กระหึ่มโซเชียลเมืองจีน สาวโพสต์รูปต้องสูญเสียแขน ระหว่างมาเที่ยวไทย

ชาวเน็ตจีนวิจารณ์ถึงการท่องเที่ยวเมืองไทยที่เต็มไปด้วยภัยอันตรายอีกครั้ง หลังบล็อกเกอร์สาวแชร์เรื่องราวว่าต้องสูญเสียแขนข้างหนึ่งไป หลังเหมารถไปเที่ยวเกาะช้างกับครอบครัว แต่ดันเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนระหว่างทาง

เพจเฟซบุ๊ก “อ้ายจง” ได้เปิดเผยว่าโลกโซเชียลมีเดียเมืองจีนกลับมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงกระแสความไม่ปลอดภัยในการท่องเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่มีบล็อกเกอร์รายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวที่ต้องสูญเสียแขนไปข้างหนึ่ง หลังเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางเที่ยวทะเลเมืองไทย

เรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์เอาไว้ผ่านทางบล็อกโซเชียลมีเดียชื่อดังของเมืองจีน เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าของบล็อกได้โพสต์ข้อความและรูปภาพที่ตัวเองได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวไทยกับครอบครัว ทำให้เรื่องราวของเธอกลายเป็นคำค้นหาสุดฮิตไปในพริบตา

บล็อกเกอร์สาวเล่าว่า เธอกับครอบครัวเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ พร้อมกับเหมารถที่จะเดินทางไปเที่ยวต่อยังเกาะช้าง จ.ตราด แต่ปรากฏว่าระหว่างทางต้องมาอุบัติเหตุ เธออ้างว่ารถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง สมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่เธอบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส

เธอได้แชร์ภาพอาการบาดเจ็บของตัวเอง ที่แพทย์จำเป็นต้องตัดแขนข้างหนึ่งออก พร้อมกับรอยฟกช้ำที่เกิดขึ้นตามร่างกาย ขณะนี้เธอยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองไทยและอาการดีขึ้นตามลำดับ

โดยหลังจากเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกว่า ปรากฏว่ามีผู้คนให้ความสนใจและแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก พร้อมกับทำให้กระแสเตือนภัยการท่องเที่ยวไม่ปลอดภัยที่เมืองไทยกลับมาได้รับความสนใจในหมู่ชาวจีนอีกครั้ง จากข้อความแสดงความคิดเห็นต่างๆ ของชาวจีน ต่างระบุคล้ายกันว่า ความปลอดภัยบนท้องถนนที่เมืองไทยมีน้อยมากและควรปรับปรุง

อย่างไรก็ตาม ทางเพจ อ้ายจง ยังใช้โอกาสนี้ชี้แจงประเด็นดังกล่าว เนื่องจากตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เมืองไทยต้องเป็นข้อครหาในประเด็นนี้ในสายตาคนจีน โดยเฉพาะกรณีเหตุเรือล่มที่ภูเก็ต ที่กระทบถึงความเชื่อมั่นในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นอย่างมาก สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเสียงสะท้อนตามมาในด้านการท่องเที่ยว

ขณะที่การจราจรในเมืองจีนไม่ใช่ว่าจะดีเลิศเลอ เพราะยังพบว่ามารยาทการใช้รถใช้ถนนของชาวจีนยังควรปรับปรุงอยู่มาก เพียงแต่ทางการจีนก็พยายามหามาตรการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะหากเกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยว ทางการจะเข้ามาดูแลเข้มงวดเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ บล็อกเกอร์คนดังกล่าวได้ทำการเปลี่ยนชื่อในโซเชียลมีเดียของตัวเอง หลังจากเรื่องราวนี้ได้รับกระแสวิจารณ์เป็นอย่างมาก โดยเธอไม่ได้ตั้งใจให้เกิดกรณีดราม่าหรือกระทบการท่องเที่ยวเมืองไทย เพียงแต่โพสต์เป็นอุทาหรณ์เตือนใจไมประมาทในการใช้ชีวิตไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกเพียงเท่านั้น