สาวออฟฟิศยอมไม่ได้! นายจ้างไล่ออกจากงาน อ้างนั่งทางในแล้วเห็นว่าทุจริต

(1 ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ น.ส.บุ้ง (สงวนชื่อนามสกุล) บริเวณพื้นที่ หมู่ 3 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หลังผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจาก น.ส.บุ้ง ว่าถูกนายจ้างบริษัทเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง ให้ออกจากงาน โดยไร้หลักฐานมายืนยันโดยอ้างเพียงว่า เห็นทุกอย่างที่ น.ส.บุ้ง ทุจริตบริษัท และสั่งให้ น.ส.บุ้ง ขาดจากการเป็นพนักงานบริษัทตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จนสร้างความขุ่นเคืองใจให้ น.ส.บุ้ง ว่าตนไม่เคยทำผิดหรือทุจริตต่อบริษัทเป็นอย่างใด

ผู้สื่อข่าวได้ทำการสอบถามไปยัง น.ส.บุ้ง ถึงสาเหตุที่ถูกนายจ้างให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัท ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา โดย น.ส.บุ้ง ได้เปิดเผยว่า ตนได้ถูกนายจ้างเรียกเข้าพูดคุย ถึงกรณีกล่าวหาว่าตนทุจริตต่อบริษัท โดยให้เหตุผลว่าตน ได้ไปรับงานของหน่วยงานแห่งหนึ่งที่ว่าจ้างให้ไปเทพื้นปูนบริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์ โดยนายจ้างได้ให้เหตุผลว่า ตนนั้นนำงานดังกล่าวไปให้บริษัทที่อื่นทำโดยได้ค่านายหน้า โดยไม่ใช่บริษัทของตนทำ ตนจึงโต้แย้งกลับไปว่าตนบริสุทธิ์ใจไม่ได้ทำเช่นนั้น และให้นายจ้างของตนไปหาพยานหลักฐานมายืนยันเอาผิดว่าตนเป็นผู้ทำจริงๆ แต่สุดท้ายตนก็ได้ยินจากปากของนายจ้างว่า หลักฐานไม่มี แต่เห็น ทุกอย่างที่ทำ

ด้าน น.ส.บุ้ง ยังเปิดเผยอีกว่า นายจ้างของตนบอกกับตนว่าทุกๆ ครั้งที่ตนทำอะไรอยู่ภายในบริษัทจะมีคนมายืนดูอยู่ตลอด ตนจึงถามกลับไปว่าใคร ทำไมตนถึงมองไม่เห็น นายจ้างของตนจึงตอบกลับมาว่าตนเป็นคนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นได้ สร้างความมึนงงให้กับตนเป็นอย่างมาก ตนจึงคิดว่านายจ้างของตนคงหมายความว่าเป็นวิญญาณเป็นแน่แท้ เพราะตนรู้ว่านายจ้างของตนเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ และมักจะนั่งทางใน แล้วอ้างว่าจะเห็นทุกๆอย่างที่ตนอยากเห็น และนายจ้างของตนมีภรรยาเป็นหมอดู สามารถล่วงรู้ได้ทุกอย่าง โดยนายจ้างของตนได้ทำการให้ตนไปสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตนก็ทำตามแต่พอตนบอกไปว่าหากตนไม่ได้ทำ แล้วคนที่กล่าวหาตนจะเป็นอย่างไร จึงสร้างความไม่พอใจให้กับนายจ้างของตนอย่างหนัก และได้ด่าทอตนกลับมาด้วยคำหยาบคาย

โดยตนได้แอบบันทึกเสียงการสนทนาระหว่างตนกับนายจ้างเอาไว้ทั้งหมด และได้เก็บหลักฐานต่างๆเพื่อตนจะใช้เป็นหลักฐานมัดตัวนายจ้างของตนทั้งหมด ที่กล่าวหาว่าตนทำการทุจริตต่อบริษัทโดยที่ตนไม่ได้ทำเป็นแต่อย่างใด

เบื้องต้นตนได้เดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ่อวินเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ดำเนินการต่อกรมคุ้มครองสวัสดิการแรงงานจังหวัด จนมีคำสั่งให้นายจ้างเข้ามาเจรจาและอธิบายเหตุผลทั้งหมดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ภายใน วันที่ 7 กรกฎาคมนี้ แต่ตนไม่เชื่อใจนายจ้างว่าจะเดินทางมาเจรจาไกล่เกลี่ยกับตนหรือไม่เพราะที่ผ่านมานายจ้างคู่กรณียังมีท่าทีนิ่งเฉยอยู่ จึงทำการร้องเรียนผ่านสื่อ และฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบ และให้ความเป็นธรรมดังกล่าว

ที่มา sanook.com