วาทะผู้นำ!? ‘ทรัมป์’ ปากดีไม่มีตก บอกผู้อพยพมาจากประเทศหลุมขี้

วาทะผู้นำ!? ‘ทรัมป์’ ปากดีไม่มีตก บอกผู้อพยพมาจากประเทศหลุมขี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐยังคงรักษามาตรฐานในการเป็นคนปากไวที่ชอบพูดจาแบบไม่ยั้งคิดและดูถูกคนอื่น หลังจากหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า ทรัมป์ได้พูดถึงผู้อพยพในระหว่างการหารือที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวว่า “ทำไมสหรัฐต้องมารองรับคนที่มาจากประเทศหลุมขี้เหล่านี้”

รายงานข่าวระบุว่า ผู้อพยพจากประเทศหลุมขี้ที่ทรัมป์หมายถึงคือกลุ่มผู้อพยพจากเฮติ เอลซัลวาดอร์ และประเทศในแอฟริกา ขณะที่ทำเนียบขาวก็ไม่ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าว ซึ่งมีการเผยแพร่ในสื่อสหรัฐอีกหลายสำนัก โดยโฆษกทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ระบุว่า นักการเมืองสหรัฐบางคนต่อสู้เพื่อชาติอื่น แต่ประธานาธิบดีทรัมป์จะต่อสู้เพื่อประชาชนชาวอเมริกันตลอดเวลา

“เช่นเดียวกับประเทศที่รับผู้อพยพด้วยเหตุผลของการทำความดี ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังต่อสู้เพื่อทางออกที่ยั่งยืน เพื่อที่จะทำให้สหรัฐแข็งแรง ด้วยการรับผู้ที่สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคม ทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐเติบโต และปรับตัวให้เข้ากับชาติที่ยิ่งใหญ่ของเราได้ ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธมาตรการที่อ่อนแอและมีผลเพียงชั่วคราว ซึ่งคุกคามชีวิตของชาวอเมริกันที่ทำงานหนัก ตัดตอนผู้อพยพที่ต้องการแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในสหรัฐผ่านหนทางทางกฎหมาย” แถลงการณ์ของโฆษกทำเนียบขาวระบุ

รายงานข่าวเผยว่า ทรัมป์ได้กล่าวถ้อยคำดังกล่าวระหว่างพบปะกันผู้แทนจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครต เพื่อยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการที่จะรับมือกับผู้อพยพที่ทั้งสองพรรคเห็นชอบร่วมกัน ซึ่งภายใต้ข้อเสนอดังกล่าวได้มีหารือว่าสหรัฐควรให้สิทธิเป็นผู้พักพิงชั่วคราวกับพลเมืองของประเทศที่ประสบปัญหาภัยธรรมชาติ สงคราม หรือโรคระบาด ขณะที่ทรัมป์บอกกับบรรดาสมาชิกสภาคองเกรสว่า สหรัฐควรรับผู้อพยพจากประเทศอย่างนอร์เวย์ ซึ่งทรัมป์เพิ่งให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ไปเพียงหนึ่งวันก่อนหน้านี้มากกว่า

สามสัปดาห์ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า ทรัมป์กล่าวว่าชาวเฮติทุกคนล้วนแต่เป็นโรคเอดส์ระหว่างการหารือเกี่ยวกับเรื่องผู้ลี้ภัยเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน ล่าสุดสมาคมคนผิวสีก้าวหน้าแห่งชาติของสหรัฐกล่าวหาทรัมป์ว่า ท่านประธานาธิบดีกำลังตกลึกลงไปในหลุมกระต่ายแห่งความเหยียดผิวและเป็นโรคหวาดกลัวชาวต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ที่มา matichon

ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , ข่าวต่างประเทศ

ข่าวต่างประเทศ
- 12-01-2018 11:19:27 โพสต์โดย : Sakii คนดู อ่าน 223 คน คน