หนุ่มผู้รอดชีวิต ติดแฮชแท็ก #แพรวา9ศพ เล่าประสบการณ์ 9 ปี คดีที่ไม่เคยจบ

หนึ่งผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์ที่สังคมให้ความสนใจอีกครั้ง “แพรวา 9 ศพ” อุบัติเหตุเมื่อปลายปี 2553 ได้ออกมาเล่าถึงชีวิตตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ที่รู้สึกทรมานแบบไม่จบไม่สิ้น

(16 ก.ค.) หลังจากนี้กระแสในโลกโซเชียลมีเดีย ได้ปลุกแฮชแท็ก #แพรวา9ศพ กลับมาติดเทรนด์อันดับต้นๆ ของประเทศอีกครั้ง ท่ามกลางคำถามของสังคมถึงความคืบหน้าในกรณีนี้ โดยเหตุการณ์มาเกือบจะครบ 9 ปีเต็มแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจะยังไม่ได้รับความยุติธรรมการประเด็นนี้

ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า tintin ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นในกรณีนี้ เขาคือหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนรถตู้คันที่เกิดเหตุ ล่าสุดได้ขยายความและเล่าเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมาเกือบ 9 ปี นับตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุ ทำให้เรื่องราวของเขากำลังได้รับความสนใจอยู่ในเวลานี้ โดยระบุว่า…

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 เป็นช่วงสอบมิดเทอมชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต้องอยู่อ่านหนังสือจนดึก เพื่อสอบวิชาสุดท้าย วันนั้นกลับบ้านด้วยรถตู้โดยสาร และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับมาสอบอีกเลย มีผู้เสียชีวิต 9 คน และรอดชีวิต 4 คน

“เราหลับตื่นมาอีกทีด้วยเสียงกรีดร้อง พบว่าตัวเองอยู่บนโทลเวย์แล้ว พอถึงโรงพยาบาล พบว่ากระดูกไหปลาร้าเราหัก 3 กระดูกเข่าซ้ายแตก แขนขวาหักพร้อมแผลใหญ่ กระจกรถปักทั่วร่างจนเลือดอาบหน้า เราโดนชน 3 ทุ่ม แต่ได้เข้าห้องผ่าตัดตอน 7 โมงเช้า ตอนนั้นมีคนที่หนักกว่าเราเยอะ”

หลังจากผ่าตัดขยับร่างไม่ได้เลย เพราะโดนพันท่อนล่างทั้งหมด เป็นเวลากว่า 2 เดือนที่ต้องนอนนิ่งๆ บนเตียง ร้องไห้บ่อยมาก หงุดหงิดตัวเองที่ต้องมาเป็นแบบนี้ และแน่นอนว่าไม่ได้ไปเรียน ครั้งแรกที่ได้เจอแพรวา มาพร้อมกับคุณแม่และช่างภาพ ยังนอนติดเตียงอยู่เลย น้องนั่งรถเข็นมาในห้อง คนที่พูดทั้งหมดคือแม่ของน้อง พอพูดจบจึงบอกว่า “ขอโทษพี่เขาสิลูก” น้องก็พูดว่า “ขอโทษค่ั” นั่นคือครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน พร้อมกับขนมเปี๊ยะบ้านอัยการและถ่ายรูป

“ตอนนั้นไม่รู้สึกถือโกรธแล้วเพราะมันคืออุบัติเหตุ ไม่มีใครตั้งใจ เราก็สึกสึกดีนะที่มาขอโทษ ที่เขาไม่พูดเพราะเขายังเด็กอาจจะกลัวด้วย พอน้องออกไป พี่พยาบาลก็มาเล่าว่าน้องเขาเดินมาปกตินะ แต่มาขอรถเข็นหน้าวอร์ด เราเลยอึ้งไปพักนึง”

หลังจากนั้นก็ต้องกายภาพ หัดเดินให้กลับมาเป็นปกติอีก 1 ปี ระหว่างนั้นก็กลับไปเรียนต่อด้วย ร่างกายกลับมาปกติทุกอย่างในอีก 3 ปีให้หลัง แต่ก็ต้องไปๆ มาๆ หาหมออยู่เรื่อยๆ ค่ารักษาพยาบาลประกันรถเป็นฝ่ายจ่ายให้ แต่หลังจากออกโรงพยาบาลแล้วก็ต้องจ่ายเอง ซึ่งเป็นจำนวนตามที่ฟ้องเรียกค่าเสียหายไป

“คดีความแบ่งเป็น 2 คดีคือ อาญาและแพ่ง อาญา มาหากันว่าใครผิดระหว่างรถตู้หรือแพรวา ระหว่างนั้นคุณป้าซึ่งเป็นแม่คนขับรถตู้ จะยกมือขอโทษเราทุกครั้ง ‘ขอโทษที่ลูกสาวป้าทำให้เราเจ็บ’ เราไม่ได้ถือโกรธเลย แต่เราไม่ได้คำยินคำนี้จากแพรวาเลย”

นอกจากนี้ เหยื่อผู้เสียหายจึงได้เล่าถึงกระบวนการทางกฎหมายที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานตลอด 9 ปีที่ผ่านมา เกิดการต่อรองกันต่างๆ นานา โดยเฉพาะค่าชดเชยเยียวยาเหยื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ถึงขนาดที่ผู้เสียหายใช้คำว่า “เขาต่อราคาเรายังกับผักกับปลา” ทำให้เขารู้สึกว่าตลอด 9 ปีของการต่อสู้บนชั้นศาล เป็นช่วงเวลาที่สูญเสียพลังใจไปตลอดเวลา

และล่าสุดเขาได้รับหมายศาลชั้นฎีกาของคดีแพ่ง ที่หวังว่าคดีจะจบลงเสียที แต่คำพิพากษาใดๆ ก็ยังไม่สิ้นสุด เพราะทุกอย่างดูเหมือนจะยังถูกประวิงเวลาไปอยู่เรื่อยๆ อยู่เช่นเดิม

ที่มา sanook

คลิปข่าววีดีโอข่าววันนี้คลิบข่าววันนี้ , คลิปวันนี้ , ฟรีรูปภาพ คลิปบันเทิง
ดูดวง , ทำนายฝัน , แก้ฝัน , เลขเด็ด , สูตรหวย , ท่องเที่ยว , เที่ยวหน้าฝน