ญี่ปุ่นออก กม. เบิกเงินบัญชีธนาคารไม่เคลื่อนไหวมาใช้ประโยชน์สาธารณะ

ญี่ปุ่นออก กม. เบิกเงินบัญชีธนาคารไม่เคลื่อนไหวมาใช้ประโยชน์สาธารณะ

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศใช้กฎหมายให้นำเงินในบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมาใช้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่ทำเพื่อสาธารณประโยชน์และการให้กู้ยืมในโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน

สถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่า คำนิยามของบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวคือบัญชีที่ไม่มีการทำธุรกรรมใด ๆ เป็นระยะเวลา 10 ปีหรือมากกว่า โดยนับจากนี้ 1 ปีธนาคารจะแจ้งเจ้าของบัญชี และถ้ายังไม่มีการมาขอเงินคืนหรือไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ อีก รัฐก็จะใช้เงินในบัญชีเหล่านั้น

ที่ญี่ปุ่นทุกปีจะมีเงินฝากมูลค่าราว 120,000 ล้านเยนหรือราว 35,000 ล้านบาทตกเป็นบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เงินฝากบางส่วนถูกคืนให้กับเจ้าของบัญชีหลังจากทางธนาคารแจ้งเตือนต่อเจ้าของบัญชี แต่ในทุกปีเงินฝากราว 70,000 ล้านเยนหรือราว 20,000 ล้านบาทยังคงไม่มีผู้มาขอคืนและยังคงเป็นบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวต่อไป

สาเหตุหนึ่งที่เงินจำนวนมากมายไม่มีใครมาขอคืนเลย คือจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นในญี่ปุ่น ถ้าผู้ฝากเงินเป็นผู้ที่อยู่ในสภาพที่ต้องมีผู้พยาบาลดูแลและไม่มีญาติพี่น้อง การที่จะเดินทางไปธนาคารและขอเงินคืนก็เป็นเรื่องยาก ยิ่งจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นจำนวนของบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันนี้ เงินในบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวนั้นตกเป็นรายได้ของธนาคาร แต่ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่นี้ เงินเหล่านี้ถือเสมือนเป็นเงินของรัฐและจะนำไปใช้เพื่อลงทุนในโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ถ้าบัญชีเงินฝากใดไม่มีการทำธุรกรรมใด ๆ เลยภายในระยะเวลา 10 ปีหรือมากกว่า เงินในบัญชีเหล่านั้นก็จะนำไปใช้เพื่อกิจกรรมของภาคเอกชนที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ กิจกรรมเหล่านั้น ได้แก่ การช่วยเหลือเด็ก เยาวชนและผู้ยากไร้ รวมถึงการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น เช่น ช่วยเหลือเด็กจากครอบครัวที่ยากจน หรือช่วยเหลือวัยรุ่นในการหางาน

อย่างไรก็ตาม เจ้าของบัญชีสามารถขอเงินคืนได้แม้กระทั่งหลังจากที่บัญชีของตนเองถูกจัดให้เป็นบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวแล้วก็ตาม

ในต่างประเทศ บัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวก็มีการนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะเช่นกัน แต่เกณฑ์เรื่องระยะเวลาในการตัดสินว่าบัญชีใดเป็นบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของบางประเทศนั้นก็สั้นกว่าของญี่ปุ่น เช่น ที่เกาหลีใต้ใช้เกณฑ์ระยะเวลา 5 ปี ในขณะที่สหรัฐใช้เกณฑ์ระยะเวลา 3 ถึง 7 ปี

นอกจากนี้ ในบางประเทศสินทรัพย์อื่น ๆ นอกจากเงินฝากก็กำลังมีการนำออกมาใช้ประโยชน์ด้วย เช่น ประกันชีวิตและประกันวินาศภัยในเกาหลีใต้ สหกรณ์ด้านการเงินที่ให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของอังกฤษ และกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในสหรัฐ

ถึงแม้กฎหมายจะมีผลบังคับใช้แล้วก็ตาม แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าความโปร่งใสของกระบวนการนำเงินไปใช้เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมว่าสามารถนำเงินไปใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง จึงจะได้รับการยอมรับจากประชาชนได้.

 

ที่มา mgronline

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , ข่าวต่างประเทศ

ข่าวต่างประเทศ
- 11-01-2018 3:08:09 โพสต์โดย : Sakii คนดู อ่าน 39 คน คน