ผวาทั้งโรงพัก “เสียงลากกระเป๋าของกลาง” คดีฆ่าหั่นศพ ดังลั่น สน.บางขุนนนท์

ตำรวจโรงพักบางขุนนนท์หลอน! กระเป๋าเดินทางผีสิง บรรจุของกลางคดีฆ่าหั่นศพปี 2555 หลังได้ยินเสียงคนลากกระเป๋า ทำเอาผวาไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เผยเตรียมนำไปวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศล

 

จากกระแสข่าวชวนขนหัวลุกเกี่ยวกับกระเป๋าเดินทาง ซึ่งเป็นของกลางคดีฆ่าหั่นศพเมื่อปี 2555 หลังถูกเก็บไว้นาน 6 ปี ที่ชั้น 4 ของโรงพัก สน.บางขุนนนท์ มีข่าวลือว่ากระเป๋าใบดังกล่าวได้หลอกหลอนเจ้าหน้าที่จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ โดยมีเรื่องเล่าว่า ขณะ ด.ต. รายหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่อยู่บน สน. เห็นกระเป๋าเดินทางหมุนรอบตัวเองหลายรอบ บางครั้งได้ยินเสียงลากและเสียงคนคุยกันใกล้ห้องที่เก็บกระเป๋า ประกอบกับที่ผ่านมามีเรื่องเล่าประหลาดหลายเรื่องเกี่ยวกับกระเป๋าเดินทางใบดังกล่าว

ล่าสุดวันนี้ (21 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ ได้เดินทางไปที่ สน.บางขุนนนท์ ตรวจสอบกระเป๋าของกลางที่ถูกเก็บรักษาไว้บนชั้น 4 ลักษณะเป็นกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สีดำ ภายนอกมีฝุ่นและหยากไย่ ส่วนด้านในยังคงอยู่ในสภาพเดิมตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ มีร่องรอยคล้ายกับคราบเลือดและคราบน้ำเหลืองติดอยู่

จากการสอบถามตำรวจทราบว่า กระเป๋าใบดังกล่าวเป็นของกลางในคดีฆาตกรรมเมื่อปี 2555 เหตุเกิดที่อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย หลังมีสาวคลั่ง อายุ 36 ปี เมายาเสพติดหลอนว่าตนเองเป็นร่างทรง ลงมือฆ่าหั่นศพสามีแล้วยัดชิ้นส่วนลำตัวไว้ในกระเป๋าเดินทาง ทิ้งให้แม่บ้านมาพบ ส่วนชิ้นส่วนศีรษะนำใส่ถุงแล้วทิ้งลงคลองหลังอพาร์ตเมนต์ เจ้าหน้าที่ต้องลงว่ายน้ำงมจนพบชิ้นส่วนทั้งหมด

นายประสงค์ ปัญญาแดง พนักงานธุรการ สน.บางขุนนนท์ เผยว่า ปัจจุบันคดีนี้ได้สิ้นสุดแล้ว เจ้าหน้าที่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาคุมขังและดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย แต่ของกลางดังกล่าวเดิมทีถูกเก็บไว้ที่ห้องสิบเวร จากนั้นได้ย้ายมาเก็บไว้ในห้องขัง

แต่ช่วงหลังพบว่าทั้งตำรวจและผู้ต้องขังต่างเจอกับสิ่งลี้ลับมาโดยตลอด เช่น ผู้ต้องขังขอให้ตำรวจเปิดไฟยามกลางคืนเพราะรู้สึกว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย รวมถึงตำรวจที่เห็นกระเป๋าใบนี้หมุนเองโดยไม่ทราบสาเหตุ และยอมรับว่าคล้ายกับมีคนจ้องมองมาทางกระเป๋าอยู่เสมอ ทำให้ต้องนำกระเป๋าใบนี้ขึ้นไปเก็บไว้ในห้องน้ำชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นที่ไม่มีการใช้งานมาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่วายที่จะเจอความลี้ลับจากกระเป๋าใบดังกล่าว ล่าสุดตำรวจที่ขึ้นไปอาบน้ำด้านบนได้ยินเสียงฝีเท้าคล้ายกับมีคนเดินตามอีกด้วย

ขณะที่ ส.ต.ท.ยุทธภูมิ พรมพัง ผบ.หมู่ปราบปราม สน.บางขุนนนท์ ยอมรับว่า ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่ขึ้นมาที่ชั้นนี้คนเดียวเพราะรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ และยอมรับว่าทุกครั้งที่ต้องขึ้นมาชั้น 4 จะขนลุกและรู้สึกคล้ายกับถูกจ้องมอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนนนท์ ได้ลงความเห็นว่าจะนำกระเป๋าใบดังกล่าวไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณเจ้าของกระเป๋าตามพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา sanook

คลิปข่าววีดีโอข่าววันนี้คลิบข่าววันนี้ , คลิปวันนี้ , ฟรีรูปภาพ คลิปบันเทิง