป็นข่าวโด่งดัง และมีกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มมาเฝ้าดูดวงไฟประหลาดนี้ 2-3 คืน ติดต่อกัน แต่ไม่มีวี่แววที่จะพบดวงไฟแต่อย่างใด

จากการตรวจอสบช่วงใกล้สว่าง บริเวณหน้าบ้านร้าง พบว่ามีการใส่กุญแจหน้าบ้านไว้อย่างแน่นหนา ซึ่งเมื่อเช้าวานนี้ ขณะที่ทีมข่าวเดินบันทึกภาพอยู่ข้างบ้านผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งบ้านอยู่เยื้องกันเล็กน้อยกับบ้านร้าง เมื่อมองไปที่บ้านหลังใหญ่ ชั้น 2 ที่มีหน้าต่างเปิดอยู่ เห็นมีมือยื่นมือออกมาดึงบานหน้าต่างแล้วปิด ทำให้รู้สึกขนลุกไปชั่วขณะ แต่ไม่สามารถบันทึกภาพได้ทัน ทีมข่าวพยายามเฝ้าดูนับชั่วโมง ไม่ปรากฎเห็นมีคนเดินออกมานอกบ้าน แต่ภาพที่เห็นยืนยันได้ว่าเป็นมือคนอย่างแน่นอน

ทีมข่าวเฝ้าดูที่บ้านร้างหลังดังกล่าวอย่างใจจดใจจ่อ กระทั่งเวลา 07.20 น. มีผู้ชายวัยกลางคนคน ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำตาล นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ใส่หมวกไหมพรมน้ำตาลอ่อน คล้ายชาวมุสลิม ขับรถจักรยานยนต์สีน้ำเงิน มาจอดที่หน้าประตูเหล็ก

จากนั้นก็ไขกุญแจเข้าไปด้านใน หลังจากนั้น มีผู้ชายเดินออกจากตัวบ้านมาที่ระเบียงชั้น 2 แล้วนั่งลง คล้ายกับนั่งดูความเรียบร้อยในบ้าน แล้วเดินเข้าออก 2-3 รอบ เวลาต่อมาขณะที่ทีมข่าวกำลังจะขยับรถออกไป ชายคนดังกล่าวที่น่าจะเป็นคนดูแลบ้านหลังดังกล่าว ขับรถออกมาจากบ้าน ทีมข่าวรีบขับรถตามไปเพื่อที่จะขอคุยด้วย ชายคนดังกล่าวโบกมือ แล้วรีบขับรถหนีไปทางวัดสว่างงามอย่างรวดเร็ว

จึงตั้งสมมุติฐานว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่แสงไฟที่เห็นในเวลาค่ำคืน ช่วงดึก ๆ อาจจะเกิดจากไฟฉายของคนดูแลบ้านร้าง ที่ปิดประกาศขายทอดตลาดอยู่ แต่ยังขายไม่ได้ ซึ่งบ้านหลังนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้นานแล้ว หลังจากมีการเปลี่ยนมือ และจ้างคนมาเฝ้าดูแลทุกวันนี้ ซึ่งสภาพบ้านไม่มีคนอยู่ จึงมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมนอกบ้าน โดยเฉพาะรอบรั้วสี่ด้านใน ช่วงกลางคืนคนดูแลอาจส่องไฟฉายตรวจตรวจดูความเรียบร้อยภายในบ้านหลังดังกล่าว หรือในทุ่งนาอาจเป็นไฟที่ส่องเพื่อหาปลา

เห็นแสงไฟวูบวาบ

นอกจากนี้ ทีมข่าวพบกับ นายเอกรัตน์ อายุ 64 ปี ซึ่งเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยของบ้านหลังดังกล่าว ยืนยันว่า ตลอด 2 ปีที่ตนนอนเฝ้าอยู่ที่นี่ ไม่เคยเห็นหรือเจออะไรผิดปกติ ส่วนแสงไฟที่มีคนเห็นอาจจะมาจากแสงบนไฟฉายของตนที่ใช้ส่องตรวจตราความเรียบร้อยรอบบ้านตอนกลางคืน กันการบุกรุก

ส่วนคำร่ำรือ ที่บอกว่าบ้านหลังนี้มีการฆ่ากันตายยกครัว ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขอให้เลิกตีความกันไปแบบผิด ๆ หากยังไม่หยุดใส่ร้ายเจ้าของบ้านอาจฟ้องหมิ่นประมาท ส่วนผู้ดูแลคนเก่าที่เสียชีวิตไป ก็ไม่เคยมาหลอก หรือมาให้เห็น

นางคำเอี้ย ม่วงสังข์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ท่างาม ซึ่งมีบ้านอยู่เยื้องกับบ้านร้างหลังดังกล่าว กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เคยเห็น และไม่คิดว่ามีผีกระสืออยู่จริง มีเพียงคำบอกเล่าของเด็ก ๆ ซึ่งตนและคนอื่น ๆ ในบ้าน ยังใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวจนต้องหาลวดหนามมาล้อมรั้วบ้านเอาไว้ เพราะหากมีจริง ก็คงต่างคนต่างอยู่ พวกนี้จะไม่มาระราน หรือทำอันตรายคน

สมัยโบราณพวกนี้จะหากินพวกเศษอาหาร หรือกบเขียด ตามทุ่งนา ส่วนตอนกลางคืน หรือใกล้ค่ำก็ยังออกมานั่งเล่นนั่งคุยกันตามปกติ ไม่ได้หวาดกลัว เด็กเล็ก ๆ ในบ้านก็มีไม่ได้กลัว พอกินข้าวเสร็จก็เข้านอน เสื้อผ้าก็ซักตากตอนกลางคืนได้ตามปกติ ไม่มีกระสือหรือใครมาเช็ดปาก

บ้านร้างหลังนี้ไม่ได้มีผี หรือมีประวัติ เพียงแต่เจ้าของบ้านนำบ้านหลังนี้ เข้าจำนองกับธนาคาร และไม่มีเงินชำระจนถูกยึด ก่อนที่ธนาคารจะขายทอดตลาดในราคา 20 ล้านบาท ส่วนที่บอกว่ามีคนตายในบ้าน เป็น รปภ.คนเก่าของธนาคารที่จ้างมาดูแล แต่เป็นคนขี้เมา จึงลื่นล้มและเสียชีวิตอยู่ที่หน้าชายคาบ้าน

เห็นแสงไฟวูบวาบ

ยายชะอ้อน คนเฒ่าคนแก่ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 เล่าว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ ระหว่างที่ตนตื่นขึ้นมาหุงข้าวตอนตี 4 เมื่อมองไปที่หน้าต่าง ก็เห็นดวงไฟดวงใหญ่เหมือนแสงนีออนสีขาวส้ม ลอยขึ้นมาจากหน้าบ้านที่เป็นป่าไผ่รก ก่อนที่จะลอยผ่านหน้าบ้านตนและหายไป

ตอนแรกตนคิดว่า อาจจะเป็นคนถือไฟเดินเข้ามา แต่เมื่อเพ่งมองดีๆ ดวงไฟดวงนั้นลอยอยู่เหนือพื้นพอสมควร และไม่มีคนเดินมาอย่างที่คิด จึงไม่ทราบว่าดวงไฟดังกล่าวคืออะไร ส่วนเรื่องผีกระสือ ตนไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง เพราะไม่เคยเห็น ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 86 ปี ก็ยังไม่เคยเจอ

จากนั้นทีมข่าวลองเข้าไปสำรวจเส้นทางป่าไผ่ บริเวณหน้าบ้านยายชะอ้อน พบว่าเป็นทางยาวประมาณ 300 เมตร ซึ่งคนสมัยก่อนเรียกเส้นทางนี้ว่า “เส้นทางควาย” ใช้เป็นเส้นทางเดินของควาย ในตอนกลางคืนจึงไม่ค่อยมีใครเข้าไปด้านใน เพราะมีแต่ต้นไผ่ขึ้นรก ซึ่งเส้นทางดังกล่าว หากตรงไปจะพบกับชายน้ำ ซึ่งเป็นแม่น้ำปราจีนบุรี แต่หากเดินเข้าซอยตรงข้ามกับป่าไผ่ ออกมาประมาณ 200 เมตร จะสามารถทะลุออกสู่ถนนใหญ่ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านร้างหลังดังกล่าว

ที่มา : AmarinTV, sanook

คลิปข่าววีดีโอข่าววันนี้คลิบข่าววันนี้ , คลิปวันนี้ , ฟรีรูปภาพ คลิปบันเทิง
ดูดวง , ทำนายฝัน , แก้ฝัน , เลขเด็ด , สูตรหวย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง ผีกระสือ

รวมมิตรผีไทย จากทุกสารทิศ เยอะมาก!!
รวมมิตรผีไทย จากทุกสารทิศ เยอะมาก!!

ข่าวเด่น ข่าววันนี้
- 8-12-2018 6:33:03 โพสต์โดย : mintcss คนดู อ่าน 33 คน คน