“รองนายกฯ หนู” ขออย่าตื่นตระหนก ฝุ่นพิษ PM 2.5 แนะทางแก้ ใช้รถไฟฟ้าแทน

“รองนายกฯ หนู” ขออย่าตื่นตระหนก ฝุ่นพิษ PM 2.5 แนะทางแก้ ใช้รถไฟฟ้าแทน

“อนุทิน” ชี้ ฝุ่น PM 2.5 สะสม เกิดความกดอากาศ เอาชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่ฝุ่นที่เกิดจากพฤติกรรมต้องร่วมกันแก้ วอนใช้ระบบขนส่งมวลชน เลี่ยงขับรถในชั่วโมงเร่งด่วน ลดการเผา
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ในขณะนี้ ระหว่างเปิดโครงการรับยาใกล้บ้าน ที่ร้านขายยาแผนปัจจุบันเซฟดรัก เซ็นเตอร์ สาขาห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี แจ้งวัฒนะ ว่า

ได้มีการพูดคุยกับนายวราวุธ ศิลปอาชา​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้คำอธิบายอย่างเข้าใจง่ายในเรื่องสถานการณ์ฝุ่นละอองในช่วงนี้ว่าเป็นปกติของสภาพอากาศที่มีค่าฝุ่นละอองสูง เนื่องจากเป็นช่วงใกล้เข้าฤดูหนาว ทำให้มีความกดอากาศต่ำ

“เปรียบเสมือนฝาชีที่ครอบไว้ ไม่มีการถ่ายเทอากาศ แต่เมื่อผ่านพ้นสภาพอากาศช่วงนี้ไปสถานการณ์ก็จะกลับเป็นปกติ ฝุ่นละอองก็จะหายไป ทั้งนี้ เรียนประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพียงสถานการณ์ในช่วงนี้ก่อนเดินทางออกจากบ้านเตรียมสวมหน้ากากอนามัยและดูแลสุขภาพ หมั่นสังเกตอากาศผิดปกติของร่างกาย” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า รัฐบาลทราบปัญหาสถานการณ์ ซึ่งเกิดจากธรรมชาติ และพฤติกรรมด้วย ตอนนี้คือต้องทำให้ประชาชนเข้าใจ เตรียมพร้อม เรื่องยา เวชภัณฑ์หน้ากากป้องกันมลพิษ แต่เป็นปลายเหตุ ต้นเหตุคือต้องลดการใช้คาร์บอนไดออกไซด์เยอะๆ

อย่างตอนนี้กรุงเทพฯ มีระบบขนส่งมวลชนที่ครบเครือข่ายแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ที่ประชาชนจะปรับพฤติกรรมหันมาเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ลดการใช้รถส่วนตัว โดยเฉพาะใช้เครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาในชั่วโมงเร่งด่วน พอรถติดก็หนีไม่พ้น ส่วนการจะไปตรวจรถคันไหนพ่นมลพิษออกมาเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และเมื่อออกใบสั่งเสร็จแล้วก็วิ่งต่อ เพราะไม่ได้ไปยึดรถ เรื่องนี้ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย

เมื่อถามว่าปัญหาฝุ่นนอกจากเรื่องจราจร ยังมีเรื่องเผาป่าทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก ต้องหารือร่วมกันในอาเซียนเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจังหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาระดับอาเซียนอยู่แล้ว แต่ละประเทศก็มีปัญหาคล้ายๆ กัน ซึ่งในระดับรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนก็มีการหารือกันมาตลอด สิ่งสำคัญคือต้องได้รับความร่วมมือ เรื่องการเผาป่า

เรื่องการใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่เสื่อมสภาพ เป็นหน้าที่ประชาชนคำนึงถึงเพื่อนร่วมชาติ คนหมู่มาก เพราะสุดท้ายก็จะกลับมาส่งผลกระทบต่อตัวเองและคนรอบข้าง อย่างตนก็ได้รับผลกระทบ มีอาการคัดจมูกเหมือนกัน ส่วนมาตรการทำงานที่บ้านเป้นเรื่องของผู้ประกอบการ หากมีเครื่องมือที่ทันสมัยจำเป็นหรือไม่ต้องขับรถเข้ามาทำงานกันทุกคน ซึ่งหากทำได้ก็สามารถช่วยลดได้

เมื่อถามกรณีข้อเรียกร้องให้ปรับค่ามาตรฐานฝุ่น PM 2.5 ให้เท่าองค์การอนามัยโลก สธ.จะผลักดันหรือขับเคลื่อนอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สธ.มีหน้าที่ให้ข้อมูลแก่ประชาชนให้มากที่สุด เพื่อการป้องกันตัวเอง คือเรื่องฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้อยู่ตลอดทั้งปี มาเป็นช่วงๆ

เอาว่า 3 วันนี้เอาให้ผ่านช่วงนี้ไปได้ แล้วเราก็มีมาตรการรับมือ เป็นเรื่องที่เราต้องตามไล่เก็บ เราเอาชนะธรรมชาติไม่ได้ เพราะส่วนหนึ่งมีปัญหามาจากสภาพความกดอากาศ จากการเผาไม้ทำลายป่า ซึ่งส่วนหนึ่งก็มีการเผาไหม้ในต่างประเทศด้วย ก็ต้องมาขอร้องกัน

อย่างมีการเผ่าป่าที่อินโดนีเซีย ทางประเทศสิงคโปร์ควรขอร้องก่อนเราอีก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้มากที่สุด ตรวจเช็กสภาพอากาศ หากพบพื้นที่ไหนมีค่าฝุ่นละอองสูงก็หลีกเลี่ยงไปพื้นที่นั้น สวมหน้ากากอนามัย ไม่ควรออกกำลังกายในพื้นที่นั้น เพราะไปเพิ่มการหายใจ เป็นต้น

ที่มา khaosod.

คลิปข่าววีดีโอข่าววันนี้คลิบข่าววันนี้ , คลิปวันนี้ , ฟรีรูปภาพ คลิปบันเทิง
ดูดวง , ทำนายฝัน , แก้ฝัน , เลขเด็ด , สูตรหวย , ท่องเที่ยว , เที่ยวหน้าฝน