จ่อออกหมายจับ โจรแสบขโมยเพชร 10 ล้าน เจ้าของยันไม่ได้กุเรื่อง

จ่อออกหมายจับ โจรแสบขโมยเพชร 10 ล้าน เจ้าของยันไม่ได้กุเรื่อง

ความคืบหน้ากรณี โจรแสบขโมยเพชร 10กะรัต มูลค่า 10 ล้านบาท จากร้านขายอัญมณี ใกล้ซอยสองพระ ถนนสี่พระยา เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 12 ธค. ที่ผ่านมา

มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด ช่วงก่อนเกิดเหตุจะเห็นว่า มีชายสวมเสื้อวินจยย.จอดรถรอผู้ต้องหา โดยค่อยๆขยับรถเข้าไปใกล้หน้าร้าน จากนั้นเมื่อคนร้ายขโมยเพชรแล้ว ก็วิ่งขึ้นจยย.หลบหนีไปทันที ซึ่งกล้องวงจรปิด จับภาพได้ช่วงจังหวะที่จอดรถรอ ภาพจะเห็นชัดเจนว่าคนก่อเหตุนั้นเป็นชายวัยกลางคนอายุ 40-50 ปี สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลอ่อน ขึ้นรถจยย.หลบหนีไป ในซอยสองพระ ซึ่งเป็นทางลัดไปยังถนนพระราม 4

จ่อออกหมายจับ โจรแสบขโมยเพชร 10 ล้าน เจ้าของยันไม่ได้กุเรื่อง

ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุทธิพงศ์ วงปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เข้าร่วมประชุมติดตามตัวผู่ก่อเหตั เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีแผนผังเส้นทางการหลบหนี ของผู้ต้องหา

ขณะนี้ได้ทำการสอบปากคำไปทั้งหมดแล้ว 7 ปาก ซึ่งรู้ตัวผู้ต้องหาที่ขโมยเพชรแล้ว รวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับ ชายในภาพวงจรปิด ในเช้าวันนี้ (13 ธ.ค.) ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติ ผู้ต้องหารายนี้เป็นชาวไทย เคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหนึ่งครั้งเมื่อปี 2559 ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ถูกจับกุมตัวและพ้นโทษแล้ว คาดว่าจะมีผู้ก่อเหตุร่วมด้วยมากกว่าหนึ่งราย

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายเจน หรือ วีกี้ ไวบัส อายุ44 ปี เจ้าของเพชร เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก เพียงแค่ 3 วินาที คนร้ายก็สามารถขโมยเพชรต่อหน้าต่อตาตนไปทันที ซึ่งตนขายเพชร มานานกว่า 20 ปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน โดยตนและกลุ่มคนร้ายรายนี้ รู้จักกันในงานขายเพชรแห่งหนึ่ง แล้วมีการแลกเบอร์มือถือกัน อยู่ในแวดวงขายเพชรด้วยกัน จากนั้นกลุ่มคนร้ายก็ติดต่อขอซื้อเพชร 10 กะรัต ซึ่งอ้างว่ามีลูกค้าสนใจ ตอนแรกตนตั้งราคาไว้สูงกว่า 10 ล้าน แต่ทางคนร้ายขอต่อรอง และแจ้งว่าจะมีนายทุนมาซื้อ โดยจ่ายเงินสด

ซึ่งตนก็ติดต่อสื่อสารกันมาตลอด ตอนแรก มาที่ร้านแห่งนี้ ก็เห็นกลุ่มคนร้าย มีอยู่ 4-5 คนเป็นชายทั้งหมด นั่งคุยคล้ายประชุมกัน และบอกกับตนว่า ที่ร้านเกิดเหตุเป็นออฟฟิศชั่วคราว เพราะเขาไม่ได้เปิดเป็นร้านขาย แต่เป็นกลุ่มนายหน้าขายเพชร

ตนก็หลงเชื่อ จากนั้นก็นัดซื้อขายกันในวันที่ 12 ธ.ค. โดยผู้ต้องหานัดให้ตนมาเจอที่ร้านเกิดเหตุ ออกอุบายว่า คนที่จะซื้อเพชรจะนำเงินสดมาให้ที่ร้านนี้ ตนก็มาตามนัด พอมาถึงอยู่กับคนร้ายในร้านสองคน พูดคุยกันตามปกติ แล้วคนร้ายก็ขอดูเพชร ตนก็ไว้ใจเพราะคิดว่าจะขายแล้วอีกไม่นานก็รับเงินตามตกลง จึงยื่นให้ดู เท่านั้นคนร้ายก็วิ่งออกจากร้านและกดล็อคประตูร้านทันทีผ่านรีโมทระบบล็อคประตูอัตโนมัติ

ช่วงนั้นตนตกใจมาก จึงใช้ไหล่และมือ ทุบกระจกร้านและวิ่งออกไปตาม แต่ไม่ทัน ได้รับบาดเจ็บเถูกกระจกบาดที่ข้อมือ เย็บจำนวน 20 เข็ม ตอนนี้ตนเครียดมาก อยากได้เพชรคืนและเชื่อว่าคนร้ายยังไม่นำเพชรไปขายเพราะเพชรเม็ดใหญ่แบบนี้ ร้านทั่วไปไม่รับซื้อง่ายๆ อยากขอร้องให้นำเพชรมาคืนตน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปร้านจุดเกิดเหตุ ห่างจาก สน.บางรัก ไม่ไกลมาก สภาพร้านยังมีเศษกระจกแตกกระจายหน้าร้าน ภายในร้านมีโปสเตอร์ เครื่องประดับอัญมณีติดอยู่ข้างผนัง มีโซฟา1ชุด โต๊ะทำงานและโคมไฟ

จากการมองด้วยสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกับร้านขายเพชร หรือเครื่องประดับราคาแพง ผู้สื่อข่าวสอบถาม เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ข้างๆร้านเกิดเหตุเล่าว่า ร้านเพชรแห่งนี้ เปิดได้เพียง 11 วัน ไม่มีใครรู้ว่าเป็นร้านขายเพชรหรืออัญมณีมีค่า เพราะเห็นเจ้าของร้านมาเช่าและตกแต่งโปสเตอร์มาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ส่วนกลุ่มคนร้าย มีชายวัยกลางคนเข้าออกที่ร้านประมาณ 3-4 คนและมากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน ไม่ได้มีท่าทางพิรุธอะไร แต่ก่อนเกิดเหตุ ตนเห็นรถจยย.ต้องสงสัย จอดรถฝั่งตรงข้ามและขับวนไปมา ตอนนั้นก็เริ่มแปลกใจว่ารถคันนี้มารอใคร แต่ตอนเกิดเหตุ ไม่มีใครรู้เรื่องมารู้คือตอนที่ได้ยินเสียงกระจกแตก และเห็นเจ้าของเพชร วิ่งตามในสภาพที่ข้อมือมีเลือดโชก

สำหรับการก่อเหตุนี้ ตร.เชื่อว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุ4-5คน และวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนมาอย่างดี ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานจะสามารถติดตามจับกุมได้

ที่มา เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

คลิปข่าววีดีโอข่าววันนี้คลิบข่าววันนี้ , คลิปวันนี้ , ฟรีรูปภาพ คลิปบันเทิง
ดูดวง , ทำนายฝัน , แก้ฝัน , เลขเด็ด , สูตรหวย