แชร์คลิป พระเชียงใหม่ถูกกระเป๋ารถไล่ลงจากรถเมล์ ไม่พอใจเก็บค่าโดยสารได้แค่ครึ่งราคา

แชร์คลิป พระเชียงใหม่ถูกกระเป๋ารถไล่ลงจากรถเมล์ ไม่พอใจเก็บค่าโดยสารได้แค่ครึ่งราคา

ผู้ใช้เพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพ รถโดยสารสายเชียงใหม่-ฮอด คันหนึ่งเห็นป้ายทะเบียนอย่างชัดเจน ซึ่งปฏิเสธไม่ให้พระและสามเณร รวม 5 รูปโดยสารกลับวัด ทำให้เป็นประเด็นรถประจำทางสาธารณะ ในการปฏิบัติต่อพระภิกษุสามเณร และประชาชนทุกเพศทุกวัยโดยเท่าเทียมกัน

โดยพระบีม พระที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ตนกับพระสงฆ์สามเณรวม 9 รูปกลับจากเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้ขึ้นรถโดยสารประจำทางสายเชียงใหม่-ฮอด ที่คิวรถประตูเชียงใหม่ บนรถมีผู้โดยสารประมาณ 3-4 คน โดยกระเป๋ารถเมล์ ซึ่งเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปี ได้เดินมาพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ โดยระบุว่ามีที่นั่งให้พระสงฆ์นั่งที่เบาะท้ายรถ 5 ที่นั่งเท่านั้นและแจ้งว่าไม่ให้พระสงฆ์นั่งเบาะด้านหน้าที่เหลือ

แชร์คลิป พระเชียงใหม่ถูกกระเป๋ารถไล่ลงจากรถเมล์

พร้อมกับระบุว่ารถเที่ยวนี้เป็นเที่ยวสุดท้ายจะมีผู้โดยสารที่เลิกงานขึ้นตามรายทาง เมื่อได้ยินเช่นนั้นพระบีม จึงเสียสละที่นั่งด้านท้ายให้กับพระสงฆ์อีก 4 รูปที่จำวัดอยู่ในอำเภอจอมทอง ซึ่งอยู่ไกลกว่าวัดที่ตนจำวัดอยู่ หลังจากนั้นตนและพระสงฆ์ สามเณร รวม 5 รูปจึงเดินข้ามฝั่งถนนไปขึ้นรถสองแถวโดยสารสายเชียงใหม่ -จอมทอง แต่ผู้โดยสารก็เต็มเหมือนกัน

จึงตัดสินใจโทรติดต่อหาพี่ชายที่ทำงานในตัวเมือง เพื่อให้พี่ชายขับรถไปส่งกลับวัดโดยรอจนถึงเวลาประมาณ 1 ทุ่ม พี่ชายจึงขับรถกระบะมารับโดยได้ไปส่งพระสงฆ์ที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอดอยหล่อ 2 รูปและขับรถเลยไปส่งพระสงฆ์ที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอจอมทองอีก 1 รูป เป็นระยะทาง 60 กิโลเมตร ก่อนที่พี่ชายจะมาส่งตนกลับวัดที่ตนจำวัดอยู่ในอำเภอดอยหล่อ เป็นรูปสุดท้ายเสร็จ ประมาณ 21.00 น.

ทั้งนี้พระนักศึกษาที่อยู่ต่างอำเภอ โดยเฉพาะอำเภอทางสายใต้ประสบปัญหาความยากลำบากในการโดยสาร รถโดยสารอยู่แล้วในการเดินทางมาเรียนเนื่องจากไม่สามารถขับรถได้ พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้เกิดความยากลำบากในการเดินทางมาศึกษา ทำให้พระภิกษุ ไม่อยากจะมาศึกษาต่อ และทำให้มีคนบวชน้อยลง

หลายครั้งที่พระนักศึกษาที่ขึ้นรถโดยสารประจำทาง ถูกกระเป๋ารถโดยใช้ กริยา คำพูด ที่ไม่เหมาะสม แต่ก็ต้องทน เนื่องจากไม่อยากไปทะเลาะกับใครซึ่งไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตามสาเหตุที่กระเป๋ารถไม่พอใจ ที่ไล่ตนและพระสงฆ์รูปอื่น ลงจากรถอาจจะไม่พอใจที่พระสงฆ์จ่ายค่ารถโดยสารครึ่งราคาก็เป็นไปได้ โดยระยะทางจากคิวรถประตูเชียงใหม่ ไปถึงวัดที่ตนจำวัดประมาณ 40 กิโลเมตร หากเป็นบุคคลทั่วไปกระเป๋ารถจะเก็บค่าโดยสาร 30 บาท สำหรับพระภิกษุและบุคคลที่ได้รับการยกเว้นจะเก็บครึ่งราคา

ซึ่งจากการสอบถามพูดคุยพระนักศึกษาหลายรูปต่างมีความเห็นว่าพร้อมที่จะจ่ายค่าโดยสารเต็มราคา เนื่องจากไม่อย่างมีปัญหากับกระเป๋ารถโดยสารและชาวบ้าน อย่างไรก็ตามหากวันนั้นพี่ชาย ติดธุระไม่สามารถขับรถไปส่งตนกลับวัดได้ ตนและพระสงฆ์ที่เหลือรวม 5 รูปคงต้องเหมารถสองแถวสี่ล้อแดงกลับวัดอย่างแน่นอน

ขณะที่นางพรรณี พุ่มพันธ์ รักษาราชการขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ประสานไปยังผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารบริษัท นครพิงค์เดินรถ จำกัด ให้ประสานนำตัวกระเป๋ารถเมล์ คนที่ถูกพาดพิงมาสอบสวนข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงบ่ายของวันนี้ (21 ธ.ค.)

ซึ่งหากสอบสวนพบว่า มีการกระทำความผิดจริงทางสำนักงานขนส่งมีระเบียบการลงโทษอยู่แล้ว และต้องสอบถามทางผู้ประกอบการด้วยว่า มีบทลงโทษอย่างไรบ้าง นอกจากนี้หากตรวจสอบว่ากระเป๋ารถเมล์คนดังกล่าว มีใบอนุญาตเป็นกระเป๋ารถเมล์หรือไม่ หากมีก็จะมีความผิดและมีอัตราโทษปรับ อย่างไรก็ตามต้องขอให้ทางขนส่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ที่มา เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

คลิปข่าววีดีโอข่าววันนี้คลิบข่าววันนี้ , คลิปวันนี้ , ฟรีรูปภาพ คลิปบันเทิง
ดูดวง , ทำนายฝัน , แก้ฝัน , เลขเด็ด , สูตรหวย