ป.ป.ช.แจงเหตุผล เหตุใดตีตกกรณีนาฬิกาหรูของ “บิ๊กป้อม”

ป.ป.ช.แจงเหตุผล เหตุใดตีตกกรณีนาฬิกาหรูของ "บิ๊กป้อม"

ป.ป.ช.แจงเหตุผล เหตุใดตีตกกรณีนาฬิกาหรูของ “บิ๊กป้อม”

เมื่อวานนี้ (17 ม.ค. 62) คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เปิดห้องพบสื่อมวลชนระดับบรรณาธิการ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบการทุจริตของเจ้า หน้าที่รัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ ป.ป.ช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการตรวจสอบการครอบครองนาฬิกาหรูทั้ง 22 เรือนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบัน

โดยนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร หนึ่งในคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างมากในกรณีนี้ได้อธิบายว่า ในขั้นตอนการตรวจสอบนั้น ทาง ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังประเทศผู้ผลิตแล้ว แต่ติดปัญหาเนื่องจาก พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญา พ.ศ. 2535 ของหลายประเทศในยุโรปไม่ถือว่าการจงใจไม่แสดงทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมืองเป็นความผิดทางอาญา เป็นเพียงความผิดทางจริยธรรม ดังนั้นหลายประเทศจึงไม่ให้ความร่วมมือในการส่งเอกสารใบรับรองนาฬิกามายัง ประเทศไทย

เมื่อเป็นเช่นนั้น ทาง ป.ป.ช. จึงได้ตรวจสอบวิธีใหม่ โดยการสอบถามไปยังตัวแทนจำหน่ายในประเทศ แต่ก็ได้คำตอบว่า นาฬิกาเหล่านั้นไม่ได้ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ทาง ป.ป.ช. จึงตรวจสอบต่อไปยังกรมศุลกากร เนื่องจากคาดว่านาฬิกาจะถูกนำเข้ามาผ่านทางศุลกากร แต่ก็ปรากฏว่าไม่พบข้อมูลใดๆ อีก

ทาง ป.ป.ช. จึงใช้วิธีการสอบถามไปยังสถานทูต ให้ช่วยสอบถามบริษัทเอกชนผู้ผลิตนาฬิกาทั้ง 22 เรือนดังกล่าวให้ ซึ่งคำตอบที่ได้กลับมาจากบริษัทผู้ผลิตเหล่านั้นคือ “ไม่ได้เก็บข้อมูล” หรือไม่ก็ “ไม่ให้ข้อมูล” เมื่อเป็นเช่นนั้น ทาง ป.ป.ช. จึงหมดหนทางที่จะพิสูจน์ความเป็นเจ้าของนาฬิกาเหล่านั้นด้วยข้อมูลจากทางบริษัทผู้ผลิตนาฬิกา

อย่างไรก็ตาม ในบรรดา 4 ประเทศที่เป็นที่มาของนาฬิกาหรูทั้ง 22 เรือนนั้น มีหนึ่งประเทศที่ตอบรับว่าจะให้ความร่วมมือกับทาง ป.ป.ช. ผ่านทาง พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญา แต่เสียงข้างมากของ ป.ป.ช. เห็นว่าหากใช้วิธีดังกล่าว การตรวจสอบก็ต้องยืดระยะเวลาไปอีก 6 เดือนถึงหนึ่งปี และก็คาดว่าจะได้คำตอบเหมือนเดิมอยู่ดีว่า การจงใจไม่แสดงทรัพย์สินไม่ถือเป็นความผิดทางอาญา จึงอาจทั้งเสียเวลาและไม่ได้คำตอบอยู่ดี ดังนั้นจึงเห็นว่าควรยุติการพิจารณาเรื่องนี้ไปเลยดีกว่า

ป.ป.ช.แจงเหตุผล เหตุใดตีตกกรณีนาฬิกาหรูของ "บิ๊กป้อม"

ส่วนเสียงข้างน้อย เช่น น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ซึ่งเป็นนักบัญชีมาก่อน เห็นว่าควรต้องตรวจสอบต่อให้สิ้นสุด จนได้ข้อมูลครบถ้วนที่สุด แต่ในเมื่อเสียงข้างมากตัดสินใจยุติการสืบสวนแล้ว ตนเองก็เคารพการตัดสินใจ

สำหรับประเด็นที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า นาฬิกาหรูบางเรือน พล.อ.ประวิตร ยังคงสวมใส่อยู่หลังจากที่เพื่อนชื่อ ปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เสียชีวิตไปแล้วนั้น ทาง ป.ป.ช. อธิบายว่า เป็นเพราะทางครอบครัวของนายปัฐวาทยังไม่พร้อมที่จะรับนาฬิกาคืน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงจัดงานศพและยังโศกเศร้าเสียใจอยู่

ในส่วนของพยานที่ทาง ป.ป.ช. ได้เชิญมาพูดคุยเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ปรากฏว่าพยานทุกคนให้การ “เป็นคุณ” กับ พล.อ.ประวิตร ทั้งหมด ไม่สามารถหาพยานที่ให้การ “เป็นโทษ” กับ พล.อ.ประวิตร ได้เลยแม้แต่คนเดียว

และในกรณีที่มีผู้นำกรณีนี้ไปเปรียบเทียบกับกรณีการอ้างว่ายืมรถยนต์ของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีต ปลัดกระทรวงคมนาคมนั้น ทาง ป.ป.ช. อธิบายว่าสองกรณีนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากในกรณีของนายสุพจน์นั้น มีพฤติการณ์ครอบครองรถยนต์ตั้งแต่แรก นั่นคือทั้งเลือกรุ่น เลือกสี และเลือกทะเบียนรถเอง แต่กรณีของ พล.อ.ประวิตร ไม่พบว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม กับข้อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่าการยืมนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร นั้น จะเข้าข่ายการรับของมูลค่าเกิน 3,000 บาทหรือไม่

ที่มา : ข่าวสด

คลิปข่าววีดีโอข่าววันนี้คลิบข่าววันนี้ , คลิปวันนี้ , ฟรีรูปภาพ คลิปบันเทิง
ดูดวง , ทำนายฝัน , แก้ฝัน , เลขเด็ด , สูตรหวย

ข่าวเด่น ข่าววันนี้
- 18-01-2019 10:40:58 โพสต์โดย : beerspu คนดู อ่าน 21 คน คน